ราคะนางร้าย (จบบริบูรณ์)

โดย: กนกรส มาศอุไร



ตอนที่ 11 : Ep7 : แผนอ่อยกับการกลับมาของซาตาน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป



ตอน...แผนอ่อยกับการกลับมาของซาตาน


 ฝากนิยายภาคแรกด้วยนะคะ รักในบ่วงแค้น

รักในบ่วงแค้น
มาศอุไร
www.mebmarket.com
การถูกหักหลังนำพาเธอให้เป็นเหยื่อสำหรับแก้แค้น...โดยตีตรา กักขังเธอไว้ด้วย ราคะ!อันเร้าร้อน*********************************************“แต่ฉันเหนื่อยแล้วนะคุณฉัตร กรุณาปล่อยฉันกลับไปพักบ้างสิ ฉันชักจะทนไม่ไหวแล้วนะคะ นี่คุณไปตายอดตายอยากมาจากไหนนักหนา ถึงได้บ้าพลังขนาดนี้...” “เป็นนางบำเรอของฉันเธอต้องอดทน เพราะฉันมันเซ็กส์จัด อึด ทน แล้วก็นานด้วย จำใส่สมองเธอไว้ซะตาลหวาน”




รบิลเริ่มมีอาการมึนศีรษะเล็กน้อย ทว่าไม่ถึงกับเมามายอะไร เขาจึงขอตัวกับสาวคนรักและพี่สาวของเจ้าหล่อน เดินมาเข้าห้องน้ำ กะจะใช้สายน้ำเย็นชโลมใบหน้าให้สดชื่นขึ้นสักหน่อย ถ้ากลับเข้าไปด้านในคราวนี้ เขาคงต้องหยุดดื่มเสียที เนื่องจากเขาต้องขับรถกลับบ้านด้วยตนเอง กลัวอาการมึนหัวอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุเอาได้...

ร่างใหญ่ซึ่งกำลังจะเดินเลี้ยวหักตรงมุมซ้าย เพื่อเข้าห้องน้ำ มีอันต้องเซไปทางด้านหลังพร้อมกับร่างนุ่มนิ่มที่เป็นตัวต้นเหตุ ร่างเล็กโน้มเข้าหาร่างใหญ่กว่า และรบิลไม่ทันระวัง เลยทำให้ร่างที่เดินชนเขาล้มลงมาทาบทับบนลำกายแข็งแกร่ง 

อุ๊ย!ขอโทษค่ะ

 เธอเอ่ยปากขอโทษพร้อมขยับร่างด้วยท่าทางตื่นตระหนก หญิงสาวพยายามลุกนั่งด้วยความทุลักทุเล จนรบิลต้องยื่นมือเข้าช่วย กระโปรงสั้นของเจ้าหล่อนเปิดเปลือยตลบขึ้นไปกองบริเวรเองคอดกิ่ว จนแลเห็นจีสตริงตัวจิ๋วกับความอวบอิ่มของจุดซ้อนเร้น  รบิลเบิกตาโตกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก่อนเขาจะเซทำทีมองไปทางจุดอื่น ด้วยกลัวเสียมารยาท

“คุณเจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่าคะ” หญิงสาวยังมีแกใจเอ่ยปากถามเขา นี่เจ้าหล่อนไม่รู้สึกเย็นบั้นท้ายตนเองบ้างหรือไง เขาเสียอีกยังรู้สึกเย็นแทนเลย แต่ใจเขาไม่กล้าพอที่จะเอ่ยปากบอกเจ้าหล่อน กลัวเธอจะรู้สึกอายเอาได้ ถ้ารู้ว่าตอนนี้เธอกำลังนั่งโป๊เปิดบั้นท้ายให้เขาเฉยชม

“เอ่อ...ไม่...ไม่ได้เจ็บตรงไหนหรอกครับ” รบิลส่ายหน้าพร้อมคำพูดตะกุกตะกัก พยายามบังคับสายตาให้มองไปทางอื่น มือไม้เขามันดูเกะกะไปหมด ไม่รู้จะเอาไปวางไว้ตรงไหนดี

 ทับทิมแอบกระตุกยิ้มมุมปากกับท่าทางเงอะๆงะๆของชายหนุ่ม เธอแกล้งขยับกายเบียดลำตัวเข้าหา ทำทีเป็นลุกไม่ขึ้นก่อนล้มแหมะ วาดมือเรียวยาวขึ้นเกี่ยวเอาลำคอชายหนุ่มแล้วล้มเข้าใส่ร่างของเขาใหม่อีกหน

“ว้าย!ขอโทษค่ะ”

เอ่ยปากขอโทษด้วยสีหน้าไม่สู้ดี แต่ทว่าการกระทำของหญิงสาวกลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง เธอยังไม่ยอมลุกขึ้นง่ายๆ แสร้งทำตัวอ่อนระทวยเหมือนคนหมดแรง ก่อนขยับกลีบผกาฉ่ำแฉะเสียดสีเข้ากับเป้ากางเกงของชายหนุ่ม รบิลเสียวสะท้านไปทั้งกาย เพียงแค่โดนความเป็นหญิงเบียดเข้าหา ไอ้ลูกชายไม่รักดีถึงกับประกาศตัวขยายใหญ่ขึ้นเพื่อต้อนรับสิ่งแปลกปลอม รบิลรู้สึกตกใจ เขารีบดันสะโพกของเจ้าหล่อนให้ถอยห่างจากจุดยุทธศาสตร์หน้าตาตื่น  กลัวจะถูกด่า กล่าวหาว่าเขาเป็นผู้ชายลามก คิดลวนลามหญิงสาวอย่างหน้าไม่อาย

ทับทิมเม้มปากอิ่ม รู้สึกขัดใจเมื่อเธอถูกดันสะโพกให้ออกห่างจากความร้อนระอุใต้กางเกงยีน นี่แค่ถูสัมผัสภายนอก แถมยังอยู่ด้านในกางเกง ร่างกายของเธอยังเกิดอาการพลุ่กพล่านตอบสนองความกระสัน จนสั้นระริกไปหมด น้ำรักหยาดเยิ้มเพียงแค่ได้เสียดสีเล็กๆน้อยๆเท่านั้น แล้วถ้าเธอเกิดได้ร่วมรักสัมผัสกันลึกสุดใจกับเขาขึ้นมาละ เธอจะรู้สึกอิ่มเอมเปรมปรีดิ์สักแค่ไหนกันนะ

 โอ้ย...ไม่อยากจะคิดเลยผับพล่าสิ

“เอ่อ...คุณพอจะลุกขึ้นไหวหรือเปล่าครับ”

รบิลสูดลมหายใจลึกเข้าปอด เพื่อระงับความรู้สึกปั่นป่วนในช่องท้อง ถึงนี่จะไม่ใช่ครั้งแรกกับการบังเอิญได้ใกล้ชิดกับผู้หญิงอื่นที่ไม่ใช่โมนาหรือแม้กระทั่งบรรดาเพื่อนผู้หญิงทั้งหลายของเขาก็ตาม สิ่งที่ทำให้รบิลนึกแปลกใจ ถึงขั้นตกใจสุดขีด ทำไมร่างกายของเขา ถึงได้มีปฏิกิริยาตอบสนองทันทีทันใด เพียงแค่ร่างกายได้แนบสนิทไปกับหญิงสาวแปลกหน้าคนนี้ได้ มันทำให้เขารู้สึกร้อนรุ่ม กระตือรือร้น หลงใหลในกลิ่นสาปสาวจนเผลอสูดเอาความหอมนั้นเข้าปอดด้วยความลืมตัว

“อุ๊ย!...” ทับทิมแกล้งสะดุ้ง เขินอาย ยามเมื่อเห็นกระโปรงสั้นจู๋ของตนนั้นเปิดโชว์บั้นท้ายขาวเนียน เธอรีบดึงมันลงมาปิด พร้อมก้มใบหน้าแดงระเรื่อลง ทำทีเหมือนสาวน้อยน่ารัก

  รบิลเองพอได้ยินเสียงอุทานหวานหู เขาจึงรีบเรียกสติตนเองกลับคืนมาอีกหน ส่งสายตาเอ็นดูกับท่าทางเหนียมอาย พร้อมเข้าพยุงร่างเล็กให้นั่งในท่าสบายมากขึ้น โดยไม่ลืมสอบถามถึงอาการอย่างอื่นของเธอ

“ขอบคุณค่ะ ฉันแค่รู้สึกเวียนหัว แล้วก็เหมือนโลกมันเอียงๆนิดหน่อยน่ะค่ะ ต้องขอโทษคุณอีกครั้งที่เดินไม่ดูทาง จนชนคุณล้มลง เลยต้องเจ็บตัวเพราะฉันแบบนี้”

ทับทิมบอกขอโทษเสียงแห้ง แสร้งตีสีหน้าสำนึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น รบิลส่ายหัวพร้อมกับส่งยิ้มให้กับหญิงสาว เขาไม่ถือสา ออกจะรู้สึกเป็นห่วงเจ้าหล่อนเสียมากกว่าด้วยซ้ำไป

ดูแล้วผู้หญิงคนนี้คงเมาไม่น้อย เขาเห็นนัยน์ตาเธอแดงก่ำ อีกทั้งกลิ่นแอลกอฮอล์นั้นก็ลอยอวลตามเนื้อนวล ไม่รู้นี่เจ้าหล่อนมากับใคร แล้วจะกลับเข้าไปด้านในร้านไหวหรือเปล่าก็ไม่รู้

“ฉันคงต้องขอตัวก่อนนะคะ ออกมานานมากแล้ว กลัวเพื่อนจะเป็นห่วงเอา”

หญิงสาวพูดพร้อมขยับร่างเตรียมจะลุกขึ้นยืน

“คุณเดินกลับไหวนะครับ” รบิลถามด้วยความเป็นห่วง เขาขยับตัวตามหญิงสาว จับจ้องสายตามองร่างเล็ก เพื่อคอยระวังไม่ให้เธอล้มลงมาอีก

“ค่ะ...ฉันยังไหวอยู่...”

“มาครับ ผมช่วยคุณลุกขึ้นยืนจะดีกว่า” รบิลขออาสาเข้าช่วยพยุงร่างที่ทำท่าเหมือนจะเซล้มแหมะลงพื้นอีกหน ทับทิมก้มหน้าซ่อนรอยยิ้มพึงพอใจ เมื่อแผนการอ่อยของเธอเริ่มได้ผล แค่เพียงครั้งแรกแล้วได้ใกล้ชิดกับชายในฝันของเธอแค่นี้ มันก็นับว่าเยี่ยมยอดที่สุดแล้ว เอาไว้เธอจะค่อยๆลุกคืบเข้าหาเขาทีละน้อย มันไม่ใช่เรื่องลำบากสำหรับเธอ ในเมื่อผู้ชายคนนี้สนิทสนมกับโมนา อีเพื่อนทรยศ คงอีกไม่นานเธอจะต้องได้พบกับเขาใหม่อย่างแน่นอน

ทับทิมเงยหน้าสวยขึ้นยิ้ม พร้อมเอ่ยปากขอบคุณชายนหุ่ม

“ขอบคุณนะคะ ฉัน...ทับทิมค่ะ และยินดีที่ได้รู้จักคุณ...เอ่อ...” ทับทิมเลิกคิ้วสวยขึ้น แล้วลากเสียงยาวยิ้มติดมุมปาก ก่อนยื่นส่งมือเรียวเล็กขึ้นสูงเพื่อเป็นการทักทายอย่างเป็นทางการ รบิลก้มมองมือของหญิงสาวลังเลเล็กน้อย ก่อนยื่นมือตนเองขึ้นจับกับหญิงสาว

“รบิลครับ...ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน” รบิลเอ่ยแนะนำตัวเองเพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาท และไม่ทันคาดฝัน ร่างเล็กที่กำลังยืนส่งยิ้มไมตรีให้เขา อยู่ดีๆเจ้าหล่อนกลับทำท่าเซจะล้มลงพื้น ด้วยความคล่องแคล้วว่องไวกว่าด้วยสรีระของคนชอบออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทำให้รบิลถลันตัวเข้าคว้าร่างโงนเงนใกล้จะล้ม ดึงรั้งมาไว้ในอ้อมกอดของตนเองได้ทันเวลาพอดี

และมันทำให้หญิงสาวใบหน้าบูดบึ้ง ที่กำลังก้าวเดินฉับๆเข้ามาด้วยอารมณ์หึงหวงสุดฤทธิ์ จนแทบอยากปรี่เข้าไปกระชากร่างของหญิงสาวในอ้อมแขนของชายหนุ่มออกห่าง ตบมันสักที และก่อนเธอจะเดินไปถึงเป้าหมาย ร่างงามระหง กลับถูกกระชากด้วยแรงมหาศาล ผลุบหายเข้าไปอีกประตูด้านหนึ่งโดยไม่ทันรู้ตัว

“อือ!...อ่อยอ่ะ...” มายาวีดิ้นรนขัดขืน นัยน์ตาสวยหวานเบิกโพลง หวาดผวา ตื่นตระหนก หัวใจดวงน้อยแกว่งกวัด มันร่วงหล่นลงสู่พื้น เมื่อเธอจำกลิ่นกายนี้ติดจมูก ไม่เคยลืม และไม่คิดว่าเขาจะตามมาหาเธอถึงเมืองไทยได้ถูก

เดวิส! เขามาอะไรที่เมืองไทย...

 


 

หนุ่มฝรั่งตาน้ำข้าว ร่างกายสูงกำยำ ดูน่าเกรงขาม ลากร่างบางหอมหวานที่เขาแสนติดใจ ลีลา รสชาติเด็ดละมุนปลายลิ้นยามเขาสัมผัสลากไล้ไปทั่วผิวกายสาว จนต้องบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาหาด้วยความกระสัน อยากปลดเปลื้องอารมณ์สวาทร่วมกับเจ้าหล่อนจนแทบทนปวดปลายหัวเห็ดใหญ่ไม่ไหว  เดวิสบังคับให้มายาวีเดินออกมาทางด้านหลังตัวร้าน เนื่องจากเขาสั่งลูกน้องให้ขับรถลีมูซีนไว้รอตรงบริเวณนั้น มือหนึ่งเขาใช้ปิดปากเจ้าหล่อนไม่ให้ส่งเสียงดัง ส่วนอีกมือข้างที่ว่าง เขาใช้เคล้นคลึงยอดอกสาวคับแน่นไปพราง

 “อือ...อือ...อ่อย...” มายาวีไม่สิ้นฤทธิ์ง่ายๆ เธอยกมือขึ้นเขวี้ยงสะเปะสะปะไปตามลำตัวสูงใหญ่ หวังให้ตนเองได้หลุดพ้นชะตากรรมโหดร้ายในครั้งนี้ ถึงแม้ดูความหวังนั้น ช่างลิบลี่เต็มทีนักก็ตาม ทว่าเธอจะไม่มีทางยอมถูกไอ้บ้านี่ย่ำยีไม่ต่างจากสิ่งของไร้ค่าอีกต่อไป เธอทนรับคามอัปยศอดสูนี้มานานหลายปี ความผิดที่เธอไม่ใช่คนก่อ คุณลุงของเธอต่างหาก เขาสมควรจะได้รับโทษทัณฑ์จากไอ้ปีศาจร้ายตนนี้ ไม่ใช่เธอ

“คิดถึงมากรู้ไหม” ปีศาจร้ายพ่นลมร้อนรดต้นคอระหง เอื้อนเอ่ยวาจาฟังดูหวานหู แต่มายาวีไม่คิดสนใจ เธอเกลียดและขยะแขยงเขาจนเข้ากระดูกดำเสียมากกว่าคิดหลงใหลในน้ำคำหวานเสนาะ มันมีแต่คำลวง ผู้ชายเลวอย่างเขานะเหรอ จะจริงใจกับใครเป็น  

เดวิสไม่เคยเห็นเธอเป็นสิ่งมีชีวิต มีลมหายใจ เขามองเธอเป็นเพียงวัตถุชิ้นหนึ่ง เพื่อเอาไว้บำบัดความใคร่ ในยามเขาอยากเสพตัณหาขึ้นมาเท่านั้น เขาไม่เคยอ่อนโยน ไม่เคยปรานี เอาใจเธอ มีแต่ตั้งหน้าตั้งตาตักตวงความสุขจากร่างกายของเธออยู่ฝ่ายเดียวเท่านั้น

 เขาไม่รู้บ้างเชียเหรอ ว่าทุกครั้ง ยามเขาฝากฝังความแข็งแกร่งผนึกมันเข้าไปภายในร่างกายของเธอนั้น มันมีแต่สร้างความเจ็บปวด ทรมาน ทุรนทุราย จนเธอแทบอยากจะกลั้นหายใจตายไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด แรงกระแทกกระทั้นโยกโยนฝังกายของเขาเข้าใส่เธอในแต่ละครั้ง มันไม่ต่างอะไรกับการตอกตรึงเธอด้วยอาวุธร้ายแรง พล่าพลาญชีวิตเธอให้อยู่ก็เหมือนตาย

 ถึงยังมีลมหายใจแต่มันก็ไร้วิญญาณ

และต่อให้เธอร้องไห้จนน้ำตาเป็นสายเลือด อ้อนวอน ขอร้องให้เขาปล่อยเธอไปจนใจจะขาด เขาก็คงไม่สนใจที่จะรับฟังเธออีกตามเคย อยู่ดี ความโหดร้ายในครั้งนั้น มันไม่เคยเลือนหาย เหมือนเธอยิ่งหนี มันกลับยิ่งวิ่งไล่ตามเธอหนักขึ้นทุกที ไม่รู้เมื่อไหร่ หรือวันไหน ซาตานจิตใจโหดร้ายอำมหิตตนนี้ ถึงจะยอมปล่อยเธอให้หลุดพ้นจากขุมนรกเลวร้ายนี้ของเขาเสียที  

“อ่อย...” มายาวีส่งสายตาวาวโรจน์ กระแทกส้นเท้าลงบนรองเท้าหนังสีดำ เดวิสกัดฟันข่มความเจ็บ เปลี่ยนเป็นทำโทษหญิงสาวด้วยการขยำปทุมถันรุนแรงโดยผ่านเนื้อผ้า

โน้มใบหน้ากระซิบเสียงเหี้ยมข้างริมหูสวย

“อย่าทำให้ฉันรำคาญ ยาหยี...ถ้าเธอยังไม่อยากถูกฉันจับกระแทกดุ้นเข้าใส่มันเสียตรงนี้ ก็ช่วยเดินตามฉันมาดีๆ หุบปาก อย่าพยศมันให้มาก ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนกับเธอไปมากกว่านี้”

 เดวิสชักเริ่มรำคาญอาการดิ้นรนของมายาวี เขาจึงกัดฟันขู่ฟ่อ ก่อนปล่อยมือกร้านออกจากปากหญิงสาว พร้อมดันร่างหอมให้หันหน้ามาเผชิญกับเขา กดแผ่นหลังเข้าอัดกับต้นไม้ ก่อนกระแทกปากร้อนระอุเข้าหา เพื่อต้องการดับไฟราคะร้อนเร้าในทรวง ซึ่งมันกำลังโหมกระหนำลุกฮือ จนอาวุธร้ายภายใต้การเกงสแล็คราคาแพง ทะลึ่งพรวดดันเนื้อผ้าออกมาชี้โด่ ประจานเจ้าของให้ได้อับอายขายขี้หน้า

ชายหนุ่มหงุดหงิด งุ่นง่านตนเองนัก ผู้หญิงคนไหนที่เขาร่วมรักด้วย ก็ไม่มีใครทำให้เขามีความสุขจนล้นอกได้เท่ากับผู้หญิงคนนี้สักราย เลยเป็นเหตุให้เขานั่งเจ็ทส่วนตัว สั่งลูกน้องในเมืองไทยออกตามหามายาวี เมื่อเขารู้เจ้าหล่อนมาเที่ยวอยู่ที่ผับแห่งนี้ เขาจึงไม่รอช้า พอลงจากเครื่องได้ เขาสั่งให้ลูกน้องขับรถตรงดิ่งมาที่นี่เลยทันที

 สองลิ้นต่างผัวพันตวัดรัดรึง แลกเปลี่ยนน้ำลายไม่รู้ของใครเป็นของใคร มายาวีพยายามเบี่ยงหน้าหนี ทว่าดูไร้ผลเช่นเดิม เมื่อเดวิสกดท้ายทอยสวยของเธอไว้แน่น กดบังคับศีรษะให้ยอมรับรสจูบดุเดือดของเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย ชายหนุ่มบดจูบร้อนแรงเข้าหา เนื้ออ่อนของกลีบปากบี้แบนแนบชิดจนแทบกลายเป็นเนื้อเดียวกัน มายาวีเจ็บร้าวระบมไปทั้งดวงหน้างาม เริ่มหายใจไม่ทัน จนเธอต้องปล่อยให้น้ำตาไหลรินอาบสองข้างแก้มนวล

“อ่าห์...อืมมมมม” อารมณ์ของเดวิสตอนนี้พลุ่งพล่าน มีความต้องการอยากปลดปล่อยความทรมานเท่านั้น เขาเลยไม่คิดสนใจสิ่งใด นอกจากหญิงสาวตัวน้อยตรงหน้า ชายหนุ่มถูไถท่อนเอ็นขนาดใหญ่โตไปตามหน้าท้องแบนราบ แม้เพียงใต้ผิวผ้า ความเสียวกระสันไม่ได้ปรานี จนเมื่อกระแสเลือดกายร้อนระอุ เดวิสใช้กายสูงใหญ่ของตนบดบังร่างเล็ก จากสายตาคนรอบข้างที่อาจจะเดินผ่านมาตรงบริเวณนี้เอาไว้จนมิด ก่อนเอื้อมมือกระชากกระโปรงทำงานของมายาวีขึ้นสูง ดึงชั้นในตัวจิ๋วลงค้างไว้เหนือเข่า แล้วจัดการรูดซิบกางแกง ควักเอาอาวุธตัวร้ายเท่าดุ้นตอร์ปิโด จับยัดแทรกผ่านกลีบผกามันวาวด้วยน้ำรักไหลรอท่า แม้นคราแรกจะฝืดเฝือนอยู่สักหน่อยกว่าแก่นกายยักษ์ใหญ่จะกดผ่านผนังมดลูกจนเข้าไปเกือบครึ่ง มายาวีเบ้หน้ากัดปากตนเองไว้แน่น เธอไม่ต้องการส่งเสียงน่ารังเกียจนี้ให้ใครได้ยิน

“แกมันเลว” เธอตวัดสายตาโกรธเกรี้ยวขึ้นมองชายหนุ่มพร้อมพ่นคำด่า

“ขอบใจที่ชม” ทว่าเดวิสเพีบงยักคิ้วเข้ม ไม่แยแสคำด่าทอของหญิงสาวสักนิด อาจเป็นเพราะเขาชินชา เมื่อทุกครั้งยามเขาเสพสมกับร่างงดงามนี้ทีไร เจ้าหล่อนต้องแสดงอาการพยศ ต่อต้าน พร้อมด่าทอเขามันทุกครั้งไปนั่นแหละ  

“แต่ก็เอาเธอมันส์ใช่ไหมล่ะ”

“ไอ้ชั่ว...โอ๊ะ!...อื้อ...” มายาวีหลุดเสียงร้องเพราะถูกเดวิสกระชากเสื้อเชิ้ต ล้วงมือเข้าไปบี้หัวนมด้านใน ส่วนด้านล่างกำลังถูกเขาสอดใส่ดุ้นร้อน 

“โอ้ว...เยสสสส...แน่นฉิบ” เดวิสสบทเสียงแหบพร่า เงยหน้าขึ้นสูดลมหายใจเข้าปอด ยิ่งดันดุ้นร้อนเข้าหาโพรงสวาทมากขึ้นเท่าใด ร่างเขากลับยิ่งสั่นไหวทุกคราว

 นี่แหละ...คือสิ่งที่เขาปรารถนาจากผู้หญิงคนนี้ ความสุขเวลาทำเซ็กส์กับเจ้าหล่อน เหมือนเขาได้ขึ้นสวรรค์อย่างไรอย่างนั้น ร่องเธอทั้งฟิต จะเอากับเจ้าหล่อนอีกสักกี่ครั้ง มันก็ยังให้ความรู้สึกอิ่มเอมใจเขาเสียทุกที

“อืมมม...ร่องเธอนี่มันแน่นดีจริงๆ ไม่เสียแรงที่ฉันอุตส่าห์ข้ามน้ำข้ามทะเลมาเอากับเธอถึงที่นี่” เดวิสยกมือขึ้นลูบใบหน้าสวยหวาน มายาวีรีบเบี่ยงหลบด้วยท่าทางขยะแขยง ทว่าเดวิสไม่สนใจเขาทอดสายตาอ่อนเชื่อมมองหญิงสาว ด้วยความรู้สึกแปลกไปจากครั้งแรก มายาวีเม้มปากแน่น ตวัดสายตาเกลียดชังให้ชายหนุ่มอย่างไม่คิดปิดบัง

เดวิสยิ้มใส่ตาคนแสนพยศ ก่อนดันก้นหนั่นแน่นของตน กระเด้าเข้าใส่หลืบคับแคบอีกนิด ดุ้นเอ็นร้อนระอุของเข้าถึงฝังตัวลึกเข้าภายในร่องสวาทของหญิงสาวจนมิดทั้งลำ มายาวีสะดุ้งเฮือกผวากอดรัดร่างหนาเอาไว้จนแน่น

“อือ...ไอ้สารเลว...ฉันอยากจะฆ่าแกให้ตายนัก”

มายาวีสะท้านเสียวไปถึงทรวงใจ เธอแกร่งร่าง จิกเล็บลงบนบ่ากว้าง เมื่อความใหญ่โตของเขาทำเอาเธอทั้งจุกทั้งเสียวซ่าน รัญจวนหัวใจ ยิ่งเวลาถูกหนังสากจากด้ามอาวุธร้ายของเขาครูดไปตามผนังด้านใน เล่นเอาเนื้อเยื้อจุดอ่อนไหวเต้นกระสันยิกๆ จนน้ำรักของเธอนั้นแทบไหลพุ่งออกมาก็ว่าได้

“คิดฆ่าผัวตัวเองมันบาปนะยาหยี” เดวิสจุ๊บปากน่าหมั่นเขี้ยวติดกันหลายๆที เขายังแช่ตัวค้างดุ้นเอ็นไว้นิ่งๆ ถึงจะทรมานแสนสาหัส แต่เขายังต้องการอยากซึมซับความสุขยามได้อยู่ในกายหวานหอมนี้ไปนานๆ มายาวีเองก็รู้สึกอึดอัด หายใจไม่คล่อง เฝ้ารอคอย เมื่อไหร่เขาจะขยับร่างเสียที

“แกไม่ใช่ผัวของฉัน ไอ้บ้า...แล้วก็ขยับเสียทีสิ ฉันอึดอัดนะ” มายาวีดิ้นเร้า ยกมือขึ้งทุบไปบนหน้าอกแกร่ง

“จุ๊...จุ๊...ใจเย็นๆสิจ๊ะยาหยี ขอผัวแช่เอ็นไว้ในนี้อีกสักหน่อย ร่องเมียทั้งตอด ทั้งขมิบดี จะรีบให้กระเด้าไปถึงไหน”

“ไม่...จะทำอะไรก็รีบทำ ฉันจะกลับเข้าข้างใน” เมื่อเขาคิดกลั่นแกล้งเธอโดยการยืนนิ่งไม่ขยับตัว มายาวีจึงเป็นฝ่ายเริ่มต้นขยับมันเสียเอง

เธอยกเรียวขาขึ้นเกี่ยวเอวสอบเขาไว้ แล้วลงมือดันร่างใหญ่ออกห่างเล็กน้อยเพียงอึดใจเดียว เจ้าหล่อนก็ดึงร่างหนานั้นกลับเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วทันทีทันใด แรงขยับกายของหญิงสาวทำเอาเดวิสแทบร้องลั่น ความทรมานตีกระทบแสกหน้า จนเผลอปล่อยเสียงร้องครวญครางแหบโหยเหมือนคนกำลังได้รับบาดเจ็บแสนสาหัส 

“ซี้ด...โอ้วววว...ยาหยี...คุณนี่มันเป็นนางแม่มดชัดๆ”

“ถ้าไม่อยากถูกแม่มดสาปแช่งให้ตาย นั้นก็รีบเอาเสียที ฉันเสียวจนทนไม่ไหวแล้วนะ” มายาวีขู่ฟ่อ นัยน์ตาหวานฉ่ำเยิ้มด้วยแรงราคะเข้าครอบงำ

“ผมจะเอาคุณให้หมดแรงเดี๋ยวนี้ละที่รัก รอรับแรงกระแทกของผัวได้เลย”

เดวิสยิ้มเจ้าเล่ห์ เมื่อไม่อาจประวิงเวลาอีกต่อไป เพราะตัวเขาเองนั้นก็ทรมานจนกายแทบฉีกขาด เมื่อดุ้นเอ็นผิวหนังขรุขระเริ่มร้อนฉ่าจนถึงขีดเดือด เดวิสกัดกรามกอดพร้อมส่งความสุขทุกหยาดหยดเข้าสู่ร่างสาว ก่อนจะเพิ่มแรงขย่มร่างหนาเข้าใส่แม่มดตัวร้ายโยกดุ้นกระเด้าจนเจ้าหล่อนหัวสั่นหัวคลอน มายาวีเองเริ่มเผลอไผลไปกับรสสวาท เธอเริ่มตอบสนอง ร่อนเองคอดกิ่วเข้าใส่ตอบโตชายหนุ่มอย่างดุเดือดเผ็ดร้อนไม่แพ้กัน สองร่างขยับกายเข้าใส่ไม่ยั้งแรง มายาวีต้องอ้าปากกัดบ่าแกร่งเอาไว้เพื่อป้องการเสียงร้องของตน ถึงตรงมุมต้นไม้นี้จะมืด แล้วนานๆทีจะมีคนเดินผ่าน แต่เธอไม่ไว้ใจ ป้องกันเอาไว้ก่อน เพราะที่นี่เมืองไทยไม่ใช่เมืองนอก เรื่องน่าอัปยศอดสูใจเช่นนี้ ถ้าเกิดมีใครมาเห็นเข้า เธอคงไม่อาจมีหน้าทนสู้ความอับอายได้อีกต่อไป

สองร่างต่างเร่งควบขี่กันและกัน เพื่อต้องการปลดเปลื้องอารมณ์พลุกพล่าน มายาวีถูกอัดร่างกระแทกเข้าหาต้นไม้ ลำขาถูกช้อนยกขึ้นสูงไว้ข้างหนึ่ง เพื่อจะได้ส่งดุ้นเอ็นสอดใส่เข้าแน่นลึกมากยิ่งขึ้น เดวิสห่มสะโพกแกร่งโยกโยน กระทุ้งตอร์ปิโดสุดแรง เพิ่มความเสียวกระสัน จนร่างสาวบอบบางรู้สึกจุกจนต้องงอตัวเกร็งรับ จนในที่สุดหญิงสาวก็ปลดปล่อยน้ำรักขาวเมื่อเธอเอื้อมมือคว้าชัยมาได้ก่อนเดวิส ก่อนชายหนุ่มจะขย่มแรงกระเด้าเข้าใส่ร่องสวาทถี่รัว เขารับรู้ได้จากแรงตอดของหญิงสาว มายาวีคงถึงสวรรค์ก่อนเขาแล้ว ชายหนุ่มจึงไม่รอช้า ช้อนอุ้มร่างอ่อนปวกเปียกไว้ในท่าอุ้มแตงโดยที่อาวุธร้ายยังคงฝังแน่นในร่องหลืบ เขาจับบั้นท้ายงามไว้แน่น พร้อมยกก้นของหญิงสาวขึ้นสูงจนดุ้นเกือบหลุดออกจากโพรงสวรรค์ แล้วจับดันกระแทกเข้าใส่แท่งร้อนตอกเข้าใส่ถี่ๆจนร่างหนากระตุกเฮือก ฉีดพ่นน้ำรักเข้าใส่ถ้ำสวาท รูดเข้ารูดออกจนหมดน้ำ มายาวีนอนสลบไสลอยู่ในอ้อมแขนขอเดวิส ชายหนุ่มจัดการเสื้อผ้าของเธอกับเขาให้เข้าที่ ก่อนอุ้มร่างหมดแรงเดินตรงไปยังรถลีมูซีนที่เขาโทรให้ลูกน้องขับออกมารอ...

 

**********************

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha