9. รักสุดท้ายของนายมาเฟีย [จบบริบูรณ์]

โดย: ภรปภัช



ตอนที่ 10 : พยาบาลส่วนตัว


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

สโรชินีตื่นขึ้นมาแล้วในเช้าวันใหม่  เธอหันไปมองหน้าคนบ้าอำนาจ  ใบหน้าของเขายังดูซีดเซียวอยู่มากทีเดียว  เธอยกแขนเขาออก  แล้วจึงลุกกลับไปที่ห้องของตัวเอง  เพื่ออาบน้ำแต่งตัวใหม่  กะว่าจะไปทำโจ๊กร้อนๆ มาให้เขาทานตอนเช้านี้

“อ้าวบัว  คุณโรเบิร์ตเป็นไงบ้างล่ะ”  เดือนดาราถามตอนเจอกันที่ห้องครัว  เธอพาหนูดาวมานั่งทานอาหารเช้านั่นเอง

“ยังดูซีดๆ อยู่เลยค่ะ  บัวเลยว่าจะทำโจ๊กให้เค้าทานหน่อย”  เธอพูดพร้อมกับต้มโจ๊กไปด้วย

“น่าสงสารเหมือนกันนะ  ไม่รู้ไปทานอะไรมา  เห็นพี่คินบอกว่าวันนี้ความจริงมีงานสำคัญที่คุณโรเบิร์ตต้องไปทำด้วยสิ  เสียงานเสียการหมดเลย”  เดือนดาราพูดออกมาโดยไม่ได้คิดอะไร  แต่คนฟังถึงกับสะอึกเลยทีเดียว  นี่เธอทำผิดมากเลยใช่ไหม  ที่ไปแกล้งเขาแบบนั้นน่ะ

“โจ๊ก  เสร็จแล้ว  บัวขอตัวก่อนนะคะ”  เธอรีบตักโจ๊กใส่ชาม  แล้วยกขึ้นไปที่ห้องเขาทันที

เธอเห็นเขาไม่อยู่ที่เตียง  อย่าบอกนะว่าเขายังถ่ายไม่หมดอีกน่ะ  เธอรีบวางชามโจ๊กไว้บนโต๊ะ  แล้วเดินไปเคาะที่หน้าห้องน้ำทันที

“คุณโรเบิร์ตคะ  เป็นอะไรรึเปล่าคะ”  เธอถามเขาอย่างร้อนใจ

“ไม่เป็นไร  ผมแค่อาบน้ำอยู่”  เขาตะโกนออกมา  เธอจึงเบาใจลงได้  เลยไปนั่งรอเขาที่เก้าอี้ข้างเตียงนั่นเอง  สักพักเขาก็เดินออกมาจากห้องน้ำ  เธอรีบลุกขึ้นไปช่วยประคองเขากลับมานั่งที่เตียงทันที

“เป็นยังไงบ้างคะ  ยังปวดท้องอยู่รึเปล่า  บัวไปทำโจ๊กมาให้คุณทานค่ะ”   เธอเดินไปหยิบชามโจ๊กยื่นให้เขา

“นี่ใส่ยาอะไรให้ผมอีกรึเปล่าเนี่ย  ผมชักจะกลัวคุณแล้วนะ”  เขามองโจ๊กในชามอย่างสงสัย

“โธ่  บัวบอกแล้วไงคะ  ว่าบัวขอโทษ  บัวไม่ทำแล้ว  รีบทานเถอะนะคะเดี๋ยวจะเย็นหมด”  เธอนั่งลงคนโจ๊กในชาม  ตักขึ้นมาเป่าแล้วยื่นไปป้อนเขา

“ผมไม่เชื่อหรอก  คุณทานให้ผมดูก่อนสิ  ไม่งั้นผมไม่ทานเด็ดขาด”  เขารู้ว่าเธอไม่ได้ใส่อะไรลงไป  ดูจากใบหน้าสำนึกผิดของเธอนั่นสิ  แต่เขาแค่อยากใช้ช้อนร่วมกับเธอเท่านั้นเอง

“ก็ได้ค่ะ”  เธอตักโจ๊กเข้าปากทานให้เขาดู  นี่เธอคงเหมือนฆาตกรมากเลยสินะ 

“พอใจรึยังคะ  เดี๋ยวบัวไปหยิบช้อนอันใหม่ให้นะคะ”  เธอกำลังจะวางโจ๊กลง

“ไม่เป็นไร  ผมทานได้เสียเวลารอ  ห้องครัวอยู่ตั้งไกล  ป้อนมาสิ”  เขาแอบยิ้มอยู่ในใจ

“ค่ะ”  เธอจึงตักโจ๊กให้เขาทานไปเรื่อยๆ  จนหมดชาม  แล้วหันไปหยิบยามาให้เขาทานต่อ

“ได้ยินมาว่า  วันนี้คุณมีงานสำคัญต้องไปทำ  ขอโทษนะคะ  ที่ทำให้คุณต้องมานอนป่วยอยู่แบบนี้”  เธอก้มศีรษะลงขอโทษเขาอีกครั้ง

“รู้ตัวก็ดีแล้วนี่  คราวหน้าก่อนจะทำอะไรก็หัดคิดซะบ้าง  ชอบเล่นอะไรเป็นเด็กไปได้  ถ้าเกิดผมตายขึ้นมา  คุณจะรับผิดชอบไหวไหม  แล้ว...”  เขาบ่นเธอไปเรื่อยๆ  แต่ก็ต้องหยุด  เมื่อเห็นน้ำตาเธอหยดแหมะลงมา

“บัวขอโทษค่ะ”  เธอพูดได้แค่นั้น  เธอไม่คิดว่ามันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้

“เออๆ  ช่างมันเถอะ  ผมบอกแล้วไง  ว่าไม่ชอบเห็นคนร้องไห้  มันน่ารำคาญหยุดร้องได้แล้ว”  เขาตกใจไม่น้อยที่เห็นเธอร้องไห้ด้วยความสำนึกผิดนั้น  เขาหันไปหยิบทิชชู  มาเช็ดน้ำตาให้กับเธออย่างแผ่วเบา

“บัวจะดูแลคุณจนกว่าคุณจะหายดีนะคะ  ถ้าคุณอยากจะใช้ให้บัวทำอะไร  คุณก็บอกได้เลย  บัวยินดีชดใช้ความผิดครั้งนี้ค่ะ”  เธอมองหน้าเขา  แววตาแสดงถึงความจริงใจ

“ก็ดี  ผิดแล้วก็รู้จักสำนึกผิด  งั้นคุณก็ต้องคอยเป็นพยาบาลส่วนตัวของผมไปจนกว่าผมจะไปทำงานได้นั่นแหละ”  เขายิ้มร่า  เธอพูดเองนะว่าจะยอมทำตามเขาทุกอย่าง

“ได้ค่ะ  คุณนอนพักเถอะนะคะ  บัวจะนั่งเฝ้าคุณอยู่ตรงนี้แหละค่ะ”  เธอเลื่อนมือไปประคองเขาให้นอนลง  แล้วจึงห่มผ้าให้เขาเรียบร้อย 

“ขอมือหน่อย”  เขายื่นมือออกมาวางบนผ้าห่ม  เธอมองหน้าเขางงๆ

“จะเอามือบัวไปทำไมคะ  หรือว่าคุณจะตัดมือบัวเหรอคะ”  เธอทำหน้าตกใจ

“ผมแค่จะจับมือคุณไว้  คุณจะได้ไม่หนีผมไปไหนเท่านั้นแหละ  คิดมากไปได้” 

“อ๋อ  ค่ะ”  เธอยื่นมือไปให้เขาจับไว้อย่างว่าง่าย  นึกว่าเขาจะตัดมือเธอซะแล้ว 

เขากุมมือเธออยู่อย่างนั้น  แล้วหลับตาลง  เธอเองก็ไม่รู้จะทำอะไรดี  ไปไหนก็ไม่ได้เลยฟุบหลับอยู่ข้างเตียงเขานั่นเอง

เขาลืมตาตื่นขึ้นมา  มองมือเขากับมือเธอที่จับกันแน่น  แล้วก็เห็นเธอนั่งหลับอยู่ข้างเตียงเขา  มืออีกข้างหนึ่ง  เขาก็ค่อยๆ ยกไปลูบศีรษะเธออย่างเอ็นดู  จากนั้นก็นอนมองเธออยู่อย่างนั้นจนเผลอหลับไปเพราะฤทธิ์ยา

 

เวลาใกล้เที่ยงแล้ว  สโรชินีลืมตาตื่นแต่เขายังคงหลับอยู่  แถมยังไม่ยอมปล่อยมือของเธออีก  เธอจึงแกะมือเขาออกกำลังจะเดินไป

“จะไปไหนน่ะ”  เขาตื่นเพราะถูกเธอแกะมือออก

“บัวจะไปหาอาหารเที่ยงให้คุณทานค่ะ  คุณตื่นก็ดีแล้ว  อยากทานอะไรคะ” เธอกลับมานั่งลงถามเขาอีกครั้ง

“เอามักกะโรนีผัดซอสเห็ดก็แล้วกัน  ขอจานใหญ่หน่อยนะ”  เขาบอกกับเธอ

“คุณหิวมากเหรอคะ  ได้ค่ะ  เดี๋ยวจะรีบไปทำให้นะคะ  ว่าแต่คุณอยากไปเข้าห้องน้ำรึเปล่าคะ  เดี๋ยวบัวพาไป”  เธอถามเขา

"  ก็ดีเหมือนกัน  "  เขาพูดพร้อมกับดันตัวให้ลุกขึ้นมา  เธอรีบเข้าไปประคองเขาขึ้นมา

หลังจากพาเขาเข้าห้องน้ำเรียบร้อยแล้ว  เธอก็พาเขากลับมาที่เตียง  แล้วจึงก้าวออกไปจากห้อง  โรเบิร์ตมองตามเธออย่างไม่เข้าใจตัวเอง  ทำไมเวลาที่เขามีเธออยู่ข้างๆ  อะไรมันก็ดูมีความสุขไปหมดเลยนะ 

ยิ่งเมื่อเธอยอมเชื่อฟังเขาทุกอย่าง  เขาก็ยิ่งชอบไปกันใหญ่ไม่ได้นึกโกรธเธอสักนิดที่แกล้งเขาแบบนี้  ถ้ามันทำให้เธอมาดูแลเขาทุกวัน  เขายอมให้เธอแกล้งไปตลอดชีวิตก็ยังได้

 

สโรชินีกลับมาแล้วพร้อมกับมักกะโรนีจานใหญ่อย่างที่เขาสั่ง  เธอวางจานลงบนตัก  แล้วจึงใช้ช้อนตักให้เขาทาน

“ทานด้วยกันสิ  คุณยังไม่ได้ทานอะไรมาตั้งแต่เมื่อเช้าสินะ”  เขาถามและแน่ใจว่าเป็นแบบนั้น  เขาจึงสั่งให้เธอทำมาจานใหญ่  เผื่อให้เธอได้ทานด้วยกัน

“ค่ะ  ยังไม่ได้ทาน  แต่ว่า  คุณจะอิ่มเหรอคะ  ถ้าให้บัวทานด้วยน่ะ”  เธอมองหน้าเขาอย่างสงสัย

“เอาเถอะน่า  ผมบอกให้ทานด้วยกันก็ทานไปเถอะ  คุณตักทานก่อน  แล้วก็ตักให้ผมทานไปเรื่อยๆ ละกัน”  ให้ตายสิ  นี่เขาต้องคอยดุเธอทุกครั้งเลยใช่ไหม  เธอถึงจะยอมทำตามโดยที่ไม่ต้องถามมากน่ะ

“ก็ได้ค่ะ”  เธอตักมักกะโรนีเข้าปาก  แล้วก็ตักให้เขาทาน  โดยลืมไปว่า  เธอกำลังใช้ช้อนคันเดียวกับเขาอีกแล้ว  เขาทานอย่างเอร็ดอร่อย  เพราะอาหารฝีมือเธอ  อร่อยกว่าที่แม่บ้านเขาทำซะอีก 

พวกเขาทานอาหารไปเรื่อยๆ จนหมดจาน  เธอจึงหยิบยาให้เขาทานอีกครั้ง

“คุณไม่ได้มีไข้ใช่ไหมคะ”  เธอยื่นมือไปที่หน้าผากของเขา  เขายิ้มอย่างพอใจที่เธอเป็นห่วง

“อืม  น่าจะไม่มีนะ  พาผมออกไปนั่งที่ระเบียงหน่อยสิ  นอนทั้งวันชักจะเมื่อยแล้ว”  เขาพูดพร้อมกับดันตัวเองขึ้นมานั่ง  เธอจึงช่วยประคองเขาไปที่ระเบียง

“เล่าเรื่องของคุณให้ผมฟังหน่อยสิ  ผมอยากรู้จักคุณให้มากกว่านี้  จะได้รู้ว่าผมจะไว้ใจคุณให้อยู่ใกล้ตัวได้รึเปล่า”  เขาหาเรื่องถามเรื่องส่วนตัวของเธอต่างหาก

“ชีวิตบัวก็ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ  พ่อของบัวเคยเป็นทหาร  ตอนบัวอายุ  10  ขวบ  ท่านก็เสียชีวิตในสงครามชายแดน  คุณแม่ท่านก็เลยตรอมใจตายตามไปอีกคน  คุณป้าเลยรับบัวมาเลี้ยงที่ปาย  ส่งเสียให้บัวได้เรียนจนจบมหาลัย  พอเรียนจบบัวก็ไปเรียนภาษาเพิ่มเติม  เพราะอยากใช้ภาษามาช่วยงานที่ร้านของคุณป้า   นี่แหละค่ะ  ชีวิตบัว  เรียบๆ  ง่ายๆ  ไม่มีอะไรน่าสนใจหรอกค่ะ”  เธอเล่าให้เขาฟัง  ขณะที่เหม่อมองออกไปที่วิวด้านนอกคฤหาสน์

“อ๋อ  มิน่าล่ะ  บัวถึงพูดภาษาอังกฤษเก่งนัก  แล้วพูดภาษาอะไรได้อีกบ้างล่ะ”  เขาถามอย่างสนใจ

“นอกจากภาษาอังกฤษ  ก็มี  จีน  ฝรั่งเศส  เยอรมัน  เกาหลี  แล้วก็ญี่ปุ่นค่ะ”  เธอหันไปยิ้มให้เขา  แต่คำตอบนั้นทำให้เขาถึงกับอึ้งไปเลย

“ถ้ารวมภาษาไทยก็  7  ภาษาเลยสินะ    เก่งเหมือนกันนี่  มิน่าล่ะ  ผมเห็นบัวพูดกับชาวต่างชาติได้ทุกประเทศเลย”  เขาเอ่ยชมเธอจากใจจริง  เขาเองก็พูดได้หลายภาษาเหมือนกัน  เพราะต้องติดต่อค้าขายกับหลายประเทศ

“ขอบคุณค่ะ  บัวว่าความรู้ทางด้านภาษาจะทำให้เราได้เปรียบกว่าคนอื่น  อย่างน้อยเวลาโดนชาวต่างชาติด่า  เราจะได้เข้าใจไงคะ”  เธอหันมายิ้มให้เขาอย่างอารมณ์ดี

“อ๋อ  อย่างนี้นี่เอง  แล้วบัว...มีคนที่ชอบบ้างรึเปล่า”  เขาอยากรู้จริงๆ

“ไม่มีหรอกค่ะ  บัวไม่คิดจะชอบใครเลย  ก็มีคนมาจีบนะคะ  แต่บัวมองทุกคนเป็นเพื่อนเหมือนกันหมด  คงเป็นเพราะบัวยังไม่เจอคนที่ใช่มั้งคะ”  เธอยิ้มเขิน 

“ตอนนี้  ก็ยังไม่เจอเหรอ”  


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha