รักครั้งใหม่กับ (นาย) คนเดิม

โดย: อติญา / เก-ลิน / ติญญ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง



ตอนที่ 2 : รำลึกความหลัง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

                    เมื่อมีโอกาสปลีกตัวมาอยู่ตามลำพังวิริญจน์ก็เอาแต่นั่งทบทวนว่าตัวเองพลาดอะไรไปในความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับไอรา เธอเคยพบและคบเขาเป็นคนรักเมื่อประมาณสิบปีก่อนซึ่งทั้งสองคนพบกันโดยบังเอิญที่มหาวิทยาลัยที่หญิงสาวเรียนอยู่ ซึ่งทุกๆ ปีจะมีการจัดงานเปิดโลกการศึกษาเพื่อแนะนำคณะต่างๆ ซึ่งตอนเรียนอยู่ปีสามหญิงสาวก็ได้ช่วยทางคณะบริหารธุรกิจทำซุ้มสำหรับแนะนำการเรียนการสอนและจัดกิจกรรมให้บุคคลทั้งภายนอกและภายในได้ร่วมสนุก

                    และนั่นก็เป็นครั้งแรกที่วิริญจน์มีโอกาสได้พบกับไอราตลอดทั้งสัปดาห์ที่จัดงานนักเรียนชั้นม.ปลายหน้าตาหล่อเหลาแขนขายาวเก้งก้างแบบหนุ่มน้อยกำลังโตขยันมาเดินผ่านบูธทุกวัน


                    “สวัสดีค่ะสนใจเข้ามาดูในบูธก่อนไหมคะ” วิริญจน์เป็นคนเอ่ยทักก่อนเพราะเธอจำได้ว่าน้องคนนี้เดินผ่านหน้าเธอไปทุกวันแถมวันละหลายๆ รอบอีกด้วย

                    “พี่ชื่อชมพูนะคะเราล่ะชื่ออะไร”

                    “ผม ผมชื่อนาย” เด็กหนุ่มตอบไปหูก็แดงไปดูแล้วน่ารักดี

                    “น้องนายอยากเรียนบริหารหรือคะ? ลองเข้ามาดูก่อนไหมเดี๋ยวพี่จะแนะนำหลักสูตรให้” หญิงสาวยังคงทำหน้าที่ของตัวเองอย่างไม่ขาดตกบกพร่องสมกับว่าที่บัณฑิตเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง

                    “แต่ผมอยากรู้จักพี่มากกว่า” เพียงคำพูดสั้นๆ แค่นั้นทั้งบูธก็เงียบกริบแล้วทุกคนก็หันมาสนใจที่เด็กผู้ชายในชุดนักเรียนทันที

                    “ผมชอบพี่ชมพูครับแอบมองมาหลายวันแล้ว” เด็กหนุ่มเกาท้ายทอยตัวเองแบบเขินๆ ซึ่งเขาก็มาเฝ้าบูธคณะบริหารตั้งแต่วันแรกที่ได้เห็นหน้าพี่สาวคนสวยเพื่อนฝูงมาชวนไปดูบูธอื่นก็ไม่ยอมไป ขนาดโรงเรียนอนุญาตให้ลามาดูงานแค่วันเดียวไอราก็หาเรื่องมาดูหน้ารักแรกพบของตัวเองทุกวันจนมาถึงวันนี้ที่เป็นวันสุดท้ายเด็กหนุ่มจึงพยายามรวบรวมความกล้าเข้ามาบอกความในใจ

                    “ถ้าน้องนายยังไม่สนใจดูรายละเอียดของคณะเราในตอนนี้พี่ชมพูขอตัวก่อนนะคะยังมีงานต้องทำอีกเยอะเลย” วิริญจน์ปฏิเสธโดยพยายามไม่ให้เด็กหนุ่มเสียน้ำใจ แต่เธอก็มั่นใจว่าเห็นแววตาผิดหวังในช่วงเวลาสั้นๆ แล้วมันก็แปรเปลี่ยนกลับมาเป็นแววตาสดใสเพียงแค่เสี้ยววินาที

                    “ผมอยากคุยกับพี่ชมพูแต่จะรอให้พี่เก็บบูธก่อนก็ได้ สู้ๆ นะครับ” ไอรายิ้มกว้างให้คนตัวเล็กตรงหน้าก่อนจะเดินไปหาที่นั่งรอที่ไม่ห่างจากตรงนั้นเท่าไรนัก


                    “กลับบ้านดีๆ นะเจอกันวันจันทร์จ้ะ” ไอรามองดูคนตัวเล็กที่ยิ้มหวานบอกลาเพื่อนๆ ก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้านด้วยอารมณ์ที่ไม่ค่อยจะคงที่เท่าไหร่ ก็ทำไมพี่ชมพูคนสวยถึงต้องแจกยิ้มให้ใครๆ ไปทั่วด้วยก็ไม่รู้

                    “อ้าว! น้องนายยังไม่กลับบ้านอีกหรือคะ?” วิริญจน์เอ่ยปากถามเมื่อหันไปเห็นว่าเด็กหนุ่มในชุดนักเรียนยืนอยู่ข้างหลังตัวเธอ

                    “น้องนายรอพี่ชมพูคนสวยไงครับลืมไปแล้วหรือว่าผมบอกว่าจะรอพี่” หญิงสาวสังเกตว่าตาตี่ๆ ของชายหนุ่มมันมีแววไหววูบอยู่ในนั้นมันเหมือนสายตาของคนที่ผิดหวังยังไงก็ไม่รู้

                    “พี่ไม่ลืมค่ะแต่ว่าตอนนี้มันดึกแล้วพี่ต้องกลับบ้าน”

                    “งั้นพี่ก็ให้ผมไปส่งนะครับ เราแวะทานข้าวเย็นกันด้วยผมนะเห็นว่าพี่ยังไม่ได้ทานข้าวเย็นเลยพี่ดื่มแต่น้ำเปล่า” ถึงเขาจะนั่งอยู่ห่างๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะละสายตาไปจากคนตรงหน้าสักหน่อย

                    “หน้ามหาลัยมีบะหมี่อร่อยน้องนายทานได้หรือเปล่า?” ไหนๆ เด็กน้อยก็อุตส่าห์รอเธอจนป่านนี้แค่ไปกินข้าวมื้อเดียวคงไม่น่ามีอะไร วิริญจน์ก็เสียตรงนี้แหละที่ปฏิเสธคนไม่เป็นที่สำคัญน้องคนนี้ก็ดูเป็นเด็กดีไม่น่าจะมีพิษมีภัยอะไร

                    “ครับน้องนายทานได้ทุกอย่าง”

                    และแล้ววิริญจน์ก็ประมาทเด็กม.ห้าที่ชื่อไอราเกินไปเพราะหลังจากบะหมี่เกี๊ยวมื้อแรกผ่านพ้นมื้อเย็นวันต่อๆ ไปหญิงสาวก็จะเห็นหน้าขาวๆ ตาตี่ๆ ของเด็กน้อยมารอรับเธอกลับบ้านทุกเย็น และกิจวัตรปกติคือไอราจะพาเธอไปหาข้าวกินร้านอาหารตามสั่งในละแวกมหาวิทยาลัยไม่มีร้านไหนที่ทั้งสองคนพลาด แม้เด็กน้อยจะพยายามชวนเธอไปหาร้านอาหารอร่อยๆ ในห้างทานแต่เธอก็ปฏิเสธเพราะไม่อยากให้เขาสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ


                    “คนดีครับรอนายนานไหม?” ไอรายิ้มหวานให้เหมือนทุกครั้ง วันนี้เด็กหนุ่มในชุดกีฬานั้นดูเยินกว่าทุกวันเห็นเขาบอกล่วงหน้าเอาไว้ว่ามีนัดแข่งฟุตบอลหลังเลิกเรียนซึ่งเธอก็เข้าใจได้ว่าเด็กผู้ชายก็อยากจะมีสังคมกับเพื่อนและมันเป็นกีฬาที่สำคัญสำหรับไอรา แต่ที่หญิงสาวไม่เข้าใจก็คือตัวเธอจะมานั่งหง่าวรอเขาทำไมกันนี่สิ

                    “ไม่นานหรอกแต่ว่าแต่น้องนายเถอะสภาพนี่ดูไม่จืดเลย เหนื่อยไหมฮะเรา?” ไอรายิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดีเพราะจับได้ว่าในสีหน้าที่เรียบเฉยแต่น้ำเสียงนั้นมันเต็มไปด้วยความเป็นห่วงที่เขาสัมผัสได้

                    “น้องนายเข้ารอบชิงแล้วนะครับพี่ชมพูคนสวยจะไปดูวันแข่งรอบชิงใช่ไหมฮะ” ได้ทีเด็กหนุ่มก็อ้อนเพราะที่เขาทุ่มเทเต็มที่ก็ตั้งใจจะคว้าแชมป์มาฝากคนตรงหน้านี่แหละ ถึงการแข่งฟุตบอลนี้มันจะเป็นแค่การแข่งระดับโรงเรียนไม่ได้เป็นบอลนัดใหญ่แต่เขาก็ทุ่มเท การแข่งฟุตบอลประจำปีนี้มีขึ้นระหว่างโรงเรียนในเครือเดียวกันทั้งหมดสามโรงเรียนแต่ถ้วยรางวัลมันก็ทำให้โรงเรียนที่ได้แชมป์ยืดไปได้นานเป็นปี

                    ... และเมื่อถึงเวลานั้นเขาก็จะได้ขอพี่ชมพูคนสวยเป็นแฟนเสียที

                    “พี่สัญญาไว้แล้วว่าจะไปก็ต้องไปสิ” หญิงสาวยิ้มกว้างไม่มีสักครั้งที่เธอจะปฏิเสธเด็กขี้อ้อนคนนี้ได้ เวลาผ่านไปกี่เดือนแล้วก็ไม่รู้ที่คนตรงหน้าขยันมาสร้างรอยยิ้มให้เธอได้ทุกวัน ก็ต้องยอมรับแหละว่าวันไหนที่ไม่เห็นหน้ามันก็จะรู้สึกแปลกๆ พิกล

                    “น้องนายจะรอครับ”


                    “พี่ชมพูทางนี้ครับ” เด็กชายตัวโย่งพอๆ กับไอรายืมโบกมืออยู่หน้าประตูโรงเรียนเจ้าเด็กขี้อ้อนคงให้เพื่อนมารอรับเธอเป็นแน่

                    “ถึงเวลาแข่งหรือยัง พี่มาทันไหมคิม?” หญิงสาวที่กึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้าโรงเรียนมัธยมชื่อดังถามเพราะความกังวลใจ วันนี้อาจารย์ดันนัดคุยเรื่องจัดค่ายอาสาเธอเลยมาสายไปมาก

                    “อีกสิบนาทีจะแข่งครับพี่ชมพู ไอ้นายนั่งไม่ติดแล้วเพราะไม่เห็นพี่ชมพูมาถึงสักทีพอพี่โทรมาบอกมันก็ไล่ผมมารอรับนี่แหละ เราเข้าไปข้างในกันเถอะครับ” คิมหันต์เดินนำสาวรุ่นพี่ไปยังสนามบอลมาถึงก็พาเธอมุ่งตรงไปนั่งรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ ที่อัฒจันทร์เลย


                    “ไอ้นาย!”

                    มาถึงปุ๊บเพื่อนของเด็กหนุ่มก็พร้อมใจกันตะโกนเรียกชื่อไอราเสียเสียงดัง พอคนถูกเรียกหันมาตามเสียงก็พบหน้าหวานๆ ที่เขาเฝ้ารอมาตั้งหลายชั่วโมงก็ยิ้มกว้างอย่างไม่อายใคร

                    “แหม! ยิ้มออกแล้วไงหรือมึง” เด็กนักเรียนที่รายล้อมรอบตัววิริญจน์ต่างแข่งกันตะโกนลงไปตรงจุดพักนักกีฬา หญิงสาวก็เดาเอาเองว่าก่อนที่เธอไอราอารมณ์ไม่ค่อยจะดีสักเท่าไร

                    “เงียบหน่อยพวกมึงเกรงใจพี่ชมพูบ้างดิวะ” เป็นคิมที่ร้องห้ามเพื่อนๆ เพราะว่ากลัวพี่สาวคนสวยจะอาย

                    “สวัสดีครับพี่ชมพู พี่น่ารักเหมือนที่ไอ้นายโม้ไว้ไม่มีผิดเลย”

                    “สวัสดีครับพี่ว่าถือสาเด็กผู้ชายเลยนะครับมันก็จะวุ่นวายแบบนี้แหละ”

                        และอีกหลายๆ เสียงที่ทั้งทักทายฝากเนื้อฝากตัวกับวิริญจน์ เธอก็ได้แต่ยิ้มและหัวเราะกับท่าทางตลกๆ กับการทำตัวโหวกเหวกโวยวายของเด็กผู้ชายวัยทโมน


                    ตลอดการแข่งขันหญิงสาวยอมรับเลยว่าไม่อาจจะละสายตาออกไปจากสนามได้ทั้งๆ ที่ตัวเองไม่เคยดูฟุตบอลเลยสักครั้ง สีหน้าที่มุ่งมั่นและเอาจริงเอาจังในแบบที่เธอไม่เคยเห็นทำเอาวิริญจน์ประทับใจในตัวหนุ่มน้อยมากขึ้นทุกที ที่จริงแล้วเธอก็ยอมรับแหละว่าแอบจะหวั่นไหวเทใจไปให้เด็กขี้อ้อนอยู่บ้าง


                    “เฮ๊ย!”

                    หญิงสาวสะดุ้งเพราะความตกใจเมื่อคนที่ควรจะพักครึ่งแรกอยู่ที่ข้างสนามโผล่มายืนอยู่ข้างๆ เธอพร้อมกับผ้าเย็นที่เจ้าตัวกำลังใช้มันลูบหน้าลูบตา

                    “คิดว่าพี่ชมพูจะไม่มาซะแล้ว”

                    “สัญญาไว้ยังไงก็ต้องมาสิพอดีอาจารย์เรียกคุยหลังเลิกคลาสเลยมาช้า นายอย่าถูแบบนั้นค่อยๆ เช็ด!” หญิงสาวอธิบายเหตุผลที่ตัวเองมาช้าพร้อมๆ กับร้องห้ามคนที่กำลังตั้งตาเอาผ้าเย็นขยี้หน้าตัวเอง

                    “งั้นเช็ดให้หน่อยนะครับ” ไอราอ้อนแต่เขาก็ไม่ได้หวังว่าเธอจะทำมันจริงๆ หรอก

                    “อืม ยืนนิ่งๆ หน่อยสิครับ” มือเล็กรับผ้าขนหนูผืนบางมาจากมือหนาแล้วใช้มันซับไปตามกรอบหน้ารูปไข่ เมื่อมีโอกาสมองกันใกล้ๆ แบบนี้แล้วยิ่งเห็นว่าไอรานั้นหล่อจนออร่าพุ่งกระจาย และความเอาใจใส่นี้เป็นคำตอบอย่างดีสำหรับผู้คนที่สงสัยในความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่

ตอนนี้บรรดานักเรียนสาวทั้งหลายที่อยู่ตามขอบสนามต่างเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันเมื่อหนุ่มสุดฮอตของโรงเรียนควงสาวมหาลัยมาดูบอลนัดสำคัญนี้ด้วยยิ่งบรรดาแฟนคลับของเด็กหนุ่มถึงกับลงไปดิ้นบนพื้นกันเลยทีเดียว

                    “ตั้งใจนะ ชนะให้ได้ล่ะ” หญิงสาวยิ้มหวานพร้อมกระซิบเบาๆ ให้พอได้ยินกันสองคน ไอรากลับลงสนามไปแล้วพร้อมกับผ้าเย็นที่เจ้าตัวสัญญาจะซักเก็บไว้อย่างดี

                    ช่วงเวลาครึ่งหลังมีจังหวะที่หวาดเสียวอยู่หลายครั้งจากการเล่นนอกกติกาของคู่ต่อสู้ ไอราเองก็หวิดที่จะฟิวส์ขาดอยู่หลายครั้งถ้าไม่หันไปมองคนหน้าหวานตัวเล็กที่ยืนเชียร์อยู่ เขารู้สึกว่ารอยยิ้มพี่ชมพูประดุจดังน้ำเย็นที่ทำให้เขาเย็นกายสบายใจและอยากอยู่ใกล้ๆ พี่สาวคนสวยไปนานๆ


                    ปิ๊ดดดดด

                    เสียงนกหวีดหมดเวลาการแข่งขันดังขึ้นตามมาด้วยเสียงกู่ร้องอย่างดีใจของทีมที่กำชัยชนะและแน่นอนไอราวิ่งมาหากำลังใจที่ข้างสนามในทันที

                    “น้องนายดีใจด้วยนะ เฮ้ๆ เดี๋ยวพี่ตกปล่อยเลย!” วิริญจน์ร้องลั่นเมื่อเด็กหนุ่มอุ้มเธอแล้วหมุนตัวเองไปรอบๆ หนุ่มตี๋ยิ้มจนตาปิดเป็นขีดเดียวเธอรู้ว่าเขาดีใจและเธอก็ดีใจมากเหมือนกัน

                    “พี่ชมพู... เป็นแฟนกับผมนะครับ” อยู่ๆ เด็กน้อยก็ยิ้มหวานก่อนจะพูดในสิ่งที่ตัวเองต้องการออกมาซึ่งถ้าเขาทำแค่นั้นเธอยังจะไม่เขินเท่าไหร่ แต่ตอนนี้ไอราดันคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเธอแถมในมือยังมีดอกกุหลาบสีชมพูช่อใหญ่ที่ไม่รู้เหมือนกันว่ามันมาจากไหน

                    “เป็นแฟนกับนายนะ รู้ไหมนายตั้งใจทำวันนี้เพื่อพี่คนเดียว” เจอไม้นี้ก็คงจะแกล้งทำใจแข็งต่อไปไม่ไหวหญิงสาวพยักหน้าน้อยๆ แทนคำตอบซึ่งทุกคนที่เห็นก็เข้าใจได้เป็นอย่างดี

                    “พี่ชมพูเป็นแฟนนายแล้วนะ เฮ้ คนนี้แฟนกู!” แต่แล้วเด็กบ้าก็หันไปตะโกนใส่หน้าเพื่อนแถมยังถอดเสื้อบอลของเขามาสวมให้เธออีก เสื้อเปียกๆ แถมมีกลิ่นเหงื่อผสมกลิ่นน้ำหอมที่เจ้าตัวใช้ผสมกันเป็นกลิ่นแปลกๆ แต่คนตัวเล็กก็ไม่ได้รังเกียจอะไร

                    “นายจะดูแลพี่ชมพูให้ดีที่สุดเลย”


                    “คุณเลขาครับ คุณวิริญจน์ พี่ชมพูครับ!” ไอราตะโกนเสียงดังเพราะเรียกตั้งนานแล้วเธอก็ยังไม่เลิกเหม่อ

                    “คะ!”

                    หญิงสาวสะดุ้งเพราะความตกใจที่หันมาเห็นหน้าหล่อๆ ของเจ้านายอยู่ห่างกันแค่คืบ เธออยากจะเอามือดันหน้าของเขาให้ออกห่างหน้าตัวเองเสียเหลือเกินแต่ก็ทำไม่ได้เพราะไม่กล้าที่จะไปแตะเนื้อต้องตัวเขา

                    “เหม่อนะครับคุณเลขา” เขาแกล้งแหย่เมื่อเห็นแก้มแดงๆ เริ่มจะมีสีแดงเข้มขึ้นเรื่อยๆ

                    “ขออภัยค่ะ ไม่ทราบว่าท่านประธานมีอะไรให้ดิฉันรับใช้คะ” เมื่อตั้งสติได้หญิงสาวก็พยายามคุมสติและเสียงของตัวเองให้ดูเป็นปกติมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่หารู้ไม่ว่าเธอแสดงพิรุธออกมาให้เขาเห็นจนหมดแล้ว

                    “โต๊ะใหม่ของคุณจัดเสร็จแล้วนะครับ”

                    “อะไรนะคะ? ก็ดิฉันอยู่ที่โต๊ะทำงานแล้ว” โต๊ะใหม่อะไรกันก็เธอมีโต๊ะอยู่แล้วตรงหน้าห้องทำงานนี่ไง

                    “ไม่ใช่ครับ ต่อไปนี้คุณต้องมานั่งทำงานในห้องกับผม”


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha