ปรารถนามังกร

โดย: ปกฉัตร-ซูอวี้ไป๋-書玉白



ตอนที่ 22 : บทที่22 รอแค่เวลาที่คืบคลานเข้ามา


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

บทที่22

รอแค่เวลาที่คืบคลานเข้ามา

 

เย่าชิงคงไม่คิดจะกักขังอิ๋นหลิงไว้อีก จึงไม่ใช้อาคมพรางตาซ่อนสะพานเชื่อมระหว่างเรือนกลางน้ำกับฝั่ง ปล่อยให้นางไปเดินเล่นละแวกนี้ให้สบายใจ อย่างน้อยหากนางได้ดูอย่างอื่นนอกจากบรรยากาศในเรือนอาจจะทำให้มิต้องวิตกกังวลเรื่องแต่งงาน

เขายืนมือไพล่หลังที่ริมระเบียงทอดมองท้องฟ้ายามเย็นสงบนิ่ง โม่วโฉวปัดกวาดทุกส่วนในเรือนจนสะอาดเอี่ยมเดินผ่านมาเห็นนายท่านเข้าพอดี บ่าวชรามองแผ่นหลังร่างสูงโปร่งอยู่เงียบๆ ยามเห็นนายท่านผ่อนคลายและสุขสงบเช่นนี้ โม่วโฉวก็อดคิดถึงฐานะของเย่าชิงคงมิได้

นายท่านเป็นมังกร เป็นอดีตประมุขแดนอสูร ยามนี้หายดีแล้ว ไฉนนายท่านถึงไม่ไปทวงบัลลังก์คืน คิดแล้วก็ยิ่งคาใจ บ่าวชราอยากรู้ความคิดของนายท่าน แม้ว่าจะอยู่รับใช้มานานแต่ก็มิเคยเดาใจอันใดของมังกรดำผู้นี้ออกเลย

ความสงสัยติดค้างไม่จางหาย หากไม่ลองกล่าวถามออกไปจะต้องอัดอั้นใจตายเป็นแน่ เช่นนั้นโม่วโฉวจึงก้าวไปยืนใกล้กับเย่าชิงคง ก้มศีรษะถามไปตามตรง

นายท่านไม่ไปจัดการกับกบฏชั่วที่ทำร้ายท่านหรือข้ารับ ตอนนี้ บ่าวว่าท่านหายดีแล้ว น่าจะใช้พลังได้เต็มส่วน จัดการพวกมันได้อย่างราบคาบ

เย่าชิงคงยังยืนนิ่งดุจเดิมเจ้าคิดว่าหากข้าโจมตีเสี่ยนจู้เสียตอนนี้จะรับมือข้าไม่ทันหรือ คนอย่างเสี่ยนจู้ไม่เคยปล่อยตัวให้ตนเองประสบกับอันตรายง่ายๆ เพียงนั้น ทุกย่างก้าวของเจ้านั่นล้วนแต่ระมัดระวังยิ่ง มิเช่นนั้น ข้าจะเสียเปรียบจนต้องมาอยู่แดนมนุษย์นี่ได้หรือ

เช่นนั้น ท่านก็มิอาจทวงบัลลังก์คืนได้หรือ เป็นไปได้อย่างไรกล่าวเช่นนี้เหมือนนายท่านกำลังบอกว่าพละกำลังด้อยกว่าอสูรตนนั้น เป็นไปไม่ได้ นายท่านของเขาใช้พลังเพียงแค่ไม่ถึงส่วนก็กดปีศาจหมูจนพ่ายมาแล้วจะแพ้ให้กับอสูรที่มิใช่สายเลือดมังกรได้อย่างไร

เย่าชิงคงเห็นสีหน้าไม่เชื่อของโม่วโฉวก็ส่งเสียงหัวเราะ สมกับเป็นบ่าวที่จงรักภักดีต่อเขาเสียจริง ไม่มีท่าทีหวั่นไหวแม้จะอยู่ในสถานการณ์ตกเป็นรอง

เสี่ยนจู้มีทหารกบฏ ส่วนข้าตัวคนเดียว เจ้าคิดว่าอย่างไรเขาเลิกคิ้วถามบ่าวชรา

ใครว่าท่านมีตัวคนเดียว แม้บ่าวจะไม่เก่งกล้าสามารถพอจะสังหารทหารเกือบแสนได้ แต่หากจะให้กลายร่างกลายเป็นเถาวัลย์เกี่ยวพันร่างทหารกบฏพวกนั้น ถ่วงเวลาให้ท่านจัดการกับกบฏย่อมทำได้

ถึงเจ้าจะฮึดสู้ตอนนี้ ข้าก็ไม่ไปให้เข้าแผนพวกมันเป็นแน่

แผนหรือขอรับ นายท่านทราบว่าเสี่ยนจู้ผู้นั้นมีแผน แผนอันใดหรือ?” ที่นายท่านนิ่งเฉยจนถึงตอนนี้เป็นเพราะอย่างนี้นี่เอง เขาเองก็อยากรู้ขึ้นมาบ้างแล้วว่าแผนอันใดกันแน่

เย่าชิงคงไม่เล่าให้โม่วโฉวที่สนใจใคร่รู้ฟัง เขากลับยิ้มเหมือนไม่ยิ้มแล้วเงียบ พลันถอนสายตาออกจากบ่าวชราไปมองท้องฟ้าต่อราวกับเป็นเรื่องที่มิต้องวิตกอันใด โม่วโฉวที่รอฟังอย่างตั้งอกตั้งใจถูกนายท่านทำท่าไม่อยากเล่า เขาก็หน้างอ เดินก้มหน้าห่อเหี่ยวกลับเข้าไป

นายท่าน บ่าวอยู่รับใช้มานานนับพันปี ไฉนมีเรื่องใดถึงไม่เล่าให้ข้ารู้บ้าง ท่านจะแบกรับแต่เพียงผู้เดียวไปจนถึงเมื่อไร

เย่าชิงคงมิปรารถนาให้โม่วโฉวต้องมายุ่งยากในสิ่งที่บ่าวชรามิได้ก่อ ศึกครั้งนี้เรียกว่าเป็นศึกในครอบครัว ที่เจ้าน้องบุญธรรมของเขามักลากเอาผู้อื่นมาเกี่ยวข้องจนเดือดร้อนกันถ้วนหน้า ปัญหานี้ เขาจะจบลงเอง อีกอย่าง โม่วโฉวเป็นปีศาจเถาวัลย์นับว่าเป็นคนของแดนปีศาจ หากเขาดึงเข้าไปร่วมด้วย เกิดเจ้าปีศาจอยากหาเรื่องเขาขึ้นมา ราษฎรชาวอสูรก็จะยิ่งได้รับความเดือดร้อนอีก ฉะนั้นจึงตัดปัญหานี้เสีย

แผนที่เขารู้คือ เสี่ยนจู้มิได้ต้องการเพียงบัลลังก์ในแดนอสูร หากแต่มีเขาอยู่ด้วย

เกล็ดมังกรกับหัวใจของเย่าชิงคงเดิมก็เหมือนกับมังกรตัวอื่นๆ มิได้พิเศษอันใด แต่บังเอิญว่า ตอนนั้น เขาบำเพ็ญเพียรมีพลังของเซียนหมุนเวียนอยู่ในตัว อีกไม่ช้าก็จะสำเร็จเป็นเทพ แต่ก่อนจะเป็นเทพต้องผ่านเคราะห์กรรมก่อน เสี่ยนจู้จึงใช้วิธีก่อกบฏทำร้ายเกือบเอาตัวไม่รอด จนสมความตั้งใจ เย่าชิงคงบรรลุสู่ขั้นเทพชั้นสูง แต่ก็บาดเจ็บสาหัสมิอาจใช้ชีวิตอย่างเทพได้มาจวบจนตอนนี้

เสี่ยนจู้ผู้นั้นมิได้แค่คิดจะยึดครองบัลลังก์ หากแต่เป็นยาอายุวัฒนะของเทพมังกร

ที่เขาไม่ไปจัดการกับเสี่ยนจู้ตอนนี้เพราะตั้งใจจะปล่อยให้พวกมันหัวหมุน ออกตามหาอย่างวุ่นวายไปก่อน และในที่สุด เสี่ยนจู้ก็ทนไม่ไหวต้องใช้แผนสุดท้ายเพื่อล่อเขาออกไป ซึ่งเป็นอิ๋นหลิง

นางคือวิหคเพลิงแดนอสูรที่เสี่ยนจู้ทำร้ายเมื่อหลายพันปีก่อน และเขาช่วยนางได้ทันจึงนำมาฝากเจ้าสวรรค์ดูแลเป็นการชั่วคราวในระหว่างที่ลงมาชำระล้างพิษบนโลกมนุษย์ ก่อนมา เขาบอกกับเจ้าสวรรค์ว่านางคือคู่หมั้น เพื่อให้นางได้รับอภิสิทธิ์พิเศษ เสี่ยนจู้ที่ตามหาเขาทนรอไม่ไหวจึงใช้อิ๋นหลิงที่อยู่อย่างสุขสบายบนสวรรค์มาเป็นตัวล่อ บังคับให้นางแต่งงานในอีกไม่ช้า 

นับว่าโชคเข้าข้างเขาอยู่มากที่อิ๋นหลิงดื้อรั้นไม่ยอมเป็นเบี้ยล่างให้แก่ผู้ใด จนมาอยู่ข้างกายเขา หากไม่อย่างนั้น นางตกไปอยู่ในเงื้อมมือของเสี่ยนจู้ เขาคงลงมือได้ลำบาก

เมื่อทางนั้นก่อฟืน ประเดี๋ยวเขาจะจุดไฟเอง เอาให้เพลิงลุกโชนเผาผลาญเอาให้วอดกันไปข้างเลยทีเดียว ต่อให้เสี่ยนจู้เคยได้ชื่อว่าเป็นน้องบุญธรรมของเขา เป็นบุตรบุญธรรมของบิดามารดาที่อุปการะเลี้ยงดูมาก่อน เขาก็ไม่คิดจะปรานีอีก แต่ก่อนหน้านั้น เขาจำเป็นต้องให้อิ๋นหลิงเก็บตัวเงียบๆ ไปก่อน ซึ่งไม่รู้ว่านางจะให้ความร่วมมือกับเขาได้นานเท่าไร

ดูตอนนี้สิ เขาคืนสะพานให้ นางก็เดินรอบบึงเกือบสามรอบแล้ว กว่าจะกลับเข้าเรือนก็ใกล้ค่ำ

เย่าชิงคงจับตามองอิ๋นหลิงน้อยอย่างไม่ละ จนนางข้ามสะพานมายืนตรงหน้าด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ

เป็นอันใดหรือ วิ่งเล่นจนเหนื่อยหรือไร” 

อ้อ อาจเหนื่อยอิ๋นหลิงจำต้องตอบไปตามที่เขากล่าว หาแต่ความจริงแล้วมิใช่เช่นนั้น 

 

เย่าชิงคงกับแสงอาทิตย์อัสดงช่างเข้ากันดียิ่งนัก เมื่อก่อนเขามักสวมเสื้อผ้าสีดำตลอดทั้งร่างให้บรรยากาศดูลึกลับและงดงามเสียจนน่าหลงใหล ทว่ายามนี้ เขาเปลี่ยนมาสวมสีขาวบริสุทธิ์ ผมครึ่งส่วนมัดด้วยผ้าสีขาวปล่อยยาวสยายไปตามแรงลม มีแสงอาทิตย์ยามเย็นกระทบกับใบหน้าช่างงดงามมากกว่าเดิมยิ่ง ทั้งตอนนี้ ร่างกายของเขาถูกโลหิตของนางขจัดพิษจนหมดแล้วยิ่งหล่อเหลาไปกันใหญ่ 

ช่างสมกับเทพมังกรผู้สูงส่ง สง่างาม ยากจะเอื้อมถึงจริงๆ เหมือนสวรรค์ปั้นแต่งเขาขึ้นมาเพื่อเป็นเย่าชิงคงประมุขแดนอสูรที่มีพลังเทพมังกรชั้นสูงยากหาใดเปรียบ ความงามเหนือบุรุษเหนือเทพเซียน จนตอนนี้ นางมองเขาจนหูอื้อตาลายไปหมด กว่าจะคืนสติได้ก็ต้องรอให้เขาเรียก

อิ๋นหลิงดึงสายตาออกจากเย่าชิงคงพยายามไม่มองให้ใจลอย

หายเบื่อแล้วหรือเขาถามพลางยื่นมือไปหานาง

ยามนั้น เขาหยิบกลีบบุปผาออกจากผมให้นางอย่างแผ่วเบา

ให้นางเดินแค่ริมบ่อริมบึงจะหายได้อย่างไรยังไม่หาย ข้า…อยากกินอะไรหวานๆ อยากกินถังหูลู่ อยากหมั่นโถว อยากกินขนมอีกตั้งหลายอย่างนางว่าเสียงอ่อนข้าเบื่ออาหารลุงโม่วโฉวแล้ว วันๆ กินแต่ไก่ ข้าใกล้จะขันได้เต็มทีแล้ว

เจ้าตัวกินไก่!

เย่าชิงคงหัวเราะเบาๆ ท่าทางของนางที่หงุดหงิดก็น่าดูชมไม่น้อยจึงเอ่ยเสียงระรื่นว่า

หงส์เพลิงเช่นเจ้ามิใช่สายพันธุ์เดียวกันกับไก่หรอกหรือ จะเบื่อไก่ไปไย

ท่าน!เส้นด้ายของความอดทนของนางเหมือนถูกขึงจนตึงใกล้ขาดเต็มทน ครั้นเห็นสีหน้าฉายแววสนุกสะท้อนออกมานางต้องเตือนใจตนเองอย่าได้คล้อยตามคำยั่วแหย่ของเขาเป็นอันขาด มังกรตนนี้อยู่มาหลายหมื่นปี เห็นผู้คนมามากจนเข้าใจจนลึกซึ้งแล้วก็เป็นได้ว่าจะกลั่นแกล้งผู้คนทำกันอย่างไร เช่นนั้นนางจะลุแก่โทสะให้สมใจเขามิได้

อีกอย่างนางต้องการคำอนุญาตบางเรื่องจากเขาจะทำเสียเรื่องมิได้ อิ๋นหลิงกระแอมสองครา สงบคำไม่อยากต่อเถียง พลันสองมือไพล่หลัง ชำเลืองมองเขาด้วยตาเป็นประกาย

ท่านเย่าชิงคง--คำว่าคงช่างออดอ้อนยิ่งนัก

ผู้ถูกเอ่ยชื่อจากสีหน้ายิ้มแย้มก็พลันเปลี่ยนเป็นแปลกใจ เขากะพริบตามองอิ๋นหลิงอย่างไม่วางใจ นางไม่เคยกล่าวอ้อนหรือเอ่ยเสียงหวานกับเขามาก่อน ครั้งนี้ เรื่องที่นางจะพูดต้องมิใช่เรื่องธรรมดาแน่

ข้าได้ยินชาวบ้านที่ตกปลาอยู่ฟากโน้นของแม่น้ำพูดกันว่า วันนี้ที่ในเมืองจะมีงานเทศกาล

“...” เย่าชิงคงเบนสายตาพลัน

นั่นอย่างไร ที่นางต้องการ

นี่ ข้าอยู่บนสวรรค์เคยได้ยินแต่เทพเซียนเล่าให้ฟังว่างานเทศกาลในแดนมนุษย์ครึกครื้นเป็นอย่างมาก มีของหลายอย่างวางขาย ทั้งยังมีการแสดงเล่าถึงเรื่องราวความรักอันรันทดให้ผู้อื่นชม และมีอื่นๆอีกหลายอย่างที่เหล่าเทพเซียนมิอาจบรรยายได้หมด ท่านพาข้าไปดูสักหน่อยเถิดน้ำเสียงของนางแฝงด้วยความตื่นเต้น ดวงตากลมโตเปล่งประกายอย่างใคร่รู้ และรอยยิ้มเริงร่ากลายเป็นสิ่งที่เย่าชิงคงมิอาจบอกปัดนางได้ ยิ่งนางจับแขนเสื้อของเขากระตุกเบาๆ ช่างน่ารักยิ่ง

แต่เขาไม่อยากไป เมื่อไม่อยากไป นางจะไปได้หรือ เขาตอบเทพธิดาน้อยอย่างตรงไปตรงมา

ข้าไม่ชอบความวุ่นวายของมนุษย์ งานครึกครื้นอะไรนั่น ข้าไม่เคยจะสนใจ เจ้าตัดใจเถิด

รอยยิ้มร่าเริงอิ๋นหลิงพลันแข็งค้าง เย่าชิงคงบอกจบก็ก้าวขาตั้งท่าจะกลับเข้าไปในเรือนนางจึงรีบพูดดัก

ท่านไม่ชอบวุ่นวายจึงอยู่อย่างสงบเสมอมา แต่ท่านไม่คิดบ้างหรือว่ามันน่าเบื่อจนเกินไป เช่นนั้น ท่านไม่ไปก็ได้ ให้ลุงโม่วโฉวพาข้าไปแทนท่านสิ ข้าอยากเห็นนี่นา อีกอย่าง ข้าไปกับลุงโม่วโฉวที่พอมีพลังต่อต้านสิ่งชั่วร้ายได้ ไม่มีอันตรายแน่นอน

ใช้ชีวิตเหมือนเจ้าจึงเรียกว่าครื้นเครงหรือเขายิ้มแย้ม นางมั่นใจแต่เขาไม่วางใจ เย่าชิงคงเห็นอิ๋นหลิงน้อยเริ่มเผยนิสัยดื้อรั้นจึงคิดจะตำหนินางด้วยสายตาเสียหน่อย แต่หลังจากที่เขาขมวดคิ้ว นางเองก็ต่อต้านการกระทำของเขาเหมือนกัน

อ้อ…ไม่ให้ไป อย่างไรก็มิได้ ก็ได้

คราวนี้ไม่ออดอ้อนให้เสียเวลาแล้ว หากเขาชอบทำให้นางโมโหนัก เช่นนั้นจะได้เห็นดีกัน ใบหน้าน้อยๆ จ้องมองเขาเรียบๆ แต่บ่งบอกว่าไม่พอใจยิ่งนัก

ได้ งั้นไปเจ้าสวรรค์เลี้ยงนางตามใจมากเกินไปแล้วกระมัง นางดึงดันอยากรู้อยากเห็นเพียงนี้ เขาจะคัดค้านนางได้อย่างไร

อิ๋นหลิงแทบอยากกระโดดโลดเต้น ส่งเสียงอย่างดีอกดีใจ แต่นางทำได้แค่ยิ้มกว้างกับเขา แล้วสาวเท้าไปกอดคอเทพมังกรดำหอมแก้มฟอดใหญ่เหมือนที่นางเคยอ้อนเจ้าสวรรค์ผู้เป็นปู่บุญธรรม โดยที่หารู้ไม่ว่าเขาเกิดอยากเปลี่ยนใจไม่พานางไปงานเทศกาลแล้วพานางเข้านอนเสีย นางออดอ้อนแสดงความดีใจได้น่าเอ็นดูเช่นนี้ เย่าชิงคงหมดปัญญารับมือกับนางแล้วจริงๆ

 

ณ เขาชิงเจี๋ยริมน้ำจิงสุ่ย

บรรยากาศรอบด้านเงียบสงัดไร้แม้กระทั่งเสียงแมลง ยังดีที่ยังมีสายลมพัดเอื่อยกระทบชายผ้าสีม่วงของชาวอสูรผู้หนึ่งราวกับเป็นการปลุกให้ตื่นจากการงีบหลับ

ครั้นลืมตาขึ้น สายตาพลันฉายแววความเบื่อหน่ายออกมาอย่างชัดเจน ชาวอสูรชุดม่วงถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า เขาหยิบก้อนหินก้อนหนึ่งขึ้นมากำไว้ในมือ ก่อนจะโยนลงน้ำอันมืดมิดพร้อมเสียงถอนหายใจ

เขาทำตามคำสั่งประมุขอสูรให้ลงมาเฝ้ารอท่านมังกรดำเย่าชิงคงปรากฏตัว แต่วันแล้ววันเล่าก็ยังไม่พบหน้า แม้แต่ปราณอันแก่กล้าของมังกรก็ยังไม่สัมผัสถึงสักกระผีก ประมุขเสี่ยนจู้ได้เบาะแสของอดีตประมุขอสูรเย่าชิงคงจริงๆ แน่หรือ บัดนี้ เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้ว

ที่ได้ยินมาอาจจะเป็นคำพูดของคนสติฟั่นเฟือนกล่าววาจาเลื่อนลอยก็เป็นได้ ไฉนท่านประมุขถึงได้มั่นใจนักว่าเป็นอดีตประมุขอสูรเย่าชิงคงที่ตามหามานาน หากอดีตประมุขอสูรผู้นั้นไม่ปรากฏตัวอีกครั้งเล่า จะไม่ต้องเฝ้าจนพันปีหมื่นหรืออย่างไร

ชายชุดม่วงยิ่งคิดก็อดถอนใจมิได้ วัยหนุ่มเช่นนี้ควรเที่ยวอภิรมย์สุขสมกับช่วงวัยและใช้การอวดอ้างตำแหน่งตัวเองที่หอเพลิดเพลินแดนอสูร แล้วนี่กลับต้องมาเฝ้ารอมังกรตนหนึ่งแทน นึกแล้วช่างปวดใจยิ่งนัก

อดีตประมุข ท่านอยู่ที่ไหนรีบออกมาเถิด ประมุขของข้าน้อยแทบรอท่านไม่ไหวแล้ว ข้าน้อยเองก็มิได้อยากอยู่ที่นี่นานนัก ทั้งเงียบงันจนน่าสะพรึงพึมพำจบ ชายชุดม่วงก็พลันลุกขึ้นบิดคร้าน พลันสายตาก็มองเห็นแสงไฟจากเมืองส่องสว่างเหนือน่านฟ้ายามราตรีอย่างไม่เคยเห็นในค่ำคืนไหนมาก่อนก็นึกแปลกใจ

หรือในเมืองจะมีเรื่องอันใดเกิดขึ้น?

ความนึกสนุกค่อยผุดขึ้นมาเป็นระลอก ชายชุดม่วงอยู่ที่นี่นานแล้วก็รู้สึกเบื่อ ถ้าหากในเมืองมีเรื่องก็อยากจะไปดูชมเสียหน่อย เผื่อได้ความสำราญใจชั่วครั้งชั่วคราว

คิดได้ ชายชุดม่วงก็ไม่รอช้า รีบก้าวเท้ามุ่งตรงไปในเมืองในทันที

 

งานเทศกาลมีของค้าของขายเรียงรายอยู่มาก เย่าชิงคงสั่งการบอกโม่วโฉวล่วงหน้าว่ามิต้องทำกับข้าวไว้ให้ เขาจะพานางไปกินในงานให้อิ่มหนำและให้บ่าวชราอยู่ที่เรือนไม่ต้องตาม

ถึงตัวเมืองไม่ทันไร อิ๋นหลิงน้อยก็วิ่งเข้าร้านนั้นออกร้านนี้จนเขาจับตามองแทบไม่ทัน เหมือนได้เด็กน้อยเพิ่งหัดเดินในวัยเยาว์ที่มิเคยอยู่เป็นสุขมาอยู่ข้างกายไม่ผิดเพี้ยน เพียงคราวเดียว ของกินทั้งหลายก็เต็มมือ อิ๋นหลิงกินและก็กินโดยมิได้คำนึงเลยว่ายัดของลงท้องมากไปจะทำให้ท้องอืด

สักพัก นางก็ยื่นของกินมาป้อน ซึ่งเขาก็กินในทันที

อร่อยหรือไม่?” นางถามพลางยิ้มอย่างร่าเริง

อืม ก็ดี” 

นางพลันบิหมานโถวอีก กินคนละครึ่งกับเขาอันนี้ก็อร่อย

กิริยาอิ๋นหลิงน้อยช่างสดใสร่าเริงยิ่งนัก ยามที่นางกิน เดิน มองทางอื่น นางก็หารู้ไม่ว่าเขากำลังมองอย่างละสายตามิได้ รอยยิ้มบุรุษรูปงามแต้มบนริมฝีปาก

ยามนี้ เขามิได้สวมผ้าคลุมสีดำตั้งแต่ยอดศีรษะจรดปลายเท้า สาวๆ ตามท้องถนนที่เดินผ่านต่างพากันมองเขาราวกับของหายาก อิ๋นหลิงแปลกใจกับปฏิกิริยาของสตรีเบื้องหน้าที่กำลังก้าวเดินผ่านนางไปอย่างประหลาดใจ ทีแรก นางนึกว่าสตรีเหล่านั้นส่งยิ้มให้ แต่มันมิใช่ คนที่หญิงสาวไม่ว่ารุ่นใดส่งยิ้มหวานเยิ้มให้เป็นเย่าชิงคง มิใช่นาง

อิ๋นหลิงหยุดเดินหันหน้าไปมองเขาที่ยังทำเป็นนิ่งเฉยไร้ซึ่งท่าทีจะมองตอบหญิงสาวเหล่านั้นแม้หางตา ใบหน้าบุรุษยามกระทบกับแสงตะเกียงริมทางก็ช่างน่าดูชมยิ่ง ยามเขายิ้มส่งกับอิ๋นหลิง สตรีแถบนั้นก็หลงคิดไปว่าเขายิ้มตอบ พวกนางต่างหัวเราะคิกคัก ระริกระรี้กันใหญ่

อิ๋นหลิงไม่พูดคำใดกับเขา เพียงแต่หันกลับมาสบตากับหญิงสาวเหล่านั้นแล้วเลิกคิ้ว แยกเขี้ยว

ให้ตายเถิด ทำไมนางต้องมาเขม่นกับคนอื่นๆ แทนที่จะเที่ยวอย่างสนุกด้วย เย่าชิงคงก็ช่างไม่หาอะไรไม่ใส่เหมือนเมื่อก่อน บุรุษรูปงามเดินเที่ยวงานกลางเมืองมิต่างอะไรจากชายหนุ่มหน้าขาวแก้ผ้าให้ชาวบ้านดูหรอก

-----------------------------------

ขอแนะนำเรื่องนี้ค่ะ ได้รับความนิยมจาก MEB BOOK ได้รับความนิยม จนติดอันดับหน้าขายดีในหมวดจีนโบราณ หน้า1และ2ตลอด20วันนี้ ราคาคุ้มกับเนื้อหามาก ลองอ่านดูนะคะ

#


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha