รักครั้งใหม่กับ (นาย) คนเดิม

โดย: อติญา / เก-ลิน / เราพิมพ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง



ตอนที่ 5 : หนึ่งใจเดียวกัน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

                    “อื้อ... นาย อย่าทำแบบนั้น”

                    คนตัวเล็กร้องห้ามด้วยเสียงสั่นพร่าเมื่อพ่อเจ้าประคุณจับเธอลอกคราบแล้วตั้งหน้าตั้งตาฟอนเฟ้นดอกบัวคู่งามอย่างไม่มีความปรานี ไม่รู้ว่าเขาไปเอาเรียวเอาแรงมาจากไหนถึงได้กอดรัดแล้วฟัดเสียจนตัวเธอปวดเมื่อยไปหมดอย่างนี้

                    “ชมพูไม่ชอบหรอ?” เขายังมีหน้าเงยมาถามด้วยท่าทางกวนๆ ทั้งที่ปากยังยังคาบยอดอกเธอไว้ข้างหนึ่งนี่จะทำให้อายกันไปถึงไหนนะ

                    “ชมพูรู้ตัวไหมว่าตัวเองสวยมาก ไม่ว่าจะตรงนี้ ตรงนี้ หรือตรงไหนก็สวยไปหมด” ริมฝีปากร้อนผ่าวไล่ประทับตราไปทั่วทั้งตัวไม่ว่าจะเป็นว่าจะเป็นแก้มขาว ยอดอกที่กำลังชูชันสู้มือหรือเนินนางที่ยังคงมีปราการชิ้นน้อยปกปิดไว้


                    “...”

                    ที่เงียบไม่ใช่เพราะอะไรมันเขินจนหาเสียงตัวเองไม่เจอต่างหากล่ะ


                    ไอราตื่นเต้นยังกับเพิ่งแตกเนื้อหนุ่มทั้งๆ ที่นี่ไม่ใช่เซ็กส์ครั้งแรกของเขาและไม่ใช่ครั้งแรกที่เห็นคนที่ตัวแดงเป็นกุ้งอยู่ใต้ร่างตัวเองเปลือยกาย เขาและวิริญจน์เคยพยายามจะเป็นของกันและกันเมื่อครั้งที่ยังวัยรุ่นแต่คงเพราะเป็นความด้อยประสบการณ์ครั้งนั้นเลยยังไม่มีการล่วงล้ำแถมยังไม่มีใครถึงฝั่งฝันไปได้ และชายหนุ่มก็ไม่ได้หวังว่าวันนี้ชมพูคนดีของเขาจะยังคงบริสุทธิ์ผุดผ่องแต่ในเวลานี้แค่เธอยินยอมพร้อมใจเป็นคนของเขามันก็มากเกินพอแล้ว


                    “นาย นายจ๋า”

                    “ไปหัดทำเสียงแบบนี้มาจากไหนครับคนดี บอกนายซิ หืมม” เขายิ้มกว้างเมื่อร่างเล็กบิดกายเร่าๆ ยามที่เขาลากลิ้นปัดป่ายไปทั่วกายสาว เนื้อนุ่มๆ หอมๆ นั้นทำเอาเขาอยากโจนจ้วงเข้าหาแต่ก็ต้องระงับใจเอาไว้ก่อน ก็ตอนนี้เขาไม่ใช่น้องนายเด็กน้อยไม่รู้ภาษาการจะให้คู่รักสุขสมไปด้วยกันเขาต้องเตรียมตัวเธอให้พร้อมเสียก่อน


                        “คะ ใครมันจะมาสอน บ้า อ่ะ อ่า”

                    เสียงหวานครางกระเส่ายามลิ้นร้ายโจมตีเข้าที่จุดอ่อนไหวเธอไม่รู้หรอกว่าเขากำลังทำอะไรกับมันบ้างเพราะตอนนี้ได้แต่นอนครางเพื่อระบายความปั่นป่วนในช่องท้อง

                    “จุ๊บ ชอบใช่ไหมล่ะ” ชายหนุ่มแกล้งเย้าเมื่อปฏิกิริยาตอบรับนั้นเป็นไปในทางบวกเขาเลยตัดสินใจแยกสองขาเรียวให้กางอ้าแล้วตั้งหน้าตั้งตาเล้าโลมด้วยริมฝีปากและลิ้นอย่างต่อเนื่อง พูเนื้อสาวสีสดไร้รอยช้ำเบื้องหน้าทำให้เขาอดยกยิ้มอย่างภูมิใจไม่ได้

วิริญจน์ไม่เคยมีใครนอกจากเขาเลยจริงๆ เห็นเช่นนี้ไอรายิ่งอยากจะถนอมดวงใจเอาไว้ไม่ให้บอบช้ำอยากให้ครั้งแรกของเธอนั้นประทับติดตราตรึงใจไปตลอดกาล


                    “คนบ้า! เอามือออกไปเลยนะชมพูเจ็บ”

                    เมื่อคนตัวโตเล่นทีเผลอสอดนิ้วพรวดพราดเข้าไปสุดนิ้วสาวเจ้าก็ร้องดิ้นโวยวายเสียงดังจนต้องปิดปากด้วยลิ้นเสียชุดใหญ่ แต่พออะไรๆ ชักจะเริ่มเข้าที่เข้าท่าเขาก็สามารถขยับนิ้วเขาออกในโพรงน้ำผึ้งแสนหวานได้เร็วขึ้น เสียงเฉอะแฉะที่ดังเบาๆ ทำเอาเขาไม่อยากจะทนอีกต่อไปแล้ว

                    “คนดีเจ็บนิดนึงนะครับ”

                    วิริญจน์ไม่อาจจะแยกแยะได้แล้วว่าเวลานี้เขาเตือน เขาบอก หรือเขาขอเพราะมันหูอื้อตาลายแถมในท้องก็ยังวูบโหวงไปหมด ตัวมันเบาๆ เหมือนจะบินได้ยังไงอย่างงั้นเลย


                    “โอ๊ย นาย”

                    “ชู่ว... นิดเดียวนะครับคนดี”


                    “นาย... เจ็บนะ!”

                    ไม่ว่าจะเตรียมพร้อมสักแค่ไหนพอเจอนายน้อยเข้าไปไอราก็ถึงกับสูดปากหน้ายู่เพราะเขาก็เจ็บไม่ต่างจากคนรักสักนิด

                    “อยากเจ็บทีเดียวหรือค่อยๆ เจ็บ” ในที่สุดชายหนุ่มก็เป็นฝ่ายถามออกมาจนได้

                    “อือ เจ็บทีเดียวเลย นายเร็วๆ ชมพูจะแย่แล้ว” หญิงสาวร้องลั่นเพราะความคับแน่นตรงส่วนนั้นมันให้ความรู้สึกเหมือนร่างจะฉีกอยู่รอมร่อ มันเจ็บ เจ็บจนเกินจะหาคำมาบรรยาย

                    ไอราก็ว่าง่ายทันทีที่เธอขอเขาขยับบั้นเอวก็ถอนแก่นกายที่ล่วงล้ำเข้าไปได้แต่เพียงส่วนปลายมาจ่อที่ปากทางที่คับแน่นแล้วกระแทกพรวดเดียวเข้าไปเต็มแรง


                    “โอ๊ย!”

                    เสียงกรีดร้องมาพร้อมกับแรงกัดที่บ่าหนา ช่วงเวลาเหมือนมันจะหยุดเดินไปชั่วครู่ไอระหยุดขยับโอบรัดร่างเล็กเอาไว้เสียแน่นพยายามถ่ายทอดความอบอุ่นและความรักที่ส่งไปถึงใจเธอส่วนคนตัวเล็กก็โอบกอดเขาด้วยความรักเช่นกัน

                    “นายขยับนะคนดี อั้นไม่ไหวแล้ว”

                    เขาร้องขอด้วยเสียงที่สั่นพร่าตามแรงอารมณ์ช่องทางที่คับแน่นมันตอดรัดเสียจนเขาเริ่มจะยั้งอารมณ์ไว้ไม่อยู่


                    “นาย ชมพูเจ็บ”

                    “ทนนะคนดี เจ็บนิดเดียวนะคะ” แขนแกร่งยันตัวขึ้นแล้วจัดท่าจัดทางเสียใหม่โดยการยกสองขาเรียวให้พาดอยู่บนบ่าหนาก่อนจะใช้หมอนใบเล็กหนุนสะโพกให้ลอยสูงขึ้นก่อนขยับเขยื้อนเคลื่อนเอวเป็นจังหวะช้าๆ เนิบนาบแต่เน้นๆ ทุกจังหวะ

                    ใบหน้าหวานแดงก่ำไปตามแรงอารมณ์ที่ถูกปลุกปั่นเธอหน้าร้อนวูบวาบทั้งยังวูบโหวงไปทั่วท้องน้อยตั้งแต่เกิดมาเป็นตัวเป็นตนไม่เคยจะรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองเท่าครั้งนี้มาก่อนเลยจริงๆ

                    เวลาเคลื่อนผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้สองกายเปลือยเปล่าเนื้อตัวเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อยังคงมัวเมาอยู่ในเกมกามที่หวานซึ้ง ความเจ็บปวดในช่วงแรกนั้นบัดนี้กลับเลือนหายเหลือไว้เพียงความกระสันเสียวที่ไม่รู้จุดสิ้นสุดนั้นมันอยู่ทิศทางใดและจะมาถึงในตอนไหน


                    “ซี๊ดด ขยับหน่อยครับชมพู”

                    ชายหนุ่มร้องขอเมื่อปรับเปลี่ยนท่วงท่าให้หญิงสาวพลิกขึ้นเป็นฝ่ายคุมเกมรัก มองจากมุมนี้ไอรายอมรับเลยว่าวิวมันดีจริงๆ มือใหญ่ช่วยกระตุ้นคนไม่ประสาด้วยการจับช้อนบั้นท้ายของเธอไว้ทั้งสองมือก่อนจะช่วยขยับชักนำให้ส่วนลูกศิษย์หัวไวก็ทำตามอย่างว่าง่ายขยับสะโพกขึ้นลงประดุจเต้นระบำพร้อมกับควบขี่ลำกายชายที่แข็งขืนไปด้วย


                        “นะ นาย ชมพูรู้สึกแปลกๆ อูยย”

                        เมื่อเธอขย่มข่มขี่ไปได้สักพักอาการตุบๆ ที่จุดนั้นมันก็ทำเอาเธอเกร็งไปหมดด้านชายหนุ่มซึ่งสัมผัสได้ถึงการตอดรัดที่กระชับถี่ก็จัดการกระชับเอวเธอไว้มั่นแล้วสวนสะโพกตัวเองเข้าไปแทนจนลาวาอุ่นร้อนที่กักเก็บเอาไว้มันพวยพุ่งเข้าหาโพรงน้ำผึ้งหวานให้เธอตอบรับเขาไว้จนมันท่วมท้นจนล้นออกมาเปรอะถึงซอกขาขาวๆ

                    วิริญจน์ตาพร่ารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะจมน้ำแล้วมีอ้อมแขนที่อบอุ่นกระชากร่างให้พ้นมาจากกระแสธารที่ไหลเชี่ยว ร่างนวลฟุบลงกับอกแกร่งทันทีที่บทรักจบสิ้นแล้วคนตัวเล็กก็ไม่มีสติจะรับจะรู้อะไรอีกเลย

                    ชายหนุ่มยกยิ้มอย่างภูมิใจที่ในที่สุดเขาก็ได้เธอคืนมาอยู่ในอ้อมกอดทั้งๆ ที่อยากจะรักให้มากกว่านี้แต่คนดีของเขาก็คงจะไม่ไหว เอาเป็นว่าให้มันค่อยเป็นค่อยไปก็แล้วกันเพราะถึงขนาดเจ้าตัวจะไม่ประสาแต่ก็ทำเอาเขาอิ่มเอมไปทั้งใจเลยทีเดียว

                    หลังจากที่พาตัวเองไปชำระล้างร่างกายจนสะอาดดีก็ถึงคราวที่จะต้องจัดการเช็ดเนื้อเช็ดตัวคนอ่อนเปลี้ยเพลียแรงที่หลับสนิทอยู่บนเตียง ไอราต้องใช้ความสามารถในการข่มใจอย่างสูงสุดที่จะไม่ยุ่มย่ามรุ่มร่ามใส่คนตัวเล็กที่นอนหลับไม่รู้เรื่องไม่รู้ราวแถมยังส่งเสียงครางหวานๆ ยามที่เขาลากไล้ผ้าเปียกๆ เช็ดไปทั่วร่างกายเธอ


                    กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง

                    “สวัสดีครับพ่อ” เมื่อเอนกายลงเตียงกว้างหมายจะกอดคนรักแล้วหลับไปด้วยกันเสียงโทรศัพท์เจ้ากรรมก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียได้

                    “นาย ลูกติดธุระอะไรหรือเปล่าลูกบลองซ์เพิ่งโทรมาบอกว่าเดินทางมาเมืองไทยตอนนี้อยู่สนามบินนายช่วยไปรับหน่อยได้ไหม เธอมาก็เรื่องโรงแรมที่เรามีหุ้นนี่แหละเห็นว่าจะจัดแถลงข่าวก่อนวันเปิดตัว” เขานึกแล้วว่าต้องมีเรื่องด่วนไม่เช่นนั้นบิดาไม่โทรมาดึกๆ ดื่นๆ หรอกแถมตอนนี้พ่อกับแม่เขายังบินไปเชียงใหม่เพื่อไปช่วยเลี้ยงลูกแฝดของพี่สาวที่ต้องไปประชุมไกลถึงฮ่องกง

                    “เดี๋ยวผมไปรับเองครับพ่อแล้วยัยนั่นจะไปพักที่ไหนครับ?” บลองซ์กับเขามีความหลังร่วมกันอยู่เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่เขาสานสัมพันธ์หลังจากเลิกรากับวิริญจน์ไป แต่ควงกันแค่พักเดียวก็มีอันต้องแยกทางเพราะผู้หญิงคนนี้มีอารมณ์และรสนิยมที่ซับซ้อนและหลังจากนั้นเขาก็ได้เรียนรู้ว่าเธอก็เป็นเพื่อนที่ดีมากกว่าคนรักเยอะเลย

                    “เดี๋ยวนายมานะครับ จุ๊บ” หลังจากลุกไปแต่งตัวเรียบร้อยชายหนุ่มก็แวะมาหยุดอยู่ที่เตียงนอนและริมฝีปากอุ่นจุมพิตหน้าผากนวลก่อนที่ไอราจะเดินออกไปจากห้องเขาก็ดูจนแน่ใจว่าหญิงสาวห่มผ้าจนอุ่นดีพอ เขากลัวเธอจะไม่สบายอยู่หรอกแต่ก็คิดว่าไปแค่แป๊บเดียวไม่กี่ชั่วโมงเธอยังคงไม่ตื่นมาแน่ๆ เขาไม่อยากคิดเลยว่าถ้าลืมตาตื่นมาแล้วชมพูไม่เห็นหน้าสามีเธอจะใจเสียสักเพียงไหน


                    กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง

                    “กำลังไปแล้วยูรอเป็นไหมบลองซ์ถ้ารอไม่ได้ก็เรียกแท็กซี่เอา” ตั้งแต่บิดาให้เบอร์เขาไปสาวฝรั่งหัวทองก็โทรมาเป็นครั้งที่สามใจความของบทสนทนาก็คือจะเร่งให้เขาไปรับเร็วๆ

                    “ยูช้าแล้วยังจะมาขึ้นเสียงอีกนะ ยูมันเฮงซวยจริงๆ” อ้าว... อยู่ดีๆ ก็โดนด่าเสียอย่างนั้นยายฝรั่งนมโตมันไปอารมณ์เสียมาจากไหนวะ?

                    “บลองซ์ไปโมโหอะไรมาฮะ? ใจเย็นๆ สิบอกว่ากำลังไปอยู่นี่ไงไอทิ้งชมพูไปหาเลยนะช่วยสำนึกด้วย” ได้ทีก็ขอบ่นสักหน่อยเถอะ

                    “ไออยากเจอชมพูยูพาเธอมาด้วยสิ” น้ำเสียงสาวฝรั่งเปลี่ยนเป็นตื่นเต้นทันทีเมื่อได้ยินชื่อบุคคลที่สาม บลองซ์รู้จักพี่ชมพูก็เพราะเขาเล่าเรื่องราวให้เธอฟังนั่นแหละ ถ้าเป็นเมื่อก่อนรสนิยมทางเพศของเธอยังไม่ชัดเจนเหมือนตอนนี้รับรองว่าเขาเองก็ไม่ลังเลเลยที่จะพาทั้งคู่มารู้จักกัน

                    “กลัวไอจะจีบชมพูหรอ ไม่รับปากว่าจะไม่จีบเพราะไอก็ยังไม่เคยมีสาวไทยเป็นแฟนเลยสักคน” เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายขี้หึงแล้วตัวเธอมันก็ชอบแกล้งเลยอยากจะแหย่สักหน่อยก็เท่านั้นเอง

                    “วางไปเลยบลองซ์ไอจะขับรถแล้วเดี๋ยวเจอกัน” ไอราตัดสายอย่างอารมณ์เสียยิ่งบลองซ์พูดแบบนี้เขาไม่มีทางให้ทั้งคู่เจอหน้ากันเด็ดขาด!


                    “ทางนี้นายไออยู่นี่!”

                    เสียงโหวกเหวกโวยวายเป็นใครไปไม่ได้นอกจากบลองซ์สาวเมริกันผมทองทรงสะบึมที่ยืนโบกไม้โบกมือให้เขาอยู่

                    “ไง” ไม่รู้ว่าคนฟังจะเรียกสิ่งที่เพื่อนสนิทพูดออกว่าว่าเป็นคำทักทายหรือคำถามดี ไม่เจอกันตั้งนานเจอหน้าไอรากลับพูดออกว่าแค่คำว่าไง

                    “ไปพักที่โรงแรมก่อนละกันนะมาซะดึกคงยังหาที่พักที่ยูต้องการไม่ได้หรอก”

                    “แหม ยูก็บ่นเป็นพ่อเลยนะไปโรงแรมนายนั่นแหละฉันจะได้ไปแอบดูการจัดการเอามาปรับปรุงโรงแรมตัวเอง ยิ้มหน่อยน่าเดี๋ยวพาไปดื่มนะจะได้อารมณ์ดี” บลองซ์เห็นชายหนุ่มทำหน้าเครียดๆ ก็เลยเสนอเลี้ยงเครื่องดื่มเพราะเธอจำได้ว่าที่บาร์ของโรงแรมมีเครื่องดื่มเด็ดๆ หลายอย่างและไม่ใช่จะเด็ดแค่เครื่องดื่มเพราะบาร์เทนเดอร์ก็เด็ดไม่แพ้กัน

                    “ไม่อ่ะชมพูอยู่คนเดียวไอแอบมา”

                    “ไม่เอาน่าไอไม่ได้มาเมืองไทยตั้งนานยูต้องทำหน้าที่เจ้าภาพที่ดีต้องรับขับสู้แขกบ้านแขกเมืองหน่อยสิ” ไม่เจอกันแค่ไม่นานไม่รู้บลองซ์ไปหัดจะคำพูดสำบัดสำนวนพวกนี้มาจากไหน

                    “จะไปก็เร็วๆ เลยแต่ยังไงไอก็จะกลับก่อนเช้านะ” ไอราพูดตัดบทเพราะรู้ว่าตัวเองขัดใจแม่ฝรั่งบ้าพลังไม่ได้ง่ายๆ แน่ เอาเป็นว่าแวะดื่มสักหน่อยแล้วค่อยหาทางชิ่งกลับก็แล้วกัน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha