รสรักล่าสวาท (จบแล้ว)

โดย: อรุณรัศมี



ตอนที่ 3 : อยากลืม แต่ใจกลับจำ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่3

อยากลืม แต่ใจกลับจำ

 

ชาลิตาฝืนร่างกายที่บอบช้ำจากการถูกชายหนุ่มรุกรานตลอดทั้งคืนเดินเชื่องช้าออกมาจากผับ น้ำตาหยดหนึ่งไหลอาบลงข้างแก้ม ริมฝีปากอิ่มสั่นระริกจนเธอต้องขบไว้ ทุกครั้งที่ก้าวเดินความเจ็บจะแล่นปลาบขึ้นมาเล่นงานที่จุดนั้น บ่งบอกให้รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความฝันแต่เป็นความจริง แต่ไม่รู้ทำไมเธออยากให้มันเป็นเพียงแค่ฝันร้าย พอตื่นขึ้นมาแล้วทุกอย่างก็หายไป เธอไม่ได้ถูกวางยา ไม่ได้นอนกับชายแปลกหน้า ไม่ได้สูญเสียความบริสุทธิ์ไป แต่น่าเสียดายว่ามันไม่มีทางเกิดขึ้นจริง ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่รู้สึกเจ็บแบบนี้หรอก

ชาลิตาใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงกว่าจะพาตัวเองกลับมาถึงบ้าน มือเรียวเปิดประตูรั้วเดินเข้าไปด้านใน ผ่านสวนแปลงดอกกุหลาบขาวบริสุทธิ์สวยงามละลานตา ริมฝีปากอิ่มผุดขึ้นเป็นรอยยิ้มเล็กน้อย เธอจำได้ว่าวาริสาชอบดอกกุหลาบมากแค่ไหนและเธอเองก็เช่นกัน แต่แล้วจู่ ๆ เธอต้องเบิกตากว้าง เมื่อฉุกคิดได้ว่าน้องสาวอาจจะเป็นห่วงที่เมื่อคืนเธอไม่ได้กลับบ้าน ป่านนี้วาริสาคงนั่งไม่ติดเก้าอี้แล้วแน่ ชาลิตากัดฟันทนรีบเร่งฝีเท้าก้าวยาว ๆ ฝืนความเจ็บตรงเข้าไปในบ้าน แล้วก็เป็นจริงดังคาดที่เห็นน้องสาวสุดสวยนั่งหน้าเครียดรอเธออยู่ที่โซฟา

พี่ตา!” ทันทีที่วาริสาเห็นพี่สาวกลับเข้ามาในบ้าน ร่างเพรียวบางก็รีบลุกขึ้นจากโซฟาตรงเข้าไปหาด้วยความเป็นห่วง ชาลิตาที่เห็นแบบนั้นก็รู้สึกผิดระคนเสียใจ เธอรู้ว่าวาริสาเป็นห่วงเธอแค่ไหน ถ้าไม่เพราะเกิดเรื่องนั้นเธอก็คงกลับถึงบ้านไปนานแล้วและวาริสาก็คงไม่ต้องทุกข์ร้อนใจคอยเป็นห่วงเธอ

ตื่นนานแล้วหรือยังเนี่ย ขอโทษนะที่เมื่อคืนพี่ไม่ได้กลับบ้านเลยทำให้สาพลอยเป็นห่วงไปด้วย

ไม่เป็นไรค่ะ แต่พี่ตาหายไปไหนมาคะ เมื่อคืนสาโทรไปพี่ตาก็ไม่รับสาย สาเป็นห่วงกลัวว่าจะเกิดเรื่องกับพี่ตา พี่ตาไม่ได้บาดเจ็บตรงไหนใช่ไหมคะ ไม่ได้เกิดเรื่องอะไรขึ้นใช่ไหม น้ำเสียงร้อนรนเต็มไปด้วยความเป็นห่วงของน้องสาว ทำให้ชาลิตายิ่งรู้สึกผิดขึ้นไปอีก เพราะความโง่เขลาของเธอแท้ ๆ ที่พาตัวเองไปให้ยายคุณหนูไฮโซนั่นหลอกจนเกือบจะเสียตัวให้ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังไม่รอดถูกผู้ชายคนนั้นย่ำยี จะว่าไปก็ไม่ใช่ความผิดของเขาหรอก มันเป็นความผิดของเธอเองจะโทษใครไม่ได้ อย่างน้อยในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีแฝงอยู่ เธอไม่นึกเสียใจเลยที่ตัวเองได้มอบพรหมจรรย์ให้กับเขา

พี่ตาคะ พี่ตา เป็นอะไรไปคะ ทำไมถึงเงียบไป มีอะไรก็บอกสามาสิคะอย่าปิดบังสานะ สาเป็นห่วง

พี่ไม่ได้เป็นอะไรหรอกสา พอดีเมื่อคืนพี่ไปรับงานพิเศษมา แล้วที่ร้านจัดงานปาร์ตี้น่ะพี่ก็เลยถูกดึงตัวไว้ แล้วก็ดื่มไปเยอะหน่อยเลยกลับบ้านไม่ไหว ตอนสาโทรมาพี่คงฟุบหลับไปแล้วล่ะมั้งถึงไม่ได้ยินเสียง ขอโทษด้วยนะที่ไม่ได้โทรมาบอกสาเลยทำให้เป็นห่วงใหญ่เลย ชาลิตาจำเป็นต้องโกหกน้องสาวเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายเป็นห่วงไปมากกว่านี้ หลายครั้งที่เธอต้องโกหกเพื่อให้อีกคนสบายใจไม่ต้องคิดมากที่เธอต้องมาลำบากเพราะตัวเอง

ไม่ต้องขอโทษสาหรอกค่ะ สาแค่กลัวว่าพี่ตาจะเป็นอันตรายเท่านั้นเอง พี่ตากลับมาก็ดีแล้วค่ะ สาทำข้าวต้มร้อน ๆ กุ้งตัวโต ๆ ไว้ รับรองว่าพี่ตาได้ชิมแล้วจะร้องว้าวเลย

จ้า ๆ เออนี่ พี่ได้เงินมาแล้วนะ คราวนี้เยอะพอจะให้เราเข้ารักษาได้แล้ว

พี่ตา...”

ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นหรอกน่า เงินแค่นี้เองพี่หาได้สบาย ๆ อยู่แล้ว ไปกินข้าวต้มร้อน ๆ กุ้งตัวโต ๆ กันดีกว่า ส่วนเดือนหน้าค่อยหาเงินก้อนใหม่

พี่ตาคงเหนื่อยแย่เลยสิคะ

ไม่เป็นไร เหนื่อยแค่นี้พี่ทนได้ ขอแค่ให้สาอยู่กับพี่ไปนาน ๆ ก็พอ

วาริสาฉีกยิ้มกว้างโผเข้ากอดพี่สาวเต็มแรงพลางสะอึกสะอื้นร้องไห้เบา ๆ โดยที่ไม่สังเกตเห็นอาการแข็งเกร็งด้วยความเจ็บจากเรื่องเมื่อคืน ชาลิตายกมือขึ้นลูบเส้นผมนุ่มลื่นมือไปมาตวัดวงแขนกอดกระชับน้องสาวไว้แน่น ชีวิตนี้เธอไม่เหลือใครแล้ว ถ้าต้องสูญเสียน้องสาวเพียงคนเดียวไปอีก เธอคงจะมีชีวิตต่อไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะต้องทำงานหนักแค่ไหนเหนื่อยอย่างไร เธอก็ไม่สนใจ ขอแค่มีเงินมากพอมารักษาน้องสาวให้หายเป็นปกติก็พอ ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนเธอจะคิดว่ามันเป็นเพียงฝัน อีกไม่นานเธอก็ลบเลือนมันไปได้เอง เธอควรจะก้าวต่อไปข้างหน้ามากกว่ามาคิดถึงสิ่งที่ไม่มีวันเป็นจริง

ถึงอย่างไรเธอกับเขาก็ไม่มีวันได้เจอกันอีก นี่สิ่งคือความจริงที่เธอคิดเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว

 

ฟองซัวล์กลับเข้ามาในบริษัทในช่วงบ่ายของวันนั้น หลังจากที่ตื่นมาแล้วไม่พบแม่สาวจอมยั่วที่เขาเริงรักด้วยตลอดทั้งคืน ถึงแม้ว่าเขาจะรู้สึกหงุดหงิดอยู่บ้าง แต่ก็ไม่คิดเก็บเรื่องของผู้หญิงคนนั้นมาใส่ใจอีก ก็แค่คนที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ไม่ได้มีผลประโยชน์อะไรให้เขาต้องจดจำอยู่แล้ว

พนักงานนับร้อยชีวิตออกมาต้อนรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แต่เจ้าของร่างสูงกำยำในชุดสูทเนี้ยบราคาแพงตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าก็ไม่แม้จะปรายตามองลูกน้องเลยสักนิด สองเท้ามุ่งตรงไปยังลิฟต์ ขณะที่สมองกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ทำให้ใบหน้าหล่อเหลาคมคายเคร่งขรึมลงจนติดเย็นชาไม่มีใครกล้าเข้าใกล้แม้แต่คนเดียว

เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก ฟองซัวล์ก็ก้าวออกไป จอห์นที่รออยู่หน้าห้องทำงานก็ออกมาต้อนรับ สีหน้าของเขาติดเย็นชาเหมือนกับเจ้านายไม่มีผิด หากแต่วันนี้เขากลับรู้สึกว่าเจ้านายตัวเองดูจะแผ่รังสีไอเย็นออกมาจากตัวมากกว่าปกติราวกับมีเรื่องอะไรให้ต้องครุ่นคิดอย่างหนัก ร่างสูงของจอห์นเดินนำไปเปิดประตูห้องออกกว้าง ก่อนที่ร่างสูงของผู้เป็นนายจะก้าวผ่านเข้าไป หลังจากนั้นประตูก็ถูกปิดลงพร้อมกับร่างตัวเองที่ก้าวตามไปติด ๆ

มีเรื่องอะไรหรือเปล่า ถ้าไม่ใช่ธุระสำคัญก็ออกไปก่อน ตอนนี้ฉันยังไม่อยากคุยกับใครทั้งนั้น

ฟองซัวล์ที่เพิ่งก้าวไปนั่งที่เก้าอี้ตัวใหญ่หลังโต๊ะทำงานเอ่ยขึ้น ทั้งน้ำเสียงและสีหน้ายังคงราบเรียบไร้ความรู้สึก จนคาดเดาไม่ออกว่ากำลังคิดอะไรอยู่ ชั้นที่ยี่สามสิบห้าทั้งชั้นเป็นอาณาจักรของเขาทั้งหมด ถูกแบ่งออกเป็นสิบโซนหลัก ซึ่งประกอบด้วยหลายห้อง มีตั้งแต่ห้องทำงาน ห้องโถง ห้องฟิตเนส ห้องอาหาร ห้องนั่งเล่น ห้องนอน ห้องรับแขก ห้องวีไอพี ห้องกีฬาและห้องสมุด แล้วแต่ละห้องก็จะแยกเป็นส่วน ๆ มีรายละเอียดปีกย่อยไปอีก เรื่องความหรูหราและทันสมัยไม่น้อยหน้าใคร ของทุกชิ้นล้วนแล้วแต่มีราคาแพงแบรนด์ดังด้วยกันทั้งสิ้น จากชั้นนี้มองออกไปนอกหน้าต่างระเบียงจะเห็นหอไอเฟลสัญลักษณ์ของกรุงปารีส ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกล ยิ่งตอนกลางคืนวิวทิวทัศน์จะสวยจนชวนตะลึงยิ่งกว่านี้อีก

ห้องทำงานของเขาถูกจัดไว้ในโซนแรก เพื่อให้สะดวกต่อการทำงาน เวลาใครมาขอเข้าพบจะได้ไม่ยุ่งย่ามแถวโซนอื่น ห้องนี้ตกแต่งแบบเรียบง่ายไม่เน้นความฉูดฉาด ให้ความรู้สึกสบายตาแต่น่าอยู่ เน้นโทนสีน้ำเงินกับสีดำเป็นหลัก ส่วนสีขาวจะมีให้เห็นแค่ประปรายเท่านั้น แน่นอนว่าสีน้ำเงินเป็นสีโปรดของเขา

จอห์นที่เห็นเจ้านายมีสีหน้าไม่ค่อยดีก็ลังเลใจว่าจะพูดดีหรือเปล่า หรือว่าจะรอให้เจ้านายอารมณ์ดีพร้อมคุยก่อนแล้วค่อยบอกเรื่องสำคัญ ฟองซัวล์ที่เงยหน้าขึ้นก็เห็นลูกน้องคนสนิท ซึ่งเป็นมือซ้ายของเขามีหน้าที่สืบงานและติดตามความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ในบริษัทรวมไปถึงงานสำคัญที่เขาสั่งด้วย สีหน้าลังเลของอีกฝ่ายทำให้ดวงตาคมกริบตวัดมองอย่างไม่สบอารมณ์พลางถามเสียงเย็นยะเยือกตามแบบฉบับ...ราชาน้ำแข็งที่ใครต่อใครต่างขนานนาม

มีเรื่องอะไรก็พูดมา ฉันกำลังรอฟังอยู่

คืออย่างนี้ครับเจ้านาย โปรเจ็กต์ใหม่ที่จะมีการเปิดตัวรถสปอร์ตรุ่นใหม่ที่เจ้านายเป็นคนออกแบบดีไซน์เอง ตอนนี้มีปัญหาแล้วครับ นางแบบที่ทางเราติดต่อไปถูกฝั่งตรงข้ามชิงตัวตัดหน้าไปก่อน แล้วตอนนี้ฝั่งนั้นก็เปิดตัวรถสปอร์ตรุ่นใหม่ตัดหน้าพวกเราแล้วครับ

เมื่อไหร่ พวกนั้นเปิดตัวรถสปอร์ตไปเมื่อไหร่ ถึงเสียงที่พูดจะยังคงระดับเท่าเดิม แต่กระแสเสียงกลับเย็นเยียบอีกเท่าตัว ถ้าไม่ใช่ลูกน้องคนสนิทที่ติดตามเจ้านายมานาน เขาเองอาจจะตัวสั่นรีบวิ่งหนีหางจุกตูดไปแล้วก็ได้ จอห์นถึงกับเป่าปากเล็กน้อยด้วยความโล่งใจที่ตัวเองยังคงรักษาสีหน้าได้ดีไม่หลุดกรอบ แต่พอเห็นดวงตาสีฟ้าเข้มคุกรุ่นเข้าใกล้จุดเดือดก็เริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง อยากยกมือขึ้นปาดเหงื่อจริง ๆ

เมื่อคืนครับ ในงานมอเตอร์โชว์ประจำปี งานในปีนี้จัดใหญ่มากกว่าทุกปี ทำให้พวกนั้นตัดสินใจเปิดตัวรถสปอร์ตรุ่นใหม่ในงานเป็นการโปรโมทสินค้าใหม่ไปในตัว รถสปอร์ตรุ่นใหม่ของฝั่งนั้นได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีเลยครับ คนที่มาร่วมงานให้ความสนใจมากและมียอดสั่งจองทะลุเป้า แต่ที่น่าตกใจคือแบบของตัวรถที่มีลักษณ์คล้ายคลึงกับดีไซน์ที่เจ้านายเป็นคนออกแบบทั้งหมดค่อนข้างมากเลยทีเดียว

เหมือนกัน

เกือบทุกองค์ประกอบเลยครับ ถ้าเราเปิดตัวรถสปอร์ตรุ่นใหม่ในเดือนหน้าจะต้องถูกฝั่งนั้นกล่าวหาว่าก๊อปปี้แบบแน่ ๆ

แล้วตอนนี้การผลิตดำเนินไปถึงไหนแล้ว

ใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้วครับ เหลือก็แต่ทำสีและเช็คอุปกรณ์โดยละเอียดเท่านั้น

บัดซบ!”

ปัง!

มือหนาตบลงที่โต๊ะทำงานอย่างแรงด้วยความเจ็บใจพลางตวาดลั่นระบายความคั่งแค้นที่เสียรู้ให้กับพวกมัน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นฝีมือใคร มีอยู่คนเดียวเท่านั้นแหละที่กล้าต่อกรกับเขา นัยน์ตาสีฟ้าเข้มฉายแววโกรธจัด รังสีอำมหิตแผ่กระจายไปรอบห้องจนจอห์นที่ยืนอยู่ตรงหน้าแทบลืมหายใจ เส้นเลือดฝอยปรากฏขึ้นที่ดวงตาขาวเช่นเดียวกับสันกรามปูดโปนขึ้นอย่างน่ากลัวขับเน้นให้ใบหน้าคมคายแข็งกระด้างขึ้นเป็นอีกเท่าตัว

ผมขอโทษครับที่ไม่ตรวจสอบให้ดีก่อนทำให้เราถูกพวกมันตัดหน้าขโมยงานพวกเราไปต่อหน้าต่อตาแบบนี้จอห์นก้มหน้าลงอย่างสำนึกผิดหวังให้เจ้านายเหนือหัวตวาดกลับมาหรือลงโทษที่เขาทำงานสะเพร่าจนเสียการใหญ่

ช่างเถอะ ถึงโวยวายไปตอนนี้ก็ไม่มีอะไรดี ตอนนี้คงต้องปล่อยให้เรื่องทุกอย่างเป็นแบบนี้ไปก่อน ไปสืบมาว่าพวกมันรู้รายละเอียดดีไซน์รถสปอร์ตรุ่นใหม่ได้อย่างไร ทั้งที่ฉันกำชับไว้แล้วว่าอย่าให้ข้อมูลรั่วไหลออกไปภายนอก ให้เก็บไว้เป็นความลับที่สุด คนที่เอาข้อมูลไปได้จะต้องเป็นคนใน ไปหาตัวมันมาให้ได้ ฉันต้องการได้ตัวมันโดยเร็วที่สุด

ครับนาย ผมจะรีบหาตัวมันให้เร็วที่สุด ส่วนเรื่องรถสปอร์ตรุ่นใหม่ที่กำลังผลิตอยู่ จะทำอย่างไรดีครับ ตามแผนแล้วจะต้องเปิดตัวภายในเดือนหน้า ถ้าไม่ทันบริษัทจะเสียหายหลายสิบล้านเลยทีเดียว

เรื่องนั้นเดี๋ยวฉันจัดการเอง ออกไปได้แล้ว ฉันต้องการพักผ่อน ห้ามใครรบกวนเด็ดขาด

ครับนาย

จอห์นโค้งศีรษะเล็กน้อยก่อนจะผละออกไป เมื่อห้องทั้งห้องเหลือแค่ชายหนุ่มเพียงคนเดียว รังสีอำมหิตและโหดเหี้ยมก็ขยายอาณาเขตไปโดยรอบ ดวงตาคมกริบดุดันแข็งกร้าวน่ากลัวยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ บรรยากาศในห้องชวนให้อึดอัด ความเงียบค่อย ๆ คืบคลานเข้ามา

ฟองซัวล์นิ่งเงียบไปพักใหญ่ ในสมองครุ่นคิดอย่างหนักเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น เรื่องนี้ไม่ได้เกินความคาดหมาย ที่เขาคิดไว้มันต้องเป็นแบบนี้อยู่แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังอดเจ็บใจไม่ได้อยู่ดี เอาเถอะ คิดจะล่อเสือออกจากถ้ำก็ต้องลงทุนกัน คราวนี้เขาต้องการถอนรากถอนโคนไม่คิดเก็บศัตรูไว้ให้คอยทิ่มแทงใจอีกต่อไปแล้ว ลงทุนแค่นี้ถือว่าเล็กน้อยมาก ถ้าเทียบกับสิ่งที่เขาจะได้ มันคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม

เมื่อคิดได้ดังนั้น ริมฝีปากหนาก็กระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นยะเยือก แววตาคมกล้าเปล่งประกายความโหดเหี้ยมให้ได้เห็น ภายใต้ใบหน้าหล่อเหลาแสนเย็นชา ภายในกลับเต็มไปด้วยความเลือดเย็นสามารถวางแผนกำจัดศัตรูทุกคนที่ขวางทางธุรกิจได้อย่างไม่รู้สึกผิดเลยสักนิด นี่คงเป็นนิยามของนักธุรกิจส่วนใหญ่ ถ้าคิดจะเป็นใหญ่อย่าใจอ่อนให้กับศัตรู ครั้งหนึ่งเขาก็เคยเป็นแบบนั้น แล้วเป็นยังไง วันนี้มันก็กลับมาทำร้ายเขาได้อย่างไร้จิตสำนึก หลงลืมไปว่าครั้งหนึ่งเขาเคยปล่อยมันไป ไม่อย่างนั้นมันไม่ได้มีชีวิตมากร่างใส่เขาแบบนี้หรอก!

เปลือกตาของชายหนุ่มค่อย ๆ ปิดลง ความเงียบทำให้เขาจิตใจสงบลงได้ไม่ยาก เพราะความเหนื่อยล้าผนวกกับความเครียดทำให้ชายหนุ่มหลับใหลเข้าสู่ห้วงนิทราในที่สุด

หากแต่ในฝันกลับปรากฏภาพความเร่าร้อนระหว่างเธอกับเขา ทุกท่วงท่าลีลา การเคลื่อนไหวที่สอดผสานกันเป็นอย่างดี เสียงครางกระเส่าด้วยความเสียวซ่านของอีกฝ่าย ใบหน้าสวยเย้ายวนวอนขอการเติมเต็มจากเขา ทุกอย่างยังคงเด่นชัด จนเขาไม่อาจสลัดมันออกไปได้ ทำเอาจิตใจปั่นป่วนร้อนผ่าวไปทั้งตัว ปวดร้าวจนถึงขั้นสะดุ้งตื่นจิตใจเตลิดไม่สามารถข่มตาหลับได้อีก

ให้ตายสิ ถึงกับตามมาหลอกหลอนฉันถึงในฝันเลยงั้นเหรอ เธอมันยายแม่มดชัด ๆ ชาตินี้ทั้งชาติขออย่าให้ได้เจอะเจอกันอีกเลย

 ฟองซัวล์ขอปฏิญาณกับตนเองว่าอย่างไรก็ไม่มีทางขอพบเจอผู้หญิงคนนั้นอีก เธอคือตัวหายนะที่ทำให้เขาไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ไม่ว่าจะหลับหรือตื่นก็เอาแต่คิดถึงเธอ ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผุดขึ้นเป็นฉาก ๆ ตั้งแต่ที่เขาออกมาจากผับแล้ว จนถึงตอนนี้ก็ยังสลัดไม่หลุด เธอเป็นตัวหายนะที่เขาควรอยู่ให้ห่างไกลที่สุด ก่อนที่ชีวิตเขาจะไร้ซึ่งอิสรภาพต้องถูกผูกมัดติดกับยายแม่มดไปตลอดกาล หัวใจดุจน้ำแข็งของเขากำลังจะละลายเพียงเพราะยายแม่มดอย่างนั้นเหรอ

 

วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไม่ทันไรก็ผ่านไปได้หนึ่งเดือนแล้ว ในทุก ๆ วันที่ผ่านไป ในใจของชาลิตากลับรู้สึกว่ามันเชื่องช้า เนิ่นนานเหลือเกิน ใจเธอคอยแต่จะหวนนึกถึงชายคนนั้นที่เป็นคนแรกที่ได้ครอบครองเธอและอาจจะเป็นคนสุดท้ายที่เธอจะยอมมีสัมพันธ์ลึกซึ้งด้วย เธอไม่เข้าใจว่าตัวเองเป็นอะไรไป ทำไมต้องคอยแต่นึกถึงผู้ชายคนนั้น ทั้ง ๆ ที่ตัดสินใจแล้วว่าชาตินี้จะไม่มีวันเจอะเจอกับเขาอีก แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับร่ำร้องอยากเจอแต่เขา

เธอต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ ผู้ชายคนนั้นเป็นใครกัน มีสิทธิ์อะไรมาทำให้เธอรู้สึกแบบนี้

วาริสาที่เดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นเห็นพี่สาวแสนสวยกำลังนั่งเหม่อลอย หัวคิ้วแทบชนกันก็เกิดสงสัย รีบเดินตรงเข้าไปหาด้วยความเป็นห่วงทันที เรือนร่างบอบบางในชุดกระโปรงยาวกรอมเท้าลายดอกไม้ทรุดนั่งที่โซฟา ดวงตาคู่หวานจดจ้องมองพี่สาวที่ยังคงไม่รู้สึกตัวว่ามีใครมานั่งอยู่ข้าง ๆ แล้ว เกิดอะไรกับพี่ตากันนะ เห็นเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อหนึ่งเดือนก่อนแล้ว ตั้งแต่ที่หายไปคืนนั้นพอกลับบ้านมา จิตใจก็ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว แววตาเหม่อลอยคล้ายกับหลุดไปอยู่อีกโลกหนึ่ง แถมคิ้วเรียวยังเอาแต่ขมวดมุ่นราวกับครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ตลอดเวลา

พี่ตาคะ พี่ตา เสียงหวานร้องเรียกพี่สาวพลางยกมือขึ้นเขย่าตัวของอีกคนเบา ๆ ทำเอาชาลิตาที่กำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อยถึงกับสะดุ้งหันขวับกลับมามองคนเขย่าเขม็ง

“...”

พะ...พี่ตา โกรธสาหรือคะ สาขอโทษคะ สาไม่ได้ตั้งใจทำให้พี่ตาโกรธ อย่าโกรธสาเลยนะคะ วาริสารีบละล้าละลักบอกเสียงสั่น น้ำตาใสเอ่อคลอดวงตา ชาลิตาที่เพิ่งได้สติพอเห็นน้องสาวทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ก็รู้สึกผิดขึ้นมา วาริสาไม่ได้ทำอะไรผิดหรอก แต่เป็นเธอนี่แหละที่ผิดเต็มประตู

สาไม่ต้องขอโทษหรอก พี่ผิดเองแหละ พอดีพี่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยน่ะ ขอโทษนะที่ทำให้ตกใจ

อ๋อ ที่แท้ก็แบบนี้นี่เอง สาก็นึกว่าพี่ตาโกรธสา พี่ตาเป็นอะไรหรือเปล่าคะ ปกติพี่ตาไม่เคยใจลอยแบบนี้ สาเรียกตั้งหลายครั้ง พี่ตาก็ไม่ตอบ หรือว่าเครียดเรื่องค่ารักษาพยาบาลของสาคะ ถ้าเป็นอย่างนั้นสาไม่รักษาก็ได้ค่ะ พี่ตาจะได้ไม่ต้องคิดมากอีกเห็นแววตาใสซื่อของน้องสาว ชาลิตาก็ถึงกับปวดใจ เธอรู้ว่าน้องสาวเป็นห่วงกลัวว่าเธอจะทำงานหนักเกินไป จนสุภาพย่ำแย่ แต่จะให้เธอทำอย่างไรได้ในเมื่อร่างกายของน้องสาวไม่อยู่รอเธอ ต่อให้เหนื่อยหนักสักแค่ไหน เธอก็ต้องทำ เพื่อจะรักษาชีวิตของน้องสาวไว้ เหนื่อยแค่นี้สำหรับเธอกลายเป็นเรื่องเล็กไปเลย

เรามีกันอยู่แค่สองคนนะสา ยังไงพี่ก็ต้องหาทางรักษาสาให้หายให้ได้ แล้วอีกอย่างพี่ก็ไม่ได้เหนื่อยขนาดนั้น แค่มีเรื่องต้องให้คิดนิดหน่อย สาอย่าคิดมากไปเลยนะ

แต่ถ้าสาแข็งแรงกว่านี้ พี่ตาก็คงไม่ต้องเหนื่อย ไม่ต้องลำบากแบบนี้หรอกค่ะ สาขอโทษนะคะ ขอโทษจริง ๆน้ำตาใสกลิ้งกลอกไปมาในดวงตาคู่หวาน ชาลิตาที่เห็นแบบนั้นความรู้สึกผิดยิ่งทวีคูณอีกเท่าตัว เพราะเธอเอาแต่คิดถึงผู้ชายคนนั้น จนทำให้น้องสาวเข้าใจผิด เธอนี่เป็นพี่สาวที่แย่จริง ๆ

ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว เดี๋ยวพี่จะออกไปทำงาน อยู่บ้านคนเดียวก็อย่าลืมปิดประตูให้แน่นหนา ลงกลอนให้ดี ถ้าเกิดมีเรื่องอะไรฉุกเฉินก็โทรหาพี่ ห้ามอุบอิบเอาไว้คนเดียวล่ะ ชาลิตารีบเปลี่ยนเรื่องก่อนจะกำชับเสียงเข้ม กลัวว่าน้องสาวที่อยู่บ้านคนเดียวจะเกิดอันตราย น่าเสียดายที่เธอไม่สามารถพาน้องสาวไปทำงานด้วยได้ วาริสาถึงต้องอยู่บ้านคนเดียว

ค่า ๆ สารู้แล้วล่ะค่ะ พี่ตาพูดแบบนี้กับสาทุกครั้งที่ออกไปทำงาน จนสาจดจำทุกคำพูดได้ขึ้นใจแล้วค่ะ พี่ตารีบไปทำงานเถอะนะคะ อย่าเป็นห่วงสาเลย สาดูแลตัวเองได้ค่ะ จริง ๆ นะคะ วาริสาที่ถึงแม้จะมีร่างกายอ่อนแอกว่าคนอื่น แต่อุปนิสัยเป็นคนร่าเริงมักสร้างรอยยิ้มให้คนรอบข้างได้เสมอตอบรับด้วยน้ำเสียงทะเล้น รอยยิ้มเย็นตาปรากฏให้เห็น จนชาลิตารู้สึกวางใจไปได้เปลาะหนึ่ง เธอคลี่ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะโน้มตัวเข้าไปกอดอีกคน

พี่ไปทำงานแป๊ปเดียว เสร็จแล้วจะรีบกลับมาทันทีเลย ถ้าง่วงก็เข้านอนได้เลยนะ ไม่ต้องรอพี่ เดี๋ยวอาการจะแย่ลงไปอีกรู้ไหม”

ค่ะพี่ตา ถ้าสาง่วงจะนอนหลับทันที ไม่ทำให้พี่ตาเดือดร้อนแน่นอน

ฮึ พูดอะไรแบบนั้นยายเด็กแสบ เดือดรงเดือดร้อนอะไรกัน ไม่มีเสียล่ะ รีบกินข้าวกินปลาซะนะ เสร็จแล้วก็เข้าไปนอนเลย ถ้าวันนี้พี่กลับมาแล้วเจอเรานอนอยู่ที่โซฟาข้างล่างอีก พี่จะโกรธไม่ยอมพูดด้วยจริง ๆ ชาลิตาขู่สำทับเพราะรู้ว่าน้องสาวตัวเองดื้อรั้นขนาดไหน วาริสาที่ได้ยินแบบนั้นก็ทำหน้ายู่เล็กน้อย ก่อนจะตอบรับเสียงใส

รับทราบค่ะพี่สาวสุดสวย

สวยเสยอะไร หน้าตาพี่ก็งั้น ๆ แหละ สู้เราไม่ได้หรอก เอาล่ะพี่ต้องไปแล้ว ดูแลตัวเองดี ๆ นะ เดี๋ยวพี่กลับมา ชาลิตาไม่อาจยืดเยื้อได้อีก เพราะใกล้จะถึงเวลางานแล้ว หลังจากที่ร่ำลาน้องสาวเสร็จก็ตรงดิ่งออกจากบ้านรีบขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินมุ่งตรงไปยังผับนอกเมืองทันที

 

บาร์โลน่าผับ

แสงสลัวในผับ มีเพียงแสงไฟวิ่งวุ่นดวงเล็ก ๆ หลากสีส่องไปมา ทำให้ยังพอมองเห็นบรรยากาศด้านใน ตอนนี้ผับเปิดทำการแล้ว ลูกค้าส่วนใหญ่ที่มาผับนี้จะเป็นพวกชนชั้นกลาง ไม่ถึงกับรวยมาก แต่ถือว่ามีอันจะกิน อายุของลูกค้าส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงวัยทำงาน เวลาตกดึกก็จะมาสังสรรค์กันเพื่อผ่อนคลายความเครียด ได้ใช้เวลาดื่มเหล้าและฟังเพลงช่วยทำให้จิตใจสงบขึ้น

ชาลิตาเองที่ทำงานอยู่ที่นี่มาหลายปีก็ค่อนข้างคุ้นชินกับภาพตรงหน้าเสียแล้ว ไม่ได้แตกตื่นหรือตกใจกลัวกับการที่มีชายหนุ่มมากหน้าหลากตาพยายามส่งสายตาเชิญชวนมาให้ อีกทั้งแววตาโลมเลียพวกนั้นก็ยังอยู่นอกสายตา อย่างมากก็ได้แค่มองเท่านั้น ถ้าขืนพวกเขาคิดจะทำอะไรเธอล่ะก็...ศพไม่สวยแน่

 ร่างเพรียวในชุดลำลอง เสื้อกล้ามสีดำคลุมทับด้วยเสื้อแขนยาวสีน้ำตาลเข้มและกางเกงสีเดียวกันเข้ารูป รองเท้าผ้าใบเก่า ๆ ของเธอยังคงเป็นเอกลักษณ์เหมือนเดิม การแต่งตัวของหญิงสาวกลายเป็นความเคยชินของผู้ที่พบเห็นไปเสียแล้ว ไม่จำเป็นต้องแต่งอะไรให้มาก เพราะแค่หน้าตาเธอก็ชนะขาดลอย รูปร่างของเธอสูงเพรียวโปร่งบางดูคล่องแคล่วเวลาก้าวเดิน ใบหน้าเรียวสวยคมราวกับนางฟ้า สวยจนสามารถสะกดทุกสายตาให้หยุดอยู่ที่เธอได้ทันทีที่ปรากฏตัว

เวลาผ่านไปได้พักใหญ่ เสียงกีตาร์ก็โซโล่ขึ้นเบา ๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของนักร้องสาวสวยสุดเซ็กซี่ ชาลิตาในตอนนี้อยู่ในชุดใหม่ แต่งตัวแบบพั้งค์ร็อค กรีดอายไลเนอร์ดำเข้มเน้นดวงตาให้เฉี่ยวคมขึ้นอีก ริมฝีปากอิ่มทาทับด้วยสีม่วงคล้ำ ทรงผมถูกเปลี่ยนให้แสกกลางแล้วดัดหยิก จนกลายเป็นสาวเปรี้ยว มั่นใจ มีเสน่ห์ลึกลับน่าค้นหา ยิ่งเสียงร้องของเธอก้องกังวาน ไม่หวานแต่แหบห้าวปนเซ็กซี่เพราะจับใจคนฟัง ที่เสื้อกล้ามสีน้ำตาลมีโซ่สีดำเส้นเล็กหลายเส้นประดับอยู่ กางเกงขายาวถูกกรีดขาดเป็นช่วง ๆ ทำให้เห็นเนื้อหนังวับแวม เพียงเท่านั้นก็ทำให้คนที่อยู่ด้านล่างหัวใจกระตุกวูบเลือดสูบฉีดพลุ่งพล่านได้แล้ว

ชาลิตาที่จับไมค์ขาตั้งร้องเพลงอยู่ก็รับรู้ได้ถึงรังสีบางอย่างที่สาดใส่ร่างเธอ ให้ความรู้สึกถึงอันตรายบางอย่าง จนเธอหายใจติดขัด สัญชาตญาณบอกให้เธอระวังตัวตลอดเวลาพลางสอดส่องสายตามองหาความน่ากลัวที่ว่านั่น ใครกันที่จ้องมองเธอด้วยสายตาแบบนี้ เธอเริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัยอย่างไรบอกไม่ถูก เกิดมายังไม่เคยเจอกับสายตาแบบนี้เลย แต่แล้วชาลิตาก็ต้องชะงักค้างลมหายใจสะดุด เมื่อได้สบเข้ากับดวงตาสีฟ้าเข้มลึกล้ำคล้ายอยู่ใต้ท้องสมุทร ดวงตาที่สามารถทำให้ใครหลายคนที่ได้สบหลงวนอยู่ในนั้นหาทางกลับไม่เจอ

เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกสั่นสะท้านไปทั้งร่าง หัวใจถูกบีบเคล้นรุนแรง เธอไม่คิดว่าจะได้กลับมาเจอกับเขาอีกครั้ง ผู้ชายที่เป็นคนแรกของเธอ

ดวงหน้าสวยรีบเบือนหน้าไปมองทางอื่นพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่หันไปมองทางชายหนุ่มร่างกำยำท่าทางภูมิฐานที่ยืนหลบอยู่มุมห้องในเงามืดที่แทบไม่มีใครสังเกตเห็น เธอรับรู้ได้ถึงสายตาน่ากลัวและดุดันของเขาที่มองมาราวกับจะแผดเผาเธอให้มอดไหม้ เธออยากรู้นักว่าเขามาที่นี่ได้ยังไง แล้วมีสิทธิ์อะไรมาโกรธแค้นเธอ ความสงสัยและไม่เข้าใจฉายชัดในดวงตา แต่ก็ต้องเก็บงำเอาไว้ไม่เผยสีหน้าอะไรออกไป หวังว่าพอเสร็จงานจะรีบหนีหน้าเขาไปให้ไกล ไม่คิดอยากเสวนากับเขาสักวินาทีเดียว

แต่ให้ตายสิ ใจเจ้ากรรมกลับดันวนเวียนคิดถึงแต่เขา ยิ่งตอนนี้สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นร้อนแรงสื่อความนัย ร่างกายเธอก็เกิดปฏิกิริยาร้อนวูบวาบขึ้นมา ทุก ๆ ครั้งที่สายตาของเขาลากผ่านไปยังจุดนั้น ๆ คล้ายกับมีมือมากมายสัมผัสแตะต้องตัวเธอ ดวงตาสีฟ้าเข้มพออยู่ในความมืดก็เกือบจะกลายเป็นสีดำ มันยิ่งทำให้เขาลึกลับและน่าเกรงขามขึ้นไปอีก ช่วงเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เธอปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคิดถึงเขา ทุกครั้งที่หลับตาจะเห็นภาพที่เขาและเธอร่วมรักกัน ทุกสัมผัสทุกท่วงท่ายังคงตราตรึงอยู่ในใจ แม้อยากจะลืมเลือน แต่มันก็ยากเหลือเกิน เธอพยายามเตือนตัวเองว่าเพราะเขาเป็นคนแรกที่ครอบครองเธอ จึงทำให้เธอรู้สึกหวั่นไหวเผลอไผลไปกับประสบการณ์ที่เขามอบให้ แต่เธอรู้ดีแก่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ในวันนั้น เธอก็ไม่สามารถกลับไปเป็นตัวของตัวเองได้อีก ไม่สามารถทำให้หัวใจที่เคยเย็นชาไม่ให้อ่อนไหวยามคิดถึงใบหน้าเขา รอยประทับที่เขาตีตราไว้ คำพูดปลอบโยน ทุกอย่างที่รวมเป็นเขา เธอทำใจให้ลืมไม่ได้เลย

ความคิดถึงและว้าวุ่นใจกำลังจะฆ่าเธอให้ตายทั้งเป็น

ฟองซัวล์ไม่คิดจะละสายตาจากคนที่อยู่บนเวทีแม้แต่วินาทีเดียว เป็นเวลากว่าหนึ่งเดือนที่เขาไม่ได้เจอกับเธอ หญิงสาวนิรนามที่ฉุดกระชากลากถูเขาเข้าห้องและเริงรักกันอย่างเมามันจนใกล้รุ่งสาง แม่สาวจอมยั่วของเขา

คงไม่มีใครคิดว่าคนอย่างเขา ฟองซัวล์ เอดิซา ผู้ชายที่แค่อยู่บนเตียงเฉย ๆ ก็สามารถทำให้สาว ๆ กระโจนเข้าใส่คอยดับกระหายความใคร่ให้เขาอย่างเต็มอกเต็มใจ ทันทีที่กิจกรรมจบสิ้น เขาก็ไล่พวกเธอได้อย่างเลือดเย็นไม่คิดปรานี ไม่แม้แต่จะถามชื่อให้เปลืองพื้นที่ในสมอง เพราะสมองเขามีไว้ใช้แค่เรื่องธุรกิจเท่านั้น แต่บัดนี้พื้นที่กว่าครึ่งในสมองเขากลับถูกใช้ให้คิดถึงใครบางคน จนต้องมายืนแผ่รังสีอำมหิตใช้ดวงตาสีฟ้าเข้มดุดันตรงเข้าฟาดฟันผู้ชายทุกคนที่คิดจะยุ่งกับคนของเขา แน่นอนว่าแม้จะไม่เห็นตัวคนปล่อยรังสีไอเย็น แต่ทุกคนที่อยู่โดยรอบก็รู้สึกได้ พอเริ่มรับรู้ถึงความไม่ปลอดภัยก็ขยับตัวกระสับกระส่ายพากันทยอยหนีออกไปด้วยความเร็วอย่างไม่ทราบสาเหตุว่าตัวเองทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร แต่ที่แน่ ๆ ถ้าพวกเขายังอยู่ในนี้อาจตายได้เพราะรังสีอำมหิตนั้น

ในช่วงแรก ๆ เขาก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมากนัก หรืออาจจะรู้สึก แต่แค่แกล้งทำเป็นไม่สนใจ ทำไมผู้ชายอย่างเขาจะต้องใยดีเพียงเพราะผู้หญิงคนเดียวที่ผ่านมามีความสัมพันธ์กับเขาชั่วข้ามคืน ท่าทางมาดแมนทอมบอยแบบนั้น ไม่เคยอยู่ในลิสต์ผู้หญิงที่เขาคิดจะควงเล่น แต่เมื่อได้สัมผัส ได้แตะต้อง เขาก็ยากที่จะหักห้ามใจ เธอไร้เดียงสา หากแต่เร่าร้อน เธอเรียนรู้ทุกอย่างที่เขาสอนได้อย่างรวดเร็วและตอบสนองกลับมาร้อนแรงไม่แพ้กัน

คล้ายกับมีเสน่ห์ดึงดูดบางอย่างที่ทำให้เขาอยากใกล้ชิด วันเวลาที่ผ่านไปเขาได้แต่ร้อนรุ่มในใจไม่ต่างจากคนป่วยที่ไม่ทางเยียวยา เริ่มแรกเขาดื้อดึงเรียกสาว ๆ ขึ้นไปฟัดบนเตียงระบายความใคร่ แต่อารมณ์ก็ไม่บรรลุถึงจุดสูงสุดค้างเติ่งกลางอากาศ จนเขาต้องไล่ตะเพิดพวกเธอไป เขากลายเป็นคนหงุดหงิดง่าย เห็นอะไรก็ขวางหูขวางตา ไม่สบอารมณ์ไปเสียหมด เขารู้ว่าตัวเองเป็นอะไร ทางเดียวที่เขาจะหายจากอาการนี้มีอยู่ทางเดียวเท่านั้น คือเขาต้องหาเธอ ยารักษาอาการป่วยที่จะดับกระหายเร่าร้อนในกายเขาได้

 เขาตัดสินใจให้ลูกน้องคนสนิทตามสืบประวัติเธอทุกอย่าง พ่อแม่ ญาติพี่น้อง กระทั่งที่อยู่ที่ทำงานก็สืบมาหมด แต่พอรู้แล้วเขาก็ยังรั้งรอ คิดว่าผ่านไปนานวันเข้าก็อาจจะหายดีกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม แต่มันกลับยิ่งทรมาน เมื่อรู้ว่าเธออยู่ใกล้แค่เอื้อม เพียงเขาไปหาก็จะได้เจอเธอ เขากระสับกระส่ายเหมือนถูกไฟลน กระวนกระวายเหมือนสัตว์ป่าดุร้ายที่กระหายต่อความใคร่ แล้วไม่ได้รับการปลดปล่อย จนถูกไอ้บีและไอ้จีแซวหลายต่อหลายครั้ง พอพวกมันทนไม่ไหวก็ไล่เขาให้มาหาเธอ

เขาจำเป็นต้องทรมานตัวเองไปเพื่ออะไรกัน ในเมื่อรู้ว่าตัวเองจะหายด้วยวิธีไหน ทำไมเขาต้องอดทน ที่เขาอดทนไม่มาหาเธอตั้งแต่แรก เพราะรู้ดีว่าทันทีที่ได้เจอเธอ ลางสังหรณ์บางอย่างเตือนว่าหัวใจของเขาอาจจะถูกช่วงชิงไป มันจะไม่ใช่ของเขาอีก เขาจะถูกผูกมัด ถูกพันธนาการไว้ไม่สามารถไปรักใครได้ นอกจากเธอ...

ความรู้สึกที่รุนแรงแบบนี้ มันอยู่เหนือความคาดหมาย ถึงเขาจะไม่อยากยอมรับ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าครึ่งหนึ่งของหัวใจถูกยายแม่มดแย่งชิงไปเรียบร้อยแล้ว

แน่นอนว่าการมาในครั้งนี้ ย่อมหมายความว่าเขาจะไม่ยอมเสียเปรียบเพียงฝ่ายเดียว เธอจะต้องรู้สึกเช่นเดียวกับเขา เขาจะจับเธอกลืนกินและยัดตำแหน่งมาดามเอดิซาให้อย่างไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ ทั้งสิ้น

ในเมื่อเขาอยากได้ ก็ต้องได้ เมื่อเขาอยากให้เป็น เธอก็ต้องเป็น

ถึงเวลาที่นายพรานจะออกล่าเหยื่อ

แม่เสือสาว...เธอไม่มีวันหนีฉันไม่พ้นหรอก!

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha