รสรักล่าสวาท (จบแล้ว)

โดย: อรุณรัศมี



ตอนที่ 6 : แม่เสือสาวโดนขย้ำ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่6

แม่เสือสาวโดนขย้ำ

 

ฟองซัวล์ถอนหายใจยาวเหยียด ดวงตาคมฉายแววเหนื่อยล้าเล็กน้อย แต่อาการปวดร้าวที่กลางกายยังคงมีอยู่ เดิมทีเขาตั้งใจจะหยั่งเชิงดูว่าแม่เสือสาวของเขาจะมีท่าทีอย่างไรถ้าเห็นเขาปรากฏตัว เรื่องจะจับเธอกินนั้นเขายังไม่ทันได้คิดเลย แต่ใครจะรู้ว่าทันทีที่ได้พบกันจริง ๆ เขาดันเกิดปฏิกิริยาตอบสนองเรียกร้องหาแต่เธอ ร่ำ ๆ อยากจะกลืนกินเธออีกครั้ง ได้สอนบทเรียนรักอันเร่าร้อนและผสานร่างเป็นหนึ่งเดียว ทุกอย่างมันอยู่เหนือการควบคุมของเขา นั่นทำให้เขาไม่อยากฝืนใจมัน

ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืนค่อย ๆ คุกเข่าลงไปบนเตียงเบา ๆ ก่อนจะคืบคลานเข้าไปหาร่างเพรียวช้า ๆ จากนั้นก็ขึ้นคร่อมในที่สุด อย่างน้อยที่สุดขอชิมกายสาวเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ยังดี ยายแม่มดกำลังทำให้เขาแทบจะคลั่งตายอยู่แล้ว

ใบหน้าคมคายอยู่ห่างจากใบหน้าสวยคมไม่ถึงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินซึ่งกันและกันจนชวนให้หวั่นใจ กลิ่นกายหอมเย้ายวนโรยรินมาเตะปลายจมูก พอได้สูดดมก็รู้สึกเย็นสบาย ขณะเดียวกันก็ชวนลุ่มหลงรัญจวนใจ ฟองซัวล์ก้มลงกดจมูกโด่งสันของตัวเองเข้ากับแก้มนุ่มแผ่วเบา ก่อนจะคลอเคลียไปมาราวกับติดอยู่ในมนต์สะกด รู้สึกสุขใจที่ได้ใกล้ชิดคลอเคลียอีกคน ร่างสูงค่อย ๆ ผ่อนกายลงทับร่างนุ่มนิ่ม มือหนึ่งสอดเข้าใต้แผ่นหลังบาง ส่วนอีกมือเร่งปลดกระดุมเสื้อสูทของตัวเองรัวเร็ว มือไม้พานสั่นไปหมดเพราะอารมณ์ที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ ริมฝีปากหนาพรมจูบไปตามลำคอขาวผ่าวดูดเม้มประทับตราเป็นเจ้าของอย่างย่ามใจ

เมื่อปลดกระดุมเสร็จก็ถอดเสื้อสูทออกเหวี่ยงทิ้งลงพื้นไม่คิดใส่ใจราคาที่แพงแสนแพง มือหนาจัดการดึงเสื้อกล้ามตัวบางออกทางศีรษะเล็กเหวี่ยงตามไปติด ๆ ทรวงอกอิ่มกลมกลึงอวดโฉมอยู่ตรงหน้า สายตาร้อนแรงจับจ้องมองอย่างกระหาย ลำคอแห้งผากราวกับคนขาดน้ำมาหลายวัน ยิ่งมองนานเท่าไร เขาก็ยิ่งรู้สึกร้อนรุ่มร่างกายเหมือนจะปริแตกออกมาทุกเมื่อ กลางกายอึดอัดคับแน่นสั่นสะริกอยากจะออกมาดูโลก คิดแล้วก็นึกสมเพชตัวเอง ตอนนี้เขาอาการหนักถึงขนาดต้องแอบรักเมียตัวเองตอนหลับเลยหรือ ใครรู้เข้าเขาคงได้ถูกหัวเราะยกใหญ่แน่

ฟองซัวล์แลบลิ้นเลียริมฝีปากเล็กน้อย ก่อนจะก้มลงลิ้มชิมยอดอกสีหวานทีละนิดละเลียดชิมช้า ๆ อย่างไม่เร่งรีบ ดูดกลืนความหวานอย่างเมามัน สองมือรีบปลดกระดุมเสื้อตัวเองออกบ้าง เขาอยากใช้เนื้อแนบเนื้อแบ่งปันความอบอุ่นให้แก่กันและกัน เสื้อเชิ้ตสีเข้มถูกเหวี่ยงลงไปข้างเตียง ทันทีที่ผิวกายขาวจัดและแผ่นอกเปลือยเปล่าไร้สิ่งกรีดขวาง ฟองซัวล์ก็รีบทาบทับลงไปบนเรือนกายเปลือยเปล่าของคนใต้ร่าง สองมือเคล้นคลึงนวดเฟ้นไปทั่วเรือนร่างนุ่มนิ่มกลิ่นหอมละมุนชวนเคลิบเคลิ้ม

อ๊ะ...อืม เสียงหวานครางกระเส่า เรือนกายแอ่นขึ้นวอนหาสัมผัสร้อนผ่าว เนื้อตัวสั่นระริกด้วยความเสียวซ่าน ขณะที่บิดเร้าอยู่ใต้ร่างกำยำที่กำลังปรนเปรอดูดเม้มขบผิวเนื้อบอบบางไปทั่ว ตีตราเป็นเจ้าของอย่างไม่คิดสนใจว่าตื่นมาแม่เสือสาวจะแตกตื่นแค่ไหน ถ้าเห็นว่าตามร่างกายตัวเองมีแต่รอยแดง ๆ เต็มไปหมดเหมือนถูกยุงกัด

ทันใดนั้นจู่ ๆ วงแขนเรียวก็ตวัดรัดรอบลำคอแกร่งดึงรั้งให้ใบหน้าปักเข้ากับทรวงอกมากยิ่งขึ้น เสียงครวญครางดังระงมไม่ขาดสาย ทำให้คนที่กำลังสัมผัสแตะต้องร่างงามยิ่งทวีคูณความต้องการมากขึ้นไปอีก พอถูกกระตุ้นมาก ๆ จิตใจฝ่ายดีก็เตลิดหายเข้ากลีบเมฆไป จากเดิมแค่คิดจะชิมนิด ๆ หน่อย ๆ ตอนนี้เขาอยากจะฝังร่างเข้ากับอีกคนแล้วขยับกายแกร่งเข้าออกในกายสาวไม่หยุดปลดปล่อยความอัดอั้นออกมา

อื้อ ๆ อ๊ะ...”

กางเกงยีนส์ตัวยาวถูกถอดออกจากเรียวขา ก่อนจะหายวับไปอย่างรวดเร็วเหลือทิ้งไว้ก็แต่ซับในตัวบางสีดำลายเดียวกับบราเซียร์ ดวงตาสีฟ้าเข้มจับจ้องมองพื้นที่สามเหลี่ยมที่อยู่ระหว่างเรียวขาสวย สายตาพร่ามัวไปชั่วขณะ ไม่รอช้านิ้วเรียวยาวก็สอดเข้าไปด้านในกลีบกุหลาบงามภายใต้ซับในตัวจิ๋ว เจ้าของร่างเพรียวถึงกับสะดุ้งเฮือก แม้จะยังคงหลับไม่รู้เรื่องราว แต่ร่างกายกลับตอบสนองการได้ดีกระตุกบีบรัดสิ่งแปลกปลอมที่เข้าล่วงล้ำมาในกาย

โดยหารู้ไม่ว่ามันยิ่งทำให้ฟองซัวล์แทบอยากจะกระชากซับในบาง ๆ ออกแล้วใช้ปลายลิ้นโรมรันไม่หยุด แต่ถึงจะคิดและอยากทำแบบนั้นมากอย่างไร เขาก็ต้องอดกลั้นเอาไว้ เขาต้องการทรมานแม่เสือสาวก่อนที่กล้าหาญปลุกสัญชาตญาณดิบในกายเขาให้พลุ่งพล่านได้แม้กระทั่งตอนหลับ แน่นอนว่านายพรานอย่างเขารอวันที่จะออกลาเหยื่อมานานแล้ว

ชาลิตาที่เริ่มรู้สึกตัวแต่เปลือกตายังคงปิดอยู่ เธอรับรู้ถึงสัมผัสเปียกชื้นที่หน้าอกตัวเอง ไม่เท่านั้นที่กึ่งกายสาวยังถูกอะไรบางอย่างขยับเข้าออกรัวเร็ว เรียกให้เธอต้องส่งเสียงครวญครางไม่หยุด ร่างกายร้อนรุ่มราวกับถูกไฟแผดเผา เธอหอบหายใจถี่รัวรู้สึกบิดมวนในช่องท้อง ยิ่งใกล้ถึงจุดสูงสุดก็เหมือนมีมวนพายุขนาดใหญ่ขมวดเป็นเกลียวคลื่นอยู่ในนั้น จนกระทั่งร่างของเธอกระตุกเกร็งตอบรับความหฤหรรษ์ เปล่งเสียงกรีดร้องยาวนานเช่นเดียวกับเส้นประสาททั่วร่างที่เต้นตุบ ๆ บีบรัดสิ่งแปลกปลอมในกาย

ฟองซัวล์ถึงกับคำรามเสียงต่ำราวกับสัตว์ป่าได้รับบาดเจ็บ แต่เขาไม่ใช่สัตว์ป่า เขาคือนายพรานที่พร้อมจะฉีกทึ้งขย้ำเหยื่อได้ทุกเมื่อและไม่มีความปรานีให้ มือหนารีบปลดกางเกงและซับในออกจากร่าง ก่อนจะดึงเรียวขางามสองข้างเข้าหาตัวให้แก่นกายร้อนระอุเหยียดขยายจ่อแนบชิดกับกลีบกุหลาบงาม คราวนี้ชาลิตาถึงกับได้สติสะดุ้งตื่นจากฝัน ฝันของเธอช่างน่าอายนัก เธอฝันว่าเขาทำเรื่องอย่างว่ากับเธอ เธอมันหน้าไม่อาย ใจง่าย ทำไมถึงได้คิดอะไรทะลึ่งลามกอย่างนี้นะ

ใบหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอายกับดวงตาปรือปรอยคู่นั้น ทำให้ความอดทนของเขาขาดสะบั้น มือหนาจัดการฉีกชั้นในตัวบางจนขาดออกจากกัน เศษผ้าที่บาดเข้ากับผิวเนื้อส่งผลให้เจ้าของร่างหลุดร้องด้วยความเจ็บสติถูกดึงกลับคืนสู่ร่างจนครบถ้วนสมบูรณ์ ดวงตาคู่สวยมองไปยังกำแพงยักษ์ตรงหน้า พ่อมนุษย์น้ำแข็งหน้านิ่งคนนั้น แต่ว่าทำไมเขาไปนั่งอยู่ตรงนั้นล่ะ แล้วเสื้อผ้าหายไปไหน แต่ที่น่าตกใจกว่าทำไมเธอถึงอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า แม้แต่ชั้นในตัวเล็กก็ไม่มีติดตัวเลยสักชิ้น!

นี่มันอะไรกัน ทำไม...ทำไม

ในระหว่างที่ชาลิตากำลังสับสนมึนงงกับเรื่องที่เกิดขึ้นยังจับต้นชนปลายไม่ถูก ก็ไม่ทันภัยอันตรายที่คืบคลานเข้ามา มือหนาเคลื่อนไปกอบกุมสะโพกบางฉวยจังหวะที่อีกคนสติไม่เต็มร้อยค่อย ๆ ช้อนมันขึ้นมา แก่นกายหนาสอดแทรกเข้าไปทีละนิด พอมาถึงช่วงจังหวะหนึ่ง เขาก็ส่งตัวตนเข้าไปจนสุดทาง ท่ามกลางเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดระคนตื่นตระหนกของอีกคน

ออกไปนะ! ออกไป...ฮือ ฉันเจ็บ เจ็บ...” เสียงสะอื้นกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด แม้จะไม่เท่าตอนแรก แต่เพราะห่างหายไปนานนับเดือนทำให้เส้นทางลึกลับยังคงไม่ชินเมื่อถูกรุกล้ำเข้ามา ชาลิตากัดริมฝีปากแน่นเกร็งร่างจนตัวสั่น เธอรู้สึกอึดอัดและร้อนผ่าว แต่ยังไม่ทันได้ร้องประท้วงต่อ ร่างทั้งร่างของเธอก็สั่นคลอนรุนแรงราวกับแผ่นดินไหวไม่มีผิด

ฉันเจ็บ...หยุด หยุด ฮือ!” ไม่ว่าเธอจะร้องขออย่างไรคนร่างสูงก็ไม่มีทีท่าว่าจะเห็นใจยังคงรุกล้ำรุกรานเธอไม่หยุดหย่อน ไม่คิดผ่อนแรงหรือปรานีเธอเลยสักนิด เพียงเสี้ยววินาทีต่อจากนั้นเรียวปากอิ่มก็ถูกบดขยี้ดูดกลืนเสียงร่ำไห้ที่มีผลกระทบต่อจิตใจแกร่งกร้าวเย็นชาของชายหนุ่ม

ฟองซัวล์ไล่เล็มกลีบปากบางดูดเม้มสลับหนักเบา สองมือก็นวดเฟ้นก้อนเนื้อนุ่มหยุ่นล้นทะลัก ปลุกปั่นอารมณ์ร้อนแรงของอีกคน ช่วงล่างหลอมรวมเป็นหนึ่งผสานกันเป็นท่วงทำนองแห่งรัก เพลิงพิศวาสโหมกระพือแทบทำให้ร่างสองร่างแทบลุกเป็นไฟ เมื่อริมฝีปากถูกปล่อยเป็นอิสระ เสียงครางกระเส่าด้วยความเสียวซ่านก็ดังระงม เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังลั่นกึกก้องอยู่ในโสตประสาทหู ขับเคลื่อนความปรารถนาให้พุ่งถึงขีดสุด

อ๊ะ...พอที ฉันไม่ไหว คุณ...ข่มขืนฉัน คุณ...ฮึก ชาลิตาพยายามเค้นเสียงต่อว่าเขา แต่มันก็กระท่อนแท่นไร้น้ำหนักสิ้นดี เส้นผมสยายราบไปกับเตียง เธอได้แต่สะบัดหน้าไปมาอย่างท้อใจ น้ำตาที่รินไหลเหือดแห้งไปแล้วเหลือทิ้งไว้ก็แต่ความวาบหวาม ความรู้สึกนี้มันมากเกินไป ตัวเธอร้อนจัดจนจะระเบิดอยู่แล้ว ใครจะคิดว่าเขาจะลักหลับเธอ ถ้ารู้ว่าจะเป็นอย่างนี้เธอไม่ยอมนอนหลับหรอก

ข่มขืน ไม่คิดว่ามันเป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรงไปหน่อยเหรอ ที่รัก...ข่มขืนหรือสมยอม เธอสามารถพิสูจน์เองได้ ฉันจะสาธิตให้ดู เสียงทุ้มกดต่ำเย็นชา ขณะที่ดวงตาแข็งกร้าวฉายแววเลือดเย็นให้เห็น ฟองซัวล์ไม่รอช้ารีบก้มลงประทับริมฝีปากลงไปใหม่ คราวนี้นุ่มนวลหวังหลอกล่อให้แม่เสือตัวน้อยคล้อยตาม ชาลิตาแทบไม่หลงเหลือสติ พอถูกเขาจู่โจมก็เผลอตอบสนองกลับไป ลิ้นเล็กถูกเกี่ยวกระหวัดรัดรึงไม่หยุด น้ำสีใสไหลเยิ้มออกมาข้างมุมปาก หากแต่เขาก็ตวัดปลายลิ้นมาทำความสะอาดให้ ก่อนจะลากเลื่อนลงมาที่ซอกคอใช้ฟันครูดเบา ๆ จนขนในกายสาวลุกพรึบหลุดเสียงครางอีกระลอก

อื้อ...หยุด หยุดเดี๋ยวนี้ ฮือ...อา

หึ แค่นี้ก็รู้แล้วใช่ไหมว่าสมยอมหรือว่าข่มขืน อา...แม่เสือตัวน้อย สมควรแล้วที่จะถูกนายพรานอย่างฉันไล่ล่า คับแน่นเหลือเกินทูนหัว เธอร้อนยิ่งกว่าไฟเสียอีก

เมื่อได้ยินคำชมไม่ขาดปาก คนถูกชมก็ยิ่งเขินอายเข้าไปใหญ่ เหงื่อกาฬไหลอาบไปทั่วร่าง เนื้อตัวแดงเรื่อราวกับถูกน้ำร้อนลวก ฟองซัวล์ยิ้มกริ่มอย่างเบิกบานใจก้มลงใช้ปากกับลิ้นละเลงไปทั่วอกสล้างตวัดโลมเลียลิ้มรสไม่รู้เบื่อ แก่นกายกระแทกกระทั้นเข้าออกกายสาวไม่หยุด ส่งคลื่นยักษ์ขนาดมหึมาเข้าใส่ระลอกแล้วระลอกเล่า สาดซัดอารมณ์วาบหวามที่เธอไม่เคยพานพบมาก่อน ครั้งนั้นเธอถูกวางยา สติพร่าเบลอคล้ายครึ่งหลับครึ่งตื่น แต่ครั้งนี้ครบถ้วนสมบูรณ์รับรู้ว่าเขากำลังทำอะไร

เธอไม่เคยมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับใคร แต่กับเขาเธอถึงกับข้ามขั้นเข้าสู่การร่วมรัก สนิทสนมกันไปในทุกสัดส่วน สัมผัสถึงความร้อนระอุของกันและกัน เขารุกเธอรับ เขาขยับมา เธอก็ขยับเปิดทางตอบรับเขาอย่างเต็มใจ เธอมันผู้หญิงหน้าไม่อาย จะใจง่ายเกินไปแล้ว เธอไม่ควรทำตัวแบบนี้ ไม่ควรเลย...

แต่มันห้ามได้เสียที่ไหน เธอแทรกนิ้วมือเข้าขยุ้มกลุ่มผมดกดำจิกทึ้งตามแรงอารมณ์ที่ทะยานขึ้นสูงลิบลิ่ว น้ำทิพย์ที่ไหลทะลักออกมาช่วยให้กายแกร่งลื่นไถลเข้าออกได้ง่ายขึ้น ไฟราคะที่เผาไหม้ร่างสองร่างฉุดรั้งให้พวกเขาต่างลุ่มหลงมัวเมาตกอยู่ในกิเลสตัณหา ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไฟนั้นก็ยิ่งแผดเผาร่างของพวกเขาให้มอดไหม้ จนเมื่อความร้อนพุ่งทะยานจนถึงขีดสุด เสียงหวานก็สอดผสานกับเสียงคำรามต่ำดังลั่นกึกก้องยาวนาน ร่างกายกระตุกเกร็งระเบิดพร่างพรมสะท้านไหว สั่นระริกกอดรัดกันแน่นหนาแทบกลืนหายเข้าไปในร่างเดียวกัน

ฟองซัวล์พ่นลมหายใจออกยาวนานพยายามปรับอารมณ์ให้เข้าสู่ภาวะปกติ การร่วมรักในครั้งนี้เขาจงใจประวิงเวลาให้ยาวนานกว่าสองชั่วโมง ไม่ยอมให้อีกฝ่ายได้สมใจง่าย ๆ ขณะเดียวกันก็ต้องการทนสอบความอดทนของตัวเอง แต่นั่นกลับทำให้เขาทรมานแทบคลั่งต้องพยายามอดกลั้นไม่ให้ตัวเองเผลอทำรุนแรงกับเธอ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังทำให้เรือนกายนุ่มนิ่มบอบช้ำไปทั้งร่าง เนื้อตัวแดงเป็นจ้ำ ๆ ด้วยน้ำมือเขาทั้งสิ้น

ริมฝีปากหนากระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มรู้สึกอิ่มเอมหลังจากได้จับแม่เสือสาวกลืนกิน ผิดกับอีกคนที่ยังคงนอนเหนื่อยหอบ แววตาดูเหม่อลอย เนื้อตัวยังคงสั่นเทา หลังความวาบหวามผ่านไป ความเจ็บก็แทรกเข้ามาแทนที่ ชาลิตาไม่กล้าขยับตัว เพราะแค่ขยับเพียงนิด ความเจ็บก็แล่นปลาบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่เส้นทางรัก ซึ่งตอกย้ำให้เธอรู้ว่าก่อนหน้านี้ถูกคนเลือดเย็นคนนี้ทำอะไรไว้บ้าง ทั้ง ๆ ที่เธอร้องขอให้หยุด แต่เขาก็ไม่หยุด แถมยังฟาดฟันเธอไม่ยั้งหยิบยื่นในสิ่งที่เธอไม่ต้องการให้อย่างไม่คิดเห็นใจกันเลยสักนิด เขามันเลวร้ายที่สุด ทำไมเธอถึงต้องมาเจอคนใจร้ายแบบเขาด้วย!

อุ๊ย!” ชาลิตาถึงกับหลุดเสียงร้อง เมื่อคนด้านบนถอนแก่นกายออกกะทันหัน ทำเอาเธอหลุดจากภวังค์ความคิดได้สติในทันที ทว่า...ถอยออกไปได้ไม่นานอีกฝ่ายก็ขยับสอดเข้ามาใหม่ทำเอาเธอหลุดครางออกมาเบา ๆ

รู้สึกเป็นยังไงบ้าง ชอบหรือเปล่า

ไม่ ออกไปจากตัวฉันเดี๋ยวนี้ ออกไป!” สองมือบางรีบยกขึ้นยันอกแกร่งไม่ให้ขยับกายเข้าหาเธออีก แต่เรี่ยวแรงที่สูบออกไปก่อนหน้านี้ก็ทำให้เธอทำได้แค่วางมือแปะที่แผงอกเขาเท่านั้น อีกฝ่ายทำราวกับจะยั่วเธอให้ตบะแตก เพราะเขายังคงขยับตัวตนร้อนผ่าวเข้าออกเส้นทางลี้ลับของเธอไม่หยุด เชื่องช้าแต่ว่าหนักแน่นตอกย้ำให้รู้ว่าเธอเป็นของเขา เธอไม่แน่ใจว่าเขาต้องการจะสื่ออะไร แล้วก็ยิ่งไม่เข้าใจว่าเขามาข้องแวะกับเธอทำไมอีก ในเมื่อเธอเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา ฐานะก็แค่พอใช้ไม่ได้ร่ำรวยเลิศหรูเหมือนกับผู้หญิงที่เขาควงออกงาน ไม่ได้สวยเหมือนกับดารา การแต่งตัวยิ่งแล้วใหญ่ ทุกอย่างมันช่างขัดกับสเป๊กสาว ๆ ที่เขาควงอยู่โดยสิ้นเชิง

ชอบแบบนี้หรือเปล่า ฟองซัวล์ถามเสียงพร่าปนเซ็กซี่ นิ้วโป้งทั้งสองข้างคลึงอยู่ที่โคนขาด้านในใกล้กับจุดอันตรายทำให้แม่เสือตัวน้อยถึงกับสะดุ้งพยายามดึงขาตัวเองหนี แต่ก็ไม่สำเร็จเพราะถูกมือหนาจับยึดไว้แน่นทั้งสองข้าง ส่วนช่วงล่างที่ยังคงผสานกันก็ขยับเอื่อยเฉื่อยกึ่งหยอกล่อกึ่งทำโทษ

มะ...ไม่ หยุด พอที หยุดได้แล้ว คุณ...อ๊ะ!” เมื่อคำตอบไม่ตรงคำถาม ฟองซัวล์จึงตอกย้ำสัมผัสลงไปแรงกว่าที่เคย จนชาลิตาเผลอครางออกมา แล้วสักพักเขาก็นิ่งค้างไป ทั้งที่อาวุธทำลายล้างยังอยู่ในกายเธอ เธอออยากจะบ้าตายจริง ๆ นะ เขาต้องการอะไรกันแน่ จะทรมานเธอไปจนถึงเมื่อไหร่ เขาถึงจะพอใจและเลิกยุ่งกับเธอสักที

นะ...นี่คุณจะทำอะไรน่ะ หยุดเดี๋ยวนี้นะ หยุดทำเรื่องบ้า ๆ แบบนี้สักที เสียงแหบห้าวตะโกนบอกเสียงสั่น เมื่อเห็นอีกฝ่ายกดขาทั้งสองข้างของเธอลงบนเตียง ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวฉายแววน่ากลัวออกมาให้ได้เห็น จนเธอรู้สึกใจสั่นหวาดกลัวขึ้นมา เธอพยายามดิ้นหนี สองเท้าถีบยันไปกับเตียงนอน แต่กลับไม่สามารถหลุดจากพันธนาการของเขาไปได้ นิ้วโป้งคลึงเนื้ออ่อนด้านในโคนขาสลับหนักเบา ความรู้สึกบางอย่างปะทุขึ้นมา ความร้อนวิ่งพล่านไปทั่วร่าง ก่อนจะมากระจุกอยู่ที่จุดเดียว มันน่าอายมากที่เธอจะบอกว่าเป็นจุดนั้นของเธอ

ฉันบอกไว้ว่าอย่างไร ให้เธอเรียกแทนตัวเองว่า'ตา'และต่อท้ายด้วยค่ะ เธอลืมไปแล้วหรือ ฉันไม่ชอบคนที่ไม่เชื่อฟัง ในเมื่อเธอคิดจะต่อต้าน ฉันก็จะสอนบทเรียนให้เธอรู้ว่าคนอย่างฉันไม่ใช่ที่ใครจะมาผิดคำพูดได้ เมื่อรับปากแล้วก็ต้องทำให้ได้ ไม่เคยมีใครไม่ทำตามคำสั่งฉัน แล้วก็ไม่มีกฎหมายข้อไหนไม่ให้รักเมียตัวเอง

คนสารเลว คุณมัน...อื้อ!!”

บริภาษชายหนุ่มไปได้ไม่กี่คำ ชาลิตาก็ถูกริมฝีปากหนาประกบทับลงมาบนเรียวปากตัวเองปิดกั้นคำด่าทอและช่วงชิงความหวานไปต่อหน้าต่อตา ดวงตาคู่สวยเบิกโพลง ขณะที่หัวใจดวงน้อยเต้นแรงไม่เป็นส่ำ เลือดในกายสูบฉีดไหลเวียนไปทั่วร่าง เนื้อตัวเธอสั่นสะท้านยามที่เขาลงมือบรรเลงเพลงรักบนเรือนร่างเธอและขับเคลื่อนความเร่าร้อนถาโถมสู่กายเธอ

อื้อ...แฮ่ก ยะ...หยุดนะ ฮือ พอที ชาลิตาครางเสียงกระเส่าพยายามบังคับเสียงตัวเองให้เป็นปกติ แต่มันก็ยากเหลือเกิน น้ำเสียงเธอสั่นพร่า ขณะที่ดวงตาก็พร่าเลือนปรือปรอยมองเขาอย่างยั่วยวนโดยไม่รู้ตัว

ไม่รู้ว่าแม่เสือตัวน้อยของเขาจะรู้บ้างไหมว่าในเวลานี้เธอทั้งเซ็กซี่และเย้ายวน เธอสามารถทำให้ชายนับร้อยสยบอยู่แทบเท้าได้เพียงแค่ปรายตามอง จมูกโด่งสันซุกเข้าที่ซอกคอขาวสูดดมกลิ่นกายหอมกรุ่นเป็นเอกลักษณ์ กลิ่นกายที่เขาชื่นชอบและหลงใหลเป็นที่สุด วงแขนแข็งแกร่งกอดรัดร่างนุ่มนิ่มเข้าสู่อ้อมแขนขยับเรือนกายแกร่งร้อนเข้าสู่ความอ่อนนุ่มที่บีบรัดเขาแน่นแทบขาดใจ

ฟองซัวล์พรมจูบไปตามนวลหน้างาม แม้การกระทำจะดูป่าเถื่อนบังคับฝืนใจเธอให้ยอมคล้อยตาม แต่ก็ยังคงความอ่อนโยนปลอบประโลมเธอไม่หยุด ความรู้สึกเหล่านั้นส่งผ่านไปถึงเธอ ชาลิตารับรู้ทุกอย่าง แต่เธอไม่อาจดีใจหรือปลาบปลื้มกับสิ่งที่เขาทำได้ เพราะเธอไม่รู้ว่าเขาทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร เขามีจุดประสงค์อะไรกันแน่ เธอคิดเหตุผลไม่ออกเลย

ฟองซัวล์ที่เห็นหัวคิ้วคนใต้ร่างขมวดแทบชนกันก็อดใจไม่ไหวก้มลงไปจุมพิตกลางหน้าผากมนเบา ๆ หวังคลายวงคิ้วสวยให้ออกจากกัน ก่อนที่ปลายจมูกจะไล่ลงมาตามสันจมูกโด่งรั้นของอีกฝ่าย แล้วเคลื่อนออกมามองภาพหญิงสาวที่มีรูปสลักเย้ายวนบิดกายไปมาบนเตียงกว้างสีน้ำเงินเข้ม เส้นผมสีน้ำตาลเข้มแผ่สยายไปทั่ว มันเคลื่อนไหวไปมาราวกับมีชีวิต ผิวกายผุดผ่องขาวละมุนอวดความงดงามอยู่เบื้องหน้า สรรค์สร้างประตามากรรมชั้นเอก รังสรรค์องค์ประกอบงดงามให้เสร็จสมบูรณ์ไว้ในกายเธอ ทรวงอกอวบอิ่มกลมกลึงประดับไว้ด้วยเม็ดสีทับทิมทั้งสองข้าง ไล่ลงหน้าท้องแบนราบ จรดที่ความงามเร้นลับที่ชวนลุ่มหลง ยามเธอเคลื่อนไหวช่างดูเร่าร้อนและบอบบางน่าทะนุถนอมและขยี้ให้แหลกคามือไปในเวลาเดียวกัน

ตา...ทำไมถึงน่ารักน่าใคร่แบบนี้นะ เธอทำให้ฉันอดใจไม่ไหว อยากกลืนกินเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฉันจะคลั่งตายอยู่แล้วนะ

หยุดเถอะค่ะ ตา...ตาจะไม่ไหวแล้ว อื้ม อย่ารังแกตาสิคะ สงสารตาหน่อยเถอะ

ตา...น่ารักแบบนี้ใครจะอดใจไม่แกล้งได้ล่ะ หืม ฉันจะนุ่มนวลที่สุด อีกนิดเถอะนะ นะครับ เมื่อเห็นอีกฝ่ายยอมอ่อนข้อลงยอมเอ่ยปากขอร้องด้วยน้ำเสียงหวาน ๆ ส่งสายตาน่ารักมาให้ หัวใจแข็งกร้าวก็พลันอ่อนยวบใจอ่อนแทบจะในทันที แต่ไม่วายจะยื่นคำขาดว่าอย่างไรก็จะต้องได้กินเธอต่อ

ชาลิตาหลบสายตาวูบบอกไม่ถูกเหมือนกันว่าตัวเองรู้สึกอย่างไร ดวงตาคู่คมในยามปกติจะเย็นชาไร้ความรู้สึก จนเธอคาดเดาความคิดเขาไม่ออก แต่พอตกอยู่ในห้วงพิศวาสกลับแสดงท่าทีอ่อนโยนทะนุถนอมราวกับเธอเป็นของล้ำค่าที่คู่ควรแก่การปกป้อง ตอนนี้เธอเองก็ไม่ได้เจ็บมากแล้ว มิหนำซ้ำอารมณ์ที่ปล่อยค้างไว้ยังไม่พุ่งถึงขีดสุด เธอยังไม่ได้รับการปลดปล่อย ทำให้รู้สึกทรมานวอนหาการเติมเต็มจากเขา

ก็ได้...แต่ว่าแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวนะ ฉัน...ตาไม่ไหวแล้วจริง ๆ ตาง่วงมาก อยากพักผ่อนแล้วค่ะ

ไม่มีปัญหา ฉันอนุญาตให้กอดฉันได้ อยากจะระบายอารมณ์ก็เอาเลย ไม่พูดเปล่าแต่มือหนายังเอื้อมไปดึงแขนเรียวสองข้างให้มากอดเอวตัวเองพลางโน้มกายไปข้างหน้าให้สัมผัสกันได้ง่ายขึ้น ชาลิตารู้สึกว่าตัวเองหน้าร้อนผ่าวจนทนไม่ได้ต้องหลบสายตาไป เขาร้อนแรงเหลือเกิน ไม่แปลกใจที่ใครต่อใครจะต้านทานเสน่ห์อันเหลือร้ายของเขาไม่ได้ ไม่เว้นแม้แต่เธอ

แวบหนึ่งที่ฟองซัวล์เห็นนัยน์ตาสีนิลวูบไหวฉายแววชื่นชมเขาอย่างไม่ปกปิด แต่วินาทีต่อมาก็เปลี่ยนเป็นเจ้าเล่ห์เจ้าแผนการ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าอีกไม่นานเขาจะถูกเธอเอาคืน แต่เอาเถอะ ถือเสียว่าเขาทำเธอเจ็บก่อน หากเธอจะทำกลับก็ถือว่ายุติธรรมดี

โดยไม่รอช้าร่างสูงก็ก้มลงไปดูดเม้มเรียวปากอิ่มแทะเล็มทีละนิดโดยมีเจ้าของร่างนุ่มนิ่มเผยอริมฝีปากรับด้วยความเต็มใจ มือหนาเคลื่อนไปทั่วเรือนร่างปลุกเร้าอารมณ์แม่เสือให้ลุกโชนขึ้นตอบสนองต่อการรุกเร้าของเขาได้อย่างร้อนแรงไม่แพ้กัน

บทเพลงถูกบรรเลงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพลิงพิศวาสโหมกระพือขึ้นทุกขณะ เผาแผดร่างของพวกเขาให้มอดไหม้จมอยู่ในห้วงปรารถนา เสียงหวานครวญครางไม่หยุดผสานกับเสียงทุ้มต่ำคำรามก้อง เนื้อตัวแนบชิดสนิทสนมกันในทุกสัดส่วนวอนหาสัมผัสอุ่นร้อนของกันและกัน

ชาลิตากรีดกรงเล็บลงไปกับแผ่นหลังกว้างกรีดร้องครั้งแล้วครั้งเล่าระบายความเสียวซ่านที่ถูกเขามอบให้ ขณะที่ฟองซัวล์ขบกรามแน่นเส้นเลือดปูดโปนตรงขมับระงับอารมณ์ตัวเองที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ เรือนกายหนาถาโถมเข้าหาเรือนกายอ่อนนุ่ม ทุกประสาทสัมผัสตึงเครียดเมื่อเข้าใกล้ฝั่งฝัน เล็บของแม่เสือตัวน้อยกรีดกรายไม่หยุดจนเลือดออกซิบ ๆ แต่เขาก็ไม่ปริปากต่อว่าเธอ ใบหน้าสวยเชิดขึ้นพลางหลับตาพริ้มเผยอริมฝีปากเปล่งเสียงรัญจวนใจ ดวงตาคมจ้องเขม็งกับภาพนั้น ก่อนที่มือหนาจะลูบไล้เอวบางคอดกิ่วไปมาพลางจ้องมองสีหน้าของอีกฝ่ายไปด้วย เขาต้องการจดจำสีหน้าของหญิงสาวในยามตกอยู่ห้วงอารมณ์แห่งรัก อยากเห็นว่าเธอมีความสุขแค่ไหนในยามที่เข้าไปอยู่ในตัวเธอ

ตาจะไม่ไหวแล้วค่ะ ช่วยตาด้วย ได้โปรด...”

ฉันก็กำลังช่วยอยู่นี่ไง อีกนิดนะ ใกล้จะถึงแล้ว เสียงกระซิบบอกที่ข้างหู ทุ้มต่ำชวนหลงใหล เปลือกตาบางพริ้มหลับอย่างเคลิบเคลิ้ม ทำให้ไม่มีโอกาสได้เห็นประกายตาอ่อนโยนรักใคร่ของชายหนุ่ม

เมื่อเธอออกปากขอความช่วยเหลือ ฟองซัวล์ก็เต็มอกเต็มใจช่วยอย่างไม่ปริปากบ่นเร่งขยับแก่นกายเข้าออกกระหน่ำรัวเร็วสู่กลีบกุหลาบงามตอกย้ำทุกสัมผัสให้ชัดเจนในความรู้สึก หนักหน่วงเสียจนหญิงสาวเปล่งเสียงครวญครางแหบพร่าไม่หยุดรู้สึกกระหายน้ำลำคอแห้งผากเช่นเดียวกับฟองซัวล์ที่กอบกุมสะโพกแน่นตรึงไว้ไม่ให้ขยับหนี ใบหน้าคมคายเงยหน้าขึ้นเปล่งเสียงคำราม ยิ่งบทรักพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด เขาก็ถาโถมทั้งแรงกายแรงใจเข้าใส่ไม่ยั้ง จนกระทั่งพวกเขาตระกายขึ้นแตะขอบวิมานก็ระเบิดอารมณ์พร่างพราวหวีดร้องเสียงดังลั่นปลดปล่อยความหฤหรรษ์ออกมา...

ทุกสัมผัสจะตราตรึงอยู่ในความทรงจำเป็นภาพแห่งความสุขล้ำที่พวกเขาไม่มีวันลืม...

แต่ความต้องการของชายหนุ่มไม่อาจหยุดยั้งได้เพียงแค่รอบสองรอบ โดยไม่รอให้อีกฝ่ายหายเหนื่อย เขาก็จัดการกลืนกินแม่สาวตัวน้อยอีกครั้ง ครั้งนี้รุนแรงและดุดันกว่าเดิม เขาพุ่งทะยานโจนจ้วงสู่ความอ่อนนุ่มบุกรุกอย่างไม่คิดออมแรง จนชาลิตากรีดร้องแทบขาดใจ ความเสียวซ่านตีเป็นเกลียวคลื่นระลอกใหญ่ซัดสาดใส่กายสาวให้รวดร้าววาบหวามรับรู้ถึงตัวตนของเขา ความรู้สึกของเขามันล้นทะลักเกินกว่าเธอจะรับไหว แต่ก็ไม่อาจหลบหลีก

ชาลิตารู้สึกเขินอายเมื่อเรียวขาถูกดึงไปรัดรอบเอวหนา ดวงตาคู่สวยจับจ้องมองการเคลื่อนไหวหนักหน่วงของอีกฝ่าย เธอกลืนกินความใหญ่โตของเขาไม่หยุดหย่อน ยิ่งเห็นสีหน้าเสียวซ่านทรมานของเขา เธอก็ยิ่งรู้สึกฮึกเหิมบดเบียดความอ่อนนุ่มชุ่มฉ่ำเข้าหาโดยไม่รู้ตัว ฟองซัวล์ต้องบอกตัวเองไม่ให้เผยยิ้มออกมา เมื่อแม่เสือสาวหลงกลกับดักที่เขาวางไว้ เร่งรุดเพิ่มแรงปรนเปรอร่างเล็กส่งอีกคนให้ถึงชั้นวิมานโดยเร็ว

กรี๊ด!!”

ร่างเพรียวยังคงสั่นคลอนขยับเคลื่อนไหวบนเตียงไม่หยุด แม้ว่าจะได้รับการปลดปล่อยแล้วก็ตาม แต่เพราะชายหนุ่มด้านบนยังไม่เปิดโอกาสให้เธอหยุดพัก เธอจึงต้องเปล่งเสียงครางนอนรอรับระลอกคลื่นพิศวาสขนาดใหญ่ที่ซัดสาดเข้ามา แต่เมื่อเวลาผ่านไปคลื่นพายุนั้นก็พุ่งเข้าสู่กายสาวอย่างจัง ทำเอาเธอตัวแข็งค้างเผยอริมฝีปากครางลั่นรับการเติมเต็มจากเขา

ฟองซัวล์ยังคงแช่แก่นกายไม่ยอมถอนออก เขาต้องการรอดูให้แน่ใจก่อนว่าจะไม่ทำให้อีกฝ่ายเจ็บไปมากกว่านี้แล้วค่อยพาตัวเองออกมา รอจนกระทั่งทั้งเธอและเขาหายใจได้เป็นปกติ เขาถึงได้พาตัวเองออกมาอย่างนุ่มนวลที่สุด

โอ๊ย เจ็บ

เจ็บมากเลยหรือ

เจ็บ ฮึก ชาลิตาไม่ได้อยากร้องไห้เลยสักนิด แต่เพราะถูกเขากระโจนเข้าใส่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้จุดอ่อนไหวเจ็บแสบจนไม่กล้าขยับตัว ดวงตาคู่สวยรื้นไปด้วยน้ำตา ก่อนจะหยดลงไปกับเตียง ความรู้สึกผิดฉายชัดในดวงตาคู่คม แต่ก็จางหายไปอย่างรวดเร็วจนอีกฝ่ายมองตามไม่ทัน

งั้นก็นอนอยู่นิ่ง ๆ ฉันจะเช็ดตัวให้จะได้นอนหลับสบาย ๆ

สาบานได้ว่าตั้งแต่เกิดมาจนอายุสามห้า เขาไม่เคยต้องเช็ดตัวให้ผู้หญิงคนไหน ไม่เคยใส่ใจว่าอีกคนจะรู้สึกอย่างไรหลังจากกิจกรรมบนเตียงจบลง เมื่อทุกอย่างเสร็จเขาก็ไล่พวกเธอออกไปพร้อมกับเช็คเงินสดก้อนใหญ่มากพอที่จะเลี้ยงดูพวกเธอได้อีกหลายเดือน แต่สำหรับแม่เสือสาวเขารู้สึกเหมือนตัวเองจำเป็นต้องทำทุกอย่างที่ไม่เคยทำกับให้ใครมาก่อน อย่างเช่นเช็ดตัวให้เธอในตอนนี้ก่อนที่ไข้จะขึ้นจนล้มป่วยเอาได้ เขารู้ว่าเธอตัวเล็กมากแค่ไหน เขาผิดเองที่เอาแต่ใจมากเกินไปจนเธอเจ็บระบมไปหมดแบบนี้ แต่ถ้าตอนนั้นคิดจะให้เขาหยุดคงมีอยู่วิธีเดียวเท่านั้นแหละเอาปืนมายิงเขาทิ้งซะ แล้วเขาถึงจะหยุด

ฟองซัวล์รู้ว่าตัวเองขึ้นชื่อว่าเป็นนักธุรกิจเลือดเย็น เฉียบขาดและไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร ความเลือดเย็นส่งผลมาถึงเรื่องเซ็กส์กับผู้หญิงที่เข้ามาสร้างความสุขให้เขา ส่วนใหญ่พวกเธอจะเร่าร้อนเป็นการเป็นงานเรียกใช้ครั้งเดียวไม่มีครั้งที่สอง เขาเป็นคนเคร่งครัดในเรื่องนี้มาก ผู้หญิงทุกคนที่ขึ้นเตียงกับเขาจะถูกคัดสรรเป็นอย่างดี ตรวจสอบประวัติความเป็นมาชัดเจนและต้องไม่เรื่องมากน่ารำคาญ ไม่ว่าเขาต้องการอะไรก็พร้อมจะสนองให้ ซึ่งเขาเป็นคนค่อนข้างเอาแต่ใจและไม่เคยปรานีคู่นอน

เจ็บ...” เสียงแหบแห้งของหญิงสาวบนเตียงเรียกให้เขาได้สติ ดวงตาคู่สวยแวววาวด้วยน้ำตายังคงจ้องมองใบหน้าเขาไม่หยุดราวกับจะประท้วงว่าเขาผิดสัญญาและเป็นคนทำให้เธอเจ็บ ดวงตาคมลากเลื่อนไปมองกลีบกุหลาบงามที่ตอนนี้มีสีเข้มขึ้นชอกช้ำด้วยน้ำมือเขา แล้วก็ไม่รู้อะไรดลใจแค่คิดว่าเธอต้องเจ็บเพราะตัวเอง หัวใจก็พานเจ็บหนึบอยากบรรเทาความเจ็บให้เธอถึงได้ก้มหน้าลงจรดริมฝีปากกับกลีบกุหลาบงาม ทำเอาสาวเจ้าสะดุ้งตัวสั่นคาดคิดไม่ถึงกับการกระทำของเขา

ฉันขอโทษ

ช่างเถอะ ว่าแล้วก็สะบัดหน้าหนีไปทางอื่นพลางเม้มปากแน่นสะกดกลั้นความรู้สึกบางอย่าง

เดี๋ยวฉันมา

ร่างสูงผุดลุกขึ้นเดินโทง ๆ ไปทางห้องน้ำ เมื่อรู้ว่าตัวเองนอนอยู่ในห้องคนเดียว ชาลิตาถึงได้หันกลับมา ดวงตาจับจ้องมองบนเพดาน ความคิดมากมายพรั่งพรูหลั่งไหลเข้ามาในสมอง จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขา มันเริ่มที่ตรงไหน แล้วทำไมสุดท้ายมันถึงได้จบลงตรงนี้ เขากลับเข้ามาในชีวิตเธออีกทำไม แล้วเธอล่ะแทนที่จะรังเกียจโกรธแค้นที่เขากลับมาย่ำยีเธออีก แต่กลับรู้สึกโหยหายินดีที่เขากลับมาเติมเต็มในส่วนที่ขาดหายไป

ตื่นเต้นและยินดีที่ได้เจอเขาอีกครั้ง หัวใจที่เคยเหี่ยวเฉาเฝ้าคิดถึงแม้ในยามฝันกลับพองฟูขึ้นอย่างน่าประหลาดคล้ายได้ของสำคัญกลับคืนมา ความรู้สึกนี้อีกนานแค่ไหนเธอถึงจะเข้าใจความหมายเสียที

ฟองซัวล์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เมื่อเดินเข้ามาเห็นแม่เสือสาวเอาแต่เหม่อลอยจ้องมองเพดาน เดี๋ยวยิ้มเดี๋ยวหมองเศร้าจนคาดเดาไม่ออกว่ารู้สึกอย่างไรกันแน่ สองมือถือกะละมังใบบรรจุเล็กไว้มีผ้าผืนบางวางอยู่ในนั้น สองเท้าก้าวยาวตรงไปยังเตียงที่อีกร่างนอนอยู่ เขาวางกะละมังไว้กับโต๊ะข้างเตียง ก่อนจะทรุดร่างลงข้าง ๆ ทำเอาคนติดอยู่ในภวังค์ถึงกับสะดุ้งหันกลับมามองตาโต

ขอโทษที่เอาแต่ใจไปหน่อย เจ็บมากใช่ไหมฉันไม่ได้ทำรุนแรงเกินไปนะ พูดอะไรหน่อยสิ อย่าเอาแต่เงียบ ฉันเดาความคิดเธอไม่ออก น้ำเสียงอบอุ่นเจือห่วงใยของร่างสูงทำให้ชาลิตารู้สึกเหมือนอยากจะร้องไห้ แต่หารู้ไม่ว่าน้ำตาไหลออกมาจากดวงตาเรียบร้อยแล้ว มือหนายื่นไปทาบใบหน้าสวยของอีกคน ก่อนปลายนิ้วร้ายจะเกลี่ยหยดน้ำตาให้อย่างแผ่วเบา ดวงตาคมสีฟ้าเข้มทอแสงอ่อนลงขณะสบประสานกับดวงตาสีดำขวับสั่นไหวด้วยความรู้สึกบางอย่าง

ไม่เป็นไร...” พูดออกไปได้แค่นั้นเธอก็ต้องกัดปากตัวเอง เธอพูดออกไปได้อย่างไรว่าไม่เป็นไร ไม่เป็นไรเนี่ยนะ เธอบ้าไปแล้วหรือ เธอเจ็บแสบจนขยับตัวไม่ได้ ยังบอกว่าไม่เป็นไรอีก ไม่เรียกเธอว่าโง่ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว!

หึ จะไม่เป็นไรได้อย่างไร ฉันรังแกตาขนาดนี้ต้องเป็นอยู่แล้ว นอนนิ่ง ๆ นะฉันจะเช็ดตัวให้

ฟองซัวล์ที่อยู่ในสภาพเปลือยอกท่อนล่างพันด้วยผ้าขนหนูเอียงตัวไปบิดผ้าชุบน้ำจนหมาด ก่อนจะไล้เช็ดใบหน้าของอีกคนเบา ๆ น้ำเย็น ๆ ทำให้เธอเผลอสะดุ้งแต่ก็ไม่ได้ออกปากห้าม สายตาจับจ้องมองใบหน้าเคร่งขรึมของเขาไม่กะพริบ เธอกลัวจะพลาดความรู้สึกบนใบหน้าเขา ทำไมเขาดูเคร่งเครียดจัง มันทำให้เธออดไม่ได้ที่จะยื่นนิ้วไปคลึงหัวคิ้วที่แทบจะชนกันให้คลายออก

ฟองซัวล์ยังพุ่งสมาธิไล้เช็ดมาที่ซอกคอขาว ลากลงมายังทรวงอกอิ่ม ชาลิตาเผลอสะดุ้งหลุดอุทานออกมาเบา ๆด้วยความตกใจ แต่ก็ยังไม่คิดร้องห้าม มือหนาแอบสั่นน้อย ๆ ต้องพยายามอย่างหนักที่จะไม่เล่นงานเธออีก แต่พอลากเลื่อนมาที่หน้าท้องแบนราบ ลมหายใจของเขาก็สะดุดพอ ๆ กับเธอที่หายใจติดขัด อารมณ์บางอย่างพุ่งพรวดขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ แต่เพราะรู้ดีว่าคืนนี้ร่างเล็กโดนขย้ำมามากพอแล้ว คงต้องยุติทุกอย่างลงเท่านี้ ส่วนพรุ่งนี้และวันต่อ ๆ ไปค่อยว่ากันอีกที

ผ้าเย็น ๆ สัมผัสเข้ากับจุดอ่อนไหวที่สุดในร่างกาย ชาลิตาตัวสั่นเผลอหนีบขาเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว จนชายหนุ่มต้องจับเรียวขาแยกออก ก่อนจะลงมือใช้ผ้าเช็ดทำความสะอาดทุกซอกทุกมุมอย่างนุ่มนวล ร่างเพรียวหายเกร็งยอมนอนนิ่ง ๆ ให้เขาดูแลต่อไป

เสร็จแล้ว เดี๋ยวฉันมา ไม่ต้องลุกขึ้นไปไหนเลย นอนนิ่ง ๆ อยู่บนเตียงนี่แหละ ถ้าไม่ฟังกันจะโดนเล่นงานอีก เมื่อเห็นอีกฝ่ายตั้งท่าจะลุกขึ้น ดวงตาคมดุก็ปรามเสียงเข้ม ชาลิตาถลึงตามองอย่างขุ่นเคืองแต่ก็ยอมนอนสงบนิ่งอยู่บนเตียงแต่โดยดี เมื่อเขาหายลับไปในห้องน้ำ ปากอิ่มก็ขมุบขมิบพ่นคำพูดตัดพ้อออกมา

ก็ไม่ใช่เพราะคุณหรือไงที่ทำให้ฉันต้องเป็นแบบนี้น่ะ เพราะคุณนั่นแหละที่ทำให้ฉันลุกไปไหนไม่ได้ต้องนอนเป็นหุ่นอยู่แบบนี้ คนใจร้าย

แล้วเมื่อกี้นี้เธอก็แค่จะลองขยับตัวดูไม่ได้คิดจะลุกไปจากเตียงสักหน่อย ทำไมต้องดุเธอด้วย เธอทำผิดอะไรกัน

ฟองซัวล์ปรายตามองคนบนเตียงเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า กวาดสายตาเพียงแวบเดียว มือหนาก็คว้าเสื้อเชิ้ตตัวยาวสีเข้มติดมือมาตัวหนึ่งเดินตรงไปหาคนบนเตียง

เดี๋ยวเป็นปอดบวม ใส่เสื้อไว้สักตัวก็ดี อธิบายเพียงเท่านั้นก็จัดการสวมเสื้อให้อีกคน ก่อนจะสลัดผ้าขนหนูผืนเดียวบนร่างออก ตามด้วยกระโจนลงบนเตียงดึงรั้งให้แม่เสือตัวน้อยที่หลับตาปี๋หวีดร้องด้วยความตกใจมากอดแนบอกแทบจะหลอมละลายเป็นร่างเดียวกัน

ฉันเป็นคนขี้ร้อนต้องนอนถอดเสื้อถึงจะหลับ แล้วเธอก็คงต้องการความอบอุ่น ฉันก็เลยคิดว่าควรจะกอดเธอไว้แบบนี้จะได้หายหนาวไง

คนหลงตัวเอง ฉันต้องการแบบนี้เสียที่ไหนเล่า ปล่อยนะ!”

ว่าไงนะ ฉันงั้นเหรอ นัยน์ตาสีฟ้าเข้มมืดครึ้มลงเมื่อได้ยินสรรพนามที่ใช้แทนตัวของหญิงสาว ใบหน้าคมคายดุดันขึ้นกระด่างเสียจนคนมองใจหล่นวูบรีบแก้ตัวแทบไม่ทัน

ตาไม่ต้องการให้คุณมากอดเอาไว้แบบนี้ มันอึดอัด คุณเข้าใจไหม ปล่อยได้แล้ว ปล่อยสิ เอ๊ะ! นี่คุณ!” ชาลิตาแทบอยากจะกรีดร้องใส่หูคนหน้ามึนที่ยังไม่เลิกกอดเธอ แถมยังกระชับให้แน่นขึ้นอีกจนแทบหายใจไม่ออกอยู่แล้ว

ไม่ปล่อย ตาก็เลือกเอาเองแล้วกันว่าจะนอนหรือจะให้ฉันทำอย่างอื่นต่อ อันที่จริงฉันก็ยังไม่ง่วงและก็ยังไม่เหนื่อยสักเท่าไหร่ บางทีเราสองคนน่าจะออกกำลังกายต่ออีกสักหน่อยจะได้นอนหลับสบาย ตาคิดว่างั้นไหม

มะ...ไม่นะ! ตาง่วงแล้ว ตาจะนอน นอนสิ คนบ้า ไหนบอกให้ตาเลือกไง ตาง่วงแล้วจะนอน

งั้นก็หลับตาสิครับคนดี เร็วเข้า ฉันก็ง่วงแล้วเหมือนกัน เสียงกลั้วหัวเราะของอีกคนทำให้หัวคิ้วของชาลิตาเลิกขึ้นพลางจ้องมองอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ แต่พอโดนสายตากดดันเข้าก็รีบปิดเปลือกตาลงทำตามคำสั่งอีกคนทันที

อุ๊ย

ไหนว่าง่วง ไม่คิดจะหลับต่อแล้วเหรอ เสียงกระเซ้าของร่างสูงทำให้เธอที่สะดุ้งลืมตาตื่นเพราะถูกจุมพิตที่หน้าผากรีบปิดตาลงไปใหม่ ริมฝีปากอิ่มขบเม้มเบา ๆ อย่างทำอะไรไม่ถูก เรียกสายตาเอ็นดูจากอีกฝ่ายได้ไม่ยาก

ฟองซัวล์กระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นไม่สนอาการแข็งทื่อของคนในอ้อมแขน ริมฝีปากผุดยิ้มบางเบาก้มลงจุมพิตเรียวปากอิ่มเร็ว ๆ แล้วจึงปิดเปลือกตาลง เขาเอนศีรษะเอาใบหน้าตัวเองไปแนบชิดกับใบหน้าสวยเข้าสู่ห้วงนิทราด้วยความรู้สึกสุขใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเช่นเดียวกับชาลิตาที่หลับตาพริ้มซึมซับความอบอุ่น ริมฝีปากอิ่มแย้มขึ้นเป็นรอยยิ้มจมสู่ห้วงนิทราพร้อมกับหัวใจที่อิ่มเอมราวกับถูกชโลมด้วยน้ำทิพย์พาให้จิตใจชุ่มฉ่ำเย็นสบายอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ท่ามกลางกลิ่นอายแห่งความรู้สึกบางอย่างที่ปะทุขึ้นมา ความลึกซึ้งอ่อนหวานที่ทำให้สองหัวใจผูกพันกันมากขึ้น ยากเกินกว่าจะถอยห่างออกจากกันได้โดยที่ทั้งสองฝ่ายไม่รู้เลยว่าความรู้นั้นเรียกว่าความรัก นั่นเอง...

 

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha