สาวน้อยร่านรัก เล่ม 4

โดย: อัณณากานต์



ตอนที่ 3 : วันครอบครัว


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


“อืม พี่เดช ไม่แกล้งสิ” ทั้งสองคนเพิ่งอาบน้ำเสร็จ ณดานั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งกำลังจะถักเปียแต่สามีอาสาจะช่วยถักให้ เขาหวีผมให้เธออย่างนุ่มนวลค่อยๆ แบ่งผมออกเป็นสามช่อแต่แล้วก็เปลี่ยนใจก้มลงมาซุกไซ้ที่ซอกคอและใบหูแทน

          “สัญญาก่อนว่ารอบนี้จะพอแล้วนะคะ” โดนทั้งไซ้ทั้งขยำแบบนี้ใครจะทนได้

          “สัญญาค่ะ ณดาลุกขึ้นนะคะ” เธอลุกขึ้นแล้วเขาก็มานั่งบนเก้าอี้ ณดาค่อยๆ หย่อนร่างนุ่มนิ่มของเธอลงบนตักอันแข็งแกร่งของสามี

          “พี่เดชอ่อนโยนกับณดาเสมอยกเว้นเจ้านี่” ณดาก้มหน้าลงไปพูดกับเจ้าอาวุธยักษ์ที่มันแข็งขันใส่เธอตลอดตั้งแต่รู้จักกันมา

          “ซี้ด แกล้งพี่คืนหรอคะ” ณดาเอาเนินเนื้อถูไถอาวุธคู่กายของเขา น้ำหวานใสอาบอิ่มอยู่กับแท่งเอ็นใหญ่ยักษ์ไปทั่วแกน

          “ก็ลองพูดกันดีๆ ดูค่ะ เผื่อจะอ่อนโยนลงบ้าง” ณดาพูดแล้วแลบลิ้นให้เขา

          “แลบออกมาอีกทีสิ” พี่เดชมองตาเธอขึงขัง

          “แบร๋” ครั้งนี้เธอทั้งแลบลิ้นทั้งทำเสียง

          “อือ  อืม” แล้วณดาก็โดนเอาคืน พี่เดชประกบปากดูดดุนลิ้นเล็กๆ ของเธอจนแทบหายใจไม่ทัน

          “ทะเล้นนักนะเรา” เขาถอนปากออกมาแล้วก้มลงไปส่งยอดอกของเธอเข้าปาก

          “อืม พี่เดชขา” สองมือเล็กๆ ของณดาเกาะบ่าเขาไว้แน่น ส่วนเขายังเพลิดเพลินกับเนินอกอวบอิ่ม

          “ณดา มองกระจกสิคะ” เมื่อหันไปมองตัวเองในกระจกเธอก็เขินอายจนหน้าแดง ณดาไม่เคยเห็นหน้าตัวเองตอนร่วมรักมาก่อนเลยมันดูเย้ายวนเว้าวอนและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน

          “เห็นไหมคะว่าณดาน่ารักขนาดไหน” พี่เดชกระซิบบอกเธอ ณดาอายเหลือเกินเธอไม่รู้ตัวเลยว่าหน้าตามันจะเป็นแบบนั้น มิน่าล่ะพี่เดชถึงไม่เคยอดใจกับเธอได้เลย

          “ไม่ต้องอายค่ะที่รัก” พี่เดชจับศีรษะเธอเบาๆ ให้หันกลับไปทางกระจก

          “อือ อ๊าย” ณดาปรือตามองตัวเองในกระจก แก้มของเธอขึ้นจ้ำแดงๆ ดวงตาหวานเชื่อมหยาดเยิ้ม เวลาเธอเสร็จสมหน้าตาเป็นแบบนี้เองสินะ

          “ที่นี้เข้าใจรึยังคะ ว่าทำไมพี่ชอบให้ณดาเสร็จ” พี่เดชซุกไซ้ที่หน้าอกเธออย่างแสนรัก

         

          ชีวิตของเธอกลับมาเป็นปกติแล้วภาพหลอนของพิกุลไม่มากล้ำกรายอีก เธอยังคงฝันถึงพิกุลอยู่แต่ไม่ใช่ในสภาพที่เลือดเต็มตัว เธอฝันเห็นพิกุลอยู่ท่ามกลางเหล่าหมาแมวที่วิ่งเล่นกันอยู่บนปุยเมฆขาวๆ แต่หลังจากที่เสียลูกไปณดามักจะฝันเห็นเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ หน้าตาละม้ายคล้ายเธอแต่มีดวงตาสีดำสนิทเหมือนพี่เดช ปากเด็กน้อยพูดคำว่าแม่แต่ไม่มีเสียงออกมา ณดาคิดว่าเด็กคนนั้นคงจะเป็นลูกชายของเธอที่จากไป

          “คืนก่อนณดาฝันถึงพิกุลอีกแล้วค่ะพี่เดช พิกุลอยู่บนก้อนเมฆกับหมาแล้วก็แมวเต็มเลย” ณดาเงยหน้ามาพูดกับเขาหลังจากก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่พักใหญ่

          “พรุ่งนี้วันที่ยี่สิบห้าพอดี ณดาอยากไปใส่บาตรไหมคะ”

          “ดีเลยค่ะ แล้วณดาก็...” เธอลังเลว่าจะบอกอีกความฝันดีไหม

          “มีอะไรคะ” พี่เดชเลื่อนเก้าอี้มาหาเธอ

          “ณดาฝันเห็นเด็กผู้ชายสองสามครั้งแล้วค่ะ หน้าตาคล้ายๆ ณดาแต่นัยน์ตาเหมือนพี่เดช”

          “ณดาขอโทษนะคะที่ทำให้เขาไม่ได้เกิดมา”

          “เราเคยคุยกันแล้วไม่ใช่หรอคะณดาว่ามันไม่ใช่ความผิดใครทั้งนั้น ณดาเชื่อเรื่องสิ่งที่ฟ้าเบื้องบนกำหนดไม่ใช่หรอคะ จำได้ไหมที่ณดาบอกว่าเราสองคนมาเจอกันเพราะพรหมลิขิตเพราะคนบนฟ้ากำหนดไว้ พี่เชื่อว่าที่เจ้าตัวเล็กจากไปมันก็คือสิ่งที่เขากำหนดไว้แล้วเหมือนกัน”

          “พี่เชื่อเหมือนณดาอีกอย่างนะที่ว่า อะไรเกิดขึ้นมันมีเหตุผลเสมอเราสองคนถึงจะเสียลูกไปแต่มันก็ทำให้รู้ว่าเรารักกันมากแค่ไหน ใช่ไหมคะณดา”

          “ค่ะ พี่เดช” ณดาตอบแต่น้ำตาก็ยังคลอหน่วยไม่หาย

          “มีอะไรอยากพูดกับพี่อีกไหมคะ” เขาจับมือเธอมาบีบเบาๆ

          “ณดาบอกพี่ได้ทุกอย่าง ณดารู้ใช่ไหม”

          “ถ้าณดามีลูกไม่ได้อีกแล้วล่ะคะพี่เดช” เธอบอกความกังวลใจออกมา

          “ไม่มีเราก็อยู่กันสองคนไงคะ มานี่มา” พี่เดชจับเอวของเธอแล้วรั้งให้มานั่งบนตัก

          “ณดาจะมีหรือไม่มีลูกพี่ก็รักณดาเหมือนเดิมนะคะ เข้าใจไหม”

          “ไม่เศร้านะ ยิ้มให้พี่ดูก่อน” แล้วณดาก็ยิ้มหวานให้เขาแถมจูบเบาๆ ให้อีกหนึ่งที

          “ก๊อกๆๆ นายหัวคะ วิไลค่ะ” ภาณุเดชบอกอนุญาตแล้วณดาจึงกลับไปนั่งที่ตัวเอง

          “นายหัวคะ ลูกค้าที่จองวิลล่าหลังสุดท้ายช่วงสงกรานต์ส่งอีเมลมาเมื่อกี้นี้ค่ะว่าขอยกเลิกการจอง เขาโดนรถชนมีจดหมายรับรองแพทย์แนบมาเรียบร้อยเลยค่ะ นายหัวจะให้วิไลตอบหรือนายหัวจะตอบเองคะ” วิไลมีสีหน้ากังวลเพราะมันเป็นการจองที่ค่อนข้างหลายคืนแถมมายกเลิกกะทันหันแบบนี้ทำให้โรงแรมเสียโอกาสในการขายห้องไปพอสมควร

          “เดี๋ยวผมตอบเองครับคุณวิไลผมจำได้ลูกค้าคนนี้มาหลายครั้งแล้วรบกวนส่งอีเมลมาให้ผมเลยนะครับ ผมจะตอบกลับเดี๋ยวนี้เลย” วิไลจึงเดินออกไป

          “พี่เดชอย่าคิดเงินเขาเลยนะคะ เขาโดนรถชนก็แย่พออยู่แล้ว” ถ้าในเชิงธุรกิจณดารู้ว่าความคิดแบบนี้มันไม่ให้ผลดีกับโรงแรมแน่ๆ แต่ถ้าในเรื่องจิตใจณดาว่ามันได้ผลเกินคุ้ม

          “เอาอย่างนี้ดีไหม พี่จะส่งอีเมลไปถามเขาว่าจะให้เลื่อนการเข้าพักไปแบบไม่มีกำหนดหรือว่าอยากให้ทางโรงแรมคืนเงิน”

          “ดีค่ะ ขอบคุณนะคะ” แล้วภายในวันเดียวกันลูกค้าคนนั้นก็ส่งอีเมลตอบกลับมาว่าขอเลื่อนการพักไปช่วงกลางปีและขอบคุณสำหรับข้อเสนอนี้อย่างสุดหัวใจ แถมยังลงท้ายมาว่าคิดถึงกาละแมกับมะม่วงกวนที่เกาะสมุยเป็นที่สุด

          “วิลล่าว่างแล้ว ณดาไม่ชวนแม่มาล่ะคะสงกรานต์ณดาจะได้มีเพื่อนเล่นน้ำ”

          “รักพี่เดชที่สุดเลย” ณดาหอมแก้มเขานับครั้งไม่ถ้วน

          หลังจากโทรนัดแนะกันเรียบร้อย แม่ดา น้องดล น้องฝ้ายและดวงขวัญจะมาถึงวันที่สิบแล้วก็จะกลับกันวันที่สิบเจ็ด ยกเว้นแม่ดาที่คงอยู่ถึงปลายเดือน

          “ณดา เดี๋ยวบ่ายๆ พี่ว่าจะไปซื้อกาละแมกับมะม่วงกวนส่งไปให้ลูกค้าณดาไปกับพี่นะ แล้วเย็นๆ ก็ไปหาอะไรทานกัน”

          “ได้เลยค่ะพี่เดชใจดี๊ ใจดี” เธอตอบรับเสียงใส

          “พี่ใจดีขึ้น อ่อนโยนขึ้น คิดถึงคนอื่นมากขึ้นก็เพราะณดารู้ไหมคะ ณดามาเปลี่ยนให้พี่เป็นคนที่ดีขึ้น” เขานั่งคุกเข่าลงกับพื้นแล้วจับมือณดาไว้และก็เช่นกันท่าทางออดอ้อนแสนจะอ่อนโยนแบบนี้เขาก็ไม่เคยทำกับใครเลยตั้งแต่เกิดมา มีแค่ณดาคนเดียวนี่แหละที่ทำให้เขาเปลี่ยนไปได้มากมายขนาดนี้

          “เดี๋ยวคืนนี้มีรางวัลให้ค่ะ” เธอกระซิบที่ข้างหูเบาๆ

          หลังจากซื้อของและส่งให้ลูกค้าเรียบร้อยแล้วพี่เดชก็พาเธอมาทานสเต๊กและเมื่ออาหารมาเสิร์ฟณดาก็ทำหน้าย่นเพราะสเต๊กที่เธอสั่งคือสเต๊กหมูแต่มีไขมันติดมาเกือบค่อนชิ้น

          “มาค่ะ เดี๋ยวพี่ทานให้เอง” พี่เดชจัดการหั่นไขมันไปไว้ในจานตัวเองแล้วหั่นสเต๊กไก่ของเขามาให้เธอครึ่งชิ้น

          “เดี๋ยวพี่เดชก็ไม่อิ่มสิคะ”

          “ทานกับสลัดก็อิ่มพอดีค่ะ”

          ระหว่างที่ทานณดาก็ได้แต่สงสัยว่าทำไมเนื้อตัวของพี่เดชถึงไม่มีไขมันส่วนเกินเลย แขน ขา หลัง หน้าอกของเขาแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อและเขาก็กินเยอะกว่าเธอมากนักแต่ไม่ยักกะมีเนื้อย้วยๆ เลยสักนิด ซึ่งต่างกับร่างกายเธอเหลือเกินที่จับไปตรงไหนก็เจอแต่เนื้อนิ่มๆ เต็มไม้เต็มมือ

          “ณดาอยากมีเนื้อแน่นๆ แบบพี่เดชบ้างจัง” ณดาพูดหลังจากทานอาหารเสร็จ

          “ทำไมล่ะคะ” เขาหันมาถาม

          “ก็ณดาตัวนิ่ม จับไปตรงไหนก็นิ่ม ไม่เหมือนพี่เดชเลยตัวแน่นมีแต่กล้ามเซ็กซี่น่าฟัดจะตาย”

          “ร่างกายของผู้หญิงมีไขมันมากกว่าผู้ชายอยู่แล้วนะคะ แล้วพี่ก็ชอบให้ณดาตัวนิ่มๆ แบบนี้ด้วยกอดแล้วอุ่นดี”

          “มีอะไรในตัวณดาที่พี่เดชไม่ชอบบ้างไหมเนี่ย” เธอถามแล้วทำหน้าทะเล้นใส่

          “มีค่ะ พี่ไม่ชอบเวลาณดาใส่เสื้อผ้า” เขาก้มมากระซิบที่ข้างหูแล้วก็โดนหยิกที่ขาเต็มแรง

          ภาณุเดชพาณดามาเดินเล่นที่ริมทะเลพระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าหนึ่งวันของชีวิตกำลังจะหมดลง เขาจับมือพาเธอเดินไปเรื่อยๆ ลมเย็นๆ พัดผ่านจนกระโปรงของเธอพลิ้วไหวเหมือนมันกำลังเต้นระบำ

          “จำได้ไหมคะที่พี่ขอจับมือณดา ตอนนั้นพี่ตื่นเต้นมากเลย” เขาหยุดเดินแล้วโอบเธออยู่ข้างหลัง

          “ณดาก็ตื่นเต้นค่ะ” เธอยังจำได้ดีถึงวันที่เขาพามาชมพระอาทิตย์ตกดินครั้งแรก

          “ตอนนี้ณดาไม่ตื่นเต้นแล้วนะคะแต่ณดารู้สึกอบอุ่นแล้วก็ปลอดภัยเวลาพี่เดชจับมือณดา อยู่ข้างๆ ณดา” เธอประสานมือทั้งคู่ไว้กับมือใหญ่ๆ ของเขา

          “รักณดาที่สุดเลยค่ะ” พี่เดชจูบลงมาที่หน้าผากของเธอ

          “วันเกิดปีก่อนณดามายืนดูพระอาทิตย์ตกคนเดียวค่ะ” น้ำเสียงเธอเศร้าลงไป

          “พี่จะไม่ปล่อยให้ณดาต้องเหงาแบบนั้นอีกแล้ว” เขากอดเธอให้แน่นขึ้นเพื่อยืนยันคำพูด

 

10 เมษายน

          ทุกคนมาถึงพร้อมกันตอนช่วงเช้า แถมตอนบ่ายป้าละม่อมกับลุงคำอ้ายยังตามมาสมทบอีกด้วย

          “พ่อเลี้ยงให้ละม่อมมาพักกับคุณๆ ไม่ได้นะเจ้าคะ ละม่อมกับคำอ้ายเป็นแค่คนใช้” ป้าละม่อมกำลังโอดครวญกับพี่เดชของเธอ

          “ผมไม่เคยเห็นลุงกับป้าเป็นคนใช้นะครับ ยังไงก็ต้องนอนที่นี่ครั้งนี้ผมไม่ยอมแน่ๆ” ภาณุเดชยืนยันเสียงหนักแน่น

          “พักด้วยกันที่นี่แหละคุณละม่อม คนชงคนใช้อะไรญาติพี่น้องกันทั้งนั้นใช่ไหมเด็กๆ” สุดาพูดจบก็หันมาถามหาตัวช่วย

          “ใช่ค่ะป้าละม่อม ณดาไม่เคยเห็นป้าละม่อมเป็นคนใช้เลยนะคะป้าละม่อมพูดแบบนี้ณดาเสียใจนะ” พอณดาปล่อยไม้ตายหน้าหงอยไปเท่านั้นแหละ ละม่อมก็ยอมทันที

          “สวัสดีค่ะลุงกับป้า พี่ณดาเล่าให้ฝ้ายฟังว่าลุงกับป้าใจดีแล้วก็ทำอาหารอร่อยมากถ้าพอมีเวลาสอนฝ้ายบ้างนะคะ” น้องฝ้ายไหว้ละม่อมกับคำอ้ายด้วยความนอบน้อม

          “สอนขวัญด้วยนะคะ” ยัยขวัญส่งเสียงแหลมแทรกขึ้นมา หลังจากนั้นทุกคนก็แยกย้ายเข้าห้องตัวเองวิลล่าหลังนี้ทุกอย่างเหมือนกับวิลล่าหลังที่เคยนอนช่วงปีใหม่ต่างกันแค่ว่าหลังนี้มีสี่ห้องนอนเท่านั้นเอง

          “ไปเล่นน้ำกันเด็กๆ” ณดาบอกน้อง

          “ไปเล่นน้ำกันแก” ณดาชะโงกหน้าไปบอกดวงขวัญ

          “ไปเล่นน้ำกันค่ะ”สุดท้ายก็ห้องของมารดาและลุงกับป้า

          น้องฝ้ายใส่บิกินี่สีชมพูสดใส ดวงขวัญใส่ชุดว่ายน้ำแบบทูพีชที่ผ้าชิ้นใหญ่กว่าบิกินี่ขึ้นมานิดนึงแต่มันก็ยังโชว์เรือนร่างอยู่ดี ส่วนณดาใส่เสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นเธอไม่มั่นใจในหุ่นตัวเองและก็ไม่อยากขัดใจพี่เดชด้วย ละม่อม คำอ้ายสุดาและณดานั่งหลบแดดอยู่ในร่ม เธอก็นั่งเล่นทรายเล่นหอยไปบนหาดเพราะไม่กล้าเดินลงทะเลคนเดียว

          “ณดา มาเร็ว” ดวงขวัญเรียกเธออยู่ที่กลางทะเลแล้วขวัญก็นึกขึ้นได้ว่าณดาต้องกลัวแน่ๆ เธอจึงหันไปส่งภาษามือกับน้องดล

          “มา” น้องดลเดินกลับมาหาเธอแล้วยื่นมือให้ ตอนนี้น้องดลหุ่นล่ำสูงใหญ่กำยำจนเธอตกใจ เธอไม่เจอน้องแค่ไม่กี่เดือนเองแต่น้องโตไวเหลือเกิน พอถึงหน้าหาดน้องดลก็ให้เธอขี่หลังแล้วเดินลงทะเลไป

          “น้ำทะเลที่นี่สะอาดมากเลยนะคะพี่ณดา สีก็สวย” น้องฝ้ายตีแขนตีขาเล่นน้ำด้วยความสนุกสนาน

          “แล้วแกมาเล่นน้ำบ่อยไหมณดา” ดวงขวัญถามขึ้นมา

          “ก็สองสามครั้งต่อสัปดาห์อ่ะ”

          “มิน่าล่ะสีผิวสวยมาก ฉันอยากได้ผิวเนียนๆ แบบนี้บ้าง” ดวงขวัญมีเชื้อจีนผิวเธอขาวยังกับไข่ปอกไม่ว่าจะไปเจอแดดมาแรงแค่ไหนแต่ไม่นานก็จะกลับไปขาวเหมือนเดิม

          “ก็มาอยู่กับฉันสิจะได้อาบแดดทุกวัน” ณดาชวนเล่นๆ แต่ก็อยากให้มันเป็นจริง

          “หาผู้ชายหล่อ ดี รวย แบบพี่เดชให้สิจะรีบมาเลย”

          “แล้วแกกับพี่เดชโอเคแล้วใช่ไหมเรื่องนั้นน่ะ” ดวงขวัญลอยตัวเข้ามาใกล้ๆ แล้วถามด้วยสีหน้ากังวล

          “โอเคแล้ว แกไม่ต้องห่วงหรอกแต่ฉันฝันเห็นเด็กผู้ชายหลายครั้งแล้วหน้าตาน่าเอ็นดูคล้ายๆ ฉัน แต่ตาสีดำสนิทเหมือนพี่เดช แกว่าลูกจะกลับมาหาฉันไหมขวัญ” ณดาถามออกไปอย่างเลื่อนลอยเธอก็รู้ว่าขวัญให้คำตอบไม่ได้

          “กลับสิ ฉันเชื่อว่าหลานของฉันต้องกลับมา” ดวงขวัญจับมือเพื่อนไปบีบเบาๆ

          “สุดหล่อของแกมาแล้ว พ่อคุณเอ๊ยยิ่งเวลาไม่ใส่เสื้อนี่น่าฟัดชะมัด มิน่าผู้หญิงถึงแย่งชิงกันเหลือเกิน”

          “พูดยังกะจะแย่งพี่เดชไปจากฉัน” ณดาทำหน้าเศร้าแล้วก็หัวเราะออกมา เธอรู้ว่าดวงขวัญไม่มีทางหักหลังเธอแน่นอน

          “ณดา ทำไมไม่ไปบอกพี่ว่าจะมาเล่นน้ำแล้วนี่ลงมายังไงคะ”

          “น้องดลให้ขี่หลังมาค่ะ ณดาไม่อยากรบกวนเวลาทำงานพี่เดชเลยไม่ได้บอก”

          “แม่บ้านบอกลงมาที่หาดกันตั้งนานแล้วไม่เหนื่อยหรอคะ เดี๋ยวก็ไม่สบายอีกหรอกเล่นน้ำนานๆ แบบนี้”

          ดวงขวัญมองผู้ชายตัวโตที่ซักถามเพื่อนของเธอด้วยความปลื้มใจ เวลาพี่เดชอยู่กับณดาสายตาและน้ำเสียงของเขาจะอ่อนโยนอย่างเห็นได้ชัด

          “ขึ้นก็ได้ค่ะ ณดาชักจะหิวแล้ว”

          “ขวัญฉันขึ้นก่อนนะ เด็กๆ พี่ขึ้นก่อนนะ” เมื่อขึ้นมาถึงชายหาดพี่เดชก็ปล่อยเธอลงแล้วพาจับมือเดินไปหาลุงกับป้าแล้วก็แม่ดา

          “เย็นนี้ทานข้าวกันที่นี่นะครับ มากันเหนื่อยๆ อย่าเพิ่งลงครัวกันเองเลย”

          “ก็ดีพ่อเดช สามคนนั้นเล่นกันเหมือนเด็กห้าขวบ” สุดามองไปที่เด็กๆ ทั้งสามคนที่กำลังตีน้ำใส่กัน

          “นี่ไม่บอกก็คิดว่าเป็นลูกแม่เลี้ยงทั้งหมดนะคะ ดูสนิทกันมาก”

          “ขวัญกับณดาเขาสนิทกันมาตั้งแต่เรียนแล้ว ส่วนขวัญกับดลเกิดเดือนเดียวกันฉลองวันเกิดด้วยกันมาก็หลายครั้งขวัญก็เป็นพี่สาวของดลอีกคนนั่นแหละ หนูฝ้ายก็น่ารักน่าเอ็นดูและน่าเห็นใจหนูแกอยู่กับป้าที่ไม่ค่อยจะเอ็นดูเธอเท่าไหร่นัก ฉันก็เลยให้มาอยู่ด้วยกันที่บ้านซะเลยมีลูกสาวเพิ่มมาอีกคนดีใจจะตาย” แม่ดาจบประโยคอย่างอารมณ์ดี

          “โชคดีของหนูฝ้ายเขานะคะ ที่มาเจอคนดีๆ ครอบครัวดีๆ แบบนี้” ละม่อมกล่าว

          “ลืมผมได้ยังไงครับคุณแม่ ตอนนี้ผมเป็นลูกชายคนโตนะครับ” พี่เดชพูดพลางกอดแขนแม่ดาไว้

          “ใครจะลืมได้ล่ะ” สุดาหันมากอดภาณุเดชแล้วชายหนุ่มก็ยิ้มร่า

          “พาน้องไปอาบน้ำเถอะเดชเดี๋ยวจะไม่สบาย ดูนั่นนั่งตัวสั่นแล้ว” แล้วพี่เดชก็รีบพาเธอเข้าบ้านทันที เรื่องขี้กลัววิตกกังวลเกี่ยวกับณดายกให้พี่เดชได้เลย

          “หนาวมากไหมคะณดา” พี่เดชถามระหว่างที่ถอดเสื้อผ้าให้เธอ

          “หนาว ม๊าก มากค่ะ” ณดาตอบแล้วลงไปคุกเข่าส่งแกนกายของพี่เดชเข้าปากหน้าตาเฉย

          “ณดา เดี๋ยวคนอื่นเขาก็กลับมาแล้ว โอ๊ว” พี่เดชพูดพลางครางไปด้วย

          “กลัวคนมาก็รีบๆ เสร็จสิคะ” ณดาละปากมาตอบแล้วก็กลับไปดูดดุนท่อนเอ็นที่มันขยายใหญ่ขึ้นมาด้วยแรงปากและแรงลิ้นของเธอ

          “มานี่เลยไอ้ตัวเล็ก” พี่เดชอุ้มเธอขึ้นมาแล้วก็เริ่มบทรักด่วนจี๋ทันใจในห้องน้ำ

          “พี่เดชของณดาเก่งที่สุดเลยค่ะ” ณดาทำหน้าระรื่นที่รีดน้ำเขาได้

          อาหารเย็นค่ำนั้นเป็นมื้อที่สนุกสนานและมีความสุขที่สุด จิตใจณดากลับมาปลอดโปร่งสดใสไม่มีเรื่องอะไรให้ต้องกังวลอีกแล้ว เธอทานอาหารและพูดคุยกับครอบครัวอย่างเพลิดเพลินระหว่างนั้นก็คุยกันว่าวันสงกรานต์จะไปเล่นน้ำกันที่ไหนดีและทุกคนก็เห็นตรงกันว่าควรจะเล่นอยู่หน้าโรงแรมนี่แหละเหนื่อยก็เดินกลับมานอนได้เลย

 

          เช้าวันสงกรานต์เด็กๆ ตื่นกันมาแต่เช้า ณดาพาแม่ ป้าละม่อม ลุงคำอ้ายและพี่เดชไปนั่งที่เก้าอี้แล้วก็ต่อคิวรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ทั้งสี่คน

          “ขอโทษทีครับ” อัครมายืนตัวลีบอยู่หน้าวิลล่า

          “ต้อม มารดน้ำผู้ใหญ่ก่อนมึง” ภาณุเดชเรียกเพื่อน อัครเดินเข้ามาแล้วณดาก็ไปหยิบขันกับน้ำอบหอมๆ มาให้เขา หลังจากรดน้ำขอพรเสร็จและคุยกับผู้ใหญ่อยู่สักพัก อัครก็เรียกภาณุเดชออกไปคุยข้างนอกณดามองตามไปด้วยความสงสัย

          “มีอะไรต้อม” เมื่อเดินออกมาหน้าวิลล่าภาณุเดชก็ถามทันทีเพราะมันไม่ปกติเลยที่ไอ้ต้อมจะมาหาแต่เช้าแบบนี้

          “มึงจำพวกไอ้กฤชได้ไหม วันก่อนสายกูรายงานว่ามันกำลังจะส่งยากันล็อตใหญ่กูมาเตือนว่าให้มึงระวังตัวอย่าปล่อยให้ณดาออกไปไหนคนเดียวกูว่ามันต้องอาศัยช่วงสงกรานต์นี่แหละเพราะตำรวจงานล้มมือ ข่าวกรองว่ามันจะส่งของกันในที่ชุมชนมันจะเอาคนตาดำๆ เป็นกันชน กูว่าครั้งนี้จับตายแน่นอน”

          “ขอบใจมากนะไอ้ต้อม มึงได้นอนบ้างไหมหน้าตาโคตรแย่”

          “ใครจะหน้าตาผ่องใสเหมือนมึงล่ะครับ มีเมียเด็กแถมน่ารักฉิบหาย”

          “อันนี้ช่วยไม่ได้ กูขอโทษจริงๆ” ภาณุเดชตอบแล้วขำอย่างดัง

          “ไปแล้วมึงงานเยอะฝากลาทุกคนด้วย”

          ภาณุเดชกลับเข้ามาบอกข่าวและเห็นว่าน่าจะงดโปรแกรมไปตลาดกันไว้ก่อนจะดีกว่าแต่ทุกคนส่ายหัวกันหมดโดยเฉพาะแม่ดา

          “เดชลูก จะอยู่ที่ไหนก็ตายทั้งนั้นแหละคนถึงคราวจะตายอยู่ตรงไหนก็ตายเรารู้แล้วก็แค่ระวังตัวให้มากขึ้นก็เท่านั้นเอง อย่าเอาความกลัวมาทำให้เรากลัวการใช้ชีวิตสิ”

          “งั้นก็ตกลงตามนั้นครับ” ภาณุเดชจำใจต้องยอมตามความเห็นของคนส่วนใหญ่

          แม่ดาพูดกับณดาเรื่องความตายจนเธอยอมรับมันได้มาตั้งนานแล้ว แม่ย้ำเสมอว่าถ้าถึงวันที่แม่จะจากโลกนี้ไปก็ขอให้ปล่อยแม่ไปอย่างสงบ อย่ารั้งให้แม่อยู่ด้วยเครื่องช่วยหายใจเพราะร่างที่หายใจอยู่นั้นมันไม่ใช่ร่างกายของแม่อีกแล้ว

          ภาณุเดชงงกับความคิดของณดามากเธอบอกว่าไม่กลัวความตายแต่กลัววิธีที่จะตายที่เธอขวัญหายเรื่องพิกุลก็เพราะเจ้าหนุ่มโดนรถชนจากไปอย่างทรมานมันเป็นวิธีที่เธอกลัวที่สุดและเธอก็ได้เห็นมันกับตาชัดๆ ความรู้สึกถึงเลือดอุ่นๆ ที่ไหลอยู่บนมือ กลิ่นคาวๆ ของมันและสีอันแดงฉานที่เลอะทั่วตัวไปหมดมันน่าสยดสยองเหลือเกิน ถ้าเลือกได้เธอขอตายอย่างสงบตายท่ามกลางครอบครัวและได้บอกลากันเป็นครั้งสุดท้าย

          วันสงกรานต์ณดา ขวัญ น้องฝ้าย น้องดล ยืนเล่นน้ำกันอยู่หน้าโรงแรมจนตัวเปื่อยตัวซีดไปหมดแต่ก็ยังกลับไปทานข้าวตอนกลางวันแล้วกลับมาเล่นกันจนถึงบ่ายแก่ๆ บางครั้งไม่มีใครให้สาดก็หันมาสาดกันเองจนเกือบเย็นจึงพากันไปเล่นน้ำทะเลกันอีกรอบเพื่อเป็นการส่งท้ายวันเปียกๆ ให้หนำใจ

          “พี่เดชคะ ไปทะเลกับณดาไหมคะ” เธอแวะมาถามเขาที่ห้องทำงาน

          “ไปค่ะ ขอพี่เปลี่ยนชุดก่อน” ไม่กี่อึดใจเขาก็พาร่างเปลือยท่อนบนอันแสนกำยำออกมา ถึงจะได้กอดได้จูบได้ฟัดอยู่ทุกวันแต่ณดาก็ไม่เคยหายใจปกติสักทียามที่ได้เห็นแผงอกล่ำๆ ของเขา

          “ปีนี้น่ารักมากค่ะ ยอมมากินข้าวกินปลาบ้างไม่เอาแต่เล่นน้ำอย่างเดียว” พี่เดชหอมแก้มให้รางวัลหนึ่งทีแล้วจูงมือพาเธอไปที่ทะเล ณดาเล่นทั้งน้ำสงกรานต์น้ำทะเลจนเพลียมากมื้อเย็นเธอแทบจะหลับคาโต๊ะอาหาร

          เช้าวันรุ่งขึ้นลุงกับป้าแล้วก็แม่ดาออกไปตลาด ส่วนเด็กๆ เล่นน้ำทะเลกันเกือบทั้งวันจนตัวดำตัวเขียวไปหมดตกเย็นแม่ดากับป้าละม่อมก็โชว์ฝีมือจนห้องอาหารในโรงแรมต้องอายเพราะมันมากมายหลายอย่างเหลือเกินทั้งอาหารเหนือ อาหารกลาง อาหารใต้ วางเต็มโต๊ะไปหมด

          “โอ๊ย ณดา อร่อยจริงๆ อร่อยมาก อร่อยสมกับที่แกคุยให้ฟัง ป้าละม่อมคะอร่อยมากเลยค่ะ” ยัยขวัญกินไปหลับตาพริ้มไปด้วยความสุข เธอฟินกับข้าวซอยป้าละม่อมมากๆ

          “แม่ดาคะ ถ้ากินแบบนี้ตลอดวันหยุดขวัญได้กลิ้งลับบ้านแทนแน่ๆ”

          “อร่อยไหมฝ้ายนั่งเงียบเลย” ณดาหันไปถามน้อง

          “คือไม่ว่างคุยค่ะพี่ณดา อร่อยทุกอย่างจนอยากกวาดลงท้องให้มากที่สุด” น้องฝ้ายหันมาตอบ น้องดลดูจากหน้าแล้วก็คงถูกปากไม่แพ้กันเพราะกินเอากินเอาเติมข้าวไปสองจานแล้ว

          “ผมก็ไม่ไหวแล้วครับคุณแม่ ป้าละม่อม ขืนกินแบบนี้ทุกวันพุงห้อยแน่ๆ” พี่เดชพูดแล้วตบที่กล้ามท้องแน่นๆ ของตัวเอง

          “ถ้าพี่เดชมีพุงแล้วณดาเรียกอะไรคะ” เธอพูดแล้วก้มดูพุงน้อยๆ ของตัวเอง

          “เรียกพุงนิ่มๆ ไงคะ น่ารักดีออก พี่ชอบ” แล้วทุกคนก็ขำออกมา หลังมื้ออาหารจบลงทุกคนก็ยังนั่งอ้อยอิ่งมองดาวมองเดือนคุยกันไปเรื่อยเปื่อยเพราะลุกจากเก้าอี้ไม่ไหว ในท้องบรรจุอาหารไว้เพียบแปล้แทบจะคลานกลับไปห้องนอนเลยทีเดียว

          “ณดาคะ ถ้าวันนึงที่พี่ไม่อยู่แล้วณดาต้องอยู่ให้ได้นะ” พี่เดชพูดกับเธอก่อนนอน

          “ค่ะ ณดาจะอยู่ให้ได้แต่ห้ามไม่ให้เสียใจไม่ได้หรอกนะคะ” เธอรับปากพี่เดชซึ่งเรื่องนี้เธอก็รู้อยู่เต็มอกว่าพี่เดชต้องจากเธอไปก่อนแน่นอนเพราะเขาอายุห่างกับเธอหลายปี แค่คิดถึงวันเวลาที่จะไม่มีเขาอยู่ข้างกายเธอก็จินตนาการไม่ออกแล้วว่ามันจะเป็นยังไงเธอจะเศร้าเสียใจแค่ไหนกัน

          พี่เดชเป็นผู้ชายคนแรกและคนเดียวที่เธอได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยในฐานะคู่รักและเธอแน่ใจว่าพี่เดชจะเป็นคู่ชีวิตของเธอแน่นอน กับนพพลช่วงเวลาที่เธอได้ใช้กับเขามันคือช่วงเวลาแห่งความผิดพลาดช่วงเวลาแห่งความโง่เขลาแบบเด็กๆ ที่ไม่รู้จักว่าความหลอกลวงคืออะไร ถึงนพพลจะเป็นคนที่ได้พรหมจรรย์เธอไปแต่นพพลไม่ใช่สามีไม่ใช่คนรักไม่ใช่คู่ชีวิตเขาเป็นแค่ผู้ชายที่ผ่านเข้ามาและให้บทเรียนที่แสนล้ำค่าไว้กับเธอคืออย่าเชื่อใจใครง่ายๆ

          “ณดาจะไม่หนีพี่เดชไปไหนอีกแล้ว ณดาสัญญาค่ะ”

          “ชีวิตที่เหลือของพี่ทุกวัน ทุกนาที พี่ยกให้ณดานะคะ” ณดาเอาหน้ามาถูๆ ที่หน้าอกเขาเพื่อเป็นการตอบรับ สองแขนนุ่มนิ่มโอบกอดไว้รอบตัวเขาแล้วเธอก็หลับไป

          ภาณุเดชกอดเธอไว้แนบอก คิดแผนไว้ว่าอยากจะขอณดาแต่งงานแต่ก็ไม่กล้าเพราะณดายังไม่ยอมสวมแหวนหมั้นเลย เขาไม่อยากให้ณดารู้สึกว่าโดนเร่งรัดหรือบังคับใจแต่ก็อยากทำให้มันถูกต้องเพื่อเป็นการให้เกียรติมารดาและครอบครัวของเธอที่ตอนนี้คือครอบครัวของเขาด้วย

          หลังณดารับหมั้นไม่นานเขาก็ติดต่อไปที่บริษัทกฎหมายเตรียมยกทุกอย่างให้ณดาทั้งหมดแต่เธอก็มาหนีไปเสียก่อน เอกสารต่างๆ จึงยังค้างคาอยู่แบบนั้น เขาตั้งใจยกทุกอย่างให้เป็นชื่อณดาไม่ว่าจะเป็นบ้าน ที่ดิน รถยนต์ โรงแรมทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นชื่อเขาเพราะเขาต้องจากณดาไปก่อนอยู่แล้วและที่เขายินดีจะยกทุกอย่างให้เธอเพราะเขาอยากให้ณดาเห็นว่าชีวิตนี้ทั้งชีวิตเขาพร้อมมอบให้เธอ ต่อให้ไม่มีอะไรติดตัวเลยเขาก็ไม่สนใจขอแค่มีณดาอยู่ข้างกายก็พอ

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha