ประกาศิตรักเจ้าทะเลทราย (ซีรี่ย์ชุดเจ้าทะเลทรายแห่งรัก)

โดย: กันติมา/กานต์พิชชา



ตอนที่ 4 : บทที่ 4


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

มีนาลอบมองเสี้ยวหน้าของซาอิดที่กำลังก้มลงทำงานอยู่ เป็นครั้งแรกที่หญิงสาวได้เห็นความเกรี้ยวกราดของพี่ชาย เพราะเมื่อครั้งที่เจอกันครั้งแรกได้เห็นเพียงความเย็นชา แต่พอสนิทสนมกันขึ้นเขาก็มีเพียงความอ่อนโยนอบอุ่นให้เธอเท่านั้น

มีนาพอจะรู้เรื่องราวของครอบครัวนี้มาบ้างจากปากของมารดา แต่ก็ไม่คิดว่าเรื่องนี้จะฝังใจสร้างความเจ็บปวดให้พี่ชายเธอถึงขนาดนี้

แววตาที่แสนอบอุ่นเสมอของซาอิด บัดนี้มีแต่ความเศร้าโศกและเจ็บช้ำอย่างน่าสงสาร ถ้าจะขอให้เขาลืมคงเป็นไปไม่ได้เพราะมันฝังใจไปแล้ว

ในเมื่ออดีตแก้ไขไม่ได้ก็ต้องทำปัจจุบันและอนาคตให้ดีที่สุด ซึ่งเธอกับครอบครัวสามารถสร้างความสุขให้เขาได้ และมันจะเป็นเช่นนั้นตลอดไปตราบนานแสนนาน

เธอขอสาบาน!

 

ท่านหญิงฮานีฟานิ่งอึ้ง มือกำหูโทรศัพท์แน่น ใบหน้าหวานซีดเผือดลงหลังจากได้ฟังสิ่งที่คนปลายสายพูด มือข้างที่ถือหูโทรศัพท์อยู่ค่อยๆ ลดลงจนวางอยู่บนตักของตนเอง

ตอนนี้คนทางปลายสายพูดอะไรต่อนั้น หญิงสาวไม่สามารถรับรู้ได้อีกแล้วเพราะตอนนี้ในหัวสมองของเธอมีแต่ประโยคที่ว่า

พี่ซาอิดกลับมาแล้วค่ะพี่ฮานีฟา แต่เขาไม่ได้กลับมาคนเดียวนะคะ เขาพาผู้หญิงต่างชาติมาด้วยแถมยังประกาศว่าจะแต่งงานกับมันอีก พี่ซาอิดบ้าไปแล้วค่ะ จีน่าห้ามเท่าไรก็ไม่ฟัง พี่ฮานีฟาช่วยพูดให้ทีเถอะนะคะ จีน่ากับคุณแม่จนปัญญาเพราะไม่รู้จะทำยังไงต่อดีแล้ว

อามินะเงยหน้าจากงานที่ทำอยู่ คิ้วบางเข้มขมวดเล็กน้อยเมื่อเห็นนายสาวนิ่งเงียบไป แถมหูโทรศัพท์ก็วางอยู่บนตัก หญิงสาวเริ่มรับรู้ว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับท่านหญิงฮานีฟาจึงรีบวางงานที่ทำอยู่ แล้วเดินเข่าเข้าไปนั่งลงใกล้ๆ นายสาว พอเห็นสีหน้าซีดเผือดเท่านั้นก็ตกใจก่อนละล่ำละลักถามด้วยความเป็นห่วง

ท่านหญิงคะ ท่านหญิงเป็นอะไรหรือเปล่าคะ เมื่อเห็นนายสาวยังนิ่งไม่ตอบ จึงตัดสินใจวางมือลงบนท่อนแขนเนียนแล้วเขย่าเบาๆ ท่านหญิงคะ ท่านหญิงฮานีฟา

อะ...อะไรหรืออามินะ ฮานีฟารู้สึกตัวก็เอ่ยถามออกมาพร้อมกับก้มมองนางกำนัลคนสนิท

ท่านหญิงเป็นอะไรไปหรือคะ ดิฉันเห็นท่านหญิงนิ่งเงียบไปแถมยังหน้าซีดอีกด้วย

ระ...เหรอท่านหญิงยกมือขึ้นลูบหน้าตนเอง เราไม่ได้เป็นอะไรหรอกอามินะ แค่...คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยน่ะ ฮานีฟาตอบ พลางก้มลงมองโทรศัพท์บ้านไร้สายที่อยู่ในมือของตนเอง แล้วจู่ๆ หยาดน้ำตาก็เอ่อคลอดวงตาคู่งามเมื่อคิดถึงเรื่องที่จีน่าพูด ซึ่งเธอนึกอยากให้มันเป็นแค่เรื่องโกหกเหลือเกิน

เดี๋ยวเราจะไปนั่งเล่นที่สวนดอกไม้นะอามินะ เพียงลำพังเท่านั้น หญิงสาวเน้นประโยคท้าย เมื่อเห็นอามินะทำท่าจะลุกขึ้นตาม ตอนนี้เธออยากอยู่คนเดียวไม่อยากพบใครทั้งนั้น เพราะเธอต้องการความสงบเพื่อคิดอะไรบางอย่าง

“ค่ะ” อามินะรับคำเสียงแผ่ว พลางมองตามหลังนายสาวไปด้วยความเป็นห่วง

เมื่อได้อยู่ตามลำพังอย่างที่ต้องการแล้ว หยาดน้ำตาที่พยายามกักเก็บไว้ก็ถูกปลดปล่อยออกมาทันที ท่านหญิงฮานีฟายกมือขึ้นปิดปากตนเองไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้เสียงสะอื้นดังไปมากกว่านี้

ไหล่บอบบางสั่นเทิ้ม ดวงตาคู่งามเปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำใส หัวใจของหญิงสาวตอนนี้แตกสลาย จนสร้างความเจ็บปวดให้เหลือแสน ความฝันพังทลายลงไม่มีชิ้นดีเพราะชายที่เธอเฝ้าหลงรักมานาน บัดนี้มีผู้เป็นเจ้าของเสียแล้ว

ไม่นึกเลยว่าสิ่งที่เธอนึกกลัวมาตลอดจะเกิดขึ้นจนได้ แต่มันเร็วเกินไปไหมแถมยังไม่มีลางบอกอะไรให้รู้เลยว่าเขามีใครในหัวใจแล้ว เธอไม่เคยรับรู้เลยว่าเขารักผู้หญิงคนอื่น แต่จู่ๆ เขาก็มาประกาศว่าจะแต่งงาน มันจะเป็นไปได้อย่างไรกัน เธอไม่อยากเชื่อทว่าก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จีน่าจะต้องมาโกหกกัน

ฮานีฟาร้องไห้ปิ่มใจจะขาด หัวใจเหมือนถูกบีบอย่างแรงจนแทบทนไม่ไหว เธอรู้สึกอ้างว้างและเหน็บหนาวราวกับโลกนี้มีเธออยู่เพียงลำพังเท่านั้น หญิงสาวร่ำไห้ด้วยความปวดใจแล้วเหตุการณ์ต่างๆ ระหว่างเธอกับซาอิดก็ผุดขึ้นมาในความทรงจำเป็นฉากๆ

วันที่เธอ...ร้องไห้เพราะกระต่ายตัวน้อยตาย มีอ้อมแขนของเขาโอบรัดและคอยเอ่ยปลอบใจจนเธอคลายเศร้า

วันที่เธอ...ดีใจเพราะจบการศึกษา มีรอยยิ้มอันอบอุ่นของเขาและดอกกุหลาบช่อใหญ่มาร่วมแสดงความยินดีด้วย

วันที่เธอ...เหงาก็จะมีเขาคอยอยู่เคียงข้างให้อุ่นใจ ทำให้โลกสดใสมีสีสันและมีความสุข

ซาอิดคอยอยู่ข้างเธอเสมอไม่ว่าสุข ทุกข์หรือเหงาจนบางทีฮานีฟานึกว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของตนเองไปแล้ว เมื่อเธอต้องการเขาก็จะมาหาทันทีแต่ตอนนี้มันจะไม่มีแบบนั้นอีกแล้วใช่ไหม เขาจะไม่สามารถอยู่เคียงข้างเธอได้อีกแล้วใช่หรือเปล่า เพราะเขามีคนที่รักและต้องดูแลมากกว่าเธอแล้ว

ท่านหญิงฮานีฟาคิดอย่างเจ็บช้ำ และรู้ซึ้งแล้วว่าการอกหักมันเจ็บปวดแบบนี้เอง หญิงสาวยกมือขึ้นปิดหน้าแล้วร้องไห้สะอึกสะอื้นราวกับจะขาดใจ

จึงไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนเดินมายืนอยู่ตรงหน้า ซึ่งกว่าจะรู้ตัวก็เมื่อมีมือหนักๆ วางลงบนไหล่ทั้งสองข้างของเธอ พอเงยหน้าขึ้นมองท่านหญิงก็ผวาเข้ากอดคนตรงหน้าอย่างต้องการกำลังใจทันที

ชีคฮาคิมตกใจกับอาการของน้องสาว แต่ก็กอดตอบและลูบแผ่นหลังน้องเบาๆ เพื่อปลอบโยน โดยยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ แต่ที่เขามาที่นี่ก็เพราะอามินะไปบอกว่าฮานีฟามีท่าทางแปลกๆ ไปหลังจากได้รับโทรศัพท์จากจีน่า

จีน่าโทรมาเรื่องอะไร ถึงทำให้ฮานีฟาร้องไห้หนักถึงเพียงนี้

ชีคหนุ่มสงสัยแต่ยังไม่เอ่ยถามใดๆ รอจนเสียงสะอื้นจางหายจึงดันร่างบางออกเพื่อมองหน้า พอเห็นใบหน้างามเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา จึงล้วงผ้าเช็ดหน้าที่เธอเป็นคนทำให้ออกมาบรรจงเช็ดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน เมื่อเรียบร้อยแล้วจึงเอ่ยถามสิ่งที่ต้องการรู้ทันที

ทำไมน้องถึงร้องไห้หนักขนาดนี้ ใครทำอะไรให้น้องพี่ไม่พอใจหรือ

ท่านหญิงฮานีฟาก้มหน้างุด น้ำตาที่แห้งเหือดเริ่มเอ่อคลอดวงตางามอีกครั้ง จนชายหนุ่มต้องเชยคางมนให้เงยหน้าขึ้นมามองกัน

ร้องไห้อีกแล้ว มีเรื่องอะไรให้เสียใจนักหนา บอกพี่สิจ๊ะ จีน่าโทรมาพูดอะไรกับน้องกัน

พี่ฮาคิมรู้ได้ยังไงคะ

อามินะบอกพี่น่ะสิ เธอบอกว่าพอน้องรับโทรศัพท์จากจีน่าก็มีท่าทางผิดปกติไป พี่ก็เลยต้องรีบมาดูและก็เป็นจริง ทำไมน้องต้องร้องไห้ด้วยล่ะฮานีฟา เกิดอะไรขึ้นกันแน่

พี่ซาอิด... พูดได้แค่นั้นหญิงสาวก็ร้องไห้ออกมาอีก

ทำไม ซาอิดเป็นอะไรงั้นเหรอ ชีคหนุ่มถามอย่างร้อนรน เพราะกลัวว่าเพื่อนจะได้รับอันตรายอะไร แต่พอเห็นน้องสาวส่ายหน้าก็ถอนใจด้วยความโล่งใจ ก่อนจะเอ็ดอย่างไม่จริงจังนัก ไม่เป็นอะไรแล้วจะร้องไห้ทำไมกันฮึ

พี่ซาอิดจะแต่งงานค่ะ ฮานีฟาบอกเสียงเครือ

อะไรนะ!” ชายหนุ่มตกใจจริงๆ เพราะไม่เคยได้ยินเรื่องนี้จากปากเพื่อนรักมาก่อนเลยเป็นไปไม่ได้หรอก มันต้องมีเรื่องเข้าใจผิดแน่ ซาอิดไม่เคยพูดเรื่องนี้กับพี่เลยนะ

แต่จีน่าโทรมาบอกเองเลยนะคะ เธอบอกว่าพี่ซาอิดประกาศจะแต่งงานกับผู้หญิงต่างชาติที่พากลับมาด้วย จีน่ากับคุณน้ามีล่าห้ามเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง

แล้วเธอก็เล่ารายละเอียดให้พี่ชายฟังทั้งหมด หญิงสาวนั้นไม่ได้ไม่เห็นด้วยหรือคิดจะห้ามปรามอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะเธอคิดอยู่เสมอว่าความรักเป็นสิ่งที่ห้ามกันไม่ได้ แต่ที่เธอมานั่งร้องไห้เพราะเสียใจที่เขาจะแต่งงานต่างหาก

กับผู้หญิงต่างชาติงั้นเหรอ ถึงข่าวนี้จะมาจากจีน่าแต่ชีคฮาคิมก็ยังไม่เชื่ออยู่ดี เพราะซาอิดไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้แม้แต่น้อย มันเป็นไปไม่ได้หรอก ที่แค่ไปเมืองไทยเพียงสามสี่วันแล้วจะพบผู้หญิงที่รักมากจนถึงขั้นแต่งงานด้วยมันต้องมีเรื่องเข้าใจผิดกันแน่ ซาอิดไปเมืองไทยแค่สามสี่วันเองนะ จะไปรักผู้หญิงคนไหนถึงขั้นแต่งงานได้ล่ะ

เขาอาจรักกันมานานแล้วก็ได้นะคะ ไม่งั้นพี่ซาอิดจะไปเมืองไทยบ่อยๆ หรือคะ ฮานีฟาสันนิษฐานอย่างปวดใจ เธอคิดเสมอว่าที่ซาอิดไปเมืองไทยทุกครั้งเพราะคิดถึงครอบครัวที่นั่น โดยไม่เคยเอะใจเลยว่าเขาอาจมีคนรักอยู่ที่นั่นด้วยก็ได้

ชีคหนุ่มดึงร่างบางเข้ามากอดปลอบเพราะรู้ดีว่าฮานีฟารู้สึกเช่นไรกับซาอิด น้องสาวของเขารักซาอิดมานานหลายปีแล้ว ชายหนุ่มยังคิดเลยว่าวันหนึ่งทั้งสองคนอาจจะได้แต่งงานกัน เนื่องจากเพื่อนเขานั้นก็ไม่ได้มีใคร แถมยังมีทีท่าห่วงใยฮานีฟาเป็นพิเศษอีกด้วย คิดแล้วก็อดโมโหไม่ได้ที่เพื่อนรักทำแบบนี้ แต่พอมาคิดอีกทีเขาก็ไม่ควรโกรธเพราะไม่รู้แน่ชัดว่าซาอิดคิดยังไงกับฮานีฟากันแน่

น้องรักซาอิดใช่ไหมถึงแม้เขาจะรู้แต่ก็อยากได้ยินจากปากน้องสาวตรงๆ ท่านหญิงฟังแล้วก็นิ่งอึ้งก่อนจะยอมรับด้วยหัวใจที่ปวดร้าว

“ค่ะ น้องรักพี่ซาอิด...รักมานานแล้ว”

“โธ่...น้องพี่” ชีคฮาคิมกอดน้องรักแน่นขึ้นกว่าเดิมด้วยความสงสาร สภาพของฮานีฟาตอนนี้ทำให้ชายหนุ่มคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่างเสียแล้ว เพราะยังไงก็ยังไม่เชื่อว่าซาอิดจะแต่งงานอยู่ดี เขาต้องได้ยินเรื่องนี้จากปากเพื่อนเสียก่อนเขาถึงจะเชื่อ

คิดได้ดังนั้นชีคหนุ่มก็ฉุดให้น้องสาวลุกขึ้นยืน ก่อนจะจับจูงมือพาเดินออกไปจากที่ตรงนั้น ซึ่งฮานีฟาก็เดินตามด้วยความสงสัยว่าพี่ชายจะพาไปไหนแต่ก็ไม่ถามอะไรออกมา

 

ซาอิด ฮับฟารานยิ้มแย้มด้วยความยินดี เมื่อสาวใช้มารายงานว่าชีคฮาคิมกับท่านหญิงฮานีฟามาหา ชายหนุ่มทิ้งงานที่ทำอยู่แล้วรีบเดินออกจากห้องทำงานไปยังห้องรับแขก ซึ่งทันทีที่ไปถึงเขาก็เอ่ยทักทายบุคคลทั้งสองอย่างสนิทสนม เพราะเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก

สบายดีนะฮาคิม ฮานีฟา

พวกเราสบายดี นายล่ะเป็นไงบ้าง หมู่นี้ไม่ค่อยไปที่บ้านบ้างเลยนะ ชีคฮาคิมเอ่ยถาม พลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องโถงใหญ่ที่ใช้รับแขกเพื่อหาเป้าหมายที่ต้องการเจอ

ฉันสบายดี พอดีช่วงนี้งานที่บริษัทยุ่งมาก แล้วฉันก็มีแผนงานที่จะลงทุนกับคุณอาหมัดด้วยก็เลยไม่ค่อยว่างเท่าไหร่

อาหมัดเจ้าของโรงแรม...น่ะหรือ ชีคหนุ่มเอ่ยชื่อโรงแรมขนาดใหญ่สุดหรูของอัสมานวาร์ และในอีกหลายๆ ประเทศ

ใช่ คือคุณอาหมัดต้องการขยายสาขาออกไปอีก เขาเห็นฉันสนใจธุรกิจนี้ก็เลยชวนให้ลงทุนร่วมกัน ตอนนี้ฉันก็เลยต้องศึกษางานทางด้านนี้ให้มากขึ้น

ก็น่าสนใจดีนะ ชีคฮาคิมเริ่มสนใจบ้าง สองหนุ่มจึงเริ่มสนทนากันถึงเรื่องนี้อย่างจริงจัง ทำให้ท่านหญิงฮานีฟาได้แต่นั่งอมยิ้มนิดๆ ด้วยเดาไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะต้องลงเอยแบบนี้ เพราะทุกครั้งที่ทั้งสองเจอกันก็มักจะคุยถึงเรื่องงานเป็นหลัก เรียกได้ว่าบ้างานด้วยกันทั้งคู่ก็ว่าได้

สุดท้ายชีคฮาคิมก็สนใจที่จะร่วมลงทุนด้วย แต่อยากจะทราบรายละเอียดมากกว่านี้ ซาอิดจึงบอกว่าได้นัดอาหมัดคุยถึงรายละเอียดของโครงการนี้ในวันอาทิตย์หน้าแล้ว

ฮานีฟาเป็นอะไรหรือเปล่า ดูท่าทางซึมๆ ไปนะจ๊ะซาอิดเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนระคนห่วงใย เพราะถึงแม้เขาจะคุยอยู่กับชีคฮาคิมแต่ก็คอยมองเธอเป็นระยะๆ เหมือนกัน จึงสังเกตได้ถึงท่าทางซึมเศร้าของเธอ 

ฮานีฟากัดริมฝีปากแน่น นึกอยากจะร้องไห้ขึ้นมาอีกเมื่อได้ฟังน้ำเสียงอ่อนโยนแฝงไว้ด้วยความห่วงใยของเขา

น้องไม่เป็นอะไรหรอกค่ะพี่ซาอิดหญิงสาวเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มบางๆ ให้ แค่รู้สึกปวดหัวนิดหน่อยเท่านั้นค่ะ

ปวดหัวแล้วมาทำไม น้องน่าจะอยู่นอนพักผ่อนมากกว่านะ นายเองก็ไม่ดูแลน้องสาวตัวเองเลยนะฮาคิม ประโยคท้ายซาอิดหันไปต่อว่าเพื่อน ถึงแม้อีกฝ่ายจะมีตำแหน่งและอำนาจสูงกว่าแต่เขาก็ไม่เคยคิดกลัวเกรง

ชีคฮาคิมยิ้มเครียด อ้าปากหมายจะถามถึงเรื่องการแต่งงาน แต่กลับถูกจีน่าเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน

“พี่ฮาคิม” หญิงสาวแสดงอาการดีใจอย่างเห็นได้ชัดที่เห็นเขา พร้อมกับวิ่งถลาเข้ามานั่งเกาะแขนชายหนุ่มไว้ ส่วนมีล่าที่เดินตามหลังมาก็เดินแยกไปนั่งยังโซฟาอีกตัวแทนพี่ฮาคิมมานานแล้วหรือคะ พอดีเลย อยู่ทานข้าวเย็นกับพวกเราก่อนนะคะ อ้อ...พี่ฮานีฟาด้วยนะคะ จีน่าหันไปพูดกับท่านหญิงฮานีฟาด้วยเสียงแจ่มใส

ก็ดีเหมือนกันนะ ไม่ได้มาทานข้าวที่บ้านนี้นานแล้ว ชีคฮาคิมตอบตกลงสร้างความยินดีให้จีน่ายิ่งนัก ก่อนเขาจะหันไปถามเพื่อนรัก ว่าแต่นายจะอนุญาตไหมซาอิด

พูดอะไรอย่างนั้นล่ะ ความจริงฉันก็ตั้งใจว่าจะชวนนายกับฮานีฟาอยู่ทานข้าวด้วยกันอยู่แล้ว ซาอิดตอบเพื่อนก่อนหันไปพูดกับฮานีฟา อยู่ทานข้าวด้วยกันนะฮานีฟา

ค่ะ ท่านหญิงฮานีฟาจำต้องรับคำ การสนทนายังคงดำเนินต่อไปจนกระทั่งสายตาของชีคฮาคิมเหลือบไปเห็นหญิงสาวคนหนึ่งเข้า

ทุกคนมองตามสายตาเขาไป ท่านหญิงฮานีฟากำมือที่ประสานกันไว้บนตักแน่น พลางจ้องหญิงสาวผู้มาใหม่ตาไม่กะพริบ ก่อนหยาดน้ำใสจะเริ่มเอ่ยคลอดวงตาคู่งาม เมื่อเห็นซาอิดส่งยิ้มหวานให้อีกฝ่ายก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหาผู้หญิงคนนั้น แล้วจูงมือพาเดินมายังที่พวกเธอนั่งอยู่อย่างสนิทสนม

มีล่ากับจีน่าหน้าตึงและแสดงอาการไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด สายตานั้นแสดงความรังเกียจอย่างชัดเจน ในขณะที่ชีคฮาคิมนั้นอ้าปากค้าง นิ่งอึ้งไปหลายวินาทีเพราะจดจำผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าได้ดี

แม่คนตัวหอมของเขา

ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่กัน ชายหนุ่มรู้สึกงุนงงก่อนจะเริ่มเข้าใจทุกอย่าง ความผิดหวังอย่างรุนแรงจึงเกิดขึ้นในใจ เมื่อรู้ว่าผู้หญิงตรงหน้าเป็นคนที่เพื่อนเขารักและจะแต่งงานด้วย เพราะนับจากนี้ไปเขาจะไม่มีวันได้ครอบครองเธออีกต่อไป

ใช่แต่ชีคฮาคิมคนเดียวเสียเมื่อไหร่ที่จำได้ มีนาเองก็จำชายหนุ่มได้เช่นกัน หญิงสาวไม่คิดเลยว่าโลกจะกลมได้ถึงเพียงนี้ ถึงได้มาเจอกับไอ้โรคจิตที่ลวนลามเธอที่สนามบินเข้าอีกครั้ง และด้วยความตกใจเธอจึงยกมือขึ้นชี้หน้าเขาแล้วร้องลั่น

ไอ้โรคจิต!”

ซาอิดตกใจกับคำพูดของน้องสาว ในขณะที่คนอื่นๆ ต่างงุนงงเพราะฟังไม่ออกว่าเธอพูดอะไร

ทำไมพูดแบบนี้ล่ะมีน ซาอิดจับมือน้องสาวลงก่อนจะเอ่ยขอโทษเพื่อนรัก ฉันขอโทษด้วยนะฮาคิม คือ... พูดไม่ทันจบมีนาก็เอ่ยขัดอย่างหัวเสีย

พี่ซาอิดจะไปขอโทษมันทำไม พี่ต้องเล่นงานมันให้มีนต่างหากล่ะ ผู้ชายคนนี้แหละคือไอ้โรคจิตที่มีนเล่าให้พี่ฟังตอนอยู่สนามบินไง

คราวนี้ทุกสายตาจับจ้องไปทางชีคฮาคิม เพราะมีนาพูดเป็นภาษาอังกฤษอย่างชัดถ้อยชัดคำเลยทีเดียว ชีคหนุ่มยังคงนั่งนิ่งไม่สนใจสายตาของใคร เพราะตอนนี้ใจและสายตาของเขาจับจ้องที่มีนาคนเดียวเท่านั้น ชายหนุ่มมองทั่วร่างระหงที่งามสมส่วน จนมาหยุดที่ดวงหน้าหวานซึ่งติดตราตรึงใจเขาตั้งแต่แรกที่เห็น เขามองริมฝีปากจิ้มลิ้มของเธอพลางนึกอยากจะลิ้มลองนักว่าจะหวานสักแค่ไหน

ชีคฮาคิมกดความต้องการไว้ และพยายามเตือนสติตนเองว่าเธอเป็นของเพื่อน ชายหนุ่มหลุบเปลือกตาลงซ่อนประกายตาปรารถนาเอาไว้เพราะไม่ต้องการให้เพื่อนรักขุ่นเคืองใจ เขาไม่อยากให้มิตรภาพอันยาวนานมาจบลงเพราะผู้หญิงเพียงคนเดียว

พี่ว่า..เอ่อ..มีนอาจจำคนผิดหรือเปล่า ซาอิดเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจนัก เพราะเขาไม่คิดว่าชีคฮาคิมจะทำแบบนั้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เชื่อคำพูดของน้องสาว เพียงแต่คิดว่าอาจจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันก็ได้

ไม่ผิดค่ะ มีนจำได้แม่น มีนายืนยันเสียงแข็ง

นี่เธอ! บ้าไปแล้วหรือไงถึงได้มาแสดงกิริยาต่ำๆ กับพี่ฮาคิมแบบนี้ รู้ไหมว่าพี่ฮาคิมเป็นใคร จีน่าตะคอกใส่อย่างหมดความอดทน

เอ่อ...น้องว่านั่งลงก่อน แล้วค่อยพูดค่อยจากันดีกว่านะคะ ท่านหญิงฮานีฟาบอก หญิงสาวค่อนข้างตกใจที่จู่ๆ พี่ชายก็ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนโรคจิต ซาอิดพยักหน้าเห็นด้วยก่อนดึงแขนน้องสาวให้นั่งลงข้างๆ แล้วเริ่มสอบถามข้อเท็จจริง

เอาล่ะ ไหนเล่าเหตุการณ์ในวันนั้นให้พี่ฟังอีกทีซิ

มีนาเล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่สนามบินให้ฟัง โดยพูดเป็นภาษาอังกฤษเพื่อให้ทุกคนได้เข้าใจ และอยากให้คนทำรู้สึกละอายใจด้วย แต่ดูเหมือนจะไร้ผลเพราะชีคฮาคิมยังนั่งนิ่งไม่พูดอะไรสักคำแม้แต่คำว่าขอโทษ ส่วนท่านหญิงฮานีฟาพอได้ฟังก็หันไปมองพี่ชายด้วยสายตาตำหนิ

พี่ฮาคิมมีอะไรจะแก้ตัวไหมคะ

พี่ก็แค่ช่วยพยุงเธอไว้ไม่ให้ล้มก็เท่านั้นชีคหนุ่มยักไหล่และเลือกตอบแบบกลางๆ แต่ไม่ใช่ว่าเขาไม่กล้าพูดความจริงว่าที่ทำไปเพราะอยากกอดเธอหรอกนะ ทว่าหากพูดความจริงไปแล้วต้องผิดใจกับเพื่อนรักล่ะก็เขาสู้ยอมเป็นคนโกหกเสียดีกว่า คราวนี้ก็อยู่ที่ซาอิดแล้วว่าจะตัดสินใจกับเรื่องนี้อย่างไร

โกหก!” มีนาแหวใส่อย่างเหลืออด เธอไม่คิดเลยว่าคนตรงหน้าจะไม่ใช่ลูกผู้ชายแบบนี้ ซาอิดมองหน้าน้องสาวสลับกับเพื่อนรักไปมา ดูเหตุการณ์แล้วท่าจะบานปลายใหญ่โต เพราะรู้จักนิสัยน้องสาวดีว่าไม่มีทางยอมง่ายๆ แน่ แต่จะให้เขาทำเช่นไรในเมื่อชีคฮาคิมก็บอกแล้วว่าแค่ช่วยพยุงเท่านั้น ชายหนุ่มถอนใจแรงๆ ก่อนจะตัดสินออกมา

เอาล่ะ เรื่องนี้ขอให้ยุติเพียงเท่านี้แล้วกันนะ เพราะมันเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันเท่านั้น

เข้าใจผิดเหรอคะ มีนาถามเสียงสูงพลางมองพี่ชายอย่างไม่พอใจ ซาอิดรับรู้ถึงอารมณ์โกรธของน้องสาวได้ดีจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเอาอกเอาใจ

เอาน่ามีน เชื่อพี่เถอะนะจ๊ะ มันคงเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันจริงๆ ชีคฮาคิมน่ะเป็นเพื่อนสนิทของพี่เอง แถมยังเป็นชีคผู้ปกครองรัฐอัสมานด้วยคงไม่ทำอะไรแบบนั้นหรอก เรื่องแบบนี้มันเข้าใจผิดกันได้

หญิงสาวฮึดฮัดขัดใจ นึกอยากแย้งคำพี่ชายนักว่าแม้คนบางคนจะมีตำแหน่งใหญ่โต มีเกียรติสักแค่ไหนแต่ก็ไม่ได้หมายความว่านิสัยจะดีตามด้วยเสมอไป ทว่าหญิงสาวก็ได้แค่คิดไม่พูดออกมาเพราะรู้ว่าพูดไปก็เปล่าประโยชน์ ส่วนชีคฮาคิมนั้นหน้าเจื่อนลงเล็กน้อยกับคำพูดของเพื่อนเพราะรู้ตัวดีว่าตนเองทำอะไรไว้

จบเรื่องนี้เถอะนะ พี่ขอร้อง

ซาอิดพูดเป็นภาษาไทยเบาๆ ให้ได้ยินกันเพียงสองคน มีนาเห็นสายตาอ้อนวอนของพี่ชายก็ใจอ่อน แม้จะยังไม่หายโกรธก็ตาม

ก็ได้ค่ะ แต่ถ้ามีคราวหน้าอีก มีนไม่ยอมแน่เธอตอบเสียงห้วนด้วยสายตาที่จริงจัง

ชีคฮาคิมยิ้มบางๆ นัยน์ตาเปล่งประกายด้วยความขบขัน เขาไม่รู้หรอกว่าคนทั้งคู่คุยอะไรกัน แต่ดูท่าแล้ว แม่คนตัวหอมของเขาจะร้ายและเอาแต่ใจเก่งน่าดู แต่เป็นแบบนี้เขาชอบเพราะมันสนุกที่จะได้ปราบพยศ

คิดแล้วชายหนุ่มก็นึกเสียดายใจแทบขาดที่หญิงสาวมีคนปราบพยศไปเสียแล้ว ชีคหนุ่มถอนใจเบาๆ และชักแปลกใจตัวเองขึ้นมาว่าทำไมความรู้สึกนึกคิดถึงได้วนเวียนอยู่แต่กับผู้หญิงตรงหน้านัก เขาไม่สามารถสลัดเรื่องของเธอออกไปจากหัวได้เลยจนน่าโมโหนัก

ท่านหญิงฮานีฟาไม่อยากให้มีเรื่องขุ่นเคืองใจกันจึงยอมขอโทษแทนพี่ชายตนเอง เพราะถ้ารอให้เจ้าตัวพูดคงไม่มีวันนั้นเป็นแน่

ถึงจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน ยังไงฉันก็ต้องขอโทษแทนพี่ฮาคิมด้วยนะคะ

มีนาเห็นฮานีฟาเอ่ยด้วยความจริงใจจึงคลายสีหน้าบึ้งตึงลง แล้วอดพยักหน้ารับคำขอโทษไม่ได้ แต่ก็ไม่วายปรายตามองไปทางชีคฮาคิมอย่างเหยียดหยาม หญิงสาวจงใจสื่อความหมายทางสายตาว่าเขาไม่ใช่ลูกผู้ชาย เพราะทำผิดแล้วไม่กล้ารับผิดเองต้องให้ผู้หญิงมารับแทน และดูเหมือนชายหนุ่มจะรับรู้ได้เพราะดวงตาคมนั้นวาววับอย่างเอาเรื่องขึ้นมาทันที

เอาล่ะๆ เอาเป็นว่าปรับความเข้าใจกันได้แล้วนะ เรื่องทุกอย่างเป็นการเข้าใจผิดเท่านั้น ซาอิดพยายามทำน้ำเสียงให้ร่าเริง เพื่อลดความตึงเครียดที่เกิดขึ้น

ได้ยังไงกันล่ะคะพี่ซาอิด จีน่าทักท้วงอย่างไม่เห็นด้วย ผู้หญิงคนนี้ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง แสดงกิริยาก้าวร้าวกับพี่ฮาคิมฉะนั้นมันจะต้องขอโทษ อีกอย่างนะคะเรื่องที่ผู้หญิงคนนี้เล่ามาน้องก็ไม่เชื่อสักนิดเดียวด้วย ฮึ...ผู้หญิงต่างชาติชั้นต่ำอย่างนี้นะเหรอพี่ฮาคิมจะลดตัวลงไปเกลือกกลั้วด้วย น้องว่ามันมายั่วพี่ฮาคิมเองเสียล่ะมากกว่า

จีน่า!” ซาอิดปรามเสียงเข้ม เพราะไม่พอใจกับคำพูดของน้องสาวต่างมารดา มีนาเองก็เช่นกันจึงคิดจะพูดจาโต้ตอบกลับบ้างแต่ถูกพี่ชายห้ามไว้ โดยการจับมือเธอซึ่งการกระทำของชายหนุ่ม ไม่รอดพ้นสายตาของท่านหญิงฮานีฟากับชีคฮาคิม จีน่า...เอ่ยขอโทษมีนเดี๋ยวนี้

ไม่ค่ะ น้องพูดความจริง ผู้หญิงแบบนี้พี่ซาอิดตามมารยามันไม่ทันหรอกค่ะ น้องขอเตือนด้วยความหวังดีว่าพี่ควรจะไล่ผู้หญิงคนนี้ออกไปซะ ก่อนที่มันจะสวมเขาคบชู้กับชายอื่นให้ตัวพี่กับวงศ์ตระกูลของเราต้องเสื่อมเสีย

จีน่า! หยุดพูดจาเหลวไหลได้แล้ว ความคิดของเธอนี่มันสกปรกสิ้นดี หยุดนะ ถ้าขืนพูดอีกคำเดียวอย่าหาว่าพี่ใจร้ายนะ ซาอิดชี้หน้าเมื่อจีน่าทำท่าจะเถียงอีก

ซาอิด! มันจะมากไปแล้วนะ มีล่าทนไม่ไหวจึงเอ่ยขึ้นมาบ้าง นี่เจ้าหลงใหลผู้หญิงคนนี้มากถึงขนาดเห็นมันดีกว่าน้องสาวตัวเองเชียวเหรอ

พี่ฮานีฟาดูสิคะ จีน่าปราดเข้าไปเกาะแขนท่านหญิงฮานีฟา หวังให้อีกฝ่ายช่วยคัดค้านในเรื่องนี้อีกแรง พี่ซาอิดหลงรักผู้หญิงคนนี้จนหัวปักหัวปำ ถึงขนาดจะลงโทษจีน่าซึ่งเป็นน้องสาวแท้ๆ ได้ลงคอ พี่ฮานีฟาช่วยเตือนสติพี่ซาอิดหน่อยสิคะ ผู้หญิงคนนี้ไม่คู่ควรกับพี่ซาอิดแม้แต่น้อย แถมยังเป็นคนต่างชาติต่างศาสนากันอีกต่างหาก

ท่านหญิงฮานีฟาเอาแต่นิ่งเงียบ มองซาอิดกับมีนาด้วยความปวดใจ บัดนี้หญิงสาวแน่ชัดแล้วว่าชายในดวงใจมีเจ้าของแล้วจริงๆ ท่าทีปกป้อง เป็นเดือดเป็นร้อนแทนกันของซาอิดยิ่งตอกย้ำความเสียใจให้เธออย่างสุดซึ้ง ณ เวลานี้เธอปรารถนาเพียงอย่างเดียวคือการออกไปจากบ้านนี้ ไปจากภาพตรงหน้านี้โดยเร็วที่สุดเท่านั้น เมื่อเห็นฮานีฟานิ่งเงียบ จีน่าก็เปลี่ยนเป้าหมายไปที่ชีคฮาคิมแทน

พี่ฮาคิมคะ ช่วยเตือนสติพี่ซาอิดทีเถอะค่ะ ถ้าพี่เตือนเขาอาจจะฟังบ้าง

หยุดพูดจาเหลวไหลซะทีจีน่า ซาอิดเค้นเสียงพูดอย่างหมดความอดทน

เจ้านั่นแหละหยุดเหลวไหล หยุดทำตัวให้วงศ์ตระกูลฮับฟารานต้องมัวหมองได้แล้ว เลิกกับผู้หญิงคนนี้ซะ ในฐานะที่ฉันเป็นคนในตระกูลฮับฟาราน จะไม่มีวันยอมให้ผู้หญิงต่างชาติต่างศาสนาคนนี้มาร่วมสกุลด้วยได้เด็ดขาดมีล่ายืนยันเสียงหนักแน่น

ไม่ยอมมันก็เรื่องของคุณ ซาอิดตอบโต้กลับเสียงเย็น

เจ้า!” มีล่าชี้หน้า มือสั่นระริกด้วยความโกรธ ฮึ...เชื้อไม่ทิ้งแถวจริงๆ เจ้ามันก็เหมือนบิดาของเจ้า หลงรักหญิงต่างชาติจนโงหัวไม่ขึ้น แล้วสุดท้ายเป็นยังไงล่ะ หญิงสูงวัยยิ้มเยาะ สุดท้ายก็ไปไม่รอด ครอบครัวต้องแตกแยกไม่มีชิ้นดี ถ้าเจ้าไม่อยากให้ผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างแม่ของเจ้าก็เลิกกับเธอซะ

หยุดนะ! คุณไม่มีสิทธิ์มาเอ่ยพาดพิงถึงแม่ของผม ชายหนุ่มโกรธจัด สองมือกำแน่นและจ้องคนตรงหน้าด้วยความโกรธแค้นชิงชัง

ความรักของพ่อกับแม่เขาไม่ได้จบลงเพราะหมดรักกันเลย แต่มันจบลงเพราะน้ำมือผู้หญิงใจร้ายคนนี้กับย่าผู้ใจดำของเขาต่างหาก เขาต้องกลายเป็นเด็กกำพร้าก็เพราะสองคนนี้เป็นต้นเหตุ ซาอิดโอบแขนรอบไหล่น้องสาวไว้ก่อนจะประกาศกร้าวออกมาอย่างไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้น

ผมขอบอกให้รู้ไว้เลยนะว่าถ้าผมจะแต่งงานกับมีนา ใครหน้าไหนก็ห้ามไม่ได้!”

คำประกาศของชายหนุ่มทำให้ทุกคนนิ่งอึ้งไป ท่านหญิงฮานีฟากัดริมฝีปากแน่น พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้สุดฤทธิ์ ชีคฮาคิมเดินเข้ามาโอบไหล่น้องสาวไว้พลางถามเพื่อนหน้าเครียด

นายพูดจริงๆ หรือซาอิด ผู้หญิงคนนี้เป็นคนรักของนายจริงๆ เหรอ

ซาอิดนิ่ง มองสบตาเพื่อนแล้วไล่ไปที่ฮานีฟา จีน่าและสุดท้ายที่มีล่า ความอยากเอาชนะและอยากแกล้งสองแม่ลูกให้เป็นเดือดเป็นแค้นเล่นๆ ชายหนุ่มจึงตอบว่า

จริง ฉันกับมีนเป็นแฟนกันและอีกไม่นานเราก็คงจะแต่งงานกัน

มีนามองพี่ชายตาโตแต่ไม่พูดค้านอะไร ในขณะที่ซาอิดรู้สึกกระดากปากและละอายใจที่ต้องโกหก แต่ความรู้สึกสะใจก็สามารถกลบความรู้สึกเหล่านี้ไปได้ เมื่อได้เห็นอาการเต้นเร่าๆ ของสองแม่ลูก

ฉันไม่ยอมเด็ดขาด ตราบใดที่ฉันยังอยู่จะไม่ยอมให้ตระกูลฮับฟารานต้องเสื่อมเสียอีกต่อไป มีล่าประกาศกร้าว แล้วเดินออกจากห้องโถงไปทันที จีน่ามองมีนาด้วยสายตาชิงชังก่อนจะวิ่งตามมารดาออกไปบ้าง

ซาอิดถอนใจออกมาเฮือกใหญ่พลางปลดแขนลงจากไหล่บางของน้องสาว แล้วเอ่ยขอโทษแขกทั้งสองด้วยน้ำเสียงเนือยๆ

ฮาคิม ฮานีฟา ต้องขอโทษด้วยนะที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น

ไม่เป็นไร ยังไงฉันขอแสดงความยินดีกับนายด้วยก็แล้วกันนะ จะแต่งงานเมื่อไรก็บอกด้วยล่ะ ฉันว่าฉันกับฮานีฟากลับก่อนดีกว่านะ ปากกล่าวแสดงความยินดี แต่ชีคฮาคิมรู้ดีว่าก้นบึ้งของจิตใจตนเองนั้นไม่ได้รู้สึกยินดีด้วยอย่างที่พูดสักนิดเดียว

อ้าว ไม่อยู่ทานข้าวกันก่อนเหรอ

ไม่ล่ะ เอาไว้มื้ออื่นก็แล้วกันนะ พอดีฮานีฟาปวดหัวขึ้นมาน่ะ

ก็ได้ นายพาฮานีฟาไปหาหมอซะนะเผื่อจะไม่สบาย ซาอิดบอกและมองน้องสาวเพื่อนอย่างห่วงใย ชีคหนุ่มพยักหน้ารับและนิ่งมองหน้ามีนาอยู่อึดใจหนึ่ง ก่อนจะพาน้องสาวเดินจากไป

เมื่อได้อยู่กันตามลำพัง ซาอิดกับมีนาก็มองหน้ากันแล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เรื่องไม่เป็นเรื่องแต่ดูท่าว่าจะบานปลายใหญ่โตขึ้นมา เพราะคนสองคนเป็นเหตุบวกกับความอยากเอาชนะกัน ทุกอย่างถึงได้ลงเอยแบบนี้

สาวใช้เข้ามารายงานว่าอาหารขึ้นโต๊ะพร้อมแล้ว สองพี่น้องจึงเดินไปยังห้องอาหารและนั่งทานกันเพียงสองคน เมื่อไม่มีใครอยู่ร่วมโต๊ะด้วย


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha