9. รักสุดท้ายของนายมาเฟีย [จบบริบูรณ์]

โดย: ภรปภัช



ตอนที่ 2 : แรกพบ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตึก!  ตึก!  ตึก!

เสียงฝีเท้าของผู้ชายรูปร่างกำยำ  รีบเดินออกมาจากร้านอาหารแห่งหนึ่ง  พร้อมกับกระเป๋าใบใหญ่  เขาเรียกแท็กซี่  มุ่งตรงไปที่สนามบิน  จุดหมายปลายทางคือสหภาพโซเวียต  ประเทศรัสเซียนั่นเอง 

อนาคิน    จอร์แดน  เมฆสวัสดิ์  เป็นลูกครึ่ง  ไทย-  อเมริกัน   วัย  34  ปี  เขาเป็นคนใจดี รักครอบครัว  มีภรรยาเป็นชาวไทยและลูกสาวที่น่ารักอีกหนึ่งคนวัย  5  ขวบ  เขาให้พวกเธอพักอยู่ที่ประเทศไทย  เพราะไม่อยากให้พวกเธอรับรู้ว่าเขาทำงานอะไรกันแน่  ภรรยาของเขาจึงรู้เพียงแต่เขาเป็นทหารของสหรัฐอเมริกาเท่านั้น    นานๆ ครั้งถึงจะได้กลับไปหาพวกเธอ  ซึ่งเรื่องที่เขามีครอบครัวแล้ว  เขาไม่เคยบอกใคร  แม้แต่โรเบิร์ต 

เขากอดกระเป๋าใบใหญ่เอาไว้แน่น  ชีวิตของเขาไม่เคยคิดเลยว่าจะสามารถทรยศโรเบิร์ต  ผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตของเขาเอาไว้  สมัยที่เขาเป็นทหารขณะที่ไปรบกับสงครามที่อิรัก เขาได้พบกับโรเบิร์ต  โดยบังเอิญ  จากนั้นมาเขาก็เฝ้าติดตามทำงานรับใช้โรเบิร์ตมาตลอด

จนเมื่อเดือนก่อน   กลุ่มผู้ก่อการร้ายของรัสเซีย มาหาเขาที่บ้าน   พวกมันต้องการหัวรบนิวเคลียร์ต้นแบบจากอนาคิน  หากเขาไม่ยอมทำตาม  พวกมันจะตามไปฆ่าภรรยาและลูกสาวของเขาที่เมืองไทย  เขาตกใจมากที่พวกมันสืบรู้เรื่องครอบครัวของเขา  เขาจึงต้องยอมหักหลังนายผู้เป็นที่รัก  เพราะไม่อาจทนเห็นภรรยาและลูกสาวต้องตายลงไปต่อหน้าต่อตา

แต่แล้ว  เมื่อเขาเดินทางไปถึงสนามบิน  เขาก็พบกับลูกน้องของโรเบิร์ตที่คอยเฝ้าเต็มไปหมด  พวกเขาเฝ้าเส้นทางที่คิดว่าอนาคินน่าจะไป  เช่น  อิรัก  อิหร่าน  รวมถึงรัสเซียด้วย  อนาคินเห็นท่าไม่ดี  เขาจึงต้องเปลี่ยนเส้นทาง  เขาเอาหัวรบนิวเคลียร์ไปเก็บไว้ในที่ปลอดภัยก่อน  แล้วจึงเปลี่ยนไปซื้อตั๋วเครื่องบินเดินทางไปประเทศไทย  ไปหาภรรยาของเขาแทน 

ช่วงเย็น ลาซาลกลับมาที่ห้องของโรเบิร์ตพร้อมกับข้อมูลส่วนตัวของอนาคินทั้งหมด  เขารีบรับไปเปิดอ่านทันที

“นี่มันมีลูกเมียอยู่ที่เมืองไทยด้วยเหรอ  ถ้าอย่างนั้นมันก็น่าจะไปหาลูกเมียของมันนั่นแหละ   ดี!  ฉันจะไปรับมันกลับด้วยตัวของฉันเอง  จนกว่าจะได้หัวรบนิวเคลียร์คืนมา  อย่าเพิ่งฆ่ามันเด็ดขาด  เตรียมตัวไปที่ประเทศไทย  พรุ่งนี้เลย  ฉันจะได้ถือโอกาสรับขวัญหลานสาวซะเลยทีเดียว”  โรเบิร์ตกำเอกสารแน่น  คนที่ทรยศเขาไม่เคยมีใครมีชีวิตรอดถ้าเขาต้องการ

 

อนาคินเดินทางถึงประเทศไทยแล้ว  เขานั่งเครื่องบินต่อไปที่  จ.เชียงใหม่  จากนั้นก็นั่งเครื่องต่อจากเชียงใหม่มาที่อ.ปาย  จ.แม่ฮ่องสอน

“พี่คิน  มาได้ไงคะเนี่ย  ไม่เห็นโทรมาบอกเดือนล่วงหน้าเลย  เดือนจะได้ไปรับที่สนามบิน”  เดือนดารา  หรือเดือน  สาวสวยวัย  28  ปี  รู้สึกแปลกใจมาก  ที่เห็นสามีของเธอเดินเข้ามาที่ร้านขายของที่ระลึกของเธอ  เพราะปกติถ้าเขาจะมา  เขาจะโทรบอกล่วงหน้าก่อนเสมอ

“คือพี่มาทำธุระน่ะ  อยู่อีกไม่กี่วันก็คงจะกลับ  เลยไม่ได้บอกเดือนก่อน  แล้วนี่ยัยดาวไปอยู่ไหนล่ะ”  เขามองหาบุตรสาวตัวน้อย

“ยัยบัวพาไปทานสเต๊กที่ร้านของเธอนะคะ  สองคนนี้ติดกันเป็นตังเมเลย  พี่มาเหนื่อยๆ  ไปอาบน้ำอาบท่าก่อนไหมคะ  เดี๋ยวเดือนจะหาอะไรให้ทาน”  เธอยิ้มให้กับสามี

“อ้อ  งั้นเหรอ  งั้นพี่ไปข้างบนก่อนนะ”  เขาเดินขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าด้านบน  พร้อมกับนำอาวุธที่ถอดชิ้นส่วนเอาไว้  มาประกอบกัน  เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์

 

ณ  ร้านสเต๊กแห่งหนึ่ง

“พี่บัวขา  ขอหนูดาวลองหั่นสเต๊กเองบ้างได้ไหมคะ”  เด็กหญิงวัย  5  ขวบ  ท่าทางออดอ้อน  พูดจาเก่งเกินตัว  ส่งยิ้มหวานให้หลานสาวเจ้าของร้านอย่างเอาใจ

“ได้สิจ๊ะ  ทำแบบนี้นะ  พี่บัวจะหั่นให้เป็นตัวอย่างก่อนนะคะ”  บัว  หรือสโรชินี  สาวน้อยวัย  24  ปี  กล่าวกับเด็กหญิงด้วยความเอ็นดู  เธอกับเดือนดาราเป็นเพื่อนรักต่างวัยที่สนิทสนมกันมาก  เธอเห็นหนูดาวมาตั้งแต่เด็กหญิงลืมตาดูโลก  เธอจึงรักหนูดาวมาก

“อะ  หนูดาวลองหั่นดูนะคะ”  เธอจับมือเด็กหญิงให้หั่นสเต๊กอย่างช้าๆ  เด็กหญิงยิ้มแก้มปริ  แล้วก็เคี้ยวสเต๊กเนื้อนุ่มอย่างเอร็ดอร่อย

“พี่บัวคะ  ลูกค้าชาวต่างชาติมา  รบกวนพี่บัวไปคุยหน่อยค่ะ”  เสียงของพนักงานเสิร์ฟภายในร้านเดินมาบอกเธอ  เพราะสโรชินีพูดได้ถึง  6  ภาษา  ทั้งอังกฤษ    จีน   ฝรั่งเศส  เยอรมัน  เกาหลี  และญี่ปุ่น  เพราะเธอต้องการเรียนภาษาเอาไว้ช่วยดูแลงานที่ร้านของคุณป้านั่นเอง

“ได้จ้ะ  งั้นฝากหนูดาวแปปนึงนะ”  สโรชินีลุกขึ้น  เดินตรงไปพูดคุยแนะนำรายการอาหารให้นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นทันที

 

เดือนดารานำเอาอาหารขึ้นมาให้สามีทานที่ห้อง   เธอเห็นว่าเขานอนอยู่  จึงวางอาหารไว้บนโต๊ะกำลังจะเดินไป  แต่อนาคินเรียกเธอไว้เสียก่อน

“เดือน  มาหาพี่สิ”  เขาลุกขึ้น  เดือนดาราจึงลงไปนั่งที่ตักของเขาเหมือนทุกครั้ง

“เป็นอะไรคะ  ดูพี่คินหน้าเครียดจัง”  เธอมองหน้าสามีอย่างสงสัย

“ถ้าซักวันหนึ่ง  พี่เป็นอะไรไป  เดือนต้องดูแลลูกให้ดีนะ  เลี้ยงหนูดาวให้กลายมาเป็นคนดี”  เขากอดภรรยาเอาไว้แน่น

“ทำไมพี่พูดแบบนี้ล่ะคะ  ไม่เอานะคะ  เราตกลงกันแล้วไง  ว่าจะไม่พูดเรื่องแบบนี้อีก  พี่คินจะต้องไม่เป็นอะไร  ช่วงนี้ก็ยังไม่มีสงครามไม่ใช่เหรอคะ  พี่ก็แค่ไปประจำการที่ค่ายเฉยๆ  แล้วพี่จะเป็นอะไรไปได้ยังไงล่ะคะ”  เดือนดารายิ้มให้เขา  เธอไม่ได้คิดอะไรมาก  เพราะเขาชอบพูดแบบนี้เสมอ  แม้จะรู้ว่าเธอไม่ค่อยชอบใจนัก

“พี่ก็พูดเผื่อเอาไว้น่ะ  ไม่เจอกันตั้งนาน  เดือนของพี่ยังสวยเหมือนเดิมเลยนะ  ไหนมาให้พี่ชื่นใจหน่อยสิ”  เขาเปลี่ยนเรื่องด้วยไม่อยากให้เธอสงสัย

“ไม่ได้ค่ะ  เดือนเปิดร้านทิ้งไว้  เอาไว้คืนนี้ก่อนนะคะ”  เธอจูบเขาอย่างเอาใจ  แล้วจึงลุกเดินลงไปด้านล่าง  อนาคินมองอาหารที่เธอทำมาให้  ไม่รู้ว่าเขาจะได้ทานอาหารของเธอไปอีกนานแค่ไหน  ป่านนี้โรเบิร์ตคงจะรู้แล้วว่าเขาอยู่ที่นี่  เขาไม่ได้คิดจะพาภรรยาและลูกหนี  เพราะถึงจะหนีจากโรเบิร์ตได้  แต่ก็คงหนีพวกก่อการร้ายไม่พ้น  เขาจึงคิดว่าอยากจะเก็บหัวรบนิวเคลียร์เอาไว้เป็นเครื่องต่อรองก่อน  เพราะมีแต่เขาเท่านั้นที่รู้ว่ามันอยู่ที่ไหน

 

วันต่อมา

โรเบิร์ต  ลาซาล  และลูกน้องของเขาอีกสี่คน  เดินทางมาถึงประเทศไทยแล้ว  แม้จะรู้ว่าอนาคินอยู่ที่อ.ปาย  จ.แม่ฮ่องสอน  แต่ก็ไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหนของปาย  พวกเขาเดินทางมาในคราบของนักท่องเที่ยว  เดินดูโน่นนี่ไปเรื่อยๆ  แต่ก็ยังไม่มีวี่แววของอนาคิน

เมื่อเดินไปเดินมาอยู่นาน  พวกเขาจึงได้พากันไปทานสเต๊กร้านใหญ่  ที่บรรยากาศร่มรื่นบนยอดดอยนั่นเอง  พร้อมกับคิดว่าจะหาที่พักที่นี่เอาไว้ด้วย

พวกเขาทั้งหกคนนั่งลงที่โต๊ะตัวใหญ่ริมระเบียงไม้ด้านนอก  เพราะไม่อยากนั่งใกล้ชิดคนอื่นมากนัก  โรเบิร์ตนั่งอยู่หัวโต๊ะ  หันหน้าออกไปทางประตูเข้าออกระหว่างด้านในกับด้านนอก

“พี่บัวคะ  แขกฝรั่งมาค่ะ”  พนักงานเสิร์ฟของร้านเดินมาบอกสโรชินีที่อยู่ในครัว  เธอจึงเดินออกไปต้อนรับแขกอย่างเช่นทุกครั้ง

 

สโรชินีที่มีผ้ากันเปื้อนครึ่งตัว  เธอสวมกางเกงขายาวเข้ารูป  เสื้อยืดคอวีสีส้มสด  ซึ่งเป็นเครื่องแบบของทางร้าน  เดินออกจากประตูร้านตรงไปหาแขกที่นั่งด้านนอกทันที

“สวัสดีค่ะ  ไม่ทราบว่าจะรับสเต๊กแบบไหนดีคะ”  เธอยื่นเมนูภาษาอังกฤษให้พวกเขาพร้อมกับส่งยิ้มให้  โรเบิร์ตเงยหน้ามามองหญิงสาวที่ยืนตรงหน้า    เขามองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า  อันที่จริงเขามองตั้งแต่เธอเดินออกจากประตูมาแล้ว  ใบหน้างามที่ไร้การแต่งแต้มใดๆ  ผิวขาวผ่อง  เอวเล็กคอดกิ่ว  ผมยาวที่ถูกถักเปียเอาไว้ครึ่งศีรษะ  ริมฝีปากบางได้รูป  แก้มแดงระเรื่ออมชมพู  ทำไม...  มันถึงได้ดูน่ารักน่าทะนุถนอมขนาดนี้นะ 

“คุณคะ  คุณคะ  เพื่อนคุณสั่งหมดแล้ว  คุณจะสั่งอะไรดีคะ”  เธอถามเขา  เมื่อเห็นเขายังไม่สั่งอะไรเสียที

“เอ่อ  ขอริบอายก็แล้วกัน”  เขาเหมือนหลุดออกจากภวังค์  ดวงตาคมที่ถูกซ่อนอยู่ภายใต้แว่นตากันแดดราคาแพง  หันไปมองอย่างอื่นแทน

“ได้ค่ะ  รอสักครู่นะคะ”  เธอกำลังจะหันไป  แต่เขาเรียกไว้ก่อน

“ไม่ทราบว่า  คุณพอจะมีที่พักที่ไหนดีๆ  จะแนะนำพวกเรารึเปล่าครับ”  เขาพูดกับเธออย่างสุภาพ 

“มีค่ะ  ที่ร้านของเราก็ทำบ้านพักด้วย  เอาไว้ถ้าพวกคุณทานเสร็จแล้ว  จะให้เด็กที่ร้านพาไปดูนะคะ”  เธอส่งยิ้มหวานให้เขา  หัวใจของเขากระตุกอย่างบอกไม่ถูก 

“เอ่อ  คุณเป็นคนพาเราไปดูได้รึเปล่า  ดูท่าทางคุณจะพูดภาษาอังกฤษเก่งทีเดียว”  เขารู้สึกสนใจเธอมากขึ้นเรื่อยๆ  แล้วสิ

“ได้ค่ะ”  เธอยิ้มแล้วก็หันหลังกลับไป  โชคดีจังวันนี้ได้ขายห้องพักด้วย

“พวกนายไปพักที่อื่นนะ  พักรวมกันหกคน  มันจะดูเป็นจุดสนใจมากไปหน่อย  ฉันกับลาซาลจะพักด้วยกันที่นี่  ทานเสร็จแล้วก็แยกย้ายกันไปละกัน  ได้ที่พักแล้วก็ออกตามล่าตัวไอ้อนาคินต่อ  สังเกตครอบครัวที่มีลูกสาวตัวเล็กๆ  เอาไว้ก่อนอันดับแรก  ถ้าเจอเป้าหมายแล้วรีบมารายงานฉันทันที”  โรเบิร์ตยังไม่ลืมจุดประสงค์ที่มาที่นี่  แม้จะรู้สึกว่าการมาครั้งนี้  เขาอาจจะได้มากกว่าคนทรยศก็ได้

 

สักพักหนึ่ง  พนักงานเสิร์ฟก็นำสเต๊กมาเสิร์ฟ  เขาพยายามมองหาสโรชินี  เห็นเธอคอยต้อนรับแขกชาวต่างชาติรายอื่นอยู่  น่าจะเป็นคนจีนหรือเกาหลี  ดูท่าทางเธอพูดกับพวกเขาอย่างคล่องแคล่ว  ตกลงเธอพูดได้กี่ภาษากันแน่นะ    ยิ่งมองเธอ  เขาก็ยิ่งรู้สึกแปลกๆ  ริมฝีปากงามนั้น  ทำไมมันถึงได้น่าจูบขนาดนี้  และเมื่อคิดมาถึงตรงนี้เขาก็ต้องแปลกใจ  ทำไมเขาถึงต้องอยากจูบยัยเด็กนี่ด้วยล่ะ 

 

หลังจากทานอาหารกันเสร็จแล้ว  โรเบิร์ตกับลาซาลก็เดินไปหาสโรชินี  เพื่อให้เธอพาไปที่บ้านพัก  เธอมองพวกเขาสองคนอย่างสงสัย  เห็นมากันหกคน  แต่ทำไมพักแค่สองหรือว่า...  พวกเขาจะเป็นคู่เกย์กัน  มิน่าล่ะ  ผู้ชายคนนี้ถึงพูดเพราะจัง  เธอคิดแล้วก็อดยิ้มไม่ได้  โรเบิร์ตมองสาวน้อยตรงหน้า  นี่เธอจะขำอะไรนักหนานะ

“นี่คุณ  ตกลงจะพาไปได้รึยัง”  เขาเริ่มหงุดหงิดกับท่าทางของเธอขึ้นมาทันที

“เอ่อ  ไปค่ะ  เชิญทางนี้ค่ะ”  เธอกลั้นยิ้ม  แล้วนำทางเขาไปที่บ้านพักด้านหลังทันที  บ้านพักอยู่ไม่ไกลมากนัก  มีทั้งหมด  10  หลัง  เรียงซ้อนกันลงมาตามเชิงเขา

“พวกคุณ  จะพักหลังเดียวกันรึเปล่าคะ”  เธอถามอีกครั้ง

“ไม่ล่ะ  คนละหลัง  นี่ค่าห้อง  ลาซาลนายไปพักหลังนั้นนะ  ฉันจะพักหลังนี้เอง”  โรเบิร์ตยื่นเงินให้สโรชินี  จำนวนมากกว่าค่าเช่าหลายเท่า  ลาซาลรับกุญแจไว้  แล้วเดินไปยังบ้านหลังหนึ่งซึ่งอยู่ถัดกันออกไป

“คุณคะ  นี่มันเยอะเกินไปค่ะ  ค่าห้องใช้เงินแค่นี้เอง” เธอยื่นเงินคืนให้เขา  เขาทำท่าแปลกใจปกติผู้หญิงน่าจะดีใจที่ได้เงินเยอะขนาดนี้ไม่ใช่รึไง

“ผมให้ทิปคุณไง  ไม่เอาเเหรอ  เรื่องมากจริง”  เขามองเธออย่างหงุดหงิด 

“ขอบคุณในน้ำใจของคุณนะคะ  แต่บัวรับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ  เงินทองเป็นของมีค่า  คุณอาจจะมีเงินเยอะเท่าไหร่บัวไม่ทราบ  แต่สำหรับบัว  เราทำมาค้าขายอย่างซื่อตรง  ไม่ได้หวังทิปจากแขกที่มาพัก  แค่ทำให้แขกประทับใจแล้วกลับมาใช้บริการใหม่อีกครั้ง  เราก็มีความสุขแล้วค่ะ”  เธอเชิดใส่เขากำลังจะก้าวออกไปเพราะไม่อยากเห็นหน้าใครบางคน

“ชอบสร้างความประทับใจมากสินะ  สร้างให้แขกมากี่คนแล้วล่ะ”  เขาพูดจาดูถูกเธออย่างไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน

“ก็หลายคนอยู่นะคะ  ส่วนใหญ่ก็ประทับใจกันมากซะด้วยสิ  หมดธุระแล้ว  ขอตัวก่อนนะคะ”  เธอรู้ว่าเขาหมายถึงอะไร  เธอรีบเดินออกมาโดยเร็ว  ก่อนจะทนไม่ไหวมากไปกว่านี้  คนอะไรตอนแรกก็ดูสุภาพดีหรอก  ที่แท้ก็พวกชอบดูถูกคนนี่เอง

โรเบิร์ตมองตามร่างบางที่เดินลิ่วออกไป  เขารู้สึกหงุดหงิดเหลือเกิน  ที่เธอบอกว่าสร้างความประทับใจให้แขกมาเยอะ  หึ  ทำเป็นใสซื่อไร้เดียงสา  ไม่ยอมรับทิปจากเขา  ที่แท้ก็มีรายได้จากงานพิเศษนี่เอง  ผู้หญิงไม่ว่าคนไหนก็เหมือนกันหมด!!!


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha