ประกาศิตรักเจ้าทะเลทราย (ซีรี่ย์ชุดเจ้าทะเลทรายแห่งรัก)

โดย: กันติมา/กานต์พิชชา



ตอนที่ 5 : บทที่ 5


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

วันถัดมาซาอิดพามีนาไปที่คฤหาสน์ทัจยาร์ฮา เพื่อนำของฝากไปให้ท่านหญิงฮานีฟา เจ้าของบ้านสาวออกมาต้อนรับด้วยสีหน้าหม่นหมอง ขอบตายังบวมช้ำจากการร้องไห้มาตลอดคืน หญิงสาวฝืนยิ้มให้แขกทั้งสองพร้อมเอ่ยเชื้อเชิญให้นั่งลง

อะไรคะเนี่ยพี่ซาอิด ฮานีฟาถามพลางรับถุงกระดาษจากเขามาเปิดดู ก็พบผ้าไหมไทยสีสันสวยงามอยู่สองผืน

ของฝากจากเมืองไทยจ้ะ พี่ว่าจะให้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แต่มีเรื่องยุ่งๆ ซะก่อน ซาอิดส่งยิ้มอ่อนๆ ให้หญิงสาวตรงหน้าซึ่งเขารักและเอ็นดูเหมือนน้องสาว ชายหนุ่มหวังว่าจะได้รับรอยยิ้มหวานๆ จากเธอเหมือนทุกครั้งยามที่เขาเอาของฝากมาให้ แต่ต้องผิดหวังเมื่อฮานีฟาวางถุงลงบนโต๊ะแล้วคลี่ริมฝีปากยิ้มให้เพียงนิดเท่านั้น

ขอบคุณค่ะ

น้องไม่ชอบเหรอ ซาอิดรู้สึกผิดหวังและมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจว่าเธอเป็นอะไรไป ทำไมท่าทางของเธอดูเศร้าหมองนักจนเขารู้สึกเป็นห่วงขึ้นมา ฮานีฟา...น้องไม่สบายหรือเปล่า ดูไม่สดใสเลยนะ

น้องสบายดีค่ะ ไม่ได้เป็นอะไร ส่วนของฝาก...น้องชอบมากค่ะ ขอบคุณนะคะ ฮานีฟาบอกด้วยท่าทางสุภาพดูห่างเหิน ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกหงุดหงิดใจขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ

ขณะที่ทั้งสองคุยกันอยู่นั้น มีนาซึ่งนั่งเงียบมาตลอดก็มองของฝากสลับกับมองหน้าฮานีฟาด้วยสายตาประเมิน เพราะจำได้ว่าของฝากชิ้นนี้พี่ชายเลือกแล้วเลือกอีกอยู่เป็นนาน อีกทั้งยังใส่ใจและทะนุถนอมจนเกินเหตุ พอเธอถามว่าซื้อไปให้ใครเขาก็ว่าเพื่อน และบัดนี้เธอก็ได้รู้แล้วว่าเพื่อนของพี่ชายคือใคร

สองสาวบังเอิญสบตากัน ชายหนุ่มเห็นเข้าจึงเอ่ยแนะนำให้ทั้งสองได้รู้จักกัน

เมื่อวานเกิดเรื่องยุ่งๆ ขึ้นซะก่อนพี่ก็เลยไม่ได้แนะนำให้รู้จักกันเลย มีนจ๊ะ นี่ฮานีฟาเป็นน้องสาวของชีคฮาคิม มีนาย่นจมูกได้ยินชื่อของคนที่เธอเกลียดขี้หน้า ฮานีฟาจ๊ะ นี่มีนาหรือเรียกสั้นๆ ว่ามีนก็ได้นะ เธอเป็นนะ... ยังไม่ทันที่ซาอิดจะได้แนะนำจบ มีนาก็เอ่ยแทรกขึ้นมาเสียก่อน

เป็นคนรักของพี่ซาอิดค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะพี่ฮานีฟา มีนขอเรียกว่าพี่นะคะ เพราะดูแล้วพี่ฮานีฟาน่าจะอายุมากกว่ามีน หญิงสาวส่งยิ้มแจ่มใสให้ฮานีฟา ก่อนจะกระซิบข้างหูของพี่ชายเมื่อเขามองมาด้วยสายตาฉงน ก็ไหนว่าเราตกลงกันว่าจะแกล้งสองแม่ลูกนั่นไงล่ะคะ ถ้าพี่ซาอิดแนะนำกับพี่ฮานีฟาว่ามีนเป็นน้อง สองแม่ลูกนั่นก็ต้องรู้ด้วยสิคะ

ซาอิดพยักหน้าเข้าใจ แล้วหัวเราะออกมาเบาๆ เพราะความอยากแกล้งให้จีน่ากับมีล่าทุกข์ร้อนใจเล่นแท้ๆ เขากับน้องสาวจึงได้เล่นละครฉากนี้ต่อไป ดังนั้นชายหนุ่มจึงไม่ปฏิเสธคำพูดเมื่อครู่นี้ของมีนา แถมยังยิ้มรับด้วยสีหน้าแจ่มใสอีกด้วย จึงไม่รู้เลยว่าการกระทำของเขาสร้างความเจ็บปวดให้กับคนที่แอบรักเขามากแค่ไหน

ท่าทางชิดใกล้ของหนุ่มสาวตรงหน้า เรียกหยาดน้ำตาจากท่านหญิงฮานีฟาได้ หัวใจปวดหนึบจนนึกอยากจะลุกหนีไปให้ไกลๆ แต่ในฐานะเจ้าของบ้านเธอไม่อาจทำอย่างใจต้องการได้

ยินดีค่ะ งั้นพี่ขอเรียกว่าน้องมีนนะคะ

ได้สิคะ ยังไงมีนก็ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ ถือว่ามีนเป็นน้องสาวคนหนึ่งก็แล้วกันนะคะ มีนาหัวเราะเสียงใส ท่านหญิงฮานีฟาอดหัวเราะตามไม่ได้ แม้จะปวดใจแต่ท่าทางเป็นมิตรร่าเริงสดใสของมีนาก็ทำให้เธอรู้สึกเอ็นดูขึ้นมา

สวย น่ารัก ร่าเริง สดใสและช่างพูดช่างคุยแบบนี้นี่เองถึงสามารถเอาชนะใจพี่ซาอิดได้

หญิงสาวอดรู้สึกอิจฉาขึ้นมาไม่ได้ การสนทนาในครั้งนี้ดูเหมือนจะผูกขาดอยู่ที่สองสาวเท่านั้น ความสนิทสนมที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วของคนทั้งสอง ทำให้ซาอิดรู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก

เมื่อเห็นว่ามานานแล้วซาอิดกับมีนาก็ลากลับไป พอทั้งสองคนจากไปแล้วท่านหญิงฮานีฟาก็ถอนหายใจยาวออกมาและนั่งมองของฝากที่วางอยู่ตรงหน้านิ่ง ก่อนน้ำใสๆ จะไหลรินออกจากดวงตา เพราะผู้เป็นเจ้าของไม่อาจทนฝืนความเจ็บช้ำไว้ได้อีกต่อไป

จบสิ้นกันเสียทีกับความฝันแสนหวานของเธอ...

 

ยามค่ำคืนภายในห้องนอนอันกว้างขวาง หญิงวัยกลางคนยืนรับลมอยู่ตรงบานหน้าต่าง ใบหน้าสวยซึ่งดูอ่อนวัยกว่าอายุจริงดูเคร่งเครียดเพราะมีเรื่องใหญ่ให้คิดและตัดสินใจ ห่างออกไปไม่ไกลนักมีหญิงสาวอีกคนนั่งอยู่บนเก้าอี้ ใบหน้างดงามบึ้งตึงและริมฝีปากเม้มแน่นราวกับขัดใจอะไรบางอย่างอยู่

คุณแม่คะ พี่ซาอิดดูเหมือนจะจริงจังกับนังมีนามากนะคะ จีน่าเอ่ยขึ้นอย่างหัวเสียเพราะผ่านมาหลายวันแล้ว แต่ผู้หญิงต่างชาติที่เธอแสนรังเกียจก็ยังชูคออาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้อย่างผาสุก

มันน่าเจ็บใจนัก เธอกับมารดาหาทางกลั่นแกล้งมีนาสารพัดยามที่ซาอิดไปทำงาน ทั้งใช้ให้ทำงานบ้าน ไม่ให้ทานอาหารกลางวันด้วย สั่งคนใช้ไม่ให้ไปรับใช้แถมเจอหน้าก็พูดจาดูถูกสารพัดเท่าที่จะทำได้ จนบางครั้งเกือบจะมีเรื่องลงไม้ลงมือกันด้วยซ้ำ เพื่อหวังกดดันให้อีกฝ่ายอยู่ไม่ได้แล้วออกจากบ้านไปเหมือนแม่ของซาอิด แต่มันไม่ง่ายอย่างที่คิดเนื่องจากมีนาไม่ใช่ไก่อ่อนที่พวกเธอจะกำจัดได้ง่ายๆ

หญิงสาวตอบโต้กลับโดยการไม่ทำตามสักอย่างแถมยังโทรไปฟ้องซาอิดอีกด้วย และก็น่าแค้นใจนักที่พี่ชายของเธอเข้าข้างมีนา ถึงขนาดออกคำสั่งกับคนรับใช้ว่าถ้าใครไม่ทำตามคำสั่งของมีนาจะโดนไล่ออกทันที เธอกับมารดาจึงทำอะไรไม่ได้มากนอกจากคอยพูดจาดูถูกยามที่เจอหน้ากันเท่านั้น

เราจะทำยังไงกันดีคะคุณแม่ ฮึ...จะหวังพึ่งพี่ฮาคิมกับพี่ฮานีฟาก็ไม่ได้แล้วด้วย

แม่ก็คิดไม่ออกเหมือนกัน มีล่าถอนหายใจยาว แล้วเดินมานั่งลงตรงข้ามกับบุตรสาว ซาอิดปกป้องมันมาก หากจะทำอะไรเราต้องคิดให้รอบคอบเสียก่อน

พี่ซาอิดนี่ก็แปลกนะคะ รักใครไม่รักไปหลงรักผู้หญิงต่างชาติต่างศาสนา นี่ถ้าคุณย่ายังอยู่พวกเราคงไม่ต้องมานั่งกลุ้มใจกันอย่างนี้หรอกค่ะ ฮึ...ผู้หญิงในประเทศเราก็มีสวยๆ ทั้งนั้น ทุกคนที่พี่ซาอิดรู้จักก็ล้วนแล้วแต่ฐานะดี เหมาะสมคู่ควรทุกอย่างโดยเฉพาะพี่ฮานีฟา แต่พี่ซาอิดกลับตาต่ำไปเลือกนังมีนาแทนซะได้ น่าเจ็บใจจริงๆ

ยังไงแม่ก็ไม่ยอม ให้ซาอิดแต่งงานกับนังมีนาได้เด็ดขาด ตราบใดที่แม่ยังอยู่ในตระกลูฮับฟาราน แม่จะไม่ยอมให้สายเลือดของเราต้องแปดเปื้อนไปอีก มีล่าบอกเสียงเข้ม

เธอเป็นคนหยิ่งทะนงในเผ่าพันธุ์ของตนเองมากเหมือนยาราแม่สามี ฉะนั้นจึงรังเกียจถ้าจะมีคนต่างชาติมาร่วมวงศ์สกุลด้วย ตัวซาอิดเองเธอก็รังเกียจเช่นกันเพราะชายหนุ่มเป็นเลือดผสม แต่ที่ต้องทนอยู่และทำดีด้วยก็เพราะทรัพย์สินของตระกูลฮับฟารานที่ชายหนุ่มถือครองอยู่ต่างหาก

พี่ซาอิดไม่น่าเกิดมาเป็นหลานคุณย่าเลยนะคะ ความจริงถ้าพี่ซาอิดไปอยู่กับแม่เขาตั้งแต่แรกก็คงดีหรอก ไม่มีพี่ซาอิดสักคนบ้านเราคงน่าอยู่มากกว่านี้ ไม่ต้องมีเรื่องมาให้ปวดหัวกังวลใจ จีน่าพูดอย่างโมโหปนเอือมระอากับพฤติกรรมของพี่ชาย

ในขณะที่จีน่ายังคงพูดพร่ำรำพันไปเรื่อยนั้น มีล่ากลับนิ่งเงียบเพราะสมองเริ่มคิดไตร่ตรองถึงคำพูดของบุตรสาวเมื่อครู่นี้ พลันรอยยิ้มก็ปรากฏตรงมุมปาก แววตาฉายแววเด็ดเดี่ยวขึ้นเมื่อคิดว่าควรถึงเวลาแล้วที่เธอจะต้องทำอะไรบางอย่าง เพื่อปกป้องวงศ์ตระกูลและเพื่อตัวเธอเองกับลูกสาวสุดที่รัก

 

สวัสดีค่ะ คุณมาหาใครหรือคะ มีนาเอ่ยทักชายหนุ่มตรงหน้าเป็นภาษาอังกฤษพร้อมกับสาวเท้าเข้าไปหา ตอนแรกหญิงสาวตั้งใจจะออกมาเดินเล่นที่สวนหน้าบ้าน แต่พอออกมาแล้วเห็นชายแปลกหน้ายืนอยู่เพียงลำพังก็อดทักทายไม่ได้ เพราะคิดว่าเขาคงมาหาใครสักคนในบ้านหลังนี้

ราชิดหันมาตามเสียงทัก แล้วก็ต้องตกตะลึงเมื่อเจอรอยยิ้มสดใสของหญิงสาวแปลกหน้าส่งมาให้ หัวใจที่สงบนิ่งมานานเต้นแรงขึ้นจนกลายเป็นรัวเร็ว ชายหนุ่มยังจับจ้องใบหน้างามตาไม่กะพริบ ปากปิดสนิทไม่ตอบคำถามใดๆ ของเธอ จนมีนาซึ่งเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ใกล้ๆ ต้องเอ่ยถามอีกครั้ง

ว่ายังไงคะ คุณมาหาใคร

เอ่อ...ผม... ราชิดรู้สึกตัวและนึกแปลกใจตัวเองที่กลายเป็นคนพูดติดๆ ขัดๆ ไปเสียได้

ท่าทีอ้ำอึ้งติดจะขัดเขินของชายหนุ่ม ทำให้มีนาหลุดเสียงหัวเราะออกมาด้วยความขบขัน จะไม่ให้ขำได้ยังไงกันก็ผู้ชายตัวโตๆ เวลาเขินดูน่าตลกจะตายไป แต่ดูอีกที..ก็น่ารักเหมือนกันนะ

ว่ายังไงคะ คุณมาหาใครฉันจะได้ให้เด็กรับใช้ไปตามมาให้ หวังว่าฉันคงได้ถามคำถามนี้กับคุณเป็นครั้งสุดท้ายแล้วนะคะ เธอเอ่ยล้อๆ ราชิดจึงหัวเราะพลางตอบคำถาม

ผมไม่ได้มาหาใครหรอกครับ ผมตามเจ้านายมาที่นี่ต่างหาก

ตามเจ้านายมาที่นี่ เธอทวนคำอย่างครุ่นคิดก่อนจะนึกได้ งั้นคุณก็มากับอีตาชีคโรคจิต เอ๊ย...ชีคฮาคิมสินะ

ครับ ชายหนุ่มพยักหน้ารับ ก่อนจะนิ่วหน้าเล็กน้อยที่ได้ยินหญิงสาวเรียกเจ้านายเขาว่า อีตาชีคโรคจิตแม้จะสงสัยแต่เขาก็ไม่ถามอะไร และแทบจะหัวเราะออกมาอีกเมื่อได้ยินเธอพูดประโยคต่อมา

อืม...คุณนี่ดูท่าทางสุภาพดีนะคะ ไม่เหมือนเจ้านายของคุณเลยสักนิดเดียว

ทำไมคุณถึงคิดอย่างนั้นล่ะครับ ท่านชีคเป็นสุภาพบุรุษมากนะครับ ถึงแม้จะไม่รู้ว่าท่านชีคของเขาทำอะไรให้หญิงสาวตรงหน้าคิดเช่นนี้ได้ แต่เขาก็แก้ตัวแทนตามประสาลูกน้องที่ดีและในฐานะที่ใกล้ชิดกันมาตั้งแต่เด็ก มีนาเบ้ปากแต่ไม่อธิบายให้ราชิดเข้าใจว่าเพราะอะไรเธอถึงคิดเช่นนี้ แหม...เรื่องโดนผู้ชายแปลกหน้าลวนลามมันน่าเปิดเผยตรงไหนกันเล่า ท่าทีสุภาพและจริงใจของชายหนุ่มตรงหน้า ทำให้หญิงสาวรู้สึกถูกชะตาจนอยากผูกมิตรด้วย เพราะเธออยากมีเพื่อนเป็นคนที่นี่บ้าง

คุณชื่ออะไรเหรอคะ ฉันชื่อมีนาแต่เรียกสั้นๆ ว่ามีนก็ได้ค่ะ ฉันเพิ่งมาอยู่ที่นี่ยังไม่มีเพื่อนเลย คุณจะใจดียอมเป็นเพื่อนกับฉันได้ไหมคะ

ได้สิครับ เป็นเกียรติของผมมากที่ได้เป็นเพื่อนของคุณ ผมชื่อราชิดครับ เอ...ดูคุณไม่ใช่คนที่นี่แน่ๆ คุณมาจากที่ไหนเหรอครับ

ราชิดชวนคุยอย่างกระตือรือร้น ซึ่งชายหนุ่มก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมถึงได้อยากสนทนากับผู้หญิงคนนี้นัก ทั้งที่เพิ่งรู้จักกันแท้ๆ บางทีอาจจะเป็นเพราะรอยยิ้มสดใส เสียงพูดอันไพเราะกับเสียงหัวเราะใสๆ ของเธอก็เป็นได้ เพราะมันทำให้หัวใจที่แห้งแล้งของเขารู้สึกชุ่มชื่นขึ้นมาได้เป็นครั้งแรก

 

ขณะที่หนุ่มสาวข้างนอกบ้านสนทนากันอย่างสนุกสนานอยู่นั้น ข้างในบ้านภายในห้องทำงานอันกว้างขวาง ซาอิดกับชีคฮาคิมก็กำลังสนทนากันถึงเรื่องงานอยู่เช่นกัน

เป็นอันว่านายตกลงจะร่วมลงทุนกับอาหมัดใช่ไหม ซาอิดถามเพื่อนรัก หลังจากศึกษางานและผลได้ผลเสียกันอย่างรอบคอบแล้ว

มันก็น่าสนใจดีไม่ใช่เหรอ โรงแรมของอาหมัดมีชื่อเสียงอยู่แล้ว ผลประกอบการที่ผ่านๆ มาก็ได้กำไรมหาศาล

ถูกต้อง ถ้านายตกลงฉันจะโทรบอกอาหมัดเลยนะ เพราะเขาก็รอฟังข่าวอยู่เหมือนกัน เมื่อชีคฮาคิมพยักหน้ารับ ซาอิดก็จัดการต่อโทรศัพท์หาอาหมัดทันที จนคุยกันอยู่ครู่หนึ่งก็วางสายไป ดูท่าอาหมัดดีใจมากเลยนะที่รู้ว่านายตอบตกลง เดี๋ยวอาหมัดจะทำรายละเอียดของโครงการมาให้พวกเราดูอีกที อีกสองสามวันจะโทรมานัดอีกที

ชีคฮาคิมพยักหน้ารับรู้ พลางยกถ้วยชาขึ้นจิบแก้กระหายเช่นด้วยกับซาอิด แต่ฝ่ายหลังนิ่วหน้านิดๆ เมื่อสัมผัสได้ถึงรสชาติของชาที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ก็ไม่ติดใจอะไรเพราะคิดว่าแม่บ้านคงจะเปลี่ยนยี่ห้อของชาใหม่ ความตั้งใจที่ว่าจะตำหนิแม่บ้านที่เปลี่ยนชาโดยพละการจึงล้มเลิกไป เมื่อได้กลิ่นหอมๆ ของชาและรสชาติที่ดีขึ้นมากกว่าเดิม

ฮาคิม...ช่วงนี้ฮานีฟาเป็นยังไงบ้าง

ก็...สบายดี ชีคหนุ่มตอบเสียงแผ่ว เพราะรู้ดีว่าน้องสาวสุดที่รักไม่ได้เป็นอย่างที่เขาพูดเลย ช่วงนี้ฮานีฟาเอาแต่ซึมเศร้าเหม่อลอยและร้องไห้อยู่บ่อยครั้ง ข้าวปลาก็ทานไม่ค่อยจะได้จนใบหน้าเริ่มซูบซีดจนน่าเป็นห่วงยิ่งนัก

นายนี่เอาแต่ทำงาน จนไม่ได้สังเกตน้องสาวตัวเองบ้างรึไง ซาอิดเอ่ยตำหนิ ฮานีฟาดูซึมๆ ไปนะเหมือนคนไม่สบายเลย ฉันว่านายน่าจะพาเธอไปหาหมอบ้างนะ เกิดเป็นอะไรขึ้นมาจะได้รักษาได้ทัน

นายไม่ต้องห่วงหรอก อีกสักพักฮานีฟาจะดีขึ้นเอง อีกไม่นาน... ประโยคสุดท้ายคล้ายชีคหนุ่มรำพึงกับตนเองมากกว่าจะบอกเพื่อนรัก

นายใจเย็นเกินไปแล้ว ถ้าไม่ว่างงั้นเดี๋ยวฉันจะพาฮานีฟาไปหาหมอเอง จะเป็นหรือไม่เป็นก็ไปตรวจดูให้แน่ใจจะดีกว่า เออ...แล้วนายรู้ไหมว่าฮานีฟาโกรธอะไรฉัน

หืม?”

ก็เธอทำเย็นชาใส่ฉัน ดูห่างเหินยังไงชอบกล พอฉันถามก็บอกว่าไม่มีอะไร แต่ฉันรู้สึกว่าเธอเปลี่ยนไปตั้งแต่ฉันกลับมาจากเมืองไทย นายพอจะรู้ไหมว่าเธอโกรธอะไรฉัน

ซาอิดถามอย่างกังวลใจ สีหน้าดูทุกข์ใจอย่างเห็นได้ชัด ชีคฮาคิมจ้องหน้าเพื่อนรักนิ่ง เขามองอย่างค้นคว้าก่อนเอ่ยถามเสียงเรียบแต่จริงจัง

ดูนายเป็นทุกข์นะ ไม่เห็นต้องจริงจังเลยนี่นา ไม่ต้องใส่ใจก็ได้นี่

จะบ้าหรือไง ฮานีฟาก็เปรียบเสมือนน้องสาวของฉันคนหนึ่งนะ ถ้าเป็นนายบ้างจะรู้สึกยังไงที่จู่ๆ คนที่เราสนิทสนมด้วยมีท่าทีเย็นชาใส่แบบนี้

ชีคหนุ่มยิ้มเครียดแล้วเอ่ยว่า ที่ฮานีฟาทำตัวเหินห่างคงเพราะไม่อยากให้แฟนนายเข้าใจผิดมั้ง ผู้หญิงด้วยกันเขาคงดูกันออก เพราะคงไม่มีผู้หญิงคนไหนชอบให้แฟนตัวเองไปสนิทสนมกับผู้หญิงอื่นมากนักหรอก แต่เป็นอย่างนี้ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ ฉันว่าฮานีฟาห่างจากนายบ้างก็ดีนะ ไม่อย่างนั้นผู้ชายคนอื่นก็เข้าใจผิดหมด

เข้าใจผิดงั้นเหรอ? แล้วผู้ชายอื่นเกี่ยวอะไรด้วย ซาอิดไม่เข้าใจ

ก็ถ้าขืนน้องสาวฉันยังสนิทสนมอยู่กับนาย ผู้ชายคนอื่นๆ ก็ไม่กล้าจีบน่ะสิเพราะคิดว่าน้องฉันเป็นแฟนนาย ห่างกันแบบนี้ก็ดีแล้ว ฮานีฟาเองก็โตเป็นผู้ใหญ่แล้วคงถึงเวลาแต่งงานเสียที เท่าที่ฉันสังเกตมีผู้ชายหลายคนเลยนะที่สนใจน้องฉันน่ะ

ขณะที่พูดสายตาของชีคฮาคิมจับจ้องเพื่อนรักไม่กะพริบ พอได้เห็นอาการหงุดหงิดงุ่นง่านของเพื่อนแล้วชายหนุ่มกลับรู้สึกดีใจ ความสงสัยบางอย่างที่เคยเก็บไว้ในใจมานานเริ่มเด่นชัดขึ้น

นายจะบ้ารึไง ฮานีฟายังเด็กอยู่นะจะรีบให้แต่งงานไปทำไม นายพูดเหมือนไม่รักน้องเลยนะฮาคิม ผู้ชายสมัยนี้ต้องดูให้ดีๆ ต้องดูกันให้นานขืนแต่งงานด้วยสุ่มสี่สุ่มห้าได้ทุกข์ใจไปตลอดชีวิตแน่

ซาอิดเอ่ยค้านอย่างไม่เห็นด้วยเขารู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมากเลยทีเดียว ที่รู้ว่าจะมีผู้ชายอื่นมาสนิทสนมกับฮานีฟาแทนที่เขา

นายไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกน่า ฉันเชื่อว่าฮานีฟาจะต้องเลือกคนที่ดีที่สุดสำหรับตนเอง ฉันเชื่อว่าผู้ชายที่น้องสาวของฉันรักต้องเป็นคนดีอย่างแน่นอน ชีคหนุ่มหัวเราะเบาๆ ในลำคอเมื่อเห็นอาการถอนหายใจและสีหน้าเคร่งเครียดของเพื่อนรัก

อาการที่ซาอิดแสดงออกเมื่อรู้ว่าฮานีฟาจะมีชายอื่นเข้ามาพัวพัน ทำให้ชีคฮาคิมอดคิดไม่ได้ว่าเพื่อนรักอาจมีใจให้น้องสาวของเขาไม่มากก็น้อย สายตาเศร้าสร้อย สีหน้าอมทุกข์ยามเล่าให้เขาฟังถึงความเย็นชาห่างเหินของฮานีฟา ยิ่งตอกย้ำความมั่นใจเพิ่มขึ้นไปอีก

แต่...จะเป็นไปได้หรือในเมื่อซาอิดมีแฟนแล้ว เขาคบกับเพื่อนคนนี้มาตั้งแต่เด็กมีหรือจะไม่รู้จักนิสัยของเพื่อนดี ซาอิดไม่ใช่คนใจคอโลเลหรือรักเผื่อเลือก ท่าทีเอาอกเอาใจอย่างอ่อนโยนและสายตารักใคร่ที่เพื่อนรักมีให้มีนาก็เด่นชัดเหมือนกัน

เอ...หรือว่าเขาจะเข้าใจผิดไปนะ ซาอิดอาจไม่ได้มีใจให้ฮานีฟาก็ได้ อาจจะแค่รักและเป็นห่วงเหมือนน้องสาวจริงๆ อย่างที่พูดก็ได้ ชีคหนุ่มถอนใจยาวกับความคิดที่เริ่มขัดแย้งกันเอง ทว่าสุดท้ายเขาก็ตัดสินใจที่จะลองพิสูจน์ดู แต่จะใช้วิธีไหนนั้นคงต้องขอคิดดูก่อน

ฉันมานานแล้วคงต้องกลับล่ะ ชีคฮาคิมบอกพร้อมกับลุกขึ้นยืน ซาอิดลุกตามด้วยท่าทางเคร่งขรึมและเดินออกไปส่งเพื่อนรักที่หน้าบ้าน ก่อนคิ้วเข้มจะเลิกขึ้นสูงเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของมีนาและเห็นว่าเธออยู่กับใคร

พี่ซาอิด มีนาวิ่งเข้ามาหาแล้วเกาะแขนพี่ชายไว้ คุยงานเสร็จแล้วเหรอคะ

จ้ะ นี่คงรู้จักกับราชิดแล้วสินะ พี่คงไม่ต้องแนะนำแล้วใช่ไหม ชายหนุ่มถามน้องสาวก่อนหันไปยิ้มให้ราชิดที่เดินมายืนอยู่ข้างหลังของชีคฮาคิม แล้วก้มศีรษะทักทายให้เขา

ค่ะ มีนกับคุณราชิดตกลงเป็นเพื่อนกันแล้วด้วยนะคะ คุณราชิดคุยสนุกแล้วก็ใจดีมากเลย ช่วยแนะนำสถานที่เที่ยวให้มีนเยอะแยะเลยค่ะ

แน่ล่ะว่าต้องคุยสนุก ก็มีนชอบเที่ยวนี่นา ซาอิดหยอกเย้าเล่น มีนาจึงทำแก้มป่องใส่ก่อนจะร่วมหัวเราะไปกับพี่ชาย

ซาอิด...ฉันกลับล่ะ ชีคฮาคิมบอกเสียงเรียบ สายตาคมกริบนั้นจับจ้องร่างบางนิ่ง จนหญิงสาวสัมผัสได้ถึงความไม่พอใจของเขา เธอจึงย่นจมูกให้แล้วสะบัดหน้าใส่อย่างไม่เกรงใจ

ฮึ...อีตาชีคโรคจิต ยังไม่ได้ทำอะไรให้เลยอยู่ๆ ก็มองเราอย่างไม่พอใจซะงั้น หญิงสาวบ่นอยู่ในใจ ก่อนจะส่งยิ้มให้กับราชิดเมื่อเขาเอ่ยลาเธอ

สองพี่น้องยืนส่งแขก จนกระทั่งรถแล่นออกจากบริเวณบ้านไป จึงเดินโอบเอวกันกลับเข้าไปในบ้าน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha