รักร้ายพญามาร (จบแล้ว)

โดย: raktapa



ตอนที่ 7 : ตอนที่ 4 (1)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

 

ตอนที่ 4




พิชามญฐ์เดินหน้าเศร้าออกจากลิฟต์ จุดหมายปลายทางคือบ้านที่มีอ้อมกอดของมารดารออยู่ ณ เวลานี้เธออ่อนแอเหลือเกิน อยากจะได้อ้อมกอดปลอบขวัญจากคนที่รัก ทำไมเขาถึงใจร้ายกับเธอนัก คำพูดแบบนั้นไม่ควรจะหลุดออกจากปากเขาเลย เขาจะดูถูกเธอไปถึงไหน บ้านพรรณธารักษ์ คนพรรณธารักษ์คือครอบครัวที่แสนอบอุ่น แล้วคุณเฟิร์สก็คือพี่ชายที่เธอรักและเคารพไม่เคยมีใจคิดเรื่องแบบนั้น

 สาวน้อยคนงามคิดแล้วพานน้ำตาจะไหล แต่พอเห็นพนักงานหลายคนเดินสวนมา หญิงสาวจึงต้องปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ก่อนจะรีบรับไหว้พนักงานเหล่านั้นที่ทำความเคารพเธอ ตามด้วยรอยยิ้มสดใสที่ถูกเรียกมาใช้อย่างปัจจุบันทันด่วน จนเมื่อเดินถึงประตูและ รปภ. กำลังจะเปิดประตูให้ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นส่งผลให้ร่างบางต้องหมุนตัวกลับไปมองที่ต้นเสียงด้วยความสงสัย

ชายหนุ่มหน้าตาดี รูปร่างสูงโปร่งที่เนี๊ยบจนไม่มีที่ติ ยืนยิ้มแฉ่งทักทายคนสวย ทันทีที่เห็นเจ้าของเสียงเรียก รอยยิ้มแห่งความดีใจก็ฉายชัดขึ้น หญิงสาวถึงกับยิ้มกว้างก่อนจะเดินตรงดิ่งเข้าไปหา

“บอย” หญิงสาวเรียกชื่อเจ้าของร่างสูงด้วยความตื่นเต้นและยินดี

“ฟาง...ไม่ได้เจอกันนานเลย” บารมีเอ่ยทักคนสวย ใบหน้าหล่อเนี๊ยบระบายไปด้วยรอยยิ้ม

“ใช่ คิดถึงมากเลยด้วย” พิชามญฐ์ถลาเข้าหาร่างสูงทันทีโดยไม่แคร์สายตาใคร

“อืมคิดถึงเหมือนกัน ว่าจะโทรไปหาแต่ไม่ค่อยมีเวลางานยุ่งมาก”

“ไม่เป็นไร” สาวน้อยคนงามตอบเสียงใส ใบหน้าหวานยังคงเกยอยู่กับไหล่กว้าง ยิ้มหน้าบานจนกระด้งเรียกพี่ แต่เธอจะรู้หรือไม่ว่าสายตาคมดุของใครบางคนมองจ้องภาพตรงหน้าอย่างเดือดดาล

“ผู้หญิงร่าน” พิชญะโมโหจนถึงกับเลือดขึ้นหน้า ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องโกรธมากมายขนาดนี้ รู้แต่ว่าเขาต้องเข้าไปยุติความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่เดี๋ยวนี้ เร็วเท่าความคิดเท้าหนาก้าวฉับๆ เข้าไปหาคู่กรณีทันที

“ฟาง!” พิชญะพยายามข่มความโกรธเอาไว้จนถึงขีดสุด แต่มันก็ข่มได้ไม่เต็มที่ น้ำเสียงที่เปล่งออกมาจึงห้วนไร้ความนุ่มนวล

พิชามญฐ์หัวใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธออยากจะล่องหนหายตัวไปจากตรงนั้น แต่ทำไม่ได้นอกจากผละออกจากอกกว้างของบารมี ก่อนจะหันไปสบตาอันเหี้ยมเกรียมของพิชญะ

“คุณฟาร์ม”

“เอ่อ...สวัสดีครับคุณพิชญะ”

พิชญะไม่ได้สนใจกับอาการนอบน้อมของลูกน้อง หากแต่สายตาคมดุจับจ้องแต่ดวงหน้าหวานที่ซีดเผือด จากที่ขาวละออตาอยู่แล้วยิ่งขาวซีดราวกับกระดาษขาวเข้าไปอีก ชายหนุ่มไม่พูดพร่ำทำเพลง เขากระชากร่างบางเข้ามาหาตัว ก่อนจะลากถูลู่ถูกังออกจากบริษัทไปทันที สร้างความงุนงงให้กับบารมีเป็นอย่างมาก

“อะไรเนี่ยยัยน้องฟาง...แต่ให้ตายเถอะคุณพิชญะขาทำไมถึงได้น่ากินขนาดนี้” บารมีพูดแล้วทำหน้าหื่นกระเหี้ยนกระหือรือ ก่อนจะเดินตุ้งติ้งกลับไปทำงาน

 

“ไอ้หน้าสวยนั่นเป็นใคร”

นั่นเป็นประโยคแรกที่ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นหลังจากที่รถแล่นออกมาได้สักระยะหนึ่ง เขาไม่ได้ขับรถด้วยความเร็วเหมือนกับอารมณ์ที่ร้อนเป็นไฟ หากแต่ขับไปเรื่อยๆ เอื่อยๆ เหมือนเต่าคลาน ทั้งที่รถสปอร์ตคันนี้สามารถวิ่งได้เร็วชนิดที่ใครมองตามแทบไม่ทัน

“ที่ฉันถามเธอไม่ได้ยินหรือไง” พิชญะฉุนจัดหากแต่ยังพยายามระงับอารมณ์ไว้

“...” พิชามญฐ์ยังคงเงียบไม่ยอมปริปากพูดอะไรออกมา สงครามประสาทเริ่มก่อตัวขึ้น

“นี่เธอเป็นใบ้หรือไง ฉันถามทำไมไม่พูด หยิ่งจองหองจริงนะ ถ้าเธอยังไม่ยอมพูดฉันจะจัดการเธอซะ”

พิชญะถึงกับปรี๊ดแตก หากแต่คำขู่ของเขาครั้งนี้มันใช้ไม่ได้ผล เมื่อสาวน้อยพิชามญฐ์ยังคงนั่งนิ่ง ใบหน้าหวานก้มลงไม่แม้จะสบตาคนนั่งด้านข้าง พานเอาคนอารมณ์ร้ายเดือดปุดๆ รถที่ขับแบบเอื่อยๆ ถูกเร่งความเร็วขึ้นมาอย่างกะทันหัน เท้าหนาเหยียบคันเร่งจมมิด จนคนที่นั่งด้านข้างอกสั่นขวัญผวา มือบางจิกลงที่เบาะหนาเพื่อเป็นที่ยึด ใบหน้าหวานซีดจนแทบมองไม่เห็นสีเลือด ยิ่งเมื่อแหงนหน้าขึ้นมองป้ายบอกเส้นทาง ดวงตากลมโตถึงกับเบิกกว้างด้วยความตกใจ พลางหันมองบรรยากาศรอบด้าน พระเจ้า! รถกำลังมุ่งหน้าออกนอกเส้นทางกรุงเทพฯ แต่จุดหมายปลายทางคือที่ไหนนั้นคงไม่มีใครตอบได้ นอกจากคนขับรถกิตติมศักดิ์

“คุณฟาร์มจะพาน้องฟางไปไหน”

“ไปทำโทษ”

สั้นๆ แต่มันหนาวไปจนจับขั้วหัวใจ ใบหน้าหวานเลิ่กลั่กมองซ้ายมองขวา ภายในรถแบบนี้ใครจะมาช่วยเธอได้ ยิ่งเมื่อเห็นใบหน้าหล่อคมที่นิ่งจนจับอารมณ์ไม่ถูก หญิงสาวยิ่งกลัวจนลนลาน

“คุณฟาร์ม น้องฟางอยากกลับบ้าน”

“เสียใจ”

“น้องฟางจะฟ้องคุณพ่อคุณแม่”

“เชิญ” เขาตอบอย่างไม่ยี่หระ ไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านใดๆ กับคำขู่ของหญิงสาว คนอย่างพิชญะเคยกลัวอะไรที่ไหน ถ้ากลัวก็คงไม่ทำ

 เมื่อเห็นเขาไม่สนใจจะฟังเธอเลยสักนิด พิชามญฐ์จึงจัดการควานหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าทันที เธอหันมองเขาแวบหนึ่งก่อนจะกดเบอร์โทรออกด้วยมือสั่นเทา และเมื่อทางปลายสายรับ สาวน้อยคนงามรีบกรอกเสียงตื่นๆ ลงไปทันที

“คุณแม่ขา คุณฟาร์มจะพาน้องฟางไปไหนไม่รู้ คุณแม่ช่วยพูดให้คุณฟาร์มพาน้องฟางกลับบ้านทีสิคะ” เธอบอกมารดาเสียงสั่น ก่อนจะกดเปิดลำโพงโทรศัพท์ตามที่ทางปลายสายสั่ง จากนั้นเสียงของคุณพีรยุทธและคุณมนทิราก็ดังขึ้น

“ฟาร์มพาน้องกลับบ้านเดี๋ยวนี้” คุณพีรยุทธสั่งเสียงกร้าว ท่านโมโหบุตรชายคนเล็กไม่น้อย ที่นอกจากจะไม่พาบุตรสาวคนสวยไปสัมภาษณ์งานแล้ว ยังมีหน้าพาไปไหนก็ไม่รู้อีก ซึ่งตอนที่ท่านได้รับรายงานจากบุตรชายคนโตก็ถึงกับเดือดดาล

“ฟาร์ม...ลูกจะพาน้องไปไหน แม่ไม่อนุญาตนะ” เสียงของคุณมนทิราดังขึ้น หากแต่คนฟังกลับนั่งนิ่ง เขาไม่ได้โต้ตอบอะไรลงไปในสายสักนิด ไม่รับรู้ถึงคำสั่งและคำร้องขอใดๆ หน้าที่ของเขาตอนนี้คือขับรถ

พิชามญฐ์ถึงกับหน้าเสีย ความกลัวเริ่มกัดกินหัวใจ ตอนเด็กๆ เขาทำอะไรเธอไม่ได้มาก แต่ตอนนี้เขาทำได้ทุกอย่าง แม้แต่การฆ่าเธอแล้วทิ้งลงข้างทางเขาก็ทำได้ สาวน้อยคนงามคิดเลยเถิดไปใหญ่ หากแต่มันก็ส่อเค้าว่าใกล้เคียงกับความคิดของเธอ แต่มันสวนทางกับความคิดของพิชญะ

“คุณฟาร์มขา” สาวน้อยคนงามเริ่มออกลาย ความหวานที่ไม่คิดจะมอบให้เขาถูกเรียกมาใช้งานโดยอัตโนมัติ เพราะสัญชาตญาณของการเอาตัวรอดของมนุษย์ พิชญะถึงกับเลิกคิ้วสูง เขาเหล่มองเจ้าของเสียงหวานนั้นแวบหนึ่ง มุมปากหยักกระตุกยิ้มเล็กน้อย เขาอยากรู้นักว่าหญิงสาวจะเล่นไม้ไหนต่อไป แต่รีบหน่อยแล้วกันเพราะรถพุ่งทะยานไปข้างหน้าไม่มีหยุด

“คุณฟาร์มขา...น้องฟางอยากกลับบ้าน คุณฟาร์มพาน้องฟางกลับบ้านนะคะ”

เสียงนั้นหวานล้ำจนคนฟังอดอมยิ้มไม่ได้ ความเร็วของรถเริ่มจะชะลอลงก่อนค่อยๆ จอดสนิทข้างทาง พิชามญฐ์ใจชื้นขึ้นมาหากแต่มือหนากลับเอื้อมมาหยิบโทรศัพท์ในมือบาง แล้วจัดการปิดเครื่องจากนั้นก็วางไว้ในมือเธอเช่นเดิม เล่นคนเอาคนปลายสายร้อนรนจนนั่งไม่ติด คาดเดาเหตุการณ์ไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง เท่าที่จับใจความได้ตอนท้ายก็แค่เสียงออดอ้อนหวานๆ จากบุตรสาวคนสวย จากนั้นก็ถูกตัดสายไป พอโทรเข้าไปใหม่ก็ปิดเครื่องทั้งของพิชามญฐ์และของพิชญะ

“เอาไงดีคะพี่พี เล่นปิดเครื่องหมดเลย ต้องเป็นฝีมือของตาฟาร์มแน่ๆ ” คุณมนทิราบ่นออกมาอย่างหัวเสีย

“ใจเย็นๆ ก่อนมน”

“จะให้ใจเย็นได้ยังไงคะ ขนาดอยู่ต่อหน้าคนอื่นฟาร์มยังร้ายกาจขนาดนั้น แล้วอยู่กันสองคนน้องฟางไม่แย่เหรอ” พีรยุทธถึงกับอึ้ง สิ่งที่ภรรยาพูดมันจริงดังว่า แต่เขาก็ไม่รู้ว่าจะช่วยพิชามญฐ์ยังไง เพราะเดาไม่ออกว่าพญามารตัวร้ายจะพานางฟ้าคนสวยไปไหน

“โอ๊ย...น้องฟางของคุณแม่ หนูจะเป็นยังไงบ้างนะ”

“ใจเย็นมน เรามาช่วยกันคิดดีกว่า ว่าเจ้าฟาร์มมันจะพาน้องฟางไปไหนได้บ้าง”

“ฟาร์ม...ฟาร์มนะฟาร์ม...ฟาร์ม”

“ฟาร์มมุก!

สองเสียงประสานกันขึ้นพร้อมเพรียง ก่อนที่ผู้เป็นภรรยาจะถลาออกไปที่หน้าบ้านทันทีตามด้วยผู้เป็นสามี ซึ่งจุดหมายปลายทางของการเดินทางอยู่ที่ภูเก็ต ซึ่งก็คืออาณาจักรฟาร์มมุกของครอบครัวพรรณธารักษ์นั่นเอง และในขณะเดียวกันคุณพีรยุทธก็โทรศัพท์ไปแจ้งกับบุตรชายคนโตให้ตามไปช่วยกันด้วย


างด้านพิชามญฐ์นั้นกำลังถูกสายตาคมจับจ้องไม่วางตา เขามองเธอชนิดที่จะให้มันทะลุไปถึงตับไตไส้พุง จนคนโดนมองชักไม่พอใจ ใบหน้าหวานตึงขึ้นมาทันที

“อยากกลับบ้านเหรอ” เขาถามเสียงเรียบ หากแต่มันเรียกรอยยิ้มของคนร่างบางได้ทันทีทันใด รอยยิ้มนั้นหวานจับใจจนพิชญะอดรนทนไม่ไหว หากไม่ได้อะไรตอบแทนกลับมาบ้างคงไม่ใช่พิชญะเสียแล้ว

“ฉันขอเธอสองข้อ ถ้าให้ได้จะพากลับบ้านเดี๋ยวนี้เลย”

“จริงเหรอคะ” สาวน้อยคนงามถามเสียงใส ดวงตาหวานพราวระยับ มันใสดังลูกแก้วที่น่าจะเอามาไว้ในครอบครอง

“ไอ้หน้าสวยที่เธอกอดนั่นเป็นใคร” คำถามแรกนั้นง่ายแสนง่าย สาวน้อยคนงามตอบขึ้นอย่างไม่ต้องคิดให้เสียเวลา

“เป็นเพื่อนน้องฟางตั้งแต่สมัยเรียนแล้วค่ะ เราสนิทกันมากแต่ไม่ได้เจอกันมาหลายเดือน พอเจอหน้าก็เลยเผลอตัวไปนิด อีกอย่างยัยบอยน่ะเป็นสาวค่ะ ไม่น่าเป็นห่วงหรอกมั้งคะถ้าน้องฟางจะกอดกับเขา” พิชามญฐ์สาธยายไปเรื่อย ดวงตาหวานมองจ้องเขาเขม็ง เหมือนรอคำตอบรับว่าเขาจะพอใจในคำตอบของเธอหรือไม่

“เป็นเพื่อนสาวงั้นเหรอ”

“ค่ะ”

“แล้วเขาแปลงหรือยังล่ะ ถ้ายังต่อไปก็ห้ามกอด เพราะในเมื่อเขายังมีอะไรต่อมิอะไรที่ไม่ได้ต่างจากชาย เธอก็ไม่มีสิทธิ์ไปกอดกับเขา...นี่คือคำสั่ง” พิชญะบอกเสียงเข้ม แต่น้ำเสียงไม่ได้กร้าวอย่างที่เคยเป็น และคำสั่งนั้นก็ทำเอาคนฟังหน้าหงอยลงไปถนัดตา

“ว่าไงเธอเข้าใจที่ฉันพูดไหม”

“ค่ะ” ใบหน้าหวานพยักน้อยๆ อย่างยอมจำนน

“ส่วนข้อสองถ้าอยากให้ฉันพากลับบ้าน...งั้นก็...จูบฉันสิ”

คำสั่งนั้นเหมือนฟ้าผ่าลงมากลางใจของพิชามญฐ์ ดวงตาหวานเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง เธอไม่คิดเลยว่าสิ่งแลกเปลี่ยนข้อที่สองจะร้ายกาจขนาดนี้ เมื่อเห็นหญิงสาวนิ่งชายหนุ่มจึงรุกหนักเข้าไปอีก ร่างสูงขยับเข้าไปใกล้ร่างบางมากขึ้น ปลายนิ้วชี้ยาวเรียวเชยคางมนให้หันมาสบตากับเขา พิชามญฐ์มองจ้องเขาอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเบือนหน้าหนี เพราะสายตาร้อนแรงของเขาเหมือนจะหลอมให้เธอละลายไปต่อหน้า

“เธอจะเริ่มเอง...หรือจะให้ฉันเริ่ม” เขากระซิบถามแนบใบหูขาวสะอาด ใจหนุ่มเริ่มจะเดือดพล่านเพราะฤทธิ์พิศวาส ยิ่งกลิ่นหอมอ่อนๆ จากเรือนกายสาวที่ปะทะเข้ากับจมูกโด่งนั้น ยิ่งเป็นตัวก่อชนวนความต้องการของร่างกายจนยากจะห้ามใจ หากแต่คำตอบจากปากบางสีกุหลาบส่งผลให้ดวงตาคมวาวโรจน์ขึ้นมา

“ไม่ค่ะ...จะไม่มีใครเริ่มก่อนทั้งนั้น เพราะน้องฟางจะไม่ทำตามข้อแลกเปลี่ยนนั้น คุณฟาร์มอยากจะพาน้องฟางไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหนก็เชิญ” พิชามญฐ์ตอบด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว เธอจะไม่ยอมเขาอีกต่อไป นับจากนี้จะเป็นอย่างไรก็ช่าง แต่เธอจะไม่ยอมเอาเกียรติของตัวเองเข้าแลกกับการเป็นอิสระ ถ้าจะตายก็ขอตายอย่างมีศักดิ์ศรี

คนตอบนั้นมั่นคงและเด็ดเดี่ยว แต่คนฟังร้อนเป็นไฟ เธอกล้าปฏิเสธเขา ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าทำแบบนี้ พอกันทีกับไฟพิศวาส เพราะสาวเจ้าเล่นเทน้ำราดจนไฟมอดดับวอดวายไปหมด ความรู้สึกโกรธและเสียหน้าที่ถูกปฏิเสธอย่างไม่ใยดี ส่งผลให้พิชญะหมดความปรานีกับพิชามญฐ์ทันที ข้อเสนอหรือข้อแลกเปลี่ยนใดๆ จะไม่เกิดขึ้นอีกต่อไป

“ดี! งั้นฉันจะพาเธอไปขึ้นสวรรค์ก่อน จากนั้นก็จะถีบหัวส่งตกนรกทั้งเป็น”

ชายหนุ่มบอกเสียงเหี้ยม ก่อนจะกระชากรถพุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็วสูง จนเข็มไมล์ที่บอกความเร็วของรถวิ่งจนจะถึงขีดสุด พิชามญฐ์นั้นผวากลัวจนตัวสั่น เธอปล่อยโฮออกมาอย่างสุดจะกลั้น เสียงสะอื้นดังเข้าหูพญามาร หากแต่เขาก็ไม่ใส่ใจ สายตาคมชำเลืองมองแวบหนึ่งก่อนจะหมดความสนใจ

‘เชิญร้องให้ตายไปเลย แต่อย่าตายเลยดีกว่า เพราะเขายังต้องการลงทัณฑ์เรือนร่างที่งดงามภายใต้อาภรณ์เหล่านั้น’ มุมปากพญามารแสยะเยาะอย่างลำพอง คราวนี้ถ้าเธอรอดไปได้ก็นับว่ายังไม่ถึงคาดแล้วกัน

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha