รักร้ายพญามาร (จบแล้ว)

โดย: raktapa



ตอนที่ 4 : ตอนที่ 2 (2)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

วันเวลาผ่านไปจากเด็กชายก็กลายเป็นหนุ่มน้อย จากเด็กทารกก็กลายเป็นเด็กหญิง ทุกอย่างภายในบ้านพรรณธารักษ์ยังคงดำเนินไปเรื่อยๆ อาจมีคลื่นใต้น้ำบ้างจากบุตรชายคนเล็กของบ้าน แต่ทุกอย่างก็สามารถแก้ไขได้ หากแต่ไม่เป็นเช่นนั้นทุกครั้งไป...เฉกเช่นวันนี้

“นี่จัดงานอะไรกันครับป้าจันทร์” เด็กน้อยพิชญะเอ่ยขึ้น ซึ่งบัดนี้อายุได้สิบสองปีแล้ว

“งานวันเกิดคุณหนูฟางไงคะ...คุณฟาร์มจำไม่ได้เหรอ”

“วันเกิด?...วันเกิดอุปโลกน์น่ะเหรอ”

“อุปโลกน์อะไรกันฟาร์ม แม้เราจะไม่รู้ว่าน้องเกิดวันเวลาไหนแน่ แต่ความถูกต้องทางกฎหมาย ก็ได้แจ้งและระบุเอาวันที่เราพบน้องเป็นวันที่เกิด เพราะฉะนั้นวันที่สิบสี่เดือนกันยายนนี้ คือวันเกิดของน้องจำไว้ด้วย” พีรยุทธโมโหบุตรชายไม่น้อย ทำไมนะเวลาที่ผ่านมาหลายปี ไม่ได้ทำให้จิตใจของบุตรชายคนเล็กมันสว่างและกว้างขึ้นบ้างเลย แต่กลับแคบและมืดบอดลงไปทุกขณะจิต

“คุณพ่อขา” เสียงหวานใสของเด็กหญิงพิชามญฐ์เอ่ยเรียกบิดามาแต่ไกล แต่พอวิ่งเข้ามาเจอกับสายตาถมึงทึงของพี่ชายคนเล็ก เด็กน้อยวัยหกขวบก็ถึงกับหงอ ก่อนจะเดินคอหดเข้าไปหาบิดาที่อ้าแขนรอรับอยู่ จันทร์จวงเห็นดังนั้นจึงเลี่ยงออกไป

“สุขสันต์วันเกิดค่ะน้องฟาง” พีรยุทธกล่าวทักทายนางฟ้าตัวน้อย ทำเอาคนที่ยืนฟังเกิดอาการหมั่นไส้ จนต้องกล่าววาจาเชือดเฉือนอารมณ์เจ้าของงานวันเกิด

“ชิส์...มีวันเกิดกับเขาด้วย บุญนะเนี่ย ทั้งที่ยังไม่รู้แน่ชัดเลยว่าเกิดวันไหนแน่”

“ฟาร์ม!..มันจะมากไปแล้วนะ พ่อบอกแล้วไงว่าวันนี้วันเกิดน้อง”

“งั้นก็สุขสันต์วันเกิดแล้วกัน...ยัยเด็กถูกทิ้ง” เด็กชายพิชญะกล่าวเย้ยหยันก่อนจะเดินจากไป พอลับหลังคนใจร้ายเด็กหญิงในอ้อมกอดของพีรยุทธก็ร้องไห้จ้าออกมาทันที มือน้อยๆ โอบกอดคอผู้เป็นบิดาไว้แน่น ดวงหน้าเล็กที่เปื้อนน้ำตาซบลงที่คอแกร่ง

“อย่าร้องน้องฟาง คุณพ่อกับคุณแม่รักหนูนะลูก รักมาก ใครจะพูดยังไงก็ช่างจำไว้ว่าลูกเป็นลูกของพ่อกับแม่ รู้ไหมว่าพี่เฟิร์สน่ะบินกลับมาร่วมงานวันเกิดลูกด้วยนะ ใครเขาไม่รักก็อย่าไปสนใจ น้องฟางสนใจแค่คนที่รักลูกก็พอ ตกลงไหมคะนางฟ้าตัวน้อยของคุณพ่อ”

พีรยุทธพยายามพูดปลอบขวัญเด็กขี้แย แม้มันจะยากในความรู้สึกของเด็กน้อย เพราะตั้งแต่จำความได้ ก็ถูกปลูกฝังจากพี่ชายคนเล็กจนฝังอยู่ในจิต เด็กน้อยพิชามญฐ์รู้ว่าอะไรเป็นอะไร แต่ในเมื่อคนที่รักเธอก็มีมาก ดังนั้นจะสนใจทำไมกับคนที่ไม่รัก

“ค่ะคุณพ่อ” เด็กน้อยรับคำบิดา รอยยิ้มหวานเริ่มฉายชัดขึ้น ก่อนจะคลี่ยิ้มกว้างเมื่อถูกบิดาหยอกเอินเข้า

 

สียงเพลงจบลงพร้อมกับแสงเทียนที่ดับลงด้วยฝีมือเจ้าของงานวันเกิด ตามด้วยเสียงปรบมือดังลั่นบ้าน จากนั้นไฟทุกดวงก็สว่างไสวขึ้น

“สุขสันต์วันเกิดค่ะน้องฟาง” พิชยุทธกระซิบบอก พร้อมอ้าแขนรับร่างเล็กของน้องสาวเข้าไปกอด ซ้ำยังช้อนร่างกระจ้อยร่อยขึ้นอุ้มอีก ซึ่งบัดนี้พิชยุทธเป็นเด็กหนุ่มวัยสิบหกที่หล่อเหลาเอาการ

“ไม่เจอกันไม่กี่เดือนตัวหนักขึ้นนะเรา” พิชยุทธเย้าเล่น

“คุณแม่บอกว่าน้องฟางตัวเล็กต้องทานเยอะๆ เดี๋ยวจะผอมแห้งแรงน้อยค่ะ” เด็กหญิงตอบเสียงเจื้อยแจ้ว เรียกเสียงหัวเราะจากคนรอบข้างได้เป็นอย่างดี

“เอ้าๆ วางน้องลงเถอะเฟิร์ส พ่อกับแม่จะได้อวยพรวันเกิดให้น้อง”

“ครับ” พิชยุทธวางร่างเล็กลงนั่งข้างบิดาและมารดา

“พ่อขอให้น้องฟางเป็นเด็กดี มีความสุขตลอดไป ขอให้ความทุกข์ความโศกมลายหายไปจากชีวิตลูก”

พีรยุทธให้พรพร้อมกับสวมสร้อยทองแขวนพระให้บุตรสาวตัวน้อย ตามด้วยของขวัญจากมนทิรา ซึ่งก็คือเช็คเงินสดจำนวนหนึ่ง

“แม่ขอให้น้องฟางมีความสุขมากๆ นะคะลูก คุณแม่รักน้องฟางนะคะ” มนทิราดึงร่างเล็กเข้ามากอดแนบอก พร้อมกับหอมแก้มซ้ายขวาด้วยความรักอย่างสุดซึ้ง

“ส่วนนี่เป็นของขวัญจากพี่ครับ”

พิชยุทธยื่นกล่องของขวัญให้น้องสาว เด็กหญิงรับมาถือไว้ก่อนจะเปิดมันออกด้วยความอยากรู้ มันเป็นชุดกระโปรงสีขาว น่ารักถูกใจคนรับเชียวล่ะ เพราะเด็กน้อยยิ้มรับหน้าบาน จนมารดาเอ่ยแซวว่าพิชยุทธเลือกของขวัญได้ถูกใจน้อง

ภาพครอบครัวตรงหน้าสร้างความรำคาญใจให้กับเด็กชายพิชญะที่มองตาขวาง ทุกคนสนใจแต่ยัยเด็กบ้านั่น โดยไม่มีใครเห็นหัวเขาเลย อารมณ์โกรธคุกรุ่นขึ้นมาดื้อๆ เท้าเล็กๆ สาวเข้าไปหาเป้าหมายทันที เป็นเหตุให้ทุกคนถึงกับชะงักหันมามองเด็กชายเป็นตาเดียว แต่คนที่ดูจะขลาดกลัวที่สุดก็คงไม่พ้นเจ้าของงานวันเกิด

เด็กชายไม่พูดพร่ำทำเพลงใดๆ เขาเอื้อมมือไปกระชากแขนเรียวเล็กของเด็กน้อยขึ้นมา จนใครๆ พากันร้องห้ามเสียงหลง เพราะกลัวว่าพิชญะจะทำร้ายน้อง แต่เปล่าเลย เมื่อเด็กชายกระชากแขนมาได้ก็จัดการสวมกำไลทองวงเล็กเข้าที่ข้อมือน้อยทั้งสองข้าง ก่อนจะอวยพรวันเกิดให้ชนิดที่เชือดเฉือนอารมณ์คนฟังได้เป็นอย่างดี

“สุขสันต์วันเกิด ยัยลูกกาฝาก” ว่าจบก็เดินจากไปอย่างไม่ไยดี แต่เด็กหญิงพิชามญฐ์หาได้ใส่ใจกับคำพูดนั้นไม่ เด็กน้อยกำลังอึ้งกับของขวัญวันเกิดชิ้นแรกจากพิชญะ เด็กหญิงไม่เคยได้รับอะไรจากพี่ชายคนเล็ก นอกจากคำพูดที่คอยแต่เสียดแทงความรู้สึก จนถึงกับร้องไห้วันละหลายๆ รอบ

ทางด้านมนทิรานั้นถึงกับมองบุตรชายคนเล็กนิ่ง น้องสาวที่เขาบอกว่าเกลียดนักเกลียดหนา แต่กลับให้ของขวัญที่ล้ำค่าเกินจะเชื่อว่าเกลียด แล้วกำไลสองวงนั้นเธอก็เป็นคนพาพิชญะไปซื้อเมื่อถูกขอให้พาไป ตอนนั้นยังงุนงงไม่หายว่าบุตรชายจะเอาเครื่องประดับของผู้หญิงไปทำอะไร พอถามก็ไม่ตอบจึงเลิกใส่ใจ กระทั่งพบว่ามันได้กลายมาเป็นของขวัญวันเกิดให้กับเด็กหญิงพิชามญฐ์

‘พิชญะ...แม่เชื่อว่าลูกไม่ได้เกลียดน้องจนเข้ากระดูกดำหรอก ลูกแค่ไม่พอใจอะไรบางอย่างเท่านั้น’ มนทิราคิดพลางยิ้มน้อยๆ สักวันบุตรชายคนเล็กจะต้องเลิกอคติ แต่มันเมื่อไหร่ล่ะนั่นเป็นสิ่งที่ใครก็ตอบไม่ได้

“มน...มน”

“คะ...มีอะไรคะ” คุณมนทิราผวาออกจากภวังค์ความหลัง หันมองหน้าสามีพลางยิ้มให้บางๆ

“คิดอะไรอยู่”

“ดีใจน่ะคะ วันนี้ลูกๆ เขาโตเป็นผู้ใหญ่กันหมดแล้ว คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็อดปลาบปลื้มใจไม่ได้”

“แต่ความปลาบปลื้มดันมาพร้อมกับความกลัดกลุ้มใช่ไหม” คุณพีรยุทธเอ่ยตรงประเด็นจนปฏิเสธไม่ได้

“แค่วันแรกที่เจอกัน ตาฟาร์มก็แผลงฤทธิ์ซะแล้ว ไม่รู้ว่าน้องฟางจะรับได้แค่ไหน มนเป็นห่วงน้องฟางค่ะ”

“ก็นั่นสิไม่เจอกันมาตั้งสิบเจ็ดปี แทนที่มันจะเปลี่ยนความคิด กลับเป็นหนักกว่าเดิม ยิ่งโตปากคอยิ่งเราะรายกว่าตอนเด็กอีก ทำไมนะกำแพงอคติของความเกลียดชังในใจเจ้าฟาร์ม มันถึงไม่พังทลายลงสักที”

สองสามีภรรยาจึงได้แต่ถอนหายใจด้วยความกลัดกลุ้ม นับจากนี้บ้านพรรณธารักษ์ที่สงบนิ่งไร้คลื่นใต้น้ำมานานนับสิบเจ็ดปี กำลังจะตีรวนเป็นคลื่นสึนามิขึ้นมา นับแต่บัดนี้และไม้รู้ว่าเมื่อไหร่จะสงบลง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha