ปรารถนารักหนึ่งเดียว (ลงจบแล้ว)

โดย: รินวรส นางแมว



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 1 : บทนำ


ตอนต่อไป

บทนำ

                โอ๊ย!! จะมาปวดท้องอะไรตอนนี้นะ”

                “เป็นอะไรไปน่ะปราง” ปรารถนาร้องถามด้วยความห่วงใยปนกังวลเมื่อเห็นปรางทิพย์เพื่อนสนิทที่มาฝึกงานด้วยกันยืนตัวงอเอามือกุมท้องมีสีหน้าบิดเบี้ยว อีกไม่กี่นาทีเธอต้องเข้ารับการทดสอบก่อนสิ้นสุดการฝึกงานในวันสุดท้ายแล้ว การทดสอบครั้งนี้จะเป็นตัวชี้ขาดว่าใครจะได้รับคัดเลือกเข้าทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยเชฟ ซึ่งผู้รับคัดเลือกจะได้ไปทำงานในโรงแรมสาขาที่มัลดีฟส์ และเธอก็วาดหวังไว้ว่าจะเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก แต่จู่ๆปรางทิพย์บัดดี้ที่จะเป็นผู้ช่วยเธอในการทดสอบครั้งนี้กลับดูมีท่าทีราวกำลังไม่สบายเสียอย่างนั้น

                “แย่แล้วกวาง เราไม่ไหวแล้ว เราไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” จบคำปรางทิพย์ก็วิ่งปรื๋อตรงไปเข้าห้องน้ำในส่วนของพนักงานทันทีทิ้งให้ปรารถนายืนหน้าเครียดด้วยความกังวล สาวน้อยภาวนาขอให้บัดดี้ของเธอกลับมาทันการทดสอบ ไม่เช่นนั้นเธอคิดไม่ตกเลยว่าเธอจะแก้ไขสถานการณ์นี้อย่างไร

                กริ๊งงง!! กริ๊งงง!!!

เสียงสัญญาณบอกหมดเวลาของผู้เข้ารับการทดสอบก่อนหน้าเธอดังขึ้น และคิวต่อไปที่จะต้องเข้ารับการทดสอบก็คือเธอ แต่เวลานี้บัดดี้ของเธอยังไม่มีวี่แววว่าจะกลับมา ปรารถนาจึงยิ่งเครียดหนักขึ้นหลายเท่าตัว

“ทำไงดีล่ะปรารถนา เธอจะทำยังไงดี” เสียงหวานพึมพำขณะเจ้าของเดินวนไปวนมาเป็นหนูติดจั่น สาวน้อยพยายามตั้งสติบอกตัวเองว่าปรางทิพย์จะต้องกลับมาทันเวลา เธอจะพลาดการทดสอบวันนี้ไม่ได้เธอจะต้องผ่านมันไปได้

“คนต่อไปเชิญ” เสียงเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมการทดสอบดังมาจากด้านหน้าประตูห้องเก็บตัว ปรารถนาเครียดขมึงจนเกินคำบรรยาย เธอต้องเข้าไปแล้ว ถึงไม่มีปรางทิพย์เธอก็ต้องเข้ารับการทดสอบ ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน

คิดดังนั้นสาวน้อยก็สูดหายใจเก็บอากาศเข้าเต็มปอดเรียกความมั่นใจให้กลับคืนมา ก่อนก้าวเดินไปเพื่อเตรียมพร้อมเข้ารับการทดสอบ แต่เพียงขยับเดินไม่กี่ก้าวสาวน้อยก็เกิดอาการวูบคล้ายหน้ามืด สองเท้าแทบขวิดกันด้วยเสียการทรงตัว

“แย่จริง ทำไมมึนหัวแบบนี้นะ ไม่ได้นะปรารถนา เธอจะเป็นอะไรตอนนี้ไม่ได้” สาวน้อยบอกตัวเองแล้วพยายามตั้งสติมั่น แต่ก็ยากเอาการเพราะอาการมึนศีรษะไม่มีทีท่าจะลดราลง ภาพตรงหน้าคล้ายจะพร่าเลือน แต่เธอก็พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ใส่ใจ

“กวางเธอเป็นอะไรหรือเปล่า เหมือนเธอไม่ค่อยสบายเลยนะ ไหวไหม”

“ไม่เป็นไร เราไหวอยู่” ปรารถนายิ้มบางเบาให้เจ้าของเสียงหวานใสที่ทายทักมาด้วยความห่วงใย สาวน้อยไม่มีเวลาอ้อยอิ่งอีกแล้วเพราะตอนนี้ภัทรียาออกมาจากการทดสอบแล้ว และแน่นอนเธอก็ต้องเข้าไปแล้วเช่นกัน

“สู้ๆ นะกวาง เธอทำได้อยู่แล้วล่ะ เราเอาใจช่วยนะ”

“ขอบคุณนะ เราต้องไปแล้วล่ะ ขอตัวก่อนนะ” จบคำปรารถนาก็ตั้งท่าจะผละจาก แต่เสียงหวานใสก็ท้วงทักดังมาก่อนที่จะทันได้ขยับตัว

“แล้วปรางล่ะ ไปไหน ไม่ไปเป็นบัดดี้เธอเหรอ”

ปรารถนายิ้มเจื่อนๆ ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“ปรางท้องเสียน่ะ ไปเข้าห้องน้ำป่านนี้ยังไม่มาเลย”

“ตายจริง แบบนี้เธอก็ต้องเข้าทดสอบคนเดียวน่ะสิกวาง”

“อืม... เราไปก่อนนะ เขาเรียกนานแล้ว” ปรารถนาพยักหน้าตอบแล้วขอตัวเมื่อเห็นผู้คุมสอบส่งสัญญาณเร่งมา สาวน้อยรีบมุ่งตรงไปยังห้องทดสอบไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอจะต้องผ่านมันไปให้ได้

ไม่ถึงห้านาทีสาวน้อยเรือนร่างโปร่งระหงในชุดเครื่องแบบผู้ช่วยเชฟของโรงแรมชื่อดังก็มายืนอยู่หน้าห้องพักสุดหรูระดับท็อปของโรงแรม ความเครียดที่ต้องรับการทดสอบเพียงลำพังไม่ได้ทำให้เธอหวาดหวั่นมากเท่าอาการแปลกประหลาดที่เธอกำลังเป็นอยู่ในขณะนี้ ปรารถนารู้สึกมึนศีรษะและง่วงงุนจนสมองเบลอไปหมด ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นเธอถึงได้มีอาการไม่สบายแบบนี้ หรือว่าเธอเกิดอาการเครียดจนระบบแปรปรวนไปหมด

“ไม่มีเวลามายืนกังวลแล้วปรารถนา เธอต้องฝ่าด่านอรหันต์นี้ไปให้ได้ สู้!!” ปรารถนาบอกตัวเองอีกครั้งพร้อมสูดหายใจเข้าเรียกความกล้า ตั้งสติมั่นแล้วตัดสินใจเคาะประตูห้องพักเผชิญหน้ากับความจริง

ก๊อกๆ ก๊อกๆ

“ขออนุญาตค่ะ” สาวน้อยส่งเสียงหวานทักทายเข้าไปเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงชัดถ้อยชัดคำก่อนยืนสงบนิ่งรอคอยเสียงตอบรับ เปลือกตาบางหลุบต่ำลงมองรอยต่อระหว่างพื้นห้องกับขอบประตูด้านล่างขณะค่อยๆ นับหนึ่งถึงสามในใจ แต่เพียงแค่นับหนึ่งยังไม่ทันได้นับสอง สาวน้อยก็มีอันต้องสะดุ้งวาบ

“เข้ามา”

ปรารถนากลืนน้ำลายอึกใหญ่เมื่อได้ยินเสียงตอบรับดังกังวานมาจากด้านใน ใจดวงน้อยกวัดแกว่งเร่งจังหวะเต้นรัวเร็วและรุนแรงจนอกอุ่นสะเทือนไหว ปลายลิ้นเล็กแตะไล้ริมฝีปากที่แห้งผากแล้วสูดอากาศเข้าปอดอีกรอบ เตรียมพร้อมตั้งรับกับเจ้าของเสียงทรงพลังอำนาจนั้น

ขออนุญาตนะคะ” สาวน้อยส่งเสียงหวานนำเข้าไปอีกครั้งก่อนที่จะเปิดประตูแทรกกายเข้าไปในห้องพักชั้นเลิศ สองเท้าก้าวเดินตรงไปตามผืนพรมที่ปูลาดสู่ประตูห้องอาหารที่แยกส่วนออกไปอีกด้าน ปรารถนากวาดสายตามองไปทั่วบริเวณห้องด้วยความชื่นชม นับว่าเป็นบุญของเด็กฝึกงานอย่างเธอที่ได้มีโอกาสเข้ามารับการทดสอบในห้องพักระดับท็อปของโรงแรมเช่นนี้

“จะยืนเหม่ออีกนานไหม”

สาวน้อยสะดุ้งเฮือกมือไม้พาลสั่นไปหมดเมื่อจู่ๆ เสียงเข้มดุทรงพลังอำนาจก็ดังกังวานขึ้น ความตกใจทำให้หันขวับไปมองทางต้นเสียงทันควัน แล้วก็ต้องเบิกตากว้างตะลึงงันเมื่อสายตาสบเข้ากับเจ้าของเสียงที่เรือนกายแกร่งอยู่ในชุดสูทเรียบหรู เพียงสบสายตา หัวใจสาวก็เกิดอาการสั่นไหว ดวงหน้าร้อนวูบวาบลุกลามไปจนทั่วเรือนกายคล้ายจะเป็นไข้ดวงตาคู่สวยที่พร่าเลือนด้วยอาการไม่สบายอยู่แล้วยิ่งพร่าเลือนหนักเข้าไปอีก

“ขออภัยค่ะท่าน” เสียงหวานเอ่ยคำขอลุแก่โทษก่อนรีบย้ายเรือนร่างอรชรไปประจำตำแหน่ง แต่ก่อนที่เธอจะทันได้ลงมือเสิร์ฟอาหารตามลำดับขั้น เสียงเข้มกังวานก็ดังเข้ามารบกวนโสตประสาทให้ได้ตื่นตระหนกอีกครั้ง

“แล้วทำไมมาคนเดียว บัดดี้ของเราไปไหนฮึ”

“ขออภัยค่ะท่าน บัดดี้ดิฉันไม่สบายกะทันหันค่ะ ดิฉันจึงต้องทำหน้าที่เชฟและเสิร์ฟอาหารไปในตัวค่ะ”

“ฉันเป็นลูกค้าวี.ไอ.พี. นะ จะมาทำเป็นเด็กเล่นขายของไม่ได้ ทำไมไม่หาพนักงานเสิร์ฟคนอื่นมาทำหน้าที่แทน”

“ดิฉันเข้าใจค่ะท่าน แต่ในสถานการณ์เร่งรีบที่ทุกคนมีภาระหน้าที่กันหมด แล้วหาคนรับหน้าที่แทนไม่ได้ ดิฉันซึ่งเป็นเชฟที่รับผิดชอบดูแลให้บริการลูกค้าวี.ไอ.พี.อย่างท่าน ก็ต้องแก้สถานการณ์ทันด่วนนี้ด้วยการลงมือเอง ดิฉันคงไม่สามารถปล่อยให้ลูกค้ารอคอยได้หรอกค่ะ และท่านโปรดมั่นใจว่าดิฉันจะดูแลอาหารมื้อพิเศษนี้อย่างดีที่สุดค่ะ”

คนฟังนึกชื่นชมในไหวพริบปฏิภาณของสาวน้อยหน้าใส แต่ก็เก็บซ่อนรอยยิ้มแห่งความพึงพอใจเอาไว้ภายในท่าทางเรียบเฉย บททดสอบนี้ผ่านแต่ไม่ได้หมายความว่าจะผ่านฉลุยทุกด่านที่เขาเตรียมไว้ทดสอบเธอ

“ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มเลย ฉันอยากรู้แล้วล่ะว่าอาหารมื้อนี้จะพิเศษอย่างไร”

“ค่ะท่าน” ปรารถนาค้อมศีรษะรับคำ เตรียมพร้อมปฏิบัติการเสิร์ฟอาหารตามแบบฉบับตะวันตกที่มักนิยมจิบไวน์ก่อนเริ่มมื้ออาหาร แต่เพียงแค่เงยหน้าขึ้นสาวน้อยก็เกิดอาการวูบคล้ายจะเป็นลมล้มไปเสียอย่างนั้น อาการยืนโงนเงนตกอยู่ในสายตาคมกริบ เจ้าของคิ้วเข้มทรงดาบนิ่วหน้าจับจ้องคนกำลังพยายามตั้งสติไม่วางตา ท่าทางของคนตรงหน้าคล้ายกำลังไม่สบาย แต่ก็พยายามฝืนตัวเองให้การทดสอบดำเนินต่อไปได้ เดวิโกไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมเขาถึงรู้สึกลุ้นเอาใจช่วยเธออย่างไรอย่างนั้น

ปรารถนาฮึดสู้ พยายามไม่กวาดสายตามองไปทางอื่นมากนัก สาวน้อยพยายามโฟกัสเฉพาะจุดที่อยู่ตรงหน้า อาการมึนศีรษะที่ดูจะทวีความรุนแรงขึ้นทำให้เธอไม่ใคร่สบายใจนัก ได้แต่ภาวนาขอให้เธอตั้งมั่นผ่านการทดสอบไปได้ด้วยดี หากวันนี้เธอทำเพียงหน้าที่เชฟมาแนะนำรายการอาหาร อวดอ้างสรรพคุณชี้ชวนลูกค้าให้ดื่มชิม เธอคงไม่หนักใจมาก หากแต่ตอนนี้เธอต้องทำหน้าที่เสิร์ฟด้วยตัวเองไปพร้อมๆกันทำให้เธอหวาดหวั่นเกรงอาการหน้ามืดจนเกือบล้มทั้งยืนจะทำให้เกิดความผิดพลาดขึ้นได้ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องดีสักนิด

เดวิโกที่จับจ้องทุกฝีก้าวแอบผ่อนลมหายใจยาวเหยียดเมื่อเห็นสาวน้อยประคองตัวเองจนเปิดจุกไวน์ได้เป็นผลสำเร็จ ซีอีโอหนุ่มรู้สึกกลุ้มใจแทนอย่างบอกไม่ถูก ข้อมูลที่รับรู้มาปรารถนาเป็นเด็กฝึกงานที่มีความสามารถหลายด้านทั้งเรื่องฝีมือการทำอาหารและความชำนาญในภาษาซึ่งสาวน้อยสื่อสารได้ถึงสี่ภาษาด้วยกัน ความเก่งกาจของเธอมีมากจนเป็นตัวเก็งที่จะได้รับคัดเลือกให้ไปประจำโรงแรมสาขาที่มัลดีฟส์ แต่อาการคล้ายจะล้มพับแบบนี้ เธอจะพาตัวเองผ่านด่านทดสอบไปได้อย่างไรกัน

“ไวน์ค่ะท่าน อุ๊ย! / เพล้ง!

เสียงอุทานพร้อมเสียงแก้วไวน์ตกแตกดังขึ้นแทนคำขอบคุณ เพราะก่อนที่ปรารถนาจะทันได้วางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะ สาวน้อยก็เกิดอาการวูบจนทำแก้วไวน์พลัดหลุดจากมือตกลงสู่พื้นจนแตกกระจาย

ปรารถนาหน้าซีดเผือดกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน อาการตกใจยืนตื่นตะลึงราวถูกตรึงอยู่กับที่ทำให้ไม่ทันใส่ใจน้ำไวน์สีแดงสดที่กระฉอกใส่ตัวเองจนเปียกชุ่มเสื้อเนื้อดีตรงเนินอก แม้จะเป็นผ้าเนื้อหนาแต่พอถูกน้ำก็ทำให้แนบสนิทจนมองเห็นทรวดทรงเนินเนื้อยวนตา

เดวิโกสลัดผ้ากันเปื้อนยกขึ้นหมายส่งให้สาวน้อยใช้ซับน้ำไวน์สีแดงออก แต่อาการตกใจทำให้ปรารถนาปัดป้องด้วยการปัดมือใหญ่ออกไปการเคลื่อนไหวโดยไม่ทันตั้งตัวร่างอรชรจึงเกิดอาการซวนเซ โชคดีที่เดวิโกมือไวคว้าแขนเรียวไว้ได้ทันก่อนที่ร่างอ้อนแอ้นจะล้มพับไปกับพื้น แต่ด้วยความที่ไม่อาจทรงตัวเองให้ยืนหยัดได้ ร่างน้อยจึงซวนเซเปลี่ยนทิศทางกลายเป็นนั่งลงบนตักแกร่งอย่างพอดิบพอดี

ปรารถนาเบิกตากว้างเพราะดวงหน้างามเคลื่อนผ่านปลายจมูกโด่งไปอย่างเฉียดฉิว หัวใจสาวสั่นหวิวเมื่อสบประสานดวงตาคู่คมในระยะกระชั้นชิด ลมหายใจแทบปลิดปลิวเมื่อสัมผัสได้ถึงกระอายอุ่นแห่งลมหายใจของเจ้าของตักแกร่ง สาวน้อยเกิดอาการเกร็งจนตัวแข็ง  ตาต่อตา ปลายจมูกแทบชนกัน ใบหน้าห่างกันเพียงปลายนิ้วกั้น ต่างฝ่ายต่างสอดประสานสบตากันเนิ่นนาน

เดวิโกพาลหลุบสายตาต่ำลง จ้องมองตรงริมฝีปากอิ่มที่เผยอแย้มจวนเจียนจะหักห้ามความรู้สึกตื่นตัวภายในไม่ไหว ซีอีโอผู้ยิ่งใหญ่แทบลืมหายใจ ไม่คิดว่าไม่ฝันว่าสาวน้อยเรือนร่างอ้อนแอ้นในอ้อมกอดจะกระตุกหัวใจเขาได้มากมายเพียงนี้ หัวใจแกร่งร่ำร้องอยากครอบครองกลีบปากสีหวาน อยากลิ้มชิมรสว่าจะล้ำเลิศสักปานใด ไหนจะทรวงอกอุ่นที่ดุนดันอยู่ภายใต้ตัวเสื้อที่เนื้อผ้าบริเวณอกเปียกชุ่มอีกเล่า หากฝากฝังปลายจมูกคลุกเคล้าคลอเคลีย จะชวนให้หวามไหวสักแค่ไหน 

“ขะ...ขออภัยค่ะท่าน ดิฉัน... ”

ความคิดหยุดลงฉับพลันเมื่อเสียงหวานของคนในอ้อมกอดเอื้อนเอ่ยคำขอโทษตะกุกตะกัก พร้อมเจ้าของพยายามพาร่างน้อยเคลื่อนย้ายลงจากตัก ซีอีโอใหญ่นึกขัดใจคนในอ้อมกอดยิ่งนักจึงแกล้งรึงรัดวงแขนแกร่งให้แน่นเข้าจนเจ้าของเรือนร่างอรชรช้อนสายตาขึ้นจ้องมองตื่นตะลึง

“จะทำอะไร ยืนแทบไม่ไหวแล้วยังจะอวดเก่ง”

“แต่ท่านคะ คือ...เอ๊ะ!” ปรารถนาสะบัดเสียงสูงเมื่อจู่ๆ ซีอีโอหนุ่มก็เคลื่อนมือตรงมายังหน้าอกอุ่น มือน้อยคว้าหมับจับข้อแขนยื้อยุดก่อนที่มือนั้นจะถึงเนินอกงาม

“อยู่เฉยๆ เถอะน่า ไม่เห็นหรือไงว่าเสื้อมันเปียกจนเห็นไปถึงไหนต่อไหนแล้วน่ะ”

ปรารถนาหน้าม้านเมื่อได้ยินเสียงกังวานเอื้อนเอ่ยถ้อยคำตำหนิ สาวน้อยรีบคว้าผ้ากันเปื้อนในมือซีอีโอใหญ่มาปกปิดเนินเนื้อให้รอดพ้นสายตา เกิดมาเธอไม่เคยอับอายอะไรขนาดนี้มาก่อน ยิ่งคิดก็ยิ่งอยากหนีไปให้พ้นหน้า

“ปรารถนา...เธอชื่อปรารถนาใช่ไหม”

สาวน้อยตวัดสายตาขึ้นสอดประสานสบตาเจ้าของคำถามท่ามกลางอาการหวามไหวปนมึนงง เวลานี้ใช่เรื่องที่จะมาถามชื่อกันหรือไง สิ่งที่เจ้านายเธอควรทำคือปล่อยเธอลงจากตัก แล้วให้เธอเริ่มการทดสอบเสียที

“ท่านคะ ปล่อยเถอะค่ะ ดิฉันไม่เป็นอะไรแล้วล่ะค่ะ”

“ฉันถาม เธอไม่ได้ยินหรือไงฮึ” เดวิโกเสียงฉุนบ่งบอกความหงุดหงิดใจ สาวน้อยคนนี้ถือดีอย่างไรถึงกล้ามาออกคำสั่งเขา อย่าว่าแต่เพียงรั้งเธอไว้บนตักแบบนี้เลย ถ้าเขาจะเชยชมเธอบนเตียงนอนทำไมเขาจะทำไม่ได้ อวดดีนัก! แบบนี้เขาควรสั่งสอนให้รู้สำนึกเสียดีไหมนะ

“ได้ยินค่ะท่าน แต่นี่ใกล้หมดเวลาทดสอบแล้วนะคะ ได้โปรด...เปิดโอกาสให้ดิฉันได้ทดสอบก่อนเวลาจะหมดลงเถอะค่ะ”

“หึหึ ทดสอบเหรอ ฉันว่า...ทดสอบอย่างอื่นแทนดีกว่านะ อย่างเช่น...” เดวิโกเว้นคำพูดไว้เพียงแค่นั้น เพราะหลังจากนั้นซีอีโอหนุ่มก็ใช้ภาษากายกับสายตาแทนคำเอื้อนเอ่ย วงแขนแกร่งกระชับรอบเอวคอดรั้งคนในอ้อมกอดให้แนบชิด ใบหน้าคมค่อยๆ โน้มต่ำเข้าใกล้

 “กรี๊ดดดด! อย่านะ! ปล่อย!” ปรารถนาหวีดร้องเสียงหลงพร้อมออกแรงผลักกายหนาสุดกำลังก่อนที่ปลายจมูกโด่งจะฝากฝังลงบนพวงแก้มนุ่มนิ่ม ธารน้ำตาปริ่มๆ จะไหลเสียให้ได้ แต่คนรักศักดิ์ศรีก็ฮึดสุดใจไม่ทำตัวอ่อนแอให้ถูกรังแกง่ายๆ

เพียะ!!

เสียงฝ่ามือน้อยกระทบโหนกแก้มสากดังลั่น ก่อนที่ปรารถนาจะถอยออกมายืนตัวสั่นหลังจากที่หลุดรอดจากอ้อมกอดแกร่งได้ สาวน้อยพยายามฝืนทรงตัวเพราะยามนี้ทุกอย่างรอบตัวพร่าเลือนไปหมด ทั้งอาการมึนหัว อาการใจสั่นระรัวชวนให้ซวนเซแทบล้ม

“จำไว้ให้ขึ้นใจด้วยค่ะ ดิฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัวที่คุณจะมั่วยังไงก็ได้”

ด้านเดวิโกกัดกรามกรอด ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนปฏิเสธอ้อมกอดของเขา มีแต่เฝ้าพะเน้าพะนอเอาใจทอดสะพานให้เขาจับขึ้นเตียง แต่สาวน้อยเสียงหวานดวงตาชวนฝันคนนี้กลับกล้าท้าทายเขา ฝ่ามือที่ฟาดลงบนแก้มซีกซ้ายยังไม่กระตุ้นอารมณ์โมโหร้ายให้เขาได้เท่าถ้อยคำอวดดี

กริ๊งงง!! กริ๊งงง!!

เสียงกริ่งบอกหมดเวลาทดสอบดังขึ้นขัดจังหวะก่อนทั้งสองจะปะทะอารมณ์ที่ต่างฝ่ายต่างกำลังเดือดพล่านไปมากกว่านี้ เดวิโกเหยียดยิ้มเยาะเมื่อเห็นสีหน้าคนหยิ่งทระนงซีดเผือด

ปรารถนาแทบทรุดลงกับพื้น วันนี้ควรเป็นวันที่เธอก้าวออกไปจากโรงแรมแห่งนี้ด้วยความสมหวัง แต่นี่มันอะไรกัน โชคชะตาช่างเล่นตลกกับเธอเหลือเกิน เปิดทางเปิดโอกาสให้เธอวาดหวังไกลแสนไกลแล้วฉุดกระชากลากให้เธอดำดิ่งลงสู่หุบเหวลึก หมดสิ้นแล้วซึ่งความหวัง เธอไร้แรงกำลังจะก้าวเดินต่อไปแล้ว

“หมดเวลาแล้ว ออกไปได้”

ปรารถนาช้อนสายตาขึ้นมองคนตัวโตที่ลุกขึ้นยืนเอามือล้วงกระเป๋ายืดกายตรงมองเธอด้วยสายตาหยามหยัน สาวน้อยสะกดกลั้นความรู้สึกเศร้าเสียใจ สบประสานสายตาคมกล้านั้นอย่างไม่หวาดหวั่น ไม่ผ่านการทดสอบ ไม่ได้รับคัดเลือกก็ดีเหมือนกัน เธอจะได้ไม่ต้องทำงานให้กับคนมักมากเช่นเขา

ปรารถนายืดตัวตรงก่อนสูดลมหายใจแล้วเพียงแค่ค้อมศีรษะลงเล็กน้อยเท่านั้นเป็นการอำลา ไม่มีคำใดเอื้อนเอ่ยออกมา ไม่มีการล่ำลากันด้วยมารยาทที่พึงกระทำ เดวิโกเข่นเขี้ยวกับท่าทีถือดีนั้น เธอเป็นใคร เขาเป็นใคร เหตุใดช่างอวดดีไม่คิดนอบน้อมให้เขาเห็นใจ หยามหน้าเขามากเกินไปแล้ว

ปรารถนาหมุนกายกลับเตรียมตัวเดินออกจากห้อง ธารน้ำตาที่ร่ำๆจะไหลนองหน้าเริ่มรื้นขึ้นมาเต็มสองหน่วยตา สองเท้าพยายามก้าวเดินอย่างมั่นคงพยายามทรงตัวไม่ให้อาการง่วงงุนทำพิษ ไม่อย่างนั้นเธอมีสิทธิ์ล้มพับหลับไปตรงนี้แน่นอน

“เดี๋ยว!” เสียงเข้มกังวานดังไล่หลังมา ปรารถนาชะงักฝ่าเท้าที่ก้าวเดิน ยืดตัวตรงก่อนหันกลับไปเผชิญหน้ากับเจ้าของเสียงทรงพลังอำนาจนั้น

“อะไรที่ฉันต้องการ ไม่มีคำว่าไม่ได้ แม้แต่ตัวเธอก็เช่นกัน”

ปรารถนาตะลึงงันกับคำประกาศก้อง เธอเป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ ไม่ว่าอย่างไรเธอก็ไม่มีวันชนะ หากคิดต่อกรเพียงแค่เขากระดิกนิ้วชีวิตเธอก็แทบจะปลิดปลิวเสียแล้วกระมัง แล้วหากเขาต้องการตัวเธออย่างปากว่า เธอจะรอดพ้นเงามืดของเขาไปได้อย่างไร

“จำให้ขึ้นใจล่ะสาวน้อย”

นั่นคือประโยคสุดท้ายที่เธอได้ยินก่อนที่ทุกสิ่งรอบกายจะดับวูบลง ปรารถนาไม่รู้ว่าตัวเองทรงตัวยืนและเดินออกจากห้องไปได้หรือไม่ เพราะสติรับรู้สุดท้ายของเธอหยุดลงเพียงเท่านั้น...


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่สนับสนุนค่ะ"

รินวรส นางแมว


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha