ประกาศิตรักเจ้าทะเลทราย (ซีรี่ย์ชุดเจ้าทะเลทรายแห่งรัก)

โดย: กันติมา/กานต์พิชชา



ตอนที่ 7 : บทที่ 7


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

มีนาเงยหน้าขึ้นจากนิตยสารที่อ่านอยู่ แล้วมองไปยังประตูห้องเมื่อได้ยินเสียงเคาะ หญิงสาววางหนังสือลงก่อนจะลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูออก จากนั้นก็เดินกลับมานั่งลงบนเตียงตามเดิม

อ้าว...ทำไมยังไม่แต่งตัวอีกล่ะมีน ซาอิดถามเมื่อยังเห็นน้องสาวอยู่ในชุดเดิม ทั้งที่เมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้เขาเข้ามาบอกแล้วว่าให้อาบน้ำแต่งตัวใหม่

มีนไม่อยากไปค่ะ มีนาตอบพลางยกมือขึ้นกอดอก และทำหน้ามุ่ยมองพี่ชายอย่างหงุดหงิดใจ

ไม่ได้นะ พวกเขาอุตส่าห์เลี้ยงต้อนรับมีน ฮาคิมให้เกียรติมีนมากเลยนะ อย่าดื้อสิคนดี ลุกเร็วเข้า ยังไงมีนก็ต้องไปนะ ชายหนุ่มดึงแขนน้องสาวให้ลุกขึ้น เมื่อเธอยังนั่งนิ่งไม่ยอมขยับ

ทำไมพี่ซาอิดต้องบังคับมีนด้วยคะ มีนไม่อยากไปเพราะไม่ชอบอีตาชีคอะไรนั่น เธอบอกตรงๆ อย่างไม่พอใจ ทำให้ซาอิดส่ายหน้าด้วยความอ่อนใจเพราะไม่รู้จะทำอย่างไรดี

แต่ถึงยังไงเขาก็ต้องพาน้องสาวไปด้วยให้ได้เนื่องจากได้รับปากตกลงกับเพื่อนไปแล้ว หลังจากที่อีกฝ่ายโทรมาชวนให้ไปทานอาหารค่ำที่คฤหาสน์ด้วยกันเพราะต้องการเลี้ยงต้อนรับมีนา

มีน...น้องโตแล้วนะ อย่าทำตัวเป็นเด็กๆ สิ พี่บอกแล้วไงว่ามันเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน เอาล่ะ...ลุกขึ้นเร็วเข้า อย่าให้พี่ต้องโกรธนะเมื่อใช้ไม้อ่อนไม่ได้ผลชายหนุ่มก็เปลี่ยนมาใช้ไม้แข็งแทน มีนามองพี่ชายด้วยความน้อยใจแต่ก็ยอมลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำไป ซาอิดมองตามพลางส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ ก่อนจะเดินออกไปจากห้องไปเพื่อให้น้องสาวได้แต่งตัว

สองพี่น้องนั่งอยู่ในรถยนต์คันหรู ซึ่งกำลังแล่นมุ่งหน้าสู่คฤหาสน์ทัจยาร์ฮา ซาอิดเห็นหน้าบึ้งตึงของน้องสาวก็อดง้องอนไม่ได้ เขานั้นไม่เคยใจแข็งหรือโกรธอะไรมีนาได้นานเลยสักครั้ง และครั้งนี้ดูเหมือนเขาจะผิดที่บังคับให้เธอทำในสิ่งที่ไม่ชอบ ทว่ามันจำเป็นเพราะถ้ามีนาไม่ไปมันจะเป็นการเสียมารยาทมากด้วยเขาได้รับปากไปแล้ว

บางครั้งคนเราก็ต้องหัดทำอะไรที่ฝืนใจตนเองบ้างเพื่ออยู่ร่วมในสังคม หญิงสาวนั้นยังเด็กนักยังต้องเรียนรู้อะไรอีกมากมายเลยทีเดียว

มีนามีสีหน้าดีขึ้นเมื่อพี่ชายง้องอนพร้อมกับอธิบายถึงเหตุผลให้ฟัง ถึงแม้เธอจะไม่พอใจแต่ก็อดเห็นด้วยไม่ได้ว่าคนเราบางครั้งก็ต้องทำอะไรที่ฝืนใจตนเองบ้าง อาจเพื่อตนเองหรือไม่ก็เพื่อคนอื่นเหมือนอย่างเช่นเธอในตอนนี้ ทั้งที่แสนเกลียดขี้หน้าอีตาชีคโรคจิตนั่นนักหนา ทว่าก็ต้องจำฝืนใจมาเพื่อรักษาหน้าของพี่ชาย

ทั้งคู่มาถึงคฤหาสน์ทัจยาร์ฮาในเวลาทุ่มครึ่ง นางกำนัลนำสองพี่น้องไปที่ห้องโถงใหญ่ ซึ่งมีชีคฮาคิมและท่านหญิงฮานีฟานั่งคอยอยู่ก่อนแล้ว ทุกคนทักทายกันด้วยใบหน้ายิ้มแย้มจากนั้นก็เคลื่อนย้ายกันมายังห้องรับประทานอาหาร

มีนามองอาหารที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะตาโต เพราะมันมีมากมายและล้วนดูน่ากินไปหมด หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่และนึกหิวขึ้นมาทันทีทันใด ดังนั้นเมื่อเก้าอี้ด้านข้างถูกเลื่อนออกเธอจึงนั่งลงทันที ก่อนจะเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มหวานให้คนเลื่อนให้ เพราะคิดว่าเป็นพี่ชายแต่พอเห็นว่าเป็นใครรอยยิ้มก็หุบลงฉับพลัน

 

มีนามองหาซาอิดก็เห็นเขากำลังทำหน้าที่สุภาพบุรุษเลื่อนเก้าอี้ออกให้ฮานีฟานั่งอยู่ จากนั้นพี่ชายของเธอก็นั่งลงข้างๆ ด้วยใบหน้าแช่มชื่น พอเธอหันกลับมามองข้างกายอีกครั้งก็พบว่าชีคฮาคิมนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆ เธอเสียแล้ว หญิงสาวจึงรู้สึกไม่พอใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากนิ่งเฉย เนื่องจากไม่ต้องการถูกตำหนิว่าไร้มารยาท

อาหารไม่เยอะไปหน่อยเหรอ เราทานกันแค่สี่คนเองนะ ซาอิดเอ่ยขึ้นหลังจากกวาดตามองอาหารทั่วโต๊ะแล้ว

ไม่หรอก มื้อนี้ถือเป็นการเลี้ยงต้อนรับน้องมีนนี่นา เพราะฉะนั้นมันก็ต้องพิเศษกันหน่อยสิ ชีคหนุ่มบอกยิ้มๆ จากนั้นเขาก็เริ่มลงมือทานเป็นคนแรก โดยการตักอาหารใส่จานให้กับมีนา ซึ่งหญิงสาวก็จำต้องกล่าวขอบคุณตามมารยาท

ไม่รู้ว่าอาหารที่ทำจะถูกปากน้องมีนหรือเปล่านะคะ เพราะพี่ไม่รู้ว่าน้องมีนชอบทานอะไรบ้าง ท่านหญิงฮานีฟาออกตัวไว้ก่อน ใบหน้างามแม้จะดูยิ้มแย้มแต่แววตายังคงเศร้าหมองไม่เปลี่ยนแปลง

หญิงสาวเหลือบตามองพี่ชายอย่างไม่รู้ว่าเขากำลังคิดจะทำอะไรอยู่กันแน่ ความจริงเธอไม่เห็นด้วยที่จะเชิญซาอิดกับมีนามาเลี้ยงต้อนรับที่คฤหาสน์ เพราะเธอไม่อยากเห็นภาพบาดตาบาดใจในช่วงนี้ แต่เมื่อพี่ชายยืนยันจะจัดเลี้ยงให้ได้ เธอในฐานะเจ้าบ้านอีกคนก็ต้องจำใจออกมาต้อนรับเพื่อรักษามารยาท

ไม่ต้องกังวลหรอกฮานีฟา มีนน่ะเป็นคนทานง่ายอยู่แล้ว จริงไหม คำสุดท้ายซาอิดหันมาถามน้องสาวด้วยรอยยิ้มล้อเลียน

ค่ะ มีนาตอบสั้นๆ จากนั้นทุกคนก็เริ่มลงมือทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย เพราะฝีมือการทำอาหารของท่านหญิงฮานีฟานั้นไม่เป็นสองรองใคร

มีนาเองก็ยอมรับว่ารสชาติดี อาหารแต่ละอย่างก็แปลกตาชวนลิ้มลองทั้งนั้น ซึ่งหญิงสาวคงทานได้เยอะและมีความสุขมากกว่านี้ ถ้าไม่มีเรื่องให้ต้องขุ่นเคืองใจและสาเหตุก็มาจากสองพี่น้องเจ้าของบ้านนั่นเอง

ฮึ...ผู้เป็นน้องก็ช่างฉอเลาะกับพี่ชายของเธอจนน่าหมั่นไส้ ส่วนคนพี่ก็วุ่นวายกับเธอเสียเหลือเกิน ทั้งตักอาหารให้ทั้งชวนคุยจนเธอนั้นเผลอชักสีหน้าใส่เขาบ่อยๆ แต่เขากลับยิ้มระรื่นทำเหมือนไม่รับรู้ซะอย่างนั้น

ดังนั้นพอจบมื้ออาหารไปได้ มีนาก็แทบจะถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ที่ไม่ต้องตบะแตกลุกขึ้นข่วนใบหน้ายิ้มแย้มราวกับกำลังขบขันของชีคฮาคิมเข้า ซึ่งบางทีหญิงสาวก็อดสงสัยไม่ได้ว่าอาจโดนชายหนุ่มแกล้งเข้าให้เสียแล้ว

มีนาและฮานีฟามานั่งคุยกันต่อที่ห้องนั่งเล่น ส่วนชีคฮาคิมกับซาอิดนั้นขอแยกตัวไปคุยงานกันในห้องทำงาน สองสาวจึงปรับทุกข์กันด้วยความเหนื่อยใจ เพราะมีความเห็นที่ตรงกันว่าอยากให้พี่ชายของตัวเองได้หยุดงานแล้วพักผ่อนเสียบ้าง

พี่ซาอิดนี่วันๆ เอาแต่ทำงาน ไม่ค่อยจะพักผ่อนซะบ้างเลย มีนาบ่นอุบ ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เธอก็รู้ซึ้งเลยว่าพี่ชายนั้นบ้างานขนาดไหน วันๆ หมกตัวอยู่แต่ในห้องทำงานหรือไม่ก็เข้าบริษัท แถมยังทำงานจนลืมเวลาบ่อยๆ นี่ถ้าเธอไม่อยู่ด้วย วันหนึ่งเขาคงทานข้าวแค่มื้อเดียวเป็นแน่ ตอนนี้เลยรู้ว่าเธอน่ะคิดถูกแล้วที่ตามพี่ชายมาที่นี่ จะได้คอยบังคับให้กินข้าวตามเวลาได้

เหมือนพี่ฮาคิมเลยค่ะ รายนั้นก็ทำแต่งานเหมือนกัน

เพราะอย่างนี้มั้งคะ พวกเขาถึงเป็นเพื่อนกันได้ มีนาบอกก่อนจะหัวเราะประสานเสียงกับฮานีฟาด้วยความขบขัน

น้องมีนมาอยู่ที่นี่ได้ไปเที่ยวที่ไหนบ้างหรือยังคะ ท่านหญิงชวนคุยต่อ ภายในห้องนี้มีเพียงเธอและมีนาเท่านั้น ส่วนอามินะเธอให้ออกไปทำอะไรอย่างอื่นแทน เพราะไม่ต้องการให้มีนารู้สึกอึดอัด

ยังเลยค่ะ พี่ซาอิดขอเวลาเคลียร์งานสักพัก ก่อนจะหยุดยาวเพื่อพามีนเที่ยวให้ทั่วอัสมานวาร์ ก็ไม่รู้ว่าจะพาไปเที่ยวที่ไหนบ้างเหมือนกัน

อัสมานวาร์ของเรา ถึงแม้จะมีพื้นที่เป็นทะเลทรายส่วนใหญ่ แต่ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวอันสวยงามอยู่หลายแห่งเลยนะคะ โดยเฉพาะโอเอซิสใหญ่ๆ ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติจะงดงามสมบูรณ์แบบที่สุดเลยล่ะค่ะ ถ้าน้องมีนเห็นแล้วต้องชอบมากแน่ๆ

ท่านหญิงฮานีฟาเล่าถึงสิ่งสวยงามของประเทศตนเองให้ฟังอย่างภาคภูมิใจ มีนาได้ฟังก็ตาวาวด้วยต้องการอยากที่จะเห็นโอเอซิสที่ว่านั่น หญิงสาวคิดว่ามันเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่สุดเพราะสามารถเกิดขึ้นเองได้ท่ามกลางทะเลทรายอันร้อนระอุแบบนี้

น่าสนใจมากๆ เลยค่ะ งั้นมีนจะบอกให้พี่ซาอิดพาไปเที่ยวที่นั่นบ้างดีกว่า

ท่านหญิงฮานีฟายิ้มบางๆ หลุบเปลือกตาลงเพื่อปิดบังรอยเศร้าสร้อยในดวงตา หญิงสาวนึกอิจฉามีนาจับใจที่จะได้ไปเที่ยวกับซาอิด เพราะตั้งแต่เธอรู้จักกับเขามายังไม่เคยได้ไปเที่ยวไหนกันสองต่อสองเลย

เธออิจฉา...อิจฉาเหลือเกิน

ท่านหญิงฮานีฟามัวแต่จมอยู่กับความทุกข์ตรม จึงไม่รู้เลยว่าถูกอีกฝ่ายจับจ้องมองอยู่ มีนาเห็นสีหน้าหม่นหมองของฮานีฟายามที่เธอเอ่ยถึงความสนิทสนมกับพี่ชายให้ฟัง ก็เริ่มมั่นใจแล้วว่าอีกฝ่ายมีใจให้พี่ชายของเธอจริงๆ

หญิงสาวนึกเอะใจตั้งแต่วันที่ซาอิดเอาของฝากไปให้แล้ว แววตาเศร้าๆ มักมีน้ำตาเอ่อคลอรวมถึงสายตาตัดพ้อยามลอบมองซาอิดนั้นเธอได้เห็นหมด ยิ่งเป็นผู้หญิงด้วยกันมีหรือจะดูกันไม่ออก ท่านหญิงคงจะเสียใจมากเพราะคิดว่าเธอเป็นแฟนของพี่ซาอิดจริงๆ ซึ่งดูๆ ไปก็น่าสงสารอยู่เหมือนกัน

มีนาคิดในใจก่อนจะฉีกยิ้มส่งให้ท่านหญิงฮานีฟาที่ช้อนตาขึ้นมามอง แล้วชวนคุยไปเรื่อยเปื่อยเพื่อฆ่าเวลารอพี่ชาย

 

มีนาเดินลงบันไดมาด้วยสีหน้างุนงง เมื่อเด็กรับใช้ขึ้นไปบอกเธอที่ห้องว่ามีแขกมาขอพบ ตอนแรกหญิงสาวปฏิเสธที่จะลงมาพบ เพราะไม่เคยมีเพื่อนหรือคนรู้จักที่นี่เป็นพิเศษ และเดาเอาว่าน่าจะเป็นแขกของพี่ชายมากกว่า

แต่เมื่อสาวใช้ยืนยันว่าเป็นแขกของเธอจริงๆ ทว่าครั้นพอเธอถามรายละเอียดว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายและชื่ออะไร สาวใช้ก็ไม่ตอบแถมยังเลี่ยงในการตอบคำถามด้วยการหนีซะดื้อๆ ทำให้มีนาจำใจต้องลงมาพบด้วยความอยากรู้ พลางนึกเดาเอาเองว่าอาจเป็นราชิดก็ได้

หญิงสาวเดินเข้ามาในห้องโถงใหญ่ พอเห็นหน้าคนที่มาหาถนัดตาก็นึกอยากหันหลังเดินกลับทันที และเธอคงทำได้สมใจนึกหากอีกฝ่ายจะไม่หันมาเห็นเธอเข้าซะก่อน

ไม่คิดว่าเป็นการเสียมารยาทเกินไปหน่อยหรือ ที่ปล่อยให้แขกรอนานขนาดนี้

มีนาหน้าตึงและมองคนพูดอย่างไม่พอใจ ก่อนจะเดินมานั่งลงบนโซฟาตัวตรงข้ามกับชายหนุ่ม หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยแล้วตอบเสียงห้วนนิดๆ

กับแขกที่เจ้าของบ้านไม่พึงปรารถนาจะพบ ไม่นับว่าเป็นการเสียมารยาทหรอกค่ะ

ชีคฮาคิมอมยิ้มขันกับคำตอบของเธอ เขาคิดไว้ไม่มีผิดว่าเธอต้องไม่ยอมลงให้เขาอย่างแน่นอน ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าต่อปากต่อคำและแสดงท่าทีรังเกียจเขาแบบนี้มาก่อน เพราะผู้หญิงรอบกายเขานั้นล้วนแล้วแต่ฉอเลาะ พูดจาหวานหูเอาอกเอาใจเขาสารพัดซึ่งบางครั้งมันก็น่าเบื่อ

เมื่อได้มาเจอคนไม่ยอมลงให้แบบมีนาจึงทำให้ชีคหนุ่มรู้สึกสนุก และเกิดความท้าทายขึ้นมาว่าเขาจะสามารถปราบพยศเธอลงได้หรือไม่ ซึ่งชายหนุ่มก็พร้อมแล้วที่จะลองดูสักตั้งหนึ่งเพราะหากเขาทำสำเร็จ ฮานีฟาก็จะสมหวังในรัก ส่วนตัวเขาเองก็จะได้หญิงที่ปรารถนามาเชยชมสมใจ

ใครว่าเจ้าของบ้านไม่พึงปรารถนากัน พี่ไม่เคยได้ยินซาอิดบอกสักคำ ชีคหนุ่มตอบกลับอย่างยียวนเล่น ทำให้มีนาหน้าร้อนวูบ เพราะคำพูดของเขามันเหมือนกล่าวหาว่าเธอเป็นคนขี้ตู่ หญิงสาวเม้มปากแน่นด้วยความโกรธแต่พยายามระงับอารมณ์ไว้แล้วเอ่ยถามเขาตรงๆ เสียงขุ่น

คุณต้องการพบฉันทำไม

ชีคฮาคิมยังคงมีรอยยิ้มติดบนใบหน้า แถมยังเอนกายนั่งแบบสบายๆ อีกด้วย เขานึกชมหญิงสาวในใจที่เธอสามารถเก็บอารมณ์ไว้ได้ทั้งๆ ที่ไม่พอใจเป็นอย่างมาก ซึ่งต่างจากหลายวันก่อนลิบลับที่นิสัยดูเหมือนเด็กขี้โวยวาย

จะมาชวนไปเที่ยว

ขอบคุณค่ะ แต่ฉันคงไม่รบกวน มีนาปฏิเสธทันทีโดยไม่เสียเวลาคิดแม้แต่น้อย

ทำไมล่ะ ไม่เบื่อบ้างหรือไงที่ต้องอยู่แต่กับบ้าน ไปเถอะน่า พี่จะพาเที่ยวเอง สนุกนะ เดี๋ยวจะพาไปชอปปิ้งก่อนแล้วจากนั้นก็ไปทานข้าวกัน เขาพยายามชักชวนเมื่อเธอยังคงปฏิเสธไปน่านะมี...” ชีคหนุ่มพูดไม่ทันจบประโยคดี คนที่ถูกชวนก็ตบะแตก กักเก็บอารมณ์ไม่อยู่อีกต่อไปจึงตวาดใส่ด้วยความโมโห

เอ๊ะ! บอกว่าไม่ไปก็ไม่ไปสิ เซ้าซี้อยู่ได้น่ารำคาญ

แทนที่ชีคฮาคิมจะโกรธกลับหัวเราะเสียงดัง ราวกับเธอกำลังแสดงละครตลกให้ดูเสียอย่างนั้น มีนาจึงหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัด นึกอยากจะข่วนใบหน้ายิ้มๆ ของเขานัก ชีคหนุ่มยังคงหัวเราะไม่หยุดเพราะรู้สึกขำหญิงสาวที่เจอเขาแหย่หน่อยเดียวก็ตบะแตก แสดงความโกรธเกรี้ยวออกมาเสียแล้ว

คุณไม่มีงานทำหรือไง ถึงได้มาแกล้งยั่วประสาทฉันเล่นแบบนี้ หญิงสาวถามเสียงขุ่นตาเขียว เพราะเริ่มรู้ตัวแล้วว่าโดนเขาแกล้ง

มี แต่พี่ก็มีเวลาว่างมากพอที่จะคุยกับน้องมีนและพาไปเที่ยว

ฉันจำได้ว่าฉันไม่มีพี่ชายหน้าตาอย่างคุณ มีนาบอกเสียงเรียบพลางเชิดหน้าใส่เล็กน้อย เพราะไม่ต้องการให้เขาเรียกเธออย่างสนิทสนมนัก ก่อนจะเอ่ยปากไล่เขาตรงๆ อย่างไม่ไว้หน้า และถ้าคุณไม่มีธุระอะไรก็เชิญกลับไปได้แล้วค่ะ ฉันต้องการพักผ่อน

คราวนี้ชีคฮาคิมไม่รู้สึกขำอีกต่อไป ใบหน้าเข้มตึงขึ้นด้วยความไม่พอใจ เพราะคำพูดของเธอดูไม่ให้เกียรติเขาเกินไปเสียแล้ว ไม่เคยมีใครหน้าไหนเอ่ยปากไล่เขาแบบไร้มารยาทเช่นนี้มาก่อน ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว หญิงสาวจึงลุกตามเพราะคิดว่าเขาจะกลับแล้ว

จะกลับแล้วใช่ไหมคะ ชะ...ว้าย! นี่คุณจะทำอะไรน่ะ เธอร้องถามเสียงหลง เมื่อชีคฮาคิมเคลื่อนกายเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว และฉุดข้อมือบางให้เดินตามเขาไป

มีนาดิ้นรนร้องโวยวายไปตลอดทาง และพยายามมองหาคนช่วยแต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาสักคน หญิงสาวจึงอดโมโหไม่ได้ว่าคนบ้านนี้มัวไปมุดหัวอยู่ที่ไหนกันหมด เจ้านายกำลังจะถูกทำร้ายถึงในบ้านยังไม่มีใครโผล่หัวออกมาช่วยอีก

มีนาร้องกรี๊ดลั่นเมื่อถูกผลักเข้าไปภายในห้องๆ หนึ่งซึ่งพอกวาดตามองแล้วก็จำได้ทันทีว่าเป็นห้องทำงานของซาอิด หญิงสาวจ้องคนตรงหน้าเขม็งก่อนจะสะดุ้งนิดๆ ด้วยความกลัวเมื่อได้ยินเสียงกดล็อกประตู มีนาก้าวถอยหลังหนีไปเรื่อยๆ เมื่ออีกฝ่ายสาวเท้าเข้ามาหา จนกระทั่งมาจนมุมเพราะติดโต๊ะทำงาน

ชีคฮาคิมก้าวเข้ามาประชิดด้วยท่าทีคุกคาม แต่พอเห็นความหวาดกลัวในดวงตาคู่งามก็อดใจอ่อนไม่ได้ ทว่าชายหนุ่มก็ไม่คิดจะปล่อยหากยังไม่ได้สั่งสอนเธอให้รู้เสียก่อนว่าอย่ามาลองดีกับคนอย่างเขา

ตอนแรกชีคหนุ่มยอมรับว่าโกรธมากที่มีนาทำตัวไร้มารยาทใส่เลยคิดจะสั่งสอนเล็กๆ น้อยๆ จึงพาเธอมาที่ห้องทำงานของซาอิดเนื่องจากมันมิดชิดและเก็บเสียงได้ดี ทว่าพอได้เห็นท่าทางตื่นกลัวและได้ใกล้ชิดร่างบางจนเกือบแนบเนื้อกันแบบนี้ ความโกรธก็มลายหายไปหลงเหลือไว้แค่เพียงความปรารถนาอันแรงกล้า ที่อยากจะสัมผัสกายหอมกรุ่นนี้ของเธอเท่านั้น

ทะ...ถอย..ออกไปนะ มีนาร้องสั่งเสียงตะกุกตะกัก เกิดอาการหน้าร้อนผ่าว ร่างกายเริ่มสั่นสะท้านเพราะไม่เคยใกล้ชิดชายอื่นขนาดนี้ยกเว้นพ่อกับพี่ชายมาก่อน

หญิงสาวคิดไม่ออกว่าควรทำอย่างไรดี เพราะหากจะเดินหน้าก็ติดเขาแต่ถ้าถอยหลังก็ติดโต๊ะทำงาน จึงตัดสินใจที่จะเบี่ยงตัวออกด้านข้างแทนทว่าเพียงแค่ขยับตัวเท่านั้น ลำแขนแข็งแกร่งทั้งสองข้างของชีคหนุ่มก็เท้าลงบนโต๊ะทันที กลายเป็นกำแพงกั้นตัวเธอไว้ในอ้อมแขนของเขา

มีนาเผลอกลั้นลมหายใจ เพราะการที่เขาทำแบบนี้ทำให้ทั้งเขาและเธอใกล้ชิดกันมากขึ้น หัวใจดวงน้อยเต้นรัว กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่อยู่หลายครั้งและรู้สึกหวิวๆ คล้ายดั่งจะเป็นลม เมื่อสัมผัสได้ถึงไอร้อนจากกายแกร่งกับลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดตรงหน้าผาก ความรู้สึกของเธอในตอนนี้เหมือนกับกำลังถูกเขาโอบกอดอยู่ไม่มีผิด

หญิงสาวเอนตัวไปด้านหลังเล็กน้อย เพื่อไม่ให้ตัวเองสัมผัสกับตัวเขามากเกินไป เธอก้มหน้าลงและพยายามมองแค่ระดับอกของเขาเท่านั้น แก้มนวลสองข้างนั้นแดงปลั่งราวกับลูกตำลึงสุก ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่อาจรอดพ้นสายตาของชีคฮาคิมไปได้ เขามองด้วยความพึงพอใจเพราะอย่างน้อยเธอก็ยังหวั่นไหวต่อเขาบ้าง

ชายหนุ่มแอบสูดกลิ่นหอมจากเรือนผมยาวสลวยของเธอเบาๆ แต่ที่เขาอยากสัมผัสมากที่สุด คือกลิ่นกายอันหอมหวานของเธอต่างหาก ซึ่งมันรบกวนจิตใจและทำให้ร่างกายเขาร้อนรุ่มไปหมดแล้ว

นี่..มีนาเอ่ยเสียงสั่น คุณช่วยถอยออกไปห่างๆ หน่อยได้ไหม ฉะ...ฉันหายใจไม่ออก เธอไม่ได้โกหกแต่อย่างใด เพราะตอนนี้รู้สึกลมหายใจจะติดขัดยังไงชอบกล

ฉันมีเรื่องจะพูดกับเธอ ชีคฮาคิมพูดด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าเล็กน้อย สภาวะทางอารมณ์ในตอนนี้ของเขาไม่ค่อยปกตินัก ชายหนุ่มเปลี่ยนสรรพนามเรียกมีนาเสียใหม่ ในเมื่อเธอไม่ต้องการให้เขาเรียกอย่างสนิทสนมเขาก็ไม่ฝืนใจ

ก็ถอยออกไปก่อนสิ จะได้พูดกันรู้เรื่อง

แล้วแบบนี้ไม่รู้เรื่องตรงไหน

ตกลงคุณจะคุยธุระกับฉัน หรือจะมาหาเรื่องฉันกันแน่ เธอถามเสียงขุ่น ทั้งโกรธและเขินจะแย่อยู่แล้ว อยากให้เขาออกไปห่างๆ เหลือเกิน

ชีคหนุ่มยอมถอยห่าง แม้จะรู้สึกเสียดายไออุ่นและกลิ่นหอมรัญจวนใจจากกายสาวก็ตาม แต่ถ้าขืนเขายังอยู่แบบเดิมวันนี้ทั้งวันคงไม่ได้คุยกันแน่ แถมเขาอาจควบคุมอารมณ์ของตนเองไว้ไม่ได้อีกต่อไปด้วย

พอได้อิสระแล้วมีนาก็รีบวิ่งไปหลบอยู่หลังโต๊ะทำงานทันที เธอกะใช้มันเป็นเครื่องป้องกันการคุกคามจากเขา ชายหนุ่มเห็นแล้วก็ยักไหล่ ก่อนเดินไปทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานพลางสั่งเธอว่า

นั่งลงสิ เราจะได้คุยกันเสียที หญิงสาวย่นจมูกใส่ด้วยความไม่พอใจที่ถูกสั่ง แต่ก็ยอมนั่งลงโดยดีเขาจึงพูดต่อ เธอกับซาอิดรู้จักกันมานานแค่ไหนแล้ว

เรื่องนี้เนี่ยนะที่คุณต้องการคุยกับฉัน มีนาถามเสียงสูงอย่างรู้สึกแปลกใจ เมื่อเห็นเขาพยักหน้ารับเธอก็มองเขาอย่างประเมินว่าต้องการอะไร ก่อนยอมตอบคำถาม ฉันกับพี่ซาอิดคบกันมานานมากแล้ว รู้จักกันตั้งแต่เด็กเพราะบ้านของฉันอยู่ข้างๆ บ้านคุณแม่ของพี่ซาอิด ขณะเล่าหญิงสาวก็แอบไขว้นิ้วชี้กับนิ้วกลางไว้ทางด้านหลังด้วย

รักกันเมื่อไร ชีคฮาคิมถามอีก สีหน้าเคร่งขึ้น ในใจรู้สึกเจ็บแปลบๆ ขึ้นมาอย่างประหลาด เมื่อเห็นสีหน้าแช่มชื่นของคนเล่า

จะถามอะไรนักหนานะ

มีนาบ่นในใจ หน้ามุ่ยลงด้วยความหงุดหงิด จึงตอบด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้นว่านานมากกกก... เธอลากเสียงคำว่า มากยาวๆ เราสองคนสนิทกันมาก จนกระทั่งรู้ตัวว่ารักกันจึงได้คบหาดูใจกันเรื่อยมาตั้งแต่ฉันยัง...ยังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ สรุปเลยก็แล้วกันว่าฉันกับพี่ซาอิดรักกันมาก และสัญญากันไว้ว่าจะอยู่ด้วยกันตลอดไป รู้แล้วก็ช่วยไปบอกน้องสาวของคุณให้ตัดใจให้เด็ดขาดด้วยล่ะ จะได้ไม่ต้องช้ำใจไปมากกว่านี้

นี่เธอรู้เหรอ ชีคหนุ่มเลิกคิ้วสูงอย่างแปลกใจ แต่พอคิดว่าท่าทางที่ฮานีฟาแสดงออกมันคงฟ้องชัดเจน ผู้หญิงด้วยกันคงดูกันออกก็เลยไม่ติดใจสงสัยอะไรอีก แล้วเธอรู้สึกยังไงเขาถามด้วยความอยากรู้

ฉันก็รู้สึกเห็นใจน้องสาวคุณนะ ถึงได้บอกให้รีบๆ ตัดใจไง เพราะยังไงพี่ซาอิดก็ไม่มีวันรักใครนอกจากฉัน มีนาลอยหน้าลอยตาพูดปดไปเรื่อย เพราะอยากแกล้งชีคฮาคิมให้ทุกข์ใจเล่นเนื่องจากดูท่าเขาจะรักน้องสาวมากอยู่

รักซาอิดมากเลยเหรอ ไม่คิดจะรักผู้ชายคนอื่นเลยหรือไง ชีคหนุ่มถามเสียงจริงจังมากขึ้น

ไม่คิดและไม่มีวันคิดด้วย เพราะในสายตาของฉันพี่ซาอิดคือผู้ชายที่ดีพร้อมที่สุดในโลกนี้

ในโลกนี้ยังมีผู้ชายที่ดีอีกเยอะนะสาวน้อย

นี่! อย่ามาเรียกฉันอย่างนี้นะ ฉันไม่ใช่เด็กแล้ว เธอแหวใส่ เพราะไม่ชอบให้ใครคิดว่ายังเป็นเด็กอยู่

รู้หรอกน่าว่าโตแล้วไม่ใช่เด็กชีคฮาคิมบอกด้วยนัยน์ตากรุ้มกริ่ม มีนาเห็นแล้วก็นึกอยากตบหน้าเขาสักฉาดทว่าก็ทำไม่ได้ จึงได้แต่นึกบริภาษเขาอยู่ในใจด้วยความโมโหไม่คิดมองผู้ชายอื่นจริงเหรอ เปิดใจให้กว้างหน่อยสิ อาจมีคนที่ดีกว่าซาอิดก็ได้นะ

ใคร เธอถาม ก่อนจะหรี่ตามองเขาแล้วเริ่มเข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการถ้าจะบอกว่าเป็นคุณล่ะก็หยุดพูดไปได้เลย เพราะคุณไม่มีอะไรเทียบพี่ซาอิดของฉันได้เลยสักนิดเดียว

ชีคฮาคิมหน้าตึงพลางลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว และพริบตาเดียวเขาก็เข้ามาถึงตัวเธอ ทำให้หญิงสาวตกใจเป็นอย่างมาก แต่ยังไม่ทันได้ร้องหรือขยับตัวหนีไปไหนก็ถูกอีกฝ่ายกระชากตัวไปตรึงติดไว้กับผนังห้องเสียแล้ว

มีนารีบยกมือทั้งสองข้างยันอกกว้างไว้ เพื่อไม่ให้ตัวเขาแนบชิดกับร่างเธอไปมากกว่านี้ หญิงสาวสบตาดุๆ ของเขาด้วยความหวาดกลัวก่อนเอ่ยถามเสียงสั่นว่า

คุณจะทำอะไรน่ะ

ชีคฮาคิมมองใบหน้าหวานซึ่งอยู่ห่างเพียงคืบนิ่งๆ ผู้หญิงคนนี้ช่างยั่วอารมณ์เขาได้เก่งนัก ไม่ว่าจะทำให้เขาโกรธหรือสนุกที่ได้เย้าแหย่เล่น หรือว่าเกิดอารมณ์ปรารถนาทางร่างกายขึ้นมา คนๆ เดียวแต่สามารถปั่นป่วนความรู้สึกของเขาได้อย่างง่ายดายนัก ชายหนุ่มไม่พอใจเป็นอย่างมากที่เธอบอกว่าเขาไม่มีอะไรเทียบกับซาอิดได้เลย

ทั้งๆ ที่เขามั่นใจว่ามีพร้อมทุกอย่าง และไม่คิดว่าจะมีอะไรด้อยไปกว่าเพื่อนรัก ชีคหนุ่มรู้สึกว่ากำลังโดนสบประมาท แถมยังมาจากหญิงสาวที่เขาพึงพอใจอีกด้วย ความต้องการอยากเอาชนะจึงเกิดขึ้น ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้วว่าจะทำให้เธอหลงรักเขาให้ได้ คอยดู!

ฉันมีอะไรที่เทียบกับซาอิดไม่ได้ เขาเค้นเสียงต่ำถาม

ทุกอย่าง..ไม่ว่าจะเป็นนิสัย หน้าตาหรือว่าฐานะ สำหรับฉันแล้วพี่ซาอิดดีกว่าคุณเป็นพันเท่ารู้เอาไว้ซะด้วยเธอตอบพลางเชิดหน้ามองเขาอย่างท้าทาย

สักวันหนึ่งเธอจะต้องถอนคำพูดมีนา ฉันจะทำให้เธอรักฉันให้ได้!” ชีคฮาคิมประกาศถึงความตั้งใจของตนเองออกมา เขาจะทำให้เธอรักเขาให้ได้เพื่อตัวเขาเองและน้องสาวที่เขารัก

ไม่มีทาง! รอชาติหน้า อุ๊บ... ยังไม่ทันพูดจบประโยคดี ริมฝีปากนุ่มก็ถูกเรียวปากร้อนๆ บดเบียดลงมาอย่างรวดเร็ว มีนาตาโตและนิ่งอึ้งไปชั่วขณะจึงเหมือนเปิดทางให้ชีคหนุ่มได้ทำตามความต้องการได้ง่ายๆ

ชายหนุ่มบดจูบอย่างรุนแรงด้วยความโมโห เพราะต้องการสั่งสอนเธอว่าอย่ามาท้าทายคนอย่างเขาเด็ดขาด ด้านหญิงสาวพอรู้สึกตัวก็พยายามเบี่ยงหน้าหนี แต่ก็ทำไม่ได้เนื่องจากถูกเขากดที่ท้ายทอยเอาไว้ เธอร้องประท้วงเสียงอู้อี้เพราะรู้สึกเจ็บริมฝีปาก เธอกางมือทั้งสองข้างออกแล้วใช้เล็บจิกเข้าที่หน้าอกเขาแรงๆ

ชีคฮาคิมไม่สะดุ้งสะเทือนต่อการตอบโต้ของเธอสักนิด เขาลงโทษเธอต่อจนเมื่อพอใจแล้ว จึงเปลี่ยนจากจุมพิตอันดุดันมาเป็นแบบอ่อนโยนแทน ชีคหนุ่มจูบอย่างนุ่มนวลขึ้น ใช้ปลายลิ้นไล้ไปตามริมฝีปากอิ่มและไรฟันขาว มีนาที่ยังปรับความรู้สึกไม่ทันจึงเผลอร้องครางออกมา ชายหนุ่มจึงไม่รอช้าที่จะสอดปลายลิ้นเข้าไปภายใน เพื่อควานหาความหวานปานน้ำผึ้งด้วยความช่ำชอง พร้อมกันนั้นลำแขนแกร่งก็โอบรัดรอบเอวบาง ดึงร่างนุ่มให้แนบชิดกับลำตัวเขามากยิ่งขึ้น

ชีคฮาคิมร้องครางออกมาด้วยความพอใจ เขายังคงไม่ยอมปล่อยเรียวปากอิ่มให้เป็นอิสระง่ายๆ เพราะมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยกว่าเขาจะได้ครอบครองมัน หากจะให้ปล่อยก็คงต่อเมื่อเขาตักตวงความหวานจนพอใจแล้วเท่านั้น ชีคหนุ่มคลายอ้อมแขนที่รัดเอวบางไว้แล้วเลื่อนลงไปโอบรัดที่สะโพกมนแทน ความที่หญิงสาวตัวเล็กและสูงเพียงแค่ไหล่เขาเท่านั้นทำให้จูบได้ไม่ถนัดนัก ชายหนุ่มจึงยกร่างบางขึ้นแล้วเดินไปยังโต๊ะทำงานโดยที่ยังไม่ได้ถอนริมฝีปากออกแม้แต่น้อย เขาวางเธอลงบนโต๊ะ ใบหน้าจึงอยู่ในระดับเดียวกันพอดีทำให้เขาจูบเธอได้สะดวกยิ่งขึ้น

มีนาตัวอ่อนระทวยราวกับโดนสูบแรงออกไปจนหมด แขนเรียวตวัดโอบรอบลำคอหนาไว้เพื่อใช้เป็นหลัก สมองตอนนี้ของหญิงสาวมันชาและมึนงงไปหมดแล้ว จนไม่สามารถคิดอะไรได้เลย เธอรับรู้แต่เพียงความหอมหวานที่ซาบซ่านตรึงใจเท่านั้นพร้อมทั้งเริ่มรู้สึกหายใจไม่ค่อยออก และอาจขาดใจตายได้ถ้าเขายังไม่หยุดจูบเธอเดี๋ยวนี้ คล้ายกับว่าอีกฝ่ายจะรู้ถึงความรู้สึกของเธอได้จึงถอนริมฝีปากออกไป ทั้งสองต่างหอบหายใจแรง ใบหน้าแดงก่ำราวกับไปวิ่งแข่งกันมาสักร้อยรอบได้

หวานเหลือเกินคนดี ชีคฮาคิมบอกเสียงกระเส่า ไม่นึกเลยว่าแค่ได้จูบเธอจะให้ความรู้สึกที่วิเศษขนาดนี้ หัวใจเขาอิ่มเอมอย่างประหลาด และก่อนที่มีนาจะตั้งสติได้แล้วเอ่ยปากต่อว่าออกมา ชายหนุ่มก็ชิงปิดปากนุ่มเสียก่อนอีกครั้ง ซึ่งจุมพิตคราวนี้ต่างจากครั้งแรกเพราะมันดูดดื่มระคนเร่าร้อน จนคนได้รับตัวสั่นรู้สึกเหมือนตัวเองจะเป็นไข้ ยิ่งมีฝ่ามือร้อนๆ มาลูบไล้ผิวกายด้วยแล้วยิ่งทำให้เธอขนลุกซู่ไปหมดทั้งตัว

จุมพิตของชีคหนุ่มในครั้งนี้ มันช่างเรียกร้องเสียจนเธอแทบบ้า มีนาครวญครางออกมาเบาๆ เมื่อเขาปล่อยเรียวปากนุ่มให้เป็นอิสระ ด้วยการหันไปจุมพิตตามแก้มและลำคอระหงแทน หญิงสาวหลงเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสแปลกใหม่ที่ไม่เคยลิ้มลอง มันให้ความรู้สึกดีและทรมานในคราวเดียวกัน และดูท่าคนทำจะย่ามใจเพราะเขาสอดมือเข้าไปในเสื้อแล้วลูบไล้ทรวงอกคู่งามของเธอเล่น

ซึ่งการกระทำนี้เองที่ฉุดให้สติสัมปชัญญะในด้านผิดชอบชั่วดีของมีนาให้กลับคืนมา หญิงสาวรู้สึกตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่จึงรีบผลักร่างสูงออกห่าง แต่เรี่ยวแรงนั้นเท่ามดอีกฝ่ายจึงแค่ผงะไปเล็กน้อยเท่านั้น

อย่า...หยุดนะ...พอ เธอห้ามเสียงสั่น ใบหน้านวลแดงก่ำเพราะทั้งโกรธ และอายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ชีคฮาคิมยอมหยุดด้วยรู้สึกว่าตัวเองนั้นรุกเร้าเธอเกินไปหน่อย แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้เขารู้ว่าเธอไม่ได้รังเกียจเขาอย่างที่ปากพูดสักนิด ชัยชนะของเขาอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่ถ้าพยายาม ชายหนุ่มคิดด้วยความพอใจพลางเชยคางมนให้เงยหน้าขึ้นสบตากัน ก่อนยิ้มกริ่มใส่ดวงตาคู่งามแววหวานอย่างล้อเลียน

พอก่อนก็ได้คนสวย เพราะแค่นี้ก็ทำให้ฉันรู้แล้วว่าชัยชนะอยู่แค่เอื้อมเท่านั้น

มีนาปัดมือเขาออกด้วยความโมโห แล้วจ้องหน้าเขาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ เธอโกรธเขาก็จริงแต่ก็โกรธตัวเองมากกว่าที่ยอมให้เขารังแก แถมยังไปเคลิบเคลิ้มกับสัมผัสวาบหวามที่ชายหนุ่มมอบให้อีก น่าอายชะมัดเลย

ชีคฮาคิมหัวเราะในลำคอ การที่ได้ทำตามใจปรารถนาบ้างทำให้เขารู้สึกอารมณ์ดีขึ้น เลยไม่อยากถือสาการกระทำของเธอมากนัก

ฉันจะฟ้องพี่ซาอิดว่าคุณทำอะไรฉัน เธอขู่ แต่ชีคหนุ่มไม่คิดกลัวสักนิด

ก็ดีสิ ซาอิดจะได้ให้ฉันรับผิดชอบเธอ คราวนี้เขาก็เป็นอิสระสามารถคบกับฮานีฟาได้

บ้า! ไม่มีทาง

ชีคฮาคิมยักไหล่ทำนองว่าแล้วแต่เธอ เพราะเขาพร้อมที่จะรับผิดชอบอยู่แล้ว จะได้แยกเธอออกจากซาอิดเพื่อให้ฮานีฟาน้องรักได้สมหวัง เขายอมทำทุกอย่างให้น้องสาวมีความสุข แม้สิ่งที่ทำอาจทำให้ใครหลายคนต้องเจ็บปวดใจก็ตาม

ฉันกลับก่อนล่ะนะคนสวย แล้วว่างๆ จะมาหาใหม่นะ ชายหนุ่มบอกพร้อมกับก้มลงหอมแก้มนวลเร็วๆ หนึ่งที ซึ่งกว่ามีนาจะรู้ตัวชีคหนุ่มก็เดินจากไปจนเกือบถึงประตูแล้ว ชีคฮาคิมเปิดประตูออกแต่ก่อนที่จะเดินออกไปก็ไม่วายหันหน้ามาพูดกับเธออีกว่า

เตรียมตัวมอบหัวใจของเธอให้ฉันเถอะมีนา อีกไม่นานนักหรอก...ฉันรับรอง

ไม่มีทาง!” หญิงสาวตะโกนตอบกลับไป และมองตามแผ่นหลังแกร่งที่หายลับไปด้วยความเดือดดาลใจ ก่อนปฏิญาณกับตัวเองอยู่ในใจว่าเธอจะไม่หลงรักเขาอย่างเด็ดขาด เพราะเกมนี้เธอจะต้องเป็นฝ่ายชนะเท่านั้น!


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha