9. รักสุดท้ายของนายมาเฟีย [จบบริบูรณ์]

โดย: ภรปภัช



ตอนที่ 14 : เราเป็นแฟนกันนะ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

สโรชินีดีใจมากที่เขากลับมาแล้ว  เธอรีบลงไปห้องครัวแล้วทำสเต๊กริบอายที่เขาชอบทันที

โรเบิร์ตเดินไปเดินมาอยู่ในห้องของเขา  รอว่าเมื่อไหร่เธอจะขึ้นมาเสียที  เขาจะได้ทำในสิ่งที่มันค้างคามาตั้งแต่เมื่อวาน  และแล้วเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น  เขาแทบจะพุ่งไปเปิดประตูให้เธอ  แต่พอเห็นหน้าเธอ  เขาก็ได้แต่ทำหน้านิ่งๆ เอาไว้

“สเต๊กริบอายร้อนๆ มาแล้วค่ะ”  เธอยิ้มให้เขา  พร้อมกับถือถาด สเต๊กไปวางที่โต๊ะ

“อืม  ขอบใจนะ”  เขาพูดกับเธอด้วยใบหน้าเรียบเฉย  ไม่รู้ว่าควรจะเริ่มยังไงดี

“คุณทานเสร็จแล้วก็วางจานไว้นะคะ  เดี๋ยวบัวมาเก็บจานเอง”  เธอพูดพร้อมกับจะเดินออกไป

“อ้าว  แล้วบัวจะไปไหนล่ะ”  เขาถามอย่างสงสัย

“ก็ตอนนี้คุณหายดีแล้วนี่คะ  บัวก็ไม่ต้องคอยดูแลคุณแล้ว  บัวจะกลับห้องนะคะ  คุณวางจานไว้หน้าห้องก็ได้ค่ะ  ถ้าไม่อยากให้บัวเข้ามารบกวน”  เธอยิ้มให้เขา

“เอ่อ  เดี๋ยวสิ  พอดีว่าผมเป็น...เป็นนิ้วล็อคน่ะ  ทานเองไม่ไหว  บัวช่วยป้อนให้หน่อยได้ไหม”  เขารีบงอนิ้วทันที  แล้วทำหน้าตาเจ็บปวด  ทั้งๆที่ก็ไม่รู้ว่าไอ้นิ้วล็อคนี่มันต้องเจ็บรึเปล่า

“ตายจริง  งั้นเดี๋ยวบัวป้อนให้นะคะ  สงสัยจะเครียดมากไปรึเปล่า  หรือจับปากกานานไป”  เธอหันมามองนิ้วมือของเขา  รีบจับมือเขามาดูอย่างเป็นห่วง

“สงสัยจะถือปากกานานไปหน่อยนะ  ไหนจะกดคอมอีก”  เขาก็ว่าไปนั่น

“งั้นมานั่งก่อนค่ะ  ทานเสร็จแล้วบัวจะช่วยนวดมือให้นะคะ”  เธอพาเขามานั่งที่เก้าอี้  จากนั้นก็หั่นสเต๊กเป็นชิ้นๆ  แล้วป้อนให้เขาทาน

“แล้วบัวทานแล้วเหรอ”  เขาพยายามชวนคุย

“ทานแล้วค่ะ  บัวทานข้างล่างกับพี่เดือนแล้ว  พอดีพี่เดือนทำต้มจืด  บัวเลยทานด้วย”  เธอยิ้มให้เขา  แล้วก็ป้อนเขาไปเรื่อยๆ

“อ๋อเหรอ  แล้วถ้าบัวนวดมือให้ผมแล้ว  จะกลับไปนอนเลยเหรอ”  เขาถามเพราะไม่รู้จะหาเรื่องอะไรให้เธออยู่ต่อดี

“ค่ะ  ก็บัวไม่มีอะไรจะทำนี่คะ  จริงสิคะ  บัวว่าจะถาม  อีกนานไหมคะกว่าเรื่องทุกอย่างจะเรียบร้อย  อยู่ที่นี่บัวไม่มีอะไรทำเลย  รู้สึกอยากกลับบ้านแล้วสิคะ”  เธอหันไปยิ้มให้เขา  อันที่จริง  เธอไม่อยากอยู่กับเขานานไปกว่านี้มากกว่า

“ผมเองก็ยังตอบไม่ได้หรอกนะ  แต่ถ้าบัวอยากหาอะไรทำ  ผมช่วยหางานให้บัวทำได้นะ”  เขาไม่อยากให้เธอกลับเลย  อยากให้เธออยู่ที่นี่กับเขาไปตลอดชีวิตนั่นแหละ

“จริงเหรอคะ  มีงานอะไรให้บัวทำคะ”  เธอถามอย่างตื่นเต้น

“บัวพูดได้หลายภาษาใช่ไหมล่ะ  ผมจะให้บัวช่วยต้อนรับแขกที่มาติดต่อค้าขายที่โรงงานของผมน่ะสิ  บัวทำได้รึเปล่า”  เขาเสนองานให้เธอ  

“เอ่อ  แต่ว่า  คุณขายอาวุธสงครามไม่ใช่เหรอคะ  คือบัวไม่ชอบสงครามค่ะ  เพราะมันทำให้พ่อไม่ได้กลับมาหาบัวอีก...”  เธอคิดย้อนหลังไปถึงวันที่เธอได้รับข่าวร้ายจากทางกองทัพ  ว่าพ่อของเธอจะไม่กลับมาอีกแล้ว

“ผมขอโทษนะ  ผมลืมไป  ว่าบัวไม่ชอบสงคราม”  เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วสิ  ว่าเขาควรจะสารภาพรักกับเธอดีหรือเปล่า

“คุณไม่มีงานอื่นให้บัวทำเหรอคะ  บัวก็อยากช่วยคุณนะคะ  แต่เรื่องนี้  บัวลำบากใจจริงๆ”  เธอไม่เคยทำใจได้เลยกับธุรกิจของเขา   นี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เธออยากจะตัดใจจากเขาโดยเร็ว

“งั้นผมคงไม่มีอะไรให้บัวทำแล้วล่ะ  ก็ผมมีแต่ธุรกิจแบบนี้นี่นา  บัวกลับห้องไปเถอะ  ผมอิ่มแล้ว”  เขาลุกขึ้นเดินไปที่ระเบียง  เธอมองตาม  นี่เขากำลังโกรธเธอรึเปล่านะ  เธอจึงเดินตามเขาไป

“คุณ...โกรธบัวเหรอคะ”  เธอถามเขา

“ผมจะโกรธบัวเรื่องอะไรล่ะ”  เขาหันมาสบตากับเธอ

“ไม่รู้สิคะ  แต่ถ้าบัวทำอะไรให้คุณไม่พอใจ  บัวก็ขอโทษด้วย  คุณพักผ่อนเยอะๆ นะคะ  บัวเป็นห่วง”  เธอยิ้มให้เขากำลังจะหันหลังกลับไป

“คืนนี้...บัวนอนกับผมอีกคืนได้ไหม”  แม้ใจหนึ่งอยากจะปล่อยเธอไป  แต่อีกใจก็ยังหวังให้เธอยอมรับในตัวเขาอยู่ดี

“คุณยังไม่หายดีเหรอคะ”  เธอเองก็ไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงดีเหมือนกัน 

“อืม  ผมรู้สึกเพลียๆ น่ะ  อยากให้บัวคอยดูแลต่ออีกหน่อย  ได้รึเปล่า”  เขารอลุ้นกับคำตอบของเธอ

“ค่ะ  บัวจะนอนเป็นเพื่อนคุณอีกคืนหนึ่งก็ได้  บัวเอาจานไปเก็บก่อนนะคะ  เดี๋ยวบัวกลับมา”  เธอยิ้มให้เขา  แล้วจึงเดินถือจานออกไป

 

เขาแหงนหน้าไปมองพระจันทร์ดวงใหญ่นั้น  มีคนเคยบอกว่าถ้าเราขอพรจากพระจันทร์ในคืนที่พระจันทร์เต็มดวงเช่นนี้  คำขอของเราจะเป็นจริง  เขาไม่เคยเชื่อ  และไม่เคยคิดจะขออะไรเลย  แต่วันนี้เขาอยากขอ  ขอให้เธอเปลี่ยนใจรับในสิ่งที่เขาเป็น  ขอให้เธอไม่ไปจากเขาเท่านั้นก็พอ

 

โรชินีก็เดินกลับเข้ามาในห้อง  เห็นเขายังนั่งอยู่ตรงระเบียงนั้น

“คุณจะนอนรึยังคะ”  เธอถามเพราะไม่รู้จะทำอะไรดี

“ยังหรอก  บัวมาหาผมหน่อยสิ”  เขาหันไปเรียกเธอ  เธอจึงเดินไปนั่งลงข้างเขา

“มีอะไรเหรอคะ”  เธอหัมองหน้าเขา

“จำได้ไหม  ที่ผมบอกบัวเมื่อวาน  ว่าถ้าผมกลับมา  ผมจะบอกว่าผมรู้สึกยังไงกับบัว”  เขามองใบหน้างามภายใต้แสงจันทร์นั้น

“เอ่อ  ค่ะ”  เธอยิ้มเขิน  ใจสั่นขึ้นมาอีกแล้ว

“ฟังผมนะ  ผมจะพูดให้บัวฟังแค่ครั้งเดียวเท่านั้น  ผมเคยบอกบัวใช่ไหมว่าสำหรับผม  รักแท้มันไม่เคยมีอยู่จริงตั้งแต่ผมโดนคนรักหักหลังในวันนั้น  ใช่  ผมคิดแบบนั้นมาตลอด  จนเมื่อผมได้รู้จักกับบัว  ผมไม่เคยเข้าใจตัวเองเลย  ว่าทำไมถึงได้ชอบทำให้บัวกลัวผมนัก  ชอบแกล้งให้บัวโกรธ  ตอนนี้ผมเข้าใจแล้ว  ว่าทำไม...”  เขาหยุดพูด แล้วยื่นมือหนาไปกุมมือของเธอเอาไว้

“ทำไมคะ”  เธอถามเขาอย่างสงสัย

“ก็เพราะว่า  ผมเองก็ชอบบัวเหมือนกันน่ะสิ  ชอบบัวมาก  อยากทำอะไรก็ได้  เพียงแค่ให้บัวได้อยู่ข้างๆ ผมตลอดเวลา  ยิ่งอยู่ใกล้บัว  ก็ยิ่งทำให้ผมรู้ว่าความรักที่บริสุทธิ์ไม่เคยหวังสิ่งตอบแทนเป็นยังไง  วันนี้...ผมอยากจะบอกบัวว่า  ผมรักบัวนะ  รักทุกอย่างที่บัวทำ  แม้จะรู้ว่าธุรกิจของผมทำให้บัวลำบากใจแค่ไหน  แต่ผมก็ยังเห็นแก่ตัว  อยากจะขอให้บัวอยู่กับผมตลอดไป  ได้รึเปล่า...”  เขาพูดความรู้สึกของตัวเองไปจนหมดแล้ว  แทนที่จะโล่งใจ  เขากลับยิ่งหนักใจเพราะไม่รู้ว่าคำตอบของเธอจะเป็นยังไง

“คือบัว  บัวดีใจนะคะที่คุณรักบัว  แต่ว่า...”   เธอลังเลใจไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงดี 

“แต่ว่า  อะไรเหรอ”  เขาใจหาย  เมื่อได้ยินคำนี้

“คือบัว  ขอเวลาทำใจหน่อยได้ไหมคะ  บัวยอมรับว่าบัวก็รักคุณเหมือนกัน  แต่บัวไม่แน่ใจว่าบัวจะรับมันไหวรึเปล่า”  เธอตอบเขาไปตรงๆ 

“ก็ได้ครับ  ผมจะให้เวลาบัวได้คิดนะ  อย่างน้อย  บัวก็ไม่ได้ปฏิเสธผมใช่ไหม”  เขายิ้มอย่างมีความหวัง  เขาเข้าใจว่าเธอต้องการเวลาทำใจ  ยอมรับเรื่องพวกนี้

“ค่ะ  บัวขอบคุณนะคะที่คุณเองก็มีใจให้บัว  บัวจะพยายามทำใจยอมรับสิ่งที่คุณทำค่ะ”  เธอยิ้มให้เขา 

“ขอบคุณนะครับ  ที่บัวให้โอกาสผม”  เขายิ้ม แล้วดึงเธอมากอดเอาไว้  เขาเชื่อแล้วว่าการขอพรจากพระจันทร์มันช่วยเขาได้จริงๆ 

“เอ่อ  นี่ก็ดึกมากแล้ว  คุณไปนอนพักเถอะนะคะ”  เธอรู้สึกเขินจนไม่รู้จะทำตัวยังไงแล้ว

“เดี๋ยวสิครับ  แล้วตกลงว่า  บัวก็รักผม  ผมก็รักบัว  แล้วเราเป็นแฟนกันใช่รึเปล่า”  เขาไม่ยอมจนกว่าจะได้รับคำตอบนั้น

“เอ่อ  บัว...ไม่รู้สิคะก็แล้วแต่คุณจะเรียกก็แล้วกัน”  เธออายจนแก้มแดงระเรื่อ

“งั้นตกลงว่า  เราเป็นแฟนกันแล้วนะ  ที่รักของผม”  เขายิ้มกว้าง  กำลังจะดึงเธอมาจูบ  แต่เธอรีบเอามือมาปิดปากเขาไว้

“เป็นแฟนกัน  ต้องจูบกันด้วยเหรอคะ”  เธอรู้สึกเขินไปหมด  ยิ่งตอนนี้หัวใจของเธอยิ่งเต้นแรงมากขึ้น

“เป็นแฟนกันก็ต้องจูบกันสิครับ  มันเป็นการแสดงความรักอย่างหนึ่งรู้ไหม  แล้วอีกอย่างนะ  ผมจะไม่จูบกับคนที่ผมไม่ได้รักเด็ดขาด”  เขายิ้มกว้าง

“แต่คุณ  จูบบัวตั้งแต่วันนั้นแล้วนี่คะ”  เธอคิดทบทวนเหตุการณ์  เช้าวันนั้น

“ผมจะบอกอะไรให้บัวรู้นะ  วันนั้นน่ะ  ไม่ใช่จูบแรกของบัวหรอก”  เขายอมสารภาพกับเธอ

“คะ  แต่ว่าบัวไม่เคยจูบกับใครมาก่อนเลยนะคะ”  เธอมองหน้าเขาอย่างสงสัย

“เคยสิ  เพียงแต่ตอนนั้นบัวหลับอยู่น่ะ  คืนที่นอนที่ห้องของบัว  ผม  แอบขโมยจูบแรกของบัวไปตั้งแต่คืนนั้นแล้วรู้ไหม”  เขายิ้มเขิน

“อะไรนะคะ  นี่คุณ...กล้าลวนลามบัวตั้งแต่วันนั้นแล้วเหรอคะ  งั้นคุณก็ชอบบัว  ก่อนที่บัวจะชอบคุณอีกน่ะสิ”  เธอยิ้มเขิน

“ก็คงจะเป็นอย่างนั้นล่ะมั้ง  แต่ผมว่าก็ไม่แน่นะ  บัวอาจจะตกหลุมรักผมตั้งแต่แรกเห็นแล้วก็ได้  บัวนั่นแหละ  หลงรักผมก่อน”  เขาพยายามเถียงกับเธอเพราะไม่อยากเสียฟอร์ม

“บัวเนี่ยนะหลงรักคุณ  ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้ปากเสียชะมัด  บัวคิดกับคุณแบบนี้ต่างหากล่ะ”  เธอยิ้มให้เขาอย่างหมั่นไส้

“อ๋อ  ว่าผมปากเสียเหรอฮะ  ลองชิมปากผมดูไหม  ว่ามันเสียจริงรึเปล่า”  เขาจะจูบเธอ  เธอก็ลุกวิ่งหนีเขาไป

“นี่อย่ามาแกล้งบัวนะคะ  ถอยไปห่างๆ บัวเลย  คนเจ้าเล่ห์  จ้างให้ก็ไม่ได้จูบบัวอีกหรอก”  เธอวิ่งไปที่ประตู  กำลังจะเปิดออก  เขาก็คว้าตัวเธอไว้ได้ทัน

“แน่ใจนะ  ว่าจะไม่ให้ผมจูบน่ะ”  เขาโอบเอวเธอเอาไว้แน่น  แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมาย


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha