8. รักหมดใจยัยจอมยุ่ง [จบบริบูรณ์]

โดย: ภรปภัช



ตอนที่ 2 : สาวน้อยจอมยุ่ง...


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

คฤหาสน์อังคนันทชัย  ประเทศไทย

“พี่พี  หิวข้าวจัง  วันนี้มีอะไรทานบ้างคะ”  พัชรประภา  อังคนันทชัย ทายาทคนเล็กของตระกูล  เดินเข้ามาหาพี่สาวแสนสวยในครัว  เมื่อวันนี้เธอเลิกงานเร็ว  พอกลับถึงบ้านก็ได้กลิ่นอาหารลอยมาแต่ไกล

“วันนี้พี่ทำแกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย  ยำสามกรอบ  คะน้าผัดน้ำมันหอย  แล้วก็...”  พีรชยา  อังคนันทชัย  พี่สาวคนสวยบอกเธอด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“โห  แค่นี้พัชรก็หิวแล้วนะคะ  ไม่อยากรู้ล่ะ  พี่พีรีบทำเร็วๆ นะ  เดี๋ยวพัชรไปอาบน้ำก่อนแล้วจะรีบลงมานะคะ”  ว่าแล้วเธอก็แกล้งตบก้นงอนของพี่สาวหนึ่งที  จนพีรชยาสะดุ้งโหยง

“เดี๋ยวเถอะยัยพัชร  ทะลึ่งอีกแล้วนะเรา  น้องสาวคนนี้นี่จริงๆเล้ย...”  พีรชยาอ่อนใจกับความแก่นกะโหลกของน้องสาวเหลือเกิน

สองศรีพี่น้องแห่งตระกูลอังคนันทชัย  คนพี่เรียบร้อย  อ่อนหวานราวกับผ้าพับไว้  ส่วนคนน้องหัวรั้น  ไม่ยอมคน ห้าวเกินชาย  จนผู้เป็นบิดาอย่างนายภัครพล  และมารดาอย่างนางพัชรี  รู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้าได้ไม่เว้นวัน

(“เฮ้ย  ไอ้แนท  งานที่ฉันให้แกทำไปถึงไหนแล้ว  อย่าบอกนะว่ายังไม่เสร็จน่ะ  บก.เร่งจะเอาให้ได้พรุ่งนี้แล้วนะโว้ย!!!”)  พัชรประภา  โทรหาเพื่อนรักซึ่งทำงานที่เดียวกัน  เธอเรียนจบระดับปริญญาตรีและโททางด้านกราฟฟิคด้วยวัยเพียง  23 ปี  เท่านั้น  ตอนนี้เธอทำงานเป็นฝ่ายกราฟฟิคให้กับนิตยสารชื่อดังของเมืองไทยเล่มหนึ่ง

(“ใกล้จะเสร็จแล้วค้า...  ลูกพี่...เร่งจัง  ทำไมไม่อยู่ช่วยกันก่อนล่ะค้า...”)   แนทหรือนิตยาเพื่อนรักของเธอตั้งแต่สมัยเรียนประถม  บ่นมาตามสาย

(“ก็เห็นวันนี้พ่อบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะคุย  เลยต้องรีบเคลียร์งานแล้วบึ่งรถกลับมานี่แหละ  ใกล้เสร็จก็ดีละ  งั้นแค่นี้ก่อนนะ  จะไปอาบน้ำก่อน”)  เมื่อหมดห่วงเรื่องงาน  พัชรประภาจึงเดินเข้าไปอาบน้ำอย่างสบายใจ

 

เมื่อทานอาหารเย็นเสร็จเรียบร้อยแล้ว  ทุกคนก็มานั่งรวมตัวกันที่ห้องรับแขก  เพื่อฟังเรื่องสำคัญของผู้เป็นประมุขของบ้าน

“เอาล่ะ  พร้อมหน้าพร้อมตากันก็ดีแล้วนะ  พ่อจะได้พูดเรื่องสำคัญซะที”  นายภัครพลถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะพูดสิ่งใดต่อ

“ทำไมวันนี้พ่อดูเครียดจังเลยล่ะคะ”  พัชรประภาอดถามไม่ได้  เธอไม่ค่อยเห็นผู้เป็นบิดาดูกังวลใจแบบนี้มาก่อน

“เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญของพีนะลูก”  เขาหันไปหาบุตรสาวคนโต  พีรชยามองหน้าเขาอย่างสงสัย

“เรื่องอะไรคะพ่อ”  พีรชยาถามเขา

“คืออย่างนี้นะ  พ่อเห็นว่าตอนนี้พีก็อายุ  28  ปีแล้ว  สมควรออกเรือนเป็นฝั่งเป็นฝาซักที  เพื่อนพ่อที่อังกฤษ  เค้าก็อยากมีหลานไว้สืบสกุล  เลยทาบทามสู่ขอลูกสาวพ่อคนไหนก็ได้  ให้กับลูกชายคนโตของเค้าน่ะ  พ่อก็คิดว่าคนที่เหมาะสมก็น่าเป็นพีเพราะพีเป็นพี่ ลูกคงไม่ขัดใจพ่อใช่ไหม”  เขาหันไปถามบุตรสาวคนโตที่ตอนนี้ใบหน้าเธอซีดเผือดด้วยความตกใจ

“พี่พีขัดหรือเปล่าไม่รู้  แต่พัชรขัดค่ะ  นี่มันสมัยไหนแล้วคะพ่อ  พ่อยังจะจับลูกคลุมถุงชนอีกเหรอคะ  หน้าตาก็ไม่เคยเห็น  เค้าเป็นใครพี่พีก็ไม่รู้จักแล้วจะแต่งงานกันได้ยังไงคะ”  พัชรประภาสงสารพี่สาว  จึงออกแรงค้านสุดกำลัง

“เค้าก็ไม่ใช่ใครอื่นที่ไหนนะ  พัชรเองก็น่าจะพอรู้จัก  คุณไมเคิล  แมคไมนัส  ประธานกรรมการสายการบินแมคไมนัสแอร์ไลน์ยังไงล่ะ”  นายภัครพลพยายามพูดให้พีรชยาคลายกังวล  เธอเป็นคนที่หัวอ่อน  ไม่เคยขัดใจเขาเลยสักครั้ง

“อะไรนะคะ!!!  นายไมเคิล  คนนั้นเนี่ยนะ  ยิ่งไม่ได้ใหญ่เลยนะคะพ่อ  เค้าน่ะได้รับฉายาเพลย์บอยแห่งเกาะอังกฤษเชียวนะคะ  ขืนให้พี่พีแต่งงานด้วย  มีหวังได้อกแตกตายเพราะความเจ้าชู้ของเค้าแน่  พี่พีอย่าไปยอมนะคะ”  พัชรประภาค้านหัวชนฝา  เมื่อรู้ว่าคนที่จะมาเป็นพี่เขยของเธอเป็นใคร  เนื่องจากเธออยู่วงการสื่อสิ่งพิมพ์  จึงทำให้รู้ข้อมูลผู้ชายคนนี้พอสมควร

“เพลย์บอยอะไรกัน มันก็แค่ข่าวลือทั้งนั้น  นิโคลัสเพื่อนพ่อเค้ายืนยันมาหนักแน่น  ว่าลูกชายเค้าน่ะเหมาะสมกับลูกสาวของพ่อที่สุดแล้ว  ว่าไงยัยพี  หนูคงไม่อยากทำให้พ่อผิดหวังใช่รึเปล่า”  นายภัครพลเริ่มหงุดหงิดบุตรสาวคนรองมากขึ้นทุกทีที่คอยขัดใจเขาตลอด  จึงหันไปคาดคั้นบุตรสาวคนโตแทน

“เอ่อ  พี แล้วแต่คุณพ่อก็แล้วกันค่ะ”  แม้จะหนักใจไม่น้อย  แต่เธอก็ยังไม่กล้าขัดใจผู้เป็นบิดาสักที

“พี่พี!!!”  พัชรประภาโมโหเหลือเกิน  ที่พี่สาวสุดที่รักไม่กล้าปฏิเสธผู้เป็นบิดาออกไป

“งั้นก็ตกลงตามนี้  อีกหนึ่งเดือนข้างหน้า  เค้าจะพากันมาสู่ขอลูกสาวพ่ออย่างเป็นทางการ  เตรียมตัวไว้ก็แล้วกัน  ส่วนเรานะยัยพัชร  เลิกยุยงให้พี่เค้าไขว้เขวได้แล้ว”  พูดจบเขาก็เดินออกไป  ปล่อยให้ภรรยาและบุตรสาวทั้งสองคนนั่งคุยกันตามลำพัง

“แม่คะ  ทำไมแม่ไม่ห้ามพ่อล่ะคะ  แม่ไม่สงสารพี่พีบ้างรึไงนะ”  พัชรประภาหันมาเอาเรื่องกับนางพัชรีทันทีที่บิดาลับตาไปแล้ว

“โธ่  ยัยพัชร  เราก็รู้ว่าไม่มีใครขัดใจคุณพ่อได้สักคน  ไม่ใช่ว่าแม่ไม่รักลูกนะจ๊ะ  แต่พ่อเค้าบอกว่าผู้ชายคนนี้ดีจริงๆ  แม่ก็เลยไม่กล้าขัดเหมือนกัน”  นางพัชรีกล่าวกับเธอด้วยท่าทางเป็นกังวลไม่ต่างกัน

“โธ่เอ๊ย...  แล้วเราจะทำยังไงกันดีล่ะพี่พี”  พัชรประภาหันมาหาพี่สาว

“เฮ้อ  พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน  พัชรช่วยพี่คิดทีสิ  พี่ปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว”  พีรชยาทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เสียให้ได้ 

“ไม่เป็นไรค่ะพี่พี  พัชรจะช่วยพี่เอง”  เธอพยายามให้กำลังใจพี่สาว  แม้ว่าตอนนี้เธอก็ยังมืดแปดด้านอยู่เหมือนกัน  แต่ไม่ว่ายังไงเธอก็ยอมให้พี่สาวไปอยู่กับผู้ชายเจ้าชู้แบบนั้นไม่ได้อย่างแน่นอน

 

วันต่อมา

“พัชรๆ  แกรู้ข่าวรึยังว่าไอ้แมคน่ะมันทำยัยแพรวท้อง  ตอนนี้คนเค้าลือกันทั่วออฟฟิศเลยนะ  เห็นว่าตอนนี้ไอ้แมคมันเรียกยัยแพรวไปคุยหลังออฟฟิศ  เราแอบไปดูกันเถอะ”  นิตยาวิ่งหน้าตื่นออกมาหาพัชรประภาที่เพิ่งก้าวเข้ามาบริษัท

“เออ  ไปสิ  ดูซิ  มันจะว่ายังไง”  พัชรประภารีบตามนิตยาไปดูหัวหน้าฝ่ายโฆษณานามว่าแมค  ที่คนทั้งออฟฟิศพากันเกลียดเพราะเขาเป็นผู้ชายกะล่อน  เจ้าชู้  เห็นแก่ตัวอย่างที่สุด   ที่มีข่าวว่าทำคนในออฟฟิศท้องมาสักระยะหนึ่ง แล้ววันนี้ความจริงก็เปิดเผยว่าผู้หญิงโชคร้ายคนนั้นคือน้องแพรว  เลขาหน้าห้องของเขานั่นเอง

นิตยาและพัชรประภากำลังซุ่มดูทั้งสองคนทะเลาะกันอยู่ตรงมุมตึก

“แพรว  พี่บอกแล้วใช่ไหมว่าให้กินยาคุม  แล้วนี่แน่ใจได้ยังไงว่าเด็กในท้องเป็นลูกพี่น่ะ”  เสียงของนายแมคดังลั่น  น้องแพรวได้แต่ยืนร้องไห้

“ฮือๆๆ  ทำไมพี่พูดแบบนี้ล่ะคะ  แพรวไม่เคยยุ่งกับใครเลยนอกจากพี่นะคะ  พี่ต้องรับผิดชอบแพรวกับลูกนะ”  เธอกอดเขาเอาไว้แน่น 

“รับผิดชอบงั้นเหรอ  หน้าที่การงานของพี่กำลังไปด้วยดี  ถ้าพี่ต้องมีลูกมีเมียตอนนี้พี่จะเอาหน้าไปไว้ไหน  ไม่รู้ล่ะ  ถ้าแพรวรักพี่จริง  แพรวต้องไปเอาเด็กออกให้เรียบร้อย  แล้วเราค่อยมาคุยกันใหม่”  เขาดูไม่แยแสกับอีกหนึ่งชีวิตที่จะเกิดมาเลย  พัชรประภายืนกำหมัดแน่น

“ไม่ได้นะคะ  เค้าเป็นลูกของเรานะคะพี่แมค  แพรวฆ่าลูกของเราไม่หรอกค่ะ  ได้โปรดอย่าทำแบบนี้กับแพรวเลยนะคะ”  เธอคุกเข่าลงกอดขาเขาไว้แน่น  นายแมครู้สึกรำคาญมาก  เขาผลักเธอล้มลง  เลือดค่อยๆ ไหลออกมาจากหว่างขาของน้องแพรวทันที

“ไอ้แมค  ไอ้ชาติชั่ว  ตายซะเถอะแก!!!”  พัชรประภาทนดูไม่ไหวอีกต่อไป  เธอเข้าไปต่อยที่ใบหน้าหล่อเหลานั้นสุดแรงเกิด  จนผู้ชายแท้ๆ ล้มลงไปกองกับพื้น

“ลูกแกแท้ๆ ยังจะฆ่าได้ ผู้ชายอย่างพวกแกนี่มันนรกส่งมาเกิดจริงๆ  ไอ้เลวเอ๊ย!!!”  พัชรประภาประเคนทั้งเข่าทั้งศอกให้เขาไม่ยั้ง  จนนิตยาต้องมาห้ามไว้  เพื่อให้พาน้องแพรวไปโรงพยาบาลก่อน

“ฝากไว้ก่อนเถอะแก  ตราบใดที่ฉันยังทำงานอยู่ที่นี่  แกไม่มีวันได้ไปทำชั่วๆ กับใครอีกแน่”  ทั้งสองคนรีบพาน้องแพรวไปโรงพยาบาลทันที  คนอื่นๆ ต่างพากันมามุงดูกันใหญ่  นายแมครู้สึกอับอายเหลือเกิน  จึงรีบพาร่างที่บอบช้ำจากฝีมือของพัชรประภาขับรถกลับบ้านทันที

 

โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง

“ขอบคุณพี่พัชรมากนะคะ  ที่ช่วยแพรวเอาไว้”  น้องแพรวยกมือไหว้  แม้เธอจะอายุห่างกันแค่ปีเดียว  แต่พัชรประภาก็มักจะทำตัวเป็นพี่ใหญ่ที่คอยปกป้องน้องๆ เสมอ 

“ไม่เป็นไรหรอกแพรว  ต่อไปนี้ก็ไม่ต้องไปยุ่งกับไอ้ชาติชั่วนั่นอีกนะ  จำไว้ผู้ชายเจ้าชู้น่ะ  มันไม่เคยรักใครจริงหรอก  ถ้าเดือดร้อนอะไรก็บอกพี่  ถ้าพี่ช่วยได้พี่ก็จะช่วยพักผ่อนให้มากๆ นะ  พี่กับพี่แนท ขอตัวไปทำงานก่อน”  

พัชรประภารู้สึกสงสารผู้หญิงพวกนี้เหลือเกิน  เธอคิดไปถึงเรื่องพี่สาวของตนเอง  ไม่ได้...  เธอจะปล่อยให้พี่สาวแสนดีตกอยู่ในสภาพแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha