9. รักสุดท้ายของนายมาเฟีย [จบบริบูรณ์]

โดย: ภรปภัช



ตอนที่ 6 : บ้านหลังใหม่


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

คฤหาสน์คาลอฟกี้  ลาสเวกัส  ประเทศสหรัฐอเมริกา 

เวลา  14.00  น.

โรเบิร์ตพาครอบครัวของอนาคิน  และสโรชินีเข้ามาพักที่คฤหาสน์ของเขาเพื่อความปลอดภัย  เพราะโดยรอบคฤหาสน์หลังใหญ่นั้น  เต็มไปด้วยบอดี้การ์ดที่มีฝีมือ  เหมาะจะเป็นที่หลบภัยอย่างยิ่ง

สโรชินีกับเดือนดารามองคฤหาสน์หลังนี้ด้วยความตกตะลึง  นี่ตกลงเขาทำธุรกิจอะไรกันแน่  ทำไมถึงได้ร่ำรวยขนาดนี้ 

“นายพาลูกกับเมียไปพักห้องทางด้านตะวันตกนะ  ฉันให้แม่บ้านเตรียมห้องให้แล้ว”  โรเบิร์ตหันไปบอกอนาคิน 

“ได้ครับนาย  ขอบคุณนายอีกครั้งนะครับที่ช่วยพวกเราเอาไว้”  อนาคินรู้สึกซาบซึ้งกับบุญคุณของผู้เป็นนายจนไม่รู้จะตอบแทนยังไงดี

“ไม่เป็นไร  ไปพักเถอะ  เรายังมีเรื่องสำคัญรออยู่สองทุ่มตรงไปหาฉันที่ห้องทำงานด้วย  เราจะได้ไปเอาของสำคัญคืนมาก่อน”  โรเบิร์ตพูดด้วยใบหน้าเรียบเฉย

“ครับนาย  งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”  อนาคินพาเดือนดารากับหนูดาวเดินไป  สโรชินีกำลังจะเดินตาม  แต่โรเบิร์ตดึงแขนเธอเอาไว้ทัน

“คุณจะไปไหน  คุณเป็นเมียมันรึไง  ห้องคุณอยู่ทางตะวันออกนี่”  เขาลากเธอให้เดินตามมา

“เอ่อ  แล้วทำไมบัวต้องไปพักคนละฝั่งกับพี่เดือนด้วยล่ะคะ  เรามาด้วยกัน  ก็น่าจะพักห้องใกล้ๆ นี่คะ”  เธอถามขณะที่โดนเขากึ่งจูงกึ่งลากไปที่ห้องพัก

“อย่าถามมากได้ไหม  ผมให้คุณพักที่ไหน  คุณก็ต้องพักที่นั่น  ไหนว่าคุณยอมมอบชีวิตให้ผมแล้วไม่ใช่รึไง”  เขาแอบยิ้ม

“ตะ...  แต่ว่านั่นมันหมายถึงว่าถ้าฉันทำไม่สำเร็จนี่คะ  แต่ตอนนี้คุณก็จะได้ของคืนแล้วนี่นา  ทำไมฉันต้องยกชีวิตให้คุณอีกล่ะ”  เธอถามอย่างสงสัย  หรือเธอเข้าใจอะไรผิดไป  เธอพยายามคิดทบทวนคำพูดเมื่อวาน  โดยไม่ได้สนใจมองข้างหน้า  พอเขาหยุดเดิน  เธอเลยเดินชนเขาอย่างแรง

“โอ๊ย  ขอโทษค่ะ”  เธอรีบถอยออกมา

“ทำไมถึงได้ขี้สงสัยนักนะ  ถึงห้องคุณแล้ว  เข้าไปได้  ผมให้ลูกน้องขนกระเป๋าคุณเข้าไปให้แล้ว”  เขาเปิดประตูพร้อมกับดึงมือเธอให้เดินเข้าไปด้วยกัน

เธอมองรอบๆ ห้องอย่างตกตะลึง  นี่ห้องของเธอมันใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย  แถมยังสวยมากจริงๆ ด้วย

“ชอบไหม”  เขายืนกอดอกพิงขอบประตูถามเธอ  นึกขำกับท่าทางตื่นๆ นั้น

“ก็...ชอบค่ะ  แต่ว่ามันดูน่ากลัวจังเลยนะคะ  อยู่ห้องใหญ่ขนาดนี้คนเดียว  คือว่าบัวกลัวผีนะคะ  บัวขอเปิดไฟหัวเตียงนอนทุกคืนได้ไหมคะ  คือเผื่อว่าค่าไฟของคุณมันจะแพงขึ้นมาอีกหน่อย  คงไม่เป็นไรใช่รึเปล่า”  เธอหันไปถามเขาพร้อมกับยิ้มเขิน

“อ้อ  ที่เมื่อคืนเปิดไฟหัวเตียงไว้เนี่ย  ก็เพราะกลัวผีสินะ”  เขาอดยิ้มไม่ได้

“ค่ะ  ว่าแต่คุณรู้ได้ยังไงคะ  ว่าบัวเปิดไฟหัวเตียงไว้  คุณนอนก่อนบัวอีกนี่คะ  แล้วบัวก็ตื่นก่อนคุณด้วย”  เธอถามเขาอย่างสงสัย 

“เอ่อ  ผมรู้ก็แล้วกันถามมากจริง  พักผ่อนเถอะหกโมงลงไปทานอาหารเย็นด้วยล่ะ  อ้อ  จริงสิ  คุณคงไม่รู้ว่าห้องทานอาหารอยู่ตรงไหนสินะ  เอาไว้ถึงเวลาผมจะเดินมาเรียก  ตอนนี้ก็อาบน้ำพักผ่อนให้สบายก็แล้วกัน” เขารีบเปลี่ยนเรื่องทันที  แล้วจึงเดินออกจากห้องของเธอไป  จากนั้นเขาก็เข้าห้องถัดไป  ซึ่งเป็นห้องนอนของเขาเอง 

“อะไรกัน  ถามนิดถามหน่อยก็ไม่ได้  เอาเสื้อผ้าออกมาใส่ตู้ไว้ดีกว่า”  เธอพูดกับตัวเอง  แล้วจึงเดินไปเปิดกระเป๋าเดินทาง  ขนเสื้อผ้าและข้าวของออกมาใส่ตู้เสื้อผ้าไว้  แล้วจึงเดินไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดใหม่  เธอสวมกางเกงยีนส์ขาสั้น  เสื้อกล้ามสีเขียวเข้ม  เพราะอากาศที่นี่ค่อนข้างร้อน  กะว่าถ้าใกล้ถึงเวลาทานอาหารเธอค่อยเปลี่ยนชุดที่มิดชิดกว่านี้

เธอก็ไม่รู้จะทำอะไร  จึงไปนอนบนเตียงเล่น  คิดว่าจะนอนให้หายเมื่อยสักหน่อย  แต่ไม่รู้ว่าเพราะความเหนื่อยล้า  หรือเพราะเตียงที่นุ่มนิ่มนี้  ทำให้เธอหลับไปจริงๆ

 

อนาคินพาเดือนดารากับหนูดาวมาพักที่ห้องฝั่งตะวันตกตามที่โรเบิร์ตสั่ง  ห้องพักของพวกเขาเป็นห้องพักสำหรับแขก  จึงไม่ใหญ่เท่าห้องสโรชินี  แต่ก็ใหญ่พอสมควรให้พวกเขาอยู่ได้อย่างสบาย

“พี่คิน  เดือนว่าจะถามพี่ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วนะ  ตกลงพี่ไม่ได้เป็นทหารแล้วเหรอคะ  แล้วพี่กับคุณโรเบิร์ต  ทำงานอะไรกันแน่  ทำไมบ้านช่องเขาถึงได้ใหญ่โตขนาดนี้ล่ะคะ  แล้วเราต้องอยู่ที่นี่ไปอีกนานแค่ไหน  เดือนไม่อยากอยู่บ้านคนอื่นๆ นานหรอกนะคะ  มันไม่สะดวกใจ”  เดือนดาราถามสามีในสิ่งที่สงสัย

“คือว่า  นายเค้าทำธุรกิจค้าอาวุธสงครามให้กับรัฐบาลของที่นี่ และประเทศอื่นๆ น่ะ  พี่ทำงานกับนายมาหลายปีแล้ว  อดทนหน่อยนะเดือน  อีกไม่นานถ้าเรื่องทุกอย่างจบลงด้วยดี  เราก็จะได้กลับไปใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองไทยเหมือนเดิมแล้ว”  เขากอดภรรยาเอาไว้

“ค่ะ  เดือนจะรอ”  เธอตกใจไม่น้อยที่รู้ว่าพวกเขาทำงานอะไร 

 

เวลา  17.45  น.

โรเบิร์ตเดินออกจากห้องของตัวเอง  เพื่อจะไปเรียกสโรชินีให้ไปทานอาหารเย็น  เขาเคาะห้องอยู่นานก็ไม่มีใครเปิด  จึงเข้าไปในห้องอย่างถือวิสาสะ  แล้วเขาก็พบว่าเธอนอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงนั่นเอง

เขาเดินเข้าไปใกล้ๆ   จึงได้เห็นว่าเธอสวมชุดอะไรอยู่  สายตาคมมองเรียวขางามที่มีเพียงกางเกงยีนส์ขาสั้นปิดบังเอาไว้  ไหนจะหน้าอกอวบอิ่มภายใต้เสื้อกล้ามตัวบางนั้นอีก  มันทำให้เขาไม่อาจละสายตาจากเธอได้เลย   เขานั่งลงข้างเตียงของเธอ  ปัดปอยผมที่ปกคลุมแก้มเนียนอย่างนุ่มนวล  มือหนาลูบที่แก้มเนียนแผ่วเบาด้วยเกรงว่าเธอจะตื่นขึ้นมา  แต่แล้วเขาก็ต้องตกใจ  เมื่อเธอคว้ามือเขาเอาไว้  แล้วดึงแขนเขาไปกอดไว้แนบอก 

“แม่จ๋า  แม่มาหาบัวแล้วใช่ไหม”  เธอพึมพำเป็นภาษาไทย  ซึ่งเขาฟังไม่รู้เรื่อง  ตอนนี้เขาไม่มีสติจะคิดอะไรแล้ว  ก็แขนของเขาถูไถกับเนินอกของเธออยู่นี่นา  เขาต้องก้มตัวลงมาเพราะเธอกอดแขนเขาไว้  ใบหน้าของเขาเกือบแนบกับใบหน้าของเธออยู่แล้ว  เขาพยายามดึงแขนออกมาทีละน้อย  หัวใจของเขาเต้นระทึกราวกับจะหลุดออกมาอย่างนั้นแหละ 

“บัว บัว  ตื่นได้แล้ว”  เขาพยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิง  แล้วปลุกเธอขึ้นมาทันที  ก่อนที่เขาจะแอบทำอะไรเธอตอนหลับอีก

“อื้อ  ได้เวลาอาหารแล้วเหรอคะ”  เธอลืมตาอย่างช้าๆ  ด้วยความงัวเงีย  แล้วจึงดันตัวให้ลุกขึ้นบิดขี้เกียจเพื่อคลายความปวดเมื่อย  แต่แล้วเธอก็สำนึกได้  ว่าเธอใส่ชุดอะไรอยู่  เพราะสายตาที่เขามองมายังเนินอกของเธอนั่นเอง

“นี่คุณ  คนลามก  ออกไปรอข้างนอกเลยนะ  บัวจะเปลี่ยนชุดก่อน”  เธอรีบดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวเอาไว้ทันที

“อ้าว  ไหงมาว่ากันแบบนี้ล่ะ  ผมเคาะเรียกคุณอยู่หน้าห้องตั้งนาน  คุณก็ไม่เปิดประตูซักที  ผมเลยต้องเปิดประตูเข้ามาเอง  ก็เห็นคุณมานอนยั่วผมนี่แหละ”  เขาทำท่าหงุดหงิดใส่เธอ  เพื่อกลบเกลื่อนอารมณ์บางอย่าง

“ใครนอนยั่วคุณไม่ทราบ  บัวแค่เผลอหลับไปเท่านั้นเอง  ออกไปรอข้างนอกเลยนะ” เธออายจนหน้าแดง  ไม่กล้ามองตาเขาด้วยซ้ำ

“ก็ได้  รีบๆ เข้าล่ะ  ผมหิวแล้ว” เขายอมออกไปรอเธอด้านนอก  เธอจึงรีบลุกไปเปลี่ยนชุดทันที  จากนั้นก็ออกไปหาเขา

 

เธอเดินตามเขาลงไปชั้นล่าง  เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาจนงงไปหมด  นี่ถ้าให้เธอไปเองก็คงจะหลงทางแน่  นี่มันบ้านหรือวังกันนะ

สักพักเธอกับเขาก็มาถึงห้องทานอาหาร   เธอมองห้องทานอาหารที่กว้างใหญ่ด้วยความตื่นตา  นี่มันอย่างกับร้านอาหารอย่างนั้นแหละ  ผิดตรงที่มันมีโต๊ะยาวตรงกลางห้องโต๊ะเดียว  แต่มีเก้าอี้น่าจะ  20  ตัวเห็นจะได้

“เอ่อ  แล้วคนอื่นไปไหนหมดล่ะคะ”  เธอมองไปรอบๆ  เห็นมีแต่พวกแม่บ้านเท่านั้น

“คนอื่นเค้าก็ทานที่อื่นสิ  นี่มันห้องทานอาหารของผม”  เขาทำหน้านิ่ง  แล้วเดินไปนั่งที่หัวโต๊ะ 

“อ้าว  แล้วทำไมบัวต้องมาทานกับคุณด้วยล่ะคะ  เดี๋ยวบัวไปทานกับพวกพี่เดือนก็ได้”  เธอมองหน้าเขาอย่างสงสัย

“นี่บัว  คุณจะไม่ถามผมซักเรื่องได้รึเปล่า  ผมให้คุณทานที่นี่ก็ทานไปเถอะ  นั่งสิ  จะยืนค้ำหัวผมอีกนานไหม”  เขาทำเป็นอารมณ์เสียเพื่อให้เธอเลิกถามเสียทีและมันก็ได้ผล  เธอยอมนั่งลงแต่โดยดี  ก็จะให้เขาบอกเธอยังไงล่ะ  ว่าเขาอยากทานกับเธอแค่  2  คนน่ะ

เขาและเธอนั่งทานอาหารกันไปอย่างเงียบๆ  สโรชินีไม่กล้าถามอะไรอีก  คนบ้าอะไร  ดุชะมัด  ถามนิดถามหน่อยก็ไม่ได้  เห็นว่าตัวเองรวยล้นฟ้าแล้วจะสั่งใครก็ได้รึไงนะ  คิดแล้วก็หมั่นไส้ซะจริง  เธอแอบมองค้อนเขาไปหลายรอบ  จนเขารู้สึกได้

“ทำไม  มองผมแบบนี้  มีปัญหาอะไรกับผมรึไง”  เขาหันไปมองเธอ

“ใครจะกล้ามีปัญหากับคุณล่ะคะ  บัวยังไม่อยากโดนยิงตายตอนนี้หรอก”  เธออดประชดเขาไม่ได้

“อ้อ  จะว่าผมโหดร้ายสินะ  ที่คุณเห็นนี่ยังน้อยไปนะ  ผมโหดกว่าที่คุณคิดเอาไว้เยอะ”  เขายิ้มที่มุมปาก

“บัวอิ่มแล้วค่ะ  ขอตัวกลับห้องก่อนนะคะ”  เธอขี้เกียจจะเถียงกับเขาเสียจริง

“ที่บ้านคุณไม่ได้สอนเหรอ  ว่าลุกออกไปก่อนผู้ใหญ่  มันเสียมารยาท  นั่งต่อไปจนกว่าผมจะอิ่ม”  เขาหันไปดุเธออีกแล้ว

“แล้วเมื่อไหร่คุณจะอิ่มล่ะคะ  ดูทานเข้าสิ  กว่าจะตักเข้าปากแต่ละคำ  ให้บัวช่วยป้อนให้ไหมคะ  จะได้อิ่มเร็วๆ”  เธอพูดประชด  เพราะเริ่มทนเขาไม่ไหวไปทุกที เธอไม่ใช่ลูกน้องของเขาสักหน่อย  สั่งอยู่ได้

“จะป้อนผมเหรอ  ก็เอาสิ  กล้ารึเปล่าเถอะ”  เขาวางส้อมลง  แล้วหันไปยิ้มเยาะเธอ

“กล้าสิคะ  ถ้ามันจะทำให้คุณอิ่มเร็วขึ้น”  ว่าแล้วเธอก็ลากเก้าอี้ไปนั่งข้างๆ เขา  หยิบส้อมบนจานของเขาแล้วตักสปาเก็ตตี้  ยื่นไปที่ปากของเขาทันที  เขาอ้าปากรับสปาเก็ตตี้จากเธอไปทาน  ทำไมมันอร่อยกว่าตอนที่เขาตักเองอีกนะ

เขาปล่อยให้เธอป้อนเขาไปเรื่อยๆ  อาหารต่างๆ หมดเกลี้ยง  ปกติเขาไม่เคยทานอาหารบนโต๊ะหมดเลยสักครั้ง  แต่วันนี้เขาทานได้เยอะมาก

“หมดแล้ว  อิ่มแล้วใช่ไหมคะ  บัวขอตัวก่อน”  เธอลุกขึ้น  จะเดินไป  แล้วก็ต้องหันซ้ายหันขวา 

“เอ่อ  ห้องบัวไปทางไหนคะ”  เธอรู้สึกเสียฟอร์มจริงๆ  อายจนอยากจะมุดดินหนีอยู่แล้ว

“แหม  ทำเป็นเก่ง  ที่แท้ก็จำทางกลับห้องไม่ได้  มานี่  ผมจะพาไปเดินเล่นรอบๆ บ้านก่อน  คุณจะได้ไม่หลงไปทางอื่น”  เขาอดยิ้มให้กับความน่ารักของเธอไม่ได้  จากนั้นก็ถือโอกาสจับมือเธอ  แล้วพาเธอเดินตามไปเที่ยวชมบ้านของเขา

“นี่คุณ  บัวไม่ใช่เด็กแล้วนะคะ  ไม่ต้องมาจูงมือเดินก็ได้”  เธอพยายามแกะมือที่เหนียวหนึบนั้นออก 

“ไม่ได้หรอก  เกิดคุณตามผมไม่ทัน  แล้วหลงทางไปห้องอื่นขึ้นมา  ผมขี้เกียจตามหา”  เขาแอบยิ้ม  ใครจะปล่อยมือนุ่มๆ ของเธอได้ล่ะ  นอกจากเขาจะไม่ปล่อยแล้ว  ยังจับมือเธอให้แน่นขึ้นไปอีกต่างหาก


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha