สาวน้อยร่านรัก เล่ม 4

โดย: อัณณากานต์



ตอนที่ 1 : ในห้วงแห่งความทุกข์


ตอนต่อไป


ภาณุเดชทรุดกายลงไปนั่งที่เก้าอี้ สุดาเป็นลมจนต้องแอดมิทเป็นผู้ป่วยไปอีกคน ชายหนุ่มหมดเรี่ยวแรงอยากตะโกนออกมาดังๆ ให้กับโชคชะตาที่แสนโหดร้าย เขาเสียลูกไปแล้วลูกจากไปแล้วทั้งที่ยังไม่ได้เห็นหน้ากันยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นเพศอะไรแล้วมันก็มีความเสี่ยงที่สูงเหลือเกินที่ณดาก็อาจจะจากเขาไปอีกคน

          ร่างกายณดาอ่อนแอมากส่วนจิตใจมันเกินที่จะบรรยายว่าบอบช้ำขนาดไหนจากเรื่องพิกุลและเมื่อเธอตื่นขึ้นมาและรู้ว่าลูกน้อยจากไปแล้วณดาจะรับมือกับมันยังไง ภาณุเดชไม่เคยอยากเข้มแข็งมากเท่านี้มาก่อนเลยในชีวิต นาทีนี้เขาต้องเป็นเสาหลักให้ณดาและแม่ของเธอ

          “อ๊าก” ภาณุเดชทุบมือลงกับอ่างล้างหน้าและตะโกนออกมาด้วยความคับแค้นใจแต่ความเจ็บปวดที่มือก็ไม่อาจไล่ความโศกเศร้าไปจากใจได้ เขาวักน้ำใส่หน้าสองมือใหญ่หยาบยกขึ้นมาปิดใบหน้าไว้เขาเหนื่อยเหลือเกินอยากทิ้งตัวลงนอนตรงนี้ให้มันสิ้นเรื่องสิ้นราวไปแต่ยามที่เขาหลับตาใบหน้าของณดาก็ลอยเข้ามาเขาจะอ่อนแอไม่ได้

          คุณแม่ครับ เป็นยังไงบ้างครับหลังจากเรียกสติเข้าร่าง ภาณุเดชก็รีบเดินมาที่ห้องคนไข้ทันทีเขาขอร้องเป็นกรณีพิเศษให้คนไข้สองคนพักด้วยกันเพราะเขาไม่สามารถแยกร่างไปดูแลทั้งคู่ได้ในเวลาเดียวกัน ตัวเขาร่วมบริจาคสร้างตึกในจำนวนเงินหลักล้านจึงได้ห้องพักแบบพิเศษด้วยความเต็มใจอย่างยิ่งจากทางโรงพยาบาล

          แม่ดีขึ้นแล้ว เดชไปดูน้องเถอะ สุดาไม่ได้เป็นอะไรมากแค่ตกอกตกใจตามประสาคนแก่ก็เลยเป็นลมไปแต่ลูกสาวที่นอนหน้าซีดไร้สีเลือดอยู่ข้างๆ มันช่างดูน่ากังวลเหลือเกิน เธอเสียหลานไปแล้วจะมาเสียลูกสาวไปอีกหรืออย่างไร

          ภาณุเดชเดินมานั่งทรุดกายที่เก้าอี้ข้างๆ เตียง สุดามองภาพตรงหน้าแล้วก็ทุกข์ทรมานใจเหลือเกิน พ่อเดชหมดเรี่ยวหมดแรงจากคนหนุ่มที่เคยมีกำลังวังชากลับดูอ่อนล้าโรยแรงจนนางหวั่นใจว่าจะป่วยตามกันไปอีกคน ชายหนุ่มกุมมือลูกสาวของเธอไว้แล้วเหม่อมองใบหน้าของคนที่หลับสนิทอย่างเลื่อนลอย

          พี่เดช ณดาเจ็บท้องณดารู้สึกตัวแล้ว เธอเอาอีกมือที่ภาณุเดชไม่ได้เกาะกุมไว้ไปจับท้องตัวเองด้วยความทรมาน มันปวดร้าวไปหมดและเมื่อเห็นสีหน้าของเขาก็ใจหายวาบ

          พี่เดชลูกของเราเป็นอะไรรึเปล่าคะ ณดาถามและกลั้นใจรอคำตอบแต่พี่เดชก็ไม่พูดอะไรกับเธอเลย

          ณดา เจ้าตัวเล็กไปสบายแล้วลูกหนูลื่นล้มหมอช่วยไว้ไม่ทัน เป็นเสียงแม่ดาที่ตอบและเธอก็เพิ่งเห็นว่ามารดานอนอยู่บนเตียงคนไข้เช่นกัน

          ไม่จริงใช่ไหมคะพี่เดช เธอถามแล้วเขย่าแขนเขาแรงๆ

          พี่เดชพูดกับณดา ได้โปรด

          ลูกไม่อยู่แล้วค่ะณดา พี่เดชตอบและเธอก็เห็นว่าหน้าตาของเขามันทุกข์ทรมานเพียงใด ณดาล้มตัวลงไปนอนอีกครั้งเธอร่ำไห้โดยไม่มีเสียงสะอื้นเล็ดลอดออกมาแม้แต่นิดเดียว

          ณดาปล่อยให้น้ำตารินไหลออกมาเรื่อยๆ สองมือกุมท้องที่เคยเป็นที่พักพิงของลูกน้อยซึ่งบัดนี้จากเธอไปแล้ว พี่เดชซบหน้าลงมาและกุมมือเธอไว้แน่นแล้วเขาก็ร้องไห้โฮ สุดาหันหน้าหนีไปมองทางอื่นและร่ำไห้ออกมาเช่นกัน

          ดวงขวัญลางานแบบเร่งด่วนและขึ้นเครื่องมาเกาะสมุยทันทีหลังวางสายจากภาณุเดช อนุศักดิ์มารับที่สนามบินแล้วพามาส่งที่โรงพยาบาล เมื่อมาถึงก็พุ่งตัวไปที่ประชาสัมพันธ์สอบถามเลขห้องของณดาเธอเดินเข้ามาโดยที่ไม่มีใครสักคนรู้ตัว

          ภายในห้องมีคนป่วยหนักทางใจอยู่สามคน ดวงขวัญกวาดตามองแล้วก็เศร้าเสียใจจนไม่รู้จะหาคำใดมาเทียบได้ พี่เดชกำลังซบหน้าร้องไห้อยู่กับณดา ส่วนแม่ดาก็มีสีหน้าปวดร้าวไม่แพ้กัน

          คุณแม่ พี่เดช สวัสดีค่ะดวงขวัญเอ่ยขึ้น

          ขวัญ ณดาเรียกชื่อเพื่อนรักแล้วก็ปล่อยโฮออกมาอีกรอบ

          ไม่เป็นไรนะแก แกยังมีฉันอยู่ภาณุเดชลุกขึ้นให้เพื่อนได้ทักทายกัน ดวงขวัญโผเข้ากอดเพื่อนแล้วต่างคนต่างก็ร้องไห้

          แกมาเหนื่อยๆ กินอะไรมารึยังขวัญณดาปล่อยเพื่อนออกจากอ้อมแขน

          กินมาบนเครื่องแล้วแกไม่ต้องห่วงฉันหรอก พี่เดชกับคุณแม่อยากทานอะไรกันเป็นพิเศษไหมคะเดี๋ยวขวัญลงไปซื้อให้ ณดาเอาขนมดอกไม้เหมือนเดิมเนอะ ดวงขวัญคิดว่าสิ่งที่ดีที่สุดในตอนนี้คือให้ทุกคนได้ทานอะไรบ้างไม่อย่างนั้นคงป่วยตามกันไปหมดทั้งบ้านแน่ๆ เธอไล่มองใบหน้าแต่ละคนแล้วก็สงสารจับใจจะมีใครทุกข์และเสียใจได้เท่านี้อีก

          พี่เอาอะไรก็ได้ขวัญ เอาน้ำสับปะรดมาให้ณดาด้วยนะพี่เดชตอบ

          แม่ก็เหมือนกัน ขอบใจมากนะลูกอาหารโรงพยาบาลจืดชืดแม่กินไม่ลงเลยแล้วดวงขวัญก็ขอตัวออกไป

          พี่เช็ดหน้าให้นะคะณดา พี่เดชลูบแก้มของเธอเบาๆ แล้วเขาก็เอาผ้าขนหนูชุบน้ำมาเช็ดให้

          ณดาขอโทษที่รักษาลูกไว้ไม่ได้ เธอจับมือเขาไว้แล้วเริ่มร้องไห้อีกครั้ง

          ณดาไม่มีสติ ณดาไม่ระวังตัวเองเลยเสียลูกไป ณดาขอโทษที่ทำให้พี่เดชเจ็บปวดทำให้แม่เสียใจ 

          พี่เดชอย่าเกลียดณดานะ แล้วณดาก็รั้งตัวเขาลงไปกอด สองมือของเธอกำแน่นไว้ที่เสื้อ

          พี่ไม่มีทางเกลียดณดา อย่าคิดแบบนั้นนะพี่ห้ามพี่สั่งเข้าใจไหมมันเป็นอุบัติเหตุไม่มีใครอยากให้เกิดแต่ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้วพี่ก็อยากให้ณดายอมรับมันอย่าโทษตัวเองเข้าใจไหมคะ เขาแกะมือเธอออกจากหลังแล้วเอาสองมือหนาประคองใบหน้าที่ทุกข์ระทมของเธอไว้ เขาพูดกับเธอจ้องลึกไปในดวงตาของเธอว่าเขายังรักเธอเหมือนเดิม

          ค่ะ พี่เดช

          แม่เป็นยังไงบ้างจ๊ะ เจ็บตรงไหนไหม

          ไม่เป็นอะไรแล้วลูกแค่ตกอกตกใจตามประสาคนแก่ นี่ไม่คิดเลยนะว่าจะได้มานอนด้วยกันในโรงพยาบาลยังกะไปพักตากอากาศแน่ะ สุดากล่าวอย่างอารมณ์ดีแล้วลูกสาวเธอก็ยิ้มออกมานิดนึง

          ไม่เอาละค่ะแม่ นอนด้วยกันแบบนี้ณดาไม่ชอบเลยเธอตอบแล้วทำหน้าหงอย

          งั้นก็รีบหายสิลูกจะได้กลับบ้านกัน

          ดวงขวัญหายไปชั่วโมงกว่าๆ แล้วเธอก็หอบของพะรุงพะรังกลับมาเป็นสิบๆ ถุง มีทั้งอาหารพร้อมทาน ผลไม้ น้ำและขนม เธอซื้อข้าวต้มร้อนๆ หอมฉุยมาสามถุง ผัดกะเพราไก่สามกล่อง ข้าวมันไก่สามกล่องและยังมีก๋วยเตี๋ยวอีกสามถุงด้วย ส่วนขนมเยอะจนเหมือนไปเหมามาทั้งร้าน น้ำดื่มมีตั้งแต่น้ำแดง น้ำสับปะรด น้ำมะเขือเทศ ส่วนขนมก็มีแต่ของโปรดณดาทั้งนั้นและสุดท้ายผลไม้สดมีส้ม สับปะรด มะม่วง ชมพู่และมะละกอ

          ขวัญซื้อมาอย่างละสามเลยใครอยากทานอะไรบ้างเอ่ย ดวงขวัญพยายามทำบรรยากาศภายในห้องให้มันรื่นเริงที่สุดเท่าที่มันจะเป็นได้

          ณดา นี่น้ำมะเขือเทศของโปรดแกดวงขวัญเตรียมจะรินใส่แก้ว

          ณดาดื่มได้ไหมคะ ภาณุเดชรีบถามทันทีเมื่อเห็นดวงขวัญรินน้ำมะเขือเทศสีแดง

          ณดาเขาไม่ค่อยชอบอะไรสีแดงๆ ตั้งแต่เกิดเรื่องน่ะขวัญพี่เดชรีบเสริมให้เธอเข้าใจ

          แก ฉันไม่รู้ขอโทษนะ งั้นเอาน้ำสับ...

          เอาน้ำมะเขือเทศแหละแกขอบใจนะ ฉันต้องเข้มแข็งสักทีจะคอยแต่ให้ใครมาโอ๋มาเอาใจตลอดมันไม่ได้แล้ว ณดาจะพยายามค่ะพี่เดชณดาหันไปบอกทุกคน เธอจะมัวทำตัวอ่อนแอป้อแป้เกาะติดเป็นปลิงให้พี่เดชต้องดูแลทุกฝีก้าวไม่ได้อีกแล้ว พี่เดชมีงานต้องทำและเธอก็เป็นกำลังใจเดียวของเขา

          มื้ออาหารเย็นนั้นถือเป็นมื้อที่น่าจะมีความสุขมากมื้อหนึ่งถ้าไม่ติดว่าเธอเพิ่งจะเสียลูกไปในเช้าวันเดียวกัน ดวงขวัญพยายามเต็มที่ให้ทุกคนหัวเราะและยิ้มออกมา ณดามองหน้าเพื่อนแล้วก็เต็มตื้นอยู่ในใจที่เธอมีเพื่อนแสนดีอยู่เคียงข้างแบบนี้

          เอาสีอะไรก่อนดี ดวงขวัญหยิบขนมโปรดแกะออกจากถุง มันคือขนมบิสกิตรูปดอกไม้ธรรมดาๆ ที่หาซื้อได้ง่ายๆ ตามร้านทั่วไปแต่มันเป็นของโปรดของเธอกับดวงขวัญตั้งแต่สมัยเรียนเพราะมันถูกและหาซื้อง่ายยิ่งซื้อในสหกรณ์โรงเรียนจะถูกกว่าร้านข้างนอกสองบาทเลยทีเดียว สมัยเด็กๆ เงินแค่บาทสองบาทมันก็มีค่าสำหรับเธอสองคนมาก

          สีชมพู ณดาเลือกสีโปรดของตัวเองและดวงขวัญก็เลือกสีน้ำตาลไป ขนมมีไส้ทั้งหมดสามสีคือ สีครีม สีชมพูและสีน้ำตาล ณดาจะเลือกสีชมพูส่วนดวงขวัญก็จะเลือกสีน้ำตาลทุกครั้งส่วนสีครีมทั้งคู่ก็จะแบ่งกันกินคนละครึ่ง เธอกับขวัญกินขนมนี้ด้วยกันมาเกือบสิบปีแล้ว ทั้งคู่ชอบแอบเอาไปกินในห้องเรียนหรือไม่ก็ตอนนั่งรถกลับบ้าน

          กินกันตั้งแต่เด็กจนโตไม่เบื่อกันบ้างหรอลูก สุดาถามด้วยความเอ็นดู

          ไม่จ้ะแม่หนูยังไม่เคยเบื่อขนมอะไรสักที แม่กินไหมจ๊ะ

          กินกันเถอะลูก แม่ไปอาบน้ำดีกว่า

          พี่เดชทานไหมคะ ณดาหันมาถามและยื่นขนมให้เขาหนึ่งชิ้น

          พี่เอาสีครีม ป้อนด้วยได้ไหมคะ ณดาป้อนขนมให้พี่เดชแล้วจูบที่หน้าผากเป็นของแถม

          เออ ขวัญแล้วนี่แกจะนอนที่ไหนใครจะมารับไปโรงแรม ณดานึกได้เอาตอนเกือบสี่ทุ่มเพราะมัวแต่นั่งคุยนั่งเล่นกันอยู่จนลืมเวลา

          ขวัญนอนที่นี่แหละค่ะ พี่ก็ด้วยมีเตียงผ้าใบอยู่ตรงมุมนั้นพี่ขอกับพยาบาลไว้แล้วพี่เดชตอบเธอ

          แกไปนอนโรงแรมไหมขวัญจะมานอนหลังขดหลังแข็งที่นี่ทำไม ฉันไม่ได้เป็นอะไรแล้วณดาเกรงใจที่ทุกคนต้องมานอนเฝ้าเธอแบบนี้ ด้านร่างกายเธอเชื่อว่าไม่มีอะไรต้องห่วงมีแค่จิตใจเท่านั้นที่ต้องกังวล

          ก็ฉันอยากนอนกะแกที่นี่ แกจะไล่ฉันทำไมเนี่ยณดาดวงขวัญเริ่มทำหน้าตูม

          โอเคๆ เดี๋ยวพรุ่งนี้เราไปทัวร์โรงอาหารของโรงพยาบาลกันถ้าไปได้นะ แล้วดวงขวัญก็เข้าไปอาบน้ำ ส่วนสุดาอาบเสร็จเรียบร้อยแล้ว

          พี่เดช ณดาอยากอาบน้ำค่ะเธอหันไปบอกด้วยความเคยชินแต่เขากลับทำหน้าเลิ่กลั่กใส่

          ณดาไปอาบคนเดียวนะคะ เดี๋ยวพี่รอหน้าห้องน้ำภาณุเดชตอบแบบอ้อมแอ้มไม่เต็มเสียงและหลบตาทุกคน

          เข้าไปอาบกับน้องแหละเดช น้องยังไม่แข็งแรงเกิดพลาดล้มขึ้นมาอีกจะแย่เอา สุดาหันมาบอกแล้วกลับไปอ่านหนังสือต่อ

          ขอบคุณนะคะ เมื่อเข้ามาอยู่ในที่ลับตากันสองคน ณดาก็จูบภาณุเดชไปทั่วหน้า

          ขอบคุณเรื่องอะไรคะ เขาถามด้วยความงุนงง

          ขอบคุณที่ไม่โกรธณดาแต่ช่วงนี้ณดาขอทานยาคุมก่อนได้ไหมคะ ณดายังไม่พร้อมเผื่อ...

          ได้ค่ะ ไว้เราไปซื้อด้วยกันนะคะเมื่อณดาเห็นร่างเปลือยเปล่าของเขา เธอก็ร้องไห้ออกมา

          เป็นอะไรคะณดา เจ็บตรงไหนภาณุเดชถามด้วยความตกใจ

          คือ ช่วงนี้ณดาคงไม่พร้อมจะรักกับพี่เดช ณดากลัว

          พี่เข้าใจค่ะ ณดาไม่ร้องนะ ณดาอยากให้พี่ไปใส่เสื้อผ้าไหม

          ไม่ค่ะ ณดาอยากให้พี่เดชรู้ว่าณดากำลังกลัวและสับสนไม่ใช่ว่าณดาไม่รักหรือไม่ต้องการพี่เดชนะคะ เธอพูดแล้วโอบกอดร่างเปลือยเปล่าของเขาไว้แน่น เมื่อออกมาจากห้องน้ำแม่ดาก็หลับไปแล้วส่วนดวงขวัญก็เอาเก้าอี้ผ้าใบมากางนอนเรียบร้อย

          ฝันดีนะขวัญ ณดาบอกแล้วล้มตัวลงนอนข้างพี่เดชและเมื่อหลับตาภาพเหตุการณ์อันเลวร้ายก็กลับมาหาเธอทันที เธอซุกหน้าแน่นลงไปที่อกของเขาพยายามเก็บกลั้นเสียงที่พร้อมจะกรีดร้องออกมาไว้สุดแรง

          เราจะผ่านมันไปด้วยกันค่ะ พี่เดชจับมือเธอไว้และกระซิบที่ข้างหูเบาๆ ณดากำมือเขาไว้แน่นสักพักเธอก็คลายมือออกแล้วหลับไป ณดาไม่ได้ตื่นมากรีดร้องเลยเพราะเมื่อหัวค่ำพยาบาลจัดยานอนหลับให้ทาน ร่างกายณดาต้องได้รับการพักผ่อนแบบล้ำลึกเธอเหนื่อยอ่อนและเครียดสะสมมาพักใหญ่ๆ แล้ว

          การได้นอนหลับลึกๆ โดยไม่ต้องสะดุ้งตื่นตอนกลางดึกเป็นสิ่งที่จำเป็นมากสำหรับณดาในเวลานี้

          ณดานอนอยู่โรงพยาบาลห้าวันเต็มๆ โดยมีมารดา ดวงขวัญและภาณุเดชเฝ้าไข้ตลอดเวลา วิไล อนุศักดิ์และจิราภาก็มาเยี่ยมสองครั้งแล้วพร้อมคำอวยพรจากคนที่โรงแรม

          โชคชะตายังไม่ใจร้ายกับทั้งคู่เกินไปนักอาการณดาดีวันดีคืนแบบไม่น่าเชื่อ ภาณุเดชเห็นว่าณดาพยายามอย่างยิ่งที่จะควบคุมความรู้สึกและความกลัวของตัวเองให้ได้ซึ่งเขาดีใจเหลือเกินที่ณดาทำได้ ห้าคืนในโรงพยาบาลณดาทานยานอนหลับในสามคืนแรกส่วนอีกสองคืนที่เหลือเธอขอให้หมอลองงดจ่ายยา เธอสะดุ้งตื่นและละเมอเท่านั้นไม่ได้กรีดร้องหวาดกลัวเหมือนคืนแรกๆ

          มาค่ะณดากลับบ้านเรากัน พี่เดชยื่นมือมาให้เธอจับ แม่กับดวงขวัญเดินตามมาข้างหลังระหว่างทางที่เดินออกจากโรงพยาบาลณดาเห็นผู้หญิงอุ้มเด็กอ่อนเธอได้แต่มองภาพนั้นด้วยความเสียใจ พี่เดชกดให้เธอเอาศีรษะไปซบที่แขนเขาแล้วรีบเดินไปให้พ้นจากตรงนั้น

          ป้าอิ่มมารอรับด้วยปกติเธอจะไม่ค่อยเห็นป้าเท่าไหร่นัก

          ป้าเอามะปรางมาฝากค่ะคุณณดา ส่งตรงมาจากสวนเลยป้าอิ่มยื่นมะปรางถุงใหญ่ให้เธอ

          ป้าอิ่มคะ หนูบอกกี่ครั้งแล้วให้เรียกณดาเฉยๆเธอรับถุงมาวางบนโต๊ะแล้วกอดป้าอิ่มไว้แน่น

          ขอบคุณนะคะป้าอิ่มที่ดูแลณดากับพี่เดชอย่างดี นี่แม่ดาแม่ของณดาค่ะแล้วก็ดวงขวัญเพื่อนสนิท ทั้งสามคนทักทายกันแล้วต่างก็แยกย้ายกันไป ป้าอิ่มได้เวลากลับบ้านแล้วส่วนแม่ดากับขวัญก็เข้าห้องเพื่อไปเก็บของส่วนตัว

          ขวัญ นอนกับแม่หรอ ทำไมไม่นอนคนเดียวล่ะห้องก็มีตั้งสองห้อง

          เพราะอีกห้องค่ำนี้น้องดลกับน้องฝ้ายจะมานอนค่ะ ป้าละม่อมกับลุงคำอ้ายก็จะมาด้วยแต่พี่จะให้ไปนอนที่โรงแรม พี่เดชเดินมาตอบแทนยัยขวัญ

          จริงหรอคะพี่เดช

          จริงๆ เขาจะมากันตั้งหลายวันแล้วแต่ที่โรงพยาบาลมันไม่สะดวกรองรับคนเยอะๆ พี่เลยรอให้ณดาออกมาก่อนดีกว่า เดี๋ยวรถที่โรงแรมจะไปรับมาส่งนี่ก็คงลงเครื่องกันแล้ว

          ค่ำนั้นทั้งแปดคนมีภาณุเดช ณดา สุดา ดวงขวัญ คำอ้าย ละม่อมและน้องดลกับน้องฝ้ายนั่งรับประทานอาหารเหนือฝีมือป้าละม่อมอย่างเอร็ดอร่อยและละม่อมก็ไม่ลืมที่จะหอบสตรอว์เบอร์รีมาฝากเธอหลายสิบกล่อง

          แม่คุณของป้า ขวัญเอยขวัญมานะเจ้าคะ หลังทานอาหารเสร็จป้าละม่อมก็รวบเธอไปกอดแล้วลูบหัวลูบหลังอยู่เป็นนาน  

          ณดาไม่เป็นไรแล้วค่ะ ณดาอ่อนแอเกินไปลูกเลยไม่อยากมาอยู่ด้วยรอให้ณดาแข็งแรงกว่านี้ก่อนณดาเชื่อว่าลูกต้องกลับมาหาค่ะป้าละม่อม

          ขอบคุณมากนะคะลุงคำอ้ายที่มาหาณดา

          ขวัญ ดล นอนห้องนี้นะณดาจูงมือน้องคนละข้างแล้วพาไปที่ห้อง

          นอนได้ไหม อยากได้อะไรเพิ่มกันรึเปล่าทั้งคู่ตอบว่าทุกอย่างที่มีก็เกินพอแล้วเธอจึงปล่อยให้น้องได้พักผ่อน

          โอ๊ย พ่อเลี้ยงจะไปนอนไกลๆ รับส่งให้ลำบากกันทำไมเจ้าคะ นอนที่เรือนเล็กข้างนอกก็ได้เจ้าค่ะเช้ามาละม่อมจะได้เดินมาหาแม่เลี้ยงน้อยได้เลยไม่ต้องรอให้ใครมารับมาส่ง ณดาเดินออกมาก็เห็นว่าป้าละม่อมกำลังคุยกับพี่เดชอยู่ด้วยสีหน้าดื้อดึงส่วนพี่เดชก็มีสีหน้าลำบากใจ

          ณดามาพอดีเลย ช่วยพี่หน่อยค่ะ ป้าละม่อมกับลุงคำอ้ายไม่ยอมไปนอนโรงแรมจะไปนอนในห้องฟิตเนสกันมันใช่ห้องนอนที่ไหนกัน พี่เดชฟ้องเธอเป็นชุด

          แม่คุณของป้า ป้าอุตส่าห์นั่งเครื่องมาตั้งไกลจะให้ป้าแยกไปนอนที่อื่นทำไมกันเจ้าคะ ให้ป้านอนที่เรือนเล็กข้างนอกนะเจ้าคะ ป้าอยากอยู่ใกล้ๆ แม่คุณละม่อมเปลี่ยนมาอ้อนวอนณดาแทน

          ตามใจป้าละม่อมเขาเถอะค่ะพี่เดช เดี๋ยวณดาไปเอาฟูกนอนผ้าห่มแล้วก็หมอนให้นะคะ พูดจบณดาก็เดินเข้าไปในห้องเพื่อหยิบเครื่องนอน ภาณุเดชทำได้แค่เดินตามไป

          ถ้าเปลี่ยนใจบอกผมได้ตลอดนะครับ พี่เดชย้ำทิ้งท้ายก่อนจะปล่อยให้ทั้งคู่ปูที่หลับที่นอนในห้องฟิตเนสและเมื่อกลับมาห้องนอนตัวเองณดาก็อดหวาดหวั่นไม่ได้ ภาพเหตุการณ์วันที่ลื่นล้มมันค่อยๆ เข้ามารบกวนจิตใจเธอทีละนิด

          ไปอาบน้ำแล้วมานอนเตียงนิ่มๆ ของเราดีกว่าค่ะตัวเล็ก ณดาหลับสนิทบนเตียงและอ้อมแขนที่คุ้นเคยโดยไม่มีฝันร้ายมารบกวนจนถึงเช้า เธอลืมตาตื่นมาอีกทีเพราะได้ยินเสียงคุยกันจ้อกแจ้กนอกห้องจึงหยิบเสื้อคลุมมาสวมแล้วเดินออกไปดู เธอลืมไปเสียสนิทว่าตอนนี้ไม่ได้อยู่กับพี่เดชแค่สองคน

          โอ้โฮ นี่ทำเลี้ยงคนทั้งเกาะหรอคะเนี่ยณดามองข้าวต้มทะเลหม้อใหญ่แล้วร้องออกมา

          อยู่กันแปดคนนะลูก ลืมหรอณดาแม่ดากำลังชิมรสข้าวต้ม

          จริงสิ ณดาก็ลืมไปเลยน้องยังไม่ตื่นหรอคะเธอหันไปถามแม่ ส่วนดวงขวัญกำลังตั้งโต๊ะอาหารเตรียมแก้วเตรียมชามวุ่นอยู่

          ตื่นแล้วอาบน้ำกันอยู่หนูก็ไปอาบซะลูกแต่ถ้าพี่เขายังไม่ตื่นก็ไม่ต้องปลุกนะ ปล่อยให้พักผ่อนไปเถอะแม่ดาหันมาบอกแล้วคนข้าวต้มต่อ

          ณดาเดินกลับเข้าไปในห้องพี่เดชก็ยังไม่ตื่น เธอจึงค่อยๆ เดินย่องเข้าห้องน้ำไป เธอกลัวเหลือเกินยามที่ต้องเดินผ่านประตูนี้ไปคนเดียวแต่เธอต้องเข้มแข็งเธอต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ได้

          เห็นไหมว่าทำได้ ณดาพูดกับตัวเองในกระจกหลังแปรงฟันเสร็จโดยไม่มีพี่เดชยืนอยู่ข้างๆ เธอบีบยาสีฟันใส่แปรงไว้ให้เขาแล้วจึงอาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อย

          ณดาอยู่ไหนคะ พี่เดชออกมาเรียกหาเธอหน้าตาตื่นตอนสิบโมงกว่า

          อยู่นี่ค่ะ เธอชะเง้อคอให้เขาเห็นตัวเพราะนั่งอยู่บนพื้นบ้านกับน้องทั้งสองและยัยขวัญ ทั้งสี่คนกำลังเล่นเกมเศรษฐีที่น้องฝ้ายอุตส่าห์หอบมาจากกรุงเทพ

          ทานข้าวกันรึยังเด็กๆ พี่เดชถามรวมๆ แล้วทุกคนก็ตอบว่าอิ่มกันพุงจะแตกแล้ว

          พี่เดชไปอาบน้ำนะคะ ณดาจะไปอุ่นข้าวต้มให้หลังทานข้าวเสร็จเขาก็ทำหน้าสีหน้าแปลกๆ เหมือนจะพูดอะไรแต่ไม่กล้าพูด

          มีอะไรคะพี่เดช เธอถามแล้วบีบมือเบาๆ

          พี่ต้องเข้าไปทำงานแล้วค่ะแต่พี่ไม่อยากทิ้งณดาไปเลย ภาณุเดชตอบด้วยสีหน้าที่มันทั้งกังวลห่วงใยและรู้สึกผิดผสมกันไปหมด

          ไปทำงานเถอะค่ะ ณดาไม่ได้อยู่คนเดียวนะคะอยู่กันเต็มบ้านขนาดนี้ณดาไม่มีเวลาคิดมากหรอก มาค่ะพี่เดชไปเปลี่ยนเสื้อกัน เมื่อได้กลับมาทำอะไรที่เคยทำเหมือนปกติมันก็ทำให้รู้สึกว่าควบคุมชีวิตตัวเองได้ เธอจะไม่จมอยู่กับความเศร้าให้คนรอบข้างต้องมาพะวงกังวลอีกแล้ว

          ตั้งใจทำงานนะคะไม่ต้องเป็นห่วงณดา ทุกคนที่นี่ไม่ยอมให้ณดาคลาดสายตาหรอกค่ะและณดาก็จะเข้มแข็งเพื่อพี่เดช ณดารู้ว่าณดาเป็นหัวใจของพี่เดช หัวใจต้องเข้มแข็งค่ะ เธอพูดและก็ตั้งใจจะทำมันให้ได้จริงๆ

          ณดาของพี่เก่งที่สุดเลยค่ะ พี่เดชจูบหน้าผากเธอแล้วก็ออกไปทำงาน เธอไม่มีเวลาให้เศร้าเลยเพราะทุกคนต่างหาอะไรมาให้ทำไม่ได้เว้นจังหวะสักนิดจนหมดวัน

          ณดาแปลกใจตัวเองที่การสูญเสียลูกไม่ได้ทำให้เธอเศร้าหรือเสียใจจนควบคุมตัวเองไม่ได้เหมือนครั้งที่พิกุลอาจเป็นเพราะคราวพิกุลมันกะทันหันและเป็นการจากไปอย่างทรมานเธอเลยกลัวแต่กับลูกน้อยถึงจะจะไม่ทันตั้งตัวแต่ณดาคิดว่าลูกคงไม่ได้ทรมานมากนัก เธอคิดว่ามันคงเป็นสิ่งที่ฟ้ากำหนดมาแล้วว่าลูกไม่ควรเกิดมาในขณะที่จิตใจของเธอมีแต่ความหวาดกลัวและภาพหลอน

          ทุกอย่างเกิดขึ้นมีเหตุผลเสมอ คำนี้ยังใช้ได้ดีสำหรับเธอ เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เธอรู้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นพี่เดชจะรักเธอเสมอ ไม่ว่าเธอจะผิด พลั้ง พลาด ร้ายแรงแค่ไหนพี่เดชพร้อมจะเคียงข้างเธอทุกเวลาและมันทำให้เธอรู้ว่าเธอก็เข้มแข็งได้ถ้าพยายามมากพอ

          ดวงขวัญกลับไปก่อนเป็นคนแรกเพราะลางานมาจะสิบวันแล้วและก็ตามด้วยน้องดลกับน้องฝ้าย ส่วนป้าละม่อมลุงคำอ้ายและแม่ดากลับไปหลังสุด

          แม่คุณของป้าดูแลตัวเองดีๆ นะเจ้าคะป้าละม่อมน้ำหูน้ำตาไหลกอดลาเธอก่อนจะขึ้นเครื่องบิน

          ผมลานะครับพ่อเลี้ยง นายแม่ลุงคำอ้ายกล่าวลาเช่นกัน

          แม่ไปนะลูก แล้วจะมาหาใหม่เดือนหน้าสุดาเอ่ยลาเป็นคนสุดท้าย

          เมื่อกลับมาอยู่กันสองคนบ้านก็ดูเงียบเหงาลงถนัดตาแต่ณดาก็ไม่ได้รู้สึกเศร้าอะไร เธอเก็บเกี่ยววันเวลาที่แสนดีไว้เต็มหัวใจแล้ว ตลอดเวลาที่ได้อยู่กับทุกคนณดามีความสุขมากการได้นั่งทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งครอบครัวทำให้เธอรู้ว่าสิ่งที่ยังเหลืออยู่สำคัญกว่าสิ่งที่จากไปแล้วแค่ไหน

          ณดาเหงาไหมคะ พี่เดชถามเธอก่อนเข้านอน

          ไม่ค่ะเราอยู่กันสองคนมาตั้งนานแล้วนะ แล้วพี่เดชก็ไม่เคยทิ้งให้ณดาเหงาเลย

          พี่เดชคะ ทำไมณดาไม่มีอารมณ์เลยในที่สุดเธอก็ตัดสินใจถามเขาเพราะมันดูไม่ปกติเลยที่เธอไม่มีความต้องการในร่างกายพี่เดช จริงอยู่ที่เธอยังกอดและจูบเขาด้วยความรักทุกวันเหมือนเดิมแต่พอนึกไปถึงการแนบแน่นแบบนั้นกลับทำให้กลัวขึ้นมาซะเฉยๆ

          เพราะณดายังกลัวเกี่ยวกับการสูญเสียไปอยู่ค่ะ

          แล้วพี่เดชไม่อึดอัดหรอคะ 

          ไม่ค่ะ

          แล้วพี่เดชมีอารมณ์บ้างไหมคะเวลาณดาไม่มีอารมณ์ ณดายังคงซักไซ้ถามต่อไป

          มีปกติค่ะแต่พี่รอให้ณดาพร้อมเท่านั้นพี่ถึงจะทำ ณดาไม่ต้องกังวลนะคะ พี่เดชตอบกลับแล้วกอดเธอให้แน่นขึ้น

          หรอคะ งั้นณดาทำให้พี่เดชนะคะถึงณดาไม่มีอารมณ์แต่ณดาทำให้ได้ค่ะ พูดจบณดาก็เลื่อนตัวลงไปที่กลางกายของเขา

          ซี๊ด ณดาขาพี่เดชครางระส่ำออกมาไม่ขาดปาก ณดาตั้งหน้าตั้งตากอบกุมความเป็นชายของเขาเข้าปาก ถึงเธอไม่มีอารมณ์แต่ก็ไม่ควรปล่อยให้สามีอัดอั้นมานานเป็นเดือนๆ ขนาดนี้

          ณดาขา อ๊าน้ำรักของพี่เดชทะลักทะล้นออกมามากมายจนปากเล็กๆ ของเธอเก็บกักมันไว้ไม่หมด มันไหลย้อยลงมาที่หน้าขาของพี่เดชเธอก็ตามไปไล้เลียให้จนหมด

          เดี๋ยวณดาไปเอาผ้ามาเช็ดให้ พี่เดชนอนรอเฉยๆ นะคะ ณดาสั่งไม่ให้ลุกไปไหนซึ่งเขายินดีทำตามเป็นอย่างมากเพราะขาแข้งมันสั่นไปหมด หลังจากแกนกายกลับมาสะอาดแล้วณดาก็ล้มตัวลงนอนข้างๆ

          ณดารักพี่เดชนะคะ เธอจูบที่ไหล่ของเขาแล้วเอาหน้ามาซุกและก็หลับไป ส่วนภาณุเดชก็หลับไปด้วยความสบายตัวเหลือเกินสำหรับคืนนี้

 

          ปีใหม่ปีนี้เธอกับเขาไม่ได้ไปฉลองที่ไหนกันเพราะเหตุการณ์ที่สูญเสียพิกุลไปและตอนนี้มันก็เลยปีใหม่มาสามเดือนแล้วแต่เธอก็อยากจะฉลองย้อนหลังสักหน่อยเช้าวันที่หนึ่งมีนาคม ณดาจึงลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวและเริ่มกลับไปทำงาน

          ของขวัญปีใหม่ย้อนหลังให้พี่เดชค่ะ ณดาจะกลับไปทำงานไปนั่งข้างๆ พี่เดชเหมือนเดิมแล้วดีใจไหมคะ สองแขนของเธอโอบกอดเขาไว้แล้วเงยหน้ามาคุยด้วยดวงตาเป็นประกายสดใส

          ประกายสดใส ณดาของเขากลับมาแล้ว

          ดีใจที่สุดเลยค่ะที่รัก พี่เดชกดจูบลงมาทั่วใบหน้าของเธอซ้ำไปซ้ำมา เมื่อมาถึงที่ทำงานพี่วิไลกับจี๊ดก็ดีใจกันยกใหญ่

          คิดถึงจังเลยณดา พี่วิไลกอดเธอ

          คิดถึงมาก จี๊ดลากเสียงยาวแล้วเข้ามากอดเธอบ้าง

          ณดาคิดถึงออฟฟิศ คิดถึงการได้นั่งอยู่ข้างๆ พี่เดชได้แอบมองเวลาเขาทำงานด้วยความตั้งใจ เธอคิดว่ายิ่งกลับมาทำอะไรให้เป็นปกติมากขึ้นเท่าไหร่ชีวิตก็จะกลับมาเข้ารูปเข้ารอยเหมือนเดิมเท่านั้นโดยเฉพาะเรื่องบนเตียง เธอกังวลใจมากกับความผิดปกติข้อนี้แต่พี่เดชกลับไม่กังวลเลย

          เป็นเพราะเธอบอกว่าไม่มีอารมณ์พี่เดชจึงไม่กล้าที่จะเริ่มและเล้าโลม ใช่แน่ๆ มันต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ เพราะพี่เดชไม่กล้าแตะต้องตัวเธอด้วยความต้องการเธอก็ยิ่งหมดความต้องการไปกันใหญ่ เธอต้องทำอะไรสักอย่างแล้วคืนนี้

มันจะยากแค่ไหนกันเชียวที่จะทำให้ตัวเองกลับมามีอารมณ์อยากร่วมรักและเร่าร้อนกับสามีอีกครั้ง

 


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha