รักร้ายพญามาร (จบแล้ว)

โดย: raktapa



ตอนที่ 5 : ตอนที่ 3 (1)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 3




“ไปสัมภาษณ์งานเหรอครับ” พิชยุทธเอ่ยขึ้นบนโต๊ะอาหารเช้า หลังจากได้ฟังที่บิดาบอกเรื่องของน้องสาวคนสวย

“พ่อก็ไม่เห็นด้วยนักหรอก น้องน่ะจบบริหารธุรกิจ การเข้ามาทำงานในบริษัทเป็นเรื่องที่เหมาะสมอยู่แล้ว พ่อก็พยายามพูดแต่น้องก็บอกว่าอยากจะหางานทำเอง ไม่อยากให้พ่อจ่ายเงินเดือนให้”

“หยิ่งยโส...อุตส่าห์เสียเงินให้เรียนตั้งสูง แทนที่จะเอาความรู้มาช่วยงานผู้มีพระคุณ ดันสะเออะเอาความรู้ไปช่วยคนอื่น...เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ” พิชญะแดกดันเข้าให้ แต่คำพูดของเขาหยุดชะงักฝีเท้าของผู้ที่เดินเข้ามาในห้องอาหารจนถึงกับแทบสะดุดล้ม

“ฟาร์ม” ผู้เป็นมารดาเอ่ยปราม เมื่อเห็นบุตรสาวคนสวยเดินเข้ามา ใบหน้าหวานที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงามดูหมองลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเจอกับคำพูดถากถางเข้าอย่างจังตั้งแต่เช้าตรู่

“น้องฟาง” พิชยุทธเอ่ยเสียงแผ่ว เห็นใจในความรู้สึกของคนที่ถูกพาดพิง เขาหันไปสบตาบิดากับมารดาพลางส่ายศีรษะไปมา ส่วนพญามารอย่าได้พูดถึงเขาไม่สนใจอะไรอยู่แล้ว และไม่เสียใจกับคำพูดของตัวเองด้วย เมื่อเห็นทุกคนตกอยู่ในความเงียบ ต่างไม่กล้าพูดอะไรออกมา คนที่ทนความเงียบไม่ไหวก็โพล่งขึ้น แต่ถ้าจะให้ดีเขานิ่งเสียจะดีกว่า

“ยืนบื้ออยู่ได้คิดว่าสวยหรือไง ฉันหิวจะแย่อยู่แล้วถ้าไม่กินก็ออกไปเลย” พิชญะตวาดลั่น ทำเอาคนร่วมโต๊ะถึงกับมองหน้ากันเลิ่กลั่ก คุณมนทิราถึงกับผวาลุกไปหาพิชามญฐ์เมื่อเห็นสาวน้อยคนงามน้ำตาไหลอาบแก้ม

“แกหิวก็กินไปสิ ปากหมาไม่เลิกเลยนะ” พิชยุทธฉุนใส่น้องชาย ถ้าจะให้ดีอยากถีบตกเก้าอี้ด้วยซ้ำ หากไม่กลัวโดนสวนกลับ

“น้องฟางไปทานข้าวนะลูก”

“แต่น้องฟางไม่อยากทานค่ะคุณแม่” พิชามญฐ์บอกมารดาเสียงเครือ ทุกคนที่ได้ฟังเข้าใจความรู้สึกนั้นดี เมื่อถูกวาจาร้ายกาจแบบนั้นใครบ้างจะกินลง

“น้องฟาง”

“เขาไม่อยากทานก็ปล่อยเขาไปสิครับ...เป็นตายขึ้นมาก็แค่นิมนต์พระมาสวด”

“ฟาร์ม!..มันจะมากไปแล้วนะ” คุณพีรยุทธที่ทนฟังคำพูดถากถางของบุตรชายคนเล็กไม่ไหว ชักเลือดขึ้นหน้า ท่านตวาดลั่นโต๊ะอาหาร

“โอ๋กันจัง” พิชญะลากเสียงยาวก่อนจะเสียมารยาทลุกเดินออกไปหน้าตาเฉย เพราะเขาหมดอารมณ์ในการทานอาหารแล้ว ที่จริงเขาควรจะไปนานแล้วล่ะสำหรับความคิดของทุกคน

ร่างสูงเดินมาหยุดที่มารดาและตัวปัญหายืนอยู่ สายตาคมมองจ้องสาวน้อยพิชามญฐ์ตาวาว สายตาของเขาคาดโทษเธอเต็มที่ มันน่ากลัวชนิดที่พิชามญฐ์ต้องหลบสายตาคู่นั้นแทบจะทันที

“ฉันกลับมาแล้ว เธออย่างหวังว่าจะมีความสุขในบ้านหลังนี้ ความสงบสุขของเธอจบลงแล้ว...พิชามญฐ์” พิชญะกล่าวทิ้งท้ายก่อนจะเดินจากไปอย่างไม่ไยดี พิชามญฐ์ถึงกับน้ำตาไหลพราก เธอโผเข้าหาอ้อมอกของมารดาอย่างเด็กเสียขวัญ แม้แต่ผู้เป็นบิดาก็ถึงกับลุกขึ้นจากเก้าอี้ แล้วเดินเข้าไปกอดปลอบเช่นกัน ทางด้านพิชยุทธมองภาพนั้นแล้วสะเทือนใจเป็นอย่างมากจนพานให้รู้สึกเกลียดน้องชายในไส้ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

 

คุณมนทิราและคุณพีรยุทธยืนรอส่งบุตรสาวอยู่ที่บันไดหน้าบ้าน ในระหว่างรอลุงชัชเอารถมารับ คุณมนทิราก็หันไปพูดคุยหยอกล้อกับบุตรสาวเพื่อให้รู้สึกสบายใจขึ้น หลังจากที่สาวน้อยคนงามเพิ่งจะร้องไห้มาหมาดๆ ด้วยคำพูดของพญามาร

มิหนำซ้ำท่านยังอวยพรให้พิชามญฐ์ในการไปสัมภาษณ์งานครั้งนี้ หากแต่คำอวยพรของมารดาทำเอาคนรับหน้างอ เพราะมารดาอวยพรให้เธอไม่ผ่านการสัมภาษณ์ นั่นเพราะท่านไม่ต้องการให้บุตรสาวคนสวยออกไปทำงานนอกบ้านนั่นเอง ‘เอากับคุณแม่เถอะ อย่างนี้จะมีกำลังใจไหมเนี่ย’

“อ้าวครอบครัวสุขสันต์ คุณพ่อ คุณแม่ รอส่งคุณลูกเหรอครับ” พิชยุทธเอ่ยแซวคนทั้งสาม ทำเอาคนถูกแซวหัวเราะร่วน

“วันแรกที่นกน้อยออกจากกรงทอง มันก็ต้องนิดนึงนะเฟิร์ส” คุณพีรยุทธเอ่ยบอกบุตรชายคนโต พลอยทำให้ใครบางคนที่ถูกพาดพิงว่าเป็นนกหันมามองค้อนบิดาวงใหญ่

“โน้นลุงชัชมาแล้วครับ” พิชยุทธบอกขึ้นเมื่อหันไปมองเห็นหัวรถของบิดาแล่นเข้ามาโดยคนขับก็คือลุงชัชนั่นเอง แต่ทว่า!

รถสปอร์ตสีดำเงาวับแล่นปาดหน้ารถอย่างไม่กลัวเกรง ด้วยความเร็วหลายร้อยแรงม้า ทำเอาคนที่มองอยู่ใจหายใจคว่ำ โดยเฉพาะคุณพีรยุทธถึงกับร้องเสียงหลง เพราะหากผิดพลาดขึ้นมารถของท่านคงได้ส่งเข้าอู่ซ่อมเป็นแน่แท้

รถสปอร์ตคู่กรณีจอดเทียบสนิทที่หน้าบันได พร้อมกับร่างสูงที่ก้าวลงมาในชุดสูทสีเข้มที่ช่วยเพิ่มให้เขาดูดียิ่งขึ้น ช่วงไหล่กว้างน่าอิงแอบ ช่วงขาเพรียวน่าคุกเข่ากอด รูปร่างสมชายไร้ที่ติ ใบหน้าหล่อคนบาดใจสาว แต่ที่ขัดกันจนน่าใจหายคือดวงตาคู่คมดำสนิท ที่จับจ้องมาที่ร่างบางจนคนถูกจ้องต้องหลบวูบแทบไม่ทัน

“อาลัยอาวรณ์กันจังเลยนะครับ ไปสัมภาษณ์งานนะไม่ได้ไปตาย”

“ฟาร์ม!” สามเสียงประสานขึ้นพร้อมกัน ทางฝ่ายมารดาถึงกับถลาลงมาหยิกแขนแกร่งของบุตรชายด้วยความโมโห จนชายหนุ่มร้องครวญ

“โอ๊ยคุณแม่ผมเจ็บนะ”

“ก็ดีจะได้รู้ว่าคำพูดของเราน่ะ มันทำให้คนฟังเจ็บเหมือนกัน”

“ช่างเถอะอย่าไปใส่ใจพวกปากหมา ไปน้องฟางเดี๋ยวสาย” คุณพีรยุทธว่าแดกดันบุตรชายคนเล็กไปหนึ่งยก ก่อนจะหันไปทางบุตรสาวคนสวย

“ค่ะคุณพ่อ”

ร่างระหงขยับกายเดินผ่านหน้าคุณฟาร์มสุดหล่อไป แต่ร่างเธอยังไม่พ้นร่างเขาดีก็ถึงกับชะงัก เมื่อเจอเข้ากับลำแขนแกร่งที่ยกขึ้นมาขวางหน้าไว้

“ฉันจะไปส่งเธอเอง” เสียงห้าวทุ้มเอ่ยขึ้น

ทุกคนต่างหันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ยิ่งพิชามญฐ์ด้วยแล้วถึงกับหน้าเหวอ เธอหันไปมองหน้าบิดากับมารดาเหมือนต้องการความช่วยเหลือ เพราะขนาดอยู่ต่อหน้าคนอื่นเขายังหาเรื่องเธอชนิดน้ำตาตก หากต้องอยู่ด้วยกันตามลำพังมีหวังเธอคงอกแตกตายแน่ๆ

“เอ่อ...แม่ว่าให้น้องฟางไปกับลุงชัชน่ะดีแล้ว ฟาร์มรีบไม่ใช่เหรอ”

“ไม่ไว้ใจผมเหรอครับ” คิ้วเข้มเลิกสูงขึ้น เขาเหลือบมองสาวน้อยคนงามแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปมองมารดา

“ไม่ใช่อย่างนั้นฟาร์ม...เอ่อคือ”

“น้องฟางเกรงใจคุณฟาร์มค่ะ ให้ลุงชัชไปส่งน้องฟางดีกว่า” พิชามญฐ์ชิงตอบขึ้น โดยสายตาแทบไม่ได้สบตากับเขา เพราะเอาแต่จ้องอยู่ที่พื้น

“ให้ลุงชัชไปส่งดีกว่าฉันงั้นเหรอ” พิชญะเริ่มฉุน ดวงตาคมวาวโรจน์ จนคุณมนทิราต้องสะกิดสามีให้ช่วยพูดอีกแรง

“ฟาร์ม...ลูกรีบเข้าบริษัทไม่ใช่เหรอ ให้น้องฟางไปกับลุงชัชน่ะดีแล้ว อีกอย่างพ่อไม่ได้ไปไหนคงไม่ใช้รถ”

‘เธอบอกว่าไปกับลุงชัชดีกว่าเขา ส่วนคุณพ่อบอกว่าให้เธอไปกับลุงชัชดีแล้ว สรุปคือไปกับเขาไม่ดีว่างั้น’ พิชญะไม่พอใจคำพูดของบิดาแต่มันไม่เท่าคำพูดของแม่ตัวดี ดวงตาคมดุมองจ้องคนตรงหน้าตาวาว ขนาดพูดเธอยังไม่คิดจะสบตาเขา เห็นเขาเป็นตัวน่ารังเกียจหรือไง

“โอเคครับ...ไปกับลุงชัชดีกว่า แต่ถ้าไม่มีรถคุณพ่อก็ต้องไปกับผม”

คำพูดของพิชญะเหมือนคมมีดกรีดใจคนฟังอย่างพิชามญฐ์ เธอเดาความคิดเขาได้ทันทีว่าการบังคับกำลังจะเริ่มขึ้น แต่วิธีการไหนล่ะที่เขาจะใช้ ข้อสงสัยเกิดขึ้นในใจของสาวน้อยคนงาม รวมถึงคนที่อยู่ในเหตุการณ์ พิชญะกำลังจะทำอะไร แล้วมันจะส่งผลต่อคนโดนกระทำมากน้อยแค่ไหน

ร่างสูงใหญ่สาวเท้าไปที่รถหรูของบิดาทันที เมื่อไปถึงเขาก็กระชากประตูรถเปิดออกพร้อมกับดึงเอาพวงกุญแจออกมาทั้งพวง ก่อนที่มันจะลอยโด่งไปตกลงในสระบัวหน้าบ้าน สร้างความตื่นตะลึงให้คนรอบข้างถึงกับอ้าปากค้าง

“คราวนี้เธอจะไปกับฉันได้หรือยัง...ถ้าผมไม่ได้ตาฟาดกุญแจสำรองก็อยู่ในพวงเดียวกัน  ยังไงก็ไปงมหากันเอาเองแล้วกันนะครับ” ประโยคหน้าสำหรับเธอคนเดียว ส่วนประโยคหลังเขาหันไปบอกกับบิดา ที่ยืนมองหน้าบุตรชายคนเล็กตาค้าง

พิชามญฐ์มองการกระทำของเขาแล้วหน่าย ใบหน้าหวานบูดบึ้งอย่างเห็นได้ชัดพร้อมมองค้อนคนกระทำตาปะหลับปะเหลือก ก่อนจะก้าวไปที่รถแล้วเปิดประตูก้าวขึ้นไปนั่งด้วยความเซ็งจัด ทำให้พิชญะพอใจไม่น้อยเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นถึงความไม่พอใจของยัยจืด เมื่อวันๆ เจ้าหล่อนเอาแต่ทำหน้านิ่งไร้ความรู้สึก จากนั้นพิชญะก็หันมามองบรรดาผู้เป็นห่วงทั้งหลาย

“ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมไปส่งถึงที่แน่...แต่ที่ไหนนั้นขออุบไว้ก่อน” ประโยคหลังเขาบอกทุกคนในใจ เพราะหากพูดไปคงอดได้ตัวตุ๊กตาหน้ารถไปนั่งเคียงคู่แน่

จากนั้นรถสปอร์ตคันงามก็แล่นออกไปพ้นจากรั้วบ้าน ทิ้งให้สายตาของทุกคนมองตามด้วยความเป็นห่วงคนที่นั่งข้างคนขับ เพราะไม่รู้ว่าภายในรถหรูนั้นจะเกิดศึกอะไรขึ้นบ้าง

“อารมณ์ไหนของมัน เอาแต่ใจชะมัด” พิชยุทธค่อนขอดน้องชายตัวดี

“แล้วนี่พ่อต้องไปทำกุญแจใหม่ใช่ไหม หรือให้คนลงไปงมขึ้นมาดี” คำถามนั้นทำเอาใครต่อใครพากันยิ้มชอบใจ ไม่เว้นแม้แต่ลุงชัชที่ดูจะหน้าตาตื่นกว่าใคร ตั้งแต่ที่พิชญะปากุญแจลงน้ำแล้ว

‘พิชญะหนอพิชญะบ้าดีเดือดแท้ๆ’


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha