ประกาศิตรักเจ้าทะเลทราย (ซีรี่ย์ชุดเจ้าทะเลทรายแห่งรัก)

โดย: กันติมา/กานต์พิชชา



ตอนที่ 2 : บทที่ 2


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ทุกคนนั่งพร้อมหน้าพร้อมตากันอยู่ที่โต๊ะอาหาร ซาอิดมองอาหารบนโต๊ะแล้วกลืนน้ำลายอึกใหญ่ มีนาเห็นอาการของพี่ชายก็นึกขันจึงเอ่ยแซวเล่น

น้ำลายจะหยดลงบนกับข้าวแล้วค่ะพี่ซาอิด

ชายหนุ่มหัวเราะเขินๆ ไพลินกับอำพลอมยิ้มอย่างเอ็นดูก่อนผู้เป็นมารดาจะเอ่ยอย่างเอาใจ

ไปล้อพี่เค้าทำไมกัน ซาอิด...ลูกต้องกินเยอะๆ นะจ๊ะ แม่ทำสุดฝีมือเลย ดูสิ...มีแต่ของที่ลูกชอบทั้งนั้นเลย ทั้งแกงเขียวหวานไก่ น้ำพริกปลาทูและก็มีต้มยำกุ้งจ้ะ

น่ากินทั้งนั้นเลยครับ ขอบคุณนะครับคุณแม่

น่ากินก็ทานเยอะๆ นะจ๊ะไพลินยิ้มปลื้มที่ลูกชอบก่อนจะตักกับข้าวใส่จานให้บุตรชาย จากนั้นทุกคนก็เริ่มลงมือทานข้าวกันอย่างเอร็ดอร่อย

ซาอิดเจริญอาหารมากกว่าใครเพราะเขากินข้าวเป็นจานที่สองแล้ว หลังจากอิ่มหมีพีมันกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทุกคนก็พากันมานั่งคุยเล่นกันที่ห้องนั่งเล่นต่อ

แล้วนี่ทำเรื่องเรียนต่อโทถึงไหนแล้วล่ะมีนซาอิดถามถึงเรื่องเรียนต่อของน้องสาวเมื่อนึกขึ้นได้

ก็เรียบร้อยหมดแล้วค่ะมีนาตอบและบอกถึงกำหนดการเปิดเรียนให้พี่ชายทราบ

งั้นก็มีเวลาว่างเกือบสามเดือนเลยน่ะสิชายหนุ่มพึมพำออกมา

แล้วลูกจัดการเรื่องที่พักให้น้องเรียบร้อยแล้วหรือยังจ๊ะไพลินถาม เนื่องจากลูกชายขอเป็นคนจัดการเรื่องที่พักในอเมริกาให้น้องสาวเอง

เรียบร้อยแล้วครับคุณแม่ ผมซื้อบ้านไว้ใกล้ๆ กับมหาลัยฯ ที่น้องเรียนอยู่แล้วครับ

ซื้อบ้านเลยเหรออำพลมีสีหน้าไม่เห็นด้วย ก่อนเอ่ยอย่างเกรงใจ พ่อว่าซาอิดน่าจะหาแค่อพาร์ตเมนต์ให้น้องอยู่จะดีกว่านะ

ใช่จ้ะ แม่เห็นด้วยกับพ่อนะไพลินสนับสนุนความคิดของสามี เพราะไม่อยากให้ลูกชายสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ

อย่ากังวลไปเลยครับ ผมตั้งใจที่จะซื้อบ้านที่นั่นอยู่แล้ว เผื่อเอาไว้เวลาไปทำงานหรือไปเที่ยวที่นั่น จะได้ไม่ต้องไปพักที่โรงแรมน่ะครับมารดาทำท่าจะค้านอีก ซาอิดจึงรีบอธิบายต่อ

น้องไปอยู่อพาร์ตเมนต์คนเดียวผมเป็นห่วง ให้ไปอยู่ที่บ้านน่ะดีแล้ว เพราะอย่างน้อยก็มีคนของผมคอยดูแลให้ คุณพ่อคุณแม่จะได้ไม่ต้องเป็นห่วงด้วยไงครับ

ท่านทั้งสองฟังเหตุผลแล้ว ก็อดพยักหน้าเห็นด้วยไม่ได้

ที่ซื้อบ้านให้มีนอยู่นี่เพราะเป็นห่วง หรือว่าจะได้ควบคุมความประพฤติได้สะดวกกันแน่คะมีนาถามพลางเหล่ตามองพี่ชายอย่างจับผิด ซาอิดหัวเราะขำพร้อมกับเอื้อมมือไปขยี้ผมน้องสาวเล่นด้วยความมันเขี้ยว

รู้ทันนักนะเรา มันก็ทั้งสองอย่างนั่นแหละ มีนไปอยู่บ้านของพี่มีคนของพี่ดูแล พี่กับคุณพ่อคุณแม่ก็หมดห่วง จริงไหม

ค่า..มีนาดึงมือพี่ชายออกจากศีรษะแล้วเอามากอดไว้แทน ก่อนจะเอียงหน้าซบไหล่หนาอย่างมีความสุข จะไม่ให้เป็นสุขได้ยังไงในเมื่อมีคนที่เธอรักคอยห่วงใยเธอมากมายถึงเพียงนี้

ซาอิดมองคนซบไหล่อย่างเอ็นดู เขามีน้องสาวสองคน คนหนึ่งเป็นน้องต่างมารดา ส่วนอีกคนเป็นน้องต่างบิดา ซึ่งถ้าพูดถึงการรักน้องแล้วล่ะก็จะว่าเขาลำเอียงก็ว่าได้

เขารักมีนามากกว่าจีน่าที่เติบโตมาด้วยกันเสียอีก ความที่เขาเกลียดแม่ของเธอเลยทำให้ไม่อยากสนิทสนมด้วย อีกทั้งนิสัยของจีน่านั้นก็ถอดแบบมาจากย่าและแม่ของเธอเลยทีเดียว เขาก็เลยไม่ชอบแต่ก็ไม่ถึงกับเกลียดเพราะยังไงก็เป็นน้อง

ส่วนมีนาเป็นลูกของมารดา ความที่เขารักแม่มากความรักนั้นจึงเผื่อแผ่มาถึงมีนาด้วยเช่นกัน อีกทั้งหญิงสาวยังเป็นเด็กที่จิตใจดีร่าเริงแจ่มใส แม้จะขี้อ้อนเอาแต่ใจตัวเองไปหน่อยก็ตาม แต่ความเป็นเธอแบบนี้กลับทำให้เขารักใคร่เอ็นดูจนหมดหัวใจ

พี่ซาอิดจะอยู่ที่นี่กี่วันเหรอคะ

สามวันจ้ะ

สามวันเองเหรอคะ น้อยจังมีนาทำหน้ายู่อย่างไม่พอใจ “อยู่สามวันยังไม่ทันหายคิดถึงเลย แถมยังเที่ยวไม่จุใจอีกต่างหาก แค่สามวันแล้วพวกเราจะไปเที่ยวที่ไหนกันได้ล่ะคะนอกจากเมืองไทย มีนนะอุตส่าห์วางแผนว่าจะไปเที่ยวจีน ญี่ปุ่น ฮ่องกงและอีกหลายๆ ที่เลย เฮ้อ...เซ็ง...ไอ้เราก็นึกว่าจะมีเวลาให้เป็นอาทิตย์ๆ ซะอีกหญิงสาวโอดครวญยกใหญ่ ใบหน้านวลเศร้าสร้อยลง เมื่อโปรแกรมที่วาดหวังไว้เป็นอันต้องล้มเลิกไป

งั้นเอาแบบนี้ดีไหม มีนกับคุณพ่อคุณแม่ก็ไปเที่ยวที่อัสมานวาร์กันสิซาอิดเสนอเพราะอยากให้ทุกคนไปเที่ยวที่โน่นบ้างมานานแล้ว

ไปอัสมานวาร์!สามคนพ่อแม่ลูกอุทานออกมาพร้อมกัน ก่อนมีนาจะตาโตด้วยความตื่นเต้น เพราะเธอยังไม่เคยได้ไปเที่ยวบ้านเกิดเมืองนอนของพี่ชายเลยสักครั้ง แถมยังไม่เคยเที่ยวในทะเลทรายอีกด้วย

ทว่าขณะที่หญิงสาวกำลังตื่นเต้นอยากไปอยู่นั้น บิดามารดาของเธอดูท่าจะไม่ได้อยากไปด้วยเลยสักนิดเดียว

แม่ว่าอย่าดีกว่านะจ๊ะไพลินปฏิเสธด้วยสีหน้าลำบากใจ

ทำไมล่ะคะคุณแม่มีนาถามอย่างขัดใจเช่นเดียวกับซาอิด

นั่นสิครับ ทำไม?”

แม่ไม่อยากไปที่นั่นอีก แล้วอีกอย่างมันก็ไม่สมควรด้วยนับตั้งแต่ไพลินหย่าขาดจากทาลานผู้เป็นสามีแล้ว เธอก็ไม่เคยเหยียบย่างไปที่นั่นอีกเลย แม้แต่งานศพของอดีตสามีเธอก็ไม่ได้ไป

ไม่ใช่ว่ารังเกียจอะไรแต่เธอไม่อยากไปให้ยารา อดีตแม่สามีและมีล่าภรรยาอีกคนของทาลานต้องขุ่นเคืองใจต่างหาก และอีกอย่างเธอก็ไม่อยากไปเห็นสิ่งเก่าๆ ที่ทำให้หวนคิดถึงอดีตอันแสนเจ็บปวดทรมานอีก ถึงแม้บาดแผลในใจจะถูกรักษาหายไปนานแล้วก็ตาม

ทำไมจะไม่สมควรล่ะครับ ในเมื่อที่นั่นมันเป็นบ้านของผม ใครจะมาห้ามไม่ให้คุณแม่ไปไม่ได้เด็ดขาดซาอิดบอกด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง ไพลินจึงยิ้มอ่อนโยนให้แต่ก็ยังคงปฏิเสธเช่นเดิม

เอาเถอะจ้ะ ยังไงแม่ก็ยังไม่อยากไปตอนนี้อยู่ดี ซาอิดเข้าใจแม่นะลูก

แม้จะขัดใจแต่ชายหนุ่มก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ส่วนมีนาแม้จะเข้าใจเหตุผลของมารดาดีทว่าก็อดเสียดายไม่ได้ อำพลเห็นสีหน้าลูกสาวแล้วก็ยิ้มขัน

ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะลูก

ก็มันอดเสียดายไม่ได้นี่คะ

เสียดายทำไมกันจ๊ะ แม่กับพ่อไม่ไปแต่ก็ใช่ว่าหนูจะไม่ได้ไปนี่นา

สิ้นคำของผู้เป็นพ่อ ใบหน้าห่อเหี่ยวของมีนาก็พลันสดใสขึ้นทันตา

จริงๆ นะคะเมื่อเห็นพ่อกับแม่พยักหน้าให้ หญิงสาวก็ถึงกลับร้องไชโยออกมาด้วยความดีใจ ทุกคนจึงยิ้มขำด้วยความเอ็นดู

 

หญิงวัยกลางคนอายุประมาณสี่สิบเศษๆ ทว่าใบหน้ายังคงงดงามดูอ่อนกว่าอายุจริงมากนัก เพราะได้รับการดูแลและบำรุงอย่างดี เงยหน้าขึ้นมองบุตรสาวเพียงคนเดียวที่เดินเข้ามาหาเธอในห้องด้วยสีหน้าบูดบึ้ง

มีล่าวางสร้อยเพชรที่นำออกมาขัดถูลงในกล่องตามเดิม พลางถามบุตรสาวอย่างสงสัย

เป็นอะไรไปจีน่า ใครขัดใจมาหรือไง

เปล่าค่ะ คุณแม่คะ เมื่อไรพี่ซาอิดจะกลับมาเสียทีล่ะคะ

จีน่าผู้มีใบหน้างดงามไม่แพ้มารดาแถมยังสะสวยกว่าเสียด้วยซ้ำ เพราะยังอายุน้อยอยู่เอ่ยถามด้วยความอยากรู้ หญิงสาวเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของตระกูล จึงค่อนข้างเอาแต่ใจตนเองเนื่องจากมีมารดาคอยให้ท้ายอยู่ตลอด

ถามทำไมมีล่าเริ่มอารมณ์เสียเมื่อได้ยินชื่อลูกเลี้ยงของตนเอง เธอนั้นเป็นภรรยาคนที่สองของทาลานแต่นั่นมันเป็นอดีตไปแล้ว เมื่อมารดาของซาอิดหย่าขาดจากทาลานไป ตอนนี้จึงมีเธอเป็นภรรยาเพียงคนเดียวของเขาเท่านั้น

และแน่นอนว่าเธอต้องมีศักดิ์เป็นมารดาของซาอิดคนหนึ่งเหมือนกัน ถึงจะไม่ใช่แม่แท้ๆ ก็ตามที แต่ชายหนุ่มกลับไม่เคยยอมรับเธอในฐานะนั้นเลย แถมตั้งแต่ยาราผู้เป็นแม่สามีของเธอตายไป เขาก็ยิ่งไม่ให้ความเคารพต่อเธอมากขึ้นไปอีก

มีล่ารู้ตัวดีว่าเป็นแค่แม่เลี้ยง แถมยังมีส่วนทำให้แม่ของเขาทนไม่ไหวต้องจากไปอยู่เมืองไทย แต่ถึงยังไงเขาก็ต้องหัดเคารพเกรงใจและเชื่อฟังเธอบ้างในฐานะญาติผู้ใหญ่ ไม่ใช่นึกจะทำอะไรก็ทำ จะไปไหนมาไหนโดยไม่ปรึกษากันเลยแบบนี้ คิดแล้วก็น่าโมโหนัก เพราะก่อนไปเมืองไทยซาอิดได้ทำให้เธอเดือดดาลใจเหลือเกิน

มีอย่างที่ไหน ไม่ให้เงินเธอไปซื้อห้องชุดที่คอนโดหรูริมแม่น้ำชาล่าที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆ โดยอ้างว่าไม่อยากสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ แม้ว่าเธอจะอ้อนวอนยังไงแต่เขาก็ไม่ยอมใจอ่อน เธอจึงได้แต่เก็บความแค้นเคืองเอาไว้อยู่ในใจ

ก็ถ้าพี่ซาอิดกลับมาแล้ว พี่ฮาคิมก็ต้องมาหาสิคะ หนูก็จะได้พบเขาจีน่าบอกถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงในการถามถึงพี่ชายให้มารดารู้

ซาอิดจะไปไหนหรือทำอะไรนั้นเธอไม่สนใจหรอก เพราะไม่ได้รักใคร่ผูกพันฉันพี่น้องกันสักเท่าไรนัก แต่ที่ถามถึงเพราะอยากพบชีคฮาคิมมากกว่า

เนื่องจากผ่านมาหลายอาทิตย์แล้วที่เธอไม่ได้พบหน้าเขาเลย ครั้นพอหาเหตุผลไปเยี่ยมท่านหญิงฮานีฟาที่คฤหาสน์ เพื่อหวังจะเจอเขาได้กลับต้องผิดหวังเมื่อชายหนุ่มไม่อยู่บ้าน ตอนนี้หัวจิตหัวใจของเธอมันร้อนรุ่มด้วยความคิดถึงเหลือเกิน

จีน่าหลงรักชีคฮาคิมมาตั้งแต่แตกเนื้อสาวแล้ว หญิงสาวพบเขาครั้งแรกที่บ้าน เมื่อเขามาหาพี่ชายของเธอ และเพียงแค่ได้เห็นหน้าเท่านั้น หัวใจของเธอก็ตกเป็นของเขาในทันทีและตั้งแต่นั้นมา เธอก็เฝ้ารอที่จะได้พบหน้าชายหนุ่มทุกวัน เริ่มฝันว่าวันหนึ่งจะได้เป็นชีคกาของเขา

จีน่าเริ่มใช้ประโยชน์จากการเป็นน้องสาวของเพื่อนรักของเขาให้เป็นประโยชน์ พยายามหาทางใกล้ชิดชีคหนุ่มให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เวลาที่เขามาหาซาอิดที่บ้าน

คงอีกหลายวันกว่าจะกลับมีล่าบอกเพราะรู้ดีว่าซาอิดไปเมืองไทยจะต้องไปหามารดาของเขาอย่างแน่นอน แล้วทำไมลูกไม่ไปหาท่านชีคที่คฤหาสน์ล่ะ

ไปมาแล้วค่ะ แต่ไม่เจอจีน่าบอกอย่างเซ็งๆ

ลูกต้องหมั่นไปเยี่ยมท่านบ่อยๆ เอาของไปฝากบ้าง แล้วก็พยายามตีสนิทท่านหญิงฮานีฟาเอาไว้นะ เพราะท่านจะเป็นตัวช่วยอย่างดีให้ลูกของแม่สมปรารถนา

มีล่าสนับสนุนและหมายมั่นปั้นมือ หวังจะได้ชีคฮาคิมมาเป็นลูกเขยให้ได้ เพราะสมบัติพัสถานกับตำแหน่งอันสูงส่งของชีคหนุ่มยั่วยวนใจเธอเสียเหลือเกิน หากจีน่าได้แต่งงานกับชีคฮาคิม จริงก็การันตีได้ถึงความสุขสบายไปตลอดชีวิตรวมถึงเธอด้วย

ทุกวันนี้เธอกับลูกสาวก็ไม่ต่างอะไรกับผู้อาศัยเลยในบ้านหลังนี้ มีล่าทั้งโกรธและน้อยใจสามีนักที่รักลูกลำเอียง เธอเข้าใจว่าจีน่าเป็นผู้หญิงคงไม่สามารถดูแลกิจการต่างๆ ของครอบครัวได้เหมือนซาอิด ที่เป็นผู้ชายแถมยังเป็นลูกชายคนเดียวของตระกูล

แต่อย่างน้อยก็น่าจะให้อะไรจีน่ามากกว่านี้ และไม่ควรจำกัดสิทธิ์ของเธอกับลูกให้อยู่ภายใต้การดูแลของซาอิด ตอนนี้ไม่ว่าเธอกับลูกอยากได้อะไรก็ต้องขอจากซาอิดเท่านั้น มีล่าจึงเกลียดลูกเลี้ยงคนนี้มาก แต่ถึงจะเกลียดมากแค่ไหนก็ต้องคอยเอาใจและทำดีด้วยใส่ เพราะยังอยากอยู่สุขสบายที่บ้านหลังนี้ต่อไป

ค่ะคุณแม่จีน่ารับคำสอนของมารดา ทุกวันนี้หญิงสาวก็พยายามทำตัวให้สนิทสนมกับท่านหญิงฮานีฟาอยู่แล้ว เพราะท่านหญิงจะเป็นสะพานให้เธอก้าวผ่านเข้าไปถึงตัวชีคฮาคิมได้เป็นอย่างดี

 

ณ ท่าอากาศยานนานาชาติ ประเทศอัสมานวาร์

บริเวณส่วนของผู้โดยสารขาเข้านั้น เนืองแน่นไปด้วยผู้คนหลากหลายเชื้อชาติต่างภาษา ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวและมาลงทุนธุรกิจในประเทศอัสมานวาร์

ชายหญิงคู่หนึ่งเข็นรถเข็นใส่กระเป๋าเดินทางคันหนึ่งเดินเคียงกันออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ก่อนจะมาหยุดยืนอยู่บริเวณที่มีผู้คนไม่พลุกพล่านมากนัก

เอ้า หันไปหันมาจนคอจะเคล็ดแล้วมั้งมีนซาอิดเอ่ยแซวเล่นเสียงกลั้วหัวเราะ เมื่อเห็นน้องสาวหันไปทางนู้นทีทางนี้ทีตลอดเวลา

แหมพี่ซาอิดก็...มีนเพิ่งมาที่นี่ครั้งแรกนะคะ ก็ต้องตื่นเต้นดูโน่นดูนี่ที่มันแปลกตาบ้างสิมีนาบอกเสียงใสและยังคงหันมองดูรอบๆ ตัวอยู่

พี่ไม่เห็นที่นี่จะมีอะไรแปลกตาเลย ก็เหมือนสนามบินทั่วไปนั่นแหละ รอให้ออกจากที่นี่ก่อนเถอะถึงจะได้เจอสิ่งแปลกตาจริงๆ เอ...ไม่รู้คนขับรถที่บ้านมารอแล้วหรือยัง เดี๋ยวพี่โทรเช็กดูก่อนนะว่าแล้วก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง หยิบโทรศัพท์ มือถือยี่ห้อดังรุ่นล่าสุดออกมากดโทรออกทันที

แย่จริง อุตส่าห์โทรมาบอกล่วงหน้าแล้วแท้ๆ ว่าจะมาเวลาไหน ยังต้องมาให้รออีกซาอิดบ่นอุบอย่างหัวเสีย เมื่อรู้ว่าคนขับรถที่บ้านเพิ่งจะออกมารับ

ช่างเถอะค่ะ อย่าไปโกรธเขาเลย คนเราก็มีลืมกันได้นี่คะหญิงสาวบอกก่อนจะยัดกล้องถ่ายรูปใส่ในมือพี่ชายแล้วร้องขอให้ช่วย ช่วยถ่ายรูปให้มีนหน่อยสิคะ

ชายหนุ่มยอมทำตามคำขอ เขาถ่ายรูปให้เธออยู่หลายภาพ ก่อนที่จะมีเสียงทักเขาจากทางด้านหลังดังขึ้น

สวัสดีครับคุณซาอิด

อ้าว...สวัสดีครับคุณอาหมัดซาอิดยื่นมือไปจับทักทายอีกฝ่ายอย่างยินดีที่ได้พบกัน เพราะเร็วๆ นี้เขาและอาหมัดมีโครงการที่จะทำธุรกิจด้านโรงแรมร่วมกัน ดีใจที่ได้พบคุณครับ คุณมาที่นี่เพิ่งกลับเข้ามาหรือว่ากำลังจะเดินทางออกไปครับนี่

ออกครับ มีงานด่วนที่จะต้องไปดู ช่วงนี้ไม่รู้เป็นอะไรเดินทางเข้าออกเป็นว่าเล่นเลยอาหมัดตอบเสียงกลั้วหัวเราะ ก่อนจะมองไปทางมีนาอย่างสนใจ ซาอิดจึงเอ่ยแนะนำให้รู้จักเป็นภาษาอังกฤษ

นี่มีนาน้องสาวของผมครับ มีนจ๊ะ นี่คุณอาหมัดเพื่อนทางธุรกิจของพี่เอง

มีนาและอาหมัดยื่นมือออกมาจับทักทายกัน พร้อมกับส่งรอยยิ้มเป็นมิตรให้แก่กัน

ยินดีที่ได้รู้จักค่ะมีนากล่าวทักทายก่อนเป็นภาษาอังกฤษ อาหมัดจึงตอบกลับเป็นภาษาเดียวกัน

เช่นกันครับ เป็นน้องสาวหรือครับนี่ ตอนแรกผมก็หลงคิดว่าเป็นแฟนคุณซาอิดซะอีกประโยคสุดท้ายเขาหันไปกระเซ้าซาอิดเล่น ซึ่งชายหนุ่มก็ยิ้มรับแต่ก็ไม่พูดอะไร

เมื่ออาหมัดยังไม่ถึงเวลาขึ้นเครื่อง และคนขับรถของซาอิดก็ยังมาไม่ถึง ทั้งสองคนจึงถือโอกาสคุยกันเรื่องงานที่วางแผนจะทำร่วมกันคร่าวๆ ก่อน

มีนาซึ่งฟังภาษาที่ทั้งคู่คุยกันไม่รู้เรื่องเพราะไม่ได้คุยกันเป็นภาษาอังกฤษ หญิงสาวจึงกลายเป็นส่วนเกินไปโดยปริยาย เธอขี้เกียจยืนฟังเฉยๆ จึงเอ่ยขอตัวไปเข้าห้องน้ำ

มีนาเดินหาห้องน้ำจนเจอ ก็เข้าไปจัดการทำธุระส่วนตัวและตรวจดูความเรียบร้อยของหน้าตาและทรงผม การแต่งหน้าของหญิงสาวนั้นผิดกับสาวทั่วไป เพราะเธอแค่ทาแป้งและทาลิปสติกสีชมพูมันวาวให้พอมีสีสันเท่านั้น

แต่ถึงจะแต่งหน้าเพียงแค่นี้ ก็สามารถทำให้ชายหนุ่มที่พบเห็นมองตามจนเหลียวหลังได้ไม่ยากนัก เพราะมีนาจัดว่าเป็นคนหน้าตาดีคนหนึ่ง แม้ไม่สวยจัดทว่าก็ออกแนวน่ารักน่ามองยิ่งนัก

เครื่องหน้าทุกชิ้นของเธอ ไม่ว่าจะเป็นคิ้วโก่งเรียวได้รูปดำขลับ ซึ่งรับกับดวงตากลมโตแสนหวาน จมูกโด่งเป็นสันและริมฝีปากจิ้มลิ้มน่าจูบนั้น ดูลงตัวกับใบหน้านวลกระจ่างใสเป็นอย่างดี

พอออกจากห้องน้ำ มีนาก็เดินกลับไปทางเก่าเพื่อไปหาพี่ชาย ผู้คนมากมายทำให้เธอต้องเดินระวังตัวมากขึ้น แต่ถึงจะระวังอย่างดีแล้วก็ยังไม่วายถูกผู้หญิงคนหนึ่งที่เดินสวนมาชนเข้าจนได้

หญิงสาวจึงเซเพราะชนค่อนข้างแรง เธอหันไปมองคนชนแล้วก็นึกโมโหมากขึ้น เพราะผู้หญิงคนนั้นเดินลิ่วๆ จากไป ไม่หันกลับมามองและก็ไม่มีคำขอโทษแม้แต่คำเดียว

จะรีบไปไหนนักหนานะ ชนคนอื่นแล้วยังไม่ขอโทษอีก มารยาทแย่จริง

มีนานึกบริภาษถึงคนที่เดินมาชนอยู่ในใจ และเหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัดไม่มีผิด เพราะทันทีที่หญิงสาวหันกลับมาและก้าวเดินได้เพียงก้าวเดียวก็ต้องเจอกับแรงปะทะอีกครั้ง มีนาร้องเสียงหลง นึกในใจว่าตนเองคงได้ลงไปนั่งก้นจ้ำเบ้าที่พื้นแน่ๆ เนื่องจากแรงปะทะคราวนี้แรงกว่าเดิม ด้วยต่างคนต่างเดินมาชนกันโดยไม่รู้ตัว

แต่สิ่งที่เธอคิดไว้ก็ไม่เกิดขึ้น เพราะคนที่เธอเดินชนด้วยนั้นสอดลำแขนแข็งแกร่งเข้ามาโอบเอวบางไว้ได้ทันท่วงที ตอนนี้จึงกลายเป็นว่าหญิงสาวตกอยู่ในอ้อมแขนของชายหนุ่มแปลกหน้าไปแทน

ด้วยสัญชาตญาณมือบางทั้งสองข้างของมีนาจึงเกาะต้นแขนแกร่งเอาไว้แน่น ดวงตากลมโตที่มีแววตื่นตระหนกตกใจนั้นจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าตาไม่กะพริบ

มีนารับรู้ได้ถึงใบหน้าอันร้อนผ่าวของตนเอง หัวใจที่เต้นแรงอยู่แล้วยิ่งแรงขึ้นกว่าเดิมหลายเท่านัก เมื่อได้เห็นใบหน้าของคนที่เดินชนอย่างชัดเจน จนอดรำพึงรำพันอยู่ในใจไม่ได้

โอ้...นี่เราเดินชนมนุษย์หรือเทพบุตรกันแน่นะ

เทพบุตร...ชายหนุ่มต่างชาติตรงหน้าเธอคนนี้ ไม่ผิดไปจากคำนี้เลยสักนิดเดียวจริงๆ เพราะองค์ประกอบทุกชิ้นบนใบหน้าคมสันดูลงตัวหมด ราวกับว่าถูกปั้นแต่งขึ้นมาเพื่ออีกฝ่ายโดยเฉพาะ

ไม่ว่าจะเป็นคิ้ว ดวงตา จมูก คางและริมฝีปาก แต่สิ่งที่ตรึงตาตรึงใจเธอที่สุดนั้น คือดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของเขา เพราะมันดูมีอำนาจบางอย่างที่ทำให้จิตใจเธอปั่นป่วนโดยไม่ทราบสาเหตุได้

แล้วมีนาก็ตื่นจากภวังค์แห่งการชื่นชม เมื่อรับรู้ได้ถึงแรงกอดรัดที่เพิ่มขึ้น และก่อนที่หญิงสาวจะทันได้พูดหรือทำอะไร ร่างทั้งร่างของเธอก็ถูกพ่อเทพบุตรตรงหน้ากอดรัดแนบแน่นทั้งตัวไปเสียแล้ว

แผ่นอกแกร่งบดเบียดกับทรวงอกนุ่ม ถึงจะมีเสื้อผ้าขวางกั้นอยู่ แต่ก็รู้สึกได้ถึงไอร้อนที่แผ่กระจายออกมา และที่ร้ายกว่านั้นคือใบหน้าของเธอและเขาห่างกันเพียงคืบเท่านั้น จึงสัมผัสได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่ายหนึ่งได้

มีนาพยายามเบี่ยงใบหน้าที่แดงปลั่งของตนเองหลบสายตาคู่คม เพราะไม่เคยถูกชายใดทำแบบนี้มาก่อน มันไม่ใช่การกอดแบบเพื่อนหรือแบบครอบครัวอย่างที่เธอเคยได้รับ

การกอดของเขา มันสร้างความปั่นป่วนภายในใจให้เธออย่างมากจนอธิบายไม่ถูกว่ามันเป็นแบบไหน แต่ความรู้สึกในตอนนี้ของหญิงสาวที่เด่นชัดเลยก็คือประหม่าอาย ก่อนกลายเป็นไม่พอใจและโกรธเคืองในที่สุด

ปล่อยฉันนะไอ้โรคจิต!

มีนาพูดออกมาเป็นภาษาไทยตามความเคยชิน พร้อมกับสะบัดตัวออกจากอ้อมแขนชายแปลกหน้า สติที่เริ่มกลับมาทำให้รู้ว่าตนเองกำลังถูกผู้ชายคนนี้ลวนลามเอาในที่สาธารณะ แถมยังมีผู้คนเดินพลุกพล่านอีกต่างหาก คิดแล้วก็อับอายเหลือเกิน และโกรธตัวเองด้วยที่ปล่อยให้เขากอดอยู่ได้เป็นนานสองนาน

หญิงสาวมองคนที่ตนเองด่าว่าไอ้โรคจิตอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ ก่อนจะสะบัดหน้าใส่แล้วรีบเดินจ้ำอ้าวจากไปเพราะรู้ว่าทำอะไรคนตรงหน้าไม่ได้แน่ๆ

สัญชาตญาณของเธอมันบอกว่าผู้ชายคนนี้ไม่ธรรมดา มีเรื่องด้วยคงไม่เป็นผลดีกับตัวเองแน่ จึงได้แต่ทำใจและถือเสียว่าทำบุญทำทานให้ไปก็แล้วกัน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha