ฤ ปรารถนา

โดย: คุณธิดา



ตอนที่ 1 : คุณพี่ชอบแกล้ง


ตอนต่อไป

เพลง สุดปรารถนา ขับร้องโดย สวลี ผกาพันธ์

สุดปรารถนา สุดจะคว้า   รักมาอยู่ใกล้

สุดปรารถนา สุดแลหา กลับมาแลหาย

ฝากรักจับจอง ไม่เป็นสองให้เราหมองไหม้

อกหญิงนิ่งเฉยอยู่ได้ สู้เจียมกาย เจียมตน

               สุดสิ้นความหวังสิ้นพลังสิ้นทางพบกัน

สุดสิ้นความฝัน ดั่งตัวฉันสิ้นวันเป็นคน

ชั่วช้าเพียงไหน เหยียบย่ำไว้ ช้ำใจมิบ่น

ร่างกายหมองศรีปี้ป่น หลอกเราเสียจน เสียคนหม่นหมอง

ขอจารึกไว้ด้วยอักษร เป็นอุทาหรณ์ไว้สั่งสอนรุ่นน้อง

ทั้งความหวานชื่น ทั้งยามขมขื่น ร้อยกรอง

อ่านแล้วน้องแก้วไตร่ตรอง

อย่าได้ปองเกินปรารถนา

สุดปรารถนา สุดฟากฟ้า ไม่มาเห็นกัน

ก่อนเคยรำพันว่ารักมั่นต่อเราหนักหนา

เมื่อสมสะใจ ก็จากไปเหมือนเราไร้ค่า

รักคนรักเราดีกว่า อย่าปรารถนา ไปรักเขาเลย

มะเฟืองนั่งฟังเพลง มือก็แกะมะขามเปียกที่เอามาจากสวนที่เพชรบูรณ์ เธอนั่งอยู่กับคุณย่าผกาของหมอโป้งใต้ต้นหูกระจงในสวนหลังบ้าน เพลงเปิดจากยูธูปฟังไปด้วย ซึ่งเพลงก็จะเป็นเพลงเก่าๆ ของ สวลี ผกาพันธ์, ธานินทร์ อินทรเทพ, ชรินทร์ นันทนาคร และ ศรีไศล สุชาตวุฒิ เป็นต้น

“คุณย่าขา เพลงของใครคะ ชื่อเพลงอะไรคะ”

“ทำไมมะปรางเพราะเหรอจ้ะ”

“ค่ะ เพราะมากค่ะ ฟังแล้วเศร้านะคะ”

“เอ้... ฟังเพลงนี้ แล้วพูดแบบนี้ หลงรักใครหรือเปล่าเอ่ย” คุณย่าช้อนตามองด้วยความเอ็นดู

“เปล่าสักหน่อยค่ะ” ปากปฏิเสธ แต่หน้าตาออกแดงๆ

“เพลงชื่อ สุดปรารถนา ขับร้องโดย สวลี ผกาพันธ์ จ้ะ”

“ผู้หญิงคงรักผู้ชายคนนั้นมากสินะคะ แล้วเขาก็ไม่เห็นค่าของเธอ ฟันแล้วทิ้ง” เธอนึกแล้วเศร้าตาม

“ฉะนั้นก็ต้องรักคนที่เขารักเราดีกว่า และก็อย่าไปมองคนที่เขาไม่ได้ปรารถนาในตัวเรา”

“เกินเอื้อมยังงั้นหรือคะคุณย่า”

“เรื่องความรักน่ะนะ ฟ้าไม่อาจจะกั้นหรอกลูก หากเรารักใครไปแล้วก็ยากที่จะเลิกรัก หรือให้หยุดรักได้ เราก็ต้องรักเขาตลอดไป แต่สิ่งสำคัญที่สุด ต้องรู้จักหักห้ามใจตัวเองต่างหากจ้ะ”

“ค่ะ” เธอรับปากและรับน้ำคำ

คุณย่าผกาก็ร้องเพลงคลอตามไปเบาๆ ทำงานไปด้วยความสุข มะเฟืองมองท่านแล้วยิ้มอย่างมีความสุขเช่นกัน คงไม่มีใครมีความสุขเท่ากับคุณย่าท่านอีกแล้ว

“เอ้อ...อย่าลืมไปถามพี่โป้งสิจะรับของวางไหม” ท่านห่วงหลานชายคนเดียวของท่านเหลือเกิน

“ค่ะ” เธอรีบลุกไปทันที เพราะเงยหน้าดูนาฬิกาที่ข้อมือแล้ว เห็นว่าบ่ายคล้อย

 

ริมสระว่ายน้ำ สวนข้างบ้านของหมอกวินวิทย์

“สรุปแกก็พลาดอีกแล้วนะโป้ง”

“โธ่แม่ครับ นิกกี้ไม่ได้รักผมสักหน่อย”

“แล้วโป้งละ อกหักละสิ”

“แม่ครับ ผมแค่เอ็นดูนิกกี้แบบน้องเท่านั้นเอง”

“แน่นะ” ท่านส่งสายตามาคาดคั้น

“ครับ”

“เฮ้อ... แล้วเมื่อไหร่ฉันจะได้อุ้มหลานละเนี่ย ยายลูกปัดก็ไม่ยอมแต่งงาน บ้าแต่ทำงานๆ วันไหนไม่รู้ละจะไข้ขึ้นล้มป่วย” คุณรุ่งรัตน์เดินบ่นหายเข้าไปในเรือน

“โชคดีนะนิกกี้” คุณหมอได้แต่อวยพรให้กับไศลทิพย์ สายตามองข้ามรั้วไปยังเรือนใหญ่ของคุณยายโอบบุญ

มะเฟืองเดินเข้ามาด้วยฝีเท้าเบาๆ เธอยังมีนิสัยขี้เกรงใจ และกลัวว่าการทำอะไรเสียงดังในบ้านนี้เพราะเป็นการไม่เหมาะสม หญิงสาวถอดแบบคุณย่าผกามาเกือบทุกกระเบียดนิ้ว ท่านอบรมสั่งสอนเลี้ยงดูมากับมือของท่านเอง

 “พี่โป้งคะ คุณย่าให้มาถามว่าจะรับของว่างหรือเปล่า” มะเฟืองเอ่ยปากทันทีที่เขาหันหน้ามามอง

หมอหนุ่มยิ้มกว้างให้กับเด็กสาวในบ้าน คุณย่ารับเลี้ยงมะเฟืองมาตั้งแต่หกเจ็ดขวบ ท่านพามาจากบ้านสวนที่เพชรบูรณ์ ตอนนี้เธอก็เต็มสาวแล้ว อยู่ปีหนึ่งของวิทยาลัยคหกรรมแห่งหนึ่งแถวใกล้ๆ บ้าน

“เฟืองของว่างจะเอาให้พี่กินได้ไง เอามาเต็มจานเลยนะ”

มะเฟืองได้แต่หัวเราะ หมอโป้งขี้เล่นแบบนี้ทุกที เธอไม่กล้าแม้จะสบตากับเขามานานแล้ว ด้วยความที่เจียมเนื้อเจียมตัว ถึงคุณย่าจะให้เธอเทียบเสมอกับคุณลูกปัด กับหมอโป้ง แต่ภายในใจลึกๆ เธอก็แค่เด็กที่คุณย่าเก็บมาเลี้ยง จะไปยกตัวเสมอกับหลานของคุณย่าท่านได้อย่างไร

“ค่ะ” เธอยิ้มให้ก่อนจะหมุนกลับไปทางหลังบ้านอย่างรวดเร็ว

กวินวิทย์กระโดดตูมลงน้ำไป ต้องว่ายน้ำให้คลายเครียดสักหน่อย จริงๆ เขาก็อยากจะมีคู่นะ แต่ไม่มีเวลาไปหานี่สิ

เช้ามาไปทำงานที่โรงพยาบาล ตอนกลางวันมาพักเบรค เย็นก็ไปทำงานที่คลีนิก สองทุ่มต้องไปอยู่เวรต่อที่โรงพยาบาลเอกชน

ใครว่าเป็นหมอสบายว่ะ โคตะระไม่มีเวลาเลย เขาบ่นอยู่ในใจ

 

มะเฟืองยกจานผลไม้ออกมาให้กับหมอโป้ง มะละกอสุกแกะสลักนิดๆ พอสวยงาม และแตงโมที่ทำเป็นรูปหัวใจ จัดเรียงมาในจานอย่างสวยเช่นเดียวกัน

“แบบนี้อีกแล้ว พี่จะกล้ากินหรือเนี่ย” เขาสรรพยอกตอนเธอวางจานลงตรงหน้า พร้อมกับน้ำมะนาวปั่นที่เขาชอบดื่ม

“ของกินค่ะ กินได้หมดเลย”

“พี่รู้แล้ว แต่ทำออกมาสวยแบบนี้ ใครจะกล้ากิน”

มะเฟืองยืนยิ้ม เพราะเธอถือว่าเป็นคำชม ในบ้านหลังนี้คงมีแต่หมอโป้งที่มักจะเอ่ยปากชมสิ่งที่เธอทำทุกครั้ง ไม่เหมือนคนอื่นๆ ที่ไม่ค่อยใส่ใจเรื่องราวเล็กๆ แบบนี้

หญิงสาวทำท่าจะหมุนตัวกลับ

“เดี๋ยวมะเฟือง”

เธอชะงักฝีเท้าทันที

“มีอะไรคะ พี่โป้งจะเอาอะไรเพิ่มหรือเปล่า”

“เปล่าจ้ะ ช่วยถ่ายรูปให้พี่หน่อยสิ เดี๋ยวพี่จะโฟสต์ลงไอจี”

เขายื่นมือถือให้ เธอรีบหันกล้องไปทางเขาทันที

ภาพตรงหน้า หมอโป้งยกจานผลไม้ขึ้นมา แล้วยกนิ้วโป้งพร้อมพอยท์นิ้วชี้ลงไปที่จาน รอยยิ้มของพี่โป้งทำให้หัวใจของหญิงสาวกระตุกทุกที เธอกดถ่ายรูปไป เขาก็เปลี่ยนท่าไปเรื่อยๆ ภาพสุดท้ายหลังจากที่เขายกแก้วน้ำขึ้นดื่ม เขายิ้มให้กล้อง แล้วทำท่าส่งจูบ

“ยิ้มอะไร” พี่โป้งเอ่ยแซว แล้วเดินมาหยิบมือถือในมือของเธอ

รอยยิ้มที่เห็นฟันเรียงสวยของเขาทำให้เธอประทับใจมาตั้งนานแล้ว กลิ่นน้ำหอมจากตัวพี่หมอทำให้เธอใจสั่นอีกครั้ง มันเต้นแรงขึ้นๆ ทุกวันๆ

“รูปโอเคไหมคะ มะเฟืองไม่มีฝีมือในการถ่ายรูปเท่าไร”

“ได้จ้ะ ได้อยู่แล้ว คนมันหล่อ ถ่ายยังไงก็ออกมาดูดีจริงไหม ไม่เชื่อ มะเฟืองก็ดูรูปนี้สิ” เขาจงใจยื่นมือถือมาตรงหน้า ความใกล้ชิดกันจนได้ยินเสียงลมหายใจของเขา เธอรู้สึกหน้าร้อนแดง

“ค่ะ” หญิงสาวรีบเบี่ยงตัวหลบ

“พี่โป้งมีอะไรอีกไหมคะ” เธอรีบถาม พักนี้เป็นอะไรไม่รู้ มักจะใจสั่นและพลอยทำให้เสียงสั่นเวลาที่อยู่กับพี่โป้ง

“ไปเหอะ เดี๋ยวคุณย่าเรียกหาไม่เจออีก”

“ค่ะ” เธอเดินจ้ำอ้าวจากไปในทันที

กวินวิทย์มองตามทำสายตาสงสัย

พักนี้เป็นอะไร ทำตัวเหินห่าง เอ๊ะ... หรือว่าจะเต็มสาว พฤติกรรมเลยเปลี่ยน เขาวิเคราะห์แบบคนเป็นหมอ

อือ... จริง ผู้หญิงวัยนี้ฮอร์โมนมักจะผิดเพี้ยนไป

เขาหันไปสนใจผลไม้ จิ้มมะละกอเข้าปาก และเริ่มลงรูปในไอจี ทวิตเตอร์ และเฟสบุ้ค

คนมันหล่อ ยอดฟอลโลว์เพิ่มขึ้นทุกวันเลยวุ้ย ชายหนุ่มหัวเราะชอบใจ

แต่ไม่ยักกะมีแฟน ใบหน้าและเสียงของแม่ลอยมาให้เห็น

ครับแม่ ตั้งแต่วันนี้ไป ผมจะตั้งใจหาเลย เพื่อที่แม่จะได้อุ้มหลาน เขาคิดไปหัวเราะไป

 

“เป็นอะไรหน้าแดงๆ” ป้าลาวัลย์ทักขึ้นมาทันทีที่เห็นใบหน้าของหญิงสาว

“เป็นไข้หรือเปล่าพี่เฟือง” เสียงของบันเทิง อายุสิบเอ็ดปี ลูกชายของลาวัลย์ถามขึ้น

“ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ” เธอยิ้มแบบอายๆ ก่อนจะหันไปทำอย่างอื่น

“มะเฟืองไม่ต้องทำแล้ว ไปอาบน้ำ หรือไปทำการบ้านไป เอาไว้ให้บันเทิงมันทำมั้ง” ป้าลาวัลย์ไล่

“อ้าว...แม่อะ...”

“ทำไม” แม่ยกทัพพีในมือขึ้น บันเทิงรีบหลบ ก่อนจะหมุนตัววิ่งออกไปจากครัว

“ช่างแกเหอะพี่วัลย์ เด็กผู้ชายจะให้มาทำในครัวได้ไง มีอะไรอีกคะ เดี๋ยวมะเฟืองทำแป้บเดียวค่ะ มะเฟืองช่วยได้”

ลาวัลย์รีบยกตะกร้าผักที่สามีเธอเพิ่งไปซื้อมาจากตลาด

“โอเค แค่นี้เอง จัดให้เลย” เธอทำมันอย่างคล่องมือ

ลาวัลย์ได้แต่ยิ้มในความน่ารักของเด็กสาว ลาวัลย์เป็นคนใช้ก็ไม่อยากจะใช้มะเฟือง คุณย่าผกาเลี้ยงเธอในฐานะหลาน แต่ตัวมะเฟืองเองที่คิดว่าตัวเธอเป็นคนใช้เหมือนกับลาวัลย์นั่นแหละ เพียงแต่อาจจะได้นอนในห้องเดียวกับคุณย่า ท่านชราแล้วจะได้ดูแลท่านด้วย ตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่นี่ เธอก็นอนกับคุณย่ามาโดยตลอด

ลาวัลย์ไปทำงานอย่างอื่น ปล่อยให้มะเฟืองงวนอยู่ในครัวต่อไป

 

กวินวิทธ์เก็บจานและแก้วที่เขากินเรียบร้อยแล้วเข้ามาในครัว ได้ยินเสียงมะเฟืองฮัมเพลงอยู่เบาๆ ทำงานไปด้วยท่าทางมีความสุข

กลิ่นน้ำหอมจากตัวของพี่โป้งทำให้รู้ว่าเป็นเขา แต่เธอไม่อยากหันไปมอง

พี่ชายวางจานและแก้วอย่างแผ่วเบา เดินย่องเข้าไปใกล้ๆ เอานิ้วไปจั๊กจี่ที่เอวของมะเฟือง

“อะ...” เธอส่งเสียงอุทานด้วยความตกใจ

เพล้ง... ชามแก้วหล่นจากมือของเธอหล่นกระทบไปที่พื้นทันที เศษของมันกระจัดกระจาย และบางส่วนทิ่มเข้าไปบาดที่หลังเท้าของมะเฟืองจนเลือดออก

เขามองทุกอย่างด้วยความตกใจเช่นกัน

“เล่นอะไรคะพี่โป้ง” เธอหันมาว่าเขา สีหน้าซีดจริงๆ เพราะไม่ทันตั้งตัว รีบก้มลงไปหยิบเศษแก้วที่แตกอยู่

“ระวัง”

ไม่ทันเสียแล้ว คมของเศษแก้วบาดไปที่นิ้วของเธอจนเลือดไหล

“อุ้ย...” เธออุทาน พลางชักมือมาจับ ใช้อีกมือกดเลือดไม่ให้ไหล เธอเห็นเลือดยิ่งหน้าซีดเข้าไปใหญ่ มะเฟืองเห็นเลือดได้ที่ไหนจะเป็นลม ยิ่งเห็นคนเกิดอุบัติเหตุเลือดเยอะๆ เธอก็ลมแทบจับ

“ทำอะไรไม่ระวัง” เขาว่าเธอ ทั้งๆ ที่ตัวเองเป็นคนทำผิดแท้ๆ แต่เขาตกใจที่เห็นเธอบาดเจ็บ

“อะไรกันคะ” ลาวัลย์กับบันเทิงวิ่งเข้ามาดู

“พี่วัลย์ช่วยทำความสะอาดด้วยนะครับ ผมจะพามะเฟืองไปทำแผล” เขาบอกลาวัลย์ แล้วค่อยๆ พาเธอเดินออกมาจากที่ตรงนั้นด้วยความระมัดระวัง

“พี่เฟืองเลือดออกเยอะไหม” บันเทิงถามด้วยความเป็นห่วง

“บันเทิงไปหยิบที่โกยกับไม้กวาดมาให้แม่”

เด็กชายเลิกสนใจพี่มะเฟืองรีบทำตามที่แม่สั่ง


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha