ราคะร้ายซ่อนรัก ซีรีส์ชุด บ่วงรักบ่วงสวาท [จบแล้ว]:

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ตอนที่ 7 : ตอนที่ 4


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 4

สองวันต่อมา พิรุณนภาเดินทางมาหาเพื่อนที่คอนโด หลังจากโทรนัดแนะกันเรียบร้อยแล้วว่าค่ำวันนี้ฐานิศรจะพาไปฝากงานที่ฐานิศรทำอยู่

            ตึ๋ง!

            เสียงออดหน้าห้องดังครู่หนึ่ง ฐานิศรก็ออกมาเปิดประตูรับเพื่อน  “แป้ง แกเข้ามาก่อนสิ พอดีพี่คนที่ฉันจะพาแกไปฝากงาน ติดธุระ ขอเลื่อนเจอตอนสี่ทุ่ม”

            “ถ้างั้นเราไปหาอะไรกินกันก่อนไหมศร พอดีฉันรีบมา ยังไม่ได้กินอะไรเลย แล้วเราจะได้คุยกันเรื่องงานที่ฉันจะทำด้วย”

            “เรื่องข้าว ฉันโทรสั่งไปแล้ว อีกไม่นานคงจะมาส่งที่ห้อง ส่วนเรื่องงาน ฉันก็จะบอกแกก่อนออกไปอยู่แล้ว แต่กินข้าวกันก่อนแล้วค่อยพูดกันนะ ส่วนตอนนี้ฉันขอแต่งตัวก่อน แล้วถ้าข้าวมา แกก็กินก่อนเลย”

            “ได้” พิรุณนภานั่งรอสักพักก็มีคนเอาอาหารมาส่ง เธอรับมาแล้วก็เปิดกล่องกินก่อนเพื่อน เพราะหิวมาก แต่กินไปนิดเดียวเพื่อนก็ออกมาแล้วก็นั่งกินข้าวกัน อิ่มแล้วพิรุณนภาก็ถามเรื่องงานที่จะพาไปฝาก

“ถ้าฉันบอกว่างานอะไร แกก็ตัดสินใจเองนะ ทางพี่ส้มไม่บังคับ แล้วแกก็ห้ามเลิกคบกับฉันด้วย”

“งานอะไร แล้วทำไมเราต้องเลิกคบกันด้วย”

“ก็ตอนนี้ฉัน...ฉันทำงานให้ความสุขกับผู้ชายอยู่” ฐานิศรไม่รู้จะพูดอย่างไรดี เพราะไม่อยากบอกเพื่อนตรงๆ ว่า ขายตัว

“งานให้ความสุขผู้ชาย งานอะไรเหรอ” หน้าของพิรุณนภาเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม

“ก็งาน...

“ขายตัว!” พิรุณนภานึกได้เอง

            “ใช่ แต่แกตัดสินใจเองนะแป้ง ฉันไม่ได้บังคับให้แกต้องมาทำงานกับฉัน ฉันแค่แนะนำ เพราะงานนี้เงินดีมาก”

“จริงเหรอศร” เสียงของพิรุณนภาเบาหวิว ก่อนจะลุกเดินหนีเพื่อนออกมาห่างๆ เพื่อตั้งสติ เมื่อเพื่อนพยักหน้ายืนยันว่าเธอเข้าใจถูกแล้ว

“แกโกรธฉันเหรอแป้ง” ฐานิศรหน้าเสียเมื่อเพื่อนลุกหนีไป แต่หากพิรุณนภาจะโกรธก็ไม่ผิด เพราะเธอดันชวนไปทำงานไม่ดี แต่ถึงงานไม่ดี ทว่ารายได้มันดีมาก แล้วที่นี่ก็ไม่ได้ขายตัวให้คนธรรมดาทั่วไป แต่ขายให้กับบรรดาเศรษฐีและไฮโซ

“ฉันไม่ได้โกรธ แต่ฉัน...ฉันตกใจ” พิรุณนภาพยายามรวบสติของตัวเอง ก่อนจะหันไปถามเพื่อนว่าทำไมถึงทำแบบนั้น

“บ้านฉันเดือดร้อน แล้วฉันก็ขายตัวมาได้เกือบสองปีแล้ว แต่ฉันขายให้คนเดียวนะ” ฐานิศรหยุดนิ่งไปสักพัก แล้วก็เล่าต่อตั้งแต่ที่เธอไปรู้จักพี่สาวคนหนึ่งที่อยู่คอนโดเดียวกัน พูดคุยกันถูกคอจนกลายเป็นเพื่อน แล้วเธอก็ถามไถ่ว่าทำงานอะไรทำไมมีเงินซื้อข้าวซื้อของเยอะแยะ แม้แต่รถพี่สาวคนนี้ก็เปลี่ยนบ่อย ก่อนจะได้รู้ว่าทำงานอยู่กับพี่ส้ม เจ้าของผับดังที่เบื้องหน้าเปิดผับ แต่เบื้องหลังคอยจัดหาสาวๆ ให้กับบรรดาผู้ชายที่มีทั้งหนุ่มทั้งแก่ แต่กระเป๋าหนักทุกคน และสาวๆ ในสังกัดของพี่ส้มก็สะอาดปลอดโรคทุกคน เพราะก่อนจะทำงานทุกคนจะต้องตรวจร่างกายและต้องตรวจทุกสามเดือน เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจ

“แล้วทำไมศรถึงทำล่ะ”

“อยากได้เงินไง พอดีพี่ชายฉันโดนใส่ร้ายจนถูกจับ แม่ฉันโทรมาบอกให้ฉันหาเงินไปประกันพี่ชายเป็นแสนๆ แล้วตอนนั้นฉันมีเงินที่ไหนล่ะ ฉันก็เลยไปหาพี่เขาแล้วให้พาไปทำงาน จนได้เจอกับคุณพิชญ์นี่แหละ แล้วฉันก็ขายตัวให้คุณพิชญ์คนเดียวมาตลอด”

“ผู้ชายคนนี้ไหม ที่ศรไปไหนมาไหนด้วย” หลายนาทีกว่าที่พิรุณนภาจะถามออกไป เพราะตอนนี้เธอตกใจและสับสน

“คนนี้แหละ แล้วแกตกลงว่าไง จะทำหรือไม่ทำ ถ้าทำฉันจะได้พาแกไปให้พี่ส้มดูตัวก่อน แล้วถ้าผ่าน แกก็จะได้งาน แต่ถ้าไม่ทำ ฉันขอให้แกเก็บเรื่องนี้เป็นความลับนะ ฉันไม่อยากให้ใครรู้”    

            “ฉันไม่บอกใครหรอก”

            “ขอบใจนะ” ฐานิศรจับมือเพื่อนไว้อย่างขอบคุณ ก่อนจะถามไถ่ว่าตกลงจะทำหรือไม่ทำ

            “ฉันขอคิดก่อนนะ”

            “ได้สิ แล้วฉันก็ไม่บังคับให้แกไปทำหรอกนะ”

            “แล้วที่นัดทางนั้นไว้ล่ะ จะทำยังไง”

            “เดี๋ยวฉันโทรบอกพี่ส้มเองว่าแกยังไม่พร้อม”

            “ทางนั้นจะว่าเธอหรือเปล่าที่นัดแล้วไม่ไป”

            “ก็คงว่านิดหน่อยแหละ แต่แกอย่าห่วงเลย พี่ส้มแกไม่ใช่คนใจร้าย”

            “ถ้างั้นฉันกลับก่อนนะ”

            “เดี๋ยวฉันไปส่ง”

            “ไม่ต้องหรอกศร เดี๋ยวฉันกลับเองได้”

            “งั้นฉันลงไปส่งแกข้างล่างแล้วกัน”

            “อืม” จากนั้นสองสาวก็พากันออกจากห้องพัก พิรุณนภารอรถอยู่ครู่หนึ่งก็เดินทางกลับ โดยแวะโรงพยาบาลก่อน ที่เห็นสภาพมารดาซูบผอมลงกว่าแต่ก่อนก็ใจหาย ก่อนที่คุณหมอจะแจ้งว่าสัปดาห์หน้าต้องทำคีโมครั้งที่สอง ทำให้เธอกลับบ้านมาด้วยสภาพหัวสมองหนักอึ้ง เพราะไม่รู้จะไปหาเงินที่ไหน จะยืมฐานิศรอีกก็เกรงใจ เพราะยืมมาแล้วเป็นแสน

            เอี๊ยด!!!

            คนที่กำลังเครียดเรื่องเงินสะดุ้งสุดตัวเมื่อจู่ๆ ก็ได้ยินเสียงเบรกดังลั่นอยู่หน้าบ้าน เธอลุกเดินมามองที่หน้าต่างก็เห็นรถไม่คุ้นตาเลย แล้วยังมีผู้ชายลงจากรถมาอีกสามคน ก่อนจะผลักรั้วบ้านเธอเข้ามา จังหวะนั่นพ่อเลี้ยงของเธอก็ขับรถเข้ามาจอด เธอจึงเปิดประตูออกมาแล้วหันไปคว้ามีดมาถือไว้

            ในขณะที่หน้าบ้าน ภูสิทธิ์กำลังเจรจากับเจ้าหนี้ที่ตนเอาโฉนดของภรรยาไปจำนอง เพื่อเอาเงินมาใช้จ่ายเมื่อห้าเดือนก่อนสองแสนบาท โดยไม่ได้บอกให้ภรรยารับรู้

            “ฉันขอเวลาอีกหน่อยเถอะ แล้วจะรีบหาเงินไปคืนให้ทั้งหมด” ภูสิทธิ์ขอร้อง เพราะตอนนี้ไม่มีเงิน แต่ถึงมีตนก็ไม่ทางให้พวกมัน ถ้าอยากได้นักก็ไปทวงเอากับเจ้าของบ้าน!

            “จะหาทันเหรอว่ะ!

            ภูสิทธิ์ไม่ทันตอบพิรุณนภาก็เดินออกมาถามว่าคนพวกนี้มาทวงเงินค่าอะไร “ว่าไงน้า น้าไปติดเงินคนพวกนี้ตั้งแต่ตอนไหน”

            “ถ้าน้าไม่ตอบ พี่ตอบให้เองนะจ้ะน้องสาว” โจ๊ก หัวหน้าทีมบุกบ้านพูดขึ้น และพอได้ฟังพิรุณนภาก็หันไปต่อว่าพ่อเลี้ยงยกใหญ่

            “ทำไมกูจะไม่มีสิทธิ์ ในเมื่อกูเป็นผัวแม่มึง”


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha