ร่านเสน่หา ปีศาจจิ้งจอก

โดย: เกศิรา



ตอนที่ 3 : เคล็ดวิชาที่หายสาบสูญ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

แม่เฒ่าพยายามฟื้นฟูพละกำลังของตน เคล็ดวิชาพลังวัตรจักรที่นางถูกหลวงจีนวัดเส้าหลินทำลาย นางจักนำกลับคืนมาให้จงได้ นางจะแก้แค้นชาวยุทธ์ทั้งหลายที่ร่วมกันคิดกำจัดนาง แม้เวลาจะผ่านมาหลายสิบปี พลังนางจักไม่กลับคือมาเลยก็ตาม แต่นางไม่เคยย่อท้อ ความแค้นยังสุมในอกรอวันสะสาง...

'ผิงเออร์' คือชื่อที่แม่เฒ่าเรียกนาง นางจิ้งจอกอยู่กับเจ้านกแก้ว ซึ่งมีชื่อว่า 'หยางหยาง' นางฝึกอ่าน ฝึกเขียน และแอบฝึกวรยุทธ์จากตำราที่แม่เฒ่าเก็บไว้ในห้องลับ 

แม่เฒ่าฉางเหว่ยเซี่ยไม่คิดถ่ายทอดวิชาใด ๆ ให้ผิงเออร์ เพราะกลัวนางจักหนีออกจากหุบเขา แม่เฒ่ากักตนเพื่อฝึกวิชา ณ เขาถ้ำไฟหิมะ ถ้ำมวลสารร้อนหนาวปรับธาตุเพื่อดึงพลังนางให้เข้าถึงเคล็ดวิชาร่างอมตะ 

ผิงเออร์แทบไม่ได้พบหน้าแม่เฒ่าฉางเหว่ยเซี่ย นางมีหน้าที่ส่งอาหารให้แม่เฒ่าในทุกค่ำคืน เพียงมื้อเดียวเท่านั้น ด้านหน้าถ้ำไฟหิมะซึ่งปิดด้วยหินใหญ่ ผิงเออร์ไม่รู้เลยว่าด้านในมีสภาพเป็นเช่นใด

วิชาตัวเบาของนางจิ้งจอกก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว เพียงสามเดือนนางก็สามารถเหาะเหินได้ตามใจ นั่นเพราะพลังวัตรในกายที่สั่งสมมานับพันปี เมื่อเริ่มฝึกวิชาเพื่อเปิดลมปราณ ร่างกายจักนำพลังออกมาใช้อย่างสมบูรณ์

เสียดายยิ่งนักที่เคล็ดวิชาของฉางเหว่ยเซี่ย เป็นวิชามารที่นางไม่คิดจะฝึกฝน นางเกรงธาตุไฟเข้าแทรกจนขาดสติได้โดยง่าย และจะมีสภาพไม่ต่างจากแม่เฒ่า เดี๋ยวคุ้มดีเดี๋ยวคุ้มร้าย 

“ข้าเก่งขึ้นรึไม่หยางหยาง” นางใช้วิชาตัวเบาขึ้นไปบนปากเหวก่อนลงมายืนยิ้มหวาน

“แม่เฒ่ารู้ เจ้าตายแน่... ผิงเออร์” หยางหยางเอ่ยนับครั้งไม่ถ้วน หลังจากนางฝึกวิชาตัวเบาสำเร็จและออกไปสืบข่าวผู้ที่จักสังหารนาง ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาในเมืองเป่ยเปี้ยนซ่าง แต่คนผู้นั้นได้กลับไปเมืองหลวงและไม่ได้กลับมาที่นี่อีก นางจึงตั้งใจฝึกวิชาเพื่อกลับไปแก้แค้นให้สำเร็จ

“เจ้าเคยเข้าไปในเขาถ้ำไฟหิมะบ้างรึไม่” ผิงเออร์อดสงสัยไม่ได้ ว่าในนั้นมีอะไรซ่อนอยู่กันแน่

“แม่เฒ่าไม่เคยพาข้าไปที่นั่น” หยางหยางที่อยู่กับแม่เฒ่าถึงห้าปียังมิเคยได้ก้าวล้ำเข้าไป แล้วนางล่ะ... 

“ข้าสงสัย!” นางย่นจมูกพลางใช้ความคิด

“เจ้าอย่าคิดสงสัย!” เสียงแจ้วขัดขึ้น

“เจ้าไม่สงสัยบ้างรึ” นางจ้องเจ้านกแก้วปากมากไม่วางตา

“ไม่!” 


ราตรีนี้ แสงจันทราขาวนวลสว่างไสวสาดส่องมายังเบื้องล่าง ผิงเออร์ในชุดผ้าคลุมสีเหลืองอ่อน เดินถือถาดอาหารมาวางดังเคย 

แต่ค่ำคืนนี้แม่เฒ่าออกมายืนอยู่นอกถ้ำ ใบหน้านางดูสดใสขึ้น ผมสีขาวเริ่มแซมดำ ความงามที่หายไปนานหลายสิบปี บัดนี้เริ่มเปล่งประกายขึ้นมาอีกครั้ง นางยังมิอาจฟื้นฟูพลังทั้งหมดกลับมาได้ แต่ก็ได้เกือบสามส่วน อีกไม่นานนางจักกลับไปแก้แค้นพวกหลวงจีนเฒ่า ที่ทำร้ายนางจนนางสูญสิ้นพลังยุทธ์ เมื่อสามสิบปีก่อนให้จงได้

“เจ้า!” ใบหน้าฉายแววร้ายกาจมองสตรีร่างบางที่เดินเข้ามา “เจ้าแอบฝึกวิชารึ!” ฉางเหว่ยเซี่ยเอ่ยน้ำเสียงไม่พอใจ นางลอบสังเกตการเดินของอีกฝ่ายก็มั่นใจทันที

“แม่เฒ่า... ข้า!” ผิงเออร์หน้าซีดเมื่อเห็นใบหน้าเหี้ยมของฉางเหว่ยเซี่ย ฝ่ามือหนึ่งปะทะอกนางอย่างแรง จนนางเซถลาไปหลายสิบก้าว

“ข้าฝึกไว้ป้องกันตัวเท่านั้น ไม่มีเจตนาขัดคำสั่งท่าน” เสียงหวานร้อนรนเพราะรู้ดีว่าภัยกำลังมาถึงตัว

“ป้องกันตัวจากผู้ใด จากข้ารึ” โทสะปะทุจนฉางเหว่ยเซี่ยมือสั่นเทา นางขยับกายรวดเร็วพลางยกฝ่ามือฟาดไปยังร่างอรชรที่ยืนอยู่อีกครั้ง ครานี้ผิงเออร์ทรุดลงกับพื้น เลือดแดงพุ่งออกมาจากปาก

ผิงเออร์หน้าซีดขาว เมื่อมือของอีกฝ่ายบีบที่คอนางอย่างแรง น้ำตาเม็ดน้อย ๆ เล็ดออกมาจากขอบตา ด้วยความกลัว นางหายใจไม่ออกจนแทบใกล้หมดลม มือเล็กพยายามแกะมือที่บีบคอนางให้คลายออก แต่ไม่เป็นผล

“ข้าผิดไปแล้ว ข้าแค่อยากแก้แค้น อย่าสังหารข้าเลย” ผิงเออร์เอ่ยขอชีวิตก่อนสลบ ฉางเหว่ยเซี่ยปล่อยนางลงพื้นก่อนยกยิ้มร้าย

“ข้าไว้ชีวิตเจ้าเพราะมันยังไม่ถึงเวลาที่เจ้าจักต้องตาย” แล้วฉางเหว่ยเซี่ยก็เดินลับเข้าไปในเขาถ้ำไฟหิมะอีกครั้ง กลไกในถ้ำดันประตูหินปิดสนิท ทิ้งร่างอรชรนอนเหยียดยาวสลบอยู่หน้าถ้ำ... 


ฉางเหว่ยเซี่ยพาผิงเออร์มายังถ้ำในหุบเขา ร่างผิงเออร์บอบช้ำสาหัส จนสลบไปถึงเจ็ดวันเจ็ดคืน เมื่อฟื้นขึ้นมานางเอาแต่ครุ่นคิดถึงการกระทำของแม่เฒ่า ว่าเพราะเหตุใดอีกฝ่ายถึงไม่ต้องการให้นางฝึกวรยุทธ์ 

“แม่เฒ่าเอาแต่ระแวงข้า ทั้ง ๆ ที่แม่เฒ่าช่วยชีวิตข้าไว้ เป็นเพราะวิชามารเช่นนั้นรึ!” เสียงแหบพร่าเอ่ยอย่างยากลำบาก นางอดคิดถึงใบหน้าเหี้ยมเกรียมที่หมายสังหารนางไม่ได้

“แม่เฒ่ามิเคยไว้ใจผู้ใด” หยางหยางอยู่กับนางมาห้าปี เป็นสัตว์ที่นางเลี้ยงไว้ย่อมรู้ดี

“แม้แต่เจ้าที่เป็นนกเยี่ยงนั้นรึ” ผิงเออร์เบิกตากว้างด้วยความแปลกใจ

“ใช่” วาจาหนักแน่นไม่ต่างจากมนุษย์

“ข้าปล่อยให้เป็นเช่นนั้นมิได้! ข้าต้องหาเคล็ดวิชาที่แม่เฒ่าซ่อนไว้ให้เจอ ข้าจักต้องแก้แค้นมนุษย์ที่ทำร้ายข้า และข้าต้องหนีออกไปจากที่นี่ให้จงได้” ผิงเออร์ลุกขึ้น สายตามุ่งมั่น

“เจ้าบ้าไปแล้ว!” หยางหยางโวยวาย ถ้าฉางเหว่ยเซี่ยคิดตามล่านาง อย่างไรผิงเออร์ก็ไม่มีทางหนีพ้น ร่างเล็กรีบออกไปทั้งที่ร่างกายยังไม่หายดี หยางหยางต้องรีบบินตามด้วยความห่วงใย 

ใบหน้างามหมดจดบัดนี้ไร้เลือดฝาด ริมฝีปากที่เคยอมชมพูขาวซีด แต่นางมิยอมย่อท้อยังค้นห้องพักของฉางเหว่ยเซี่ยแทบทุกซอกมุม

“เจ้าจักรีบไปไย ไม่รอให้อาการบรรเทาก่อนรึ!” หยางหยางกระพือปีกดุ

“ข้าอยากพบคัมภีร์ยุทธ์โดยเร็ว เคล็ดวิชาที่ข้าจะไม่โดนทำร้ายอีก” ท่าทีนางอ่อนแรง

“ถึงเจ้าจะฝึกมากมายสักเพียงใด เจ้าก็ไม่มีวันสู้แม่เฒ่าได้ เจ้าเองก็ย่อมรู้ดี” หยางหยางอ่อนใจ

“ข้าแค่ต้องการเอาตัวรอด หากวันใดแม่เฒ่าคิดสังหารข้าอีก ข้าต้องมิเป็นอย่างเช่นครานี้เด็ดขาด ที่ไม่อาจทำอันใดได้เลย”

หยางหยางจ้องใบหน้างดงามที่แฝงความคับแค้นใจ นางคงอดกลั้นมิใช่น้อยที่แม่เฒ่ามองว่านางไร้ค่า อยากจะปลิดชีพนางเมื่อใดก็ย่อมได้

ในถ้ำที่แยกออกเป็นสัดส่วน มีกลไกลับปิดห้องฉางเหว่ยเซี่ยอย่างลับ ๆ หากผิงเออร์ไม่ได้รับการช่วยเหลือจากหยางหยางก็คงยากที่จะเข้ามาในห้องลับนี้ได้ นางค้นพบแต่เคล็ดวิชามารที่มีทั้งวิชาดาบสังหาร มารเปลี่ยนรูป ซึ่งหยางหยางบอกนางว่าวิชาเหล่านี้ ทำให้ฉางเหว่ยเซี่ยคลุ้มคลั่งคุ้มดีคุ้มร้ายอย่างทุกวันนี้ 

ผิงเออร์จึงไม่คิดแตะต้องมันแม้แต่น้อย 

“หากวันนี้ข้าไม่สามารถหาเคล็ดวิชาที่คุ้มตัวข้าเองได้ ข้าจักฝึกเคล็ดวิชานี้” นางหยิบเคล็ดลับวิชามารเปลี่ยนรูปขึ้นมา

“ไม่นะผิงเออร์!” หยางหยางยกคอพลางส่ายศีรษะไปมา

“งั้นเจ้ากับข้าต้องหาวิชาเพลงยุทธ์อื่นให้พบ ก่อนที่แม่เฒ่าจักออกมาจากการฝึกวิชา”

ผิงเออร์มั่นใจว่าจักต้องมีเคล็ดวิชามากกว่านี้อย่างแน่นอน เพราะหยางหยางเคยเห็นเคล็ดวิชาของฉางเหว่ยเซี่ย รวมถึงวิชาวัตรจักรซึ่งเป็นวิชามาร และนางไม่คิดฝึกวิชามารเหล่านี้ เพราะมันจักทำให้ผู้ฝึกเปลี่ยนไปในด้านมืดอย่างแท้จริง แม้ไม่เกิดธาตุไฟเข้าแทรก แต่จิตด้านต่ำครอบงำ จนผู้ฝึกจักไม่รู้ผิดชอบชั่วดี แต่ผ่านมาสามชั่วยามยังมิเจอสิ่งใด

“ท่านแม่เฒ่าเคยเป็นศิษย์สำนักง้อไบ๊ ข้ามั่นใจว่านางต้องมีเคล็ดลับวิชาฝ่ายคุณธรรม!” หยางหยางกระพือปีกแรง บินวนไปมาเพื่อหาห้องลับให้เจอ

ผิงเออร์นิ่งเมื่อได้ยินสิ่งที่นางมิเคยรู้ ก่อนมองเจ้านกแก้วแสนสวยที่บินอย่างมุ่งมั่น 

“เจ้ามิเคยบอกข้าถึงที่มาที่ไปของแม่เฒ่า เจ้าพอจะบอกข้าได้หรือไม่ ว่าเพราะเหตุใดแม่เฒ่าถึงต้องมาอยู่ที่หุบเขาแห่งนี้เพียงลำพัง” 

เจ้านกน้อยบินมาเกาะบนไหล่เล็ก แล้วเอ่ยเล่าถึงอดีตของแม่เฒ่าฉางเหว่ยเซี่ย

“ท่านแม่เฒ่าเคยรำพันกับข้าถึงอดีต ว่าท่านเป็นศิษย์เอกสำนักง้อไบ๊ แต่ถูกแอบวางยาพิษลอบสังหาร จากศิษย์น้องของนาง นามว่า 'ซิงเยี้ย' นางต้องหลบซ่อนตัวอยู่นานหลายเดือนเพราะพิษทำลายระบบภายใน 

โชคดีที่นางเจอคุณชายตั้วเสี่ยวอวิ้น ซึ่งคุณชายตั้วเป็นบุตรชายคนรองของท่านแม่ทัพ ทั้งสองเกิดชอบพอกัน ก่อนที่นางจะกลับไปแก้แค้นซิงเยี้ยที่ง้อไบ๊ 

แต่กลับกลายเป็นทั้งอาจารย์และซิงเยี้ยร่วมมือกันทำร้ายนาง คุณชายตั้วปกป้องนางจนถูกสังหารอย่างน่าอนาถ ยิ่งทำให้นางสั่งสมความแค้นออกตามหาคัมภีร์วัตรจักร หรือที่เจ้าเรียกวิชาดูดวิญญาณพลังอมตะ 

นางโดนตามล่าจากศิษย์ง้อไบ๊จนตกลงมาที่หุบเหวนี่ และได้พบกับเคล็ดลับวิชาที่หายสาบสูญ เคล็ดลับวิชาวัตรจักร นางฝึกวิชาเคลื่อนย้าย และวิชาในมือเจ้านั้นอยู่นานนับสิบปี 

สุดท้ายก็สำเร็จวิชา แต่นางกลับกลายเป็นมารและถูกตามล่าจากชาวยุทธ์ฝ่ายคุณธรรม แน่นอนนางแก้แค้นได้สำเร็จ หลายสำนักสิ้นชื่อเพราะนาง... เจ้าสงสัยใช่ไหมว่าแล้วทำไมแม่เฒ่าถึงมีสภาพอย่างที่เห็น นางคือมารที่คร่าชีวิตมนุษย์ ชาวยุทธ์จึงรวมตัวกันปราบนาง 

และในเหตุการณ์นั้นผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก ศิษย์สำนักเส้าหลินปราบนางได้สำเร็จ เหล่าหลวงจีนไว้ชีวิตนางแต่ทำลายวรยุทธ์นางจนหมดสิ้น เพื่อไม่ให้นางไปสังหารผู้ใดได้อีก...” 

“ท่านแม่เฒ่าสังหารผู้คนมามาก ไม่แปลกที่จักมีผู้หวังกำจัดนาง” ผิงเออร์เอ่ยอย่างเข้าใจ

“ข้าถึงไม่ต้องการให้เจ้าฝึกวิชามาร เพราะมันจะครอบงำเจ้า” หยางหยางเตือนนาง

“ข้ารู้แล้ว ถึงยังไงข้าก็ไม่มีทางฝึกวิชามารเด็ดขาด ข้าบำเพ็ญเพียรมาถึงหนึ่งพันปีจากจิ้งจอกกลายเป็นมนุษย์ ข้าไม่มีทางทำให้ตัวเองเป็นพวกมารในคราบมนุษย์เหมือนดังเช่นมนุษย์ที่รังแกข้า!” 

ผิงเออร์เชิดหน้าขึ้น เมื่อคิดถึงความโหดร้ายที่นางเคยถูกกระทำ ความแค้นในทรวงก็ลุกโชนขึ้นมาอีกครา 'นางเกือบตาย เพราะพวกคนเหล่านั้น' นางไม่มีวันลืม หนี้เลือดต้องล้างด้วยเลือด!


หยางหยางแอบเอาตำรายุทธ์ในห้องลับของฉางเหว่ยเซี่ยไปเผาทำลาย เพราะกลัวผิงเออร์จักแอบฝึกจนเกิดพลังมารเช่นแม่เฒ่าฉาง

ฉางเหว่ยเซี่ยที่ฝึกหนักทั้งวันทั้งคืนเกิดธาตุไฟเข้าแทรกจนกระอักเลือด นางพาร่างที่บาดเจ็บภายในกลับมายังหุบเขา เพื่อรักษาตัวโดยมีผิงเออร์คอยดูแลอยู่ไม่ห่าง 

ฉางเหว่ยเซี่ยมีอาการคลุ้มคลั่งเป็นระยะเนื่องจากธาตุไฟเข้าแทรก พลังมารกลืนกินร่างกายจนฉางเหว่ยเซี่ยคุมอารมณ์ไม่อยู่ ทุบตีผิงเออร์จนนางบาดเจ็บสาหัสเกือบตายถึงสองครั้งสองครา 

ผิงเออร์คับแค้นใจที่มิสามารถปกป้องตนเองจากฉางเหว่ยเซี่ยได้ เพราะวรยุทธ์อ่อนด้อย นางถูกฝ่ามือพลังเคลื่อนย้ายจนแขนนางใช้การไม่ได้ ผิงเออร์โกรธแค้นฉางเหว่ยเซี่ยจนคิดฆ่านาง

ฉางเหว่ยเซี่ยคุ้มดีคุ้มร้าย เผลอหลุดปากบอกที่ซ่อนเคล็ดลับวิชาวัตรจักรอยู่ในเขาไฟหิมะให้ผิงเออร์ฟัง 

ผิงเออร์ที่มีสภาพเหมือนหญิงพิการ นางหาหนทางขโมยตำรายุทธ์ในถ้ำ โดยหวังพึ่งหยางหยาง แต่เจ้านกแก้วแสนรู้คิดไม่ตกว่าจะช่วยใครดี ระหว่างผิงเออร์ที่เปรียบเสมือนเพื่อน และแม่เฒ่าฉางเหว่ยเซี่ยซึ่งมีพระคุณกับตน 

จวบจนเวลาผ่านไปนานเป็นเดือนผิงเออร์ถูกฉางเหว่ยเซี่ยทำร้ายอีกครั้ง และเอานางไปทิ้งที่บ่อน้ำ 

ผิงเออร์โชคดีที่ร่างติดกับเถาวัลย์กลางบ่อ ทำให้นางไม่ตาย หยางหยางเมื่อเห็นถึงความโหดเหี้ยมของแม่เฒ่าฉาง จึงตัดสินใจช่วยผิงเออร์ ขโมยเคล็ดลับวิชาของแม่เฒ่าในถ้ำ

เคล็ดวิชาวัตรจักรที่หยางหยางเคยห้ามผิงเออร์ฝึก บัดนี้หยางหยางได้นำวิชานี้มาให้นาง เพราะสามารถช่วยนางให้สามารถกลับมาใช้แขนได้อีกครั้ง

ฉางเหว่ยเซี่ยรู้ว่าเคล็ดลับวิชาวัตรจักรหายไปเพราะหยางหยาง นางจึงลงมือปลิดชีพหยางหยางด้วยน้ำมือของนาง นกน้อยที่คอยอยู่เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงาเมื่อหลายปีก่อน และสตรีที่นางเคยช่วยชีวิตตายไปเพราะนาง ฉางเหว่ยเซี่ยหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ผมที่เริ่มดำกลับกลายเป็นสีขาวอีกครั้ง 

ผิงเออร์ที่ฝึกวิชาที่ชะง่อนหินก้นบ่อน้ำแปลกใจยิ่งนักที่หยางหยางหายไป นางคิดว่าหยางหยางคงตกอยู่ในอันตราย นางอยากจะไปหาหยางหยางเพื่อให้รู้ว่าเจ้านกน้อยเพื่อนของนางยังสบายดีอยู่หรือไม่ แต่เพราะนางยังไม่สามารถใช้วิชาตัวเบาได้เนื่องจากแขนที่หัก ทางเดียวที่นางจะกลับมาเป็นเหมือนดังเดิมได้ คือนางต้องฝึกวิชาให้ได้ถึงหกส่วน 

จู่ ๆ พื้นดินก็สะเทือนเลื่อนลั่น ผิงเออร์เซถลาติดผนังหิน 

“เสียงอะไร!” คิ้วเรียวขมวดย่นพลางจ้องแสงที่สาดส่องมาจากปากบ่อน้ำด้วยความสงสัย

ฉางเหว่ยเซี่ยที่คลุ้มคลั่ง เมื่อมีสติแล้วนึกขึ้นได้ว่านางได้ฆ่าหยางหยางและผิงเออร์ นางก็เอาแต่อาละวาด ฟาดฝ่ามือทำลายทุกสรรพสิ่งที่ขวางหน้า

“ผิงเออร์เจ้าอยู่ไหน เป็นเพราะเจ้า!” ฉางเหว่ยเซี่ยตะโกนลั่นอย่างแค้นเคือง ไอสังหารแผ่ซ่านจากกายนาง 

'เพราะนางจิ้งจอกนั่น ปั่นหัวเจ้านกน้อยของข้าให้ขโมยของสำคัญของข้าไป เพราะนางเสแสร้งทำดีกับข้า ทำให้ข้าเชื่อใจ แล้วหักหลังข้า...ทุกอย่างเป็นเพราะเจ้า ผิงเออร์... นางจิ้งจอก!'

ฉางเหว่ยเซี่ยสั่งสมความแค้นใจ ไปลงที่ผิงเออร์ทั้งหมด ถูกแล้วที่นางสังหารนางจิ้งจอกเจ้าเล่ห์นั่น เพราะผิงเออร์อย่างไรเล่า... เจ้านกน้อยของนางถึงต้องมาตายอย่างอนาถ

นานหลายเดือนกว่าที่ผิงเออร์จักฝึกวิชาได้ถึงสี่ส่วน แต่นางสามารถใช้วิชาตัวเบาขึ้นมาจากบ่อลึกได้สำเร็จ 

ฉางเหว่ยเซี่ยมักอาละวาด และกล่าวถึงการตายของหยางหยาง ทำให้นางรู้ว่าฉางเหว่ยเซี่ยได้ลงมือสังหารเจ้านกแก้วน้อยเพื่อนรักของนาง

ผิงเออร์พบต้นไม้พิษที่ขึ้นตรงซอกหินกลางบ่อ นางหวังเก็บไว้ใช้ยามจำเป็น และนางใช้พิษนี้กับฉางเหว่ยเซี่ย หวังแก้แค้นให้หยางหยาง เพราะนางเองก็สั่งสมความแค้นไว้มาก ครานี้ได้ชำระแค้นได้เสียที 

แม่เฒ่าฉางก็มิได้หวังดีกับนาง ดูแลนางเพื่อหวังไอวิญญาณจากนางเช่นกัน แม้วิชานี้จะดูดพลังบริสุทธิ์เมื่ออีกฝ่ายมีความสุขสม แต่วิญญาณมนุษย์ล้วนช่วยเสริมพลังมารได้ทั้งสิ้น 

ใบหน้างดงามยกยิ้มร้าย ผิดที่ฉางเหว่ยเซี่ยคิดสังหารนาง กล้าดีเยี่ยงไร ถึงลงมือปลิดชีพหยางหยาง วาจายามสติฟั่นเฟือน ทำให้นางรู้ธาตุแท้ของหญิงชราผู้นี้ ทำให้นางตาสว่างมิมองมนุษย์แค่ภายนอก... 

หลังจากสังหารแม่เฒ่าฉางเหว่ยเซี่ย ด้วยยาพิษผิงเออร์หาทางเข้าถ้ำไฟหิมะ เพื่อฝึกวิชาวัตรจักรให้สำเร็จ พลังความร้อนและความเย็นประสานจึงจะเข้าถึงเคล็ดวิชานี้ 

นานหลายราตรีกว่านางจะหากลไกเจอ และใช้เวลาฝึกนานเป็นปีกว่านางจะฝึกสำเร็จ และบัดนี้นางมีร่างอมตะเกือบสมบูรณ์แล้ว ร่างกายนางมีพลังมารวนเวียน นางแค่ต้องการวิญญาณมนุษย์เป็นอาหารอันโอชะให้กับร่างนี้เท่านั้น...


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha