รักซ่อนเล่ห์ เสน่ห์ร้าย

โดย: โยธกา



ตอนที่ 14 : นางฟ้า?


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

อืมม์ เช้าแล้วเหรอเนี่ย ? เฮ้อ แล้วเราจะเอายังไงต่อดีละ ว่าไง ? หูตั้ง เออ ไม่ใช่สิ ! นายชื่อถุงทอง ใช่ไหม ? เจ้าหมากระดิกหางเมื่อ กาญจน์กวินทร์หันมาคุยด้วย มันเดินมาเอาขาหน้าเขี่ย ๆ หล่อน กาญจน์กวินทร์ยิ้มให้แล้วก็ลูบหัวนุ่ม ๆ ของมัน เจ้าหมาไม่ค่อยมีพิษสงไม่ยักกะเหมือนเจ้านายแหะ หญิงสาวค่อย ๆ ทรงตัวลุกขึ้นนั่ง  นัยน์ตาคมหวานมองไปยังที่ประตู ที่ยังปิดสนิท หล่อนย่นคิ้ว เกือบจะเก้าโมงแล้วนี่นาหมอนั่นยังไม่ตื่นอีกหรือไงกัน หล่อนกลัวเสียงฟ้าร้องจนนอนไม่ค่อยจะหลับ ก็เลยมางีบเอาเมื่อตอนค่อนรุ่ง ยังตกใจอยู่เลยเมื่อเห็นนาฬิกาบอกเวลาเอาป่านนี้แล้ว กลัวว่าเขาจะมาทำหน้ายักษ์ท้าวเอวไล่หล่อนแต่ก็ไม่ยักกะมี อืมม์ ว่าแต่เราจะเอายังไงดีละเนี่ย ?

            เจ้าถุงทองไปเขี่ยประตูเรียกสรธัชเสียงงี้ด ๆ หล่อนเอียงคอมอง สงสัยมันจะหิวและข้าวตัวกาญจน์กวินทร์เองก็เริ่มหิวแล้วเหมือนกัน หล่อนเลยจุ๊ปากเรียกมันเบา ๆ

            หูตั้ง หิวเหรอ ? มันหันมาทำลิ้นห้อยแล้วกระดิกหางเร็วจี๋ หล่อนหัวเราะเบา ๆ ฟังรู้เรื่องด้วย วันนี้เจ้านายเราตื่นสายจัง ไม่เป็นไรเดี๋ยวจะทำกับข้าวเผื่อเองนะ บอกเองนี่นาว่าเชิญตามสบายไปหาอะไรกินดีกว่า หล่อนลุกขึ้นแล้วบิดขี้เกียจ ก่อนจะเอาผ้าขนหนูเข้าห้องน้ำไป หลังจากอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว หล่อนก็เริ่มหาอะไรกิน เจ้าถุงทองยังนอนเฝ้าอยู่ตรงหน้าห้องนาย  กาญจน์กวินทร์ถือวิสาสะเพราะเจ้าของบ้านเอ่ยปากอนุญาตไว้แล้วเปิดประตูตู้เย็นขนาดใหญ่ของเขา ทั้งของสดของแห้งเต็มตู้เย็นไปหมดเลย นี่ละน้าเขาถึงว่าผู้ชาย หล่อนส่ายหน้าเมื่อเห็นสิ่งที่ชายหนุ่มเอาใส่ไว้ในตู้เย็น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนะ ใครเค้าเอาแช่ตู้เย็นกันน่ะพ่อคุณ แถมเส้นสปาเก็ตตี้ เส้นมักกะโรนีสารพัด เขาก็เอาใส่ในตู้เย็นหมดเลย ไข่เค็ม ไข่เยี่ยวม้า แถมผักกาดกระป๋องด้วย เฮ้อ ! หล่อนคิดเมนูให้ตัวเองกับเจ้าถุงทองง่าย ๆ แล้วก็ลงมือทำ ของตัวเองเป็นมักกะโรนีผัดกับกุ้ง ส่วนเจ้าถุงทอง หล่อนต้มข้าวกับสับตับกับหมูคลุกกันให้ เมื่อได้กลิ่นอาหารหอม ๆ ในครัว เจ้าถุงทองก็ละจากการเฝ้าเจ้านายชั่วคราวมากระดิกหางน้ำลายยืดตรงที่กาญจน์กวินทร์นั่งทานข้าวอยู่ มันคาบจานประจำตัวมาด้วยหล่อนเลยหัวเราะเมื่อเห็นมันคาบจานมาวางแล้วก็ยกขาให้ข้างหนึ่งเหมือนขอ เมื่อหล่อนแกล้งทำเป็นไม่เห็นมันก็เขาขาหน้ามาสะกิด พลางร้องงี้ด ๆ

            หิวละสิเราน่ะ อืมม์ จะสิบเอ็ดโมงแล้ว ทำไมเจ้านายเรายังไม่ออกมาจากห้องเลย เป็นอะไรหรือเปล่านะ กาญจน์กวินทร์ชักจะเป็นห่วงชายหนุ่มขึ้นมาตะหงิด ๆ หลังจากทานอาหารล้างจานเรียบร้อยแล้วรวมทั้งให้ข้าวเจ้าถุงทอง เสร็จกาญจน์กวินทร์ก็ค่อย ๆ ย่องไปที่หน้าห้องนอนของสรธัชแล้วเอาหูแนบประตู ไม่มีเสียงอะไรสักอย่าง เอ หรือจะเป็นอะไรไปจริง ๆ นะเนี่ย มือเรียวค่อย ๆ หมุนลูกบิดประตู คลิ๊ก  ! ประตูไม่ยักกะล็อคเหมือนที่เขาขู่ กาญจน์กวินทร์ทำใจกล้าเปิดเข้าไป แล้วหล่อนก็เห็นร่างสูงของสรธัชนอนขดตัวอยู่บนเตียง

            คุณ เอ้อ !! คุณธัช เขายังนอนนิ่งไม่มีทีท่าว่าจะตื่น หายใจเบา ๆ หน้าตาคมสันแดงก่ำ ไอตัวร้อนผ่าวจนกาญจน์กวินทร์ยังรู้สึก หล่อนค่อย ๆ เอื้อมมือไปอังหน้าผากเขา แล้วก็สะดุ้งชักมือกลับอย่างตกใจ

            คุณตัวร้อนจี๋เลย แย่แล้วทำไงดีล่ะ ? กาญจน์กวินทร์มองซ้ายมองขวาอย่างทำอะไรไม่ถูก เสียงสรธัชครางแผ่ว ๆ อย่างไม่เป็นภาษา

            ต้องหาอะไรมาเช็ดให้ตัวเย็นลง หว๋า..ไปทำอะไรมาละเนี่ย คุณ คุณ ตื่นมากินอะไรนิดหนึ่งไหม ? จะได้กินยา สรธัชปรือตาขึ้นมานิดหนึ่ง ก่อนจะครางเบา ๆ เมื่อเห็นว่าเป็นหล่อนก็โบกมือไล่อย่างเหนื่อยอ่อนเต็มทีเพราะไข้ที่เริ่มสูงจัด

            หื้อ  คุณเข้ามาทำไม ?

            แน้ ยังจะมาหวงตัวอะไรตอนนี้ล่ะ กาญจน์กวินทร์เอ็ดเขา รอแป๊บหนึ่งนะ บัวจะหาอะไรมาให้กิน กาญจน์กวินทร์ ว่า ก่อนจะวิ่งปรู๊ด เข้าไปในครัว ตั้งน้ำให้เดือดและเทโจ๊กสำเร็จรูปลงไป เอาแบบนี้แหละเร็วที่สุดเกือบเที่ยงแล้วนี่นา แล้วหล่อนก็เอากะละมังใบเล็ก เปิดตู้เย็นหยิบน้ำแข็งจากในตู้เย็นมาแช่ไว้ มองหาผ้าขนหนูไม่เจอ หล่อนเลยเข้าไปรื้อกระเป๋าตัวเอง ได้ผ้าขนหนูผืนเล็กสีหวานแล้ว หล่อนก็เอามาแช่ในกะลังมัง วิ่งเอาเข้าไปวางไว้ในห้องเขา ก่อนจะวิ่งมาคนโจ๊ก เติมไข่ แล้วก็เอาใส่ชามไปแช่น้ำเพื่อให้มันเย็นลงเร็ว ๆ ไปหายาในตู้ วิ่งเอาไปเข้าไว้ในห้อง เจ้าถุงทองมองผู้หญิงร่างเพรียวที่วิ่งไปวิ่งมาอย่างงง ๆ ว่า เอ...ทำไมเจ้าหล่อนต้องวิ่งวุ่นวายไปมาด้วยนะ มันเข้าไปในห้องของสรธัชที่ถ้าเป็นปรกติคงจะเอ็ดที่มันเข้ามาข้างใน แต่ตอนนี้เจ้านายของมันไม่ค่อยมีสติเท่าไหร่นัก มันเลียมือไปสองสามแผล็บ เจ้านายของมันก็ยังไม่ตื่น ถุงทองเลยนอนหมอบอยู่ตรงปลายเตียง

            โอย เหนื่อยจังเล้ย ทำไมเราต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยนะ กาญจน์กวินทร์ปาดเหงื่อ เพราะวิ่งไปวิ่งมาหลายรอบแล้ว หล่อนเอาชามโจ๊กที่เย็นลงและหอมกรุ่นวางข้าง ๆ โต๊ะเล็กที่ลากมาข้างเตียง ใช้มือนุ่ม ๆ ตบแก้มเขาเบา ๆ ให้ชายหนุ่มรู้สึกตัว

            คุณ ตื่นหน่อยนะ

            หื้อ สรธัชปรือตาขึ้นมา กาญจน์กวินทร์รีบประคองเขาให้นั่ง แล้วเอาหมอนอีกใบหนุนข้างหลังให้เขาเหมือนเอน  ๆ กึ่งนั่ง แล้วตักโจ๊กแทบจ่อเข้าปากเขา

            เอ้ากินซะ !!”

            ผมไม่อยากกิน แม้จะปวดหัวแทบตายแต่สรธัชก็ยังดื้อ

            กินน่า กาญจน์กวินทร์ยัดเหยียดให้ สรธัชทานได้สองสามคำก็เม้มปากไม่ยอมให้หล่อนป้อนได้ง่าย ๆ

            เอ้า พอก็พอ กินยาได้แล้ว หล่อนเอายาแก้ปวดพาราเซนทามอลสองเม็ด ป้อนให้เขาพร้อมกับน้ำ แล้วก็ยิ้มหวานให้ชายหนุ่ม พลางพูดกับเขาเหมือนกับเขาเป็นเด็ก ๆ

            นอนได้แล้วค่ะ เด็กดี สรธัชปวดหัวและมึนจนกว่าจะต่อล้อต่อเถียงกับหล่อน เลยนอนลงแต่โดยดี กาญจน์กวินทร์ถอนใจ ก่อนจะเอาผ้าชุดน้ำ มาเช็ดเนื้อตัวให้เขา เพื่อคลายความร้อนลง หล่อนพึมพำกับสรธัชที่หลับสนิทไปแล้วเพราะฤทธิ์ยา

            ว่าจะแกล้งป่วยเสียหน่อยแต่นายดันมาป่วยเสียก่อน เฮ้อ แล้วจะเป็นอะไรมากไหมเนี่ย

.................................................................................................................................................................

           

            สรธัชเดินอยู่กลางหิมะสูงถึงเข่า เขากำลังลุยไปข้างหน้า แถมเขาก็ไม่มีเครื่องป้องกันความหนาวที่หนาพอ ชายหนุ่มครางและกอดอกมั่น หัวของเขาปวดจนแทบระเบิด

            หนาวจัง ทำไมหนาวอย่างนี้ เขาล้มลงและขดตัวเหมือนแมวที่ขดตัวเข้าหากัน เสียงนุ่ม ๆ และอ้อมกอดอบอุ่นของใครคนหนึ่งก็โอบรอบเขาไว้

            โธ่ แย่จัง ต้องเรียกหมอไหมเนี่ย ? เอ้า ! ทำอย่างนี้ก็แล้วกันทำไมตัวถึงไม่หายร้อนสักทีนะ

            ผมหนาว เขาครางเสียงแผ่ว มืออบอุ่นนุ่มนวลคู่นั้นลูบไล้ไปทั่วตัวเขา ความอบอุ่นจากใครคนนั้นอุ่นซ่านเข้าไปในผิวเนื้อที่หนาวสั่นของเขาอย่างรวดเร็ว ใครกัน ใครที่ช่วยเขา ไอตัวหอมกรุ่น ผมนุ่มราวกับไหม เสียงเล็ก ๆ คอยปลอบโยนเขา เขารู้สึกดีที่ได้อยู่ในความโอบอุ้มของหล่อน ของหล่อน ? ใช่ต้องเป็นนางฟ้าแน่ ๆ ที่มาช่วยเขาจากความหนาบเหน็บนี้ เขากอดนางฟ้านางนั้นไว้แน่น สรธัชยิ้มที่มุมปาก เขาเริ่มหลับสนิทอีกครั้ง

            ทานยาหน่อยนะ คุณ เสียงนั้นปลุกเขาขึ้นมาอีกแล้ว อาการปวดหัวเป็นบ้าและหนาวสะท้านถึงกระดูก ค่อย ๆ ดีขึ้น หากแต่เขายังมึนงงและอ่อนเพลีย มือนุ่ม ๆ นั่นคอยป้อนอาหาร ป้อนยา และเช็ดตัวให้เขา ใกล้ชิดกันจนเขาจำกลิ่นหอม ๆ นั้นได้ขึ้นใจ สรธัชทำตามอย่างว่าง่าย แล้วเขาก็หลับไปอีกครั้ง สำนึกสุดท้ายที่จำได้ก็คือมือนุ่ม ๆ หอม ๆ นั่นใช้ผ้าเย็นลูบไล้ไปทั่วเนื้อตัวที่ร้อนผ่าวของเขา

            เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่สรธัชไม่อาจรู้ได้ แต่เขารู้สึกเหมือนมันยาวนานมาก ๆ เมื่อเขามีสติรับรู้เต็มที่ เขาค่อย ๆ ทรงตัวลุกขึ้นอย่างงง ๆ ตัวของเขาเย็นลงจนเกือบเป็นอุณหภูมิปรกติ ความปวดหัวแทบระเบิดคลายลง สรธัชค่อย ๆ เอนตัวลุกขึ้นนั่ง สมองของเขาเริ่มคิด ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขากัน สงสัยว่าเขาจะเป็นไข้สูงจัด จนฝันอะไรเลอะเทอะ แล้วดูมันเหมือนนานเอามาก ๆ หลังจากที่สมองของเขาเริ่มคิด สายตาของเขาก็ปะทะเข้ากับสตรีร่างเพรียวที่นอนคอพับอยู่กับเตียงของเขา หล่อนนั่งพับเพียบกับข้างเตียง ผมยาวดำเป็นไหมกระจายไปทั่ว นัยน์ตาหลับสนิทจนเห็นขนตาดกหนา จมูกโด่งรั้น หล่อนมานอนที่นี่ได้ยังไง ?? สรธัชถามตัวเองอย่างงง ๆ กลิ่นไอตัวของหล่อนที่กรุ่นทั่วตัวเขา รวมถึงรอยบุ๋มที่หมอนข้าง ๆ ตัวบอกว่าสิ่งที่เขาคิดว่าฝันบางทีอาจจะเป็นความจริง กลิ่นกายที่เขาไม่เคยลืมได้ทั้งในฝันและยามตื่นมันหอมกรุ่นเข้าไปตรึงในหัวใจเขา เขาพึมพำเบา ๆ และก็ดังพอที่จะทำให้เจ้าตัวตื่น

            เอ้อ.. คุณกอบัว !”

            อืมม์ คุณดีขึ้นแล้วเหรอ ? หล่อนถามอู้อี้พลางใช้มือขยี้ตา นัยน์ตาดำขลับของหล่อนบวมเหมือนคนไม่ได้นอนสักเท่าไหร่

            นี่ผมเป็นอะไรไป สรธัช ชักจะรู้สึกอายสภาพตัวเองที่อ่อนแอให้หล่อนเห็นได้ขนาดนี้ และเริ่มเป็นห่วงเพื่อนที่แสนซื่อสัตย์ของเขา แล้วถุงทองละ ?

            ตื่นขึ้นมาก็ถามหาเจ้าหูตั้ง เอ้ย เจ้าถุงทองเลยนะ บัวดูแลมันดีน่า นี่ก็ปล่อยให้มันไปทำธุระข้างนอก กาญจน์กวินทร์ปิดปากหาว หล่อนดูแลเขามาเกือบสองวันเต็ม ๆ แทบไม่ได้นอนเลย จนลืมว่าต้องทำตัวเองให้เขาประทับใจ และต้องดูดีอยู่เสมอ แต่ภาพผู้หญิงผมด้เป็นมันยาวรุ่ยร่าย หน้าตาใสไร้เครื่องสำอางค์ดูงัวเงียเต็มที่ สวมเสื้อยืด กางเกงขาสั้นธรรมดา ๆ ของหล่อน ก็เข้าไปอยู่ในใจสรธัชได้โดยไม่ยาก

            เอ่อ ผม ผมเป็นอะไรเหรอ ? เขาถามย้ำอีกครั้ง

            คุณเป็นไข้ ไข้ขึ้นสูงอยู่ตั้งสองวัน กะว่าถ้ายังไม่หาย บัวก็คงต้องลากคุณไปหาหมอ เพราะพายุสงบแล้ว แต่ถ้าหายก็ดีแล้ว อืมม์ขอตัวไปนอนบ้างนะคะ  ง่วงจัง !“ หล่อนว่าแล้วเดินลากขาออกไปจากห้องโดยไม่ต้องรอให้เขาอนุญาตเพราะเพลียแล้วเต็มที สรธัชมองตามหลังร่างบาง เขามองกะละมังใบเล็ก มองหมอนที่หล่อนเอาวางไว้ข้างเตียง แล้วก็อดอมยิ้มไม่ได้ บางที...สรธัชคิด เขาอาจจะทำผิดกฏที่ตัวเองตั้งขึ้นมาเป็นครั้งแรกก็ได้...


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha