10. รักสดใสของนายเพลย์บอย ซีรี่ส์ เพลย์บอยร้อนรัก I

โดย: ภรปภัช



ตอนที่ 9 : EP.9


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

“เอ่อ  ให้ฟ้า  ลงไปจากตัวพี่ก่อนไหมคะ  ฟ้านั่งทับหน้าท้องพี่อยู่นะ  เดี๋ยวพี่หายใจไม่ออก”  เธอยกสะโพกขึ้นมา  แล้วเอี้ยวตัวไปนั่งด้านข้างของเขา

“ความจริง  นั่งท่าเมื่อกี๊ก็ได้นะ  กำลังดีเลย”  เขาพูดเสียงเบา

“อะไรนะคะ”  เธอถามเขาอย่างสงสัย  เหมือนได้ยินเขาพูดอะไรบางอย่าง

“ไม่มีอะไรหรอกครับ  นวดต่อนะ  กำลังดีเลย”  เขาจับมือเธอให้มาวางบนหน้าอกเขา

เธอนวดเขาไปด้วย  ใบหน้าก็แดงขึ้นเรื่อยๆ  ก็เธอไม่เคยจับหน้าอกผู้ชายมาก่อนเลยนี่นา  ยิ่งหน้าอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามแบบนี้  ทำให้หัวใจของเธอสั่นไปหมดแล้ว

“ทำไมต้องหน้าแดงด้วยล่ะ  คิดอะไรกับพี่รึเปล่า”  เขายันตัวให้ลุกขึ้นมานั่งข้างๆ เธอ

“บ้าเหรอคะ  ฟ้าไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นซักหน่อย”  เธอหันหน้าไปมองทางอื่น  รู้สึกอายเหลือเกินแล้วตอนนี้

“แบบนั้นน่ะ  แบบไหนเหรอ  บอกพี่หน่อยสิ”  เขายื่นหน้าไปใกล้ๆ หน้าของเธอ  พอเธอหันมา  เธอก็หอมแก้มเขาอย่างแรง

“อุ๊ย  ขอโทษค่ะ”  เธอรีบถอยออกมา

“จะขอโทษทำไม  พี่ชอบ  หอมอีกข้างสิครับ”  เขาคลานเข้าไปใกล้เธอมากขึ้น  แล้วเอียงแก้มอีกข้างให้เธอ  เธอรีบใช้มือดันตัวเขาไป

“พี่เอริค  อย่ามาแกล้งฟ้านะคะ  ฟ้าไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย  ฟ้าจะไปอาบน้ำแล้ว”  เธอรีบลุกออกไปจากเตียงทันที  แก้มของเธอร้อนผ่าวไปหมด  หัวใจก็เต้นไม่เป็นจังหวะเช่นกัน

เขาล้มตัวลงนอนอย่างอารมณ์ดี  ดึงหมอนที่เธอหนุนมากอดเอาไว้  เพราะมันมีกลิ่นของเธออยู่เต็มไปหมด  เขาทั้งกอดทั้งดมหมอนราวกับพวกโรคจิต  ให้ตายสิ  นี่เขาคลั่งเธอขนาดนี้เลยหรือนี่

 

ทิฆัมพรอยู่ในห้องน้ำ  เธอนั่งคิดทบทวนถึงความรู้ในใจของเธอที่มีต่อเขา  นี่เธอกำลังตกหลุมรักเขาอยู่รึเปล่านะ  ไม่  เป็นไปไม่ได้  เธอไม่ต้องการมีความรัก  ไม่ต้องการมีแฟน  ความรู้สึกพวกนี้  ก็แค่อารมณ์อ่อนไหวเพราะความใกล้ชิดเท่านั้น  พอเขากลับลาสเวกัสไปแล้ว  ทุกอย่างก็จบ  ไม่มีอะไรมากไปกว่านี้  ใช่  แค่ความอ่อนไหวชั่วขณะเท่านั้น  เธอจะปล่อยใจไปกับอารมณ์พวกนี้ไม่ได้เด็ดขาด  เธอต้องเข้มแข็งไว้นะ  ทิฆัมพร

เธอเดินออกจากห้องน้ำหลังจากแต่งตัวเสร็จแล้ว  เห็นเขานอนอยู่  เธอจึงเดินไปนั่งทำงานด้านนอก  เอกสารที่เธอต้องแปลมีกว่าสิบหน้า  ซึ่งเธอต้องทำให้เสร็จก่อนสิบเอ็ดโมง 

เวลาผ่านไปนานพอสมควร  เธอแปลเอกสารทั้งหมดเสร็จแล้ว  พร้อมทั้งส่งอีเมลล์เข้าบริษัทเรียบร้อย  เธอมองดูนาฬิกา  เวลาใกล้จะได้เวลาเต็มที  เธอจึงเดินไปปลุกเขา

“พี่เอริคคะ  จะสิบเอ็ดโมงแล้วค่ะ  ตื่นได้แล้ว”  เธอยื่นมือไปเขย่าตัวเขา  เมื่อเห็นเขาไม่ตอบรับ

“อื้อ  ขอนอนอีกหน่อยนะ”  เขาพูดน้ำเสียงงัวเงีย

“ไม่ได้ค่ะ  พี่ต้องกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องได้แล้วนะคะ  เดี๋ยวอีกสักพักทีมงานก็คงจะมากันแล้ว  ลุกเถอะค่ะ”  เธอดึงแขนเขาให้ลุกขึ้นมา  แต่เขากระตุกแขนกลับจนเธอเซล้มลงไปนอนทับตัวเขาทันที

“ถ้าอยากให้พี่ลุก  ก็หอมแก้มพี่ก่อนสิครับ  แล้วพี่จะรีบลุกไปเลย”  เขาลืมตาขึ้นยิ้มอย่างอารมณ์ดี

“คนเจ้าเล่ห์  ถ้าหอมแล้ว  ต้องลุกจริงๆ นะคะ”  เธอยิ้มเขิน

“ครับ  หอมปุ๊บ ลุกทันทีเลย  แต่ต้องหอมทั้งสองข้างเลยนะ  มันจะได้ไม่น้อยใจกัน”  เขาอ้อนเธอเหมือนเด็ก

“งั้นก็หลับตาก่อนนะคะ  ถ้าพี่ลืมตาแบบนี้  ฟ้าเขิน”  เธอส่งยิ้มหวาน

“ได้จ้ะ”  เขาหลับตาลงอย่างว่าง่าย

เธอกำลังจะยกมือไปแตะที่แก้มของเขา  แต่เหมือนเขาจะรู้ทัน  เขาลืมตาขึ้นมาทันที  แล้วโน้มใบหน้าของเธอมารับจูบที่แสนดูดดื่มของเขาแทน

“อื้อ...อื้อ...”  เสียงเธอดังอู้อี้อยู่ในลำคอ  เมื่อโดนเขารุกรานโดยไม่ทันได้ตั้งตัว

“ไงจ๊ะ  คนสวย คิดจะหลอกพี่งั้นเหรอ  คราวนี้พี่ไม่หลงกลหรอกนะ”  เขายอมปล่อยเธอให้เป็นอิสระ  หลังจากที่จูบเธอจนพอใจแล้ว

“พี่เอริค  นิสัยไม่ดี  แกล้งฟ้าเหรอคะ”  เธอรีบลุกไปยืนที่ปลายเตียง  มองเขาตาขวาง  รู้สึกหงุดหงิดซะจริงที่โดนเขารู้ทัน

“ก็ฟ้าชอบแกล้งพี่ก่อนนี่นา  ถือว่าเราหายกันนะครับ  พี่ไปอาบน้ำก่อนละ”  เขาลุกขึ้นแล้วเดินกลับไปที่ห้องของตัวเองทันที

เธอจำใจต้องเดินตามเขาไปเพื่อเตรียมเสื้อผ้ามาให้เขา  เมื่อเขาออกจากห้องน้ำมาเธอก็ช่วยเขาแต่งตัว  ตอนที่ผูกเนกไทให้เขา  ความคิดของเธอวูบหนึ่งก็อยากเอาเนกไทรัดคอเขาให้ตายไปเลย

“คิดอะไรอยู่   วางแผนฆ่าพี่อยู่รึไงจ๊ะ”  เขาถามราวกับอ่านใจเธอออกอย่างนั้นแหละ

“ค่ะ  กำลังคิดว่าจะเอาเนกไทนี่รัดคอพี่ให้ตายไปเลย  จะได้ไม่ต้องมาแกล้งฟ้าอีก”  เธอทำหน้างอใส่เขา  แต่เขากลับคิดว่ามันน่ารักมาก

“ใจร้ายจัง  นี่คิดจะฆ่าพี่เลยเหรอ  อย่างนี้ต้องโดนลงโทษ”  เขากอดเธอเอาไว้  แล้วหอมแก้มเธอฟอดใหญ่  จนเธอโมโหเขามากกว่าเดิมเสียอีก

“พี่เอริค  อยากตายใช่ไหมคะ  นี่แน่ะ”  เธอดึงเนกไทแรงๆ  จนเขาแทบหายใจไม่ออก

“โอ๊ยๆๆ  ฟ้า  พี่ขอโทษ  พี่ไม่แกล้งแล้วก็ได้”  เขายอมปล่อยมือและถอยห่างเธอออกมา  จนเธอพอใจ

“สมน้ำหน้า  ถ้าคราวหน้ามารังแกฟ้าอีก  ฟ้าจะเอายาพิษให้กินเลยคอยดูสิ”  เธอแกล้งขู่เขาไปอย่างนั้นแหละ 

“โอ้โห  นี่ขนาดจะกรอกยาพิษพี่เลยเหรอ  พี่ขอเป็นยาเสน่ห์แทนได้ไหมจ๊ะ”  เขายังคงกวนประสาทเธอไม่เลิก

“อ้าว  ยังต้องใช้อีกเหรอคะ  แค่นี้พี่ก็หลงฟ้าจนจะเป็นบ้าอยู่แล้วมั้ง”  เธอกอดอกแล้วยิ้มอย่างอารมณ์ดี  ทำให้เขาอดยิ้มตามไม่ได้

“รู้แบบนี้แล้วก็ยังจะแกล้งทรมานพี่เล่นอีกนะ  คนใจร้าย  อะ  เสร็จแล้ว  หล่อรึยังครับ”  เขาผูกเนกไทใหม่จนเสร็จ  แล้วยืนด้วยท่าทางที่เท่ห์มากที่สุด  จนเธอเองก็แอบชื่นชมอยู่ไม่น้อย  ก็เขาหล่อมากจริงๆ นี่นา

“ไม่เห็นหล่อตรงไหนเลย  คนที่มาจีบฟ้ายังหล่อกว่าอีก”  เธอพูดพร้อมกับจะหันหลังออกไป  แต่เขาดึงแขนเธอไว้  จนเธอเซถลาเข้ามาในอ้อมอกของเขา

“ใครกัน  ที่มาจีบฟ้า  บอกพี่มาซิ”  เขาถามเธอด้วยใบหน้าจริงจัง  จนเธอต้องหัวเราะออกมา

“ไม่บอกค่ะ”  เธอยิ้มยั่วเขา  ยิ่งทำให้เขาหงุดหงิดมากขึ้น

“ไม่บอกโดนจูบนะ  จะบอกไหม”  เขาโน้มใบหน้าลงไปหาเธอเรื่อยๆ  เธอต้องรีบดันตัวเขาออกไป

“อย่านะคะ  ฟ้าพูดเล่น  ไม่มีใครมาจีบฟ้าหรอกค่ะ”  เธอรีบบอกเขาทันที  ด้วยกลัวเขาจะรังแกเธออีก

“แน่นะ  ว่าไม่มีใครมาจีบน่ะ”  เขาย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

“ค่ะ  แน่ใจ  ปล่อยฟ้าได้แล้วค่ะ”  เธอมองสบตาเขา  ให้เขารู้ว่าเธอพูดความจริง

“งั้นก็ดี  พี่หิวแล้ว  สั่งอาหารมาทานกันเถอะ  เที่ยงแล้วด้วย”  เขาปล่อยเธอออกไปพร้อมกับมองนาฬิกาที่ข้อมือ

“ได้ค่ะ”  เธอรีบก้าวเดินออกไปจากห้องนอนของเขาด้วยความรวดเร็ว  พร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่

เขาเดินตามเธอออกไปและนั่งรอที่โซฟา

“เย็นนี้เราไปหาอะไรทานข้างนอกละกันนะ  พี่เบื่ออาหารโรงแรมเต็มทีละ”  เขาหันไปคุยกับเธอเมื่อเธอสั่งอาหารเสร็จแล้ว

“แล้วพี่อยากไปที่ไหนล่ะคะ”  เธอนั่งลงที่โซฟาฝั่งตรงข้าม

“อืม  พี่อยากไปไนต์คลับสักหน่อย  ฟ้าพาพี่ไปหน่อยสิครับ”  เขาเอนหลังเอามือพาดพนักพิงโซฟาอย่างอารมณ์ดี

“ฟ้าไม่รู้จักหรอกค่ะ  ไม่เคยไปที่แบบนั้น”  เธอยิ้มเขิน

“อ้าวเหรอ  งั้นไม่เป็นไร  เอาไว้เราลองถามพวกทีมงานดูก็ได้  มานิวยอร์กทั้งที  จะให้มาอุดอู้อยู่แต่โรงแรมก็น่าเบื่อตายเลยสิ”  เขาอมยิ้มกับท่าทางเขินอายของเธอ

“แต่ว่า  ฟ้าไม่ไปได้ไหมคะ”  เธอคิดว่าที่แบบนั้นคงไม่เหมาะกับเธอเท่าใดนัก

“ได้ยังไงล่ะจ๊ะ  ฟ้าเป็นเลขาของพี่นะ  ถึงจะแค่ช่วงนี้ก็เถอะ  ฟ้าต้องไปกับพี่สิ  จะปล่อยพี่ไปคนเดียวได้ยังไง”  เขาชวนเธอไปที่แบบนั้น  เพราะอยากรู้ว่าเธอจะมีปฏิกิริยายังไง  อยากรู้ว่าเธอไม่เคยไปจริงรึเปล่า

“งั้นก็ได้ค่ะ”  เธอถอนหายใจ  แล้วจึงลุกไปรับอาหารเมื่อได้ยินเสียงกริ่ง

เวลาบ่ายโมงตรง  พวกทีมงานจึงได้ทยอยกันเข้ามา  ซึ่งแน่นอนว่าเอริคถามถึงสถานบันเทิงยามค่ำคืนด้วย  และเขาก็ได้เป้าหมายที่จะไปแล้ว  รอแค่ให้ถึงเวลาเท่านั้น

 

ช่วงเย็น 

พวกทีมงานทั้งหมดกลับไปแล้ว  เอริคจึงให้ทิฆัมพรไปแต่งตัวเสียใหม่  เพื่อให้เข้ากับสถานที่ที่พวกเขาจะไปกัน  จนเวลาสองทุ่มตรง  เขาจึงไปเคาะเรียกเธอที่ห้อง

ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก...

เขายืนรออยู่หน้าประตูห้องของเธอสักพัก  ประตูจึงได้เปิดออก  แล้วเขาก็ต้องตกตะลึงกับสาวน้อยตรงหน้า

ทิฆัมพรสวมชุดเดรสรัดรูปสีขาวแบบสายคล้องคอ  กระโปรงของเธอสั้นเลยเข่าขึ้นไปพอประมาณ  ไม่ได้สูงมากนัก  แต่ก็ทำให้เธอดูสวยและเซ็กซี่ได้อย่างมากมาย  ผมยาวถูกปล่อยสยาย  ใบหน้าที่แต่งเติมเครื่องสำอางที่มากกว่าปกติ  ยิ่งทำให้เธอมีเสน่ห์มากขึ้น

“เอ่อ  ฟ้าแต่งตัวแบบนี้  พอไหวไหมคะ”  เธอก้มลงมองตัวเองอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก  ดีนะที่เธอหยิบชุดนี้มาด้วย  เพราะคิดว่าเผื่อได้ไปงานที่ไหน

“ใครบอกว่าพอไหวล่ะจ๊ะ  วันนี้ฟ้าสวยมากเลยนะ  สวยมากจริงๆ ด้วย  พร้อมรึยังครับ  จะได้ไปกันเลย”  เขาพยายามสะกดอารมณ์บางอย่างที่มันกำลังพุ่งพล่านอยู่ตอนนี้  พร้อมกับเอ่ยถามเธอ

“ค่ะ  พร้อมแล้ว  ไปได้เลยค่ะ”  เธอก้าวออกมาจากห้องพร้อมกระเป๋าถือใบเล็ก  แล้วจึงเดินตามเขาลงไป

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha