9. รักสุดท้ายของนายมาเฟีย [จบบริบูรณ์]

โดย: ภรปภัช



ตอนที่ 3 : ขอร้อง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ลูกน้องของโรเบิร์ตตามหาอนาคินจนทั่ว  ก็ยังไม่มีวี่แวว  คิดว่าเขาคงจะหลบอยู่แต่ในบ้าน  ไม่กล้าออกมาพบปะผู้คนในช่วงนี้เป็นแน่

“แล้วที่ฉันให้ดูบ้านที่มีเด็กผู้หญิงล่ะ  ได้ความว่ายังไงบ้าง”  เขาถามลูกน้องที่เข้ามารายงาน

“มีหลายหลังครับนาย  แต่ยังไม่มีหลังไหนมีพิรุธ  ถ้ามีอะไรคืบหน้าเราจะรีบมารายงานนายอีกครั้ง” 

“อืม  ก็ดี  ฉันเชื่อว่ามันต้องอยู่ที่นี่แหละ  ลูกเมียมันอยู่ที่นี่  มันไม่กล้าไปไหนไกลหรอก  พวกนายกลับไปพักผ่อนได้แล้ว  พรุ่งนี้เช้าก็คอยตระเวนดูใหม่”  เขาสั่งลูกน้องอีกครั้ง  ทุกคนจึงแยกย้ายกันกลับไปพักผ่อน

 

โรเบิร์ตยืนอยู่ที่หน้าบ้านพัก  เขามองบรรยากาศยามเย็นของที่นี่  ช่วงนี้เป็นฤดูหนาว  ตอนค่ำแบบนี้อากาศจึงค่อนข้างชื้น  เขามองไปรอบๆ  แล้วก็ต้องสะดุดตากับใครบางคนที่เก็บผักสวนครัวด้านหลังร้านสเต๊กนั้น  เขานึกสนุกอยากชวนเธอทะเลาะคลายเครียด  จึงเดินตรงไปหาเธอ

“ค่ำๆ มืดๆ  มาเดินเก็บผัก  ไม่กลัวโดนฉุดรึไงกัน”  เสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลังของเธอ  สโรชินีหันไปมอง

“ที่นี่มีแต่คนรู้จักกันทั้งนั้นค่ะ  ไม่น่ากลัวเท่าคนแปลกหน้าแถวนี้หรอก”  เธอลุกขึ้น  เดินไปเก็บผักแปลงอื่นต่อ  ยังไงตอนนี้เขาก็คือลูกค้าของเธอ  เธอต้องระงับอารมณ์ไว้ก่อน

“คนแปลกหน้าแถวนี้  หมายถึงใครกัน  หรือว่าคุณจะกลัวผม”  เขายกยิ้มที่มุมปากอย่างอารมณ์ดี

“ทำไมบัวจะต้องกลัวคุณด้วย หรือคุณเป็นพวกฆาตกรโรคจิตหลบหนีเข้าเมืองมารึไงคะ”  เธอยิ้มยียวนเขา

“บางที  ผมอาจจะน่ากลัวกว่าที่คุณคิดก็ได้นะ”  เขาชอบเวลาที่เธอพูดจากวนประสาทเขาเสียจริง

“อ้อ  งั้นคุณคงเป็นฆาตกรฆ่าต่อเนื่องล่ะมั้ง  บัวเคยเห็นในหนังบ่อยๆ  พวกนั้นหน้าตาท่าทางคล้ายๆ กับคุณเหมือนกันนะคะ  แววตาชั่วร้ายเหมือนกันเลยค่ะ”  เธอยิ้ม

“นี่คุณหลอกด่าผมเหรอ”  เขาเดินเข้ามาใกล้ๆ  จนเธอต้องถอยหนีจนสะดุดกับแปลงผักเกือบจะหงายหลังอยู่แล้วดีที่เขาคว้าไว้ทัน

“ว๊าย!!!  เอ่อ  นี่คุณปล่อยบัวนะคะ”  เธอตกใจเมื่อโดนเขากอดแบบนี้

“ถ้าผมปล่อยคุณ  คุณก็ได้นอนหงายท้องอยู่ตรงนี้น่ะสิ  ไม่ต้องห่วงหรอกน่า  ผมไม่ข่มขืนคุณตรงแปลงผักแบบนี้หรอก  อย่างผมน่ะต้องบนเตียงนุ่มๆ เท่านั้น” เขายิ้มแววตาเจ้าเล่ห์ 

“ไอ้บ้า!  ไอ้โรคจิต!  ปล่อยเลยนะ”  เธออายจนหน้าแดงไปหมดแล้ว

“แหมคุณนี่  เวลาหน้าแดงแล้ว  มันน่า...”  เขามองแก้มเนียนที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมตาไม่กระพริบ

“น่าอะไร  พูดให้ดีๆ นะ”  เธอมองเขาตาขวาง  พยายามดิ้นรนออกมาจากอ้อมแขนนั้นอย่างยากลำบาก

“ก็น่า...หยิก  แบบนี้ไงล่ะ”  เขาพูดพร้อมกับหยิกแก้มเนียนอย่างหมั่นเขี้ยว  เธอได้โอกาสรีบผลักเขาออกทันที

“คนบ้า!!!”  เธอรีบเก็บตะกร้าผัก  แล้วเดินจ้ำอ้าวกลับไปในร้านอย่างรวดเร็ว  โรเบิร์ตมองตามแล้วก็อดยิ้มไม่ได้  ความจริงเมื่อครู่  เขาไม่ได้คิดจะหยิกแก้มเธอเลย  อยากจะทำอย่างอื่นมากกว่า

เขาเดินกลับที่พักอย่างอารมณ์ดี  อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน  ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงทำให้เขายิ้มออกได้ในสถานการณ์ที่มันตึงเครียดแบบนี้นะ  คิดไปคิดมา  เขาก็อยากเห็นหน้าเธออีกสักหน่อย  จึงยกโทรศัพท์ภายในจากในห้อง  โทรไปสั่งสเต๊กและเขาก็คาดไม่ผิด  เพราะคนที่เดินเอาสเต๊กมาส่งเขาก็คือเธอนั่นเอง  เพราะพนักงานเสิร์ฟคนอื่นไม่กล้ามาส่งอาหารให้แขกฝรั่งเธอจึงต้องจำใจมา

 

ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก...

“เอาสเต๊กมาส่งค่ะ”  เธอเรียกเขาอยู่หน้าห้อง  แต่ก็ไม่มีคนมาเปิด  เธอจึงลองไขลูกบิด  ปรากฏว่ามันไม่ได้ล็อค 

“ขออนุญาตเอาสเต๊กเข้าไปวางข้างในนะคะ”  เธอตะโกนบอกเขาอีกครั้ง  แต่ก็เงียบสงสัยเขาไม่อยู่ในห้องล่ะมั้ง  ดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องเจอกัน  เธอเดินเข้าไปวางจานสเต๊กบนโต๊ะอาหาร  แต่พอเธอหันหลังกลับมา  ก็พบว่าเขายืนอยู่ตรงประตูนั่นเอง  เธอกำลังจะเดินออกไปเขาก็ปิดประตูทันที

“นะ...  นี่คุณ  ฉันเอาสเต๊กมาส่งแล้วนะ  เปิดประตูสิ  ฉันจะได้กลับ”  เธอพยายามทำใจดีสู้เสือ 

“ทำไมไม่เรียกตัวเองว่าบัวอีกล่ะ  ชื่อบัวแปลว่าอะไรเหรอ”  เขายืนขวางประตูเอาไว้  สองมือกอดอกแน่นพร้อมกับมองเธอไม่วางตา

“บัว  ก็คือดอกบัวไง  ที่เค้าเอาไว้ไหว้พระน่ะ   ถ้าไม่มีธุระแล้ว  ขอตัวนะคะ”  เธอตัดสินใจเดินอ้อมตัวเขาไปที่ประตู  แต่เขากลับคว้าข้อมือเล็กไว้  แล้วดันตัวเธอไปจนติดประตูนั้น

“เดี๋ยวสิ  จะรีบไปไหนกัน  ผมมีเรื่องอยากจะถาม”  เขากระซิบข้างหูเธอเล่นเอาขนลุกไปหมด  ร่างบางสั่นสะท้านจนเขารู้สึกได้

“จะถามอะไรก็รีบถามมาสิ”  เธอมองหน้าเขา

“คุณรู้จักใครที่ชื่ออนาคิน  แล้วมีภรรยากับลูกสาวตัวเล็กประมาณ  5  ขวบรึเปล่า”  เขาคิดว่าเธอน่าจะรู้จักคนละแวกนี้ดี  จึงลองถามดู

“คุณจะถามหาเค้าไปทำไม”  เธอรู้สึกแปลกใจที่เขารู้จักสามีของเดือนดารา 

“อ๋อ  ผมเป็นเพื่อนเค้าน่ะ  อยากจะมาทักทายเพื่อนเก่าสักหน่อย  แสดงว่าคุณรู้จักใช่ไหม  บ้านเขาอยู่ไหนล่ะ”  เขายิ้มเมื่อใกล้เจอเป้าหมาย

“เอ่อ  มะ  ไม่รู้จักค่ะ  ไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน  ถ้าไม่มีอะไรจะถามแล้ว  ขอตัวนะคะ”  เธอคิดว่าท่าทางของเขาไม่น่าไว้วางใจ  เขาไม่น่าจะเป็นเพื่อนกับอนาคินได้เลย

“แหม  คุณนี่โกหกไม่เนียนเลยนะ  บอกผมมาดีกว่าว่าเค้าอยู่ที่ไหน”  เขาจ้องเธอตาเขม็ง  แววตาของเขาดุดันขึ้นมาจนน่ากลัว

“ก็บอกแล้วไงว่าไม่รู้    ฉันไม่รู้จักคนชื่ออนาคินอะไรนั่นหรอก  ปล่อยฉันได้แล้ว”  เธอพยายามดันตัวเขาออกไปอย่างยากเย็น

“นี่คุณคงยังไม่รู้สินะ  ว่าคนที่กล้าโกหกผมจะโดนอะไรบ้าง  บอกมาดีๆ ดีกว่าน่า  อย่าให้ผมต้องใช้กำลังกับคุณเลยนะ”  เขาเลื่อนปลายนิ้วไปที่แก้มนวลนั้นแล้วไล้ไปมา

“ก็คนมันไม่รู้จัก  จะให้บอกยังไงล่ะ  ปล่อยนะ  ไม่งั้นฉันจะร้องให้คนช่วยจริงๆ ด้วย”  เธอเริ่มกลัวเขามากขึ้นทุกทีแล้ว

“แน่จริงก็ร้องสิ  ร้องออกมาเลย  ถ้าคุณกล้าร้อง  ผมจะข่มขืนคุณตรงนี้แหละ  เอาสิ  ร้องสิ”  เขาแกล้งขู่เธอไปแค่นั้นแหละ  แม้ในใจก็อยากทำอยู่เหมือนกัน

“ไอ้บ้า  ไอ้คนเลว  อย่าคิดทำอะไรบ้าๆ นะ”  เธอดันเขาออกไปจนสุดแรง  แต่เขากลับกอดเธอให้แน่นมากขึ้น  มิหนำซ้ำยังลากเธอไปที่เตียงอีก

“ถ้าไม่อยากได้คนเลวคนนี้เป็นผัว  ก็รีบบอกสิว่ามันอยู่ที่ไหน!!!”  เขาตะคอกเธอเสียงดัง  พร้อมกับดันตัวเธอให้ล้มลงนอนบนเตียง  แล้วเขาก็นอนคร่อมเธอเอาไว้

“แล้วคุณจะทำอะไรเค้าล่ะ  ถ้าเจอตัวแล้วน่ะ”  เธอพยายามประวิงเวลา

“นั่นมันก็ขึ้นอยู่กับว่า  มันจะยอมคืนของที่ขโมยมาแต่โดยดีรึเปล่า”  เขาเริ่มใจเย็นลง  เมื่อรู้สึกได้ว่าหน้าอกงามแนบชิดกับอกกว้าง  แถมน้องชายของเขาก็บดเบียดกับน้องสาวของเธอ  ใบหน้านวลนั้นก็อยู่ชิดใบหน้าของเขาเพียงเสี้ยวลมหายใจเท่านั้น 

แต่สโรชินีไม่ได้สนใจเรื่องนี้เลย  เพราะเธอมัวแต่คิดเรื่องของ อนาคินอยู่  จนลืมไปว่าร่างกายของเธอแทบจะกลายเป็นเนื้อเดียวกับเขาอยู่แล้ว  หากไม่มีอาภรณ์กั้นกลางเอาไว้

“แล้ว...  ถ้าบัวช่วยพูดกับเค้า  ให้เค้าคืนของให้คุณ คุณจะยอมปล่อยเค้ากับครอบครัวไปได้ไหมคะ”  เธอคิดว่าเขาน่าจะอยากได้ของคืนมากกว่า  เธอจึงลองใช้ไม้อ่อนกับเขาดูด้วยการพูดเพราะแบบนี้

“แล้วทำไมคุณต้องอยากช่วยมันขนาดนี้ด้วยล่ะ”  เขาถาม  แม้จะรู้สึกดีที่เธอพูดจาหวานหู

“คือบัวสงสารภรรยากับลูกสาวของเค้า  สองคนนั้นไม่รู้เรื่องอะไรด้วย  นะคะ  ถือว่าบัวขอร้องคุณเถอะนะคะ  อย่าทำอะไรรุนแรงกันเลย”  เธอมองสบตาเขา  แววตาเว้าวอนแบบนี้  ทำให้เขาใจอ่อนอย่างบอกไม่ถูก

“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณ  คุณอย่ามายุ่งดีกว่า  แค่บอกมาว่ามันอยู่ที่ไหน  แล้วผมจะปล่อยคุณไป”  ไม่รู้ทำไมเขาถึงไม่อยากให้เธอต้องมารับรู้เรื่องนี้จริงๆ

“ไม่ได้หรอกค่ะ  บัวทำแบบนั้นไม่ได้  ดูจากท่าทางของคุณแล้ว  บัวรู้นะคะ  ว่าคุณโกรธมาก  จนอาจจะถึงขั้นฆ่าพวกเค้าให้ตายได้เลย  บัวไม่รู้ว่าเค้าขโมยอะไรของคุณมา  แต่มันคงจะสำคัญมาก  แต่ถ้าจะให้บัวอยู่เฉยๆ  ปล่อยให้พวกเค้าโดนฆ่าตาย  บัวทำไม่ได้หรอกค่ะ  ถ้าคุณไม่ยอมให้บัวไปคุยกับแทน  บัวก็จะไม่มีวันบอกคุณเด็ดขาดว่าพวกเค้าอยู่ที่ไหน  ต่อให้ต้องโดนคุณฆ่าตายซะเอง  บัวก็ยอม”  เธอคิดถึงแค่แววตาใสซื่อของหนูดาว  เธอจะยอมให้เด็กตัวเล็กๆ โดนฆ่าไม่ได้เด็ดขาด 

“นี่คุณ  ยอมตายแทนพวกมันเนี่ยนะ  คุณเป็นบ้าไปแล้วรึไงบัว  หรือมันเป็นญาติฝ่ายไหนของคุณ”  เขาเรียกชื่อเธอ  พร้อมกับมองหน้าเธออย่างไม่เข้าใจ  ก่อนจะลุกขึ้นยืน  แล้วปล่อยเธอให้เป็นอิสระ

“เราไม่ได้เกี่ยวข้องกันทางสายเลือดเลยค่ะ  แค่คนที่รู้จักกันเท่านั้น  พวกเค้าเป็นคนดีนะคะ  ลูกสาวของพวกเค้าก็น่ารักมาก  เธอเป็นเด็กดี  ยิ้มเก่งพูดเก่ง  บัวยอมให้คุณทำลายชีวิตคนเหล่านี้ไม่ได้หรอกค่ะ  นะคะ  บัวขอร้องนะคะ” เธอลุกขึ้น  แล้วจับมือของเขาไว้  แทนที่เธอควรจะวิ่งหนีไปแท้ๆ  โรเบิร์ตมองมือเล็กนุ่มนิ่มที่เกาะกุมมือใหญ่อย่างไม่เข้าใจ  แววตาของเธอ  ทำไมมันถึงได้ทำให้เขาหวั่นไหวขนาดนี้นะ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha