รสรักล่าสวาท (จบแล้ว)

โดย: อรุณรัศมี



ตอนที่ 4 : นายพรานออกล่าเหยื่อ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่4

นายพรานออกล่าเหยื่อ

 

เมื่อเพลงสุดท้ายจบลง ชาลิตาก็ไม่รอช้ารีบก้าวลงจากเวที ใบหน้าสวยฉายชัดถึงความกังวล ขณะสองเท้าก้าวยาว ๆ อย่างเร่งรีบพาตัวเองเดินหนีไปด้านหลัง หญิงสาวไม่คิดหยุดทักทายเพื่อนร่วมวงเลยสักนิด แม้แต่คำถามของเพื่อนหนุ่มก็ไม่เสียเวลาตอบ ตอนนี้เธอต้องรีบหนีไปจากที่นี่ ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน แต่ลางสังหรณ์บอกว่าการได้พบเจอเขาในครั้งนี้ มันต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่ เธอกลัวว่านอกจากจะเสียตัวให้เขาแล้ว อาจจะต้องเสียหัวใจให้เขาอีกด้วย

ร่างเพรียวเดินเลี้ยวเข้าไปยังห้องแต่งตัว ซึ่งเป็นห้องเดี่ยวชั้นเดียวด้านหลังสุด มีไว้สำหรับเธอโดยเฉพาะ เพราะทำงานมาหลายปี เจ้าของร้านเลยจัดการเปลี่ยนจากห้องเก็บของเป็นห้องแต่งตัวให้เธอ เวลามาทำงานเธอก็ต้องแวะมาห้องนี้ก่อน เพื่อมานั่งแต่งตัวแต่งหน้าก่อนออกไปร้องเพลง โดยปกติเธอจะไม่แต่งหน้า ยกเว้นในเวลางานและส่วนใหญ่ก็จะแต่งเข้มจัดตามแนวเพลงที่ร้องในผับ

เธอต้องเข้าทำงานที่นี่ทุกวัน ตั้งแต่เวลาสองทุ่มถึงเที่ยงคืน รายได้ต่อเดือนเทียบเป็นเงินไทยก็สองหมื่นห้า แต่ค่าครองชีพที่สูงและรายจ่ายอื่น ๆ ทำให้ในแต่ละเดือนเธอต้องใช้เงินอย่างประหยัด เพื่อเก็บไว้เป็นค่ารักษาพยาบาลของวาริสาอีก มันไม่ใช่จำนวนน้อย ๆ เลย เธอที่ต้องรับหน้าที่ดูแลทุกอย่างในบ้าน จึงต้องทำงานหลายหน้า เพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว วาริสาเป็นโรคหัวใจมาตั้งแต่เด็ก ทำให้ทำงานหนักไม่ได้ เธอจึงให้น้องสาวพักอยู่ที่บ้านไม่ยอมให้ออกตะลอนไปทำงาน วาริสาเป็นน้องสาวที่น่ารักของเธอ ทุกวันจะปักผ้า ถักไหมพรม หารายได้อีกทางหนึ่งช่วยเธอ เธอไม่คิดว่านี่คือความยากลำบาก ขอแค่ได้เห็นน้องสาวมีความสุข ไม่ต้องเจ็บป่วยจากโรคภัยไข้เจ็บก็พอ

มือเรียวรีบดึงโซ่เส้นเล็ก ๆ ออกจากตัว ก่อนจะเดินลิ่วอย่างว่องไวไปหยิบเสื้อผ้าของตัวเองยัดใส่กระเป๋าเร็ว ๆ ตอนนี้เธอไม่มีเวลาแล้ว ไม่มีเวลาแล้วจริง ๆ แต่ในจังหวะที่ชาลิตาหันหลังกลับกำลังจะก้าวไปจากห้อง สองเท้าก็หยุดชะงักอยู่กับที่ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างตกใจที่ตอนนี้มีใครอีกคนยืนขวางประตูอยู่ ด้วยสัญชาตญาณหญิงสาวรีบถอยหลังไปหลายก้าว ดวงตายังคงจับจ้องมองคนตรงหน้าอย่างไม่วางตา ผิดกับชายหนุ่มที่มาใหม่ เขาทำเพียงจ้องมองเธอนิ่ง ๆ พลางสาวเท้าเดินเข้าไปหา

ท่าทางนิ่งเรียบแต่แฝงแววอันตรายเต็มเปี่ยมของชายหนุ่ม ทำให้หญิงสาวที่ยังไม่หายตกใจยิ่งหวาดระแวงขึ้นไปอีก แม้จะคุมสีหน้าให้เป็นปกติได้แล้ว แต่แววตากลับสั่นระริกระแวดระวังภัยอยู่ตลอดเวลา ปากอิ่มเม้มแน่นพลางสอดส่องสายตาหาทางหนี ทั้งที่จริง ๆ เธอไม่มีความจำเป็นต้องหนีเลย ในเมื่อเธอไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ท่าทีคุกคามแบบนั้นมันทำให้เธอรู้สึกอึดอัดคล้ายกับคนหายใจไม่ออกเพราะกำลังจะจมน้ำตาย!

จมลึกลงไปใต้ท้องสมุทรอันเวิ้งว้างที่แสนจะหนาวเหน็บ ผู้ชายคนนี้มีความสามารถถึงขนาดนี้เลยหรือ แค่สบกับดวงตาสีฟ้าเข้มลึกล้ำของเขาก็ทำเอาอ่อนระทวย สติเลือนหายไปในพริบตา แต่เดี๋ยวก่อน หญิงสาวหาใช่คนที่จะมาเลอะเลือนเพียงเพราะผู้ชายคนเดียวที่ไหน เธอไม่ปฏิเสธว่าเขาหล่อเหลา ทรงเสน่ห์ไม่เหมือนใคร เธอก็แค่หวั่นไหวไปชั่วขณะเท่านั้นเอง

“คุณเข้ามาในนี้ได้อย่างไร ที่นี่ไม่ใช่ที่ ๆ ใครนึกอยากจะเข้าก็เข้ามาได้นะ คุณกลับไปออกไปเสียเถอะ ไม่อย่างนั้นฉันจะร้องเรียกให้คนมาช่วย น้ำเสียงแหบห้าวออกปากไล่อย่างไม่เกรงใจ กระแสเสียงยังคงราบเรียบไร้ความรู้สึก จะมีก็แต่นัยน์ตาสีนิลที่ฉายแววหวาดหวั่นให้ได้เห็นเท่านั้น

หึ งั้นก็ร้องเลยสิ ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าจะมีใครกล้าเสนอหน้าเข้ามาได้ ถ้าฉันไม่อนุญาต เชิญ ฟองซัวล์เอ่ยเสียงเรียบ สีหน้าบอกชัดถึงความท้าทายส่งไปให้อีกคน ชาลิตารู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดียังไงแปลก ๆ ฟันขาวราวไข่มุกขบเข้าที่ริมฝีปากล่างพยายามบังคับไม่ให้สั่นระริก ขณะที่สมองกำลังประมวลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขามาหาเธอที่นี่อีกทำไมกัน เธออุตส่าห์หนีออกมาแล้ว ไม่คิดเรียกร้องความรับผิดชอบ เขาก็น่าจะพึงพอใจแล้วนี่

ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ แม้สีหน้าของชาลิตาจะยังปกติ แต่แววตากลับสั่นไหวคิดหาทางออก ห้องนี้ถูกทาด้วยสีขาวนวล เป็นห้องเล็ก ๆ ซึ่งมีทางออกเพียงทางเดียว ก็ทางที่มนุษย์น้ำแข็งขวางเธอเอาไว้นั่นแหละ คนอะไรกันทำสีหน้าเป็นอยู่อย่างเดียวหรือไง นิ่งแล้วก็นิ่ง สมกับสีตาเลย เธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกเขาดูดลงไปใต้มหาสมุทรอย่างไรอย่างนั้น

รังสีไอเย็นที่แผ่ออกมารอบตัวชายหนุ่ม ทำให้ร่างเพรียวรู้สึกหนาวเหน็บ ความกลัวทวีคูณขึ้นมา ความเงียบทำให้พวกเขาได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน ก่อนที่ชาลิตาจะเอ่ยทำลายความเงียบ เพราะทนไม่ไหวกับบรรยากาศชวนอึดอัดนี้จริง ๆ

คุณมาที่นี่ทำไม ต้องการอะไรอีก มีอะไรก็ออกไปคุยกันข้างนอกสิ ในนี้ฉันคุยไม่สะดวก

แต่ฉันชอบคุยในนี้มากกว่า ทำไมล่ะ ห้องนี้ก็ออกจะกว้าง หรือว่าเธอกลัวอะไร กลัวฉันเหรอ ฟองซัวล์ก้าวเท้าไปข้างหน้าทีละนิดอย่างไม่ต้องการให้เหยื่อแตกตื่น ในขณะที่ชาลิตาเอาแต่คิดหนักว่าจะหาทางหนีออกไปจากที่นี่อย่างไร ชายหนุ่มก็ขยับใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ โดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว ร่างสูงก็พุ่งเข้าชาร์จตัวร่างเพรียวตวัดวงแขนเกี่ยวเอวบางของอีกคนกระชากเข้าหาลำตัวอย่างแรง

หมับ!

โอ๊ย! นี่คุณ! ปล่อยฉันนะ!” ชาลิตาหลุดร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ เมื่อร่างทั้งร่างถูกกระชากเข้าไปอยู่ในอ้อมอกของชายหนุ่ม เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่สามารถสะกดใจสาว ๆ ให้หลอมละลายได้ ดวงหน้าสวยแดงก่ำทั้งรู้สึกเขินอายและกรุ่นโกรธในเวลาเดียวกัน เธอไม่ชอบใจเลยที่ถูกเขากระทำแบบนี้

ฉันอยากรู้ว่าเธอจำฉันได้หรือเปล่า ตกลงว่าจำฉันได้ใช่ไหม เสียงทุ้มต่ำที่จงใจกระซิบชิดริมขอบหู ทำเอาร่างเพรียวสะดุ้งเฮือก หัวใจเต้นรัวเร็วไม่เป็นส่ำ ฟองซัวล์กระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ แม้ว่าสีหน้าอีกฝ่ายจะยังคงเรียบนิ่งไร้อารมณ์เช่นเดิม แต่เขารับรู้ได้ถึงแรงสั่นเทาน้อย ๆ ของอีกคน มันยิ่งทำให้สัญชาตญาณนักล่านายพรานอย่างเขายิ่งอยากล่าเหยื่อ

คุณ...ถอยออกไป ปล่อยฉัน

แล้วถ้าไม่ปล่อยล่ะ เธอจะทำอะไรฉัน หืม?” เสียงทุ้มหยอกเย้ากลับไปพลางกระชับวงแขนแน่นขึ้นอีก เขามีความสุขจริง ๆ ที่ได้แกล้งอีกคนเล่นแบบนี้ อยากรู้นักว่าแม่เสือของเขาจะทำหน้าอย่างไร

ฟองซัวล์ก้มหน้าลงมองใบหน้าสวยคมของหญิงสาวในอ้อมอก พวงแก้มทั้งสองข้างแดงเรื่อน่าสัมผัส ดวงตาสีนิลวูบไหวสั่นระริกอย่างรู้สึกสับสนและวุ่นวายใจ ส่วนหัวคิ้วก็ขมวดยุ่งเหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ก่อนที่อีกฝ่ายจะเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างไม่เข้าใจ สีหน้าของแม่สาวจอมยั่วยังคงราบเรียบ ไม่ว่าใครที่พบเห็นก็รู้สึกใจสั่นเพราะความงดงามเหนือคำบรรยาย เธอเปรียบเสมือนนางฟ้าที่ไม่อาจแตะต้องได้

แต่สำหรับเขาเธอคือแม่เสือจอมดุช่างยั่ว ยิ่งแสดงท่าทีแข็งขืนมากเท่าไร เขาก็ยิ่งอยากล่า ใบหน้าสวยดุของเธอติดเย็นชา นัยน์ตาแข็งกร้าวไม่ยอมใครเป็นสิ่งที่เขาชื่นชอบมากที่สุด ภายนอกเธออาจเป็นสาวมาดแมนท่าทางเย็นชา แต่ภายในอ่อนไหวง่าย แถมยังน่ารักน่าฟัดอีก

นี่จะรู้ตัวบ้างไหมว่าตัวเองน่ารักน่าปรารถนาแค่ไหน จนเขาชักจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว เธอคงไม่รู้ว่าหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เขาทรมานยิ่งกว่าคนตายทั้งเป็นเสียอีก

ฉันมีเรื่องอยากจะคุยด้วยหน่อย ตอนนี้เลย

ฉันอยากออกไปคุยข้างนอก แล้วก็ต้องการให้คุณปล่อยฉันด้วย เลิกกอดฉันเสียที

แต่ฉันอยากกอด ฟองซัวล์ตอบหน้าตายแถมยังกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นอีก จนชาลิตาแทบจมหายเข้าไปในร่างของอีกคน

นี่คุณ! คุณยังต้องการอะไรจากฉันอีก! ฉันหนีออกมาแล้วแทนที่คุณจะเลิกยุ่งกับฉัน ดันมาตามหาฉันซะงั้น คุณต้องการอะไรกันแน่ หรือว่าต้องการให้ฉันเรียกร้องความรับผิดชอบจากคุณ คนในอ้อมแขนหอบหายใจหนักหน่วง หลังจากที่พูดออกมายาวเหยียด อกอิ่มสะท้อนขึ้นลงบดเบียดกับแผงอกแกร่งสร้างอารมณ์วาบหวามชวนหวั่นใจเสียจริง

ฟองซัวล์กัดฟันกรอดอย่างระงับอารมณ์พลางสูดลมหายใจเข้าออกรัวเร็ว สองมือกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นก่อนจะหันเหสายตาไปมองทางอื่น แต่เหมือนอีกคนจะไม่นำพายังคงจ้องมองเขาเขม็ง ไม่วายยกมือดันใบหน้าเขาให้หันกลับมาสบตาด้วย ฝ่ามือสากระคายของคนในอ้อมแขนทำให้คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เขารู้สึกไม่ชอบใจเลยที่รู้ว่ามือคู่นี้ต้องใช้มันทำงานอะไรมาบ้าง คงจะลำบากไม่น้อยเลย

เธอ

ฮะ?”

ฉันต้องการเธอ ได้ยินชัดหรือยัง

คุณ...คุณจะบ้าหรือไง ต้องการฉันเนี่ยนะ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน! ปล่อยสิ!” ไม่พูดเปล่าแต่ร่างเพรียวยังดิ้นขลุกขลักไม่หยุด ใบหน้าสวยฉายแววโกรธจัดแทบอยากจะฆ่าเขาให้คามือตายเลยทีเดียว

ฟองซัวล์พ่นลมหายใจยาวเหยียด รับรู้ถึงร่างกายที่เครียดขึ้งขึ้นมา นัยน์ตาสีฟ้าเข้มฉายแววล้ำลึกด่ำดิ่งสู่หวงปรารถนาคิดอยากครอบครองอีกคนเพียงอย่างเดียว แต่เขาก็ต้องกัดฟันทนข่มอารมณ์ความต้องการของตัวเองไว้สุดขีด เขาไม่อยากทำอะไรเธอตอนนี้หรอกโดยเฉพาะที่นี่ แต่เหมือนแม่สาวช่างยั่วไม่ยอมให้ความร่วมมือ นอกจากจะดิ้นแล้วยังทุบตีเขาราวกับกระสอบทราย ไม่คิดว่าเขาจะเจ็บบ้างเลยหรือไง

หยุดดิ้นได้แล้ว ฉันแค่อยากจะคุยด้วยเฉย ๆ

อยากให้ฉันหยุดดิ้นก็ปล่อยตัวฉันสิ คุณมีสิทธิ์อะไรมากอดฉันไว้แบบนี้ ปล่อยนะ!”

สิทธิ์งั้นเหรอ หึ...เธอก็รู้อยู่แก่ใจว่าฉันมีสิทธิ์อะไร ทุกตารางนิ้วบนร่างกายเธอเป็นของฉัน เธอจำไม่ได้เหรอว่าเมื่อหนึ่งเดือนก่อน เรามีความสุขกันมากแค่ไหน ในห้องนั้น...”

คนเลว! คุณมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย คุณคิดจะข่มเหงรังแกฉันเหรอ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ ฉันจำอะไรไม่ได้ทั้งนั้นแหละ ปล่อยสิ!” ชาลิตายังคงฟาดงวงฟาดงาดีดดิ้นสุดฤทธิ์ ใช่ว่าเธอจะลืมสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เรื่องระหว่างเธอกับเขามันจบไปแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนั้นก็แค่ความผิดพลาด เพราะเธอถูกวางยาถึงได้ทำอะไรแบบนั้นลงไป

ลืม...ฉันไม่อนุญาตให้เธอลืม คิ้วเข้มกระตุกด้วยความไม่ชอบใจพลางกอดรัดร่างนุ่มนิ่มแน่นขึ้นอีกเป็นการลงโทษ

โอ๊ย! นี่คุณ ฉันอึดอัดนะ คนเผด็จการ! คุณไม่มีสิทธิ์มาออกคำสั่งกับฉัน ฉันจะลืมมันก็สิทธิ์ของฉันไม่เกี่ยวกับคุณ ชาลิตายังคงไม่รู้ตัวว่าตอนนี้คนร่างสูงมีสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างไร ดวงตาสีฟ้าเข้มข้นขึ้นตามแรงอารมณ์ที่ใกล้จะระเบิด ความรู้สึกหงุดหงิดและไม่พอใจกำลังทำให้เขาระงับตัวเองไม่อยู่

ไม่เกี่ยวงั้นเหรอ คิดจะลืมเขา มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก เธอผิดเองนะที่ยั่วโมโหฉัน แม่เสือจอมยั่ว

อ๊ะ! คะ...คุณ! คุณจะทำอะไรฉัน!” ชาลิตาแทบสิ้นสติ เมื่อถูกมือหนาบีบเข้าที่หน้าอกเต็มแรง มิหนำซ้ำร่างของเธอยังถูกดันไปด้านหลัง จนแผ่นหลังสัมผัสเข้ากับผนังเย็นเยียบ ทำเอาชาลิตาสะดุ้งเบิกตาโพลงตกใจกับการกระทำของอีกคน

เธอบอกว่าลืมไม่ใช่หรือไง ฉันก็จะช่วยเตือนความจำให้ เธอไม่ควรลืมฉันเพราะฉันเป็นคนแรกที่ได้ลิ้มรสเธอ ได้ครอบครองเธอ ได้สอนประสบการณ์แปลกใหม่ให้กับเธอ และยังสอนอะไรหลาย ๆ อย่างที่เธอไม่เคยรู้ให้อีก มันสมควรแล้วหรือที่เธอจะลืมฉัน ซึ่งเป็นคนสอนสิ่งเหล่านั้นให้กับเธอ

ไม่เคยมีใครทำให้เขาต้องอดทนแบบนี้ ไม่เคยมีใครทำให้เขาต้องอธิบายยืดยาวแบบนี้ เธอเป็นคนแรกที่ทำให้ระบบสมองของเขารวนเร แทนที่จะคิดถึงเรื่องงานกลับเอาแต่คิดหาผลประโยชน์จากเธอ สำหรับเธอคงไม่มีอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อเขาเลยสักนิด ยกเว้นร่างกายที่ทำให้เขาอารมณ์พลุ่งพล่าน ร้อนจนเดือดจัดอยู่ทุกวันนี้

แต่มันควรจบตั้งแต่วันนั้น ขอร้องล่ะอย่าทำแบบนี้กับฉัน ฉันไม่รู้จักคุณ ไม่รู้ว่าคุณเป็นใคร เราสองคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน คุณจะมาทำแบบนี้กับฉันไม่ได้ ไม่ได้นะ...” เสียงแหบพร่ากระท่อนกระแท่นบอกเสียงสั่น ดวงตาคู่สวยปรือปรอยเมื่อถูกปลุกเร้าอารมณ์ เขารู้ว่าเธอด้อยประสบการณ์และแปลกใหม่สำหรับเรื่องนี้ ถึงได้ตรงเข้าเล่นงานเธออย่างหน้าด้าน ๆ ไม่มีความละอายใจแม้แต่นิด เขาทำแบบนี้กับเธอได้อย่างไร

งั้นเราก็มาทำความรู้จักกัน

ฉันไม่...”

ฉัน...ฟองซัวล์ เอดิซา ผู้ชายคนแรกของเธอ ชาลิตา ลัคนานันท์ ฉันพูดชื่อเธอถูกหรือเปล่า

คุณ...อ๊ะ อย่า...” เสียงของเธอแหบแห้ง ไฟราคะเริ่มแผดเผาร่างกายให้มอดไหม้ไปทีละนิดด้วยน้ำมือของเขาที่เป็นคนปลุกเร้ามันขึ้นมา

ร่างของเธออ่อนระทวยไร้เรี่ยวแรงต่อต้าน พาตัวเองเข้าอิงแอบแนบชิดอกแกร่งอย่างต้องการที่พิง ชาลิตาถึงกับตัวสั่นอุทานด้วยความตกใจ เมื่อฝ่ามือร้อนผ่าวล้วงเข้าในกางเกงทะลุเข้าไปยังซับในตัวบางวางทาบกับเนื้อสาวกึ่งกลางกาย

คุณ...”

ที่นี่...ฉันต้องการเธอที่นี่ เดี๋ยวนี้ เข้าใจไหม ฉันจะทำให้เธอจดจำทุกสัมผัสของฉัน ให้มันตราตรึงอยู่ในความทรงจำ ไม่มีวันที่เธอจะลืมมันไปได้ ถ้าฉันไม่อนุญาต คนเผด็จการสั่งเสียงเข้มราวกับเป็นเจ้านาย หญิงสาวกัดริมฝีปากล่างส่งสายตากรุ่นโกรธไปให้พลางยกสองมือขึ้นผลักไสอย่างไม่คิดโอนอ่อน แต่ดูเหมือนชายหนุ่มจะจับทิศทางเธอได้ดีไปเสียหมด ไม่ว่าคิดจะทำอะไรเขาก็ดักจับเธอหมดทุกทาง

ชาลิตารู้สึกเจ็บใจระคนหวาดหวั่น ยิ่งฝ่ามือร้อนผ่าวลูบไล้ผิวบอบบางในจุดเร้นลับ เธอก็ยิ่งเสียวซ่านอยากจะครวญครางเสียให้ได้ โชคยังดีที่เธอพอมีสติหลงเหลืออยู่ถึงได้ไม่คล้อยตามไปกับเขา แต่มันก็แทบไม่ต่างกันนัก เพราะตอนนี้แม้แต่เรี่ยวแรงจะผลักไสเขาก็แทบไม่มี สองมือของเธอจึงกำแน่นขยุ้มเข้าที่แผงอกแกร่ง จนเสื้อเชิ้ตสีเข้มยับย่นขึ้นมาทันตา แต่แล้วไม่นานนิ้วเรียวยาวของอีกคนก็สอดลึกเข้ามาในกายสาว ทำเอาเธอสะดุ้งเฮือกหันกลับไปมองเขาหน้าตาตื่น ส่งเสียงร้องห้ามขอให้หยุดอย่างคนไร้ทางสู้

หยุด อย่าทำแบบนี้กับฉัน...หยุด ไม่...” แต่เขาหรือจะฟังยังคงเย้าแหย่หลอกล่อเธอให้หลงติดกับจมอยู่ในเพลิงพิศวาส ขยับเรียวนิ้วเข้าออกในกลีบกุหลาบงาม ไม่สนสายตาวิงวอนเธอเลยสักนิด จะเห็นใจเธอบ้างก็ไม่ได้หรือไง ทำไมเขาถึงได้เห็นแก่ตัวแบบนี้

รู้สึกอะไรไหม ร่างกายของเธอกำลังต้องการฉัน ร้อนหรือเปล่า ตอนนี้ฉันร้อนและทรมานยิ่งกว่าไฟเผาเสียอีก วาจาของเขาฟังดูน่าสงสาร แต่เปล่าเลย การกระทำของเขาต่างหากที่ตรงกันข้าม นอกจากจะล่วงเกินเธอแล้ว ยังโน้มตัวลงโลมเลียเธออีก

คนเลว! คุณจะทำแบบนี้กับฉันไม่ได้นะ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ อ๊ะ...”

งั้นเหรอ ทำไมฉันถึงทำไม่ได้ล่ะ หืม...” ฟองซัวล์ยังคงหยอกล่อกลีบกุหลาบงาม สอดนิ้วเข้าออกรัวเร็วตามอำเภอใจ ริมฝีปากของเขาเหยียดขึ้นเป็นรอยยิ้มขบขันที่หาได้ยากนักที่ใครจะได้เห็น ร่างสูงขยับบดเบียดเรือนกายกำยำเข้าหาพลางก้มลงจูบไซ้นวลแก้มนุ่ม จนพอใจก็เลื่อนไปยังติ่งหู ริมฝีปากหนาขบเม้มแผ่วเบาจงใจเป่าลมร้อนเข้าไปด้านใน ส่งผลให้คนที่อ่อนประสบการณ์ถึงกับเข่าอ่อนต้องอาศัยกำแพงยักษ์เป็นที่พึ่งพิง

ยิ่งเขารุกรานเธอก็ยิ่งพร่าเลือน ยิ่งเขาเข้าแนบชิดบดเบียดเรือนกายเข้าหาเธอก็ยิ่งร้อนเป็นไฟ จากเดิมที่คิดจะต่อต้านแต่กลับกลายเป็นผวาเข้ากอดกระชับร่างเขาไว้แน่นเผลอหยัดกายแอ่นรับความสุขที่เขามอบให้ เรียวปากอิ่มถูกครอบครองโดยไม่ทันตั้งตัว ทำเอาชาลิตาที่แทบไม่เหลือสติ คราวนี้ถึงกับคิดอะไรไม่ออก ท่าทีเงอะงะไร้เดียงสาแบบนั้นยิ่งทำให้ฟองซัวล์ลำพองใจ ไล่ต้อนลิ้นเล็กที่พยายามหลบหลีกและบางครั้งก็ดุนดันกลับมา แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้นถูกเขาเกี่ยวกระหวัดรัดรึงช่วงชิงความหวานมาจากเธอ

“อื้อ...

อืม...ปากเธอหวานกว่าที่ฉันจินตนาการเอาไว้เยอะ คำชมที่หลุดออกมาช่วยยั้งสติของเธอไม่ให้หลุดลอยไปไกล หลังจากที่เขาผละริมฝีปากออก เธอก็แทบได้สติทันที เมื่อกี้เธอเผลอหลงลืมตัวโอนอ่อนไปกับเขาอย่างนั้นหรือ น่าอายนัก!

ปล่อยฉันไปเถอะ เรื่องทุกอย่างมันต้องไม่เป็นแบบนี้ เธอส่ายหน้าไปมาพลางร้องขอความเห็นใจจากเขา แต่เธอก็น่าจะรู้ดีว่าแววตาคู่นั้นของเขาเด็ดเดี่ยวและหมายมาดแค่ไหน อะไรที่เขาต้องการมีหรือว่าจะไม่ได้ แล้วในตอนนี้ก็เป็นตัวเธอด้วยเช่นกัน ของเล่นของคนรวย นี่ใช่ไหมที่เขาต้องการ

แล้วมันควรเป็นอย่างไร ไหนลองบอกมาสิ คิ้วเข้มทำเพียงเลิกขึ้นคล้ายกับสนใจคำตอบ หากแต่ดวงตากลับเย็นเยียบจ้องมองเธอเขม็ง รอยยิ้มที่เห็นก็ชวนให้ขนลุก จนเธอต้องกัดริมฝีปากตัวสั่นงันงกในอ้อมแขนของเขา เธอสูดลมหายใจเข้าลึกพลางตั้งสติบอกสิ่งที่คิดอยู่ในใจออกไป

ฉันไม่ใช่ของเล่นของคุณ คนอย่างคุณมีผู้หญิงห้อมล้อมหน้าหลัง ทำไมต้องมายุ่งกับฉันด้วย เรื่องในวันนั้น หลังจากจบไปแล้วก็ควรปล่อยให้มันจบไปสิ คุณจะตามมาหาฉันทำไม ฉันกับคุณไม่ควรเจอกันอีก นั่นคือสิ่งที่ดีที่สุด ปล่อยได้แล้ว

สิ่งที่ดีที่สุด? น่าแปลกที่ฉันกลับไม่คิดอย่างนั้น อะไรคือดีที่สุดล่ะ การที่ปล่อยให้เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นจบไป แสร้งทำเป็นลืมเลือนเหมือนเธอ? ฉันไม่ใช่คนแบบนั้น อย่างน้อยฉันก็ชอบทำอะไรตามใจตัวเอง เป็นคนตรงไปตรงมา ถ้าฉันลืมไม่ได้ก็คือลืมไม่ได้ ในเมื่อฉันไม่ลืมเธอก็ห้ามลืมเช่นกัน

ที่ฉันพูดมาทั้งหมด คุณไม่เข้าใจเลยหรือไง ทำไมถึงได้เอาแต่ใจอย่างนี้นะ ชาลิตาแทบอยากจะข่วนใบหน้าหล่อเหลาของอีกคนให้พังยับ รู้สึกในใจเดือดปุด ๆ เหมือนลาวาที่กำลังปะทุ เขาหยุดทุกอย่างลงแล้ว สีหน้าก็ดูจริงจังมากขึ้น คงถึงเวลาที่ต้องพูดด้วยเหตุผลจริง ๆ เสียที

ทว่า...เธอกลับคิดผิด ทันทีที่เธอคิดจะผละออก มือหนาก็กอบกุมอกสล้างบีบเคล้นหนักหน่วงจนเธอห้อปากรู้สึกเจ็บขึ้นมา ครั้นจะยกมือขึ้นตบหน้าเขาก็ถูกมือหนาอีกข้างคว้าไว้ได้ทัน ก่อนจะถูกกดเข้ากับผนังห้อง เธอจึงเหลืออีกมือไว้ทุบตีเขา แต่มันก็ไม่มากพอที่จะหยุดเขาให้เลิกรังแกเธอ

คุณ ฉันเจ็บ! หยุดนะ ยิ่งเธอทุบตีอกเขาแรงเท่าไร เขาก็ยิ่งลงทัณฑ์เธอหนักขึ้นเท่านั้น ฝ่ามือหนาย้ำน้ำหนักบีบเคล้นอกอวบอัดอย่างแรงจนเธอรู้สึกเจ็บปวดจนน้ำตาคลอ เธอสู้เขาไม่ได้ เธอรู้ แต่...เขาจำเป็นต้องทำแบบนี้กับเธอด้วยหรือ

เด็กหนอเด็ก ขนาดเจ็บยังสนองฉันได้เลย ในความเจ็บเธอรู้สึกอะไรอีกหรือเปล่า เสียงทุ้มอยู่ไม่ไกลนัก เขายังคงสนุกกับการแกล้งเธอ นวดคลึงหนักเบาสลับกัน นัยน์ตาสีฟ้าเข้มฉายแสงเจิดจ้ายามจ้องมองยอดอกที่ผลิพุ่งดุนดันผ่านเสื้อกล้ามตัวบาง

น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงมาอย่างห้ามไม่อยู่ ไม่รู้ว่าเสียใจหรือว่าโกรธเขากันแน่ จากเดิมที่รู้สึกเจ็บเพียงอย่างเดียวก็เริ่มมีความรู้สึกอื่นผสมปนเปมาด้วย ความซาบซ่านทำให้เธอตัวสั่นกลั้นเสียงครางเอาไว้แทบไม่อยู่ แต่เธอไม่ต้องการให้เรื่องทุกอย่างเป็นแบบนี้ ต้องไม่ใช่แบบนี้

ฝ่ามือบางถูกง้างขึ้นอีกครั้งหมายจะตบเข้าที่หน้าเขาให้เขารู้สึกความเจ็บบ้าง แต่เสียงหนึ่งกลับแทรกขึ้นมายับยั้งการกระทำของเธอทั้งหมด

ถ้าเธอตบฉัน สามวันหลังจากนี้อย่าหวังว่าจะได้ก้าวลงจากเตียง

“...” มือเธอชะงักค้าง แต่มือเขายังฟอนเฟ้นอกอิ่มไม่หยุด กลีบปากสีม่วงเม้มแน่นสนิทรู้สึกเจ็บใจที่ตัวเองทำอะไรเขาไม่ได้สักอย่าง จนเมื่อริมฝีปากหนาเข้าครอบครองทรวงอกงาม เธอถึงได้สติหลุดครางผะแผ่วออกมา

รู้สึกดีใช่ไหม เธอชอบที่ฉันทำแบบนี้...”

ไม่...ไม่เลยสักนิด คุณมัน...คุณทำกับฉันแบบนี้ได้ยังไง ฉันไปทำอะไรให้คุณ รังแกได้แม้กระทั่งคนไม่มีทางสู้ คุณยังเป็นลูกผู้ชายอยู่หรือเปล่า! ทำร้ายเพศแม่ของตัวเองแบบนี้ได้อย่างไรกัน!” เธอตะโกนเสียงสั่น เนื้อตัวสั่นระริกราวกับลูกนก จนฟองซัวล์ชะงักไป ไม่ใช่ตกใจกับคำพูดที่เธอตะคอกใส่ แต่เพราะอาการสั่นเทาของอีกคน ใช่ว่าเขาอยากจะทำร้ายเธอ แต่เพราะเธอดื้อดึงไม่ยอมเข้าใจอะไรสักอย่าง เขาถึงต้องทำแบบนี้

เธอไม่ใช่ของเล่นและสิ่งที่ฉันทำ มันย่อมต้องมีเหตุผล แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ จนกว่าฉันจะแน่ใจ ฉันจะไม่ยอมบอกอะไรทั้งนั้น

คุณหมายความว่าไง ถ้าฉันไม่ใช่ของเล่นของคุณ แล้วคุณ...”

สักวันฉันจะให้คำตอบที่แน่ชัดกับเธอ แต่ตอนนี้หยุดถามฉันเสียที เธอกำลังทำให้ฉันอยากเป็นบ้า เพราะคำถามที่ฉันไม่มีคำตอบให้ แค่อยากรักเธอแค่นี้จำเป็นต้องมีเหตุผลมากนักรึไง รู้เอาไว้เสียเถอะว่าเธอเป็นคนแรกที่ทำให้ฉันต้องเสียเวลามาอธิบายอะไรยืดยาวขนาดนี้ เพราะฉะนั้นเธอต้องถูกลงโทษ

ในขณะที่ชาลิตากำลังมึนงงจับต้นชนปลายไม่ถูก อีกฝ่ายก็ฉวยโอกาสดึงรั้งชายเสื้อเธอขึ้นถอดมันออกเหวี่ยงไปไกล ยังไม่ทันที่เธอจะได้ร้องโวยวายบราเซียร์ดำลายก็ถูกถอดออกไปอีกตัว ถูกเหวี่ยงหายตามกันไปติด ๆ ดวงตาคมปลาบกวาดมองไปทั่วร่างเพรียวระหง ผิวเนื้อนวลเนียนขาวผ่องไร้ที่ติ อวดโฉมสล้างอร่ามตาชวนสัมผัส ฟองซัวล์ไม่คิดรั้งรออะไรก้มลงดูดกลืนเม็ดไตสีหวานชูชันพลางตวัดลิ้นโลมเลียถี่รัว ท่ามกลางเสียงหวีดร้องด้วยความตื่นตระหนก

อ๊ะ คุณ...เรายังคุยกันไม่รู้เรื่องเลยนะ หยุด ไม่...นี่! อุ๊บส์!”

เสียงร้องถูกกลืนหายไปในลำคอระหง ฟองซัวล์บดขยี้เรียวปากอิ่มรุนแรงหวังปิดกั้นเสียงห้ามน่ารำคาญนั่นเสีย เขาต้องการได้ยินเสียงครางหวานแว่วมากกว่าเสียงกรีดร้องโหยหวนของเธอ

ชาลิตาได้แต่ส่งเสียงร้องอู้อี้ ดวงตาเบิกโพลงตกใจสุดขีด ฝ่ามือหนากอบกุมทรวงอกกลมกลึงสองข้างพลางบีบขยำไม่คิดออมแรง จนเธอรู้สึกเจ็บระคนเสียวซ่าน พอเขาปล่อยริมฝีปาก เธอก็หอบหายใจถี่รัวกอบโกยอากาศเข้าสู่ปอด แต่ยังไม่ทันได้พักหายใจเต็มที่ก็ต้องสะดุ้งเฮือกอีกครั้ง เมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวนาบลงมาบนทรวงอกเธออีกครั้ง ครั้งนี้อ่อนโยนและนุ่มนวลกว่าเดิมจนเธอสับสนไปหมดรู้สึกเหมือนตัวเองถูกอีกฝ่ายฉุดให้ตกลงไป ลุ่มหลงและมัวเมาติดอยู่ในวังวนแห่งพิศวาสที่ยากจะปีนป่ายออกมา

ใจเย็นสาวน้อย ไม่ต้องกลัว ฉันจะค่อยเป็นค่อยไป ฉันสัญญา เสียงทุ้มปลอบประโลมอยู่ข้างหูพร้อมมือหนาที่ลูบไล้แผ่วเบาที่แผ่นหลัง ชาลิตาไม่อยากยอมรับว่าเธอกำลังกลัว กลัวว่าครั้งนี้จะเจ็บเหมือนครั้งนั้นอีก อยู่มาจนอายุครบยี่สิบห้าปี เธอกลับไม่เคยสัมผัสกับประสบการณ์เหล่านั้น แต่เมื่อเขาเข้ามาเธอถึงได้รู้จักและหลงเคลิบเคลิ้มไปกับมัน ครั้งแรกเธอเจ็บแทบขาดใจเหมือนร่างกายจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ เขาตัวโตแกร่งกร้าวร้อนผ่าวไปทุกสัดส่วน ส่วนเธอบอบบางตัวเล็กลงไปถนัดตาเมื่ออยู่ภายใต้เรือนร่างของเขา ผู้ชายคนนี้จะน่ากลัวเกินไปแล้ว เขารู้แม้กระทั่งเธอกำลังคิดอะไรอยู่ ทั้งที่สีหน้าเธอยังคงเป็นปกติและไม่มีคำอ้อนวอนใด ๆ หลุดออกมา เขาเป็นผู้ชายที่ร้ายกาจมากเกินไปจนน่าตกใจ

คุณจะไม่ปล่อยฉันไปจริง ๆ เหรอ ฉันไม่...”

ฉันไม่ต้องการได้ยินคำปฏิเสธ ครั้งนั้นเธอผ่านมาได้ ครั้งนี้ก็เช่นกัน

อะ...อืม แต่...”

แต่อะไร น้ำเสียงติดห้วนสั้นถามอย่างไม่สบอารมณ์ เขารู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ แน่นอนว่าเขาไม่มีวันยอม

แต่ว่าหลังจากวันนี้คุณห้ามมาเจอฉันอีก ห้ามมายุ่งวุ่นวายกับฉันอีก ได้ไหม...”

อย่าฝัน ไม่ได้และไม่ทำ คำตอบของฉันคงจะชัดเจนพอ แม่สาวจอมยั่ว อย่าพยายามทำให้ฉันหงุดหงิดดีกว่า มันไม่เป็นผลดีต่อตัวเธอเอง นี่ถือเป็นคำเตือน เพราะถ้าหากฉันเกิดเดือดจัดขึ้นมา อาจจะทำอะไรที่เธอคาดคิดไม่ถึงก็ได้

ละ...แล้วคุณจะปล่อยฉันไปเมื่อไหร่ นานแค่ไหนคุณถึงจะเลิกยุ่งกับฉัน ฉันไม่ต้องการอยู่ในสภาพนี้ เสียงของเธอแผ่วลงคล้ายกับคนหมดแรง แววตาหม่นแสงลงอย่างเห็นได้ชัด จนฟองซัวล์รู้สึกใจอ่อนแต่ก็ไม่มากพอให้เขาหยุดการกระทำของตัวเอง

เมื่อฉันอยากปล่อยฉันก็จะปล่อย ตอนนี้ฉันตอบคำถามเธอครบหมดแล้ว หยุดถามคำถามกับฉันและเก็บเสียงไว้ครางใต้ร่างฉันดีกว่า

คุณ! คนเลว!” เธอถลึงตามองเขาอย่างเดือดจัดพลางหอบหายใจถี่รัว จนอกกระเพื่อมขึ้นลงสะท้อนเข้าสู่ดวงตาสีฟ้าเข้มลึกลับ ฟองซัวล์หายใจเข้าออกแรงขึ้น เมื่อความอดกลั้นมาถึงขีดสุด

เห็นทีคงต้องปราบพยศแม่เสือเสียหน่อย ไม่อย่างนั้นนายพรานอย่างเขาคงไม่แคล้วถูกแม่เสือตะปบจนร่างพรุนเข้าสักวันก่อนได้ขย้ำแน่นอน!

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha