รสรักล่าสวาท (จบแล้ว)

โดย: อรุณรัศมี



ตอนที่ 2 : การหายตัวไปของสาวนิรนาม...


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 2

การหายตัวไปของสาวนิรนาม...

 

แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาผ่านผ้าม่านบางเบาสีม่วงอ่อนไปยังด้านใน ห้องทั้งห้องสว่างวาบปรากฏภาพเหตุการณ์ด้านในได้อย่างชัดเจน ร่างสองร่างกำลังนอนกอดก่ายกันบนเตียงกว้าง ในขณะที่ร่างของทั้งสองคนเปลือยเปล่าเปล่งประกายระยิบระยับนวลเนียนราวกับภาพวาดสีน้ำมันราคาแพง ชายหนุ่มรูปร่างกำยำกอดรัดร่างนุ่มนิ่มในอ้อมแขนเอาไว้แน่นอย่างหวงแหน ใบหน้าซีกหนึ่งที่ตกกระทบแสงจนสะท้อนเป็นสีเหลืองอ่อน ขับให้เขาดูหล่อเหลาราวกับเทพบุตรกรีก ขณะที่หญิงสาวกอดเอวหนาแน่นพลางซุกใบหน้าลงกับอกแกร่ง ดวงหน้าเรียวสวยในยามหลับช่างเหมือนกับเทพธิดาจำแลง เธอดูบอบบางลงไปถนัดตาทันทีที่มาอยู่ในอ้อมกอดของเขา

เวลาผ่านไปเนิ่นนานจนแสงแดดเริ่มแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ร่างเพรียวเริ่มรู้สึกตัวขยับตัวยุกยิกไปมาอย่างรู้สึกอึดอัด เปลือกตาบางหนักอึ้ง จนหญิงสาวต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการกะพริบตาปริบ ๆ เพื่อลืมตาขึ้นพลางปรับสายตาให้เข้ากับแสง เมื่อลืมตาสำเร็จ เธอก็รู้สึกขนลุกซู่เพราะแอร์เย็น ๆ ที่รดรินลงบนผิวกายเปลือยเปล่า ร่างกายที่บอบช้ำจากศึกหนักเมื่อคืนทำให้กลีบปากอิ่มเม้มแน่นกลั้นเสียงครางด้วยความเจ็บ

ชาลิตารู้ดีและจดจำเรื่องราวทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อคืนได้ทั้งหมด ทุกรายละเอียดและสัมผัสจากเขา ผู้ชายแปลกหน้าที่เธอลงทุนฉุดกระชากตัวมาเพื่อปลุกปล้ำ แต่ไป ๆ มา ๆ กลายเป็นเธอเสียเองที่โดนเขาทั้งปลุกและปล้ำจนหนำใจ กว่าจะได้นอนก็ปาเข้าไปตีสี่ ตอนนี้ร่างกายเธอปวดระบมไปหมด แม้แต่จะขยับตัวยังยากลำบากเลย ไม่คิดว่าครั้งแรกมันจะเจ็บปวดและวาบหวิวขนาดนี้ เป็นอารมณ์สองอย่างที่ต่างกันสุดขั้ว จนแยกไม่ออกว่าอย่างไหนมีมากกว่ากัน

เอาเป็นว่าเธอรู้สึกดีกับเขา...แต่เพียงเล็กน้อยเท่านั้นแหละ ดีที่เป็นเขาที่ผ่านมา อย่างน้อยเธอก็มั่นใจในระดับหนึ่งว่าเขาไม่ใช่คนเลวที่กล้าทำเรื่องต่ำทรามพรรค์นั้นอย่างเช่น...แบล็คเมล์เธอ หวังว่าเธอจะไม่คิดผิดไปหรอกใช่ไหม แต่จะทำไงได้ล่ะถึงโวยวายไปก็ไม่มีประโยชน์เพราะคนที่เริ่มก่อนคือเธอ มองยังไงคนที่ผิดก็คือเธออีกเช่นกัน เขาแค่ซวยที่ผ่านมาทางนั้นพอดีเลยถูกเธอลวนลามและลากเข้ามา...

ฟังดูเลวร้ายชะมัด

เมื่อตั้งสติได้แล้ว ชาลิตาก็ค่อย ๆ ยกแขนตัวเองที่พาดอยู่บนเอวหนาออกช้า ๆ พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ทำให้อีกคนตื่น แม้มันจะช้าเหมือนเต่าคลาน แต่สุดท้ายก็สำเร็จ แต่ว่าสิ่งที่เธอเครียดอยู่ตอนนี้คือจะเอาแขนสองข้างของเขาออกจากตัวเธอได้อย่างไร หนักซะขนาดนี้ตอนแรกเธอนึกว่าโดนกระสอบทรายทับร่างเสียด้วยซ้ำ

เฮ้อ...ชีวิตเธอมันจะซวยซ้ำซวยซ้อนอะไรหนักหนาเนี่ย?!

ดวงตาคู่สวยฉายแววหงุดหงิดงุ่นง่านพลางเค้นสมองครุ่นคิดหาวิธีการลากเอามือปลาหมึกและแขนหนักราวกระสอบทรายออกจากตัวเธอ ไม่นานริมฝีปากอิ่มก็ผุดยิ้มขึ้นเมื่อนึกออกว่าควรจะทำอย่างไร

ดูก็รู้ว่าตอนนี้อีกฝ่ายหลับลึกแค่ไหน ถ้างั้นก็ลงมือปลุกเสียหน่อยแล้วกัน!

ตุบ!

มือเรียวกำเป็นกำปั้นหลวม ๆ ลงมือทุบลงไปบนแผ่นหลังกว้างเต็มแรง ก่อนจะรีบหลับตาแสร้งทำเป็นว่าหลับ ทันทีที่ได้ยินเสียงทุ้มร้องด้วยความเจ็บและชักมือกลับไปแตะหลังตัวเอง

โอ๊ย!” ฟองซัวล์ตื่นขึ้นมาด้วยอาการงุนงงคล้ายยังไม่ตื่นดี ดวงตาสีฟ้าเข้มฉายแววหงุดหงิดเมื่อถูกรบกวนเวลานอน แล้วที่สำคัญหลังของเขาก็ถูกประทุษร้ายโดยใครบางคนอีกด้วย ไม่ต้องสงสัยว่าใคร ดูก็รู้ว่ามีอยู่คนเดียว ยายแม่มดจอมยั่วที่หลับไม่รู้เรื่องรู้ราวเป็นคนทุบหลังเขา!

หน็อยแน่ะ! นี่ถึงขนาดละเมอทำร้ายร่างกายเขาเลยเหรอ มันจะมากไปแล้วนะยายแม่มด!

ฟองซัวล์ได้เข่นเขี้ยวเข็ดฟันจ้องมองคนหน้าสวยเขม็ง สองมือที่กอดรัดร่างนุ่มก็เปลี่ยนมาลูบคลำแผ่นหลังแทน ระดับความเจ็บแค่นี้ไม่ระคายผิวเขาหรอก มันแค่แสบ ๆ คัน ๆ พอให้รู้สึกเหมือนโดนไม้สะกิดเท่านั้นเอง ช่างเถอะ ตอนนี้เขาง่วงมากและต้องการหลับต่ออีกสักงีบ ตื่นมาค่อยคุยกับแม่สาวจอมยั่วอีกที

เปลือกตาหนาค่อย ๆ ปิดลงอีกครั้งโดยไม่ลืมตวัดวงแขนแข็งแรงรัดรอบเอวบางพลางดึงเข้าหาตัวและซุกหน้าลงกับเรือนผมดกหนาสูดกลิ่นหอมอ่อน ๆ อีกนิด แล้วผล็อยหลับไปในที่สุด...

สรุปคือสิ่งที่เธอทำมันไม่ได้ผลสินะ

ชาลิตาถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย เมื่อแผนการไม่สำเร็จ แถมยังเพิ่มความยุ่งยากเข้าไปใหญ่ ใช่ว่าเธอเป็นสาวอ่อนแอบอบบางที่พอตื่นมาเห็นตัวเองนอนกอดกับผู้ชายแล้วจะร้องกรี๊ด ๆ เต้นเร่า ๆ ให้อีกฝ่ายรับผิดชอบ ถ้าคิดแบบนั้นล่ะก็...ผิดมาก ผิดมหันต์เลย! เธอไม่เคยมีความคิดนั้นในหัวเลยสักนิด ถึงแม้จะแอบเสียใจและเสียดายที่ไม่ได้มอบความบริสุทธิ์ของตัวเองให้กับคนที่รัก แต่เพราะมันเป็นความผิดพลาดของตัวเองก็เลยต้องทำใจยอมรับมัน

เอาเถอะ นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาคิดมากเรื่องนั้น เธอควรจะหนีออกไปจากที่นี่ก่อนที่เขาจะตื่นและทำให้เธอต้องอับอายไปมากกว่านี้

ชาลิตาตัดสินใจดูท่าทีอีกฝ่ายไปอีกสักพัก พอเห็นว่าร่างสูงหลับลึกเสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ เธอก็เริ่มขยับตัวยกแขนหนักอึ้งออกจากเอว ก่อนจะตามติดด้วยการยกขาตัวเองออกจากขาข้างหนึ่งของเขาและยกขาของเขาข้างหนึ่งที่ทับเธอออก พูดง่าย ๆ ว่าทับแบบไขว้กันซ้อนเป็นชั้น ๆ เลย สภาพดูน่าทุเรศทุรังอย่างไรก็ไม่รู้ หมายถึงเธอนะ

หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกค่อย ๆ กลิ้งตัวไปด้านข้างช้า ๆ ทำให้ศีรษะของชายหนุ่มที่เกยอยู่บนศีรษะเธอค่อย ๆ หล่นลงไปอยู่บนหมอน ในช่วงวินาทีนั้นชาลิตารู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองกระเด้งกระดอนจะออกมาเต้นนอกอกเสียให้ได้ แต่พอทุกอย่างผ่านไปไร้การเคลื่อนไหวของอีกคน เธอก็ถึงกับโล่งอกพ่นลมหายใจออกมายาวเหยียด

หญิงสาวไม่เสียเวลาคิดอะไรนานนักรีบหย่อนเท้าลงกับพื้น ทว่า...ในจังหวะที่กำลังหยัดกายลุกขึ้น ความเจ็บก็แล่นปลาบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนจะไปกระจุกรวมกันอยู่ที่จุดเดียว จุดที่บอบช้ำที่สุดของร่างกาย เกือบไปแล้วสิ...เธอเกือบหลุดร้องออกไปแล้ว ดีที่ยกมือขึ้นมาปิดปากไว้ได้ทัน ไม่อย่างนั้นเรื่องทุกอย่างมันอาจจะแย่ลงกว่าเดิม

ชาลิตาค่อย ๆ พยุงร่างตัวเองก้าวไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า ย้ำเท้าลงบนพื้นห้องอย่างเงียบเชียบระมัดระวัง จนกระทั่งไปหยุดยืนอยู่หน้าห้องน้ำ โดยไม่เสียเวลาคิดเธอก็รีบกระชากประตูเปิดเข้าไปด้านในทันที

เอาล่ะ คงได้เวลาที่เธอจะต้องชำระร่างกายให้สะอาดทุกซอกทุกมุม แม้ว่าสัมผัสร้อนระอุของชายหนุ่มจะยังตราตรึงอยู่ในความทรงจำก็ตาม

ไม่ ๆ เลิกคิดได้แล้ว เรื่องทุกอย่างมันก็แค่ฝันร้าย เดี๋ยวมันก็ผ่านพ้นไป เลิกคิดถึงมันเสียที เสียงห้าวพึมพำแผ่วเบาพยายามตอกย้ำตัวเองไม่ให้คิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน เธอก้าวเข้าไปยืนอยู่ใต้ฝักบัวก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดมัน ปล่อยให้สายน้ำเย็นฉ่ำไหลผ่านร่างกายตัวเอง...

แม้ปากจะพยายามพูดแบบนั้น แต่ใจเธอกลับคิดตรงกันข้าม เอาแต่วนเวียนคิดถึงสัมผัสจากเขา น้ำเสียงอบอุ่นที่ปลอบโยนและดวงตาคมกริบแสนเย็นชาที่มองเธอราวกับเหยื่ออันโอชะที่น่าลิ้มลอง

เวลาผ่านไปทำให้จิตใจของเธอสงบลงมาก พอมั่นใจว่าตัวเองล้างคราบราคะออกจนหมดแล้วก็ก้าวออกมาพลางเอื้อมมือไปปิดฝักบัว สองเท้าลากไปหยุดยืนอยู่หน้ากระจก ก่อนที่ดวงตาเรียวจะกวาดมองไปทั่วร่างจับจ้องรอยแดงเป็นจ้ำ ๆ ที่ปรากฏเด่นชัดเกือบทุกตารางนิ้วบนผิวกาย เมื่อคืนเขาคงเล่นงานเธอหนักน่าดูไม่อย่างนั้นตัวเธอคงไม่เข็ดขัดยอกแบบนี้หรอก เวลาที่ก้าวเดินแต่ละทีรู้สึกเหมือนร่างกายจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ เจ็บแปลบตลอดเวลาเลย

ชาลิตาปล่อยให้ร่างกายได้หยุดพักและปล่อยให้สมองคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย จนรู้สึกว่าเธอเสียเวลาไปมากพอสมควรแล้ว ถึงได้เอื้อมมือไปคว้าผ้าขนหนูมาพันกายก้าวออกจากห้องน้ำ

ดวงตาสีนิลฉายแววซับซ้อนอ่านยาก บอกไม่ได้เลยว่าหญิงสาวกำลังคิดอะไรอยู่ ร่างเพรียวก้าวมาหยุดยืนอยู่ปลายเตียงพลางกวาดมองเรือนกายกำยำที่นอนเปลือยอยู่บนเตียงเงียบ ๆ แต่พอสายตาไปปะทะเข้ากับอาวุธทำลายล้าง เธอก็รีบเบือนสายตาหนีแทบไม่ทัน ใบหน้าสวยร้อนวูบราวกับถูกไฟแผดเผา เนื้อตัวสั่นระริกอย่างควบคุมไม่อยู่

ทำไมเธอถึงต้องมีอาการแบบนี้ด้วย มันไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย เธอไม่แปลกใจหรอกที่จะมีผู้หญิงมากหน้าหลายตามาเสนอตัวให้เขา ยอมเป็นของเล่นชั่วคราวเพราะเขามีเสน่ห์ดึงดูดบางอย่างที่ทำให้สาว ๆ ค่อนโลกหลงใหลและอยากครอบครอง แต่นั่นไม่ใช่สำหรับเธอ...

ชาลิตาปรายตามองอีกฝ่ายเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะคว้าเสื้อผ้าทุกชิ้นที่ตกอยู่ข้างเตียงขึ้นมาสวมใส่อย่างรวดเร็ว โดยไม่อยู่รอให้อีกฝ่ายตื่นขึ้นมาเจอ เธอก็รีบคว้ากระเป๋าเป้สีดำขึ้นพาดบ่า แต่ในจังหวะที่กำลังจะเดินออกไปจากห้อง เธอก็อดไม่ได้ที่จะหันกลับมามองอีกคน

ลาก่อน หวังว่าเราจะไม่เจอกันอีก...”

เสียงห้าวพึมพำออกมาเพียงเท่านั้นก็พาสองเท้าก้าวออกจากห้องไปทันที โดยที่ไม่หันหลังกลับมามองอีก...

 

เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง จนตะวันเคลื่อนมาหยุดอยู่กลางท้องฟ้า แสงแดดที่เคยสาดส่องเข้ามาอ่อน ๆ กลายเป็นแรงขึ้น จนคนหลับเริ่มรู้สึกตัว ร่างสูงขยับตัวเล็กน้อยพลางกะพริบตาถี่ ๆ ปรับสายตาให้เข้ากับแสง เขาใช้เวลาอยู่นานกว่าจะเปิดเปลือกตาที่หนักอึ้งให้ลืมขึ้นมาได้...ความรู้สึกแรกที่โจมตีชายหนุ่มคือความอิ่มเอม

ใช่แล้วล่ะ มันเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าการร่วมรักบนเตียงเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้น เร้าใจและท้าทาย เขากลืนกินหญิงสาวซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับคนตายอดตายอยากมาแรมปี กินไม่รู้จักอิ่ม กินเท่าไรก็ไม่รู้สึกเบื่อ ไม่รู้จักพอ จนเวลาล่วงเลยผ่านไป ในที่สุดความเพลียก็เล่นงานพวกเขาและผล็อยหลับไปในที่สุด

ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำให้เขารู้สึกแบบนี้มาก่อนเลย

ฟองซัวล์คลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากมากจากผู้ชายคนนี้ ก่อนที่วงแขนแข็งแรงจะตวัดไปโอบกอดร่างนุ่มนิ่มที่เขาตักตวงความหวานตลอดทั้งคืน แต่ทว่า...เขาก็ต้องเจอกับความว่างเปล่า วงคิ้วเข้มขมวดชนกัน ก่อนจะตบมือหนาลงบนเตียงสองสามครั้งควานหาร่างแม่สาวยั่ว แต่ไม่ว่าจะหาเท่าไรก็ไม่เจอ

ฟรึบ

หายไปแล้ว ร่างสูงถลึงกายขึ้นนั่งพลางตวัดสายตาไปมองที่ว่างบนเตียง พื้นที่ซึ่งก่อนหน้านี้มียายแม่มดจับจองอยู่ แต่ทว่า...ตอนนี้กลับไม่มีแล้ว ผู้หญิงคนนั้นหายไปแล้ว

คิ้วเข้มกระตุก ขณะที่ดวงตาสีฟ้าเข้มค่อย ๆ ฉายแววเย็นเยียบลงเรื่อย ๆ อารมณ์ที่กำลังดี ๆ ค่อย ๆ ลดฮวบต่ำลงจนถึงขีดสุด ในใจพลันร้อนรุ่มด้วยความรู้สึกหงุดหงิด ทั้งขัดเคืองและโมโหที่ตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอคนที่เขาเพิ่งปรนเปรอให้ตลอดทั้งคืน

ผู้หญิงคนนั้นกล้าดีอย่างไรถึงได้หนีเขาไปแบบนี้!

ดวงตาคมดุดันขึ้นอีกเท่าตัว ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิด สองมือกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว ฟองซัวล์พยายามทำให้ตัวเองใจเย็นลง ผ่านไปเกือบพักใหญ่ เขาก็สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ ก่อนจะหันกลับมามองบนเตียงอีกครั้ง ภาพอันเร่าร้อนเมื่อคืนของแม่สาวช่างยั่วก็ฉายขึ้นมาราวกับแผ่นหนัง  ไม่รู้ทำไมเขาถึงอยากจดจำทุกช่วงเวลาที่ได้ครอบครองเธอ ความบริสุทธิ์ของเธอทำให้เขารู้สึกหวงแหน ไม่อยากให้ผู้ชายหน้าไหนเข้าใกล้ ยิ่งได้เห็นหยดเลือดบนเตียงก็ยิ่งทำให้เขาแทบคลั่ง ความรู้สึกรุนแรงขึ้นไปอีก แต่ในเวลาเดียวกันก็ทำให้ชายหนุ่มคลี่ยิ้มออกมาได้ ดวงตาคมที่เคยแข็งกร้าวทอแสงอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว

หึ ก็แค่ผู้หญิงคนหนึ่งไม่จำเป็นที่นายต้องเก็บมาคิดใส่ใจเลยสักนิด เอ...”

เสียงทุ้มเอ่ยแผ่วเบา ก่อนจะตวัดขาก้าวลงจากเตียง เดินตรงไปยังห้องน้ำที่พอก้าวเข้าไปแล้วก็ต้องชะงัก เมื่อเท้าเหยียบกับน้ำที่ยังคงเฉอะแฉะเปียกเต็มพื้นอยู่ ชายหนุ่มไม่สนใจก้าวเดินต่อเข้าไปด้านใน ร่างกำยำเข้าไปหยุดยืนใต้ฝักบัวก่อนจะปล่อยให้สายน้ำไหลผ่านตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ในหัวยังคงคิดวนเวียนเกี่ยวกับสาวนิรนามที่เขาไม่ทราบชื่อ...

เขาไม่จำเป็นต้องรู้จักชื่อเธอ นั่นคือสิ่งที่เขาสมควรทำ

ใช่ว่าเขาไม่เคยมีเซ็กส์กับสาวพรหมจรรย์ ก่อนจะมีครั้งที่สอง ใคร ๆ ก็ต้องผ่านครั้งแรกกันทั้งนั้นและผู้หญิงพวกนั้นก็มักจะเลือกเขาเป็นผู้ชายคนแรกที่สอนประสบการณ์ให้กับพวกเธอ เขาเลือดเย็นพอที่จะไม่รู้สึกอะไรกับความสดซิง เขาไม่ชอบการผูกมัด ไม่ชอบให้ใครมาแสดงตนเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ไม่ชอบอะไรที่อยู่เหนือการควบคุม เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเขา มักอยู่ภายใต้การปกครองของเขาทั้งหมด

เมื่อพวกเธอต้องการเขา เขาก็ไม่เคยปฏิเสธที่จะสนอง และก่อนจะแยกทางกันเขาก็ใจดีให้ค่าตอบแทนที่สร้างความสุขให้แก่เขาไปอีกเล็กน้อย เพื่อจะได้ไม่มาวุ่นวายกันอีกในภายหลัง

หลังจากอาบน้ำเสร็จ ฟองซัวล์ก็ก้าวออกมาจากห้องน้ำ สภาพเปลือยท่อนบนคงทำให้สาว ๆ ที่เห็นกรี๊ดได้ไม่ยาก กล้ามเนื้อหน้าท้องเป็นลอนสวย ซึ่งมีหยดน้ำเกาะแพรวพราวทำให้เขาดูเซ็กซี่น่าขย้ำขึ้นไปอีก ส่วนใบหน้านิ่งเรียบแสนเย็นชาก็เป็นอะไรที่ดึงดูดเพศตรงข้ามได้เป็นอย่างดี แต่คงไม่เท่านัยน์ตาสีฟ้าเข้มลึกล้ำที่ชวนให้คนที่สบตาด้วยรู้สึกเหมือนกำลังหลุดเข้าไปอยู่ใต้ท้องทะเลลึกยากที่จะตะเกียกตะกายขึ้นมา ทั้งมีเสน่ห์และน่ากลัวในเวลาเดียวกัน...

ร่างสูงกำยำก้าวเข้าไปทรุดนั่งที่ข้างเตียง ขณะที่เอื้อมมือไปยกโทรศัพท์ไร้สายประจำห้องกดเบอร์โทรหาใครบางคน รอเพียงไม่นานปลายสายก็รับและทักทายกลับมา

[สวัสดีครับ มีอะไรให้ผมรับใช้หรือเปล่า]

ให้คนเอาเสื้อผ้าขึ้นมาให้ฉันด้วยและตามตัวแม่บ้านมาทำความสะอาดห้องหนึ่งคน ขอคนที่ปิดปากเงียบไม่พูดมาก ฟองซัวล์พูดรัวเร็วไม่คิดสนใจคนที่เอาแต่อ้ำอึ้งคล้ายฟังไม่ทัน น้ำเสียงราบเรียบแฝงแววเย็นชาทำให้เจ้าหน้าที่ที่รับโทรศัพท์ถึงกับอ้าปากค้างรู้สึกหวาดหวั่นอย่างบอกไม่ถูก

[เอ่อ...ครับ คุณคือ]

เอดิซา มีอะไรจะถามอีกไหมถ้าไม่มีฉันจะว่าง

[อะ...เอ่อ คุณคือ...คือ...]

แค่นี้ล่ะ ชายหนุ่มไม่สนใจจะฟังเสียงอึกอักอันน่ารำคาญของอีกคนรีบวางสายไป

ฟองซัวล์นั่งกอดอกพลางขมวดคิ้วหน้ายุ่ง สายตาจับจ้องไปยังหยดเลือด เคลื่อนไปมองผ้าปูเตียงสีขาวที่ยับย่นจนดูไม่ได้แล้วก็ถอนหายใจ เมื่อคืนนี้มันค่อนข้างหนักหน่วงสำหรับเขา เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกเหมือนควบคุมตัวเองไม่ได้ มันคงน่าอายมาก ถ้าใครมารับรู้เรื่องนี้เข้า เพราะฉะนั้นจะไม่มีใครได้รู้เรื่องนี้...

หมายถึงเรื่องที่เขาควบคุมตัวเองไม่ได้ ส่วนเรื่องที่เขามีอะไรกับสาวนิรนาม พอลงไปถึงข้างล่างเดี๋ยวพวกเพื่อนวายร้ายของเขามันก็วิ่งแจ้นเข้ามาถามอยู่ดี ต่อให้โกหกไปก็ไม่มีประโยชน์ ป่านนี้พวกมันคงรู้เรื่องที่เกิดขึ้นหมดแล้ว อย่าลืมว่าที่นี่เป็นผับของพวกเขา ถึงอย่างไรก็ต้องมีหมาแมวคาบข่าวไปบอกพวกมัน

ฟองซัวล์ถอนหายใจระบายความเครียดที่เริ่มปะทุขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ ชายหนุ่มสะบัดศีรษะสองสามครั้งติด ก่อนจะเดินไปที่หน้าประตู เมื่อได้ยินเสียงกริ่ง ทันทีที่เปิดประตูดวงตาคมก็ฉายแวววูบไหวไปเล็กน้อย เพราะคนที่ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูคือเพื่อนวายร้ายสองคนที่กำลังยืนกอดอก ยักคิ้วยิ้ม ๆ ส่งให้เขาอยู่

เข้ามา น้ำเสียงห้วนสั้นของเพื่อนหนุ่ม ทำให้เดโรครอปและเจเรมี่ถึงกับเบ้ปาก ก่อนจะเดินตามชายหนุ่มที่หันหลังเดินกลับเข้าไปก่อน

สิ่งแรกที่สายตาของพวกเขาโฟกัสทันทีที่เข้ามาถึงห้องนอนก็คือผ้าปูเตียงที่ยับย่นและคราบเลือดบนเตียง ทั้งเดโรครอปและเจเรมี่หันมาสบตากันโดยมิได้นัดหมาย ก่อนจะยกยิ้มเจ้าเล่ห์พลางเหลือบสายตาขึ้นมองคนที่ทำหน้าเครียด ขมวดคิ้วมุ่นโดยไม่รู้ตัว

แล้วผู้หญิงคนนั้นล่ะ หายไปไหนแล้ว เดโรครอปเริ่มเปิดประเด็นก่อนใครเพื่อน ซึ่งเจเรมี่ก็พึงพอใจกับคำถามนี้เลยไม่ได้คัดค้านอะไร ร่างสูงโปร่งของนักแสดงหนุ่มเดินไปนั่งลงที่โซฟาในห้องตรงริมหน้าต่าง ก่อนจะสบตากับเจ้าของร่างสูงที่เป็นข้อหัวสนทนา

ไม่รู้

ฮะ!” ไม่ใช่แค่เจเรมี่ที่ตกใจ แม้แต่เดโรครอปก็ยังหลุดสีหน้าเหวอ ๆ ออกมา ฟองซัวล์ไม่คิดจะสนใจสีหน้าของเพื่อน ก้าวเท้าเข้าไปกระชากชุดสำหรับใส่ไปทำงานออกจากมือของเดโรครอป แล้วเดินหายเข้าไปในห้องน้ำทันที เป็นการหลีกเลี่ยงคำถามชวนอึดอัดและชวนหงุดหงิดเป็นที่สุด...

เรื่องประหลาด ๆ แบบนี้มันมีจริงด้วยเหรอ ดูเหมือนเจเรมี่ที่อึ้งไปนานจะเพิ่งได้สติเลยครางเสียงเบาหวิวถามอย่างไม่อยากเชื่อหู

เออ ฉันก็เพิ่งเคยได้ยินเรื่องแบบนี้แหละ ที่จริงผู้หญิงคนนั้นควรจะโวยวายก่อน หรือไม่ก็เรียกร้องค่าเสียหาย หรือไม่ก็ค่าตอบแทนเพราะดูจากสภาพเตียง เมื่อคืนมันยิ่งกว่าสมรภูมิรบเสียอีก แล้วทำไม...ทำไม...” ชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าดิบเถื่อนถึงกับอ้ำอึ้งพูดไม่ออก รู้สึกเหมือนสมองถูกช็อตจนมึนงงไปชั่วขณะ ไม่ต่างจากหนุ่มหน้าหวานใจโฉดที่ได้แต่ทำหน้าปลงตก

หนีไปง่าย ๆ แบบนี้เนี่ยนะ? หมดกัน แบบนี้มันก็ไม่สนุกน่ะสิ

หมายความว่าไง?” เดโรครอปหันไปมองคนพูดอย่างไม่เข้าใจพลางเลิกคิ้วถาม

ก็...ฉันคิดว่าสาวสวยคนนั้นจะมาทำให้หนุ่มน้ำแข็งของเราลุกขึ้นมาเต้นได้น่ะสิ...” เจเรมี่ขมวดคิ้วแน่นครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

ฉันว่าเรายังพอมีหวัง

ยังไงวะ

ก็ดูสีหน้าไอ้มนุษย์น้ำแข็งเมื่อกี้นี้สิ มันแทบจะฆ่าคนได้อยู่แล้ว ท่าทางจะหงุดหงิดที่ตื่นขึ้นมาแล้วผู้หญิงคนนั้นหายตัวไป หนุ่มหน้าโหดบ้าอำนาจยักไหล่เบา ๆ พลางเหล่ตาไปมองทางประตูห้องน้ำที่เงียบกริบแต่มีการเคลื่อนไหวเบา ๆ ในนั้น เจเรมี่มองตามไป แล้วก็เริ่มจะเข้าใจความหมายของอีกคน แปลว่าไม่พลาดสินะ ตำแหน่งมาดามเอดิซาใกล้จะหลุดลอยไปตกอยู่ในมือของสาวสวยคนนั้นแล้ว

ต่างฝ่ายต่างกระตุกยิ้ม ขณะที่สมองเริ่มลงมือวางแผนการร้าย งานนี้เห็นทีคงต้องพึ่งกามเทพแผลงศรรักใส่เพื่อนกับผู้หญิงคนนั้นแล้วสิ เรื่องป่วนและกลั่นแกล้งคนอื่นโดยเฉพาะเพื่อนตัวเอง ขอให้บอกพวกเขา รับรองว่าพวกเขาเต็มใจและยินดีทำอย่างไม่คิดเกี่ยงงอนเลยทีเดียว

กำลังคิดอะไรกันอยู่ หวังว่าในบทสนทนาจะไม่มีฉันรวมอยู่ด้วยหรอกนะเสียงนิ่ง ๆ เย็น ๆ ของฟองซัวล์ ทำให้เพื่อนสองคนถึงกับสะดุ้งหลุดจากภวังค์รีบหันขวับกลับไปมองคนร่างสูงในชุดสูทเรียบหรูด้วยสายตาเลิกลั่กคล้ายคนทำความผิดที่กำลังจะถูกจับได้ ท่าทางแบบนั้นยิ่งทำให้ฟองซัวล์หรี่ตาลงจ้องเขม็งเพื่อนตัวเองอย่างขุ่นเคือง

พวกมันต้องมีแผนอะไรอีกแน่ ๆ

แล้วเรื่องผู้หญิงคนนั้น แกจะเอาไง

ฉันไม่เอาไง เฉย ๆเสียงราบเรียบของหนุ่มหน้านิ่งทำเอาเดโรครอปสตั๊นไปสามวิเผลอทำหน้าไปต่อไม่ถูกออกมา บางทีมันก็เย็นชาเกินไปจนเขานึกว่ามันไร้ความรู้สึกน่ะนะ

เฮ้ย! เฉยได้ไง แล้วนี่แกรู้ป่ะว่าสาวสวยของฉันชื่ออะไร?!”

สาวสวยของใครนะ?” ดวงตาคมกริบตวัดมองไปมองทางหนุ่มหน้าหวานอย่างขุ่นเคือง ขณะที่รังสีอำมหิตแผ่กระจายออกจากตัวเป็นวงกว้าง จนคนพูดถึงกับอ้าปากค้างพะงาบ ๆ พูดไม่ออก น้ำเสียงแบบนั้นมันอะไรกัน นี่แค่ได้ครอบครองผู้หญิงคนนั้นแค่ครั้งเดียวก็เกิดอาการหวงของซะแล้ว แล้วอย่างนี้เพื่อนเขาจะไปรอดมั้ยเนี่ย? ท่าจะอาการหนัก

ฉะ...ฉันหมายถึงสาวสวยของแกเจเรมี่ลอบกลืนน้ำลายเล็กน้อย ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมา เมื่ออีกฝ่ายมีสีหน้าดีขึ้น แม้จะยังบึ้งตึงอยู่เล็กน้อยก็ตาม น่ากลัวชะมัด

ไม่รู้

ฮะ!!” เป็นอีกครั้งที่สองหนุ่มตะโกนออกมาพร้อมกัน ไม่อยากเชื่อว่าเพื่อนของเขาจะมีอะไรกับผู้หญิงคนนั้นโดยที่ไม่รู้จักชื่อ แต่คิดอีกทีก็ไม่แปลก เพื่อนเขาสนใจจะถามชื่อคู่นอนเสียที่ไหน

จริงดิวะ แกไม่รู้จริง ๆ เหรอเดโรครอปลองถามย้ำดูอีกรอบเพื่อความมั่นใจ แต่คำตอบที่ได้กลับมาก็ยังเป็นเหมือนเดิม

ไม่รู้

อ้าว! แล้วทีนี้จะเอาไงต่อดีล่ะ แกจะปล่อยไปแบบนั้นเหรอ

อือ

เจเรมี่ถึงกับทำหน้าเหวอเป็นรอบที่สองของวัน นี่มันจะทำหน้าเฉยชาไม่รู้สึกอะไรจริง ๆ ใช่ไหม!

แกจะปล่อยไปจริง ๆ น่ะหรือ

แกต้องการคำตอบแบบไหน?” ฟองซัวล์เลิกคิ้วขึ้นสูง ขณะมองสบตากับเพื่อนหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงโซฟาริมหน้าต่าง สายตาที่ใช้มองเต็มไปด้วยความเย็นชาและเลือดเย็น แฝงไอคุกรุ่นเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม จนเจเรมี่แอบขนลุกกระแอมกระไอหลายครั้งติด

เอ่อ...”

ปล่อยไป อยากหนีก็หนีไป ฉันไม่คิดจะสนใจอยู่แล้ว

แน่ใจนะว่ารู้สึกอย่างนั้นจริง ๆเดโรครอปที่เงียบไปนานได้โอกาสถามขึ้นบ้าง น้ำเสียงแหบห้าวคล้ายเยาะเย้ยกึ่งล้อเลียนอีกคน โดยเฉพาะนัยน์ตาสีเทาที่ดูเหมือนจะรู้ทันคนอื่นไปหมดนั่นอีก มันทำให้ฟองซัวล์รู้สึกหงุดหงิด แต่ไม่ได้แสดงออกออกไปให้ฝ่ายตรงข้ามรู้ว่าคำพูดของมันกำลังมีผลต่อจิตใจเขา หัวใจเขามันกำลังสั่นคลอน คิ้วเข้มยิ่งขมวดแน่นขึ้นไปอีก

แน่ใจนะว่าจะปล่อยไป หึเสียงหัวเราะในลำคอของเดโรครอปช่วยเรียกสติของฟองซัวล์ให้กลับเข้าที่

ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มที่ยากจะคาดเดาความรู้สึก ทว่า...มันช่างน่ากลัวและชวนใจสั่นทันทีที่ได้มอง เดโรครอปค่อย ๆ หุบยิ้มเช่นเดียวกับเจเรมี่ที่เริ่มกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ดวงตาสีฟ้าเข้มฉายแววลึกล้ำอ่านยากเช่นเคย ขณะที่สบตาเพื่อนสองคนด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ทำเพียงแค่ปล่อยไอเย็นออกจากร่างเท่านั้นเป็นการข่มขู่ระดับต้น

ฉันแน่ใจและพวกแกสองคนควรจะหยุดพูดถึงเรื่องนี้สักที ฉันกับผู้หญิงคนนั้นก็แค่คนที่บังเอิญมาเจอกัน เมื่อเรื่องทุกอย่างจบก็แค่แยกทาง ไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับชีวิตฉันทั้งนั้น

ดวงตาคมหรี่ลงเล็กน้อย หลังจากที่พูดจบ ชายหนุ่มก็หันหลังเดินกลับไปทางประตูโดยไม่หันมามองหน้าเพื่อนทั้งสองคนอีก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรเหมือนกัน ความรู้สึกที่เหมือนกับทำของสำคัญหายไป ตอนนี้ในใจเขากำลังรู้สึกแบบนั้นอยู่ ทั้งที่เขาไม่ควรรู้สึกอย่างนั้น ไม่ควร...แต่มันก็ห้ามไม่ได้อยู่ดี เธอก็แค่ผู้หญิงที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเพียงชั่วข้ามคืนทุกอย่างจบลงที่เตียง แล้วแยกจาก ผู้หญิงที่เขาไม่รู้แม้แต่ชื่อ จำเป็นที่เขาต้องสนใจด้วยเหรอ? เธอก็แค่หายไป หายไปโดยไม่คิดจะบอกลาเขาเลยสักคำ!

คิดมาถึงตรงนี้แล้วชายหนุ่มก็รู้สึกถึงไอร้อนที่แผ่กระจายไปทั่วร่าง เขากำลังโกรธแม่สาวช่างยั่วคนนั้นที่ทิ้งเขาไปทันทีที่เสร็จภารกิจ มันเป็นเรื่องที่งี่เง่ามากกับการมาโกรธกับเรื่องไร้สาระพรรค์นั้น แต่...ไร้สาระงั้นเหรอ? มัน...

เขาเกิดมาเพื่อควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างให้อยู่ในกำมือ ให้อยู่ภายใต้การปกครองของเขา แต่ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ ไม่ใช่คนในปกครองของเขา เธอถึงไม่จำเป็นต้องฟังหรือทำตาม เขาไม่สามารถสั่งเธอได้ ไม่สามารถบังคับได้ ไม่สามารถ...อีกสารพัดที่อยากจะทำ เขากลับทำไม่ได้เพียงเพราะเธอคือใครที่เขาไม่รู้จัก แม่สาวนิรนามที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป...

เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าเรื่องของผู้หญิงคนนั้นอยู่เหนือการควบคุม ภาพใบหน้าของผู้หญิงคนนั้นกำลังทำให้จิตใจเขาสั่นคลอน เขาแค่รู้สึกว่าเธอแปลกดีและไม่เหมือนใคร เธอไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นและเธอทำให้เขา...เขา...

ช่างมันเถอะ ถึงอย่างไรเส้นทางของเขาและเธอก็ไม่มีทางกลับมาเจอะเจอกันได้อีก ต่างคนต่างไปไม่เกี่ยวข้องกัน เขาก็แค่ปล่อยให้มันผ่านไปเท่านั้นเอง...

คงไม่มีวันได้กลับมาเจอกันอีกงั้นเหรอ...

อืม...ถ้าเขาไม่ได้เป็นฝ่ายอยากเจอน่ะนะ

 

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha