ประกาศิตรักเจ้าทะเลทราย (ซีรี่ย์ชุดเจ้าทะเลทรายแห่งรัก)

โดย: กันติมา/กานต์พิชชา



ตอนที่ 6 : บทที่ 6


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ราชิดมีความรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกจ้องมองอยู่ จึงหันไปมองทางด้านหลังก็จริงดังที่คิดไว้ เพราะขณะนี้ชีคฮาคิมกำลังจ้องเขม็งมาที่เขาด้วยสายตาที่ดูขวางๆ ยังไงชอบกล

เอ่อ...ท่านชีคครับ มีอะไรจะให้ผมทำหรือเปล่าครับ องครักษ์หนุ่มเอ่ยถามผู้เป็นนาย ซึ่งนั่งอยู่ที่เบาะด้านหลังของรถ

คุยอะไรกับมีนา ท่าทางดูสนิทสนมกันเร็วจังนะ

ถ้าหูของราชิดไม่ฝาด ดูเหมือนกระแสน้ำเสียงที่ชีคหนุ่มใช้ถามนั้นจะฟังดูห้วนๆ คล้ายประชดประชันยังไงชอบกล แต่องครักษ์หนุ่มก็ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร จึงตอบคำถามด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

ก็คุยเรื่องทั่วๆ ไปน่ะครับ เธอขอให้ผมบอกถึงสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศเรา แล้วก็ถามถึงประสบการณ์ในการเดินทางผ่านทะเลทรายของผมด้วยครับ

ราชิดนึกถึงดวงหน้าหวานและเสียงหัวเราะแจ่มใสของมีนา เขาไม่เคยมีความรู้สึกหวั่นไหวกับผู้หญิงคนไหนแบบนี้มาก่อนเลย มีนากำลังทำให้โลกของเขาสว่างสดใสขึ้น จนมองไปทางไหนก็มีแต่ความสุขทั้งนั้น

ชีคฮาคิมนิ่งเงียบไม่ถามอะไรต่อ แต่ภายในใจรู้สึกโมโหมีนาเหลือเกินที่เธอแสดงท่าทางรังเกียจเขา แต่กับราชิดกลับให้ความสนิทสนมและเป็นมิตรอย่างรวดเร็ว คอยดูเถอะ สักวันหนึ่งเขาจะปราบพยศเธอให้ได้ ชีคหนุ่มมาดหมายอยู่ในใจก่อนถอนใจอย่างหงุดหงิดออกมา

 

ในยามค่ำคืนอันมืดมิด ท้องฟ้ากว้างใหญ่ในราตรีนี้เกือบไร้ซึ่งดวงดาว เพราะถูกแสงนวลของจันทราบดบังไว้ ค่ำคืนนี้พระจันทร์งดงามนัก แต่หญิงสาวร่างระหงผู้มีใบหน้างามซึ้งกลับเศร้าหมอง หัวใจร้าวรานทุกข์ระทมด้วยผิดหวังในรักแรก

สายลมเย็นๆ พัดมาต้องผิวกาย จนคนร่างบางต้องกระชับผ้าคลุมไหล่ให้แน่นขึ้นอีกนิด พร้อมกับนึกถึงคำขอร้องของพี่ชายเมื่อตอนเย็น ซึ่งสร้างความหนักใจระคนสงสัยให้แก่ท่านหญิงฮานีฟายิ่งนัก

เอาน่า...น้องทำตามที่พี่บอกเถอะนะ

ทำไมพี่ฮาคิมถึงให้น้องทำอย่างนี้ล่ะคะ พี่มีเหตุผลอะไรบอกน้องได้หรือเปล่า

พี่ก็แค่อยากลองใจใครบางคนเท่านั้นเอง เชื่อพี่นะ ทำตามที่พี่บอกแล้วบางทีน้องรักของพี่อาจสมหวังในความรักก็ได้

คำพูดของพี่ชายฟังดูแปลกๆ เธอน่ะหรือจะสมหวังในความรัก ท่านหญิงฮานีฟายิ้มเศร้าก่อนจะหันไปมองนางกำนัลคนสนิทที่เดินมาหยุดยืนอยู่ข้างๆ

ท่านหญิงคะ ลมตรงระเบียงเริ่มเย็นจัดแล้วนะคะ เข้าข้างในเถอะค่ะเดี๋ยวจะไม่สบายเอา

เรายังอยากชมจันทร์ต่ออีกสักพักหนึ่งก่อน

ดึกมากแล้วนะคะ เข้านอนเถอะค่ะ อามินะยังรบเร้าเพราะกลัวนายหญิงของตนจะไม่สบายไป นางกำนัลสาวมองผู้เป็นนายด้วยสายตาห่วงใย ร่างงดงามอรชรอ้อนแอ้นที่ดูมีน้ำมีนวลสดใส บัดนี้ดูผอมซูบซีดเซียวลงไปอย่างน่าใจหายในเวลาแค่ไม่กี่วันเท่านั้น

หมู่นี้ท่านหญิงของเธอทานข้าวได้น้อยเหลือเกิน แถมยังไม่ค่อยหลับค่อยนอนเอาแต่ร้องไห้อีกด้วย อามินะรู้ใจนายสาวดีว่าที่เป็นเช่นนี้เพราะสาเหตุใด ความรัก...อานุภาพช่างรุนแรงนัก แต่เธอก็เชื่อว่าท่านหญิงของเธอจะผ่านพ้นความเจ็บปวดในครั้งนี้ไปได้ในที่สุด

ก็ได้ ท่านหญิงฮานีฟาทนการรบเร้าของอามินะไม่ไหวจึงยอมเข้าข้างใน ขณะเดินไปที่เตียงหญิงสาวก็ถอนใจยาวด้วยความกลัดกลุ้ม เมื่อหวนคิดถึงคำพูดของพี่ชายอีกครั้ง

 

หลังจากทานอาหารเที่ยงเสร็จ มีนาก็ขึ้นมานอนเกลือกกลิ้งเล่นอยู่บนห้องของตนเอง เพราะไม่อยากนั่งอยู่ข้างล่างแล้วต้องเจอกับจีน่าหรือมีล่าให้ต้องปะทะคารมกันอีก จะว่าสนุกก็สนุกดีอยู่หรอกนะที่ได้ยั่วโมโหสองแม่ลูกนั่นเล่น แต่บางทีเธอก็เบื่อที่ต้องมาทะเลาะกันด้วยเรื่องซ้ำซากจำเจทุกวัน

หญิงสาวลุกขึ้นนั่งแล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความเบื่อหน่าย นับตั้งแต่เธอมาอยู่ที่นี่ยังไม่เคยได้ออกไปเที่ยวที่ไหนเลยเพราะซาอิดยังไม่ว่าง พี่ชายเธอขอเวลาเคลียร์งานให้เรียบร้อยก่อนถึงจะพาเธอเที่ยว เนื่องจากไม่อยากคอยกังวลเรื่องงาน

วันนี้เธอเบื่อเหลือเกินเพราะไม่รู้จะทำอะไรดีแล้ว มีนาล้มตัวลงนอนอีกครั้งแล้วกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนเตียงนอนหลายตลบก่อนจะลุกขึ้นนั่งอีกครั้ง เมื่อตัดสินใจอย่างเด็ดขาดแล้วว่าวันนี้เธอจะขอออกไปเที่ยวข้างนอกบ้าง เมื่อตั้งใจแน่วแน่แล้วหญิงสาวก็รีบลุกจากเตียง จัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าและหยิบข้าวของที่จำเป็นใส่กระเป๋าสะพายใบเก่งของตนเอง จากนั้นก็เดินออกจากห้องไปอย่างร่าเริง

คุณแม่คะ นั่นมันนังมีนานี่คะ มันจะออกไปไหนของมันนะ จีน่าเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นมีนาเดินไปขึ้นรถที่มีคนขับรถคอยเปิดประตูรอรับอยู่ที่หน้าบ้าน

ช่างมันเถอะ ก็ดีแล้วนี่ที่มันออกไปได้ อยู่บ้านก็ขวางหูขวางตาเราซะเปล่าๆ มีล่าบอกอย่างไม่สนใจ เธอยังคงเปิดนิตยสารดูไปเรื่อยๆ จนบุตรสาวต้องหันมามองด้วยความแปลกใจ

นี่คุณแม่ไม่สนใจมันแล้วเหรอคะ ทำไมช่วงนี้ดูคุณแม่เฉยจังเลย อย่าบอกนะคะว่าคุณแม่จะรามือยอมปล่อยให้พี่ซาอิดแต่งงานกับมัน

เปล่า แต่แม่มีแผนการที่จะกำจัดมัน ซึ่งดีกว่าที่เราจะไปนั่งหาเรื่องมันอยู่ทุกวันนี้ซะอีก

แผนอะไรเหรอคะ จีน่าถามอย่างสนใจ

อีกไม่นานลูกก็จะรู้เอง วางใจเถอะจีน่า ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อยและทุกอย่างก็จะต้องเป็นของเราด้วย มีล่ายิ้มเย็นด้วยสายตามีเลศนัย และไม่ว่าจีน่าจะเซ้าซี้ถามเท่าไรเธอก็ไม่ยอมตอบ เพราะแผนการของเธอถ้าทำสำเร็จก็ดีไป แต่ถ้าไม่สำเร็จลูกสาวของเธอจะต้องอยู่รอดปลอดภัยต่อไป

 

ซาอิดมาที่คฤหาสน์ทัจยาร์ฮา เมื่อชีคฮาคิมโทรไปบอกว่ามีเรื่องงานอยากจะปรึกษาด้วย ชายหนุ่มนั่งคุยงานกับเพื่อนในห้องทำงานอยู่พักใหญ่ๆ พอคุยเสร็จก็พากันเดินไปที่ห้องโถงใหญ่

ซาอิดหวังได้พบท่านหญิงฮานีฟาที่มักจะมานั่งรอพร้อมรอยยิ้มหวานและขนมที่เธอทำอยู่เสมอ แต่ครั้งนี้เขากลับพบเพียงความว่างเปล่าจึงรู้สึกหงุดหงิดใจขึ้นมาทันที

ฮานีฟาไปไหน ทำไมไม่มานั่งรอเขาพร้อมของว่างเหมือนเคยกันนะ

ความสงสัยของซาอิดถูกชีคฮาคิมให้ความกระจ่าง เมื่อชีคหนุ่มเอ่ยถามนางกำนัลที่อยู่แถวนั้น

ท่านหญิงอยู่ไหน

อยู่ที่สวนดอกไม้กับแขกค่ะท่านชีค ชายหนุ่มพยักหน้ารับรู้ พลางโบกมือไล่ให้นางกำนัลออกไป

มีแขกคนอื่นนอกจากฉันด้วยเหรอ ซาอิดเลิกคิ้วสูง ชีคฮาคิมอมยิ้มนิดๆ หลุบเปลือกตาลงเพื่อปิดบังประกายตาเจ้าเล่ห์ไว้ก่อนตอบเสียงเรียบ

ก็คงเป็นคุณดีญ่าล่ะมั้ง เห็นหลายวันมานี่เขามาหาฮานีฟาบ่อยๆ คุยกันถูกคอเชียวล่ะ

ดีญ่า? ใครกัน ผู้หญิงหรือผู้ชายซาอิดไม่รู้ตัวว่าได้เผลอถามด้วยน้ำเสียงที่เข้มงวดราวกับจะคาดคั้นออกมา ชีคฮาคิมจึงยิ่งสนุกมากขึ้นไปใหญ่ จึงออกเดินนำไปยังสวนดอกไม้พลางตอบคำถามเพื่อนไปด้วย

ผู้ชายสิ คุณดีญ่าเขาเป็นนักธุรกิจอัญมณี เขาเอาเครื่องประดับมาให้ฉันดูก็เลยได้รู้จักกับฮานีฟา คุณดีญ่าเป็นคนดีมากนะ รูปหล่อและอัธยาศัยก็ดี เป็นสุภาพบุรุษมากๆ เลยล่ะ นี่ซาอิด...นายยังจำคำพูดเมื่อวานก่อนของฉันได้ไหม

อะไร ซาอิดถามส่งๆ ไปเพราะใจนั้นร้อนรนแปลกๆ อยากไปที่สวนดอกไม้เร็วๆ เหลือเกิน

ก็ที่ฉันบอกว่าฮานีฟาควรแต่งงานได้แล้วไง ฉันว่าน้องสาวฉันพบคนที่ควรคู่แล้วล่ะ อีกไม่นานฮานีฟาคงมีข่าวดีต่อจากงานแต่งของนายก็ได้ ชีคฮาคิมหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี จึงเป็นที่ขวางหูขวางตาของซาอิดนัก

แต่แล้วเสียงหัวเราะก็ขาดหายไป เมื่อทั้งสองคนเดินมาถึงสวนดอกไม้แล้วเห็นภาพหนึ่งเข้าพอดี ชีคหนุ่มจ้องภาพตรงหน้าเขม็ง ในขณะที่ซาอิดคำรามก้องก่อนจะวิ่งปรี่เข้าไปกระชากร่างสูงใหญ่ ที่กำลังโอบประคองร่างท่านหญิงฮานีฟาอยู่ออก จากนั้นก็ประเคนหมัดใส่หน้าอีกฝ่ายอย่างไม่ทันให้ตั้งตัวทันที

ท่านหญิงฮานีฟากรีดร้องด้วยความตกใจ เมื่อเห็นคนที่ช่วยตนเองไว้ไม่ให้ล้มลงไปนอนกองกับพื้นโดนทำร้าย หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองซาอิดจึงได้เห็นใบหน้าอันดุดันถมึงทึงแลดูน่ากลัวอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน มิหนำซ้ำวงแขนของเขายังกอดรัดตัวเธอไว้แน่นจนแทบหายใจไม่ออก ฮานีฟาพยายามปลดมือหนาออกจากเอวเพื่อจะไปดูอาการของคนที่ถูกชกจนล้มลงไป

อยู่เฉยๆ นะฮานีฟา ชายหนุ่มดุใส่ และยิ่งรู้สึกไม่พอใจมากขึ้นเมื่อเห็นเธอดิ้นรนจะไปหาผู้ชายตรงหน้าให้ได้

พี่ซาอิดปล่อยน้องเถอะค่ะ น้องจะไปดูอาการคุณดีญ่า ดูปากของเขาท่าจะแตกนะคะ พี่ซาอิดไม่น่าทำรุนแรงกับเขาเลย

แค่นี้มันยังน้อยไป มันบังอาจมาลวนลามน้องแล้วยังจะไปเข้าข้างมันอีก

ไม่ใช่นะคะ คุณดีญ่าช่วยน้องไว้ต่างหาก เขามาช่วยประคองไว้ไม่ให้น้องล้มค่ะ ฮานีฟาอธิบายความจริงให้ฟัง เมื่อได้รู้ความจริงอารมณ์ของซาอิดก็เย็นลง แต่อารมณ์หึงหวงที่เจ้าตัวยังไม่รู้ตัวยังคงคุกรุ่นอยู่ในใจ ชายหนุ่มจึงยังไม่ยอมปล่อยมือและหันไปบอกดีญ่าเสียงห้วนนิดๆ ว่า

ผมขอโทษแล้วกันที่เข้าใจคุณผิด เดี๋ยวผมจะให้นางกำนัลมาทำแผลให้คุณก็แล้วกันนะ ส่วนฮานีฟาผมคงต้องขอตัวเธอไปก่อน เพราะผมมีเรื่องจะคุยกับเธอ จบคำซาอิดก็จับมือท่านหญิงฮานีฟาไว้ แล้วฉุดดึงให้เดินตามเข้าบ้านไปด้วยกัน โดยไม่สนใจชีคฮาคิมกับดีญ่าอีกเลย

ซาอิดพาท่านหญิงฮานีฟามาที่ห้องนั่งเล่น คฤหาสน์หลังนี้เขามาบ่อยเสียจนรู้ว่าห้องไหนเป็นห้องไหน ยังไม่ทันเดินไปถึงโซฟาคนถูกฉุดมาก็รู้สึกเวียนศีรษะและใจหวิวๆ ขึ้นมา สองขาก็เหมือนไม่มีแรงเดิน จนหญิงสาวต้องทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ทำให้ซาอิดตกใจมากและรีบเข้าไปช้อนอุ้มร่างบางขึ้น จากนั้นก็พาไปกึ่งนั่งกึ่งนอนที่โซฟา

ฮานีฟา! น้องเป็นอะไรไป

น้องไม่เป็นอะไรหรอกค่ะพี่ซาอิด แค่รู้สึกเวียนหัวนิดหน่อยเท่านั้น เธอตอบเสียงเบาหวิว พาให้คนฟังใจไม่ดี

พี่ว่าน้องไปหาหมอดีกว่านะ รู้ไหมว่าหมู่นี้น้องดูซูบเซียวลงไปเยอะ นี่ได้กินได้นอนพักผ่อนเพียงพอหรือเปล่าจ๊ะ เขาถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พลางปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าให้เธอ

ท่านหญิงฮานีฟายิ้มเศร้า น้ำตาปริ่มจะหยดจนต้องพยายามกลั้นเอาไว้ ก่อนจะพยักหน้าให้เขาแทนคำตอบ

ถ้าอย่างนั้นพี่ว่าพี่โทรไปตามหมอให้มาตรวจหน่อยจะดีกว่า ชายหนุ่มทำท่าจะลุกไปโทรศัพท์ตามหมอจริงๆ หญิงสาวจึงรีบคว้าท่อนแขนแกร่งเอาไว้

อย่าเลยค่ะ น้องไม่ได้เป็นอะไรมากจริงๆ คือ...ความจริงแล้วน้องโกหกค่ะ น้องไม่ค่อยได้ทานอาหารและก็พักผ่อนน้อยก็เลยไม่ค่อยมีแรง

พี่ว่าแล้วเชียว ทำไมถึงไม่ค่อยทานข้าวล่ะ มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าปรึกษาพี่ได้นะ เขานั่งลงข้างๆ พลางจับมือบางมากุมเอาไว้แล้วบีบเบาๆ อย่างให้กำลังใจ

ไม่มีอะไรหรอกค่ะ น้องแค่เบื่อๆ อาหารเท่านั้นเอง

ถึงเบื่อก็ต้องทานนะ ต่อไปนี้น้องต้องทานอาหารทุกมื้อแล้วก็ต้องทานเยอะๆ ด้วยเข้าใจไหม ซาอิดสั่งเสียงนุ่มพร้อมยิ้มอบอุ่นให้

ฮานีฟาพยักหน้ารับแล้วฝืนยิ้มตอบ ใบหน้าเศร้าสร้อยที่คอยเอาแต่ก้มหลบของเธอ ทำให้ชายหนุ่มอดที่จะเชยคางมนให้เงยหน้าขึ้นมาสบตากันไม่ได้ ซาอิดมองดวงหน้างามซึ้งนิ่งๆ เหตุการณ์ที่สวนดอกไม้กำลังทำให้เขาสับสนกับความรู้สึกของตนเอง

เขายอมรับว่าโกรธมากที่เห็นฮานีฟาอยู่ในอ้อมกอดของชายอื่น และนอกจากโกรธแล้วก็ยังรู้สึกหวงมาก เพราะไม่อยากให้ชายใดได้แตะเนื้อต้องตัวเธอแม้ปลายก้อย เขาต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ เขารักเธอเหมือนน้องสาวคนหนึ่งไม่ใช่เหรอ แต่ทำไมถึง...หึงหวงราวกับเธอเป็นคนรักของเขา หรือว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเขาจะหลอกตัวเองมาโดยตลอดกันนะ

ซาอิดถอนใจยาว ยังคงสับสนกับความรู้สึกของตนเอง เพราะไม่แน่ใจว่าระหว่างความรักฉันพี่น้องกับความรักฉันหนุ่มสาว อย่างไหนคือความรู้สึกที่แท้จริงที่เขามีให้กับฮานีฟากันแน่

ฮานีฟา...พี่ไม่รู้นะว่าพี่ไปทำอะไรให้น้องโกรธ แต่ถึงยังไงพี่ก็ต้องขอโทษด้วย ยกโทษให้พี่เถอะนะ รู้ไหมว่าพี่ไม่สบายใจเลยที่น้องทำตัวเหินห่างกับพี่แบบนี้

น้องไม่ได้โกรธอะไรพี่ซาอิดเลยนะคะหญิงสาวตอบตรงกับใจ เธอไม่ได้โกรธเขาจริงๆ แต่แค่น้อยใจและเสียใจที่เขาจะแต่งงานกับหญิงอื่นเท่านั้น

ถ้าไม่ได้โกรธ ก็อย่าทำตัวเหินห่างกับพี่อีกเลยนะ กลับมาเป็นฮานีฟาของพี่คนเดิมเถอะ..ได้ไหมจ๊ะ น้ำเสียงของเขาช่างอ่อนหวานยิ่งนัก ทำให้ท่านหญิงฮานีฟาอดยิ้มออกมาไม่ได้ หญิงสาวฝืนกล้ำกลืนน้ำตาไว้แล้วพยักหน้าให้เป็นคำ ตอบ ถึงแม้จะเจ็บปวดแค่ไหนก็ช่างมันเถอะ เธอทนได้เพื่อคนที่เธอรัก ต่อไปนี้เธอจะพยายามทำตัวเป็นน้องสาวที่ดีของเขาเหมือนเดิม

ขอบใจนะ แล้วพี่ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่อยากขอห้ามด้วย ซาอิดเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง ต่อไปนี้น้องห้ามไปใกล้ชิดผู้ชายคนอื่นอีกอย่างเด็ดขาดเข้าใจไหม ผู้ชายสมัยนี้ไว้ใจไม่ค่อยได้ พี่ไม่อยากให้ฮานีฟาถูกเอาเปรียบ

ค่ะ ท่านหญิงฮานีฟารับคำอย่างไม่คิดโต้แย้ง เพราะเธอเองก็ไม่ได้อยากใกล้ชิดผู้ชายคนไหนอยู่แล้วเช่นกัน ขณะที่คนทั้งสองมัวแต่พูดคุยกันและเอาแต่สนใจกันและกันอยู่นั้น จึงไม่ได้รู้ตัวเลยว่ามีชายหนุ่มอีกคนยืนเฝ้ามองอยู่เงียบๆ ที่มุมอับด้านหนึ่งของห้องนั่งเล่น

ชีคฮาคิมกระหยิ่มยิ้มย่องเมื่อเห็นเพื่อนรักดูแลเอาใจใส่ฮานีฟาอย่างดี เขาไม่คิดที่จะเข้าไปขัดจังหวะให้บรรยากาศเสียจึงเฝ้ายืนดูอยู่ห่างๆ แบบนี้ต่อไป เหตุการณ์ที่สวนดอกไม้ทำให้ชีคหนุ่มแน่ใจแล้วว่าซาอิดมีใจให้น้องสาวของเขาอย่างแน่นอน เขาไม่รู้หรอกว่าเพื่อนจะรู้ตัวหรือเปล่า แต่สำหรับคนที่เฝ้าสังเกตดูอยู่อย่างเขา มั่นใจเลยว่าซาอิดมีอาการหึงหวงอย่างเห็นได้ชัดที่เห็นฮานีฟาอยู่ในอ้อมแขนของดีญ่า ซึ่งเป็นนายทหารที่เขาอุปโลกน์ว่าเป็นนักธุรกิจอัญมณีขึ้นมาเพื่อลองใจเพื่อน

ทว่าบอกตามตรงตอนที่เข้าไปเห็นเหตุการณ์ในตอนแรกเขาก็โกรธเหมือนกัน เพราะคิดว่าทหารของเขาทำเกินกว่าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย นี่ถ้าซาอิดไม่เข้าไปจับแยกเสียก่อนอาจเป็นเขาเองที่ทำเช่นนั้น แล้วอาจทำให้แผนการที่วางไว้ล่มไม่เป็นท่า

แผนการนี้นับว่าได้ผลอย่างไม่น่าเชื่อ แล้วเขาจะทำอย่างไรต่อไปดีล่ะ เขาไม่แน่ใจว่าซาอิดรู้ใจของตัวเองหรือเปล่า แล้วถ้าใช่ก็หมายความว่าเพื่อนรักของเขารักผู้หญิงสองคนในเวลาเดียวกันอย่างนั้นเหรอ โอ้...เขาไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ ว่าซาอิดจะทำเช่นนั้นได้

ชีคฮาคิมนึกถึงมีนาแล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เขาสงสารทั้งมีนาและน้องสาวของตนเองจับใจ ชายหนุ่มไม่อยากให้ทั้งสองคนต้องเจ็บปวดเสียใจแต่จะทำยังไงดีล่ะ จะมีทางไหนช่วยได้บ้างนะ ทางที่ไม่ต้องมีใครเจ็บช้ำหรือหากจะต้องเจ็บก็ขอ ให้เจ็บน้อยที่สุด

ชีคหนุ่มครุ่นคิดอย่างหนัก แล้วริมฝีปากหนาก็แย้มยิ้มออกมาเมื่อคิดได้วิธีหนึ่ง ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ แล้วหันหลังให้กับภาพหนุ่มสาวเบื้องหน้า นัยน์ตาคู่คมมีเลศนัยนั้นเปล่งประกายระยิบระยับอย่างคนที่มีความสุขกับแผนการที่คิดจะทำต่อไป

 

มีนากดชัตเตอร์ถ่ายภาพอาคารบ้านเรือนตามเส้นทางที่เดินไปเรื่อยๆ อย่างเพลิดเพลิน ถึงแม้อากาศจะร้อนไปหน่อยแต่หญิงสาวก็สู้ไม่ถอย เพราะไม่อยากกลับบ้านไปนั่งๆ นอนๆ เล่นอยู่แต่ในห้องเพียงลำพังอีก

มีนามองนาฬิกาที่ข้อมือตนเองก็พบว่าได้เวลานัดกับคนขับรถแล้ว ซึ่งอีกฝ่ายจะมารอรับเธอยังจุดที่จอดส่ง หญิงสาวเก็บกล้องใส่กระเป๋าไว้แล้วเดินไปที่ริมถนน หันมองซ้ายขวาพอเห็นถนนว่างก็รีบวิ่งข้ามไปยังฝั่งตรงข้ามทันที แต่ความที่รีบมากไปหน่อยจึงวิ่งไปสะดุดกับก้อนหินที่ตกอยู่บนถนนเข้า เธอเลยล้มลงไปในท่าตะครุบกบก่อนจะรีบลุกขึ้นยืนก็พอดีกับที่มีเสียงบีบแตรรถดังขึ้น

มีนายืนตกตะลึงเมื่อเห็นรถบรรทุกขนาดใหญ่วิ่งตรงมาทางเธอด้วยความเร็ว ขณะนั้นเธอทำอะไรไม่ถูกจึงยืนตัวแข็งอยู่กับที่ แล้วจู่ๆ ร่างของเธอก็ถูกกระชากออกมาจากบริเวณนั้น ทำให้รถวิ่งแล่นผ่านตัวหญิงสาวไปอย่างเฉียดฉิว พร้อมกันนั้นก็มีเสียงตะโกนด่าของคนขับที่เธอฟังไม่เข้าใจดังตามมา

คุณมีน...คุณมีนครับ

คุณราชิด!” มีนารู้สึกตัว และพอเห็นหน้าคนที่ช่วยชีวิตเธอเอาไว้ก็จำได้ทันที

ครับผมเอง คุณเป็นยังไงบ้างครับ บาดเจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่า ราชิดมองสำรวจร่างบางอย่างเป็นห่วง เมื่อครู่นี้หัวใจเขาเกือบวาย นี่ถ้าเขามาช่วยเธอไว้ไม่ทันคง... ชายหนุ่มขับไล่ความคิดแย่ๆ ออกไปจากหัวสมอง และบอกตัวเองว่าจะไปคิดในแง่นั้นทำไมอีก ในเมื่อเวลานี้เธอก็ปลอดภัยดีแล้ว

ฉันไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ ขอบคุณนะคะที่ช่วยไว้ไม่อย่างนั้นฉันคงได้ตายเป็นผีเฝ้าถนนแน่ๆ มีนาส่งยิ้มอย่างซาบซึ้งใจให้เมื่อเริ่มหายใจทั่วท้องมากขึ้น หัวใจที่เต้นแรงเมื่อครู่นี้ก็กลับคืนสู่สภาวะปกติอีกครั้ง

คุณมาทำอะไรแถวนี้ครับ

อ๋อ...ฉันมาเดินดูอะไรเล่นแก้เบื่อน่ะค่ะ เพราะไม่อยากจะนั่งๆ นอนๆ อยู่แต่ในบ้านทั้งวัน

ถ้าอย่างนั้นผมขออาสาพาเที่ยวได้ไหมครับ ไหนๆ เราก็เจอกันแล้ว และวันนี้ผมก็ว่างทั้งวันด้วย ได้ไหมครับคุณมีน ราชิดเอ่ยอาสาอย่างกระตือรือร้น วันนี้เขาไม่มีงานจะต้องไปทำที่ไหนเพราะท่านชีคของเขาอยู่บ้านทั้งวัน ชายหนุ่มจึงออกมาซื้อของใช้บางอย่างและไม่นึกเลยว่าจะได้พบมีนาที่นี่ เขาดีใจจนบอกไม่ถูก ไม่อยากจะคิดเลยว่านี่อาจเป็นพรหมลิขิตก็ได้

ถ้าไม่เป็นการรบกวนคุณล่ะก็ตกลงค่ะ แต่ฉันขอไปบอกคนขับรถก่อนนะคะ ป่านนี้คงมารอรับฉันกลับบ้านแล้ว

ได้สิครับ เดี๋ยวคุณมีนให้เขากลับบ้านไปก่อนเลยก็ได้ เพราะถ้าเที่ยวเสร็จแล้วผมจะไปส่งคุณมีนที่บ้านเองครับ

โอเคค่ะ มีนายิ้มกว้างอย่างสดใสพาให้หัวใจหนุ่มหวั่นไหว ราชิดเดินตามร่างบางไปด้วยใจที่เป็นสุข เขามั่นใจว่าวันนี้จะต้องเป็นวันที่เขามีความสุขที่สุดอย่างแน่นอน เพราะได้เที่ยวกับผู้หญิงที่พึงพอใจ

หลังจากหญิงสาวบอกกับคนขับรถเสร็จแล้ว ชายหนุ่มก็พาเธอไปที่รถยนต์ของเขา แล้วขับพาเธอไปเที่ยวยังสถานที่ต่างๆ ที่เขาเคยเล่าให้เธอฟังในวันแรกที่ได้รู้จักกันอย่างมีความสุข


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha