ประกาศิตรักเจ้าทะเลทราย (ซีรี่ย์ชุดเจ้าทะเลทรายแห่งรัก)

โดย: กันติมา/กานต์พิชชา



ตอนที่ 1 : บทที่ 1


ตอนต่อไป

แสงแดดที่แผดจ้า และผืนทรายอันร้อนระอุ ไม่อาจทำให้ชายหนุ่มสองคน ที่นั่งอยู่บนหลังอาชาตัวใหญ่ ซึ่งกำลังวิ่งด้วยความเร็วดุจพายุระคายเคืองได้เลย

ทั้งสองควบม้าตีคู่กันมาตลอดทาง จนกระทั่งร้อยเมตรสุดท้ายก่อนถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ ม้าแข็งแรงปราดเปรียวตัวใหญ่ทางด้านขวาก็ค่อยๆ เร่งฝีเท้าเร็วขึ้นตามแรงกระตุ้น จนแซงม้าคู่ แข่งที่วิ่งตีคู่กันมานานได้สำเร็จ

เสียงม้าร้องดังขึ้นจนแสบแก้วหู เท้าคู่หน้ายกขึ้นสูงในอากาศเมื่อมันถูกผู้ควบคุมบนหลังกระตุกบังเหียนอย่างแรง ก่อนยืนหยุดสงบนิ่ง โดยที่คนบนหลังม้ายังนั่งสง่าอยู่เหมือนเดิม ไม่ได้ถูกม้าสะบัดตกแต่อย่างใด

เพียงสิบวินาที คนที่ถูกแซงหน้าขึ้นมาก่อนก็มาถึงเส้นชัย และกระทำในกิริยาเดียวกับคนแรกไม่มีผิดเพี้ยน

ไง เมื่อไหร่นายจะแก้มือได้เสียทีฮึราชิด

เสียงทุ้มกังวานแฝงไว้ด้วยอำนาจเต็มเปี่ยมเอ่ยขึ้น ถึงแม้ใบหน้าคมคายนั้นจะถูกซ่อนด้วยผ้าผืนใหญ่ ซึ่งเหลือให้เห็นเพียงดวงตาแต่แววตาที่เต้นระริก และรอยจีบย่นตรงหางตาก็บอกให้คนถูกถามรู้ได้ทันทีว่ากำลังถูกยิ้มเยาะอยู่

ท่านจะได้ดีใจอีกไม่นานนักหรอกครับท่านชีค

คราวนี้มีเสียงหัวเราะอย่างเปิดเผยจากคนชนะ คนแพ้ได้แต่ทำหน้ามุ่ยยอมรับความปราชัยเท่านั้น ร่างสูงชักบังเหียนม้าให้ออกเดินพร้อมกับเอ่ยขึ้นอย่างผยองว่า

หวังว่าวันนั้นคงมาถึงนะราชิด

ราชิดไม่ตอบ ชักบังเหียนม้าให้เดินตามผู้เป็นนายไป ทั้งสองลงจากหลังม้า แล้วเดินเข้าคฤหาสน์อันโอ่อ่าราวกับพระราช- วังไป โดยปล่อยให้ม้าของตนอยู่ในความดูแลของคนเลี้ยงม้าแทน

ชีคฮาคิม บิน อับบาฮิม อัล ทัจยาร์ฮา ก้าวเดินเข้าคฤหาสน์ของตนเองพร้อมกับราชิดองครักษ์คู่ใจ คฤหาสน์โอ่อ่าหลังนี้เป็นของตระกูลทัจยาร์ฮา โดยมีเขาชีคฮาคิมบุตรชายเพียงคนเดียวของอดีตชีคอับบาฮิมเป็นเจ้าของ

หลังจากการเสียชีวิตของชีคอับบาฮิม และชีคกาเจน่าจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสิบปีก่อน ชีคฮาคิมซึ่งเป็นบุตรชายคนเดียวก็ได้ขึ้นรับตำแหน่งผู้ปกครองรัฐอัสมานต่อแทน

รัฐอัสมาน เป็นรัฐที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอัสมานวาร์ ประเทศเล็กๆ ที่ปกคลุมไปด้วยทะเลทราย หากแต่มีทรัพยากรคือน้ำมันดิบมากมาย และเป็นแหล่งผลิตรายใหญ่อันดับสามของโลก เป็นประเทศเล็กๆ แต่ร่ำรวยมหาศาล

ประเทศอัสมานวาร์ มีรัฐที่อยู่ภายใต้การปกครองสี่รัฐคือ รัฐอัสมานซึ่งเป็นรัฐที่ใหญ่ที่สุด และถือเป็นเมืองหลวงของประเทศ มีความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจมากกว่าทุกรัฐ เรียกว่าเป็นหัวใจของประเทศเลยทีเดียว ส่วนอีกสามรัฐได้แก่ รัฐเจดดาร์ รัฐฮุฟราฟาและรัฐกาบิลาร์

ซึ่งแต่ละรัฐก็จะมีผู้ปกครอง ที่มีอำนาจจัดการเด็ดขาดอีกทอดหนึ่งคือชีคนั่นเอง และตำแหน่งนี้จะตกไปสู่รุ่นลูกรุ่นหลานของตระกูลต่อไป โดยไม่มีใครมาเปลี่ยนแปลงได้

ชีคฮาคิมสาวเท้าเดินไปตามระเบียงมุ่งสู่ห้องทำงาน โดยมีราชิดองครักษ์คู่ใจก้าวตามหลังไม่ห่าง เพราะไม่ว่าอยู่ข้างนอกหรือข้างในคฤหาสน์ ราชิดก็จะปฏิบัติหน้าที่อย่างดีเยี่ยมเสมอ

ชีคหนุ่มเดินเลี้ยวเข้าห้องโถงใหญ่ก็เห็นท่านหญิงฮานีฟา บิน อับบาฮิม อัล ทัจยาร์ฮา น้องสาวเพียงคนเดียวของตนเองนั่งอยู่บนโซฟาอยู่จึงเอ่ยทัก

อ้าว...ฮานีฟา น้องอยู่บ้านรึ ไหนบอกพี่ว่าจะไปหาซาอิดไงล่ะ

พี่ฮาคิมท่านหญิงฮานีฟาเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มให้พี่ชาย ก่อนจะวางงานปักผ้า ที่กำลังทำอยู่ลงบนโต๊ะข้างหน้า

ว่าไง ทำไมน้องถึงยังอยู่ที่บ้านล่ะชีคฮาคิมนั่งลงเคียงข้าง พลางเอื้อมมือไปหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนงาม ที่ผู้เป็นน้องสาวปักลวดลายต่างๆ ลงบนผืนผ้าด้วยตนเองมาดูอย่างชื่นชม

น้องไปมาแล้วค่ะแต่พี่ซาอิดไม่อยู่ จีน่าบอกน้องว่าพี่ซาอิดไปเมืองไทยเมื่อเช้านี้ท่านหญิงฮานีฟาตอบ วันนี้เธอตั้งใจจะเอาผ้าเช็ดหน้าที่ปักลายเสร็จแล้วไปให้เขา แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อไปหาแล้วไม่พบ

ไปเมืองไทยงั้นเหรอชีคหนุ่มทวนคำ ก่อนจะถามน้องสาวเสียงนุ่ม แล้วนี่ผืนไหนของพี่จ๊ะ

ท่านหญิงฮานีฟาหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวแบบเรียบๆ ตรงมุมผ้ามีตัวอักษรภาษาอังกฤษตัว H ปักติดอยู่ส่งให้พี่ชาย

ผืนนี้ค่ะ น้องรู้ว่าพี่ฮาคิมไม่ชอบลวดลายสวยงาม จึงปักเป็นชื่ออักษรย่อของพี่แทนค่ะ

ขอบใจมากจ้ะ น้องสาวพี่ยังรู้ใจไม่เปลี่ยนเลยนะ

ผู้เป็นน้องยิ้มรับอย่างภาคภูมิใจ ก่อนหันไปพูดกับราชิดอย่างเป็นกันเอง

ของพี่ราชิดก็มีนะคะ

ขอบคุณท่านหญิงมากครับที่กรุณา

ราชิดก้มศีรษะให้ ก่อนจะเดินเข้าไปรับผ้าเช็ดหน้าจากหญิงสาว ท่านหญิงฮานีฟามักจะเรียกราชิดว่าพี่เสมอ แม้ว่าอีกฝ่ายจะมีฐานะต่ำต้อยกว่าก็ตาม เพราะเธอไม่เคยถือยศศักดิ์กับคนสนิทชิดใกล้ อีกอย่างราชิดก็เป็นทั้งองครักษ์คู่ใจและเพื่อนสนิทของพี่ชายเธอด้วย

พี่ไปทำงานก่อนนะชีคฮาคิมเอ่ยขอตัว หลังจากทักทายกับผู้เป็นน้องสาวพอหอมปากหอมคอแล้ว

เดี๋ยวค่ะ น้องลืมบอกไปว่าเมื่อเช้าเฮเลนโทรมาหาพี่เธอเอ่ยถึงนางแบบสาวชาวอังกฤษ ที่เป็นคู่นอนของพี่ชายในขณะนี้ เธอเห็นเขาตีหน้ายุ่งจึงเดาได้เลยว่าคงเบื่อนางแบบคนนี้แล้วเป็นแน่

โทรมาทำไมเขาถามเสียงเรียบ แต่สีหน้าไม่ได้เรียบตามเลย

เธอบอกว่าติดต่อพี่ฮาคิมไม่ได้ เลยฝากบอกว่าเธอคิด ถึงและอยากเจอพี่ค่ะท่านหญิงฮานีฟาบอกไปตามที่ได้ฟังมาจากนางกำนัลที่รับสายอีกทีหนึ่ง

ชีคฮาคิมหน้าบึ้งเพราะไม่ชอบให้ใครมายุ่งวุ่นวายด้วย โดยเฉพาะผู้หญิงที่เป็นแค่คู่นอน สงสัยเขาต้องจัดการขั้นเด็ดขาดกับเฮเลนเสียแล้ว รวมถึงคนที่บังอาจให้เบอร์โทรศัพท์ที่บ้านกับเธอด้วย

ราชิด...จัดการให้ทีนะ อย่าให้มายุ่งวุ่นวายกับฉันอีกชีคฮาคิมสั่งเสียงขุ่น แล้วลุกเดินออกไปทันที

ท่านหญิงฮานีฟามองตาม พลางถอนหายใจออกมาอย่างอ่อนใจกับพฤติกรรมของพี่ชาย เห็นเป็นคนนิ่งๆ แบบนี้ก็เถอะ แต่เรื่องผู้หญิงไม่เป็นสองรองใครเลย

เธอก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าพี่ชายไปเอานิสัยแบบนี้มาจากไหน เพราะบิดานั้นก็เป็นคนรักเดียวใจเดียวและรักท่านแม่มาก ไม่เคยมีผู้หญิงอื่นเลยตลอดชีวิตของท่าน หญิงสาวประทับใจในความรักของพวกท่านมาก และหวังเอาไว้ว่าชีวิตแต่งงานของเธอจะเป็นเช่นพวกท่านเหมือนกัน

แก้มนวลแดงระเรื่อขึ้นเมื่อนึกถึงชายในดวงใจ ซาอิด ฮับฟาราน นักธุรกิจหนุ่มค้าน้ำมันที่ร่ำรวยมหาศาล เป็นทั้งหุ้นส่วนทางธุรกิจและเพื่อนสนิทของพี่ชายเธอ ชายหนุ่มเป็นบุตรชายคนเดียวของตระกูลฮับฟาราน และมีน้องสาวต่างมารดาคือจีน่า

เธอและเขารู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก มีความสนิทสนมชิดเชื้อกันประดุจราวกับเป็นพี่น้อง แต่สำหรับเธอไม่ได้คิดเช่นนั้น เพราะนับตั้งแต่โตเป็นสาว หัวใจของเธอก็เป็นของเขาไปแล้ว

ส่วนอีกฝ่ายนั้นเธอไม่รู้ว่าเขาคิดเช่นไร แต่ความเอื้ออาทรเอาใจใส่ที่เขามีให้เธอเสมอมาทำให้เธออดคิดฝันไม่ได้ว่าเขาอาจมีใจให้เธอด้วยเหมือนกัน เพราะข้างกายเขาไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนนอกจากเธออีก

 

ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย...

พี่ซาอิดคะเสียงใสๆ ร้องตะโกนขึ้น เมื่อเห็นคนที่ตนเองมารอรับปรากฏตัวขึ้น ร่างเพรียวระหงในชุดเดรสสีฟ้าอ่อน กระโปรงยาวแค่เข่า รีบวิ่งถลาเข้าสู่อ้อมอกกว้าง ซึ่งผู้เป็นเจ้าของเปิดอ้ารอรับอยู่ด้วยความดีใจ

คิดถึงจังเลยปากจิ้มลิ้มเอ่ยวาจาหวานเสนาะหู ทำให้คนฟังยิ้มกว้างแล้วตอบกลับเสียงหวานไม่แพ้กัน

พี่ก็คิดถึงมีนเหมือนกันจ้ะ ไหนดูซิ ไม่ได้เจอกันตั้งหลายเดือนมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเยอะหรือเปล่า

ซาอิด ฮับฟาราน หนุ่มลูกครึ่งไทย-อัสมานวาร์ วัยสามสิบเอ็ดปี นักธุรกิจค้าน้ำมันผู้ร่ำรวยมหาศาล เอ่ยเป็นภาษาไทยอย่างชัดถ้อยชัดคำ พลางดันร่างเพรียวระหงออกเพื่อพินิจดู

โอ้โฮ...สวยขึ้นเยอะเลยนะ

มีนา วงศ์พัฒนาภิรมณ์ หรือมีนหัวเราะคิกคักก่อนจะคว้าแขนล่ำของชายหนุ่มมาคล้องไว้ แล้วเชิดหน้าขึ้นบอกอย่างมั่นใจ

มันแน่นอนอยู่แล้วค่ะ

ซาอิดหัวเราะร่า พลางบีบจมูกโด่งรั้นของคนข้างกายอย่างมันเขี้ยว มีนาแกล้งทำโวยใส่ก่อนจะทุบอกเขาทีหนึ่งเป็นการแก้แค้นแล้วเอ่ยถาม

คราวนี้พี่ซาอิดมาคนเดียวหรือคะ แซนด้าไปไหนเหรอถึงไม่มาด้วยเธอถามถึงเลขาส่วนตัวของเขา สาวลูกครึ่งชาวอังกฤษ-อัสมานวาร์ ซึ่งมักจะติดตามชายหนุ่มไปไหนมาไหนด้วยเสมอ

คราวนี้พี่มาพักผ่อนจ้ะ ไม่ได้มาทำงาน ก็เลยไม่เอาเธอมาด้วย

จริงเหรอคะ ว้าว...งั้นพี่ซาอิดก็มีเวลาเที่ยวกับมีนสิ ใช่ไหมคะมีนาถามอย่างดีใจ ขณะเดินออกจากอาคารผู้โดยสารมายังรถของตนเอง ที่จอดอยู่ในลานจอดรถของสนามบิน

แน่นอนจ้ะซาอิดพยักหน้าตอบ พลางแบมือขอกุญแจรถยนต์จากเธอ ซึ่งมีนาก็รีบส่งให้อย่างไม่อิดออด แล้วนี่ทำไมขับรถมารับพี่เองล่ะ บอกแล้วใช่ไหมว่าไม่ต้องมารับ พี่ไปเองได้

ชายหนุ่มเอ่ยอย่างไม่ค่อยพอใจสักเท่าไรนักขณะขับรถแล่นสู่ถนนใหญ่ การจราจรในกรุงเทพฯ ยังคงติดขัดเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ทำให้รถวิ่งได้ช้าจนน่าหงุดหงิด

มีนาหน้ายู่เพราะเดาได้ถูกว่าจะต้องโดนตำหนิแน่ๆ

แหม...ก็มีนว่างนี่คะ อยู่บ้านไม่ได้ทำอะไร อีกอย่างมีนก็คิดถึงพี่มากๆ ด้วย ให้อดใจรออยู่บ้านไม่ไหวหรอก

อย่ามาปากหวานหน่อยเลยถึงจะรู้ทันแต่ซาอิดก็อดอมยิ้มด้วยความปลื้มใจไม่ได้ แต่ไม่วายทำเสียงเข้มว่า ยังไงทีหลังก็ห้ามขับรถเองนะ เราน่ะยังขับไม่แข็ง เดี๋ยวไปชนใครเข้าล่ะแย่เลย

หญิงสาวยิ้มรับเพราะรู้ว่าพี่ชายเป็นห่วง เพียงไม่นานรถสปอร์ตคันหรู ก็เลี้ยวเข้าเขตกำแพงบ้านวงศ์พัฒนาภิรมณ์ ซึ่งเป็นตระกูลเศรษฐีอันดับต้นๆ ของเมืองไทย ทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์

หนุ่มสาวลงจากรถ และปล่อยให้คนรับใช้ขนกระเป๋าเข้าไปเก็บให้บนห้อง ทันทีที่ซาอิดเหยียบย่างเข้าไปในบ้าน และเห็นว่ามารดายืนรอรับอยู่ก็โผเข้าหาอ้อมกอดของท่านทันทีด้วยความ คิดถึง

ซาอิด แม่คิดถึงลูกจังเลยไพลินโอบกอดลูกชายไว้ด้วยความคิดถึง ซาอิดดันตัวออกก่อนจะยกมือไหว้มารดา และอำพลซึ่งมีฐานะเป็นพ่อเลี้ยงของเขาอย่างนอบน้อมตามแบบไทย

ไหว้พระเถอะลูกอำพลรับไหว้ด้วยใบหน้าแช่มชื่น ดีใจที่ซาอิดมาเยี่ยมเพราะสำหรับเขาแล้ว ชายหนุ่มก็เปรียบเสมือนลูกชายคนโตของเขาอีกคนหนึ่ง

ผมก็คิดถึงคุณแม่เหมือนกันครับ

ซาอิด แม่ว่าลูกผอมไปนะ นี่คงจะทำงานหนักล่ะสิ พักผ่อนบ้างนะลูกไพลินถามอย่างเป็นห่วง เมื่อพินิจดูลูกชายทั่วร่างแล้วพบว่าผอมลงกว่าคราวก่อนที่เจอกัน

ช่วงนี้งานยุ่งมากเลยครับคุณแม่ แถมผมมีแผนที่จะลงทุนในธุรกิจด้านอื่นๆ อีกด้วย ก็เลยต้องศึกษาข้อมูลให้มากเข้าไว้ ผมเลยไม่ค่อยมีเวลามาเยี่ยมคุณแม่คุณพ่อและน้องเลย ขอโทษนะครับ

ไม่ต้องขอโทษหรอกจ้ะ แม่รู้ว่าลูกงานยุ่ง แต่แม่อยากให้ลูกพักผ่อนให้มากกว่านี้หน่อย ดูสิ...แก้มตอบ ขอบตาก็คล้ำเชียว

ซาอิดยิ้มรับความห่วงใยของมารดา ก่อนรับปากเพื่อให้ท่านสบายใจ

ครับคุณแม่

แม่ว่าลูกมาเหนื่อยๆ ขึ้นไปพักผ่อนบนห้องก่อนเถอะ แล้วเดี๋ยวเย็นนี้แม่จะทำอาหารไทยของโปรดของลูกให้ทาน

ขอบคุณครับคุณแม่ซาอิดหอมแก้มท่าน ก่อนจะขอตัวขึ้นห้องไปพักผ่อน ทว่าก่อนไปก็ยังไม่วายแกล้งน้องสาวเล่นด้วยการขยี้ผมเธอเสียจนยุ่งเหยิงไปหมด

พี่ซาอิด!มีนาพยายามหลบและโวยใส่ ซาอิดหัวเราะลั่นอย่างชอบใจ ก่อนจะเดินขึ้นบันไดสู่ชั้นบนอย่างอารมณ์ดี

พอเข้าห้องนอนมาได้ ชายหนุ่มก็ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่มด้วยความรู้สึกที่ผ่อนคลาย ทุกครั้งที่เขารู้สึกเหน็ดเหนื่อยหรือเคร่งเครียดจากงานมา พอได้มาอยู่ที่บ้านหลังนี้แล้วความรู้สึกเหล่านั้นก็หายเป็นปลิดทิ้งเลยทันที เพราะบ้านหลังนี้และครอบครัวนี้เป็นที่พักพิงอันแสนสงบ และให้ความสุขแก่เขาอย่างแท้จริง

ซาอิดพลิกตัวนอนคว่ำ เอื้อมมือไปหยิบกรอบรูปที่ตั้งอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียงมาดู ภาพใบนี้ถูกถ่ายไว้เมื่อห้าปีที่แล้ว ในภาพมีมารดา บิดาเลี้ยง มีนาและเขา รูปนี้ถ่ายตอนไปเที่ยวพักผ่อนกันที่บ้านพักตากอากาศที่หัวหิน ทุกคนต่างยิ้มแย้มแจ่มใสสู้กล้องอย่างมีความสุข มันเป็นภาพครอบครัวที่เขาไม่เคยคิดว่าจะมีนับตั้งแต่...

บิดาและมารดาแยกทางกัน!

ชายหนุ่มยังจำเหตุการณ์วันที่มารดาหิ้วกระเป๋าออกจากบ้านได้ดี เพราะเขาโตพอที่จะรับรู้ทุกอย่างได้แล้ว พวกท่านทั้งสองต้องเลิกกันก็เพราะย่าของเขาเป็นต้นเหตุ เนื่องจากท่านไม่ชอบมารดาเพราะเป็นคนต่างชาติต่างศาสนา แต่ที่จำยอมให้แต่งงานกันเพราะขัดปู่ของเขาไม่ได้

ตั้งแต่เขาจำความได้ ก็เห็นย่าคอยจิกหัวใช้แม่มาตลอดทั้งๆ ที่มีคนรับใช้คอยทำให้อยู่แล้ว แถมยังชอบพูดจาเสียดสีเป็นประจำ ทว่าแม่ของเขาก็อดทนเพื่อที่จะได้อยู่กับพ่อและเขา จนกระทั่งปู่เสียชีวิตลงและย่าหาภรรยาคนที่สองมาให้บิดา

มารดาของเขาต้องกล้ำกลืนฝืนทน ยอมให้ทั้งสองโขกสับสารพัด โดยที่บิดาไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย ตอนนั้นเขาเกลียดบิดามาก เพราะท่านเป็นคนอ่อนแอเกินไป ยอมเชื่อฟังทุกอย่างที่ย่าบอก เขาสงสารแม่มากแต่ก็ช่วยอะไรท่านไม่ได้เลยเพราะยังเด็กนัก

และแล้วก็มาถึงจุดที่มารดาทนไม่ไหวอีกต่อไป ท่านขอหย่าไม่ว่าบิดาจะทัดทานอ้อนวอนเท่าไรก็ตาม ท่านตั้งใจจะพาเขาไปด้วยและเขาเองก็เต็มใจยิ่งนัก เพราะไม่ต้องการอยู่บ้านที่มีแต่คนใจร้ายแบบนี้ แต่แล้วความหวังของเขาก็พังทลายลงเมื่อบิดาคัดค้านไม่ยอมให้ไป ไม่ว่ามารดาหรือเขาจะอ้อนวอนขอร้องเท่าใดก็ตาม

สุดท้ายแม่จากไปทิ้งเขาไว้เพียงลำพัง เขาโกรธเกลียดพ่อมากจนไม่ยอมมองหน้าและพูดด้วยอีก ทุกครั้งที่เจอกันก็จะทำราวกับท่านไม่มีตัวตน จนนับวันก็ยิ่งห่างเหินกันไปไกลเหมือนคนแปลกหน้าเข้าไปทุกที

เขารู้ว่าท่านเสียใจและน้อยใจ แต่จะให้ทำยังไงได้ในเมื่อท่านเป็นต้นเหตุให้เขาต้องกำพร้าแม่ และสิ่งที่เขาเกลียดที่สุดคือความอ่อนแอของท่าน ถ้าท่านไม่อ่อนแอยอมให้คนอื่นมาบงการชีวิต เรื่องน่าเศร้าแบบนี้ก็คงจะไม่เกิดขึ้น

หลังจากเกิดเรื่องขึ้น ซาอิดก็กลายเป็นคนเงียบขรึมไม่พูดไม่จาไป พอเรียนมหาวิทยาลัยเขาก็ออกไปอยู่อพาร์ตเมนต์ตามลำพัง เรียนและเที่ยวเฮฮากับเพื่อนๆ โดยไม่สนใจข่าวคราวของที่บ้านอีกเลย

แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังรู้ว่า 'มีล่า' ภรรยาคนที่สองของบิดาตั้งครรภ์ ย่าของเขาสวดภาวนาขอให้เป็นผู้ชาย แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อคลอดออกมาเป็นผู้หญิง บอกตรงๆ เลยว่าตอนนั้นเขารู้สึกสะใจเป็นที่สุด

ตอนนั้นเองที่เขาคิดถึงมารดาจับใจ คิดจะไปเยี่ยมท่านที่เมืองไทย เพราะเขาโตพอที่จะทำตามความต้องการของตนเองได้แล้ว เขาจ้างนักสืบให้ออกตามหาท่าน และก็ต้องช็อกเมื่อพบว่าท่านแต่งงานมีครอบครัวใหม่ไปแล้ว

โลกของเขาในตอนนั้นเหมือนแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ราวกับตกจากที่สูงและรอบด้านมีแต่ความมืดมิดเขาเสียใจจนแทบเกือบไม่เป็นผู้เป็นคนเลยทีเดียว

บิดามีลูกใหม่ มารดาก็แต่งงานและมีลูกใหม่ เขาสูญสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว ของที่เคยเป็นของเขาถูกพรากไปอย่างไม่มีวันกลับ โชคดีที่ตอนนั้นเขามีเพื่อนๆ คอยปลอบใจจึงเริ่มทำใจได้ และตัดสินใจเดินทางไปหามารดาที่เมืองไทยทันที

ถึงจะรู้ว่าท่านมีครอบครัวใหม่แล้วก็ตาม แต่เขาก็อยากจะเจอหน้าท่านอีกสักครั้งหนึ่ง

ทันทีที่พบหน้ากัน ชายหนุ่มไม่อยากเชื่อเลยว่ามารดาจะจำเขาได้ เขาดีใจร้องไห้กับอกท่าน เพราะมันหมายความว่าท่านไม่เคยลืมเขาเลย และเขาก็ได้รู้ความจริงว่าถึงแม้พ่อกับแม่จะเลิกกันแล้ว ทว่าพวกท่านก็ยังติดต่อกันเสมอในเรื่องของเขา

บิดาจะส่งรูปของเขาตั้งแต่เด็กจนโตในอิริยาบถต่างๆ มาให้มารดาดู ซึ่งเป็นรูปถ่ายตอนที่เขาไม่รู้ตัวทั้งนั้น เขาจึงรู้ว่าท่านส่งคนคอยติดตามเขามาตลอด พอรู้เช่นนี้โลกอันมืดมิดของเขาก็สว่างไสวขึ้นมาทันที เมื่อรู้ว่าพวกท่านยังรักเขาอยู่เหมือนเดิม

และตอนนี้เองที่ทำให้เขาได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวแสนสุขนี้ มารดาได้แนะนำให้รู้จักกับอำพลและมีนา ซึ่งตอนแรกเขาก็ทำเย็นชาใส่สองพ่อลูก แต่ทั้งสองก็ไม่ถือสาแถมยังเป็นมิตรด้วยอย่างจริงใจ เขามาหามารดาที่เมืองไทยสองสามครั้งก็ยังได้รับการต้อนรับจากทุกคนเป็นอย่างดีตลอด

ทั้งอำพลและมีนานั้นทำราวกับว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว ไม่มีใครรังเกียจหรือเห็นเขาเป็นส่วนเกินแม้แต่น้อย มันทำให้จิตใจที่แข็งกระด้างของเขาอ่อนลง จนสุดท้ายเขาก็ยอมรับครอบครัวนี้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตได้อย่างเต็มใจ ทำให้ความสุขเริ่มหวนกลับมาหาเขาอีกครั้งหนึ่ง

นอกจากนี้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับบิดาก็เริ่มดีขึ้นด้วยเหมือนกัน เมื่อเขายอมให้อภัยและยอมเปิดใจรับรู้ว่าท่านรักเขามากเพียงใด เขาเริ่มละอายใจที่ตลอดเวลาไม่เคยทำตัวเป็นลูกที่ดี แถมยังคอยพูดจาประชดประชันให้ท่านต้องเสียใจอยู่บ่อยๆ เขาจึงสัญญาว่านับจากนี้จะเป็นลูกที่ดีของท่านตลอดไป

ชีวิตของซาอิดกลับมามีความสุขอีกครั้งหนึ่ง แม้จะต้องหงุดหงิดรำคาญใจกับจีน่า น้องสาวที่เกิดจากภรรยาคนที่สองของพ่อและย่าบ้างก็ตาม

แต่แล้วความสุขก็อยู่ได้ไม่นาน เมื่อเขาเรียนจบและเริ่มเข้าบริหารงานต่อจากบิดา ท่านก็เริ่มเจ็บป่วยจนกระทั่งเสียชีวิตลง และไม่นานต่อมาย่าก็เสียชีวิตตามไปอีกคนด้วยโรคภัยไข้เจ็บเช่นกัน ทรัพย์สมบัติของตระกูลฮับฟารานทุกอย่างจึงตกเป็นของเขา ซึ่งเป็นบุตรชายเพียงคนเดียว

เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น พร้อมกับเสียงสาวใช้บอกว่ามารดาให้มาตามไปทานอาหารเย็น ซาอิดจึงตื่นจากภวังค์ความคิด ชายหนุ่มวางรูปไว้ที่เดิมแล้วหัวเราะขันตนเองเล็กน้อยที่มัวแต่คิดถึงอดีตเพลิน จนลืมความตั้งใจที่ว่าจะนอนหลับพักผ่อนซักงีบก่อนลงไปทานข้าวเสียสนิท

ซาอิดลุกจากเตียงแล้วเดินออกจากห้องด้วยกิริยายินดี เมื่อคิดถึงรสชาติอาหารไทยของโปรดที่มารดาทำแล้วก็นึกหิวจนน้ำสอขึ้นมาทันที


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha