14. ร่านสวาทซาตานร้าย ซีรี่ส์ เสน่หาซาตาน II

โดย: ภรปภัช



ตอนที่ 5 : EP.5


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

“สมน้ำหน้า  ไอ้บ้ากาม  โดนรอบนี้  คงใช้งานไม่ได้อีกหลายวันเลยล่ะนะ  คนอย่างสายไหม  ไม่ยอมให้ใครมารังแกง่ายๆ  จำไว้  ถ้านายยังกล้ามาลวนลามฉันอีก  ฉันฆ่านายทิ้งแน่  แล้วพบกันใหม่นะคะ  ท่านรองประธาน”  เธอแลบลิ้นใส่เขา  แล้วก้าวออกไปจากห้องนั้นทันที  ไม่สนใจแล้วว่าเขาจะเป็นหรือตาย

แอนโธนี่พูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว  ตอนนี้เขาจุกจนหน้าเขียวไปหมด  มันรุนแรงมากกว่ารอบเมื่อเช้าหลายเท่านัก  ยัยตัวแสบ  ฤทธิ์มากนักใช่ไหม  แล้วเราจะได้เห็นดีกัน  ฉันจะทำให้เธอมาสยบแทบเท้าฉันให้ได้  เธอจะต้องร้องขอให้ฉันพาขึ้นเตียงทุกวันเลย  คอยดู!!!

เช้าวันจันทร์ 

บริษัท  บราวน์  คอมมิวนิเคชั่น  จำกัด  (มหาชน)

ณัฐกาญจน์เดินทางมาฝึกงานแต่เช้าตรู่  วันนี้เธอเตรียมร่างกายมาพร้อมรบ  อีกทั้งยังพกอุปกรณ์ป้องกันตัวมาพร้อมเช่นกัน  ทั้งสเปรย์พริกไทย  ที่ชอร์ตไฟฟ้า  คราวนี้แหละ  ถ้าเขายังกล้ามายุ่งกับเธออีก  เขาได้เป็นหมันถาวรแน่

เธอขึ้นลิฟท์มาที่ชั้น  45  ท่านรองประธานจอมหื่นยังไม่มาทำงาน  เลขาของเขาจึงได้บอกให้เธอนั่งรอไปก่อน  เพราะเธอต้องทำงานร่วมกับเขาเท่านั้น

เวลาผ่านไปเกือบเก้าโมงเช้า  แอนโธนี่จึงได้มาถึงห้องทำงาน  เขาเดินผ่านณัฐกาญจน์ไปโดยที่ไม่ได้สนใจเธอแม้แต่นิดเดียว  หลังจากที่เขาเข้าไปได้ไม่นานนัก  จึงโทรเข้ามาที่โต๊ะของเลขา  เรียกให้ณัฐกาญจน์เข้าไปพบด้านใน

นักศึกษาสาวพยายามตั้งสติ  สูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ  แล้วจึงก้าวเข้าไปในห้องทำงานของเขาทันที

“มาแต่เช้าเลยนะ  นั่งก่อนสิ  เดี๋ยวจะมีคนลากโต๊ะทำงานมาให้ในนี้  จะได้ทำงานสะดวกกว่า”  วันนี้เขามามาดใหม่  ไม่มีทีท่าหื่นกามกับเธอแม้แต่น้อย  เธอทั้งแปลกใจและดีใจ  แต่ก็อดสงสัยไม่ได้  ว่าเขากินยาลืมเขย่าขวดมารึเปล่า  แต่ก็ดี  ท่าทางจะไม่อยากยุ่งกับเธอแล้วมั้ง  โดนไปหนักเลยนี่นา

“ค่ะ”  เธอตอบเขาสั้นๆ  ก่อนจะเข้าไปนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม  แอนโธนี่ ไม่ได้พูดอะไรกับเธออีก  จนกระทั่งมีพนักงานยกโต๊ะและเก้าอี้  พร้อมกับคอมพิวเตอร์เครื่องใหญ่มาติดตั้งให้เธอจนเรียบร้อย  แล้วพวกเขาจึงออกไปจากห้องนั้น

เมื่อเห็นว่าโต๊ะทำงานของนักศึกษาฝึกงานคนพิเศษพร้อมแล้ว  เขาจึงโทรไปสั่งให้เลขาขนเอกสารที่ต้องการจะให้เธอคีย์ข้อมูลเข้ามาให้ทั้งหมด  หลายกล่องมากทีเดียว  แต่เธอก็ไม่ได้ตกใจสักนิด  มีงานทำดีกว่าไม่มี  แม้จะไม่ค่อยอยากอยู่ในห้องนี้กับเขาตามลำพังก็เถอะ 

“เอาล่ะ  โปรแกรมที่คุณจะต้องใช้คีย์มีอยู่ในคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว  เดี๋ยวผมจะสอนว่าต้องคีย์ข้อมูลในส่วนไหนเข้าไปบ้าง  ตามมาสิ  โต๊ะนี้จะเป็นโต๊ะทำงานของคุณจนกว่าคุณจะฝึกงานเสร็จ  และผมจะเป็นคนเซ็นเอกสารผ่านงานให้คุณเอง  เข้าใจรึเปล่า”  เขาพูดด้วยใบหน้าเรียบเฉย  ไม่มีแววตาเจ้าเล่ห์ใดๆ ทั้งสิ้น

“เข้าใจค่ะ”  เธอเดินตามเขาไปนั่งที่โต๊ะ  เขายืนห่างกับเธอพอสมควร  เมื่อเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมาดูโปรแกรมตามที่เขาบอก  เขาจึงหยิบข้อมูลที่เป็นกระดาษในกล่องออกมาเป็นตัวอย่าง  1  ชุด  อธิบายให้เธอฟังอย่างละเอียด 

“ที่ผมบอกไปทั้งหมด  เข้าใจแล้วใช่ไหม  นี่แหละงานของคุณ  เอกสารน่าจะมีหลายหมื่นฉบับ  ตั้งใจทำงานก็แล้วกัน  มีอะไรก็ถามได้ตลอด”  เขาเห็นเธอพยักหน้ารับ  จึงเดินกลับไปนั่งทำงานที่โต๊ะอีกครั้ง  เธอมองตามเขาอย่างสงสัย  การที่เขาไม่ยุ่งกับเธอก็ดีอยู่หรอก  แต่นี่มันก็ทำให้เธอรู้สึกแปลกๆ อยู่ดี

ณัฐกาญจน์พยายามไม่คิดมาก  แล้วจึงได้ลงมือทำงานต่อไป  ตลอดช่วงเช้า  แอนโธนี่ไม่ได้มายุ่งวุ่นวายกับเธอแม้แต่น้อยจนถึงเวลาอาหารเที่ยง 

ณัฐกาญจน์นัดกับพี่สาวเอาไว้แล้วว่าจะไปทานอาหารด้วยกัน  เธอจึงเตรียมตัวเก็บกระเป๋า

“จะไปทานมื้อเที่ยงเหรอ  ผมฝากซื้อข้าวกล่องมาให้หน่อยสิ  ผมขี้เกียจลงไปทานข้างนอกน่ะ  เอาอะไรมาก็ได้  นี่เงิน”  เขาหยิบแบงค์พันยื่นให้  เธอจึงรับไว้แล้วเดินออกไป

รองประธานหนุ่มมองตามร่างบางที่เดินออกไปจากห้องทำงานแล้ว  รอยยิ้มที่มุมปากก็ปรากฎออกมา 

“หึ...ตกใจมากสิท่า  ที่วันนี้พี่ไม่ยุ่งกับเธอ  คิดว่าพี่ตัดใจจากเธอแล้วสินะ  คิดแบบนั้นก็ดี  อะไรๆ มันจะได้ง่ายขึ้น  ยัยตัวแสบ  คนอย่างแอนโธนี่  ไม่มีทางยอมแพ้อะไรง่ายๆหรอก  ตอนนี้พี่จะทำให้เธอตายใจไปก่อน  เผลอเมื่อไหร่ล่ะก็  เธอเสร็จพี่แน่  สายไหม...”  เขานั่งพิงหลังกับเก้าอี้ตัวใหญ่อย่างอารมณ์ดี  ตอนนี้เขาจะเป็นนายพรานที่ค่อยๆ  ล่อให้เหยื่อตายใจ  จากนั้น  เขาจะพุ่งเข้าไปขย้ำตัวเธอจนไม่เหลือชิ้นดีให้ได้  คอยดูสิ

หลังจากทานอาหารเที่ยงเสร็จแล้ว  ณัฐกาญจน์จึงได้ซื้อข้าวกล่องขึ้นมาให้แอนโธนี่ตามที่เขาสั่ง  เธอขึ้นมาก่อนจะหมดเวลาพักเล็กน้อย  ไม่รู้ป่านนี้เขาจะหิวตายไปรึยัง

เมื่อกลับเข้ามาในห้องทำงานแล้ว  เธอจึงวางข้าวกล่องพร้อมกับเงินทอนบนโต๊ะของเขา

“ไม่ต้องทอนหรอก  ผมให้...ถือว่าเป็นค่าฝากซื้ออาหารก็แล้วกัน”  เขายื่นเงินให้กับเธอ  แต่เธอไม่รับ

“ดิฉันรับไว้ไม่ได้หรอก  มันมากเกินไป  ข้าวกล่องนี้ราคาแค่  50  บาทเท่านั้น  ขอบคุณนะคะ” พูดจบเธอก็เดินกลับไปนั่งทำงานต่อ  เขาจึงเก็บเงินใส่กระเป๋าไว้ดังเดิม 

“แล้วนี่  ไปทานอาหารกับใครมาล่ะ  หรือว่าทานคนเดียว”  เขาเริ่มสนใจเธอมากขึ้นแล้วสิ

“ไปทานกับพี่สาวค่ะ  พี่สาวทำงานที่นี่”  เธอตอบเขา

“อ้าว  งั้นเหรอ  ใครล่ะ  ผมรู้จักรึเปล่า”  เขาเริ่มซักต่อ

“น่าจะรู้จักนะคะ  พี่กอหญ้าที่ทำงานเป็นเลขาให้ท่านประธานไงคะ”  เธอตอบเขาอีกครั้ง

“อ้าว  นี่สายไหมเป็นน้องสาวของกอหญ้าเหรอเนี่ย  งั้นก็เป็นลูกสาวของเพื่อนคุณพ่อน่ะสิ  แหม  โลกกลมจังเลยนะ”  เขายิ้มอย่างอารมณ์ดี  ดูท่าเหยื่อสาวของเขาจะเป็นเหยื่ออันโอชะมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วสินะ

“ใช่ค่ะ”  เธอตอบสั้นๆ  แล้วจึงหันไปทำงานต่อ

ดีล่ะ นอกจากจะได้ทำงานด้วยกันแล้ว  เขายังอาจจะมีข้ออ้างไปหาเธอที่บ้านได้อีกด้วย  สาวน้อย  จะหนีพี่แอนโธนี่คนนี้ไปไหนพ้น 

เขาและเธอไม่ได้พูดอะไรกันอีก  จนเมื่อเขามีประชุมช่วงบ่าย    จึงได้ปล่อยให้เธอนั่งอยู่ในห้องนั้นตามลำพัง

 

ช่วงเย็น 

เนื่องจากเธอนั่งทำงานอยู่คนเดียว  จึงไม่รู้ว่าได้เวลาเลิกงานแล้ว  เพราะมัวแต่ทำงานจนไม่ได้ดูนาฬิกา  เธอคีย์งานต่อไปเรื่อยๆ  เนื่องจากเอกสารมีเยอะกว่าที่เธอคิดเอาไว้มากเกรงว่าอีกสามเดือนจะเสร็จหรือเปล่าก็ยังไม่รู้เลย

แอนโธนี่ประชุมเสร็จเกือบหกโมงเย็น  เขารีบกลับมาที่ห้องทำงานทันที  แม้ในใจก็คิดว่าป่านนี้เธอคงกลับไปแล้ว  แต่เขาคิดผิด  เมื่อยังเห็นเธอนั่งทำงานอยู่  เขารีบหยิบโทรศัพท์มือถือมาส่งข้อความให้อังเดรกันท่าณัฐมนเอาไว้  ไม่ให้มารับน้องสาวของเธอได้  เพราะเขามีแผนการบางอย่างเอาไว้ในใจนั่นเอง

“ทำงานไปถึงไหนแล้วล่ะ”  เขาถามอย่างอารมณ์ดี  เมื่อเห็นเธอไม่มีทีท่าว่าจะหยุดทำงานเสียที  สงสัยจะไม่ได้ดูนาฬิกาสินะ  ว่ามันกี่โมงกี่ยามแล้ว

“ได้ร้อยกว่าชุดเองค่ะ”  เธอพูดโดยที่ไม่ได้หันมามองหน้าเขา  และคีย์งานไปเรื่อยๆ

“พอก่อนก็ได้นะ  นี่ก็หกโมงกว่าแล้ว  คนอื่นเค้ากลับบ้านกันหมดแล้วด้วย  จริงสิ  น้องกอหญ้าก็กลับแล้วนะ  สงสัยจะลืมว่าน้องสาวทำงานอยู่ที่นี่ด้วย”  เขาสร้างเรื่องขึ้นมาหลอกเธอทันที

“อ้าว  เหรอคะ  ตายจริงหกโมงกว่าแล้วจริงๆ  ด้วย  ไม่เป็นไรค่ะ  สายไหมกลับเองได้”  เธอวางเอกสารลงแล้วบิดตัวเพื่อคลายความปวดเมื่อย  ก่อนจะเซฟงานทั้งหมด  และปิดคอมพิวเตอร์ไป  จากนั้นก็หันไปคว้ากระเป๋าขึ้นมากำลังจะเดินออกไปจากห้อง

“ให้พี่ไปส่งไหมล่ะ  ฟ้ามืดแล้วนะ  เป็นผู้หญิงกลับบ้านคนเดียวมันอันตราย  พี่จะได้ถือโอกาสไปสวัสดีคุณลุงด้วยไง”  เขารีบเสนอตัวไปส่งเธอ  สีหน้าบ่งบอกถึงความเป็นห่วงเป็นใย

“เอ่อ  ไม่เป็นไรค่ะ  เกรงใจ  เดี๋ยวนั่งแท็กซี่ไปเองดีกว่า  ขอบคุณนะคะ”  เธอรีบปฏิเสธ  เพราะคิดว่าไปกับเขา  อาจจะอันตรายมากกว่าก็ได้

“ทำไมล่ะ  ยังโกรธพี่อยู่อีกเหรอครับ  พี่ขอโทษนะ  ที่ทำไม่ดีกับสายไหมน่ะ  ตอนนี้เราก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกลที่ไหน  คนรู้จักกันทั้งนั้น  พี่ไม่กล้ารังแกสายไหมหรอกนะครับ  ให้พี่ไปส่งดีกว่า  พี่จะได้รู้ว่าสายไหมถึงบ้านอย่างปลอดภัย  นะครับ  ถือว่าเป็นการไถ่โทษจากพี่นะ  พี่สำนึกผิดแล้วจริงๆ”  เขาเดินมายืนขวางเธอไว้  ไม่ได้แตะต้องเธอเลยสักนิด


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha