8. รักหมดใจยัยจอมยุ่ง [จบบริบูรณ์]

โดย: ภรปภัช



ตอนที่ 3 : แรกพบ...


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

หนึ่งเดือนต่อมา   คฤหาสน์อังคนันทชัย

“พีแต่งตัวเสร็จรึยังลูก  เดี๋ยวเค้าก็จะมาถึงกันแล้วนะ”  นางพัชรีตะโกนเรียกบุตรสาวคนโตอยู่หน้าห้อง  เนื่องจากเห็นว่าเธอยังไม่ลงไปรอว่าที่คู่หมั้นสักที  โดยฝ่ายนู้นแจ้งมาว่าออกจากสนามบินสุวรรณภูมิมาแล้ว

“อีกแปปนึงนะคะแม่”  พีรชยาแต่งตัวเสร็จนานแล้ว  แต่เธอแค่ไม่อยากลงไปเท่านั้นเอง  เธอนั่งเหม่อมองที่หน้ากระจก  ดวงตาช่างเศร้าหมองเหลือเกิน

เมื่อได้นั่งทำใจอยู่นาน  เธอจึงตัดสินใจเผชิญหน้ากับความจริง  แล้วเดินออกจากห้องลงไปที่ห้องรับแขกทันที

“ลงมาได้ซักทีนะเรา  แขกใกล้จะถึงบ้านอยู่แล้ว  แล้วยัยพัชรไปไหนล่ะ  ทำไมไม่มาต้อนรับแขกด้วยกัน”  ผู้เป็นประมุขของบ้านหันไปถามภรรยา

“เห็นว่ามีงานด่วนต้องแก้  ก็เลยหอบงานไปทำที่เรือนเล็กหลังบ้านนะคะ”  นางพัชรีกล่าว

“ดีเหมือนกัน  จะได้ไม่ต้องมาป่วน  อ้าวนั่นไง  แขกมาพอดี”  ทุกคนหันไปมองรถที่แล่นเข้ามาในคฤหาสน์  3-4  คัน   นายภัครพลจึงเดินนำภรรยาและบุตรสาวออกไปต้อนรับแขก

“เป็นไง  นิโคลัสไม่เจอกันหลายปี  ยังแข็งแรงเหมือนเดิมเลยนะ”  นายภัครพลเอ่ยทักทายเพื่อนเก่า  เมื่อพวกเขาลงจากรถเรียบร้อยหมดแล้ว

“นายก็เหมือนกัน  ยังหล่อเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ  แล้วคนนี้เหรอว่าที่ลูกสะใภ้ฉันน่ะ”  นายนิโคลัสหันไปหาพีรชยา  เธอจึงยกมือไหว้เขาแบบไทย

“ใช่ๆ  นี่แหละ  พีรชยาลูกสาวคนโตของฉันเอง  แล้วคนไหนล่ะไมเคิล”  นายภัครพลหันไปหาสองหนุ่มหล่อที่ยืนขนาบข้างบิดา

“คนนี้ไงไมเคิล  ลูกชายคนโตของฉันเอง  ส่วนนี่ก็ไรอัน  ลูกชายคนเล็ก”  นายนิโคลัสแนะนำบุตรชายทั้งสองคนอย่างเป็นทางการ เขาทั้งสองก้มหน้าลงให้นายภัครพลเพื่อแสดงความเคารพ 

ไมเคิลมองหน้าว่าที่คู่หมั้นด้วยใบหน้าเรียบเฉย  เนี่ยเหรอว่าที่เมียในอนาคตก็สวยดีอยู่หรอกนะ  แต่ดูเรียบร้อยเกินไป  ดูท่าแล้วจะขึ้นเตียงกับเขาไหวรึเปล่าก็ไม่รู้  ไมเคิลคิดในใจ  รู้สึกเบื่อหน่ายเต็มทน

ต่างจากไรอัน  ทันทีที่เขาเห็นหน้าพีรชยา  เหมือนเขาถูกดึงดูดเข้าไปอีกโลกหนึ่งทันที  ว่าที่พี่สะใภ้ของเขาทำไมดูอ่อนหวาน  น่าทะนุถนอมขนาดนี้นะ  อยู่ๆ หัวใจของเขาก็เต้นแรงขึ้นมาเสียอย่างนั้น

“ไปๆ  เข้าไปพักผ่อนในบ้านกันก่อน  เดินทางมาเหนื่อยๆ  ฉันให้คนจัดเตรียมห้องพักไว้ให้พวกนายหมดแล้วล่ะ”  เจ้าบ้านกล่าวอย่างอารมณ์ดี

“ผมขออนุญาตไปเข้าห้องน้ำหน่อยนะครับ”  ไมเคิลหาทางหนีจากบรรยากาศที่น่าอึดอัดนี้ทันที

“อ๋อ  เชิญๆ  ยัยพี  พาพี่เค้าไปทีสิ”  นายภัครพลหันไปบอกพีรชยา

“เอ่อ  ไม่เป็นไรครับ  เดี๋ยวผมไปเองก็ได้  ให้น้องพีนั่งตรงนี้ดีกว่านะครับ”  ไมเคิลรีบแย้ง  เขาอยากไปเดินเล่นคนเดียวเงียบๆมากกว่า

“ถ้าอย่างนั้นก็เดินตรงไปทางนี้นะ  สุดทางจะมีห้องน้ำอยู่”  เขาล่าวกับว่าที่ลูกเขยด้วยใบหน้าแช่มชื่น

“ครับ  ขอบคุณมากครับ”  ไมเคิลรีบเดินออกไปตามทางที่เขาบอกทันที 

ไรอันเอาแต่มองหน้าพีรชยาไม่วางตา  จนเธอเริ่มทำตัวไม่ถูก  รู้สึกแปลกพิกล  ที่น้องชายของว่าที่คู่หมั้นนั่งจ้องหน้าเธออยู่อย่างนี้ 

“เอ่อ  งั้นพีจะไปเตรียมของว่างมาให้นะคะ”  พีรชยาหาทางหลบเลี่ยงสายตาของหนุ่มหล่อใส่แว่นตาคนนี้ทันทีเมื่อมีโอกาส

“ดีเหมือนกัน  นั่งคุยกันนานๆ  ชักหิวแล้วสิ”  นายภัครพลหันไปยิ้มให้บุตรสาว

“เดี๋ยวผมไปช่วยนะครับ”  ไรอันรีบเสนอตัว

“ไปสิ  จะได้สนิทสนมกันไว้”  นายนิโคลัสสนับสนุนบุตรชายคนเล็กด้วยคิดว่าเขาคงอยากทำความรู้จักกับว่าที่พี่สะใภ้นั่นเอง

ที่ห้องครัว  พีรชยาเดินเข้ามาเตรียมของว่างร่วมกับพวกแม่บ้าน  ซึ่งพวกเธอมองไรอันเป็นตาเดียว  คนอะไรจะหล่อได้ขนาดนี้

“เอ่อ  คุณไม่ต้องเข้ามาช่วยก็ได้นะคะ  มีแต่งานของผู้หญิงทั้งนั้น” พีรชยาเอ่ยขึ้น  เมื่อรู้สึกว่าเขายืนใกล้เธอมากเกินไปแล้ว

“ผมอยากปล่อยให้พวกผู้ใหญ่ได้คุยกันน่ะครับ  ดูท่าทางคุณพีจะทำอาหารเก่งนะครับ”  เขาเอ่ยชมเมื่อเห็นเธอแกะสลักผลไม้ในจานอย่างสวยงาม

“ค่ะ  พีชอบทำอาหาร  พวกงานแกะสลัก  จัดดอกไม้  งานน่าเบื่อทั้งนั้นแหละค่ะ”  เธอยิ้มเขิน

“ผมว่าสมัยนี้หายากนะครับ  ผู้หญิงที่เป็นกุลสตรีแบบนี้”  เขาเอ่ยชมเธอไม่หยุด 

“ขอบคุณค่ะ  โอ๊ย...”  พีรชยามัวแต่เขินจนเผลอทำมีดแกะสลักบาดมือจนได้  ไรอันรีบดึงมือเธอขึ้นมา  จัดการคัดเลือดออกให้เธอโดยการก้มลงดูดเลือดออกจากปลายนิ้วงามนั้น  พีรชยาตกใจมาก 

“คุณไรอัน  พีไม่เป็นไรมากหรอกคะ  มันสกปรกนะคะ”  เธอรีบดึงมือกลับ  แต่เขาไม่ยอม

“แถวนี้มีอุปกรณ์ทำแผลไหมครับ  เดี๋ยวผมจะทำแผลให้”  เขาพูดทั้งๆ ที่ยังไม่ยอมปล่อยมือจากเธอ  พีรชยาจึงสั่งให้แม่บ้านไปหยิบอุปกรณ์ทำแผลออกมาให้

จากนั้นไรอันก็จัดการทำแผลให้เธออย่างอ่อนโยน  พีรชยามองหน้าเขา  เธอไม่เคยได้เข้าใกล้ผู้ชายคนไหนมากเท่านี้มาก่อน  ใจสาวเต้นแรงมากขึ้นอย่างไม่เข้าใจตัวเอง

“เรียบร้อยแล้วครับ  คราวหน้าต้องระวังกว่านี้นะ  ถ้ามือสวยๆ ของคุณเป็นแผลขึ้นมาอีก  คงไม่ดีแน่”  ไรอันยิ้มให้เธอ  เป็นรอยยิ้มที่เขาไม่เคยมอบให้ใครแบบนี้มาก่อน  ทั้งสองคนสบตากันเนิ่นนาน  จนพีรชยาเริ่มรู้สึกตัว

“เอ่อ  ค่ะ  พีจะระวังให้มากกว่านี้  เดี๋ยวเราช่วยกันยกของว่างออกไปดีกว่าค่ะ  พวกผู้ใหญ่คงจะหิวแย่แล้ว”  เธอพูดพร้อมกับหันไปหยิบจานขึ้นมาแล้วจึงเดินนำเขาไป  ไรอันก็ช่วยถืออีกจานเดินมองเธอจากข้างหลัง  รู้สึกสุขใจอย่างประหลาด

 

ไมเคิลเดินออกมาเรื่อยๆ  เพราะไม่รู้จะไปทางไหนดี  เมื่อมาถึงหลังคฤหาสน์  เขาก็เห็นว่ามีเรือนไม้กระจกบรรยากาศดี  จึงเดินเข้าไปดูใกล้ๆ  เนื่องจากเรือนหลังนี้ติดกับสระน้ำขนาดใหญ่จึงมีลมเย็นๆ พัดมาไม่ขาดสาย  ไมเคิลเดินสำรวจไปเรื่อยๆ  แล้วเขาก็มาสะดุดกับอะไรบางอย่าง

ภาพของหญิงสาวคนหนึ่ง  เกล้าผมเป็นมวยเอาไว้หลวมๆ  มีผมบางส่วนตกลงมาข้างแก้มนวลประปราย  เธอสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีขาว  คอหลวมๆ  คู่กับกางเกงยีนส์ขาสั้น  โชว์ให้เห็นเรียวขางามน่าสัมผัส  กำลังกระโดดอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ข้างเรือนไม้  เหมือนต้องการจะเอาอะไรสักอย่างที่อยู่บนนั้น  หน้าอกของเธอกระเพื่อมไปมาด้วยแรงกระโดด  ไมเคิลยืนนิ่ง  เหมือนถูกเธอสะกดเอาไว้ด้วยเวทมนตร์บางอย่าง  ครั้นได้สติ  เขาจึงเดินเข้าไปใกล้ๆ  พบว่ามีกระดาษแผ่นใหญ่ติดคาอยู่บนต้นไม้นั่นเอง  และเพราะเธอเป็นคนไม่สูงมาก  จึงเอื้อมมันไม่ถึง  แต่ความสูงระดับเขาถือว่าสบายมาก  ไมเคิลจึงเดินไปข้างหลังเธอ  แล้วเอื้อมมือไปหยิบมันมาให้เธอด้วยมือทั้งสองข้าง

“ขอบคุณค่ะ”  พัชรประภาหันไปหาคนที่ช่วยเธอเก็บกระดาษ  ตอนนี้เลยกลายเป็นว่าเธออยู่ในอ้อมแขนของเขาไปโดยปริยาย

เมื่อเธอหันมา  ไมเคิลก็เห็นใบหน้านวลนั้นอย่างชัดเจนขึ้น  ดวงตากลมโต  จมูกเชิดบอกถึงความดื้อรั้น  กลิ่นกายหอมละมุนที่โชยมาด้วยแรงลมเป็นระยะ  ริ้วผมที่โบกไปมา  ริมฝีปากแดงระเรื่อที่ดูแล้วไม่น่าจะเกิดจากการแต่งแต้ม  แก้มเนียนนั้นก็เช่นกัน  เขามัวแต่จ้องใบหน้าเธออย่างไม่อาจละสายตาได้

“นี่คุณ  คุณ!!!”  พัชรประภาตะโกนใส่หน้าเขาเสียงดัง 

“ฮะ”  ไมเคิลได้สติคืนมาอีกครั้ง

“ฉันบอกว่าขอบคุณมากนะ  ขอกระดาษฉันคืนด้วย”  เธอพูดเสียงห้วน  ก็เขาไม่ยอมยื่นกระดาษให้เธอเสียทีมัวแต่จ้องหน้าเธออยู่ได้ 

“ผมอุตส่าห์ช่วยคุณเก็บกระดาษนี่  คุณจะแค่บอกว่าขอบคุณเท่านั้นน่ะเหรอ”  เมื่อสติครบถ้วน  เขาก็กลับมาเป็นไมเคิลคนเดิมอีกครั้ง

“แล้วนายจะเอาอะไรอีกล่ะ  จะให้ฉันเลี้ยงข้าวเลยรึไง  ประสาท  เอามานี่เลยนะฉันรีบอยู่”  เธอเริ่มหงุดหงิด  ไอ้ฝรั่งนี่กวนประสาทจริงๆ  แต่ทำไมมันหน้าคุ้นๆ จังแฮะ

“ไม่ต้องเลี้ยงข้าวผมหรอก  แค่จูบขอบคุณผมหน่อยก็พอแล้ว”  ไมเคิลชูกระดาษขึ้นสูง    เพื่อรอรางวัลจากสาวน้อยคนนี้ก่อน

“ไอ้บ้า  ไอ้ฝรั่งลามก  ฝันไปเถอะ  เอางานฉันคืนมานะ”  พัชรประภาพยายามกระโดดคว้างานของเธอคืน  ไมเคิลไม่ยอม  เขาชูให้มันสูงขึ้นอีก  จังหวะที่เธอกระชากแขนเขานั้นเอง  ทั้งสองคนก็ล้มลงทับกัน  ไมเคิลนอนคร่อมร่างของเธอ   ใบหน้าของพวกเขาห่างกันแค่เสี้ยวลมหายใจ 

และเมื่อเห็นเธอนิ่งไป  เขาจึงฉวยโอกาส  ฝากจุมพิตไปที่ริมฝีปากของเธออย่างห้ามใจไม่ได้

“ไอ้ฝรั่งลามก  แก...แกกล้าจูบฉันเหรอ!!!”  เธอรีบผลักเขาออกไป  ยังตกใจกับจูบแรกไม่หาย  เธอใช้สองมือขยี้ปากเหมือนจะลบรอยจูบไปให้ได้  แต่ไมเคิลกลับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่  เธอกำหมัดแน่น  ทำท่าจะต่อยเขา

“เสียงดังอะไรกันน่ะ  อ้าวไมเคิล  มาอยู่ตรงนี้เอง  น้านึกว่าหายไปไหนซะอีก”  เสียงของมารดาดังขึ้น  เธอจึงลดมือลง  เดี๋ยวนะ  ไมเคิล...  ใช่จริงๆ  ด้วย  ถึงว่าหน้าคุ้นๆ ที่แท้ก็ว่าที่คู่หมั้นของพี่สาวเธอนี่เอง

“มาทำอะไรอยู่ตรงนี้จ๊ะ  อ้าวยัยพัชร  ทำงานเสร็จแล้วเหรอลูก”  พัชรีหันไปมองหน้าบุตรสาวคนเล็กอย่างสงสัย

“เกือบจะเสร็จแล้วค่ะแม่  ถ้าไม่มีคนมากวนประสาทซะก่อน  เอามานี่!!!”  ว่าแล้วเธอก็ถือโอกาสคว้าแผ่นงานที่อยู่ในมือของเขาแล้วเดินจ้ำอ้าวกลับไปที่เรือนไม้ทันทีอย่างอารมณ์เสียสุดๆ 

“เอ่อ  น้าต้องขอโทษไมเคิลแทนยัยพัชรด้วยนะคะ ลูกคนนี้นิสัยห้าวๆ  ไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าไหร่  ไมเคิลอย่าไปถือสาน้องเลยนะ  เราเข้าบ้านกันเถอะ”  นางพัชรีรู้สึกเหนื่อยใจกับมารยาทของบุตรสาวคนเล็กเสียจริง

“อ๋อ  เธอเป็นลูกสาวของคุณน้าเหมือนกันเหรอครับ”  ไมเคิลถาม  เขายังไม่ยอมเดินไป 

“ใช่จ้ะ  ยัยพัชรน่ะเป็นลูกสาวคนเล็กของน้าเอง  แกอายุเพิ่งจะ  23  เลยติดนิสัยเด็กๆ  ไปหน่อย”  เธอหันไปมองบุตรสาวอีกครั้ง 

“อ๋อ  ครับ” 

ไมเคิลเดินตามนางพัชรีเข้าไปในบ้าน  รู้สึกว่าการมาครั้งนี้คงจะไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อแล้วซะแล้วสิ

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha