รักร้ายพญามาร (จบแล้ว)

โดย: raktapa



ตอนที่ 13 : ตอนที่ 7


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 7




พิชญะนอนทอดอารมณ์อยู่บนเตียงกว้าง เขากำลังรอเวลาว่าเมื่อไหร่ที่ลูกน้องจอมกวนจะมาตะโกนรายงานว่ามารดาและยัยตัวแสบกลับไปแล้ว แต่นอนไปนอนมาชักเคลิ้มเพราะมันชักจะนานเกินไปแล้ว ดวงตาคมจึงค่อยๆ ปิดลงและเกือบจะจมลงสู่ห้วงแห่งนิทรา หากไม่มีเสียงระฆังแก้วดังขึ้น

“คุณฟาร์ม”

เสียงนั้นต่อให้ตายไปอีกสิบชาติเขาก็จำได้ อารมณ์เคลิบเคลิ้มถูกทำลายลงไปพลัน ดวงตาคมเปิดขึ้นโดยอัตโนมัติ พร้อมกับร่างหนาที่ดีดตัวขึ้นจากเตียงนอนแทบจะทันที ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือร่างบางระหงที่ยืนเด่นอย่างไม่นึกเกรงต่ออาญา ที่กล้าก้าวล้ำเข้ามาในดินแดนพญามาร พิชญะถลาเข้าไปหาร่างบางตรงหน้า ใบหน้าของเขาบึ้งตึงจนคนใจกล้าเริ่มจะใจฝ่อ

“เธอกล้าดียังไงเข้ามาในบ้านของฉัน” พิชญะตะคอกเสียงใส่คนหน้าหวาน จนเธอถึงกับผงะถอยห่าง

“น้องฟางมีธุระจะคุยกับคุณฟาร์มค่ะ”

“ธุระเธอสำคัญมากสินะถึงได้กล้าอาจหาญมาถึงนี่ ถ้าอย่างนั้นก็ช่วยถอยห่างออกไปหน่อย เอาสักสิบเมตรเลยยิ่งดีเพราะแค่สามเมตรอย่างที่คุณพ่อสั่งน่ะมันน้อยไป” พิชญะเอ่ยสั่ง หากแต่ร่างบางกลับไม่ยอมขยับ เพราะการถอยห่างไปสิบเมตรก็เท่ากับว่าเธอต้องไปยืนอยู่นอกบ้าน แล้วอย่างนี้เธอจะคุยกับเขารู้เรื่องหรือ คงได้ตะโกนคุยกันจนคอแตกพอดี

“ฉันสั่งเธอไม่ได้ยินเหรอ ฉันไม่อยากขัดคำสั่งคุณพ่อ”

“คุณฟาร์มไม่ได้ขัดหรอกค่ะ น้องฟางคุยธุระไม่นานหรอก น้องฟางแค่อยากให้คุณฟาร์มกลับบ้าน คุณแม่อยากให้คุณฟาร์มกลับบ้านเพราะท่านคิดถึงคุณฟาร์มมากนะคะ...นี่ค่ะ” พูดจบเธอก็ยื่นปืนที่ถือติดมือมาให้เขา พิชญะมองจ้องปืนนั้นนิ่งก่อนจะช้อนตาขึ้นมองคนกล้าลองดี

“น้องฟางรู้ว่าการมาเหยียบที่นี่นั่นหมายถึงชีวิต และน้องฟางก็รู้ว่าที่คุณฟาร์มไม่กลับบ้านเพราะไม่อยากเจอน้องฟาง นี่ไงคะ ฆ่าน้องฟางซะที่ทำผิด แล้วคุณฟาร์มก็จะได้กลับบ้านอย่างไม่ต้องมีอะไรให้รกหูรกตา”

พิชามญฐ์บอกด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว จนพิชญะนึกทึ่ง ผู้หญิงตัวเล็กๆ หากแต่ใจกล้าและเด็ดเดี่ยวไม่กลัวตาย ใจเธอนั้นแข็งยิ่งกว่าหิน แต่มีหรือจะสู้ใจที่แข็งเป็นภูผาอย่างเขา พิชญะมองจ้องร่างบางนิ่ง เขายกมือขึ้นปัดปืนที่อยู่ในมือเธอกระเด็นไปตกอยู่ที่มุมห้อง พิชามญฐ์มองตามปืนที่กระเด็นไปอย่างงุนงง คิ้วสวยขมวดมุ่นอย่างไม่เข้าใจ

“เธอทำผิดที่บุกรุกบ้านฉัน และโทษของเธอไม่ใช่ความตาย...หากแต่เป็น...”

มือหนากระชากร่างบางเข้าหาตัวพร้อมกับระดมจูบไปทั่วดวงหน้า แม้เจ้าของจะปัดป้องและหันหน้าหนีสุดชีวิต แต่มันไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับชายหนุ่ม ความช่ำชองและประสบการณ์ที่สั่งสมมา ทำให้เขารู้วิธีเอาชนะความดื้อรั้นนั้น มือหนาจับปลายคางเล็กๆ ของเธอไว้แน่นเพื่อหยุดอาการส่ายหน้าหนี เมื่อถูกบีบบังคับให้หยุดขัดขืน ดวงตาหวานจึงมองจ้องเขาเขม็ง เช่นเดียวกับดวงตาคมดุที่มองทอดดวงหน้าที่ตื่นตระหนกจนซีดเผือดนั้นด้วยสายตาฉ่ำหวาน

“คุณฟาร์ม...จะทำอะไร” พิชามญฐ์เอ่ยถามเสียงอู้อี้เพราะโดนเขาบีบคางไว้

“ทำโทษเธอไง” เขาตอบพร้อมกับก้มหน้าลงมาหา ลมหายใจของเขาเป่ารินรดใบหน้าเธออย่างจัง มือข้างหนึ่งบีบคางเธอไว้ ส่วนมืออีกข้างก็ดันแผ่นหลังบอบบางให้ร่างของเธอแนบชิดกับร่างเขายิ่งขึ้น หนทางรอดนั้นห่างไกลความจริงจนเกินจะคว้า แม้จะขัดขืนแต่มันก็ไร้ประโยชน์

“คุณฟาร์มปล่อยน้องฟางนะ น้องฟางเป็นน้องของคุณฟาร์มนะ”

“น้องเหรอ...หึๆ” เสียงหัวเราะของเขานั้นเยือกเย็นจนรู้สึกหนาวไปทั้งสันหลัง “ฉันไม่เคยคิดว่าเธอเป็นน้อง...แต่ถ้าเป็นนางบำเรอก็ไม่แน่” พิชญะกระซิบเสียงพร่า เพราะความต้องการทางร่างกายมันลุกฮือขึ้นมาตั้งนานแล้ว ยิ่งเมื่อร่างบอบบางเบียดชิดร่างเขา ยิ่งไปทวีความต้องการให้เพิ่มขึ้นเป็นสิบเท่า

พิชามญฐ์ตะลึงงันกับประโยคที่หลุดออกมาจากปากหนา หากแต่เธอก็หมดสิทธิ์ปฏิเสธตำแหน่งที่เขาต้องการให้เป็น เมื่อริมฝีปากสีแดงจัดฉกวูบลงมาที่เรียวปากสีกุหลาบ และบดขยี้อย่างแรงจนหญิงสาวน้ำตาเล็ด เธอพยายามที่จะหยุดการกระทำของเขา เสียงอู้อี้ร้องประท้วงอยู่ในลำคอ ริมฝีปากบางถูกเม้มปิดสนิท ไม่ยอมให้เขารุกรานเข้าถึงความอ่อนไหวของร่างกาย แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาใหญ่ของพิชญะ เมื่อปากอุ่น ลิ้นร้อน และฟันขาววับงับลงเบาๆ ที่เรียวปากบาง

“อุ๊บ”

พิชามญฐ์เผลออุทานออกมาอย่างลืมตัว แค่เพียงเสี้ยววินาทีแต่มันมีความหมายกับพญามารยิ่งนัก ลิ้นร้อนจัดการแทรกผ่านกลีบปากบางเข้าไปเชยชิมความหวานทันที ลิ้นหนาเกี่ยวกระหวัดพัดโบก สำรวจไปทั่วทุกซอกทุกมุมของโพรงปากนุ่ม ทำเอาคนอ่อนประสบการณ์อ่อนระทวยลง ร่างบางโงนเงนเหมือนจะล้มทั้งยืน หัวสมองมึนงงไปชั่วขณะ ตัดสินใจไม่ถูกว่าควรจะหยุดหรือควรจะยอม หากแต่เพลิงพิศวาสก็ชักพาให้ร่างบางตอบสนองเขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ ทำเอาพิชญะแทบคลั่ง ลำแขนเล็กยกขึ้นโอบรอบคอเขาไว้แน่น ใบหน้าหวานเบี่ยงไปด้านข้างตามการนำพาของเขา ต่างฝ่ายต่างตักตวงสิ่งที่โหยหาจากก้นบึ้งของหัวใจ

ความอดทนของพิชญะสิ้นสุดลง ชายหนุ่มดันร่างบางไปที่เตียงกว้าง โดยที่ริมฝีปากยังคงประทับตราตรึงไม่ทอดถอนออกจากกัน ร่างบางเอนลงตามด้วยร่างหนาที่ทาบทับ แต่เมื่อแผ่นหลังสัมผัสกับความนุ่มของที่นอน สติของพิชามญฐ์ก็กลับมา มือน้อยยกขึ้นทานอกเขาไว้ แล้วพยายามผลักร่างหนาและใบหน้าคมคายให้ออกห่าง

พิชญะจึงต้องออกแรงปราบพยศคนใต้ร่างอีกครั้ง เขากดริมฝีปากหนักลงกว่าเดิม ซ้ำมือหนายังลูบไล้ เคล้าคลึง ตั้งแต่ต้นขางามเรื่อยมาจนถึงสีข้างและวกมากอบกุมทรวงอกอิ่ม เขาบีบเฟ้นอย่างย่ามใจ จนสาวน้อยคนงามตัวแข็งทื่อ ลมหายใจเริ่มติดขัดและใกล้จะขาดห้วง เสียงครางเล็กๆ ดังเล็ดลอดออกมาจากกลีบปากบาง สร้างความฮึกเหิมแก่พิชญะจนเลือดในกายเดือดพล่าน ริมฝีปากหนาถอนออกจากเรียวปากนุ่ม แล้วลากจูบไปตามลำคอระหง เรื่อยไปพร้อมกับที่ชุดสวยของเธอถูกรูดลงไปจนถึงปลายเท้า

พิชามญฐ์นั้นร้องวูบไปทั้งตัว บัดนี้ร่างของเธอเปลือยเปล่าเพราะสิ่งปกปิดของสงวนถูกเขาปลดออกจากกายไปตอนไหนก็ยังจับสัมผัสไม่ได้ ยิ่งเมื่ออุ้งปากร้อนฉ่างุนงับดูดกลืนยอดอกสวยจากซ้ายย้ายไปขวา ก็ทำเอาสติของหญิงสาวหลุดลอยออกจากร่างไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว นอกจากความเสียวซ่านที่แผ่ไปทั้งทรวง จนกระทั่งลมหายใจร้อนฉ่าที่เป่ารดบนเนินเนื้อสาว เท่านั้นเองหญิงสาวถึงกับสะดุ้งเฮือก สะโพกสวยกระถดถอยหนีหากแต่มือหนากลับดึงรั้งเข้าหา ใบหน้าคมซบลงตรงกลางกายสาวอย่างไม่นึกรังเกียจ ลิ้นร้อนลากไล้ ดูดเม้มตามเนื้ออ่อนด้านในลามไปยังจุดอ่อนไหวที่น่าค้นหาและลิ้มลอง

ดอกไม้งามแสนหวานที่งดงามจนเขาตะลึงงัน ชายหนุ่มไม่รอช้าส่งลิ้นร้ายละเลงรักทักทายกับดอกไม้งามที่พรั่งพร้อมไปด้วยน้ำหวาน จนร่างบางกระตุกวาบ ความเสียวซ่านแผ่ไปทั่วกายสาวและตีรวนจุกอกยากจะอธิบายออกมาเป็นคำพูด มือน้อยทั้งสองข้างกำผ้าปูที่นอนไว้แน่น อยากร้องห้ามแต่กายกลับทรยศ ซ้ำยังหยัดเข้าหาลิ้นร้อนนั้นอย่างต้องการ

ร่างบางดิ้นพล่านกระสับกระส่ายเหมือนต้องการอะไรบางอย่าง หากแต่ยังไม่เจอกับสิ่งนั้น พวงผมสลวยแผ่กระจายเต็มหมอน ใบหน้าหวานเหยเกด้วยความรู้สึกปั่นป่วนจวนจะขาดใจ ความสุขสมที่ไม่เคยพานพบนำพาให้หญิงสาวเผลอไผลไปอย่างกู่ไม่กลับ พิชญะเองก็แทบจะขาดใจตายเช่นกัน ความหวานซาบซ่านจากกายสาวเร่งเร้าให้ลิ้นที่ตั้งเป็นลำแข็งรัวเร่งจังหวะรัก หนักหน่วงและเร่าร้อน จนร่างบางแอ่นกายเข้าหาสุดตัว

“คุณฟาร์มขา...น้องฟาง...น้องฟางไม่ไหวแล้ว...อื้อ...อ๊า” เสียงหวานครางกระเส่าเมื่อเธอก้าวสู่ดินแดนแสนสุข ร่างบางเกร็งกระตุกอยู่หลายครั้งพร้อมกับลมหายใจที่หอบระรัว เหมือนคนที่ขาดอากาศหายใจแล้วได้ออกซิเจน

พิชญะถอนใบหน้าออกจากดอกไม้งาม แต่ก็ไม่ลืมที่จะจุมพิตรับขวัญของสวยงามนั้นอีกครั้ง ก่อนจะขยับกายขึ้นไปนอนเคียงข้าง แขนข้างหนึ่งสอดเข้าใต้ท้ายทอยคนงาม ส่วนมืออีกข้างดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างเปลือยเปล่าพร้อมดึงร่างหอมละมุนเข้ากอดแนบชิด

“นี่แค่น้ำจิ้มสาวน้อย ฉันจะยังไม่ต่อเกมนี้จนจบ จำไว้ว่าฉันไม่เคยคิดว่าเธอเป็นน้อง ฐานะของเธอคือนางบำเรอที่ถูกจองจำใต้ร่างของฉัน ทดแทนที่เธอทำให้ฉันต้องกลายเป็นคนแปลกหน้าในครอบครัว เธอจะอยู่ในพรรณธารักษ์ได้อย่างสบายใจ ถ้าเธอไม่ขัดใจฉัน”

ประโยคมากมายที่ดังสะท้อนเข้าหู ส่งผลต่อต่อมน้ำตาของสาวน้อยผู้น่าสงสารให้ไหลลงมาอาบแก้ม หญิงสาวสุดจะทนจนต้องลุกพรวดออกจากอกกว้าง พร้อมกับที่พิชญะก็ลุกขึ้นนั่งเช่นกัน แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร เธอก็สวนมาทันควัน

“คุณมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย ฉันเกลียดคุณ”

คำพูดเหล่านั้นมาพร้อมกับมือเรียวเล็กที่ตวัดลงบนใบหน้าซีกซ้ายของพิชญะสุดแรงที่มี จนใบหน้าหล่อขั้นเทพสะบัดไปตามแรงตบและชาวาบไปทั้งแถบ ดวงตาคมดุตวัดมองคนหาญกล้าชนิดที่พิชามญฐ์ยังนึกหวั่น หากแต่ความเสียใจก็สั่งให้หมดความกลัวไปในทันที เขาร้ายนัก ร้ายเหลือแสน โดนแค่นี้ถือว่าน้อยไปด้วยซ้ำ ดวงตาหวานมองจ้องตอบอย่างไม่เกรงกลัวอีกต่อไป

คนตบนั้นทั้งโกรธและแค้น ส่วนคนถูกตบใจก็เดือดปุดๆ เธอพูดชัดเจนว่าเกลียดเขา ซึ่งมันเป็นสิ่งที่พิชญะไม่อยากได้ฟังจากปากบางที่เขาได้ครอบครอง เขาพูดว่าเกลียดเธอได้ แต่เธอห้ามพูดว่าเกลียดเขา

“เธอบอกว่าเกลียดฉันเหรอ”

“คุณฟังไม่ผิดหรอก ฉัน-เกลียด-คุณ” พิชามญฐ์บอกชัดถ้อยชัดคำ ส่งผลให้พญามารเดือดดาลจนอารมณ์โกรธพุ่งปรี๊ด มือหนากระชากร่างบางตรึงกับที่นอนนุ่ม โดยไม่สนใจว่าผ้าห่มที่คลุมร่างบางจะเลื่อนลงจนปิดอะไรไม่มิด ในเมื่อเขาเห็นหมดแล้วจะปิดไปอีกทำไม

“คุณฟาร์มปล่อยนะ”

“ไม่!..ต่อมันให้จบเกมเลยแล้วกัน เกลียดนักใช่ไหม งั้นไอ้ผู้ชายที่เธอเกลียดคนนี้จะกลายเป็นผัวเธอในอีกไม่กี่นาทีนี้”

“กรี๊ด...อย่า” พิชามญฐ์ร้องสุดเสียง แต่มันไม่ได้ระคายเคืองหูของพญามารเลยสักนิด ใบหน้าคมซบลงที่ซอกคอขาว จูบไซ้จากซ้ายไปขวาและไม่ลืมที่จะฝากรอยแห่งรักไปกับเนื้อสาวอีกหลายจุด พิชามญฐ์น้ำตาไหลพรากเธอจะกลายเป็นนางบำเรอของเขาจริงๆ อย่างนั้นหรือ ไม่นะเธอไม่ต้องการ

ร่างบางดิ้นรนขัดขืน มือน้อยทุบรัวเข้าที่บ่ากว้างไปจนนับไม่ถ้วน และก่อนที่เธอจะสูญเสียทุกอย่าง เสียงเรียกชื่อเขาและเธอก็ดังเข้ามา พิชญะชะงักกึกพร้อมกับเสียงคำรามในลำคออย่างไม่สบอารมณ์ ร่างสูงผละออกจากร่างบางทันที ก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ เพื่อจะใช้น้ำเย็นๆ ชะล้างความร้อนรุ่มภายในใจและในกายให้ทุเลาเบาบางไปได้บ้าง พิชามญฐ์มองตามแผ่นหลังร่างสูงใหญ่พร้อมกับน้ำตาที่ไหลรินไม่ขาดสาย ร่างบอบบางที่ยังสั่นเทาขยับตัวลุกขึ้นจากที่นอนก่อนจะหยิบเสื้อผ้ามาสวมอย่างรีบเร่ง

พิชญะเดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับถือผ้าขนหนูที่ชุบน้ำบิดหมาดๆ ติดมือมาด้วย เขามองจ้องแผ่นหลังบอบบางนิ่ง เธอกำลังสาละวนกับการแต่งตัวพร้อมกับเสียงสะอื้นที่เจ้าของพยายามกลั้นไว้แล้ว เท้าหนาเดินเข้าไปใกล้ ลำแขนแกร่งสอดเข้าใต้เอวบางและจัดการผูกโบว์ที่เอวให้อย่างบรรจง พิชามญฐ์ยืนตัวแข็งทื่อพลางกลืนก้อนแข็งที่ตีบตันขึ้นมาให้ลงไปในลำคอและไม่คิดจะหันมองเขาสักนิด จนพิชญะต้องจับไหล่บางให้หมุนมาเผชิญหน้ากับเขา นิ้วเรียวยาวเชยคางมนขึ้น ท่าทางเหมือนจะทำซึ้งหากต้องหลับตานิ่ง เพราะรำคาญเสียงเรียกของยอร์ชจนอยากจะออกไปเตะปากให้กินอะไรไม่ได้ไปหลายวัน

“เช็ดหน้าเช็ดตาหน่อยนะ” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นพร้อมกับยกผ้าขึ้นมาหมายจะเช็ด แต่เจ้าของใบหน้ากลับเบือนหนี

“อย่าดื้อได้ไหม อยากจะออกไปในสภาพหน้าตาดูไม่ได้อย่างนี้หรือไง” เมื่อเจอไม้นั้น พิชามญฐ์จึงต้องยอมให้เขาเช็ดหน้าให้ มันอ่อนโยนนั้นใช่อยู่ แต่เธอไม่เคลิ้มไปด้วยสักนิด

“คุณฟาร์มจะเก็บหลักฐานหรือคะ” หญิงสาวปากไวอย่างช่วยไม่ได้ เธอค้อนเขาตาแทบกลับ ทำเอาพิชญะยิ้มกว้างออกมาอย่างสุขใจในรอบสัปดาห์ สายตาคมกวาดมองทั่วร่างงาม ร่องรอยหลายจุดที่เขาฝากไว้เป็นหลักฐานชั้นดีที่ใครก็ไม่ต้องเดาให้เสียเวลา แล้วยังจะมีผลงานชิ้นโบว์แดงของเธอที่ประทับอยู่บนหน้าเขาอีก

“เก็บยังไงก็ไม่มิดหรอกทูนหัว” ว่าพลางเหวี่ยงผ้าขนหนูไปที่โต๊ะข้างๆ ก่อนจะช่วยจัดทรงผมให้สาวงามเข้าที่เข้าทาง พิชามญฐ์ขมวดคิ้วมุ่นเธอไม่เข้าใจนักกับสิ่งที่เขาบอก

“ไปเถอะก่อนที่ไอ้ย้อยมันจะคอแตกตาย” เขาบอกยิ้มๆ พลางคว้าข้อมือบางแล้วพาเดินออกจากบ้านไป

 


ร่างสูงใหญ่ที่จับจูงคนงามเข้ามาในบ้านตามด้วยลูกน้องจอมกวน ทำเอาคุณมนทิราถึงกับหรี่ตามอง ยิ่งเมื่อเห็นอาการกระเง้ากระงอดของบุตรสาวที่พยายามดึงมือออกจากอุ้งมือหนา ซ้ำบุตรชายยังดึงรั้งเอวบางเข้าไปโอบไว้ ทั้งที่มีคำสั่งให้อยู่ไกลกันแต่นี่ใกล้จนเกินจะพอดี สายตาของท่านมองไม่ผิดแน่ ที่สำคัญคนโมโหร้ายอย่างบุตรชายคนเล็กกลับยิ้มหน้าบานทั้งที่มีคนไปบุกรุกเขตหวงห้ามของเขา ผิดกับคนที่ไปบุกรุกซึ่งหน้างอง้ำจนไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างหนุ่มสาวทั้งสอง และใครๆ ก็คงจะสงสัยในอาการของชายหนุ่มไม่ต่างกัน แทนที่จะเห็นหญิงสาวกลับมาพร้อมน้ำตา แต่กลับได้เห็นรอยยิ้มของชายหนุ่มมาแทน มันช่างเป็นเรื่องที่พลิกล็อกอย่างน่าแปลกใจเลยทีเดียว

“ปล่อยนะคุณฟาร์ม” สาวน้อยคนงามบอกเสียงเขียว มือบางพยายามดึงออกจากมือหนา

“อย่ามาทำสะดีดสะดิ้ง จับนิดจับหน่อยทำเป็นหวง ตัวเธอน่ะมีตรงไหนบ้างที่ฉันยังไม่ได้จับ”

“คนบ้า” พิชามญฐ์กระซิบเสียงลอดไรฟัน เธออยากฆ่าเขาให้ตายคามือจะได้ไม่ต้องมาพูดอะไรที่มันน่าอาย ซึ่งเป็นสาเหตุให้เธอร้อนวูบไปทั้งร่าง บุญของเธอแท้ๆ ที่ยอร์ชเป็นระฆังช่วยไว้ได้ทัน ไม่เช่นนั้นคงไม่เหลืออะไรกลับมาหามารดานอกจากคราบน้ำตา

และทันทีที่หนุ่มสาวมายืนอยู่ตรงหน้า สายตาเหยี่ยวของคุณมนทิราก็เริ่มทำงานอย่างรู้หน้าที่ แล้วก็ต้องถึงกับขมวดคิ้วมุ่นเมื่อสังเกตเห็นใบหน้าซีกซ้ายของบุตรชายแดงปื้นเป็นรอยประทับซะขนาดนั้น ทำเอาท่านกลั้นขำไว้ไม่อยู่

“ฟาร์ม...หน้าลูกไปโดนอะไรมาเหรอ” คนเป็นแม่ถามยิ้มๆ

พิชญะถึงกับตวัดหางตาไปมองคนข้างกายที่เอาแต่ก้มหน้างุดพานให้หมั่นไส้ เจ้าหล่อนเป็นผู้กระทำแท้ๆ แต่ดันก้มหน้ากลัวความผิด จะกลัวอะไรนักหนา ขี้คร้านใครต่อใครจะเห็นดีเห็นงามกับการเธอที่ทำร้ายเขาเสียด้วยซ้ำ

“รอยประทับห้านิ้วแบบนี้คุณแม่คิดว่าผมไปโดนอะไรมาล่ะครับ” พิชญะตอบมารดาอย่างไม่ปิดบัง ทำเอาคนฟังขำจนพูดไม่ออก แต่คนกระทำกลับทำหน้าไม่ถูก ทำไมเขาไม่ปฏิเสธ เล่นพูดความจริงซะหมดเปลือก หวังว่าคงไม่บอกถึงสาเหตุของการถูกตบหรอกนะ

“แล้วลูกไปทำอะไรน้องล่ะ ถึงโดนตบอย่างแรงจนขึ้นรอยแดงห้านิ้วแบบนี้” คุณมนทิราถามกำกวม มีลูกจนโตเป็นหนุ่มถึงสองคนแล้ว มองปราดเดียวก็รู้ว่าอะไรเป็นสาเหตุของการโดนตบของพิชญะ เพราะท่านเห็นแล้วว่าพญามารฝากรอยรักอะไรไว้บ้าง และนั่นคือสิ่งที่คุณมนทิราหวั่นใจเป็นที่สุด

คนโดนถามไม่ตอบหากแต่กลับยิ้มกว้าง ก่อนจะดันร่างบางให้ไปยืนตรงกลางระหว่างเขากับมารดา ทำเอาสาวน้อยคนงามงงเป็นไก่ตาแตก แต่พอได้ยินประโยคที่หลุดออกมาจากปากพญามารก็เล่นเอาใบหน้าหวานร้อนผ่าว มันไม่ใช่เพราะความเขินอายแต่ร้อนเพราะความโมโหต่างหาก

“คุณแม่ก็ลองสำรวจตรวจตราดูสิครับว่าทำไมผมถึงโดนตบ เพราะทุกครั้งที่น้องฟางอยู่กับผมทีไร ทุกคนจะขยันหาร่องรอยการถูกทำร้ายทุกทีไป คราวนี้ก็หาเอาเองแล้วกันครับ มันอาจจะหลายจุดหน่อยสมกับรอยนิ้วบนหน้าผม”

“คงไม่ต้องสำรวจหรอกจ้ะ ก็เห็นๆ อยู่” ประโยคนั้นผู้เป็นมารดากระซิบเสียงแผ่วให้ได้ยินกันเพียงสามคนแม่ลูก

พิชามญฐ์ถึงกับตาโตมองจ้องหน้ามารดาเขม็ง ร่างบางแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูก ร่องรอยอะไรที่เขาว่าและที่มารดาเห็น สาวน้อยคนงามหันรีหันขวาง ก่อนจะเหลือบไปเห็นกระจกเงาด้านข้างพลางมองสำรวจร่างกายของตัวเอง ฉับพลันดวงตาก็เบิกกว้างปากอ้าค้าง เพราะที่ต้นคอของเธอปรากฏรอยแดงเป็นจ้ำอยู่หลายจุด ก็จะอะไรถ้าไม่ใช่เขาที่เป็นคนกระทำ หญิงสาวถึงกับเดือดขึ้นมาพร้อมกับที่ข้อศอกเล็กๆ กระทุ้งเข้าที่ชายโครงของคนที่สร้างร่องรอยดังกล่าว

“โอ๊ย!..คุณแม่ลูกสาวคุณแม่แกล้งผม” พิชญะจุกจนตัวงอ

“สมน้ำหน้า ในเมื่อฟาร์มรังแกน้องก่อน” ผู้เป็นแม่เอ่ยเสียงดุไม่คิดเข้าข้างคนผิดเลยสักนิด ท่านเข้าใจแล้วว่าเหตุผลของการให้ของขวัญ เหตุผลของการเอาใจใส่ เหตุผลของการอยากอยู่ใกล้กระจ่างออกมาอย่างชัดเจน แต่กำแพงความเกลียดของพิชญะจะพังทลายได้ง่ายอย่างนั้นเชียวหรือ นั้นคือสิ่งที่คุณมนทิราไม่ค่อยแน่ใจนัก พิชญะเป็นประเภทสามวันดีสี่วันไข้ วันนี้หายพรุ่งนี้อาจจะหนักกว่าเดิมก็เป็นได้

“ฟาร์ม...ทำตัวเป็นสุภาพบุรุษหน่อยนะ”

น้ำเสียงของมารดาไม่มีทีเล่นทีจริงอย่างเมื่อครู่ หากแต่แฝงไปด้วยอำนาจและคำสั่งบางอย่าง ซึ่งพิชญะรับรู้ได้ว่ามารดากำลังสั่งให้เขาอย่ายุ่งกับพิชามญฐ์อีก และห้ามกระทำการแบบนั้นกับเธออีกเป็นอันขาด

ชายหนุ่มถึงกับนิ่งเขาไม่ตอบรับหรือปฏิเสธคำสั่งนั้น ใบหน้าของเขาตอนนี้มันเย็นชาราวกับน้ำแข็งที่ขั้วโลกเหนือ จนคนมองนึกขยาดโดยเฉพาะนางฟ้าคนสวยที่ถึงกับขยับไปยืนข้างมารดาแทบจะทันที มือเรียวกระตุกแขนของคุณมนทิราอย่างขอความช่วยเหลือ ส่งผลให้คนเป็นแม่ถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ ยิ่งได้เห็นสายตาของพิชญะที่มองพิชามญฐ์ ทำเอาท่านเกิดหนักใจขึ้นมาดื้อๆ คิดไว้แล้วว่าความเกลียดของพิชญะหรือจะหายไปได้ง่ายๆ

“ฟาร์มลืมคำสั่งของคุณพ่อแล้วเหรอ”

“แต่ผมก็บอกแล้วนี่ว่าอย่าเผลอ และครั้งนี้ทุกคนเผลอเรอเองช่วยไม่ได้ จากนี้ก็ดูแลกันให้ดีแล้วกัน เกิดอะไรขึ้นผมไม่รับผิดชอบ” พญามารยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ เขาไม่สนหรอกว่าใครจะรู้สึกอย่างไร เขาถือว่าเขาเตือนแล้วที่เหลือก็จัดการกันเองแล้วกัน

“คุณแม่ขาเรากลับกันเถอะค่ะ น้องฟางไม่อยากอยู่ที่ฟาร์มมุกแล้ว” พิชามญฐ์เอ่ยขึ้นหลังจากได้ฟังในสิ่งที่พญามารบอก คำพูดและสีหน้าของเขาทำให้เธอรู้สึกเกลียดเขาขึ้นมาอย่างฉับพลัน

“ก็ดีครับ ผมก็เบื่อฟาร์มมุกแล้วเหมือนกัน เบื่อไข่มุกแต่นึกอยากกินเห็ดฟางแทน” คนพูดเอ่ยขึ้นอย่างโจ่งแจ้ง คนที่โดนพาดพิงถึงกับสะดุ้งโหยง

“เร็วๆ นะครับ ผมจะไปรอที่เรือ” ชายหนุ่มเอ่ยบอกอย่างอารมณ์ดีก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากบ้านไป

“คุณแม่ขา” พิชามญฐ์กระตุกแขนมารดาเป็นครั้งที่สอง คุณมนทิราจึงได้แต่ดึงร่างบุตรสาวเข้ามากอดปลอบขวัญ ส่วนคนอื่นๆ ที่อยู่รายล้อมบ้างก็งุนงงบ้างก็เข้าใจในความหมายของนายหนุ่ม

“ไม่เป็นไรนะลูกน้องฟาง คุณแม่จะปกป้องหนูเอง” พิชามญฐ์ซบหน้าลงกับอกอุ่น พลางสายตาก็เหลือบไปเห็นดวงหน้าหวานที่มองเธอด้วยความห่วงใย พลันสมองก็คิดอะไรได้บางอย่าง

“ให้ปองขวัญไปอยู่เป็นเพื่อนน้องฟางได้ไหมคะ บางครั้งน้องฟางก็รู้สึกเหงาอยากมีเพื่อน” พิชามญฐ์เอ่ยขอมารดาพร้อมกับดันร่างออกจากอกอุ่น แล้วหันไปเอ่ยชวนปองขวัญทันที

“เธอไปอยู่กับฉันนะปองขวัญ”

“นั่นสิจ๊ะหนูปองขวัญไปอยู่เป็นเพื่อนน้องฟางนะ เผื่อว่าวันไหนฉันไม่อยู่บ้านน้องฟางจะได้ไม่เหงา อีกอย่างถ้าฉันอยู่บ้านคนเดียวยังไงก็ยังมีหนูคอยดูแล” คุณมนทิราช่วยพูดอีกแรง สุดท้ายปองขวัญจึงตกปากรับคำด้วยความเกรงใจคนทั้งสอง

สรุปแล้วการเดินทางกลับกรุงเทพฯ จากสามคนจึงเพิ่มเป็นสี่ ดังนั้นรถสปอร์ตคันหรูของพิชญะจึงโดนทอดทิ้งไว้ที่บ้านพักตากอากาศ เพื่อรอให้ยอร์ชขับไปให้ในวันต่อไป ส่วนพิชญะ คุณมนทิรา และสาวงามทั้งสองนั่งรถคันใหญ่ของคุณพีรยุทธที่ทิ้งไว้กลับ ทีแรกพิชญะจะขับรถของตนตามไปติดๆ แต่ไม่รู้ว่านึกอะไรขึ้นมาถึงบ่นว่าเหนื่อยแล้วกระโดดขึ้นไปนั่งข้างคนขับพลางอมยิ้มอย่างคนอารมณ์ดีผิดไปจากพิชญะคนเดิมโดยสิ้นเชิง

 

บ้านพรรณธารักษ์...

คุณมนทิราสั่งให้เด็กจัดห้องบนชั้นสองให้กับปองขวัญ แม้หญิงสาวจะบอกว่าขออยู่ที่เรือนคนใช้ แต่การที่ปองขวัญมาอยู่ที่นี่ก็เพราะมีเหตุ จึงต้องให้อยู่ใกล้กับพิชามญฐ์มากที่สุด ส่วนทางพิชามญฐ์นั้นใจจริงเธออยากให้ปองขวัญนอนห้องเดียวกับเธอด้วยซ้ำ แต่ไม่กล้าเอ่ยอะไรออกไปมาก

พิชามญฐ์พาปองขวัญเข้ามาดูห้องที่คุณมนทิราสั่งจัดไว้ หญิงสาวตื่นตาตื่นใจกับความหรูหราของห้องนอนใหม่ เพราะชาตินี้ไม่คิดว่าจะได้อยู่สุขสบายแบบนี้หลังจากที่เสียบิดาไป

“เป็นไงชอบห้องใหม่ไหมปองขวัญ”

“ค่ะ มันสวยแล้วก็หรูหรา ที่จริงให้ขวัญอยู่ที่เรือนคนใช้ก็ได้”

“ได้ไง...ขนาดคุณฟาร์มยังให้เธออยู่บ้านใหญ่เลย แสดงว่าเป็นคนสำคัญ ดังนั้นเธอคงอยู่เรือนคนใช้ไม่ได้หรอก” พิชามญฐ์บอกยิ้มๆ ก็เธอได้รับรายงานมาแบบนั้นนี่นา

“ไม่ใช่นะคะ ขวัญไม่ได้เป็นคนสำคัญอะไรขนาดนั้น” ปองขวัญรีบออกตัวปฏิเสธ เพราะเธอรู้แล้วว่าคนสำคัญของพิชญะคือคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าเธอต่างหาก ไม่เช่นนั้นคุณหนูฟางคงไม่รอดกลับมาจากฟาร์มมุกหรอก ขนาดบุกรุกบ้านแถมยังไปตบหน้าเจ้าของเกาะก็ยังไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้น ซ้ำเจ้าของเกาะยังหัวเราะร่วนจนดูผิดสังเกต

“เธอไม่ใช่คนรักของคุณฟาร์มเหรอ” พิชามญฐ์ตัดสินใจถามด้วยความอยากรู้ ปองขวัญยิ้มนิดๆ ก่อนจะส่ายหน้าไปมา

“ไม่ใช่หรอกค่ะ คุณฟางอาจจะเห็นว่าคุณฟาร์มให้ความสำคัญกับขวัญ แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่หรอกค่ะ อย่างขวัญก็เป็นได้แค่ของสวยๆ งามๆ ที่เขาคิดอยากจับต้อง แต่ไม่ต้องการเก็บไว้เป็นสมบัติส่วนตัว”

“เธอ...ยังไม่มีอะไรกับคุณฟาร์มใช่ไหม” พิชามญฐ์เริ่มไขข้อข้องใจทุกอย่างทันที เธออยากรู้ว่าความสัมพันธ์ของคุณฟาร์มกับปองขวัญไปถึงไหนแล้ว

“ยังค่ะ...แต่ถ้ามีขวัญก็คงเป็นได้แค่นางบำเรอ หรือของเล่นชั่วครั้งชั่วคราว”

คำว่านางบำเรอทำเอาพิชามญฐ์สะอึก เธอเองก็ไม่ต้องการเป็นนางบะเรอหรือของเล่นของใครเช่นกัน ในเมื่อเขาสารภาพออกมาเองว่าไม่เคยเห็นเธอเป็นน้องแต่เห็นเป็นอย่างอื่น เพราะฉะนั้นเขาคงไม่ปล่อยเธอไว้แน่ สิ่งที่ผ่านมาก็ให้มันผ่านไป แต่สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นคงต้องปิดตายทางเข้าทุกวิถีทาง

 

คืนนั้นพิชามญฐ์ขอไปนอนกับคุณมนทิรา โดยอ้างว่าจะนอนเป็นเพื่อนท่านเพราะบิดาไม่อยู่ คุณมนทิรานั้นรู้ซึ้งดีถึงเหตุผลจริงๆ ของพิชามญฐ์ว่าคืออะไร จนท่านต้องไปเจรจาหย่าศึกกับบุตรชายด้วยตัวเอง เพราะหากปล่อยไว้อย่างนี้บุตรสาวคนสวยคงได้นอนผวาทุกคืนแน่ แต่ท่านก็ต้องผิดหวังเมื่อพิชญะหายออกไปจากบ้านตั้งแต่หัวค่ำ สร้างความเหนื่อยหน่ายให้กับคนเป็นแม่อย่างที่สุด แต่คนที่ยิ้มชื่นตาบานและนอนสบายอารมณ์คือพิชามญฐ์ ร่องบางนอนแผ่หราบนเตียงขนาดใหญ่ของผู้เป็นพ่อเป็นแม่

คืนนี้เป็นคืนที่เธอรู้สึกปลอดโปร่งอย่าบอกไม่ถูก คืนต่อไปเอาไว้ก่อนแต่คืนนี้เธอจะนอนตีพุงสบายใจเฉิบ พญามารไม่อยู่บ้านนางฟ้าก็ลิงโลด จนคุณมนทิรานึกหมั่นไส้แต่ก็หนักใจไปพร้อมๆ กัน

“สบายใจเกินไปหรือเปล่าน้องฟาง”

“แหมคุณแม่ขาพญามารไม่อยู่ บ้านก็เลยกลายเป็นวิมานค่ะคุณแม่” คนสวยตอบเสียงใสพลางนอนกลิ้งไปทั่วเตียง จนคุณมนทิราถึงกับส่ายศีรษะเอือมระอา จะว่าไปพิชามญฐ์ก็เจ้าเล่ห์แสนซนใช่ย่อย ซึ่งหากเป็นไปได้ท่านก็อยากให้พิชญะรักน้องฟาง รักแบบที่ควรจะรัก คงดีไม่น้อยถ้าลูกสาวคนสวยจะกลายมาเป็นลูกสะใภ้คนโปรด


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha