รักครั้งใหม่กับ (นาย) คนเดิม

โดย: อติญา / เก-ลิน / เราพิมพ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง



ตอนที่ 3 : เธอในความทรงจำ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

                    “แต่ว่าดิฉัน”

                    “ไม่มีแต่ครับเก็บของใช้ส่วนตัวแล้วย้ายไปโต๊ะใหม่ ช่วงบ่ายวันนี้ผมอนุญาตให้คุณเลขาจัดโต๊ะได้เต็มที่แล้วพรุ่งนี้คุณต้องสอนงานผมอย่างจริงๆ จังๆ เอ่อ... ผมขอโทรศัพท์คุณด้วยครับ” ปากขออนุญาตไปพร้อมๆ กับมือที่ฉวยเครื่องมือสื่อสารเครื่องบางไปจากโต๊ะหน้าตาเฉย เขาจัดการโทรออกไปเครื่องตัวเอง เมมเบอร์ รวมถึงแอดตัวเองเข้าทุกแอปพลิเคชันที่เธอมีในโทรศัพท์

                    นับจากวินาทีนี้ไปเขาจะไม่ยอมพลาดการติดตามชีวิตของคนตรงหน้าไปอีกแล้วสิบปีที่ห่างกันมันก็ทรมานใจเขาจนเกินพอแล้ว

                    “ผมจะไปแผนกบัญชีนะครับแล้วเดี๋ยวจะกลับมาอยู่เป็นเพื่อน” ชายหนุ่มยื่นหน้าเข้าใกล้หมายจะชื่นใจแก้มนวลแต่เลขาคนเก่งก็รู้ทันเอนหลบจมูกโด่งๆ ไปได้เพียงเส้นยาแดงผ่าแปด ถึงเอาแก้มหลบเขาพ้นแต่ใจนี่ท่าจะหลบไม่ได้เพราะอัตราการเต้นของมันรุนแรงขึ้นทุกทีที่เข้าใกล้เขา... ผู้ชายอันตราย


                    หลังจากที่ถูกทิ้งให้อยู่ลำพังวิริญจน์ก็จัดการย้ายข้าวของตามคำสั่งอันดับแรกเธอหอบโน๊ตบุ๊คเข้าไปก่อนแล้วตามมาด้วยเครื่องปริ้นอีกสองเครื่องที่หนักเอาการซึ่งหลังจากก้มๆ เงยๆ ต่อสายอะไรต่อมิอะไรเรียบร้อยแล้วเธอก็หันไปจัดการกับข้าวของส่วนตัว ในห้องนี้ไม่มีตู้ลิ้นชักเก็บของเธอจึงเข็นของเก่าเข้ามาเสร็จแล้วก็หันไปเตรียมแฟ้มเอกสารซึ่งยังไม่ทันที่อะไรจะเรียบร้อยเจ้านายที่ขยันกวนหัวใจเธอก็กลับเข้ามาในห้องเรียบร้อยแล้ว

                    “ผมบอกให้คุณย้ายข้าวของส่วนตัวไม่ได้หมายความว่าต้องย้ายไอ้ของพวกนี้เพราะเดี๋ยวตามแผนกไอทีมาทำให้ก็ได้” ไอราเสียงแข็งใส่ทันทีที่เห็นเครื่องใช้สำนักงานวางเรียบร้อยพร้อมใช้งานอยู่บนโต๊ะของเลขาคนเก่ง

                    “เรื่องแค่นี้เองค่ะไม่ต้องไปกวนใครหรอก” หญิงสาวเงยหน้าจากกองเอกสารมาสบตาเขาครู่หนึ่งก่อนจะก้มลงไปแยกแฟ้มเอกสารต่อ ที่มาของกองแฟ้มมหึมาที่แทบจะล้นโต๊ะก็คือท่านประธานไฟแรงเรียกรายงานผลประกอบการและแผนการพัฒนาในส่วนของโรงแรมย้อนหลังห้าปีมาศึกษาเธอจึงต้องจัดและคัดเฉพาะข้อมูลที่สำคัญมาเตรียมไว้ให้ก่อน

                    “แต่ถึงยังไงผู้หญิงก็มีควรยกของหนักหลังคุณจะมีปัญหาเอาได้แล้วอีกอย่างผมบอกเอาไว้ว่าบ่ายนี้ให้คุณพักยังจะนั่งแยกแฟ้มอยู่อีกหรือ?” เขาบ่นพร้อมกับเดินมาหย่อนสะโพกที่โต๊ะทำงานหญิงสาว

                    “งานยังมีอีกเยอะค่ะ ถ้าดิฉันจัดเสร็จเรียบร้อยคุณจะได้เริ่มต้นได้ไวไม่ต้องเสียเวลาไงคะ” เลขาสาวยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดีขณะที่ยังไม่เลิกกวาดตาไปตามกองแฟ้ม

                    “ผมแค่ไม่อยากให้พี่ชมพูเหนื่อยเกินไปก็เท่านั้น”

                    ชายหนุ่มยื่นหน้ามาจุมพิตหน้าผากนวลก่อนจะหมุนตัวกลับไปนั่งประจำที่ที่โต๊ะทำงานของตัวเอง เขานั่งเงียบๆ แต่สายตาจับจ้องอยู่ที่โต๊ะทำงานของหญิงสาวและคิดถึงเรื่องราวต่างๆ ที่เคยผ่านมา


                    “นายพี่ว่าเราเลิกกันดีกว่าปีนึงแล้วนะแต่นายไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย” เสียงหวานของคนรักที่พูดออกแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยมาทำเอาชายหนุ่มได้ยินแล้วก็ถึงกับหน้าชาในทันที

                    “พี่ว่านายยังไม่พร้อมจะดูแลใคร ถึงพี่ดูแลตัวเองได้แต่มันก็มีบางมุมที่เราก็อยากจะให้คนรักดูแล”

                    “หมายความว่าที่ผ่านมานายดูแลพี่ไม่ดีเลยหรอ? นายพลาดตรงไหนพี่ชมพูบอกนายสิครับ” เขาเอ่ยถามด้วยเสียงที่ติดจะสั่นๆ แต่ตามันพร่าไปแล้วด้วยหยาดน้ำที่พร้อมจะไหลออกมาทุกเมื่อ

                    “นายดูแลพี่ดีแล้วครับแต่พี่นี่แหละที่เป็นคนไม่ดีเอง” ทั้งที่เตรียมใจเตรียมคำพูดมาอย่างดีแต่พอเห็นแฟนหนุ่มรุ่นน้องทำท่าเหมือนจะร้องไห้เธอก็ใจไม่ดีเอาเสียเลย อันที่จริงไอรานั้นเป็นคนรักที่ดีมากเขาเสมอต้นเสมอปลายดูแลเหมือนกับเธอเป็นเจ้าหญิง แต่ว่าเขาเอาใจใส่เธอมากจนละเลยที่จะสนใจตัวเองขนาดถามว่าอยากเรียนอะไรต่อเขายังตอบไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

                    ทั้งๆ ที่เขาพูดบ่อยๆ ว่าอยากมีครอบครัวอยากแต่งงานแต่เรื่องเรียนต่อยังไม่เคยคิดเธอก็จนใจ ถ้าเด็กหนุ่มใส่ใจตัวเองให้ได้สักเสี้ยวเหมือนที่เขาใส่ใจเธอก็มันคงจะดีไม่ใช่น้อย

                    “พี่มีคนอื่นหรอ?” เป็นคำถามที่วิริญจน์ตอบได้โดยไม่ต้องคิด เธอไม่มีใครอื่นนอกจากเด็กที่ทำหน้าเหมือนหมาถูกทิ้งอยู่ตรงหน้านี่

                    “พี่อยากให้นายใส่ใจอนาคตตัวเองบ้างอย่ามัวมาเอาใจใส่พี่เลยนะ พี่ขอบคุณจริงๆ สำหรับที่ผ่านมามันดีมากๆ จริงๆ นะ” เมื่อท่าทางของคนตัวโตเริ่มไม่สู้ดีเธอก็อยากจะรีบพูดให้มันจบๆ เธอไม่อยากให้ไอราไม่ใส่ใจในอนาคตของตัวเองแบบนี้

                    “พี่บอกนายสิว่านายต้องเป็นผู้ชายแบบไหนพี่ถึงจะพอใจ นายพอจะทำอะไรได้บ้าง”

                    “รักตัวเองไง นายต้องตั้งใจเรียนจะได้มีงานดีๆ ทำ แล้วทีนี้พอมีงานที่มั่นคงนายอยากจะทำอะไรก็ได้ตามใจ”

                    หญิงสาวคิดแค่นั้นว่าอยากให้คนรักเลิกเกาะตัดเธอเป็นตังเมแล้วเอาเวลามาตั้งใจเรียนบ้าง ผลการเรียนของไอรานั้นไม่ได้เฉียดคำว่าแย่แม้แต่น้อยแต่ในทางตรงกันข้ามเธอพูดเต็มปากได้เลยว่ามันดีมาก แต่มันจะดีไปทำไมในเมื่อเจ้าตัวเองก็ยังไม่รู้ว่าเอาวิชาความรู้ที่มีไปทำอะไรต่อ


                    เมื่อได้ยินอย่างนี้เด็กหนุ่มก็ทบทวนว่าตัวเองพลาดที่ตรงไหนแต่ที่แน่ๆ อาจจะผิดที่ไอราไม่เคยบอกว่าเขามีแผนในอนาคตตัวเองเอาไว้แล้ว เขามีกิจการที่บ้านที่ต้องไปดูแลสืบทอดจากบิดาด้วยเหตุนี้เขาเลยเย็นใจและดูเหมือนจะกลายเป็นคนไม่เอาไหนในที่สุด

                    ก็ไม่ใช่ว่าไม่อยากเล่าให้ฟังแต่ทุกครั้งที่ได้อยู่กับพี่ชมพูน้องนายคนนี้ก็ลืมทุกอย่างไปจนหมดจนสิ้นและความเฉยและไม่สนใจที่จะอธิบายของเขาเลยก่อให้เกิดปัญหาใหญ่อยู่ในตอนนี้

                    “ตกลงพี่จะทิ้งนายจริงๆ ใช่ไหม?”

                    “พี่ไม่ได้ทิ้งแต่พี่อยากให้นายตั้งใจเรียนเราเอาตัวติดกับพี่แบบนี้มันก็ไม่ค่อยดีหรอกตอนนี้นายยังเด็กถ้าโตขึ้นอาจจะรู้สึกว่าจริงๆ แล้วพี่ไม่ใช่คนที่นายต้องการก็ได้” หญิงสาวพยายามอธิบายอย่างใจเย็น เธอไม่ได้อยากจะทำร้ายความรู้สึกของคนตรงหน้าแต่ถ้าไอราไม่วางแผนอนาคตเธอก็คงจะช่วยอะไรเขาไม่ได้ เขาต้องมีอนาคตของตัวเองก่อนถึงจะมาสร้างอนาคตร่วมกับเธอได้


                    วิริญจน์เกิดมาในครอบครัวฐานะปานกลางที่มีพ่อเป็นหัวหน้าและผู้นำในครอบครัวดูแลแม่และตัวหญิงสาวซึ่งเธอก็อยากจะให้คนรักมีคุณสมบัติเป็นผู้นำเหมือนพ่อไม่ใช่เอาแต่เดินตามหลังเธอต้อยๆ

                    “พี่ชมพูก็รู้ว่านายรักพี่ แต่ก็ไม่เป็นไรครับถ้าพี่จะไม่ได้คิดแบบเดียวกับนายแล้ว” ไอราพยายามฝืนยิ้มให้ผู้หญิงที่เขารักจนหมดหัวใจ ในเมื่อเธอเลือกแล้วเขาก็คงทำอะไรไม่ได้เพราะรู้อยู่ว่าหญิงสาวเป็นคนเด็ดขาดพูดคำไหนคำนั้นอย่าไปมัวเถียงหรือต่อรองให้เสียเวลา

                    “น้องนายเข้าในที่ชมพูพูดจริงๆ ใช่ไหม... มันไม่ใช่รักไม่รักแต่...”

                    “พอเถอะครับคนดีไม่ต้องพูดอะไรแล้ว นายไปก่อนนะ” แม้อยากจะโอบกอด อยากจะจุมพิตปากอิ่มนั้นมากแค่ไหนแต่ที่ทำได้คือเดินถอยหลังจากมา เขาไม่ได้หนีแค่กลับมาตั้งหลักจริงจังกับการเรียนจริงจังกับชีวิตเพื่ออนาคตที่เธอต้องการ


                    จากวันนั้นจนถึงวันนี้รู้ตัวอีกทีก็สิบปีเข้าไปแล้วไอราขอบิดามาเรียนเมืองนอกเรียนไปเรียนมาก็จบปริญญาโท ที่เขาวางใจทิ้งหัวใจตัวเองไปนานขนาดนี้เพราะความเจ้าเล่ห์เล็กน้อยที่เขาดึงเอาหัวใจมาไว้กับครอบครัว เมื่อเขาดูแลเธอไม่ได้ก็ฝากเอาไว้ในอ้อมกอดของครอบครัวธนพัฒน์พิศาลพงษ์ที่เดียวที่เขามั่นใจว่าดวงใจของตัวเองจะได้รับการปกป้องดูแล


                    “คุณเลขาผมอยากได้กาแฟสักแก้วได้ไหมครับ” เวลาผ่านไปจนบ่ายแก่ๆ ไอราที่ยังไม่ค่อยชินกับเวลาของประเทศไทยก็เริ่มจะเกิดอาการง่วงงุน

                    “ได้ค่ะ ท่านประธานจะรับกาแฟแบบไหนดีดิฉันจะลงไปซื้อที่ร้านด้านล่างให้”

                    “แค่กาแฟดำใส่น้ำผึ้งสักช้อนก็พอแล้วครับ รบกวนหน่อยนะ” ชายหนุ่มยิ้มหวานเมื่อเห็นท่าทางกระตือรือร้นของหญิงสาวเขารอไม่นานกาแฟหอมๆ ก็มาเสิร์ฟถึงโต๊ะทำงาน

                    “ท่านประธานมีอะไรให้ดิฉันช่วยอีกไหมคะ?” เสียงหวานร้องถามขณะที่คนตัวโตกำลังเอนหลังพักสายตาระหว่างรอกาแฟ มันจะดีสักแค่ไหนนะถ้าเธอเลิกใช้ไอ้สรรพนามห่างเหินเช่นนี้

                    “เวลาอยู่กันสองคนพี่เรียกผมว่าน้องนายได้ไหม?” เขาลืมตาขึ้นมาแล้วคว้าข้อมือบอบบางเอาไว้ สิบปีที่แล้วมือเล็กๆ นี้เคยนุ่มนิ่มยังไงวันนี้ก็ยังคงเป็นแบบนั้นไม่มีเปลี่ยน

                    “ขอแค่เวลาอยู่กันสองคนนะคะ ปล่อยก่อนค่ะพี่จะไปทำงาน” ไอราไม่ยอมปล่อยมือเล็กในเมื่อรอยยิ้มที่เขาคิดถึงมาอยู่ตรงหน้าแค่เอื้อมนี้แล้วเวลาผ่านไปนานแต่ผู้หญิงตัวเล็กคนนี้ยังคิดแบบเดียวกับเขาใช่ไหม

                    “ไม่เล่นนะนาย” เธอประท้วงเมื่อจู่ๆ เขาก็กระตุกแขนตัวเองให้ลงมานั่งจุ้มปุ๊กอยู่บนตักแข็งๆ หน้าตาเฉย

                    “อยากได้กำลังใจเฉยๆ ขอจูบหน่อยนะ” จะปฏิเสธก็ไม่ทันจะได้พูดริมฝีปากอุ่นๆ ก็ประกบปิดปากอิ่มสีสวยที่กำลังอ้าค้างทันที เป็นความบังเอิญที่ลงตัวทำให้ผู้ชายตัวโตได้เปรียบเพราะเขาไม่ต้องเสียเวลาง้างปากหญิงสาวก็สามารถควานลิ้นเข้าไปฉกชิมความหอมหวานได้ตามใจ

                    แต่ไม่ว่าจะจูบกันสักกี่ครั้งก็ยังเหมือนกับตอนที่จูบกันครั้งแรกเพราะพี่ชมพูคนสวยก็ยังไม่มีการพัฒนาที่ดีขึ้นเลย แต่มันก็ดีนะเพราะเขาเองก็ได้รู้ว่าเธอไม่ได้มีเวลาไปซ้อมฝึกลิ้นกับใครที่ไหน


                    “นาย!”

                    หญิงสาวเรียกชื่อเล่นของไอราเสียงเข้มทันทีที่ชายหนุ่มยอมผละออกห่าง แค่ไม่กี่วันเธอก็โดนเขาล้วงทะลวงลิ้นไปตั้งสองครั้งเชียวนะ

                    “ครับพี่ชมพู” ชายหนุ่มยอมหยุดแล้วโอบเอวบางไว้เฉยๆ เอาคางเกยบ่าเล็กเอาไว้อย่างที่เคยทำบ่อยๆ

                    “อย่าทำแบบนี้อีกนะถ้ามีใครมาเห็นเข้ามันจะไม่ดี ตอนนี้นายเป็นถึงประธานบริษัทหัดวางตัวให้น่าเชื่อถือบ้าง” ได้ทีวิริญจน์ก็บ่นออกมาเสียยาวยืดเธอไม่ปฏิเสธสัมผัสที่คุ้นเคยนี้ทั้งที่ใจมันร่ำร้องว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง

                    “เข้าใจไหมครับเราไม่ควรทำแบบนี้ ที่นี่มีคนเข้าออกตลอดถ้ามีใครมาเห็นแล้วจะทำยังไงล่ะ” หญิงสาวเงยหน้ามองดวงตาสีเข้มคู่นั้นที่มันคุ้นเคยมานานแสนนานเธอดูตกใจเล็กน้อยที่อยู่ๆ เขาก็จับให้เธอยืนขึ้นแล้วช่วยจัดเสื้อผ้าที่ยับย่นให้เข้าที่เรียบร้อย พี่เธอพูดเพราะเป็นห่วงถ้าบังเอิญมีคนเข้ามาเห็นจริงๆ รับรองว่าจะต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ

                    “ไม่อยากให้แคร์คนอื่นถ้าเลือกได้น้องนายอยากอยู่กับพี่แค่สองคนตลอดไป” ไอราพูดเบาๆ ก่อนยกแก้วกาแฟขึ้นจิบรสชาติขมๆ มันทำให้ประสาทตื่นตัวขึ้นมากเลยทีเดียว ทำไมเขาจะไม่รูว่าเธอห่วงแต่เธอจะรู้ไหมว่าเขาเองก็ห่วงและหวงเธอมากเหมือนกัน


                    “นาย นาย น้องนายคะ”

                    “หืมม ครับพี่ชมพู” ร่างหนารู้สึกถึงเสียงเรียกและแรงเขย่าเบาๆ จึงลืมตาตื่น เขาตั้งใจจะพักสายตาสักครู่แต่ก็ดันหลับเผลอหลับไปจนได้

                    “ไปล้างหน้าล้างตาก่อนดีกว่าไหมคะตอนนี้ก็หกโมงเย็นแล้ว”

                    “หลับไปนานขนาดนั้นเชียวพี่ชมพูรอก่อนนะเดี๋ยวนายไปส่งบ้าน”

                    คนตัวโตรีบเดินไปเขาห้องน้ำส่วนตัวที่อยู่ด้านในรีบล้างหน้าล้างตาเช็คกลิ่นลมหายใจให้มันหอมสดชื่นก่อนจะเดินกลับมามองหาร่างเล็กที่หวังว่าเธอจะรอแต่ก็ไม่มี

                    ไอรารีบวิ่งออกมานอกห้องทำงานลิฟต์ที่บอกตัวเลขชั้นแสดงว่าคนตัวเล็กเพิ่งจะลงไปได้ไม่นานเขาใจเย็นพอที่จะกดลิฟต์อีกตัวแล้วรอให้มันเคลื่อนขึ้นมายังชั้นที่ตัวเองอยู่โชคยังดีที่ตอนนี้เลยเวลาเลิกงานมาพอสมควรเขาเลยไม่ต้องเสียเวลารอนาน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha