ปฏิบัติการหัวใจคุณผียอดวุ่น -จบ-

โดย: เพลงมีนา



ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


ตอนที่ 2


 


                โซดากระโดดลงจากรถเวสป้าด้วยท่าทางทะมัดทะแมง ก่อนส่งหมวกกันน๊อคคือให้สารถีรุ่นพี่ที่อาสาขับรถส่วนตัวมาส่งถึงหน้าบริษัท R&M เด็กสาวเสยผมยาวประบ่าให้เข้าที่เข้าทางก่อนใช้หนังยางสีดำที่รัดข้อมืออยู่ขึ้นรวบและมัดผมเป็นหางม้า 


                “ตอนเย็นพี่มารับ ถ้าเลิกเร็วก็โทรเข้ามือถือพี่  เดี๋ยวจะพาไปเที่ยวสะพานพุทธ” ตั้มเอ่ยแล้วยิ้มให้จนตาหยี 


                “แหม...จะไปหาพี่น้ำหวานก็บอกมาเถอะ ไม่ต้องเอาโซดาไปอ้าง”


                “ไม่ต้องมาทำเป็นรู้ทันรีบๆ ไปเลยเดี๋ยวไม่ทัน”  


                “ครับผม!” โซดาทำท่าเลียนแบบทหารรับคำสั่ง ก่อนหมุนตัวจะเดินเข้าไปในตึกแต่กระเป๋าเป้ก็ถูกดึงไว้ก่อนจนเจ้าตัวต้องหันกลับมาอีกที


                “มีอะไรอีกอะพี่ตั้ม”


                “ขอเบอร์พีอาร์สวยๆ หรือพริ้ตตี้น่ารักๆ มาฝากมั้งนะ”


                “อะไรกันอยากได้ก็ไปขอเองเด่ะ แหวะ! ไปละ”


                ตั้มโยกหัวน้องสาวเพื่อนอย่างเอ็นดู โซดายกมือยกไม้ปัดป้องไม่อยากให้ผมยุ่งมากไปกว่านี้ แต่เหมือนมีอะไรบางสิ่งเรียกสายตาของเธอให้หันไปมองที่ฝั่งตรงข้าม ใต้เงาร่มไม้ใหญ่ตรงนั้น ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งสวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อน แว่นตาทรงกลมกรอบเงินยืนอยู่ที่เดิมและสายตาคู่นั้น กำลังจับจ้องมาตรงจุดที่เธอยืนอยู่


                เอ๊ะ! เสื้อตัวเดิมกับเมื่อวานนี่น่า...หรือเขาจะมีเสื้อแบบเดียวกันเป็นโหล


                “ไปได้แล้ว ตอนเย็นพี่มารับ”


                โซดาสะดุ้งแม้จะถูกผลักไหล่เบาๆ  เธอพยักหน้าหงึกงักหันไปมองชายหนุ่มแปลกหน้าแวบหนึ่งก่อนที่จะพาร่างตนเองเข้าไปในตึกบริษัท R&M ขณะยืนรอลิฟต์เพื่อไปห้องอบรม เธอก็รู้สึกว่ามีใครคนหนึ่งเข้ามายืนข้างหลัง กลิ่นโคโลจญ์ผู้ชายหอมอ่อนๆ ทำให้เธอหันไปมองอย่างไม่ตั้งใจ


                “พี่ปกรณ์”


                “อ้าว...น้องโซดาใช่ไหม มาเร็วจังนะค่ะ”


                “ค่ะ...พี่ปกรณ์ก็เหมือนกัน”


                โซดาไม่ได้พูดอะไรอย่างที่ใจต้องการนัก แค่ได้ยืนข้างๆ แบบนี้หัวใจก็เต้นตูมตาม ปกรณ์เป็นหนุ่มมาดโรแมนติก ผมยาวสลวยประบ่าชอบสวมเสื้อผ้าฝ้ายสีด้ายดิบดูเป็นศิลปินโดยแท้             พูดจากับผู้หญิงก็คะ-ขาหวาน แค่นี้โซดาก็แทบเก็บอาการไม่อยู่แล้ว


                ประตูลิฟต์เปิดออก โซดาก้าวเท้าเข้าไปก่อนตามด้วยปกรณ์และคนที่เธอไม่รู้จักอีกสองคน ขณะประตูกำลังจะปิด ร่างบอบบางของเด็กสาวผู้มีใบหน้าซีดเซียวราวคนป่วยก็ถือกล่องไวโอลินเข้ามาด้วยอีกคน


                “แป้งร่ำมาเรียนดนตรีเหรอคะ” ปกรณ์เอ่ยถามพลางยื่นมือไปฉวยกล่องไวโอลินมาช่วยถืออย่างสนิทสนม


                “ค่ะ” เด็กสาวยิ้มบางๆ และหว่านยิ้มหวานมาทางโซดาที่ยืนอยู่ด้านข้างปกรณ์


                “แป้งร่ำหน้าซีดๆ นะคะ  เดี๋ยวพี่ไปส่งที่ห้องเรียนดนตรีดีกว่านะ”  


                “ไม่เป็นไรค่ะ แป้งไปเองได้  แป้งไม่ได้ป่วยอะไร”


                “อย่าเลย ให้พี่ไปส่งดีกว่า ขืนเป็นอะไรไปพี่จะยิ่งโทษตัวเองมากขึ้นนะ”


                “ค่ะ ก็ได้”


                ไฟกระพริบที่ชั้นห้า ปกรณ์ก็พาเด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกับกับโซดาเดินหายไป เธอได้แต่ยืนซื่ออยู่ในนั้นเพียงลำพังรอคอยจนลิฟต์เคลื่อนที่ไปชั้นสิบเอ็ด ก่อนเข้าห้องรับรองเธอแอบแว้บเข้าไปยืนจ้องหน้าตัวเองในกระจกทั้งผมเผ้าเสื้อผ้าดูมอมแมมไม่น่ารัก ช่างต่างจากผู้หญิงคนเมื่อครู่ดูเป็นคุณหนูเรียบร้อยน่ารักน่าทะนุถนอม


                “ช่างเถอะ เกิดมาสวยได้แค่ไหนก็แค่นั้นแหละนะ โซดาเอ๊ย!!!


                โซดายิ้มกว้างให้กับตัวเองในกระจก เรียกความมั่นใจก่อนเข้าไปนั่งรอที่ห้องอบรม จะว่าไปแล้วในคอร์สนี้สมาชิกสิบหกชีวิต มีเธอเท่านั้นที่อายุน้อยที่สุดคือเพียงสิบเจ็ดปีเท่านั้น และสูงสุดคือคุณลุงวัยสี่สิบแปดแต่งตัวภูมิฐาน โซดาแอบได้ยินคนในกลุ่มคุยกันตอนพักทานของว่าง เดี๋ยวนี้เป็นเทรนใหม่ ใครๆ ก็มีพ๊อกเก็ตบุ๊คของตัวเองเขียนเองพิมพ์เองก็ได้ใช้เงินไม่กี่หมื่น            เปิดตัวหรูหราจ้างบริษัทออกาไนเซอร์มาดีไซด์งานให้ก็ได้


ได้ยินเพียงแค่นี้โซดาก็มึนตึบ แต่เพราะมีปกรณ์ที่ค่อยให้คำแนะนำในการเขียน วางโครงเรื่องหลักโครงเรื่องรอง การสร้างนิสัยตัวละคร โอ๊ย! แค่นี้โซดาก็นั่งปลื้มจนตาหวานฉ่ำแล้ว ไม่สนใจแม้กระทั้งว่า ปลายศรจะมาบอกกลเม็ดในการเขียนให้รุ่งได้เพียงข้ามวัน


การอบรมดำเนินไปจวบจนถึงเวลาเลิก  แต่โซดากลับถูกเรียกให้นั่งรอจนคนอื่นกลับไปหมดแล้ว  ร่างสูงโปร่งเจ้าของผมยาวประบ่าก็เดินมาพร้อมรอยยิ้มที่ทำเอาโซดาแทบจะกรี๊ด!


โอ๊ย! อยากจะเป็นลม ผู้ชายอะไรยิ้มหวานชะมัด


รอนานไหมคะ น้องโซดา


ไม่นานเลยคะ รอไปถึงพรุ่งนี้ หนูก็รอได้เพื่อพี่ดุจตะวันของหนู  ประโยคหลังได้แต่พูดในใจ ก่อนจะเอาแต่ก้มหน้าไม่กล้าสบตานักเขียนสุดปลื้มของโซดา


คือ พี่ดูจากงานที่ผ่านๆ  มาของน้องโซดาแล้ว น้องเป็นคนที่มีแววที่สุดในกลุ่ม ปกรณ์เอ่ยด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน แต่การจะสร้างนักเขียนขึ้นมาให้โดดเด่นได้ไม่ใช่แค่เขียนหนังสือดีเท่านั้น...น้องโซดาต้องมีภาพลักษณ์ที่ดีด้วย


ถึงตอนนี้ โซดาแทบกลั้นใจรอฟังประโยคต่อไป  และเหมือนอีกฝ่ายจะรู้จึงแกล้งดื่มน้ำทวงเวลาไว้ ก่อนจะเอ่ยต่อ


น้องโซดาลองเขียนดูก่อนไหมคะ


ลองเขียน ยังไงคะ    หว่า! เพิ่งเคยได้ยิน  ในห้องอบรมไม่เห็นมีพูดถึง โซดาได้แต่ขมวดคิ้วงงๆ


ก็เขียนตามที่พี่แนะนำไงคะ เหมือนทำอาหารตามสั่ง ทำตามใจลูกค้า น้องโซดาก็เขียนนิยามตามที่พี่กำหนด เราต้องดูเรื่องการตลาดเป็นหลัก โซดาเขียนไปสักพักถ้าชื่อติด มีแฟนคลับเมื่อไหร่ ที่นี่โซดาอยากเขียนอะไรก็ได้ แต่ตอนนี้เขียนตามสั่ง ทำตามที่พี่บอกก่อน ดีไหมคะ พี่ว่านี่เป็นโอกาสที่ดีที่สุดสำหรับคนที่จะก้าวขึ้นมาเป็นนักเขียนแถวหน้านะคะ


โซดาพยักหน้ารับอย่างไม่รู้ตัว  ไม่รู้เพราะว่าเอาแต่มองหน้าปกรณ์  หรือเพราะน้ำเสียงรื่นหูฟังแล้วสบายใจรู้สึกถึงความจริงใจหรือเปล่านะ!


ดีค่ะ  งั้นเรามาเริ่มงานชิ้นแรกเลยดีกว่านะคะ


ปกรณ์ยิ้มละมุมก่อนเปิดแฟ้มเอกสารและอธิบายงานอย่างละเอียดให้โซดาฟัง


หลังจากโทรศัพท์หาตั้มแล้ว โซดาออกมานั่งตากอากาศอยู่นอกตึกของบริษัท เธอไม่ค่อยถูกกับอากาศเย็นๆ จากเครื่องปรับอากาศเท่าไหร่นัก เธอกอดแฟ้มงานรายละเอียดของงานชิ้นแรกไว้แน่นแนบอก นั่งที่โต๊ะม้าหินใกล้จุดนัดพบและอ่านสมุดบันทึกที่จดรายละเอียดของงานวันนี้ รู้สึกเหมือนมีประกายไฟในตัวเองยังไงไม่รู้ อยากกลับรีบกลับบ้านไปทำงานให้ปกรณ์


พี่เขาจะปลื้มแค่ไหนนะ ที่รู้ว่าโซดาทุมเทขนาดนี้ 


สายลมก็พัดมาวูบหนึ่งหอบเอากระดาษจดงานของสาวโซดาปลิวว่อนในอากาศ  เธอรีบลุกขึ้นตามเก็บกระดาษจดงานจนไม่ทันดูว่ากระดาษแผ่นนั้นปลิวไปที่ถนนหน้าตึก เป็นจังหวะเดียวกับที่รถเก๋งยุโรปคันหรูเคลื่อนเข้ามาอย่างรวดเร็วพอดี เสียงเบรกดังลั่นจนยามที่อยู่บริเวณนั้นรีบวิ่งมาดู รถยนต์ยุโรปคันใหญ่จอดนิ่งสนิท   โซดาได้แต่ยืนงงอยู่กลางถนน


                “เป็นอะไรหรือเปล่าคะ”


                “เปล่าค่ะ


                โซดาจำใบหน้าอ่อนหวานแต่ซีดเซียวของอีกฝ่ายได้   โดยเฉพาะเสียงพี่ปกรณ์ที่เรียกเธอว่า “แป้งร่ำ” เด็กสาวในรถยิ้มให้อย่างอ่านหวาน โซดาถอยหลบขึ้นทางเท้าให้รถยุโรปคันหรูแล่นผ่านไป     


                 เฮ้อ..ไม่มีโอกาสได้นั่งแล้วยังจะเกือบโดนรถทับตายอีกแนะเรา โซดาพึมพำกับตัวเองเบา ๆ เดินกลับมาที่โต๊ะม้าหิน


แต่สายตากลับสะดุดกับชายร่างสูงโปร่งผู้สวมแว่นตาทรงกลมกรอบเงิน เขากำลังเดินตรงเข้ามาใกล้ จนหยุดยืนเผชิญหน้ากันห่างเพียงแค่มือเอื้อม ยิ่งทำให้โซดารู้สึกว่าตัวเธอเองนั้นตัวเล็กนิดเดียวเมื่อเทียบกับอีกฝ่ายยามที่มองอยู่อีกฝ่ายของถนน


                “โซดาจ๋า พี่ตั้มสุดหล่อมารับแล้วจ๊ะ”


                โซดาหันไปตามเสียงเรียก คราวนี้ตั้มเอารถฮอนด้า ซีวิคสีน้ำเงินน้ำทะเลมารับ โซดาหันไปยิ้มแหย นึก ไปก็กลัวเจ้าของรถจะมาทวง อย่างที่พี่ชายเคยเล่าให้ฟังว่าตั้มชอบเอารถลูกค้าหรูๆ ที่เข้าอู่แอบขับ ซิ่งอวดสาวยามค่ำคืน


                “ไปก่อนนะคะ”


                โซดาหันไปเอ่ยลาเบาๆ ทั้งที่ไม่รู้ว่าชายแปลกหน้าเข้ามามีจุดประสงค์อะไร เธอรีบวิ่งไปฉวยเป้แล้วรีบวิ่งขึ้นรถที่ไม่รู้จักเจ้าของ ตั้มเสยผมสั้นๆ สีน้ำน้ำตาลแดงพยายามจับแต่งให้ผมเป็นทรงแมวตะกุก โซดาพยายามเพ่งสายตามองจากกระจกรถ เธอรู้สึกเหมือนกับว่าสายตาหลังแว่นตาทรงกลมกรอบเงินนั่น     


                กำลังอ้อนวอนขอความช่วยเหลืออะไรบางอย่างจากเธอ...


                “เดี๋ยวแวะไปรับพี่น้ำหวานที่ประตูน้ำก่อนนะ”  


                “ได้ค่ะ โซดาไม่รีบไปไหน”


                “ดีแล้ว แต่พี่บอกไอ้เบียร์ไว้แล้วละว่าจะพาโซดาเที่ยวก่อนเข้าบ้านนะ”


                “จริงอ๊ะ จะพาไปไหนเหรอ”


                “ก็…ไม่ไปไหนหรอก  คือพอดีน้ำหวานเค้ามาซื้อเสื้อผ้าเข้าร้าน พี่มารับแล้วเดี๋ยวไปส่งที่สะพานพุทธก่อน แล้วพี่ต้องเอารถไปเก็บที่อู่ก่อนนะ”


                “แหม..ดีจังเลยเป็นลูกชายเจ้าของอู่ซ่อมรถ อยากขับรถคันไหนก็ได้”


                “มันก็ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกโซดา อีกหน่อยเราก็จะเข้าใจอะไรมากกว่านี้ ชีวิตคนนะมันยิ่งกว่านิยายเป็นสิบเป็นร้อยเท่านะหนูน้อย”


                โซดายิ้มบางๆ แล้วเสมองภาพทิวทัศน์นอกหน้าต่างรถเก๋งคันเท่ ขณะที่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยก็ได้ยินเสียงตั้มคุยโทรศัพท์เสียงหวาน ชายหนุ่มหน้าตี่หันมายิ้มทะเล้นให้น้องสาวเพื่อนที่นั่งอยู่เบาะข้างๆ ก่อนที่จะค่อยๆ เลี้ยวรถมาจอดที่ริมถนนที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คนมากมาย โซดาแหงนหน้ามองดูห้างสรรพสินค้าขายส่งเสื้อผ้าชื่อดังย่านประตูน้ำ 


                “เร็วหน่อยซินายตั้มเดี๋ยวตำรวจก็มาหรอก”


                “เร็วแล้วเจ๊น้ำหวาน”


                “นิ...อย่ามาเรียกฉันว่าเจ๊นะ”


                สาวโซดาเหลียวมองภาพชุลมุนหลังรถ สาวมั่นแต่งตัวเปรี้ยวด้วยเสื้อยืดตัวเล็กสีแดงสดกับกางเกงทรงทหารตัวใหญ่                กำลังเหวี่ยงถุงทะเลสี่ห้าถุงยัดใส่ท้ายรถและถุงใบเล็กใส่เบาะด้านหลังโดยมีคนขับรถหน้าตี่ลงไปช่วยก่อนรีบกระโดดขึ้นรถ เสียงแตรดังไล่หลังอยู่นานหลายนาที หญิงสาวที่นั่งเบาะหลังไขกระจกลงชะโงกหน้าออกไป


                “รู้แล้วพี่...จะรีบไปรับเมียน้อยรึไง”


                “เฮ้ย!เจ๊เดี๋ยวมันก็ไล่บี้ตูดรถผมหรอก”


                “รถแกที่ไหนละ รีบๆ ออกรถเลย เดี๋ยวตำรวจมาไล่โดนใบสั่งอีกนะ ฉันไม่ช่วยจ่ายด้วยหรอก”


                “อุตส่าห์มารับทั้งที พูดหวานๆสมชื่อน้ำหวานก็ไม่ได้”


                “ช่วยไม่ได้ ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้ อ้าวหนูโซดาวันนี้ไปเที่ยวไหนมาเหรอจ๊ะ”


                “เปล่าค่ะ ไปอบรมเขียนนิยายมาค่ะ” โซดาตอบแล้วยิ้มแหยเหมือนจะเกรงหญิงสาวที่นั่งอยู่เบาะด้านหลังของรถ


                “อ้อ!ที่ค่ายเทป R&M ใช่ไหม”


                “ไม่ใช่ค่ะสำนักพิมพ์ยักษ์ใหญ่ในเครือบริษัท R&Mต่างหากละค่ะ”


                “ก็นั้นแหละ ตึกเดียวกันนิ เป็นไงเจอพี่ปลายศรรึเปล่าได้ขอลายเซ็นไหม”


                “เจอค่ะ แต่ไม่ได้ขอลายเซ็น” ไม่ได้ขอคะแต่โดยยัดเหยียดให้ ประโยคหลังตอบในใจ แต่...เอ๊ะ! แล้วเผลอเอาหมวกใบนั้นไปทิ้งที่ไหนแล้วหว่า


                “โธ่...ทำไมไม่ขอมาละ นี่ๆ คราวหน้าพี่ฝากเสื้อพี่ไปให้พี่ปลายศรเซ็นให้หน่อยนะ จะได้เอาไปแขวนที่ร้านนะจ๊ะ” คนพูดไม่พูดเปล่ารีบค้นเสื้อยืดออกจากถุงแล้วยื่นส่งให้สาวโซดา  


                เด็กสาวทำหน้าแหย เพิ่งจะทำหมวกหายไปใบหนึ่ง แล้วจะยังให้ไปเอาลายเซ็นอีกเหรอ เฮ้อออออ


                “พวกบ้าดารา” ชายหนุ่มคนเดียวในรถเอ่ยอย่างประชดประชัน “แล้วเบอร์โทรสาวพีอาร์กะพริตตี้ที่ให้ขออะได้ม่ะ”


                “ไม่ได้ขอคะ”


                “ว่าแต่คนอื่น”


                หญิงสาวชะโงกหน้าข้ามเบาะรถมาแลบลิ้นใส่ชายหนุ่มที่ทำหน้าที่ขับรถ โซดาเผลอหัวเราะออกมา รถฮอนด้าซีวิคก็เคลื่อนฝ่าการจราจรติดขัดมาถึงที่หมายซึ่งเป็นห้องแถวเล็กๆ ย่านวงเวียนใหญ่ โซดาช่วยขนถุงทะเลที่ใส่เสื้อผ้าเผื่อจะนำไปขายลงจากรถ             ตั้มต้องรีบเอารถกลับไปคืนที่อู่ก่อนจะนานผิดสังเกต จึงต้องเปลี่ยนแผนกันเล็กน้อย


                “ไม่รีบกลับบ้านใช่ไหมโซดา”


                “ค่ะ...พี่ตั้มบอกพี่เบียร์แล้วว่าวันนี้โซดาจะอยู่กับพี่น้ำหวาน”


                “ดีจ๊ะ เข้ามาบ้านก่อนนะ พี่ต้องเตรียมของอีกหลายอย่าง”


                “ให้โซดาช่วยนะ”


                โซดาอาสาด้วยไม่อยากรู้สึกว่าตัวเองไร้ประโยชน์   น้ำหวานยิ้มให้แทนคำตอบก่อนที่ทั้งคู่จะช่วยขนถุงใส่เสื้อผ้าเข้าบ้านพัก เธอเคยมาที่นี้แค่สามสี่ครั้งตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับเบียร์ แต่เคยไปดูน้ำหวาน สาวมั่นแห่งแผงเสื้อโอเอซิส ณ สะพานพุทธแค่ครั้งเดียว      


“น้ำหวาน” เป็นเพื่อนกับพี่ชายของเธออายุรุ่นราวคราวเดียวกับ “ตั้ม”  ลูกชายคนเล็กแสนเกเรในสายตาของเจ้าของอู่รถผู้มีเชื้อสายเลือดมังกรจากแผ่นดินใหญ่หญิงสาวเจ้าของบ้านหายไปเปลี่ยนเสื้อผ้า


โซดาจึงเดินสำรวจข้าวของในห้องแม้จะรกด้วยเศษผ้าหลากสี   แต่เสื้อผ้าที่แขวนอยู่บนราวเหล็กและที่อยู่บนหุ่นดูสวยงามแปลกตากว่าที่โซดาเคยเห็นมา เบียร์เคยเล่าให้โซดาฟังว่า  น้ำหวานหยุดเรียนหลังจากจบปวส. และมุ่งมั่นเอาดีด้านออกแบบเสื้อผ้า ลงทุนเปิดแผงขายเสื้อผ้าที่สะพานพุทธ เอาเสื้อยืดสีพื้นธรรมดามาประดับตบแต่งหรือเพ้นท์ลายใหม่จนสวยเท่ห์เด่นกว่าใคร แต่แบบเสื้อที่ตัวเองดีไซด์กลับขายไม่ค่อยจะออกอาจเป็นเพราะ หลุดโลก อย่างที่ตั้มเคยบอกไว้


                “โซดาเอาเสื้อพี่ไปใส่บ้างไหม”


                “เอ่อ..เกรงใจจังค่ะ”


                โซดาสะดุ้งเมื่อถูกเรียกแบบไม่ตั้งตัว  เธอหันกลับมามองพี่น้ำหวานที่ล้างเครื่องสำอางออกจนหมดเหลือเพียงสีชมพูอ่อนๆ บนริมฝีปาก น้ำหวานเป็นสาวสวยอายุยี่สิบสองที่มีบุคลิกมาดมั่น ไม่ว่าจะสวมเสื้อผ้าชุดไหนก็ดูดีไปหมด ผมยาวถึงกลางหลังถูกกัดสีเป็นน้ำตาลประกายทองดัดเป็นลอนเหมือนระลอกคลื่นของน้ำในทะเลดูรับกับผิวสีน้ำผึ้งนวลเนียน


                “ทำไมมองพี่อย่างนั้นละหรือว่าเราเป็นทอม”


                “บ้าซิพี่น้ำหวาน โซดายังชอบผู้ชายอยู่นะ” โซดาทำเป็นงอนแต่เพื่อนพี่ชายหัวเราะร่า


                “ก็พี่น้ำหวานสวย โซดาอยากสวยเหมือนพี่มั่ง” เด็กสาวเผลอคิดถึงรอยยิ้มอบอุ่นของนักเขียนในดวงใจ ถ้าเธอสวยหรือน่ารักกว่านี้ เขาต้องหันมามองเธอแน่ๆ


                “ใครว่าเราไม่สวยละ แค่…แต่งตัวไม่เป็นเท่านั้นเอง เอ๊ะ...ถามแบบนี้แอบปิ๊งใครอยู่หรือเปล่า แบบคนกำลังมีความรัก”


                “ไม่ใช่...คือ...โซดาอายนะ ไปอบรมมารู้สึกว่าตัวเองมอมแมมยังไงไม่รู้แบบ...บอกไม่ถูก มันมีแต่คนหรูๆ ใช้มือถือดีๆ เสื้อผ้าแพงๆ ขับรถมาเรียนอะไรแบบนั้น”   


                “ไม่เอาซิ อย่าคิดแบบนั้น” น้ำหวานดึงแขนของโซดามานั่งใกล้ๆ แล้วลูบผมช้าอย่างอ่อนโยนและเข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่ายเป็นอย่างดี


                “สิ่งของภายนอกอย่างนั่นมันก็เครื่องประดับที่ฉาบฉวย ตัวตนที่ดีงามของเราต่างหากที่จะ เปล่งประกายความเป็นตัวเราออกมา เพราะฉะนั้นต้องเรามั่นใจและภูมิใจในสิ่งที่เราเป็นต่างหาก  แต่ไม่ต้องห่วงนะ อยู่กับดีไซด์เนอร์มือหนึ่งแห่งสะพานพุทธเจ้าของแผงเสื้อโอเอซิสสะอย่าง พี่น้ำหวานคนนี้จะเนรมิตให้หนูโซดาเป็นสาวสวยเอง”


                “ขอบคุณค่ะ”


                เด็กสาวยิ้มกว้าง นั้นซินะ สักวันหนึ่งคงมีใครมองเห็นตัวตนที่แท้จริงของเธอไม่ใช่เพียงแค่เสื้อผ้าเครื่องประดับภายนอก แต่เป็นตัวเธอที่แท้จริงต่างหาก


                แล้วโซดาก็นึกถึงเจ้าของสายตาอาวรณ์หลังแว่นทรงกลมกรอบเงินที่ได้สบตากัน หรือว่า เขาจะเห็นอะไรบางอย่างในตัวเธอที่พิเศษกว่าคนอื่นนะ.


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha