รักร้ายพญามาร (จบแล้ว)

โดย: raktapa



ตอนที่ 1 : ตอนที่ 1 (1)


ตอนต่อไป

ตอนที่ 1

 


ายลมที่พัดผ่านมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้สาวน้อยหน้าหวานที่ยืนอยู่บนระเบียงชั้นสองของคฤหาสน์หรู ต้องกระชับสาปเสื้อเข้าทบกันยิ่งขึ้นพร้อมกับห่อไหล่จนตัวงอ ก่อนจะเอี้ยวหน้ากลับไปมองนาฬิกาที่ติดอยู่ข้างผนังห้องหนังสือพลางอดเปิดปากหาวออกมาไม่ได้ ทว่านาทีต่อมาคนที่เริ่มมีอาการง่วงงุนกลับตาสว่างขึ้นมาพลัน เมื่อหูแว่วได้ยินเสียงรถประจำกายของประมุขใหญ่แล่นเข้ามาจอดอยู่หน้าบันไดทางขึ้น ส่งผลให้นางฟ้าคนสวยที่หนีจากความอบอุ่นของเตียงกว้างขยับถอยหลังและจ้องเขม็งไปที่ด้านล่างด้วยความใคร่รู้

“คุณพ่อออกไปข้างนอกตอนไหนนะถึงได้กลับมาซะดึกขนาดนี้จะเที่ยงคืนอยู่แล้วเชียว หรือว่าไม่ใช่คุณพ่อ แล้วใครมากันล่ะถึงต้องใช้รถคุณพ่อไปรับ”

ความสงสัยเข้าจู่โจมต่อมความอยากรู้ เท้าเล็กเร็วกว่าความคิดเสียอีก ก่อนที่เจ้าของร่างบางจะถลาออกจากห้องหนังสือเพื่อลงไปชั้นล่างทันที เธออยากรู้ว่าใครมาและคงไม่น่าเกลียดถ้าจะลงไปดู หญิงสาวเร่งฝีเท้ายิ่งขึ้นเพราะกลัวพลาดฉากสำคัญ ขณะที่ปากก็ตะโกนนำไปก่อนตัว

“คุณพ่อขา...คุณแม่ขา”

เสียงหวานใสที่ดังมาจากทิศทางของบันไดกลางบ้านที่ทอดยาวสู่ชั้นสอง ทำให้คุณพีรยุทธและคุณมนทิราหันมามองหน้ากันยิ้มๆ จนเมื่อนางฟ้าคนงามลงมาหยุดยืนข้างท่านทั้งสอง คุณมนทิราจึงแกล้งแซวคนอยากรู้อยากเห็นด้วยความเอ็นดู

“มาต้อนรับแขกคนพิเศษหรือคะลูก”

“แขกคนพิเศษ” คิ้วสวยขมวดมุ่น ดวงตาคู่งามกลอกไปมาด้วยความสงสัย ท่าทางจะพิเศษจริงเพราะมาต้อนรับกันทั้งบ้านเลย คนใช้ แม่ครัว หรือแม้แต่คนสวน อยากรู้จริงว่าใครมา

“จ้ะแขกคนพิเศษ...พิเศษมากด้วย เอ๊ะ! แล้วทำไมลูกยังไม่นอนล่ะคะ พรุ่งนี้ต้องไปสัมภาษณ์งานไม่ใช่เหรอ”

“ที่จริงคุณพ่อไม่เห็นว่าจะต้องไป...ทำไมลูกไม่ทำงานที่บริษัทเราล่ะ”

คุณพีรยุทธเอ่ยขึ้นเพราะไม่เห็นด้วยกับความคิดของบุตรสาวคนสวยที่อยากจะออกไปทำงานนอกบ้าน อันที่จริงเขาอยากจะให้นางฟ้าตัวน้อยอยู่กับบ้านเป็นเพื่อนคุณมนทิรามากกว่าด้วยซ้ำ

            “น้องฟางก็ว่าจะนอนแล้วล่ะค่ะหัวจะถึงหมอนอยู่แล้ว แต่ไม่รู้นึกยังไงถึงได้ลงมา” คนสวยโกหกหน้าตาย แต่คนฟังถึงกับยิ้มขำ

            “โกหกไม่เนียนเลยน้องฟาง...ถ้าลูกไม่ได้อยู่ที่ห้องหนังสือ ลูกไม่มีทางรู้หรอกว่ามีคนมา” คุณพีรยุทธดักคออย่างรู้ทัน ทำเอานางฟ้าคนงามยิ้มเขินเมื่อถูกจับได้ว่าโกหก

“แล้วที่ว่าแขกคนพิเศษแถมพิเศษมากนั้น พิเศษกว่าน้องฟางอีกเหรอคะ” คนถามมีแววแง่งอนเล็กน้อย

“โถ...ใครจะพิเศษไปกว่าน้องฟางของคุณแม่ล่ะคะ ไหนมาขอกอดทีสิแม่ตัวยุ่ง”

คุณมนทิราดึงร่างบุตรสาวสุดสวาทมาสวมกอด คนโดนกอดยิ้มแก้มปริ ใบหน้าหวานเกยกับไหล่มนของมารดา อ้อมกอดนี้เธอคุ้นเคยตั้งแต่เล็กจนโต อ้อมกอดที่อบอุ่นและปลอดภัย อ้อมกอดที่เธอโผเข้าหาทั้งยามสุขและทุกข์ คุณพีรยุทธมองภาพนั้นด้วยความปลาบปลื้ม สายสัมพันธ์แม่ลูกมันช่างยิ่งใหญ่จริงๆ ต่อให้ต่างสายเลือดกันก็เถอะ

“ผมขอกอดคนพิเศษของบ้านพรรณธารักษ์บ้างได้ไหมครับ”

 เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้น ทำเอาสาวน้อยคนงามผละออกจากอกมารดา พลางหันไปทางต้นเสียงทันที ร่างสูงตรงหน้าทำเอาคนมองตะลึงงันไปตามๆ กัน เขาดูดีไปทุกกระเบียดนิ้ว ถูกล่ะ พิชยุทธกลับมาดูงานที่เมืองไทยบ่อยๆ แต่ไม่เคยเลยที่จะได้เจอกัน มาวันนี้แหละที่ได้เจอตัวเป็นๆ ส่วนใหญ่ได้ฟังแต่เสียง

 เขาห่วงงานที่อเมริกามากกว่าที่เมืองไทย ตั้งแต่ที่เรียนจบก็ตั้งรกรากอยู่ที่อเมริกาจนลืมคนทางเมืองไทยไปแล้ว เช่นเดียวกับใครอีกคน ที่เรียบจบมาหลายปีแต่ไม่ยักกลับมาที่เมืองไทยสักหน เขาคงไม่อยากเจอเธอ แม้แต่ตอนที่บิดามารดาเอ่ยชวนไปเยี่ยมเขาที่อเมริกา หรือตอนที่เขารับปริญญาเธอก็ยังไม่กล้าที่จะไป จะอะไรก็เขาสั่งห้ามมาเลยนี่ว่าห้ามไป ทั้งงานของเขาและของพิชยุทธ คิดแล้วนึกน้อยใจในโชคชะตาจนต้องหลุบตามองพื้นแล้วพานให้น้ำตาไหล

ขณะที่ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่อย่าง พิชยุทธ พรรณธารักษ์ ทายาทคนโตของตระกูล ได้แต่ยืนมองสามคนพ่อแม่ลูกด้วยใบหน้าแย้มยิ้ม ก่อนที่ผู้เป็นบิดาจะเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

“เฟิร์ส” คุณพีรยุทธอ้าแขนรับบุตรชายคนโต

พิชยุทธไม่รอช้าโผเข้าสวมกอดบิดาด้วยความคิดถึง พลางหันไปกอดมารดาและหอมแก้มไปฟอดใหญ่ ก่อนจะหันมาทางสาวน้อยคนงาม ดวงตาคมมองจ้องร่างบางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า พร้อมกับยิ้มกว้างและกางแขนออกรอรับร่างบอบบางที่เขาเอ่ยขอกอดเมื่อครู่

“น้องฟาง” พิชยุทธเอ่ยเรียกสาวงามตรงหน้า เช่นกันกับที่สาวน้อยคนงามก็ยิ้มกว้างก่อนโผเข้าหาอกกว้างทันทีด้วยความคิดถึง

“น้องฟางคิดถึงคุณเฟิร์สจังเลยค่ะ”

“พี่ก็คิดถึงน้องฟางครับ”

อ้อมกอดของพี่ชายกระชับมากขึ้น ใบหน้าหวานหันไปซบกับอกกว้างแนบชิดติดตรึง จนคนที่เดินขึ้นมาสมทบถึงกับตาลุกวาว รัศมีความหล่อของเขาเล่นเอาใครต่อใครอึ้งตะลึงงันจนพูดไม่ออก ยกเว้นสองร่างที่ตระกองกอดกันอยู่

“จะกอดกันอีกนานไหม”

เสียงแข็งกร้าวที่ดังขึ้น ส่งผลให้คนที่กอดกันอยู่ถึงกับชะงัก ฝ่ายชายนั้นไม่ได้รู้สึกอะไร แต่ฝ่ายหญิงถึงกับตาโต เธอไม่กล้าแม้จะหันไปมองคนพูด ซ้ำยังกอดพี่ชายไว้แน่นจนคนโดนกอดสัมผัสได้ ว่าร่างน้อยกำลังตื่นตระหนกกับการเจอใครบางคนเป็นครั้งแรก หลังจากที่ไม่ได้เจอกันมานานหลายปี

“อย่ากลัวสาวน้อย..เขาก็แค่นายฟาร์ม”

พิชยุทธกระซิบบอกข้างใบหูเล็ก แต่พิชยุทธจะรู้หรือไม่ว่าการกระทำของเขา มันเรียกโทสะของคนมองจนอยากจะเข้าไปกระชากทั้งสองออกจากกัน

ส่วนคนกลัวที่พยายามทำใจให้กล้าถึงกับถอนหายใจกับอกกว้าง ก็เพราะเป็นคุณฟาร์มน่ะสิเธอถึงกลัว คุณเฟิร์สก็ช่างพูดได้ ก็คุณเฟิร์สไม่ใช่คนที่ต้องโดนกระทำเช่นเธอนี่ ตอนเด็กๆ ก็โดนแกล้งสารพัด ถูกหาว่าเป็นลูกไม่มีพ่อไม่มีแม่บ้างล่ะ ป่าวประกาศว่าเกลียดชังบ้างล่ะ ต่อให้เขาไม่พูดเธอก็รู้ เล่นต่อต้านซะขนาดนั้น ถ้าไม่ได้ไออุ่นจากคุณพ่อคุณแม่บุญธรรมที่เลี้ยงดูฟูมฟักเธอมา ป่านนี้ไม่รู้ว่าเธอจะยืนหยัดอยู่ในบ้านพรรณธารักษ์ได้อย่างไร และเธอหวัง หวังเล็กๆ ว่าเมื่อเติบใหญ่ขึ้นและกาลเวลาเปลี่ยนแปลงเขาจะเลิกหาเรื่องเธอเสียที แต่ดูท่าคงจะต้องเลิกหวังไปได้เลย

“เอ้า! จะรวมร่างกันหรือไง กอดกันกลมขนาดนั้น” อารมณ์คนถามเดือดปุดๆ ทั้งสีหน้าและแววตา จ้องจะเล่นงานใครบางคนเต็มที่ จนคุณมนทิราต้องเรียกร้องความสนใจจากบุตรชายคนเล็ก

“ฟาร์ม...มาให้แม่กอดหน่อยลูก...แม่คิดถึง” คุณมนทิราชิงเข้าไปหาร่างของบุตรชายคนเล็ก ก่อนที่พ่อคนอารมณ์ร้อนจะขยับเข้าหาพี่ชายและน้องสาวคนงาม

พิชญะ พรรณธารักษ์ บุตรชายคนเล็กของตระกูลจำต้องหันไปสวมกอดมารดาไว้แน่น หากทั้งนี้สายตาของเขาไม่เคยละห่างจากสองร่างซึ่งยังโอบกันไว้ราวกับอาวรณ์ต่อสัมผัสนั้นนักหนา และมันสร้างความโกรธให้กับเจ้าของฉายาพญามารที่แสนใจร้ายใจดำจนถึงกับดำดิ่งสู่จิตใจหยาบกระด้างจนกู่ไม่กลับ มือที่วางแนบกับเอวของคุณมนทิราค่อยๆ กำเข้าหากันช้าๆ

และเพราะความรู้สึกบางอย่างที่บ่งบอกว่ากำลังถูกจ้อง ทำให้เจ้าของร่างบางต้องผละออกจากอกของพิชยุทธ พร้อมเบี่ยงตัวหันหลังให้คนมองเสียอย่างนั้น ซึ่งหารู้ไม่ว่ากิริยาที่เธอแสดงออกส่งผลต่อจิตใจและความรู้สึกของพิชญะฉับพลัน

‘เธอรังเกียจฉันจนไม่อยากเห็นหน้าเลยเหรอยัยเห็ดฟาง’ คนโมโหร้ายโกรธจนร่างกายแทบลุกเป็นไฟ ร่างสูงผละออกจากอกของผู้เป็นมารดาทันที พร้อมกับเข้ากระชากต้นแขนบอบบางให้หันมาทางเขาอย่างแรง

ทันทีที่ทั้งสองเผชิญหน้ากัน โลกนี้เหมือนหยุดหมุนไปชั่วขณะ สายตาคมกวาดมองร่างบางนิ่ง ใบหน้าหวานนวลใส คิ้ว จมูก ปาก เครื่องหน้าของเธอประกอบกันได้เหมาะเจาะลงตัว จนคนมองไม่อาจละสายตาได้ ยิ่งริมฝีปากแดงๆ นั่นอีกมันน่าจูบให้เลือดซิบจริงๆ

 ‘ให้ตายเถอะ! นางฟ้าประจำบ้านพรรณธารักษ์หรือเปล่าวะ’ พิชญะถามตัวเองอยู่ในใจ

เช่นเดียวกับสาวน้อยคนงามที่มองตะลึงบุรุษตรงหน้า เขาช่างหล่อขั้นเทพจริงๆ จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากแดงๆ ดูมีสุขภาพดี ดวงตาคมกริบที่คมจนบาดลึกถึงกลางใจ คิ้วเข้มดกดำ ผมดำขลับน่าลูบไล้ เรียกว่าหาที่ติไม่ได้เลยในตัวของผู้ชายคนนี้ นอกเสียแต่นิสัยไม่ดี เธอคิดว่าพี่ชายคนโตหล่อขั้นเทพแล้ว แต่สำหรับพี่ชายคนเล็กนี้พูดได้คำเดียวว่า ‘หล่อเว่อร์ หล่อยิ่งกว่าขั้นเทพเสียอีก’ สาวน้อยคนงามยังคงตะลึงงัน ดวงตาคู่สวยจ้องเขาตาไม่กะพริบ ไม่แปลกใจเลยที่บิดามารดามักจะกลัดกลุ้มกับเรื่องการใช้ผู้หญิงของบุตรชายคนเล็ก ก็พ่อคุณเล่นหล่อซะขนาดนี้ ผู้หญิงคนไหนบ้างจะไม่หลงกับดักเสน่ห์อันร้ายกาจของเขา

ในขณะที่สาวน้อยคนงามกำลังประเมินความหล่อของเทพบุตรตรงหน้านั้น ฝ่ายพญามารในคราบเทพบุตรก็กำลังประเมินเธออยู่เช่นกัน มือหนายังคงจับต้นแขนบอบบางไม่ปล่อย แต่เพียงแค่มือสัมผัส ก็รู้สึกเหมือนมีประจุไฟฟ้ามากมายวิ่งวนจนรู้สึกชาวาบไปทั้งตัว ราวกับโดนไฟช็อต และถ้าหากเขายังจับต้องไฟฟ้าแรงสูงต่อไป ร่างของเขาคงไหม้เป็นจุณเพราะไฟฟ้าลัดวงจรแน่ๆ

เร็วเท่าความคิด ชายหนุ่มรีบชักมือกลับทันที ทำราวกับว่ารังเกียจไม่อยากแม้แต่จะแตะต้อง ส่งผลให้สาวน้อยคนงามถึงกับอึ้งก่อนจะรีบยกมือขึ้นไหว้คนตรงหน้า พยายามจะไม่มองสบตาแต่กลับกลายเป็นการทำให้คนมองนึกเจ็บใจอยู่ลึกๆ

พิชญะขัดใจยิ่งนักกับการทักทายที่แสนจะธรรมดาของสาวน้อยตรงหน้า เธอเห็นเขาเป็นตาแก่หรืออย่างไรถึงได้ยกมือขึ้นไหว้อย่างนอบน้อมขนาดนั้น แทนที่จะโผเข้ากอดเหมือนที่ทำกับพี่ชายของเขา และในเมื่อไม่พอใจจะรับไหว้ คนอย่างพิชญะจึงตีหน้าดุใส่เสียเลย แม้แต่อาการพยักหน้ารับก็ไม่มี จนคนไหว้ถึงกับหน้าเสีย แต่แล้วประโยคถัดมาที่หลุดออกจากปากหยักได้รูป ก็ทำเอาใครต่อใครงงเป็นไก่ตาแตก

“เธอไม่ดีใจเหรอที่เจอฉัน” คนถามนิ่งจนเดาไม่ออกว่าอยู่ในอารมณ์ไหน

“เอ่อ...ดะ...ดีใจค่ะ”

“โกหก!” เขาตวาดขึ้นทำเอาคนฟังหน้าซีดลงกว่าเดิม

“นะ...น้องฟางไม่ได้โกหกค่ะ...น้องฟางดีใจที่คุณฟาร์มกับคุณเฟิร์สกลับมา”

“ถ้าเธอดีใจที่เจอฉัน เธอก็ต้องเข้ามากอดฉันเหมือนอย่างที่กอดพี่ชายฉัน เพื่อยืนยันว่าเธอดีใจจริงๆ”  

พิชามญฐ์ถึงกับอึ้งจนพูดไม่ออก เช่นเดียวกับคนในครอบครัว เนื่องจากร้อยวันพันปีพิชญะไม่เคยคิดอยากจะเข้าใกล้สาวน้อยคนงามที่เขาเกลียดชังหนักหนา แต่ในวันนี้อะไรดลใจถึงขนาดอนุญาตให้หญิงสาวเข้าไปสวมกอดเพื่อแสดงความดีใจ

“เอ่อ...” สาวน้อยคนงามอึกอักอย่างไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี

“กอดฉัน” พิชญะยังคงเน้นย้ำในสิ่งที่เขาต้องการ เมื่อหาทางออกไม่ได้และสายตาดุคมที่ส่งผ่านมากระทบกับดวงตาคู่สวย ทำให้สาวน้อยจำต้องก้าวเข้าไปใกล้ร่างสูงที่ยืนเป็นยักษ์ปักหลั่น ก่อนจะตัดสินใจขั้นเด็ดขาด

มือน้อยยื่นไปใกล้เอวหนาและโอบไว้หลวมๆ พร้อมกับโผกายเข้าหาอกกว้าง ที่เธอคิดว่าชาตินี้คงไม่มีโอกาสแม้จะได้เฉียดใกล้ และไม่รู้ด้วยเหตุผลอะไรทั้งที่ตั้งใจว่าจะกอดเพียงนิดแล้วผละออก กลับกลายเป็นกอดกระชับร่างสูงไว้แน่น ใบหน้าหวานซุกซบกับอกกว้างอย่างโหยหา ความรู้สึกของเธอนั้นคือดีใจที่ได้กอดพี่ชายที่ห่างไกลกันไปหลายปี แต่ความรู้สึกของพิชญะกลับตรงกันข้าม ยิ่งเมื่อไออุ่นจากกายสาวที่ได้สัมผัส กลิ่นหอมละมุนจากเรือนผม กลิ่นกายที่หอมหวานเกินบรรยาย ทำเอาเขาตะลึงงัน ความปั่นป่วนภายในกายเริ่มแผลงฤทธิ์รบเร้าให้ตอบสนอง มือหนาจึงค่อยๆ ยกขึ้นโอบร่างบางไว้แนบแน่น แต่แล้วเขาก็ต้องผลักร่างคนสวยให้ห่างกาย เมื่อปฏิกิริยาบางอย่างของร่างกายกำลังเข้ามาครอบงำ

“พี่ฟาร์ม...”

“อย่า! อย่ามาเรียกฉันว่าพี่...เธอต้องเรียกฉันว่าคุณฟาร์มจำใส่สมองกลวงๆ ของเธอไว้...ยัยลูกไม่มีพ่อไม่มีแม่”

ว่าจบก็ผลักร่างบางให้ออกไปจากรัศมีการเดินของเขา ก่อนจะก้าวผ่านหน้าเธอไป คุณพีรยุทธ คุณมนทิราและพิชยุทธ หันมองสาวน้อยคนงามนิ่ง ทั้งสามเป็นห่วงความรู้สึกของเธอ เพราะมันคงจะชาวาบไปทั้งตัวอย่างไม่มีคำอธิบาย แค่ก้าวแรกของการเหยียบเข้าบ้านพรรณธารักษ์ พญามารก็แผลงฤทธิ์จนขวัญผวา แล้วอย่างนี้สาวน้อยคนงามจะทานทนได้สักกี่น้ำ จะเสียน้ำตาสักกี่ปี๊บ จะทุกข์ใจสักกี่หน

“ไม่เป็นไรนะลูก” คุณมนทิราเข้าไปปลอบบุตรสาวคนสวย

“น้องฟางไม่เป็นอะไรค่ะ...น้องฟางชินแล้ว” เธอตอบมารดาเสียงใส หากแต่ภายในใจนั้นขื่นขมสิ้นดี

“งั้นคุณพ่อว่าลูกไปนอนเถอะ พรุ่งนี้ลูกต้องไปธุระไม่ใช่เหรอ”

“จริงด้วยค่ะงั้นน้องฟางไปนอนก่อนนะคะ” ว่าพลางหันไปหอมแก้มคุณมนทิราและคุณพีรยุทธคนละฟอด

“กู๊ดไนท์ค่ะคุณพ่อ...คุณแม่”

“แล้วพี่ล่ะ” พิชยุทธเอ่ยทวงบ้าง เพราะเขาก็เคยได้รับการปฏิบัติแบบนั้นจากแม่สาวน้อยในครั้งยังเด็ก แม้เธอจะโตเป็นสาวแล้วแถมสวยมากเสียด้วย แต่ยังไงเธอก็ยังเป็นน้องน้อยที่เขารักปานดวงใจอยู่ดี

“เอ่อ...ได้เหรอคะ”

“อ้าวทำไมล่ะ”

“กลัวคุณเฟิร์สไม่อนุญาต”

“ก็ถ้าทำกับคุณพ่อคุณแม่ แล้วไม่ทำกับพี่นี่สิ...จะโกรธให้ดู”

คนพูดไม่คิดอะไร คนฟังก็ยิ้มสดใส คนรอบข้างก็เห็นเป็นเรื่องน่ารัก พี่น้องแสดงความรักต่อกันไม่ใช่เรื่องแปลก แต่คนที่ก้าวออกไปครึ่งทางนี่สิถึงกับเดือดดาลขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล เขาหันกลับไปมองภาพที่น้องสาวต่างสายเลือดยื่นหน้าจุ๊บแก้มพี่ชายแล้วเหลืออด ความโกรธพุ่งทะลุปรอทจนแตกละเอียดไม่มีชิ้นดี หัวใจของเขาตอนนี้มันสุมไปด้วยไฟแห่งโทสะที่พร้อมจะแผดเผาใครบางคนให้มอดไหม้

“เธอต้องรับผิดชอบพิชามญฐ์!


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha