8. รักหมดใจยัยจอมยุ่ง [จบบริบูรณ์]

โดย: ภรปภัช



ตอนที่ 27 : ไปเที่ยวกัน...


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป 

วันนี้หมอนัดตรวจอาการที่ดวงตาของพัชรประภา  เธอรู้สึกตื่นเต้นมาก  ทุกคนที่บ้านรวมถึงไมเคิล  มารอฟังผลพร้อมกับเธอ

“ดวงตาของคนไข้มีโอกาสกลับมามองเห็นได้นะครับ  โดยเราจะทำการฉายแสงเลเซอร์เข้าไปที่จอประสาทตา  หากการรักษาออกมาได้ผลดี  คนไข้ก็จะสามารถมองเห็นเป็นปกติได้ภายในหนึ่งเดือนครับ”  คุณหมอบอกหลังจากตรวจและวินิจฉัยอาการของเธอเรียบร้อยแล้ว  ทุกคนยิ้มออกมาได้

“ได้ยินไหมพัชร  พัชรจะมองเห็นแล้วนะ”  พีรชยาจับไหล่ของน้องสาวเอาไว้  แล้วหันไปอธิบายให้ไมเคิลฟัง  เขาดีใจมาก

“ค่ะพี่พี  แล้วเราจะฉายแสงได้เมื่อไหร่คะคุณหมอ”  พัชรประภาถามคุณหมออย่างตื่นเต้น

“พรุ่งนี้ครับ เก้าโมงเช้ามาพบกันที่ห้องนี้ได้เลยนะครับ  เราจะฉายแสงเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น  แต่หลังจากฉายแสงแล้วคนไข้อาจจะมีอาการข้างเคียง  เช่น  คลื่นไส้อาเจียน  แต่ไม่ต้องห่วงนะครับ  จะเป็นแค่วันหรือสองวันเท่านั้น  จากนั้นดวงตาของคนไข้ก็จะเริ่มมองเห็นขึ้นทีละน้อยครับ”  คุณหมออธิบายขั้นตอนให้ฟัง  เมื่อเข้าใจถึงขั้นตอนต่างๆ ดีแล้ว  ทุกคนจึงพากันกลับ  เพื่อเตรียมตัวเธอมาฉายแสงเลเซอร์ในวันพรุ่งนี้

“วันนี้ก็พักผ่อนให้เต็มที่นะลูก  พรุ่งนี้ก็จะได้ฉายแสงแล้ว  เดี๋ยวพ่อจะเข้าบริษัทก่อน  ไมเคิล  ฝากดูแลยัยพัชรด้วยนะลูก”  นายภัครพลกล่าวอย่างอารมณ์ดี

“ได้ครับ  ไม่ต้องห่วงนะครับ  ผมจะดูแลน้องพัชรอย่างดี”  ไมเคิลยิ้มให้ว่าที่พ่อตา  แล้วจึงพาพัชรประภาไปพักผ่อนที่เรือนกระจกเหมือนทุกวัน  พีรชยา  นางพัชรี  และนายภัครพล  มองตามคนทั้งสองอย่างเอ็นดู  ตั้งแต่พัชรประภาประสบอุบัติเหตุ  ไมเคิลไม่เคยอยู่ห่างเธอเลยแม้แต่ก้าวเดียว  เขาทำให้คนทั้งบ้านยอมรับเขาด้วยความเต็มใจ

“พัชรนั่งตรงนี้รอพี่ก่อนนะ  พี่จะไปหาอะไรมาให้ทาน”  ไมเคิลพาเธอมานั่งริมน้ำ  แล้วเขาก็เดินไปในห้องครัว  พีรชยาเตรียมขนมไว้ให้พวกเขาแล้ว

“แล้วพี่ไมเคิลจะกลับอังกฤษเมื่อไหร่เหรอคะ”  พีรชยาถาม  เมื่อเห็นว่าเขามาอยู่ที่นี่นานแล้ว

“พี่ว่าจะรอให้พัชรเค้ามองเห็นก่อนน่ะ  จากนั้นพี่ก็จะได้จัดงานแต่งงานให้เรียบร้อย  แล้วค่อยพาน้องพัชรไปอยู่ด้วยกันที่นู่น”  ไมเคิลยิ้ม  เมื่อคิดถึงวันที่จะได้แต่งงานกับพัชรประภา

 

“แล้ว...พี่ไรอันเค้าเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้นะคะ  หายเงียบไปเลย”  พีรชยามีสีหน้าเศร้าลงไป  ก็เขาไม่ติดต่อเธอมาเลยนี่นา

“งานทางนู้นคงจะยุ่งมากนะ  พี่เองก็ไม่ได้ช่วยไรอันเลย  แต่น้องพีไม่ต้องห่วงนะ  ไอ้หมอนั่นน่ะ  มันไม่สนใจใครหรอก  นอกจากน้องพีคนเดียว  น้องพี่มันเป็นคนแสดงออกไม่ค่อยเก่ง  น้องพีอย่าไปโกรธมันเลยนะ”   ไมเคิลรู้ดีว่าพีรชยาคิดยังไง 

“ค่ะ”  เธอค่อยเบาใจ  เมื่อพี่ชายเขาพูดแบบนี้

“พัชร  ขนมมา...แล้ว”  ไมเคิลเดินมาหาพัชรประภาที่เรือนกระจก  เห็นเธอนอนหลับอยู่

เขาเดินเข้าไปหาเธอ  แสงแดดส่องมาแล้ว  เขานั่งบังแดดให้เธออยู่อย่างนั้น  ใบหน้างามที่หลับตาพริ้ม  แก้มสีชมพูระเรื่อ  ใบหน้าแบบนี้ที่ทำให้เขาหลงรักเธอโดยไม่รู้ตัวตั้งแต่วันแรกที่พบเธอที่นี่  ริมฝีปากบางอวบอิ่มนั้น  ชวนให้เขาหลงใหลเธอมากขึ้นเรื่อยๆ  เขานั่งมองเธออยู่อย่างนั้น  จนเธอเริ่มขยับตัว

“ตื่นแล้วเหรอ  เด็กน้อย”  ไมเคิลพูดกับเธอ

“พัชรเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้นะคะ  ลมที่นี่เย็นดี  พัชรชอบมาหลับที่นี่”  เธอลุกขึ้นนั่ง  ไมเคิลจับตัวเธอให้นั่งข้างๆ เขา

“หลับที่บ้านน่ะไม่เป็นไรนะ  อย่าเผลอไปหลับที่อื่นล่ะ  เดี๋ยวจะมีคนอื่นมาขโมยจูบไม่รู้ด้วยนะ”  ไมเคิลลูบศีรษะเธออย่างรักใคร่

“ก็ดีสิคะ  ลองจูบกับคนอื่นดูบ้าง  จะได้รู้ว่าต่างกันยังไง”  พัชรประภายิ้ม  ไมเคิลทำหน้างอ

“นี่ยังคิดอยากจะจูบกับคนอื่นอีกเหรอฮะ  มานี่เลยนะ”  เขาดึงเธอมาจูบที่ริมฝีปากงามอย่างดูดดื่มและเนิ่นนาน

“ห้ามไปจูบกับใคร  ปากนี้เป็นของพี่  หน้าผากนี้ก็ของพี่   แก้มนี้ก็ของพี่  จมูกนี้ก็ของพี่  เข้าใจไหม”  เขาจูบทุกส่วนที่พูดออกไป  พัชรประภาหน้าแดง

“สรุปว่าทั้งตัวพัชรเนี่ย  มีส่วนไหนที่ไม่ใช่ของพี่บ้างไหมคะ” เธอถามเขา

“อืม...ไม่มีหรอก  ทั้งตัวพัชรก็เป็นของพี่ทั้งหมดนั่นแหละ”  ไมเคิลกอดเธอเอาไว้

“แล้วพี่เป็นของพัชรทั้งตัวเหมือนกันไหมคะ”  เธอซบกับอกกว้างอย่างเอาใจ

“ทั้งตัวทั้งใจเลยล่ะ  พัชรอยากจะกอดอยากจะจูบตรงไหนก็ตามสบายเลยนะ  พี่อนุญาต”  เขายื่นหน้ามาแนบกับหน้าของเธอ

เธอใช้มือจับใบหน้าของเขาลูบไล้ปลายนิ้วชี้ไปที่ริมฝีปากนั้น  แล้วจึงกดจูบเขาแรงๆ

“แล้วห้ามไปจูบกับใครอีกนะคะ”  เธอยิ้มให้เขา  อยากเห็นหน้าของเขาเหลือเกิน

ไงั้นพัชรต้องจูบพี่บ่อยๆ รู้ไหม  ปากพี่จะได้ไม่ว่างไปจูบกับใครไง”  เขายิ้มให้เธอ

“เชอะ  คนเจ้าเล่ห์ไ  เธอนั่งพิงไหล่ของเขาแล้วหลับตาลง  ตอนนี้สิ่งที่ทำให้เธอรู้ว่าเขาอยู่ข้างๆ ก็คือกลิ่นของเขา  กลิ่นที่อบอุ่นของเขา  ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยทุกครั้งที่มีเขาอยู่ข้างๆ

 

เช้าวันต่อมา

เก้าโมงเช้า  ทุกคนอยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว  พัชรประภาเข้าไปทำการฉายแสงเลเซอร์ได้สักพัก  ทุกคนนั่งรออยู่หน้าห้องอย่างใจจดจ่อ  เวลาผ่านไปเกือบเที่ยงแล้ว  พัชรประภาออกมาพร้อมกับการที่มีผ้าพันดวงตาเอาไว้โดยรอบศีรษะ

“เป็นไงบ้างครับหมอ”  นายภัครพลรีบเข้าไปถาม

“ผลการฉายแสงเลเซอร์  เป็นไปอย่างราบรื่นนะครับ  อีกสามวันจากนี้  เราถึงจะเปิดผ้าที่พันรอบดวงตานี้ออก  แล้วดวงตาของเธอจะเริ่มมองเห็นแสงหรือเงาเลือนลาง  จนชัดเจนขึ้นในที่สุดนะครับ”  คุณหมอกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม  ทุกคนโล่งอก

“ขอบคุณมากครับหมอ  เรากลับบ้านกันเถอะนะ  วันนี้พ่อจะพาทุกคนไปเที่ยวบางแสนกันดีไหม  พักที่บ้านพักตากอากาศของเรานั่นแหละ  พัชรจะได้ผ่อนคลาย”  นายภัครพลหันไปพูดกับทุกคน

“ดีเลยค่ะ  งั้นเรากลับไปเก็บของกันเถอะนะคะ”  พีรชยาตื่นเต้นที่จะได้ไปเที่ยวกัน  หลังจากผ่านเรื่องร้ายๆ มาได้

“จะไปไหนกันเหรอครับ”  เสียงของไรอันดังมาจากด้านหลัง  พีรชยาหันไป

“พี่ไรอัน  มาได้ไงคะเนี่ย”  พีรชยาตกใจมาก  ไม่คิดว่าเขาจะมา

“ก็พอดีพี่ไมเคิลบอกว่ามีคนคิดถึงพี่น่ะสิ  พี่เลยรีบเคลียร์งานแล้วก็บินด่วนมานี่แหละ”  ไรอันหันไปทำความเคารพนายภัครพลและนางพัชรี

“ไรอันมาก็ดีเลยลูก  ไปเที่ยวด้วยกันสิ  พวกเรากำลังจะไปเที่ยวทะเลกัน”  นายภัครพลเอ่ยอย่างอารมณ์ดี

“ได้สิครับ  รอบนี้ผมคงจะอยู่ได้หลายวันเลย”  เขาหันไปมองพีรชยา

“งั้นเราก็รีบไปกันเถอะ  เดี๋ยวจะค่ำมืดซะก่อน”  ไมเคิลหันไปยิ้มให้ทุกคน  เขาเข็นรถเข็นให้พัชรประภา  ทุกคนเดินตามกันไป 

 

บ้านพักตากอากาศที่บางแสน

“น้องพี  เราไปเตรียมของมาทำอาหารด้านนอกกันเถอะ  คนอื่นจะได้มาทานกัน”  ไรอันชวนพีรชยาไปทำอาหารทันทีที่มาถึง

“ดีเหมือนกันนะคะ  พี่ไมเคิลกับพัชรไปเดินเล่นกันก่อน เดี๋ยวพีกับพี่ไรอันจะไปหาซื้ออาหารทะเลก่อน  พ่อกับแม่ก็พักผ่อนตามสบายเลยนะคะ”  พีรชยายิ้มกว้าง  แล้วเดินออกไปขึ้นรถกับไรอัน

“ไปเดินเล่นกันนะพัชร  เดี๋ยวพี่พาไป”  ไมเคิลเดินจูงมือพัชรประภา  แล้วทั้งสองก็พากันไปเดินเล่นที่ชายหาดส่วนตัวของครอบครัว

“ตอนฉายแสง  พัชรเจ็บมากไหม”  เขาถามเมื่อได้อยู่กันตามลำพัง

“ก็ปวดบ้างค่ะ  แต่พัชรทนได้”  เธอบอกเขา

“อดทนอีกนิดนะ  อีกไม่นาน  พัชรก็จะมองเห็นแล้ว”  เขาจุมพิตที่มือของเธอแผ่วเบา

“ค่ะ  พาพัชรลงไปในน้ำหน่อยได้ไหมคะ  พัชรอยากเล่นน้ำ” เธอขอร้องเขา

“ก็ได้จ้ะ  แต่เล่นที่ตื้นๆ นะ  เดี๋ยวน้ำเข้าตา”  แม้จะเป็นห่วง  แต่เขาก็อยากเห็นเธอร่าเริงมากกว่า

ไมเคิลจูงแขนเธอเดินลงไปในน้ำ  ระดับแค่หัวเข่า  พัชรประภานั่งลงกับพื้น  เธอใช้สองมือกวักน้ำเล่นอย่างสนุกสนานเสื้อผ้าเปียกปอนไปหมดเหมือนเด็กๆ ไม่มีผิด  นี่ขนาดมีผ้าปิดตา  เธอยังดูน่ารักขนาดนี้เลย  ดีนะที่เธอใส่เสื้อสีดำ  ไม่งั้น  เขาคงไม่ยอมให้เธอลงน้ำแน่นอน

“มาเล่นน้ำด้วยกันสิคะ”  เธอตะโกนเรียกเขา แล้วยื่นมือออกไป  เพราะไม่รู้ว่าเขาอยู่ตรงไหน

“จ้ะ  เล่นก็เล่น  พี่อยู่นี่”  ไมเคิลลงไปนั่งเล่นในน้ำกับเธอ  เขานั่งอยู่ข้างหลังเธอนั่นเอง

“ปกติน้ำทะเลตรงนี้จะใสมากเลยนะคะ  หาดทรายก็ขาวสะอาดด้วย  วันนี้มันเป็นแบบนั้นไหมคะ”  เธอถามเขา

“จ้ะ  เป็นแบบนั้นแหละ  เดี๋ยวนะ  มีปูด้วย  พี่จะจับให้นะ  ยื่นมือมาสิ”  เขาคว้าปูที่มุดออกมาจากทราย  แล้ววางมันบนมือของเธอ

“จั๊กจี้จังเลยค่ะ  เวลาเรามองไม่เห็นเนี่ย  หลายๆ อย่างมันดูน่าตื่นเต้นไปหมดเลยนะคะ”  เธอยิ้มกว้าง

“เหรอ  งั้นแสดงว่าถ้าพี่ทำอะไรพัชรโดยที่พัชรมองไม่เห็น  พัชรก็จะตื่นเต้นมากขึ้นสินะ”  เขาเริ่มคิดอะไรบางอย่าง

“นี่  กำลังคิดเรื่องไม่ดีอยู่ใช่ไหมคะ  คิดจะรังแกพัชรตอนที่พัชรมองไม่เห็นรึไงฮะ”  พัชรประภาหันมาทางเขา

“เปล่าซักหน่อย  เล่นน้ำต่อเถอะ  ว้าว...  น้ำเย็นดีจังเลยนะ” ไมเคิลยิ้มเจ้าเล่ห์ 

'ไม่ได้คิดเรื่องไม่ดีซักหน่อย  หึหึ  '  


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha