สาวน้อยร่านรัก เล่ม 4

โดย: อัณณากานต์ / ตั้งใจเขียน / รตี



ตอนที่ 4 : เสือสิ้นลาย 1/2


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


          หลังออกมาจากโรงแรมของเพื่อน อัครก็ไม่สามารถลืมภาพใบหน้าขาวนวลของเพื่อนณดาได้เลยเขารู้แค่ว่าเด็กผู้หญิงที่ขาวราวไข่ปอกคนนั้นชื่อขวัญ เธอคือเพื่อนรักของณดาภรรยาของไอ้เดชเพื่อนรักของเขา

          น้องขวัญน่ารักแต่ดูห้าวๆ กว่าณดานิดหน่อยแต่ต้องยอมรับว่าทั้งคู่มีท่าทางที่ไร้เดียงสาถอดแบบกันมาออกมาเป๊ะๆ ถึงจะได้เห็นแค่ไม่กี่นาทีเขาก็เห็นว่าณดากับน้องขวัญสนิทและรักกันมากสองสาวกอดและหอมกันอย่างน่ารักน่าเอ็นดู เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมไอ้เดชถึงรักณดาหนักหนาไม่ยอมปล่อยให้ห่างตัวสักนาที เพราะน้องขวัญกับณดาช่างน่ารักน่าทะนุถนอมเหลือเกินยามที่อยู่ด้วยกันทั้งคู่พูดคุยกันด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มสดใสไร้จริตมารยาใดๆ

          เขากับไอ้เดชเติบโตด้วยกันที่เกาะสมุยแล้วต่างก็แยกย้ายกันไปตอนเข้ามัธยมปลายแต่ความสัมพันธ์ก็ยังคงเดิม หลังเรียนจบไอ้เดชก็กลับมารับช่วงต่อกิจการของพ่อแม่ เขากับมันก็กลับมาหัวหกก้นขวิดเหมือนเดิมในเรื่องเดิมนั่นคือออกล่าผู้หญิง จริงๆ จะเรียกว่าออกล่าก็ไม่ถูกนักเพราะดูเหมือนทุกค่ำคืนเขากับไอ้เดชจะเป็นเป้านิ่งให้เหยื่อมาล่ามากกว่า

          ไอ้เดชคือลูกชายคนเดียวของนายหัวธาดาผู้ที่ครอบครองที่ดินไว้ค่อนเกาะ ตัวเขาเป็นลูกชายคนโตของนายตำรวจใหญ่ มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขากับมันจะเป็นที่หมายปองของสาวๆ

          ภาณุเดชและอัครแต่งงานไล่ๆ กัน แล้วก็เลิกราพร้อมๆ กัน ภาณุเดชภรรยาตายแต่อัครภรรยาขอหย่าเพราะทนความเจ้าชู้ไม่ได้ มีแค่เขาที่รู้ว่าไอ้เดชไม่ยอมแต่งงานใหม่เพราะมันยังไม่เจอคนที่มันรักไม่ใช่เพราะลืมเมียเก่าไม่ได้ส่วนเขาที่ไม่แต่งงานใหม่เพราะเบื่อความซ้ำซากจำเจกับผู้หญิงคนเดิมทุกวัน พอคิดมาถึงตรงนี้ใบหน้าของน้องขวัญก็ลอยเข้ามาถ้าเป็นน้องขวัญเขายินดีจะนอนกับเธอทุกคืนไปจนวันตายเลยทีเดียว

          “ไอ้เดช เย็นนี้ขอไปกินข้าวด้วยได้ไหมมึง”

          “ได้ แต่มึงหวังอะไรถ้าหวังจะมาเล่นๆ กับน้องขวัญกูยอมไม่ได้นะขวัญก็น้องกูเป็นเพื่อนสนิทเมียกู” ภาณุเดชตอบแบบไม่อ้อมค้อม จะมีอะไรถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องผู้หญิงที่ทำให้มันเสนอหน้าอยากมาหาได้

          “ไอ้ห่าแสนรู้ยิ่งกว่าบางแก้ว กูอยากมีเมียเด็กบ้างไม่ได้หรอ” อัครทำระรื่นใส่

          “ต้อมกูขอ ขวัญก็ไร้เดียงสาพอๆ กับณดานั่นแหละมึงอย่าทำร้ายเด็กดีๆ แบบนี้เลยผู้หญิงมีอีกเยอะแยะอีกอย่างขวัญเพิ่งโดนแฟนทิ้งมาด้วย” เพื่อนเดชอ้อนวอนจนอัครเริ่มจะคิดว่าที่ผ่านมาเขาคงเลวร้ายมากสินะ

          “เมื่อวานกูหยุดคิดถึงน้องขวัญไม่ได้เลย กูไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อนกูว่ามึงน่าจะเข้าใจนะ”

          “เออ จะมาก็มาแต่อย่าให้มันเกินเลยให้เกียรติน้องขวัญ ให้เกียรติเมีย ให้เกียรติครอบครัวกูด้วย” ภาณุเดชตัดจบการสนทนาแล้วก็ได้แต่นั่งอมยิ้มแพ้ความไร้เดียงสาเหมือนกูสิท่าไอ้ต้อมเอ๊ย

          “ป้าละม่อมแม่ดาครับ เย็นนี้ไอ้ต้อมขอมาฝากท้องด้วยได้ไหมครับ” ชายหนุ่มมาบอกกล่าวผู้ใหญ่ไว้ก่อนจะได้ไม่เสียมารยาท

          “มาเลยพ่อคุณ จะขอทำไมกันนี่โรงแรมพ่อเดชนะ” แม่ดาตอบพร้อมขำออกมาอย่างดัง

          “งั้นละม่อมก็ต้องทำน้ำพริกหนุ่มไว้รอแล้ว” ภาณุเดชเคยพาอัครไปเที่ยวที่เรือนม่านแก้วหลายครั้ง ละม่อมและคำอ้ายสนิทสนมคุ้นเคยดีกับชายหนุ่มทั้งสองคน

          “ณดากับขวัญอยากได้อะไรในเมืองไหมคะ จะได้ให้ต้อมซื้อมา”

          “ไม่มีค่ะพี่เดช ขอบคุณนะคะ” สองสาวเงยหน้ามาตอบแล้วกลับไปอ่านหนังสือต่อ

          ดวงขวัญกับณดานอนอ่านหนังสือหัวชนกันอยู่บนโซฟา แม่ดาเคยเล่าให้ฟังว่าทั้งคู่ชอบอ่านหนังสือมากอยู่กันเป็นวันๆ ในห้องเงียบๆ โดยไม่ออกไปไหนเลยตอนนี้ภาณุเดชเห็นกับตาแล้วว่ามันเป็นเรื่องจริงเพราะทั้งคู่นอนอยู่ท่าเดิมที่เดิมมาสามชั่วโมงกว่าแล้ว

ใช้ชีวิตแบบนี้สินะถึงได้ไร้เดียงสากันเหลือเกินพอคิดมาถึงตรงนี้ก็อดหวั่นใจเรื่องไอ้ต้อมไม่ได้

          บ่ายแก่ๆ ยังไม่เย็นพอจะทานอาหารไอ้ต้อมก็เสนอหน้ามาแล้วแถมหอบผลไม้กับเค้กมาเต็มไม้เต็มมือ สองสาวเมื่อเห็นผู้ชายที่ไม่ค่อยสนิทคุ้นเคยกันเดินเข้ามาก็ลุกขึ้นนั่งให้เรียบร้อยทันทีช่างน่ารักซะจริงๆ

          “พี่ต้อมสวัสดีค่ะ ขวัญ นี่พี่ต้อมเพื่อนสนิทพี่เดช” ณดาเดินมาไหว้ไอ้ต้อมแล้วก็แนะนำให้เพื่อนรู้จัก วันก่อนเขามาแค่ไม่นานเลยไม่ได้พูดคุยอะไรกันให้เป็นเรื่องราว

          “สวัสดีค่ะพี่ต้อม” ดวงขวัญไหว้ค้อมศีรษะด้วยมารยาทอันดีงาม อัครแทบจะละลาย

          “เดี๋ยวขวัญเอาไปเก็บให้ไหมคะ” ดวงขวัญถามแล้วมองมาที่ตะกร้าผลไม้

          “ไม่เป็นไรครับมันหนัก น้องขวัญพาพี่ไปแล้วกัน” ณดาได้แต่ยืนเอ๋ออยู่ข้างๆ เพื่อน นี่อย่าบอกนะว่าพี่ต้อมจะจีบเพื่อนเธอ

โอ๊ย...ไม่นะ

          “พี่เดช อย่าบอกนะว่า” ณดาเดินไปหาเขาแล้วกระซิบกระซาบ เธอมองไปในครัวพี่ต้อมกำลังยืนจัดผลไม้อยู่กับยัยขวัญ ขวัญมันก็ซื่อพอๆ กับเธอนั่นแหละและมันก็เหมือนเธอเปี๊ยบตรงที่คิดว่าตัวเองไม่สวยและไม่ดีพอที่จะมีผู้ชายฮอทๆ มาชอบ เพื่อนเธอไม่รู้เรื่องอะไรเลยว่ากำลังโดนหนุ่มหล่อมาหลงรักเข้าให้แล้ว

          “ณดาไม่ยอมนะคะ ถ้าพี่ต้อมจะมาหลอกกินเพื่อนณดาฟรีๆ” ณดาทำหน้าจริงจังและกังวลอย่างหนัก

          “แล้วคิดว่าพี่จะยอมหรอคะ ขวัญก็น้องสาวพี่คนนึงนะ” ได้ยินอย่างนี้ณดาก็เบาใจลง...นิดนึง

          “อ้อ แล้วถ้ามีผู้หญิงมาราวี ณดาบอกไว้เลยนะคะว่าขวัญน่ะสายบู๊ถึงมันจะดูเงียบๆ แต่มันตบจริงด่าจริงนะคะมันโหดกว่าณดาเยอะ”

          “ดีค่ะเหมาะกับไอ้ต้อมมาก” ภาณุเดชตอบกลับเหมือนจะสะใจ

          ดวงขวัญกับณดาเกิดห่างกันหนึ่งเดือนแต่ณดามักจะคิดว่าขวัญโตและเป็นพี่สาวมากกว่า ณดาไม่เข้าใจเลยว่าเธอจะเกิดมาเป็นพี่คนโตทำไมเธอไม่มีภาวะผู้นำ ไม่มีความบ้าอำนาจแบบพวกพี่คนโตๆ มักจะเป็นกันเลยสักนิด บุคลิกของดวงขวัญคือเงียบ นิ่ง มีเหตุผลแต่จริงๆ แล้วขวัญก็อ่อนหวานไม่แพ้เธอ ส่วนบุคลิกของเธอคืออ่อนหวาน ว่าง่ายและดื้อเงียบ นั่นจึงเป็นสิ่งที่ทำให้เธอกับขวัญอยู่ด้วยกันได้ เพราะขวัญจะยอมให้กับความดื้อของเธอและเธอก็จะยอมให้กับความมีเหตุผลของยัยขวัญ

          “ขวัญมาเดี๋ยวช่วยปอก” ณดาเดินแทรกกลางเข้าไประหว่างพี่ต้อมกับเพื่อน เธอแอบส่งสายตาขุ่นเขียวให้พี่ต้อมหนึ่งที สื่อว่าเธอจะเอาเรื่องเขาแน่ๆ ถ้ามาหลอกกินยัยขวัญ พี่ต้อมรีบย้ายร่างสูงใหญ่ออกมาจากตรงนั้นทันที

          “มึงไม่ช่วยกูเลยไอ้เดช ณดาจะกินกูอยู่แล้ว” อัครเดินมาโอดครวญ

          “คนประวัติไม่ดีก็แบบนี้แหละ แถมไปยุ่งกับอลิสาอีก สู้ๆ นะมึง” ไอ้เดชตบไหล่แล้วเดินไปหาเมียและว่าที่เมียของเขา พอเดินไปถึงมันก็หอมเมียโชว์ให้เจ็บใจเล่นแถมพูดคุยทำท่าสนิทสนมกับน้องขวัญ

          อยากเอาปืนมายิงให้กบาลมันแยกจริงๆ

          “ป้าละม่อมลืมผมรึยังครับ” เมื่ออ้อนสาวไม่ได้ มาอ้อนป้าไปพลางๆ ก่อนแล้วกัน

          “ตัวโตแบบนี้ใครจะลืมได้คะพ่อคุณวันนี้มีน้ำพริกหนุ่มนะเจ้าคะ”

          “สวัสดีครับคุณแม่ ผมเป็นเพื่อนไอ้เดชมันนะครับเมื่อวานขอโทษด้วยที่เสียมารยาทไม่ได้แนะนำตัวพอดีว่ามีงานด่วนน่ะครับ” อัครเดินมาแนะนำตัวเองกับแม่ของณดา มันต้องเข้าทางผู้ใหญ่สิทางจะได้สะดวก

          “ไหว้พระเถอะลูก รออีกเดี๋ยวเดียวก็จะเสร็จแล้วไปล้างไม้ล้างมือเถอะจะได้กินข้าวกัน” ณดานี่อ่อนหวานเหมือนแม่สินะ อิจฉาไอ้เดชจริงๆ ให้ตายเหอะ

          “พี่ต้อมช่วยหยิบจานไปที่โต๊ะหน่อยค่ะ” ณดาเรียกเขาจากในห้องครัวและเธอก็เดินลิ่วไปรอที่โต๊ะอาหาร

          “ณดาไม่ขัดข้องนะคะถ้าพี่ต้อมจะคบกับขวัญเพื่อนรักของณดา” ณดาพูดกับเขาตรงๆ และเน้นที่คำว่าเพื่อนรักด้วยสายตาลุกวาว ความหมายคือเธอเอาเรื่องแน่ๆ ถ้าทำให้เพื่อนรักเธอเสียใจ

          “แต่ถ้าจะมาหลอกกินฟรีๆ พี่ต้อมรู้นะคะว่าณดาไม่ยอมแน่” เวลาผู้หญิงหวานๆ เอาเรื่อง มันน่ากลัวแบบนี้เองสินะ เขาตัวโตกว่าณดาน่าจะสองเท่าได้แต่กลับรู้สึกเหมือนกำลังนั่งอยู่ในกำมือของเธอ เขาชำเลืองไปมองไอ้เดชมันกำลังขำอย่างสนุกสนาน...ไอ้เพื่อนเวร

          “คือ พี่ พี่ไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครเลยณดา พี่ขอโอกาสทำความรู้จักน้องขวัญได้ไหมครับพี่สัญญาว่าจะไม่ล่วงเกินให้น้องขวัญต้องเสียหาย ขอแค่โอกาสให้พี่ได้คุยได้ทำความรู้จักนะครับณดา” ร้อยตำรวจเอกอัคร เกียรติเมธา ความสูงกว่าร้อยแปดสิบเซนติเมตรกำลังก้มหน้าอ้อนวอนขอร้องกับเด็กสาวร่างเล็กตรงหน้าด้วยดวงตาที่เศร้าหมอง

          “ได้ค่ะ แต่ห้ามล่วงเกินให้เพื่อนณดาเสียหายนอกจากมันจะยอมเองเข้าใจไหมคะ” ณดายอมแต่ยังไม่วายกำชับเสียงเขียว อย่างน้อยก็ได้ไฟเขียวแล้วโล่งอกไปที

          “หูย ตอนณดาดุโคตรน่ากลัวเลย หัวใจกูจะหยุดเต้น” ไอ้ต้อมเดินเข้ามาหาลูบหัวใจไปพลาง

          “เห็นหวานๆ แบบนั้น เวลาเอาเรื่องนี่เอาแทบไม่อยู่เลยมึง”

          แล้วโต๊ะอาหารก็ตั้งเสร็จเรียบร้อยทุกคนนั่งประจำที่แล้วเริ่มรับประทานอาหารที่ล้นโต๊ะอีกเหมือนเคย ป้าละม่อมกับแม่ดานี่ขยันกันจริงๆ สรรหาเมนูมาทำได้ไม่ซ้ำกันเลยสักวันแถมอร่อยทุกอย่าง

          “เอ้า ณดา” ดวงขวัญวางปูที่แกะให้แล้วลงในจาน

          “ขอบใจจ้ะ” ณดาหันมาหอมแก้มเพื่อนทีนึง

          “ณดาแก้มขวัญเปื้อนเลย เล่นเป็นเด็กไปได้โตป่านนี้แล้ว” แม่ดาเอ็ดเธอให้

          “แหะๆ” ณดาเลยเอามือไปเช็ดแก้มให้ยัยขวัญ

          “ขอโทษน้า” ณดายังไม่วายจะเล่นต่อ

          “นี่ๆ ณดาน่ะ ชอบกินปูนะแต่แกะเองไม่เป็นเมื่อก่อนแม่เป็นคนแกะให้พอรู้จักขวัญ ขวัญก็มารับช่วงแกะต่อ” แม่ดาเผาเธอต่อหน้าทุกคน

          “หื้อ แม่” ณดาทำหน้างอ

          “ขวัญชอบทำให้ณดาค่ะ” ยัยขวัญตอบสั้นๆ แล้ววางปูอีกตัวลงมาในจาน

          “ณดาชอบปอกลิ้นจี่ให้ขวัญค่ะ ขวัญไม่ชอบเวลาน้ำเหนียวๆ มันเลอะมือแต่ณดาชอบ”

          “น้องขวัญแกะปูให้พี่ต้อมบ้างได้ไหมครับ” ทุกคนหยุดการทานอาหารแล้วหันไปมองที่อัครเป็นตาเดียว ยกเว้นยัยขวัญที่หยิบปูมาแกะโดยไม่ได้สนใจอะไรเลย

          “นี่ค่ะพี่ต้อม” ขวัญวางปูตัวโตลงไปในจานข้าวของอัคร

          ดวงขวัญเติบโตมาในครอบครัวคนจีนเธอจึงเคยชินกับการทำอะไรให้คนอื่น หน้าที่ทุกอย่างในบ้านดวงขวัญแทบจะทำเองทั้งหมดแต่เธอก็ไม่คิดว่ามันเป็นภาระ ในบ้านมีแต่อากง อาม่าแก่ๆ ขวัญก็คอยดูแลไม่คยเกี่ยงงอน

          มันจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ดวงขวัญจะทำอะไรให้ใครโดยไม่ได้คิดว่ามันมีความหมายพิเศษแฝงอยู่มื้อเย็นจบลงที่ดวงขวัญยังไม่รู้ตัวสักนิดว่าอัครพยายามจะทำความรู้จักด้วย

          “ไม่ได้คุยอะไรกันเลยไอ้เดช มึงก็ไม่ช่วยกูเลยไอ้เพื่อนเวร” ไอ้ต้อมเดินบ่นเป็นหมีกินผึ้ง

          “มึงไม่เคยจีบผู้หญิงหรือไงไอ้ต้อม”

          “คนนี้มันไม่เหมือนกัน พรุ่งนี้กูมากินข้าวเช้าด้วยตามนี้นะ” พูดจบมันก็เดินไปอ้อนผู้ใหญ่ต่อ

          “ป้าละม่อม แม่ดาครับเดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าผมซื้อโจ๊กเจ้าอร่อยมาฝากนะครับ น้องขวัญชอบโจ๊กแบบไหนครับ” ปากมันบอกผู้ใหญ่แต่หันไปถามเด็กก่อน แม่ดากับป้าละม่อมได้แต่อมยิ้ม

          “โจ๊กใส่ทุกอย่างยกเว้นขิงขอบคุณค่ะพี่ต้อม” ดวงขวัญผู้ไม่มีเซ้นส์ใดๆ ตอบไปเฉยๆ นิ่งๆ จนอัครแทบน้ำตาร่วง ณดาก็ได้แต่ขำ

          “ของแม่กับณดาธรรมดาใส่ทุกอย่างยกเว้นเครื่องใน ของพี่เดชพิเศษไข่สองฟอง ของน้องดลพิเศษทุกอย่าง ของน้องฝ้ายธรรมดาไม่ใส่ไข่” ณดาร่ายยาวเมนูของคนในบ้านจนพี่ต้อมจดแทบไม่ทัน

          “พรุ่งนี้เจ็ดโมงครึ่งนะครับ สวัสดีครับทุกคน พี่ไปก่อนนะครับน้องขวัญ” ขวัญก็ยังคงไม่รู้เรื่องรู้ราว ยกมือไหว้อย่างนอบน้อมแล้วก็นั่งดูโทรทัศน์ต่อ

          อัครเดินออกไปแล้วได้แต่คิดว่าจะทำยังไงให้ได้คุยกับน้องขวัญ อีกสามวันเธอก็จะกลับแล้วอย่างน้อยให้ได้เบอร์โทรไว้คุยกันก็ยังดี 

          “คืนนี้ณดาขอไปนอนกับขวัญนะคะพี่เดช” พี่เดชจูบลาเธอแล้วณดาก็ไปลากยัยเพื่อนขวัญเข้าห้องนอนทันที

          หลังอาบน้ำอาบท่าเสร็จสองสาวก็ขึ้นมานั่งบนเตียง ขวัญงงว่าณดามันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อะไรหนักหนายิ้มอยู่นั่นไม่พูดอะไรสักที

          “มีอะไรยัยตัวนิ่ม” ขวัญถามแล้วยืดแก้มเธอออก

          “แกทำใจเรื่องพี่บาสได้ยัง”

          “โอ๊ย ทำใจได้ตั้งแต่วันแรกแล้วคนเลวแบบนั้นจะไปเสียเวลาเสียใจให้ทำไม” พี่บาสคือพี่ที่บริษัทที่ขวัญไปฝึกงานแล้วตามจีบตามตื้อจนยัยขวัญใจอ่อนยอมตกเป็นของไอ้เลวนั่นแต่สุดท้ายมันก็ทิ้งขวัญไปเพราะมันมีเมียอยู่แล้ว สรุปว่าณดากับดวงขวัญเสียความสาวให้ผู้ชายเลวๆ ทั้งคู่

          “ดีแล้ว แกแก่งเนอะ”

          “แล้วแกมีอะไรยิ้มอยู่นั่น จะมีข่าวดีหรอหรือหลานฉันกลับมาแล้ว” ยัยขวัญเอานิ้วมาจิ้มพุงเธอ

          “ไม่ใช่ทุกอย่างที่แกพูด แกว่าพี่ต้อมเขาเป็นไง”

          “ก็เป็นคนไง” ยัยขวัญตอบ...โอ๊ย ณดาอยากเอาหัวโขกหมอนตาย

          “เขาชอบแก” ณดาเบื่อจะเล่นเกมถามตอบแล้ว บอกให้มันจบๆ ไปซะ

          “...” ขวัญแจกจุด เงียบ อึ้ง อ้าปากค้าง ตาตี่ๆ เหลือกโตขึ้นมานิดนึง

          “ฮัลโหล ว่าไงแก พูด อย่าเงียบ” ณดาเขย่าตัวยัยขวัญจนหัวสั่น

          “เขาหล่อมากเลยนะแก จะมาชอบฉันเนี่ยนะเป็นไปไม่ได้หรอก” และก็จริงตามคาด เพื่อนกันคิดเหมือนกันเป๊ะ

          “แล้วดูฉันกับพี่เดชสิ เหมาะกันมาก” ณดาลากเสียงยาวด้วยความเหนื่อยหน่าย จนทุกวันนี้เธอยังทำใจให้เชื่อไม่ได้เลยว่าเด็กกะโปโลขาสั้นแบบเธอจะมีสามีที่หล่อราวเทพบุตรลงมาเกิดบนโลกมนุษย์

          “ก็บอกไว้ ถ้าแกไม่ได้รังเกียจอะไรเขาก็ลองให้โอกาสพี่ต้อมดู” แล้วณดาก็รั้งดวงขวัญให้นอนลงข้างเธอและจับมือกันไว้

          “พี่เดชเขารักแกจริงๆ แกไม่ต้องกลัวอะไรแล้วณดาแต่ฉันสิถ้าต้องเจอมารมาราวีแบบแกฉันจะทนได้หรอถึงฉันจะเข้มแข็งแต่ก็คงไม่มากพอกับเรื่องแบบนั้นหรอก” ดวงขวัญเอ่ยออกมาแล้วหันมามองหน้าเธอ

          “ความรักจะทำให้เราผ่านทุกเรื่องไปได้ มันอาจฟังดูน้ำเน่าแต่มันคือเรื่องจริงนะขวัญ” สองสาวถูหัวกลมๆ ให้กันแล้วก็เคลิ้มหลับไป

 

          “มาแล้วค้าบ โจ๊กร้อนๆ” ภาณุเดชมองเพื่อนด้วยความหมั่นไส้ มันมาถึงตอนเจ็ดโมงยี่สิบนี่มันต้องแหกขี้ตาตื่นตั้งแต่ตีห้าแน่ๆ เพราะร้านโจ๊กอยู่คนละทางกับบ้านมันเลย

มันเอาจริงจนเขากลัวว่ามันจะแค่ “เอา” จริงๆ อย่างเดียว

          “ของน้องขวัญไม่ใส่ขิงครับ” อัครบรรจงวางถ้วยโจ๊กให้ดวงขวัญด้วยใบหน้าที่แสนสดใส

          “ขอบคุณค่ะพี่ต้อม” ดวงขวัญขอบคุณแล้วก้มหน้างุด

          “แล้วของณดากับคนอื่นล่ะคะ” ณดาแกล้งถามแล้วฉีกยิ้มให้

          “พยายามหน่อยนะคะอีกสองวันเขาก็จะกลับกันแล้ว” ณดาเดินมาหยิบถ้วยโจ๊กแล้วเดินจากไป

          “คือวันนี้ผมว่างครับ ป้าละม่อมกับลุงคำอ้ายอยากไปเที่ยวรอบเกาะไหมครับคนอื่นๆ ด้วย” พี่ต้อมถามขึ้นมาหลังทานอาหารเสร็จ

          “ขวัญไปด้วยกันนะ  ไปกันหลายๆ คนสนุกดี” ณดาเอ่ยชวน พี่ต้อมนี่แทบจะกระโดดจูบเธอ

          “อืม ไปสิ” ขวัญตอบสั้นๆ

          “ขอฝ้ายไปด้วยนะคะ ฝ้ายอยากไปซื้อกาละแมไปฝากป้า” สรุปสุดท้ายก็ยกกันไปทั้งบ้านนั่นแหละ พี่เดชจึงเตรียมรถตู้ไว้ให้หนึ่งคัน

          “ทิชชู่ครับ” อัครยื่นให้ดวงขวัญ อากาศร้อนๆ ทำให้แก้มขาวราวไข่ปอกของเธอขึ้นจ้ำแดงๆ

          “ขอบคุณค่ะ” ดวงขวัญตอบสั้นๆ เพราะเธอตื่นเต้นจนหัวใจจะวายอยู่แล้วคนบ้าอะไรหล่อมาก พี่ต้อมหุ่นน่าจะพอๆ กับพี่เดชทั้งความสูงและความล่ำแต่พี่เดชจะออกแนวดิบเถื่อนนิดๆ หล่อแบบคมเข้ม ส่วนพี่ต้อมจะหน้าหวานกว่านิดนึง ดวงตาของเขาหวานเชื่อมแบบคนเจ้าชู้ เธอไม่กล้าสบตาเขาเลยเธอกลัวละลาย

          “เป็นตำรวจเหนื่อยไหมคะ” ดวงขวัญถามขึ้นหลังจากที่เดินเงียบๆ ข้างกันอยู่เกือบห้านาที

          “เหนื่อยครับแต่มันเป็นอาชีพที่พี่รัก...และตอนนี้พี่คิดว่าพี่ก็รักน้องขวัญด้วย” ประโยคหลังอัครพูดอยู่ในใจ

          “เย็นนี้เราไปดูพระอาทิตย์ตกกันนะครับ” ภาณุเดชแจ้งรายการสุดท้ายของวัน

          “เด็กๆ ไปเดินกันเถอะลูก แม่ๆ ป้าๆ ลุงๆ ขอนั่งดื่มน้ำที่ร้านแล้วกัน”

          “งั้นขวัญนั่งด้วยคนนะคะ” ก็เธอไม่มีคู่นี่นา

          “น้องขวัญไปเดินเล่นกับพี่ได้ไหมครับ” อัครเอ่ยถามด้วยสีหน้าไร้สิ้นซึ่งความหวัง

          “ค่ะ” กว่าดวงขวัญจะตอบได้เล่นเอาทุกคนลุ้นกันจนเหนื่อย

          ที่เธอตอบช้าเพราะกำลังใช้ความคิดตอนนี้เธอรู้แล้วว่าพี่ต้อมคิดยังไงกับเธอ ถ้าเธอตอบตกลงนั่นหมายถึงเธอเปิดโอกาสให้พี่ต้อม เธอคิดทบทวนหลายๆ อย่างว่ามันจะเป็นเรื่องที่เหมาะสมหรือไม่ที่จะเปิดใจให้ใครสักคนอีกครั้ง

          กับพี่บาสเธอเสียตัวเสียใจแสนสาหัสและปวดร้าวเจียนตาย รักแรกของเธอจบลงอย่างเลวร้ายที่สุด

          แต่มันเอามาเทียบกันไม่ได้เลยนั่นคือไอ้บาสแต่นี่คือพี่ต้อมผู้ชายที่เธอยังไม่รู้จักเขาเลย เธอจะเหมาว่าเขาเลวได้ยังไงอย่างน้อยก็แค่ลองคุยกันถ้ามันไม่ใช่จะได้รู้

          “พี่ขอพูดตรงๆ แล้วกันนะครับน้องขวัญ เราลองคบกันดูไหม” อัครพูดทำลายความเงียบอันน่าอึดอัดขึ้นมา

          “พี่ต้อมรู้ไหมคะณดากับขวัญเหมือนกันมากตรงที่ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง ทุกวันนี้ณดายังพูดกับขวัญอยู่เลยว่าตัวมันไม่มีอะไรดีพอจะรั้งคนที่สุดแสนจะสมบูรณ์แบบอย่างพี่เดชไว้ได้และตอนนี้ขวัญก็ตกอยู่ในสภาพนั้นเช่นกัน”

          “ขวัญเป็นแค่เด็กกะโปโลธรรมดาๆ ไม่มีหน้าตาในสังคม พี่ต้อมแน่ใจหรอคะว่าอยากลองคบกัน”

          “น้องขวัญสมบูรณ์แบบสำหรับพี่ครับ” ถ้าไอ้เดชได้ยินมันอ้วกใส่หน้าแน่นอนแต่เขารู้สึกแบบนั้นจริงๆ

          ตอนนี้อัครเข้าใจลึกซึ้งถึงขั้วหัวใจเลยทีเดียวว่าทำไมมันถึงรัก หลง หวง ห่วงใยณดาทุกลมหายใจเข้าออกขนาดนั้น ผู้ชายต่อให้ชอบผู้หญิงที่เร่าร้อนยังไงสุดท้ายก็พ่ายแพ้ให้ความอ่อนโยนและใสซื่ออยู่ดี

          “ลองคบกันก็ได้ค่ะแต่พรุ่งนี้ขวัญก็กลับแล้ว มันคงค่อนข้างลำบาก” นี่เธอเศร้าเพราะต้องห่างเขาหรอยัยขวัญ

          “พี่จะลงไปหาสัปดาห์ละครั้งนะครับถ้าน้องขวัญไม่ว่าอะไร”

          “ค่ะ” เธอดีใจจนหัวใจแทบจะหลุดออกมาแต่มันก็ต้องเก็บอาการกันนิดนึง

          “ถ้าน้องขวัญไม่สะดวกให้พี่ไปหา พี่แค่โทรไปก็ได้นะ” อัครพูดต่อแบบเศร้าๆ ขนาดเขาบอกจะลงไปหาน้องขวัญไม่เห็นดีใจเลย

          “แล้วขวัญจะพาไปเดินเล่นสวนสาธารณะที่ขวัญไปประจำนะคะ พี่ต้อมอยากไปไหม”

          “อยากไปครับ” พี่ต้อมยิ้มกว้างเชียวเขามีเขี้ยวด้วยโอ๊ยน่ารักเป็นบ้า

          “กดเบอร์ให้พี่ด้วยครับ” พี่ต้อมยื่นมือถือของเขาส่งให้เธอ

          “กลับกันเถอะค่ะ คนอื่นเดินไปไกลแล้ว” น้องขวัญเดินมาข้างๆ แล้วเงยหน้ามาส่งยิ้มที่แสนหวานให้

โอ๊ย..อย่ายิ้มแบบนี้พี่หัวใจจะวายครับน้องขวัญ เมื่อกลับถึงโรงแรมทุกคนก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำมีแค่เขากับไอ้เดชนั่งรออยู่ในห้องนั่งเล่น

          “ณดาไปอาบน้ำนะคะพี่เดช” ยอดดวงใจของไอ้เดชบอกเสียงหวานก่อนจะเดินแยกไป

          “ไงมึง น้องขวัญว่าไงบ้าง”

          “กูบอกว่าจะลงไปหาสัปดาห์ละครั้ง น้องขวัญจะพากูไปเดินเล่นสวนสาธารณะด้วย” อัครตื่นเต้นดีใจจนเพื่อนขำลั่นบ้าน ดีที่ว่าทุกคนอยู่ในห้องหมดใครจะไปเชื่อนายอัคร เกียรติเมธา จะดีใจจนเนื้อเต้นเมื่อจะได้ไปเดินเล่นในสวนสาธารณะ

          “ต้อมมึงเชื่อไหม กูเคยนอนมองณดาทำโหลเทียนอยู่สามชั่วโมงเต็มๆ โดยกูไม่เบื่อเลยสักนาที เดี๋ยวนี้กูถักเปียเป็นแล้วด้วยนะแถมยังชอบเลือกโบว์ผูกผมกับณดาด้วย”

          ไอ้ต้อมกับเขาเป็นเสือร้ายคู่กันมานานหลายปีการไปเดินอ้อยสร้อยให้เสียเวลาฟันหญิงเล่นๆ ในสวนสาธารณะไม่เคยอยู่ในหัวสมองหรอกไม่งั้นเขาจะมีฟิตเนสอยู่ในบ้านเพื่ออะไรก็เพื่อเอาเวลาไปทำอย่างอื่นนะสิ

          ดูท่าแล้วไอ้ต้อมสิ้นลายแน่นอนคราวนี้ถ้าถึงกับตื่นเต้นดีใจกับการเดินทอดน่องไปในสวนสวยขนาดนั้น

          “ต้อมกูขอนะ มึงอย่าล่วงเกินให้น้องขวัญเขาเสียหายนอกซะจากน้องยอมมึงเอง” ไอ้เดชกลับมาอยู่โหมดจริงจัง

          “แหม่ ไอ้เดชมึงเข้าห้องณดาตั้งแต่น้องเขาทำงานเดือนแรกกูยังไม่ว่า” ไอ้ต้อมได้ทีก็สวนกลับทันควัน

          “กูเข้าไปแต่กูไม่ได้ทำอะไร กูอดทนเกือบขาดใจตายรออยู่ตั้งหกเดือน”

          “หกเดือน มึงโคตรอึดไอ้เดช” เป็นที่รู้กันว่ารอแค่ชั่วโมงเดียวมันก็นานเกินพอแล้วสำหรับเขากับไอ้เดช

          “มึงคิดว่ากูรวบหัวรวบหางณดาตั้งแต่เดือนแรกหรอ มึงมันเลวไอ้ต้อม” ไอ้เดชด่าแล้วมันก็ขำ

          “กูรับปาก กูจะไม่ฝืนใจน้องขวัญ” ไอ้ต้อมสัญญากับเขาซึ่งเขารู้ว่าคำสัญญาจากมันคือคำสัตย์จริง

          มื้อเย็นวันนั้นพี่เดชพาทุกคนไปทานในห้องอาหารโดยวันนี้เปลี่ยนมาทานสเต๊กกันเพื่อเปลี่ยนรสชาติ หลังทานเสร็จพวกผู้ใหญ่ก็ขอตัวไปนอนเพราะเพลียกันพอดูวันนี้เดินกันแทบทั้งวัน

          “ไปเดินเล่นที่หาดกันไหมเด็กๆ” พี่เดชหันมาถามทุกคน

          “ไปค่ะ” ณดาขานรับแล้ววิ่งมากอดแขนเขาไว้ น้องดล น้องฝ้าย น้องขวัญและแน่นอนไอ้ต้อมก็เดินตามมา        

          “ณดาอยากไปกรุงเทพกับแม่ไหมคะ” พี่เดชก้มหน้ามาถามเธอ

          “ไม่ค่ะ ณดาอยากอยู่กับพี่เดชก่อนคิดถึ๊งคิดถึงไม่ได้กอดตั้งคืนนึงแน่ะไว้ณดาค่อยลงไปตอนวันเกิดน้องดลดีกว่าค่ะ”

          “พี่ก็คิดถึงค่ะ” พี่เดชก้มลงมากระซิบด้วยน้ำเสียงที่เธอรู้ว่าเขาคิดถึงส่วนไหนของร่างกายเธอที่สุด

          ณดามองดูพี่ต้อมกับยัยขวัญที่เดินคู่กันอยู่ข้างหน้าแล้วก็ยิ้มออกมา ขวัญต้องมีใจบ้างแหละไม่งั้นไม่ยอมเดินด้วยแบบนั้นหรอกแม่นี้ลองถ้าไม่ชอบใครนางไม่มีทางเข้าใกล้เด็ดขาด

          “พรุ่งนี้น้องขวัญกลับกี่โมงครับ”

          “เครื่องออกห้าโมงเย็นค่ะ” น้องขวัญตอบแล้วยิ้มให้เขา ดูน้องขวัญไม่ค่อยเกร็งเท่าไหร่แล้ว...ดีใจจังเลย

          “งั้น พรุ่งนี้น้องขวัญอยากทานอะไรครับพี่จะได้ซื้อมาฝาก”

          “ณดา พรุ่งนี้กินโจ๊กไหม” ดวงขวัญหันมาถามเธอ

          “กิน เอาเหมือนเดิมนะคะพี่ต้อม”

          “ของขวัญก็เหมือนเดิมค่ะ” แล้วน้องขวัญก็ยิ้มกว้างขึ้นไปอีก...ไม่ไหวแล้ว พี่ต้อมยอมทุกอย่างเลยครับน้องขวัญ

          “เดช ฝากบอกผู้ใหญ่ด้วยนะว่าพรุ่งนี้มีโจ๊ก กูกลับก่อนนะ” ไอ้ต้อมเดินมาลาเขาครึ่งวินาทีหลังจากลาน้องขวัญอยู่ประมาณห้านาทีได้

          “คืนนี้ณดาไปนอนกับขวัญก็ได้นะคะ พี่รู้ว่ามีเรื่องต้องคุยกันเยอะ”

          “พี่เดชไม่น้อยใจนะคะ” ณดากอดเอวเขาไว้แล้วเงยหน้ามาถามพร้อมทำตาปริบๆ

          “คืนพรุ่งนี้ณดาค่อยชดใช้ให้พี่ค่ะ” พี่เดชกระซิบบอก

          คืนนั้นเธอนั่งคุยกับดวงขวัญอยู่นาน ขวัญบอกว่าภายนอกของพี่ต้อมใครเห็นก็รักได้ไม่ยากมันต้องดูกันที่นิสัยซึ่งต้องใช้เวลานานกว่าจะรู้จักกันจริงจัง ขวัญงงตัวเองไม่รู้ว่าโง่หรือบ้าหรือทั้งสองอย่างที่ตกลงคบกับเขาง่ายๆ ทั้งที่เพิ่งเจอกันได้แค่สองวัน กับพี่บาสเธอคิดอยู่ตั้งเดือนแต่ก็อย่างที่เห็นเวลาก็ไม่ได้ให้คำตอบที่ถูกต้องและเที่ยงตรงเสมอไป

          “ขวัญเรื่องหัวใจบางครั้งสมองมันก็ช่วยไม่ค่อยได้นะ แกลองเปิดใจคบพี่ต้อมดูเถอะไม่มีอะไรเสียหายหรอกลองทำตามเสียงข้างในหัวใจตัวเองดูถ้ามันใช่แกจะรู้เอง เชื่อฉัน”

          “ฉันกับพี่เดชกำชับเน้นย้ำแล้วว่าห้ามล่วงเกินแกเด็ดขาดแกหายห่วงเรื่องนั้นไปได้เลย ฉันรู้ว่าแกคงยังไม่พร้อมกับความสัมพันธ์ลึกซึ้ง ฉันขอแค่แกอย่าฝืนใจตัวเองเหมือนฉันจนเกือบทำให้ชีวิตตัวเองพังทลายนะขวัญนะ” ณดาบอกเพื่อนของเธอ

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha