รสรักล่าสวาท (จบแล้ว)

โดย: อรุณรัศมี



ตอนที่ 8 : สถานะคลุมเครือ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่8

สถานะคลุมเครือ

 

ชาลิตาขยับตัวอย่างเมื่อยขบ ปวดระบมไปทั้งร่าง ใบหน้าสวยติดจะเหยเกบูดบึ้งอยู่เล็กน้อยกับความเอาแต่ใจของอีกคน ตอนนี้คงเป็นเวลาบ่าย หลังจากที่ถูกคนเผด็จการเล่นงานต่อเมื่อเช้า เธอและเขาก็เผลอหลับไปอีกครั้งเพราะความอ่อนล้า จนกระทั่งแสงแดดเริ่มแรงขึ้นแผดเผาเสียจนเธอฝืนหลับต่อไปไม่ไหวเลยยอมลืมตาตื่น

ชาลิตากะพริบตาถี่รัวปรับสายตาให้ชินกับแสง สักพักก็หันไปมองคนข้าง ๆ อย่างงัวเงีย แต่พอเห็นคนเผด็จการไม่ได้นอนอยู่ข้าง ๆ แล้ว ดวงตาคู่สวยก็เบิกกว้างพลางถลึงตัวขึ้นรีบกวาดสายตามองไปรอบห้องด้วยความตื่นตระหนกกลัวว่าเขาจะโผล่ออกไปนอกห้องแล้วเจอเข้ากับวาริสา ถึงตอนนั้นเรื่องที่เธอปิดบังเอาไว้มาเป็นเดือนๆ ไ ด้ถูกเปิดเผยแน่ เธอไม่อยากให้น้องสาวรู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นในวันนั้นและรู้สึกผิดที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เธอต้องมาเจอกับเรื่องพรรค์นั้น เธอควรจะจัดการปัญหานี้อย่างไรดี

เป็นอะไรไป ไม่สบายหรือเปล่า ฟองซัวล์ก้าวออกมาจากห้องน้ำ หลังจากที่อาบน้ำเสร็จโดยมีเสื้อคลุมสีขาวปกปิดเรือนกายแข็งแกร่งเอาไว้แบบไม่คิดใส่ใจ เชือกที่ผูกไว้ก็หลวมจนแทบหลุด สาบเสื้อแหวกลึกจนเผยแผงอกกำยำน่าสัมผัส พอสายตาหันไปเห็นแม่เสือจอมยั่วเอาแต่นั่งเหม่อ แถมยังขมวดคิ้วมุ่นทำหน้าเคร่งเครียดก็เดินตรงเข้าไปหา ก่อนจะใช้หลังมืออังที่หน้าผากทดสอบระดับความร้อนว่าเข้าข่ายเป็นไข้หรือเปล่า แต่นั่นกลับทำให้อีกฝ่ายถึงกับสะดุ้งโหยงตาโตเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างตกตะลึง

คุณ! คุณมายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่!”

ชาลิตาถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นร่างสูงกำยำของใครอีกคนโผล่มายืนอยู่ตรงหน้า เธอนิ่งค้างไปเมื่อรับรู้ว่าตัวเองเผลอใจลอยคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยจนไม่รู้แม้กระทั่งตอนที่เขาเดินเข้ามาหา พอตั้งสติได้ นัยน์ตาสีนิลถึงได้มีสมาธิจดจ่ออยู่กับสิ่งที่เห็น สภาพของเขาในตอนนี้มันชวนให้รู้สึกไม่ปลอดภัย ทำเอาชาลิตาตัดสินใจรีบพาร่างตัวเองถอยหนีไปด้านหลังด้วยความเร็ว จนกระทั่งแผ่นหลังเปลือยชนกับหัวเตียงถึงได้หยุดชะงักลง ดวงตาคู่สวยสั่นระริกด้วยความหวาดหวั่นจับจ้องมองคนตรงหน้าอย่างตื่นตระหนกระคนกรุ่นโกรธที่เป็นต้นเหตุทำให้เธอเผลอหวั่นไหวไปกับภาพวาบหวิวอย่างไม่ตั้งใจ เธอไม่รู้สึกแปลกใจเลยสักนิดที่ใครต่อใครจะหลงใหลในตัวเขาเพราะรูปสลักที่พระเจ้าสร้างขึ้นช่างงดงามเกินห้ามใจจริง ๆ แต่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานี้เขาจงใจหรือแค่บังเอิญ ทำไมถึงมายืนอยู่ตรงหน้าเธอในสภาพที่ส่อแววล่อแหลมแบบนี้! เขาคงไม่ได้มีจุดประสงค์อะไรอีกหรอกนะ!

ทำไมถึงมองฉันด้วยสายตาแบบนั้น ฉันไม่ใช่ฆาตกรโรคจิตที่วัน ๆ เอาแต่คิดจะว่าปลุกปล้ำผู้หญิงด้วยวิธีไหนหรอกนะ แต่ถ้าตาชอบแบบนั้นฉันก็พอจะสวมบทบาทให้ได้ ดีหรือเปล่า?”

มะ...ไม่! ไม่ดีแน่ ๆ ตาไม่เอาแบบนั้นด้วยหรอก ทำไมคุณถึงไม่แต่งตัวให้เรียบร้อยก่อนออกมาจากห้องน้ำ ออกมาในสภาพแบบนี้เป็นใครก็ต้องตกใจทั้งนั้นแหละ แล้วท่าทางของคุณก็ไม่ต่างจากพวกโรคจิตจริง ๆ” ท้ายประโยคเสียงห้าวหวานแผ่วลงคล้ายกับพูดกับตัวเอง หากแต่ฝ่ายตรงข้ามกลับได้ยินชัดแจ๋วเต็มสองรู้หูถึงได้ถลาลงบนเตียงเอื้อมมือไปกระชากผ้าห่มผืนบางที่บดบังเรือนกายขาวผ่องที่แอบซ่อนอยู่

ฟรึบ!

กรี๊ด! นี่คุณ! คุณ...เอาผ้าห่มของตาคืนมานะ คุณ...!”

เอ เรียกฉันว่าเอ ฉันอนุญาตให้เธอเรียกเป็นคนแรกเลย รู้ไหมว่ามีแต่คนที่สนิทกับฉันเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์เรียกแบบนี้ เธอเป็นผู้หญิงคนแรกเลยนะ ดีใจหรือเปล่า รอยยิ้มกรุ่มกริ่มของเขาทำให้สองแก้มของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ชาลิตาพยายามควบคุมสติตัวเองไม่ให้แตกกระเจิง ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกตัดสินใจยื่นมาออกไปตรงหน้าเหมือนกับจะขอผ้าห่มคืน

ขอผ้าห่มตาคืนด้วย เร็วสิคะ!”

เวลาตาเปลือยร่างแบบนี้น่ารักจะตายไป ฉันไม่อยากให้ตาสวมอะไรเลย มันบดบังทัศนียภาพสวยงามที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจของฉัน เป็นภาพที่สวยงามจริง ๆ จะให้มองทั้งวันทั้งคืนฉันก็ไม่เบื่อ...”

คนบ้า! ตาไม่ได้หน้าด้านเหมือนคุณนะที่จะได้เปลือยกายต่อหน้าคนอื่น ขอผ้าห่มให้ตาด้วย

ฉันไม่ใช่คนอื่น ตาก็รู้ว่าฉันเป็นอะไรสำหรับตา เสียงทุ้มกดต่ำ ขณะที่ดวงตาคมฉายแววตักเตือนส่งมาให้ทำเอาชาลิตาที่รู้ตัวว่าพูดผิดไปได้แต่ก้มหน้าไม่กล้าสบตาด้วย ลืมไปเสียสนิทว่าตัวเองกำลังโป๊เปลือยอวดสายตาใครบางคน ฟองซัวล์ขยับเข้าหาก่อนจะโน้มใบหน้าหล่อเหลาประชิดใบหน้าสวยคมจนได้กลิ่นหอมกรุ่นของอีกฝ่าย ประสาทสัมผัสทั้งห้าตื่นตัวขึ้น ทำให้เขาต้องรีบขยับออกห่างจัดการคลุมผ้าห่มลงบนร่างเพรียวแล้วโอบอุ้มอีกฝ่ายเข้าสู่อ้อมแขน

ทำอะไรคะ?!” เสียงหวานถามอย่างตระหนกเมื่อสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่โอบรัดรอบตัวเธอ ดวงตาคู่สวยสบประสานสายตากับดวงตาคมกริบ ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วบริเวณจนเธอได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นเป็นจังหวะถี่รัว ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่อย่างประหม่าหลบหลีกสายตาไปมองทางอื่น หากแต่โดนนิ้วแกร่งบังคับไว้ไม่ให้หลบเลี่ยงได้จำต้องผสานสายตากับอีกฝ่ายต่อ

ฉันโทรบอกให้ลูกน้องส่งคนมาจัดการเสื้อผ้าที่ตาต้องรีดแล้ว ตาจะได้ไม่ต้องลำบากทำอะไรแบบนั้นอีก ดูสิ มือหยาบกระด้างหมดแล้วไม่สมกับเป็นผู้หญิงเลย

ชาลิตามองตามสายตาของร่างสูงก็เห็นเขาเอาแต่จ้องมองฝ่ามือที่ค่อนข้างหยาบกระด้างของตัวเอง ซึ่งไม่ผิดเพี้ยนจากที่เขาพูดไว้เลยสักนิด แต่ที่มือเธอเป็นแบบนี้ก็เพราะทำงานหนักต้องคอยหาเลี้ยงน้องสาวตั้งแต่ที่พ่อกับแม่เสียไป ดวงตาที่หม่นเศร้าของแม่เสือตรงหน้าทำให้ฟองซัวล์ใจหล่นวูบกอดกระชับร่างอีกคนแน่นพลางก้มหน้าแนบแก้มสากเข้ากับแก้มนุ่ม แผ่นหลังของเธอแข็งเกร็งเรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากร่างสูงได้สำเร็จ

ต่อจากนี้ตาไม่ต้องลำบากทำงานพวกนี้อีกแล้วนะ ฉันจะเป็นคนดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมดในบ้านหลังนี้เอง รวมทั้งค่ารักษาของน้องสาวตาด้วย

ตารับไม่ได้ค่ะ ยังไงก็ไม่ได้

เมื่อเห็นคนในอ้อมแขนไม่ยอมรับความหวังดีของเขาลูกเดียว ฟองซัวล์ก็กอดร่างเพรียวแน่นจงใจกดใบหน้าแนบชิดให้มากขึ้น จนเสียงหวานหลุดร้องด้วยความเจ็บ ดวงตาขุ่นขวางของชาลิตาตวัดมองคนร่างสูงเขม็ง หากแต่เจ้าตัวกลับไม่สะทกสะท้านกอดรัดเธอแน่นขึ้นอีก ลมหายใจที่หอบกระชั้นขึ้นทำให้คิ้วเข้มขมวดมุ่นก้มลงมองใบหน้าสวยที่งอง้ำด้วยความน้อยใจ

เป็นอะไร หืม ฉันทำให้เจ็บงั้นหรือ

ตาไม่อยากคุยกับคุณ โต้กลับไปแค่นั้นก็สะบัดหน้าหนีไปทางอื่น

ตาจะไม่คุยกับฉันจริง ๆ ใจร้ายใหญ่แล้วนะเรา เสียงทุ้มหยอกล้ออย่างอารมณ์ดี นัยน์ตาสีฟ้าเข้มฉายแววอ่อนหวานให้ได้เห็น แต่วินาทีต่อมาก็หายวับไปอย่างรวดเร็วจนอีกฝ่ายมองตามไม่ทัน ชาลิตาเมินหน้ามองไปทางอื่นอย่างไม่คิดใส่ใจคำพูดของชายหนุ่ม นัยน์ตาหม่นแสงเหม่อลอยคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างเขาและเธอ ถึงแม้จะไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงยอมเขามากมายขนาดนี้ แต่การได้อยู่ในอ้อมแขนอบอุ่นของเขา เธอรู้สึกดีจริง ๆ

ตาจะคุยก็ต่อเมื่อคุณปล่อยตัวตาแล้วเท่านั้น ปล่อยค่ะ มือเรียวพยายามงัดแกะมือหนาที่เกาะเหนียวหนึบเป็นตีนตุ๊กแก แต่ทำยังไงก็ไม่หลุดสักทีจนคิ้วเรียวขมวดยุ่งเหยิงรีบเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่อง

ตาคงไม่รู้สินะว่าเวลาทำหน้าดุ ๆ แล้วสวยเซ็กซี่เป็นบ้า แม่เสือสาวของนายพราน ไม่พูดเปล่าแต่มือหนายังหยิกหมับเข้าที่จมูกโด่งรั้นเบา ๆ อย่างมันเขี้ยว เธอหันหน้าหนีไปทางอื่นอย่างเขินอายพยายามอย่างยิ่งที่จะตีหน้าขรึมทำเป็นไม่รู้สึกอะไร แต่มันก็ยากเหลือเกินเมื่อลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ข้างหูแบบนี้ มันชวนให้ใจหวิวสั่นระรัวจริง ๆ

ฟรึบ

พอก่อนค่ะ ตาต้องลุกจริง ๆ แล้ว คุณเองก็รีบแต่งตัวสักที อย่ามัวอยู่ในสภาพนี้เลย ตาไม่อยากเห็นชีเปลือยหรอกนะ กลัวตาเป็นกุ้งยิง เสียงหวานกระเง้ากระงอดอย่างน่ารักผิดกับใบหน้าที่พยายามขึงขังห้ามปรามอีกคน มือเรียวยกขึ้นผลักอกแกร่งให้ถอยออกห่าง ขณะที่มืออีกข้างคว้าผ้าห่มปิดกายไว้มิดชิดค่อย ๆ หย่อนเท้าลงจากเตียงทีละข้าง สายตาก็จ้องมองอีกฝ่ายไม่กะพริบกลัวว่าถ้าเผลอแม้แต่วินาทีเดียว เธออาจถูกรวบตัวจับกดลงเตียงอีกก็ได้ ใครจะรู้ว่าเขาจะไม่ทำอะไรแบบนั้น คนหื่นกาม!

พอสองเท้าก้าวลงมายืนกับพื้นได้สำเร็จ ร่างเพรียวก็ไม่รอช้ารีบติดสปีดเท้ารีบวิ่งเข้าห้องน้ำไปโดยไม่คิดเหลียวหลังมามองร่างสูงที่ยกมือขึ้นกุมท้องหัวเราะอย่างขบขันกับท่าทางของอีกคน

ยายแม่มดของเขานี่ร้ายกาจไม่เบา แค่ได้อยู่ใกล้ไม่ถึงสามวันก็ทำให้เขาตามติดแจแทบไม่อยากผละออกห่างเลย

ฟองซัวล์ได้แต่ส่ายหน้าไปมายิ้ม ๆ ก่อนจะผูกเชือกที่เอวให้แน่นขึ้นจัดเสื้อคลุมให้เรียบร้อยแล้วเดินออกไปจากห้อง โชคดีที่เมื่อเช้าเขาเห็นน้องสาวเธอออกไปข้างนอกพอดีเลยไม่ต้องระมัดระวังว่าอีกฝ่ายจะกลับมาเจอเขา เขาเข้าใจความรู้สึกของหญิงสาวดีว่าเธอกำลังกลัวอะไร หากแต่ความรู้สึกเหล่านั้นกลับทำให้เขารู้สึกดีอย่างประหลาดคล้ายกับยินดีที่เห็นเธอคิดมากเรื่องของเขา หลังจากที่วาริสาออกไปจากบ้านเขาก็จัดการสั่งลูกน้องให้ตามออกไปดูแลเรียบร้อยแล้วไม่มีอะไรให้น่าเป็นห้อง

แกร๊ก

เสียงลูกบิดประตูถูกหมุนเปิดออกพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของลูกน้องคนสนิท อีริคเดินเข้ามาในชุดสูทเต็มยศ ใบหน้าหล่อเหลานิ่งเรียบไร้ความรู้ที่แฝงกลิ่นอายอันตรายเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม แต่ทุกครั้งที่อยู่กับเจ้านายบุคลิกเหล่านั้นก็ไม่หลงเหลืออยู่ ริมฝีปากหนาผุดยิ้มกว้างเมื่อเห็นเจ้านายตัวเองอยู่ในสภาพที่ไม่รับแขก ฟองซัวล์ที่เห็นสายตาล้อเลียนแบบนั้นก็แผ่รังสีไอเย็น ดวงตาคมกริบตวัดมองนิ่งเรียบแฝงแววเย็นเยียบส่งไปให้อีกคน

นี่ครับชุดของเจ้านาย มือหนายื่นชุดทำงานเรียบหรูให้กับเจ้านายพลางยิ้มกว้างขวางหาได้เกรงกลัวท่าทางดุดันไม่ เขารู้ว่าตอนนี้เจ้านายกำลังอารมณ์ดี ไม่อย่างนั้นทั้งดวงตาและริมฝีปากไม่พลอยแต่จะหลุดยิ้มแบบนี้หรอก

อย่ามาทำเป็นรู้มาก เสร็จธุระแล้วก็กลับออกไปรอข้างนอก ถ้าวาริสามาก็โทรมาบอกฉันแล้วกัน

ทำไมเจ้านายต้องทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ เหมือนกำลังเล่นชู้กับคุณตาด้วยล่ะครับ ผมไม่เข้าใจ อีริคอดถามไม่ได้จริง ๆ เขามั่นใจว่าเจ้านายต้องชอบคุณตาแน่ ๆ แต่ก็ยังทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้ง ๆ ที่ทุกอย่างมันก็ชัดเจนพออยู่แล้ว

ถ้าฉันอยากให้รู้จะบอกเอง แต่ตอนนี้ไม่ ออกไป น้ำเสียงเย็นชาของผู้เป็นนายทำให้อีริคสั่นสะท้านไม่กล้าถามมากอีก ร่างสูงโค้งศีรษะลงเล็กน้อยก่อนจะถอยหลังพาร่างตัวเองออกไปทันที

ร่างสูงยืนมองลูกน้องออกไปจนลับตาแล้วก็ถอนหายใจแผ่วเบา ดวงตาคมสีน้ำเงินเข้มฉายแววลึกล้ำเจิดจ้าราวกับมุกที่อยู่ใต้น้ำทะเล ซึ่งส่องประกายวาววับไปทั่วท้องสมุทร ริมฝีปากหนาผุดรอยยิ้มบางเบาเมื่อนึกถึงใบหน้าแง่งอนอ่อนหวานของอีกคน แม่เสือสาวของเขาเป็นคนหัวแข็ง หัวดื้อและหัวรั้น การจะบังคับให้ทำอะไรไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ต้องรู้หลักและหัดใช้คำพูดเข้าเกลี่ยกล่อม ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ถนัดทำอะไรแบบนั้นแต่เพื่อให้อีกคนยอมทำตาม เขาถึงต้องลงทุนสักหน่อย ชาลิตาแตกต่างจากผู้หญิงทุกคนที่เคยรู้จัก เธอมีเสน่ห์ดึงดูดมหาศาลที่ทำให้เขาลุ่มหลงมัวเมาติดอยู่ในบ่วงที่ตัวเองขุดรอ นายพรานอย่างเขาดันมาพลาดท่าให้แม่เสือสาวซะได้ จะรักหรือหลง มีแต่เขาเท่านั้นที่จะพิสูจน์ความรู้สึกนี้ด้วยตัวเอง!

หลังจากจัดการตัวเองเสร็จแล้ว ร่างเพรียวก็ก้าวออกจากห้องน้ำ ชาลิตาอยู่ในชุดเสื้อกล้ามสีน้ำตาลกับกางเกงขายาวสีเทา เส้นผมนุ่มสลวยถูกปล่อยสยายถึงกลางหลัง ทุกจังหวะการก้าวเดินส่งผลให้เส้นผมเหล่านั้นพลิ้วไหวไปมาราวกับมีชีวิต

ฟองซัวล์ที่นั่งรออยู่ปลายเตียงพอเห็นภาพนั้นก็ตกตะลึงไปได้แต่เหม่อมองภาพนั้นอย่างหลงใหล ดวงตาคมฉายแววนุ่มลึกยากจะคาดเดา อาหารเช้าจืดชืดลงเมื่อเขาได้พบกับอาหารตาที่รสชาติหวานละมุนลิ้นไม่ว่าจะได้ลิ้มลองกี่ครั้งก็ไม่รู้สึกเบื่อ ชาลิตาคืออาหารอันโอชะสำหรับเขา...

ชาลิตาเดินตรงเข้าไปหาร่างสูงเจ้าของใบหน้าคมคายเรียบนิ่งที่เตียง สายตาที่เขาใช้มองเธอราวกับจะกลืนกินลงไปทั้งตัวทำให้ใบหน้าเธอร้อนผ่าว หัวใจสั่นไหวเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เร่าร้อนเมื่อคืน เธอไม่อยากเป็นคนหื่นกามเหมือนเขาหรอกนะ!

ทำไมคุณยังไม่กลับไปอีก เดี๋ยวน้องสาวตาก็มาเห็นหรอก คำพูดที่หลุดมาจากปากสาวสวยตรงหน้าช่วยเรียกสติเขาให้กลับเข้าร่าง คิ้วเข้มกระตุกเล็กน้อยรู้สึกไม่พอใจกับคำพูดอีกฝ่าย นัยน์ตาสีฟ้าเข้มฉายแววแข็งกระด้างจ้องมองหญิงสาวอย่างเอาเรื่อง

ถ้าน้องสาวตามาเห็นแล้วจะทำไม ตากลัวอะไรอยู่กันแน่ กลัวว่าคนอื่นจะรู้เรื่องของเราเพราะอะไร เมื่อเห็นเขาตีรวนเธอเองก็ถึงกับฉุนเฉียวบ้าง ชาลิตายกมือขึ้นกอดอกพลางหรี่ตาลงมองคนตรงหน้าอย่างเย่อหยิ่ง

มันจะเป็นเพราะเหตุผลอะไรก็ช่าง แต่ตาไม่ต้องการให้ใครรู้เรื่องนี้ คุณควรจะกลับไปได้แล้ว นี่มันสายมากแล้วนะคะ คุณไม่มีงานทำหรือไง คิ้วเรียวเลิกขึ้นสูงถามเสียงแข็งก่อนจะหันหลังเดินตรงไปอีกทาง ทว่า...แรงกอดรัดจากด้านหลังก็ทำให้เสียงหวานหลุดร้องด้วยความตกใจ เมื่อถูกร่างสูงสวมกอดกะทันหันอย่างไม่ทันตั้งตัว

หมับ!

คิดจะว่ากันง่าย ๆ แล้วก็หนีกันไปดื้อ ๆ ตานี่ไม่น่ารักเลยนะ เสียงเย็นเอ่ยอย่างข่มขู่ที่ข้างหูทำเอาคนถูกกอดตัวแข็งทื่อเสียวสันหลังขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก แรงกอดรัดของอีกคนทำให้เธอรู้สึกอึดอัดหายใจแทบไม่ออก จนต้องใช้สองมือแงะมือหนาออก แต่ก็ไม่สำเร็จเมื่ออีกฝ่ายไม่คิดจะปล่อย ชาลิตาหยุดการกระทำไร้ประโยชน์ของตัวเองลงพลางกลอกตาไปมาอย่างอ่อนใจ บางทีเธอควรพูดกับเขาด้วยเหตุผล

บอกตาหน่อยได้ไหมว่าตอนนี้ตาอยู่ในสถานะไหน อย่าปล่อยให้ตาต้องคิดไปเองว่าตัวเองมีความสำคัญกับคุณ...”

เสียงแหบห้าวเอ่ยแผ่วเบาไม่ต่างจากคนหมดแรง สองแขนทิ้งลงข้างลำตัวไม่คิดต่อต้านอีก ฟองซัวล์ถึงกับนิ่งไปเมื่อจนมุมด้วยคำถามที่เขายังไม่มีคำตอบให้ เธอแตกต่างจากผู้หญิงคนอื่น แต่ยังไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต เขาจึงตอบไม่ได้ว่าเธออยู่ในสถานะไหนเพราะเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน

ตาเป็นอะไรสำหรับคุณ อยู่ในฐานะไหนกันแน่ นางบำเรอ คู่นอนหรือแค่ผู้หญิงชั่วคราวที่คุณคิดอยากจะลากขึ้นเตียงเมื่อไหร่ก็ได้ คุณเห็นตาง่ายขนาดนั้นเลยหรือคะ!” มือเรียวยกขึ้นปิดปากตัวเองกลั้นเสียงสะอื้น เขาหายไปเป็นเดือนแต่จู่ ๆ ก็กลับมาหาเธอ กลับมาทำเรื่องบ้า ๆ นั่นด้วยเหตุผลอะไรกัน เขาทำแบบนั้นทำไม ทั้ง ๆ ที่เธอตั้งใจจะลืมเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นแต่เขาก็กลับมาทำให้มันชัดเจนกลายเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาอีก เขาต้องการอะไรจากเธอ

หัวใจที่เคยเย็นชาหนักแน่นดุจหินผาพลันปวดร้าวเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของร่างเพรียว เขากระชับวงแขนให้แน่นขึ้นกอดรัดร่างของเธอแน่นหนาราวกับโซ่ตรวนที่พันธนาการทั้งตัวและหัวใจเธอให้ตกเป็นของเขา ฟองซัวล์ไม่เคยรู้สึกเจ็บปวดและทรมานเท่านี้มาก่อนเลย มันมากมายกว่าครั้งไหน ๆ ที่เขาเคยผ่านมา อ้อมกอดแสนอบอุ่นกลายเป็นลวดหนามที่ทิ่มแทงผิวกายเธอให้เจ็บแสบ เลือดสีสดหลั่งไหลท่วมท้นหัวใจดวงน้อยที่ร่ำไห้อย่างทรมาน ทำไมเธอถึงเจ็บอย่างนี้นะ ทำไมกัน...

ฟองซัวล์ก้มหน้าลงกดปลายคางกับเรือนผมนุ่มสูดกลิ่นหอมจรุงใจเข้าสู่ปอดขับไล่ความเครียดขรึมสับสนของตัวเองให้หมดไป สำหรับเขาตอนนี้เธอคือคนสำคัญ แต่ถ้าถามถึงสถานะคงต้องรอไปไปก่อน ถ้าพิสูจน์ความรักและความจริงจังที่เธอมีให้ไม่ใช่ความหลอกลวง ตำแหน่งมาดามเอดิซาอยู่ไม่ไกลแค่เอื้อม อีกไม่นานมันจะเป็นของเธอ เขาโยกตัวเองไปมาช้า ๆ ราวกับกล่อมเด็กน้อย เมื่อเห็นว่าเธออาการดีขึ้นก็ก้มลงจูบซับน้ำตาที่ข้างแก้มให้อย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ได้รับทำให้เธอใจสั่น ความร้อนพวยพุ่งทั่วใบหน้าเขินอายจนต้องเบนหนีไปทางอื่น เธอกำลังใจอ่อนให้เขาอีกแล้วใช่ไหม ทำตัวใจง่ายแบบนี้สินะเขาถึงได้ไม่เห็นค่ามองว่าเธอก็ไม่ต่างจากของเล่นไว้ฆ่าเวลา น่าสมเพชตัวเองจริง ๆ

เลิกคิดอะไรไร้สาระได้แล้ว อย่าคิดเองเออหรือแม้แต่คิดจะดูถูกตัวเอง ฉันก็ไม่อนุญาต ราวกับรู้ความในใจของเธอ ชายหนุ่มเลยเอ่ยปากดักคอเธอทุกคำ ดวงตาคมฉายแววมืดครึ้มลง ขณะที่พ่นลมหายใจออกมายาวเหยียด พอได้ยินแบบนั้นชาลิตาก็ใจหายวาบกลัวว่าเขาจะบอกตัดสัมพันธ์ เธอรีบหมุนร่างกลับไปหาเขาพลางช้อนดวงตาคู่สวยขึ้นมอง แววตาสั่นระริกอย่างหวาดกลัวที่จะเสียของรักไป เธอตอบไม่ได้ว่ารักเขาเข้าแล้วหรือเปล่า แต่ที่แน่ ๆ ตอนนี้เธอยังไม่พร้อมที่จะถูกเขาทอดทิ้ง

ให้ตายสิ เธอกลายเป็นคนแบบนี้ไปได้อย่างไร เป็นเพราะเขาหรือเปล่านะที่ทำให้เธอต้องเป็นแบบนี้...

ตอนนี้ฉันยังไม่มีคำตอบให้ แต่ขอให้รู้เอาไว้ว่านับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เธอคือผู้หญิงของฉัน ผู้หญิงของฟองซัวล์ เอดิซา ผู้ชายหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องเธอได้ นอกจากฉัน จำเอาไว้...”

และเป็นอีกครั้งที่เธอได้ยินคำตอบแบบนี้ เขาบอกแค่ว่าเธอเป็นผู้หญิงของเขาโดยไม่ให้คำตอบที่ชัดเจนว่าเธออยู่ในสถานะไหน เขาปิดปากเงียบไม่ยอมพูดถึง แค่วันเดียวที่ได้เจอเขา เธอก็ทั้งโหยหาและอาลัยอาวรณ์เขาแล้ว ไม่รู้ว่าวันไหนที่เธอจะถูกถอดออกจากการเป็นผู้หญิงของเขา

ฟองซัวล์ เอดิซา ผู้ชายบ้าอำนาจ จอมเผด็จการ!

เมื่อก่อนเธออยู่ตัวคนเดียวได้ มีน้องสาวที่น่ารักที่ต้องคอยดูแลเอาใจใส่ ชีวิตเธอก็ผ่านไปราบเรียบไม่มีสะดุด จนกว่าจะถึงวันที่เขาสลัดเธอทิ้ง สู้เธอทำตัวให้เข้มแข็งสร้างเกาะป้องกันให้หัวใจไม่ให้เผลอไผลไปกับสัมผัสอ่อนโยนและถลำลึกไปมากกว่านี้

ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะอะไรก็ช่าง ต่อจากนี้เธอจะไม่ปล่อยให้เขารังแกได้ง่าย ๆ อีกแล้ว ไม่มีวัน!

ก็ได้ค่ะ ตาเป็นผู้หญิงของคุณ แต่ว่าตาทนกับสถานะนี้ได้แค่ตอนนี้เท่านั้น ต่อไปในอนาคต คุณจะต้องมีคำตอบที่ดีให้กับตา คำตอบที่ชัดเจนเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเรา...แค่บอกว่าตาเป็นผู้หญิงของคุณมันไม่พอหรอก ตาไม่ต้องการเป็นผู้หญิงคนไหนทั้งนั้น แต่ตาต้องการคนที่รักตาจากหัวใจ ซึ่งคุณอาจไม่ใช่...คนคนนั้น

ชาลิตาบอกด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเด็ดเดี่ยว นัยน์ตาสีนิลฉายแววจริงจังไม่คิดล้อเล่นอีกต่อไป หลังจากพูดจบมือเรียวก็ดึงมือหนาที่รัดเอวอยู่ออก ก่อนจะสบตากับเขาด้วยสายตาเรียบนิ่งติดเย็นชา ไม่ถึงหนึ่งนาทีเธอก็หันหลังกลับเดินจากไปโดยไม่คิดสนใจอีกทิ้งให้ร่างสูงนั่งทำหน้าเครียดคิดไม่ตกกับสิ่งที่เกิดขึ้น

ซึ่งคุณอาจไม่ใช่...คนคนนั้น

หึ...ไม่ใช่งั้นเหรอ เขานี่แหละจะเป็นคนที่ทำให้มันใช่ขึ้นมาเอง!

ชาลิตาที่เดินออกมาจากห้องของตัวเองก็รีบสาวเท้าตรงไปยังโซฟาตัวยาวที่ตั้งอยู่ไม่ไกล ร่างเพรียวทรุดลงนั่งอย่างคนหมดแรง น้ำตาที่กักเก็บเอาไว้ค่อย ๆ ร่วงพรูลงมาอย่างห้ามไม่อยู่ เสียงสะอื้นของเธอคงไม่ทำให้เขาตัดสินใจอะไรได้ง่ายขึ้น เพราะฉะนั้นเธอจะให้เขาได้ยินไม่ได้ เมื่อคิดได้ดังนั้นมือเรียวก็ยกขึ้นปิดปากกลั้นเสียงร้องของตัวเองเอาไว้สุดความสามารถ เธอเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าช่วงนี้เป็นอะไรไป ทำไมถึงได้อ่อนไหวง่ายแบบนี้ เมื่อก่อนเธอไม่ใช่คนอ่อนแอ เอะอะก็ร้องไห้แบบนี้เลยจริง ๆ มันเกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่...

ทำไมหัวใจดวงนี้ถึงปวดร้าว เมื่อรู้ว่าเขาไม่เคยคิดอะไรเลย แม้แต่สถานะที่แน่ชัด เขาก็ยังบอกไม่ได้...แล้วมันจะน่าแปลกอะไร ในเมื่อเขาและเธอต่างฝ่ายต่างเป็นคนแปลกหน้า จะมีความรักความผูกพันเหมือนกับคนอื่นเขาได้อย่างไร

มือเรียวปาดน้ำตาใสทิ้งจากใบหน้า เธอปฏิญาณแล้วว่าจะไม่ทำตัวอ่อนแออีก ต่อให้ความสัมพันธ์ของเธอกับเขาจะเป็นอย่างไร วันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ในวันนี้เธอควรมีความสุขอยู่กับปัจจุบันไม่ใช่หรือ ในเมื่ออยู่กับเขาแล้วเธอมีความสุข ก็ปล่อยให้เรื่องราวทุกอย่างมันเป็นแบบนี้ไปก่อนแล้วกัน...

ก็ใครใช้ให้เธอโง่งมยอมปล่อยใจให้หลุดลอยไปอยู่กับเขากัน

เมื่อคิดได้ดังนั้นชาลิตาก็แย้มยิ้มให้กับตัวเอง เธอจะต้องเข้มแข็ง ตอนนี้เธอคงเป็นคนที่ไร้คุณค่ามากสินะ จนกว่าตัวจริงของเขาจะโผล่มา เธอเองขอยึดช่วงเวลานี้ให้เขาเป็นของเธอ สำหรับเธอคงไม่มีทางเป็นตัวจริงของเขาไปได้หรอก ไม่มีวัน...

ฟองซัวล์พาร่างของตัวเองออกมาจากห้อง หลังจากที่แต่งตัวเสร็จและระหว่างนั้นได้ใช้ความคิดหาทางออกสำหรับเรื่องนี้ มันคงไม่ดีแน่ถ้าปล่อยให้เรื่องราวเป็นแบบนี้ต่อไป เขารู้และสัมผัสได้ด้วยตาและหัวใจว่าเธอช่างดีแสนดี งดงามทั้งกายและใจ เขาจะไม่ปล่อยให้ผู้หญิงที่เพียบพร้อมไปหมดทุกอย่างเช่นเธอหลุดลอยไปจากเขาเด็ดขาด ส่วนเรื่องฐานะ เขายิ่งไม่จำเป็นต้องสนเพราะแค่ที่มีอยู่ก็ใช้ไปได้เป็นร้อยชาติแล้ว เขายังจะต้องการมันไปอีกทำไม

ร่างสูงที่กำลังจะก้าวเดินไปยังโถงด้านหน้าถึงกับนิ่งงัน เมื่อมองเห็นร่างเพรียวของใครอีกคนกำลังนั่งน้ำตาซึมอยู่ที่โซฟาไม่ไกล ดวงตาคู่สวยฉายชัดถึงความหม่นเศร้า ขณะที่นัยน์ตาสีนิลฉายแววสับสนระคนอ่อนล้าเสียจนใจเขากระตุกไปวูบหนึ่ง มันคงถึงเวลาที่เขาจะต้องตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง เพื่อตัวเขาและเธอ

ฟองซัวล์ก้าวเดินเข้าไปหาแม่เสือสาวของเขาอย่างใจเย็นผิดกับหัวใจที่ร้อนรุ่มราวกับถูกไฟแผดเผา ก่อนหน้านี้เธอเคยเป็นคนเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยว ครั้งแรกที่ได้เห็นเธอก็เหมือนมีอะไรบางอย่างดึงดูดให้เขาอยากรู้จักเธอมากขึ้น อยากใกล้ชิดและหลอมรวมเป็นหนึ่งกับเธอ เรือนกายนุ่มนิ่มที่เขาถวิลหาทุกครั้งที่นึกถึง ครั้งแรกที่ได้ครอบครองเธอก็รู้สึกราวกับได้ขึ้นสรวงสวรรค์ สัมผัสจากกายเธอ กลิ่นหอมละมุนเย้ายวนของเธอช่างตรึงกายตรึงใจเขาไม่เสื่อมคลายคล้ายกับมนต์สะกดที่เสกให้เขาลุ่มหลงมัวเมาในวังวงพิศวาส เอาแต่หวนนึกถึงเรื่องราวในวันนั้น...วันที่เธอกลายเป็นของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ

รสสวาทของเธอทำให้เขาคลั่งไคล้จนแทบบ้าต้องตามสืบเสาะหาว่าเธอเป็นใครมาจากไหนแล้วรีบตามมา ในตอนแรกเขาทำเป็นใจแข็งคิดว่านี่คือการลุ่มหลงเพียงเท่านั้น ไม่คิดเลยว่าการได้กลับมาสานต่อความสัมพันธ์กันอีกครั้งจะทำให้เขาเข้าใจอะไรบางอย่าง ความรู้สึกของเขาไม่สามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีกแล้วเมื่อมีเธออยู่เคียงข้างในวันนี้ และอ้อมแขนของเขาไปชั่วชีวิต เขาจะกักขังเธอไว้ไม่ให้หนีไปได้เด็ดขาด ตราบเท่าที่ลมหายใจของเขาจะสิ้นสุดลง อิสรภาพของเธอจะถูกเขายึดครอง

เธอคงไม่รู้ว่าช่วงเวลาที่เธอหายไป มันทรมานใจเขามากแค่ไหนและเขาไม่ต้องการรับรู้ถึงความรู้สึกนั้นอีก...

ตึก...ตึก...ตึก

เสียงฝีเท้าที่ดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ เรียกให้สติของเธอกลับเข้าร่าง ชาลิตาเงยหน้าขึ้นมองคนใจร้ายที่มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาที่ยากจะบรรยาย สุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากเก็บซ่อนมันเอาไว้ให้มิดชิดที่สุด กันตัวเองออกห่างจากความเจ็บปวดที่อาจเกิดขึ้นกะทันหันโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว

จะยอมเจ็บช้ำหรือยอมอยู่อย่างคนไร้หัวใจ ไม่ว่าจะทางไหนก็เจ็บปวดเหมือนกัน เธอยอมเจ็บช้ำดีกว่าต้องสูญเสียเขาไป เธอคงเป็นคนโง่มากใช่ไหม...คงใช่สินะ

วันนี้ฉันเปลี่ยนใจไม่เข้าบริษัทแล้วก็เลยว่างทั้งวัน ส่วนตอนค่ำจะมีงานที่โรงแรมในเครือที่ฉันเป็นหุ้นส่วนอยู่ เป็นงานจัดประมูลเครื่องเพชรชุดใหม่ ฉันอยากให้ตาไปด้วย ตาจะยอมไปกับฉันด้วยหรือเปล่า น้ำเสียงทุ้มเข้มราบเรียบไร้ความรู้สึกที่เปล่งออกมาไม่ได้ทำให้ชาลิตารู้สึกประหลาดใจแต่อย่างใดเพราะในเวลาปกติเขาก็มักจะใช้น้ำเสียงโทนนี้อยู่แล้ว แต่ที่เธอสะดุดใจจนชะงักไปก็คงจะเป็นคำพูดของเขาเสียมากกว่า เขาบอกว่าจะพาเธอไปออกงานด้วยเหรอหรือว่าเธอหูฝาดไป

คุณพูดว่าอะไรนะคะ ตาฟังไม่ถนัด เพราะไม่อยากเข้าข้างตัวเอง เสียงห้าวจึงโต้กลับไปแบบนั้น ดวงหน้าเรียวรูปไข่ก้มลงอย่างไม่อยากสบตาขณะเอ่ยถาม ด้วยเพราะกลัวว่าคำตอบที่ได้จะเป็นอย่างที่ตนคิด ดวงตาคู่สวยเลยพลอยเศร้าสลดลงไปด้วย บางทีเธออาจจะหูฝาดไปก็ได้ ท่าทางแบบนั้นทำให้คนมองรู้สึกใจคอไม่ดีเอาเสียเลย

ฉันจะพาตาไปเปิดตัวกับทุกคน

อะไรนะคะ?! คุณจะพาตาไปเปิดตัวกับทุกคน!”

คราวนี้ใบหน้าสวยถึงกับเงยขึ้นมองมาร่างสูงด้วยความเร็ว ดวงตาสีนิลเบิกโพลงด้วยความตกใจระคนไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่เขาเพิ่งพูดออกมา ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกสุดปอดเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจังพลางยืดตัวขึ้นเล็กน้อยพยายามแสดงให้อีกฝ่ายเห็นว่าเธอไม่รู้สึกยินดีกับเรื่องที่เขาบอกแต่อย่างใด แม้ว่าในใจจะลิงโลดตื่นเต้นไปแล้วก็ตาม

แล้วคุณจะให้ตาอยู่ในฐานะอะไร คู่ควงของคุณ? คู่ควงที่พอคุณเบื่อแล้วก็ทิ้งไปอย่างนั้นหรือ ถ้าเป็นแบบนั้นอย่าดีกว่าค่ะ ตาไม่ต้องการให้ใครมองว่าตาเป็นผู้หญิงใจง่าย เพราะแค่นี้ตาก็แทบไม่หลงเหลือศักดิ์ศรีอยู่แล้ว ตาไม่ต้องการให้ใครมาสมเพชตาทั้งนั้นดวงตาคู่สวยมองตรงไปยังเขาอย่างร้าวราน เธอเจ็บปวดใจเหลือเกินที่รู้ว่าเขาคิดจะทำอะไรกับเธอ หากแต่น้ำเสียงที่เอ่ยออกมากลับเย็นชาเรียบนิ่งเสียจนเธอยังตกใจ คงเป็นเพราะว่าเธอไม่ต้องการทำตัวเองให้น่าสมเพชไปมากว่านี้ล่ะมั้ง จะพาเธอไปออกหน้าออกงานงั้นเหรอ? เธอคงเป็นได้แค่คู่ควงชั่วคราวที่เขาคิดจะสลัดทิ้งอย่างไรก็ได้สินะก็ไม่ต่างจากพวกผู้หญิงคนอื่นที่ผ่านมา เก่าไปใหม่มา แล้วหลังจากนั้นเธอก็จะถูกประณามหยามเหยียดว่าเป็นผู้หญิงน่าโง่ที่ยอมพลีกายให้กับผู้ชายที่ไม่เคยเห็นค่าของตน

ถ้าตาอยากรู้คืนนี้ก็ต้องไปออกงานกับฉันสิ ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าคิดเองเออเอง ทำไมถึงไม่ฟังกันบ้าง ตาเริ่มไม่น่ารักแล้วนะ คิ้วเข้มขมวดมุ่นพลางขยับเข้ามานั่งที่โซฟาตัวเดียวกัน โดยที่ไม่ลืมตวัดวงแขนเกี่ยวรั้งเอวบางของอีกคนให้เข้ามาใกล้จนเรือนกายแนบชิดกัน ดวงตาสองคู่สบประสานสายตากันอย่างไม่ตั้งใจ ในแววตาคู่นั้นเขามองเห็นความสับสนวุ่นวายที่เจ้าตัวแสดงออกมาให้เห็นทั้งหมด

ฟรึบ

ชาลิตาเสหน้าไปมองทางอื่นอย่างไม่ต้องการสบตากับเขานานนัก เธอกลัวว่าเขาจะมองเห็นความรู้สึกทุกอย่างที่เก็บซ่อนอยู่ภายใจ กลัวว่าเขาจะมองเห็นความหมายบางอย่างในดวงตา หากแต่คนใจร้ายก็ไม่ยอมให้เธอหลบหนีใช้นิ้วแกร่งบีบบังคับให้เธอหันใบหน้ากลับมาสบตากับเขา นัยน์ตาสีฟ้าเข้มลึกลับฉายแววบางอย่างที่เธออ่านไม่ออกและไม่รู้ว่าจะมีวันไหนที่เธอเข้าใจความหมายที่อยู่ในดวงตาคู่นั้นของเขา

ไม่ต้องคิดจะหลบตากันหรอก ฉันมองเห็นทุกอย่างที่ซ่อนอยู่ในนี้ ในดวงตาคู่นี้...” เสียงทุ้มเอ่ยออกมาแผ่วเบาพร้อมทั้งยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจเป่ารดทั่วใบหน้าเธอ ชาลิตาทั้งเขินทั้งประหม่า เธอรู้สึกอึดอัดที่ไม่เคยโกหกอะไรเขาได้เลย ทั้ง ๆ ที่เพิ่งเจอกันอีกครั้ง แถมระยะเวลาสั้นถึงขนาดนี้ยังดูเหมือนว่าเขาจะรู้จักตัวเธอไปเสียทุกอย่าง ขณะที่ตัวเธอยังคงสับสนและคิดหาหนทางออกไม่เจอ เขาช่างร้ายกาจเหลือเกิน แล้วอย่างนี้เธอจะเอาปัญญาที่ไหนไปต่อกรกับฉัน

ตกลงว่าคุณจะพาตาไปงานด้วย แต่คุณแน่ใจนะว่าตาจะไม่ทำให้คุณขายหน้า ตาไม่ใช่คนเด่นคนดังอะไร เป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง หน้าตาก็งั้น ๆ ไม่สู้คุณไปหาพวกดารานางแบบมาควงไปงานด้วยจะไม่ดีกว่าหรือ ตาเองจะได้ไม่ต้องลำบากใจเพราะถึงได้ไปจริง ๆ ตาก็ไม่รู้จักใครอยู่ดี ตาไม่เหมาะกับงานแบบนั้นหรอกค่ะ เธอไม่ได้อยากเรื่องมากอยากเล่นตัวอะไรหรอกนะ แต่เธอเป็นคนไม่มีหน้ามีตาในสังคม ถึงพาไปก็ไม่รู้จักใครอยู่รังแต่จะทำให้คนอื่นมองเขาไม่ดีไปด้วย ตรงกันข้ามกับอีกคนที่รู้สึกว่าการตัดสินใจในครั้งนี้ถูกที่สุดยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ ที่เขาเคยตัดสินใจมา ชาลิตาเป็นผู้หญิงที่สวยมาก สวยสะดุดตาและสะดุดใจคนมองตั้งแต่วินาทีแรกราวกับมีแรงดึงดูดบางอย่างที่ทำให้ละสายตาไปจากเธอไม่ได้

ฟองซัวล์กระชับอ้อมแขนอีกนิดก่อนจะจรดจมูกโด่งสันของตัวเองลงบนแก้มนุ่มพลางสูดกลิ่นหอมละมุนเข้าลึกสุดปอด ทำเอาคนที่กำลังคิดมากเบิกตากว้างตกใจกับการกระทำของอีกคน

ตาไม่ต้องคิดมากไปหรอก ขนาดฉันยังไม่สนหน้าใครแล้วตาจะสนไปทำไม ฉันจะพาใครไปมันก็เป็นเรื่องของฉัน ฉันมีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจ ในเมื่อมันเป็นเรื่องของตัวเอง น้ำเสียงหนักแน่นกับแววตาจริงจังทำให้ชาลิตาใจสั่นรีบเม้มปากแน่นไม่ให้หลุดยิ้มออกมา เธอจะมาดีใจอะไรกับเรื่องแค่นี้กันนะ

แต่ว่าตาควรแต่งตัวไปอย่างไรดีคะ ตาไม่อยากทำให้คุณขายหน้า ถ้าตาทำตัวผิดแปลกไปจากคนอื่น คุณอาจจะถูกมองไม่ดีได้ ตาไม่อยากทำให้คุณเดือดร้อน

แค่ตาแต่งตัวธรรมดาฉันก็เดือดร้อนแล้ว ถ้าไม่ติดว่าต้องพาตาไปเปิดตัว ฉันจะขังตาไว้ในให้อยู่แต่ในห้องเท่านั้น ฟองซัวล์บอกเสียงขรึมพลางก้มลงมองใบหน้าสวยที่แดงเรื่อขึ้นมาด้วยความเขิน แค่เห็นเพียงเท่านั้นเขาก็รู้สึกคุ้มค่ากับสิ่งที่ทำ

แค่ได้เห็นเธอเป็นสุข หัวใจเขาก็พลอยสุขไปด้วย ความรู้สึกนี้มันเรียกว่าอะไรกันนะ คงมีแต่แม่เสือตัวน้อยของเขาเท่านั้นที่จะตอบได้ว่ามันคืออะไร

ไปห้างกันเถอะ

คะ?”

ไปแปลงโฉมให้ยายแม่มดเป็นนางฟ้ากัน

ฟองซัวล์ไม่คิดตอบอะไรกลับไปอีกก็ฉุดรั้งข้อมือบางดึงร่างเพรียวให้ลุกขึ้น ก่อนจะเกี่ยวเองคอดกิ่วมายืนเคียงข้างแล้วพาเดินออกไปไม่สนใจคนที่ยังยืนเอ๋อไปต่อไม่ถูก แต่ก่อนที่สองเท้าจะได้ก้าวออกไปจากบ้านก็หยุดชะงักหันไปมองเรือนร่างอีกคน

กึก

คุณมองอะไรน่ะ?! ทะลึ่ง!” เสียงห้าวแว้ดกลับมาด้วยความตื่นตกใจที่เห็นดวงตาคมกวาดมองทั่วร่างตัวเอง สายตาที่มองมาถึงจะเรียบนิ่งเป็นปกติแต่ก็ยังทำให้เธอหวั่นไหวอยู่ดี

ขืนออกไปแบบนี้ ตาได้ถูกพวกมันมองตาหลุดแน่ ฉันหวง เข้าใจไหม ไม่พูดเปล่าแต่นัยน์ตาสีฟ้าเข้มยังฉายแววคุกรุ่นให้ได้เห็น มือหนาเอื้อมไปคว้าแจ็คเก็ตหนังสีน้ำตามาคลุมบนไหล่บอบบางแผ่วบางแล้วใช้สายตาคมกริบจ้องมองอีกฝ่ายบ่งบอกว่าให้ใส่เสื้อนี่ซะ แล้วเธอก็ฉลาดพอที่จะทำตาม ชาลิตารีบสวมแจ็คเก็ตหนังด้วยความเร็ว ยังไม่ทันได้จัดมันให้เข้าที่เข้าทางก็ถูกวงแขนแกร่งตวัดเกี่ยวร่างให้ปลิวเข้าไปอยู่ในอ้อมอกเขาเหมือนเดิม

จริง ๆ แล้วเขาเป็นคนใจร้อนหรือเปล่านะ

ดวงตาคู่สวยช้อนขึ้นมองอีกคนอย่างไม่เข้าใจ แต่ก็ไม่คิดถามให้เสียเวลาหรอกเพราะเธอรู้ดีว่าเขาจะไม่ตอบอะไรกลับมา โดยเฉพาะความรู้สึกในใจของเขา คนคนนี้บางครั้งก็ร้ายชอบทำตัวเย็นชาใส่ บางครั้งก็ดูอ่อนโยน ใจดี บทจะพูดก็พูดเสียยาวเหยียด แต่เวลาไม่ที่พูดก็เงียบเสียเธอนึกว่าเขาเป็นอากาศธาตุพลอยให้เธอขนลุกไปด้วยเวลาที่อยู่ใกล้

เขานี่ไม่น่าเกิดมาหล่อเลย ไม่อย่างนั้นคนต้องคิดว่าเป็นผีแน่ ๆ ทำตัวเย็นชาขนาดนั้น ใครจะไปไหว

แค่นี้ก็เรียบร้อย ไปกันเถอะ

ฟองซัวล์กวาดตามองจนแน่ใจแล้วว่าจะไม่มีใครได้เห็นเรือนร่างอีกคนก็พูดด้วยน้ำเสียงพอใจ ริมฝีปากหนาหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มก่อนจะพาร่างตัวเองและอีกคนเดินออกไปขึ้นรถที่ลูกน้องเตรียมไว้ให้ด้านนอก เมื่อมาถึงร่างสูงก็ใจดีเปิดประตูให้อย่างสุภาพบุรุษ แม้ชาลิตาจะแปลกใจกับการกระทำของเขาแต่ก็ไม่คิดขัดยอมขึ้นไปนั่งแต่โดยดี มือหนาผลักประตูให้ปิดลง ก่อนจะเดินอ้อมรถไปที่ด้านคนขับเปิดประตูเข้าไปนั่งข้างใน ปิดประตูเสร็จก็จับรถออกไปเลย

ระหว่างทางทั้งสองคนเอาแต่นิ่งเงียบไม่มีใครคิดจะเปิดปากพูดอะไรออกมาสักคำ ชาลิตามองออกไปนอกหน้าต่างรถชมวิวทิวทัศน์ข้างทางอย่างสนใจ แต่แท้จริงแล้วในใจกลับคิดทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับเธอ เธอคิดถูกแล้วใช่ไหมที่ยอมให้ทุกอย่างกลายเป็นแบบนี้ โดยไม่ต้องเสียเวลาคิดคำตอบที่ได้ก็คือ...

ใช่ เธอยอมให้เรื่องทุกอย่างดำเนินแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ฟังดูเหมือนเธอเลวร้ายแต่จะทำไงได้ ในเมื่อเธอไม่พร้อมที่จะเสียเขาไป

ทางฝั่งฟองซัวล์ก็ขบคิดถึงปัญหาระหว่างเธอกับเขา เขารู้ดีว่าการเจอกันและรู้จักกันเพียงแค่สองวัน มันดูเป็นอะไรที่ไม่น่าเชื่อที่จะคบกันอย่างจริงจังและเปิดเผย พวกบรรดาผู้หญิงที่เคยควงด้วยคงไม่ยอมง่าย ๆ แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับความรู้สึกของอีกคน แม่เสือตัวน้อยของเขาจะคิดอย่างไรถ้าหากว่าผู้หญิงคนนั้นมาตามรังควานและแอบเล่นงานในช่วงเวลาที่เขาไม่ได้อยู่ด้วย แล้วถ้าผู้หญิงพวกนั้นมาพูดจาทำร้ายจิตใจเธอหรือพูดในสิ่งที่เขาไม่ได้ทำ เธอจะเชื่อคำพูดของคนพวกนั้นมากกว่าเขาหรือเปล่า...

ตา...”

เสียงทุ้มนุ่มของใครอีกคนเรียกให้คนที่กำลังใจลอยคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยหันกลับมามองพลางเลิกคิ้วถามอย่างสงสัย ใบหน้าหล่อเหลาดูเคร่งขรึมลงติดเย็นชา ขณะที่ดวงตาคมจับจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างจริงจัง

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอจะเชื่อคำพูดของฉันมากกว่าคนอื่นได้ไหม...”

ประโยคที่หลุดออกมาทำให้ชาลิตาถึงกับนิ่งเงียบไปรู้สึกประหลาดใจที่ได้ยินเขาถามอะไรแบบนี้ แต่ก็ไม่มากนักหรอกเพราะเธอเองก็พอจะรู้เหตุผลเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงถามแบบนี้ เพราะหลังจากที่ทุกคนรู้ว่าเธอเป็นใคร ชีวิตของเธอคงไม่สงบสุขเหมือนเดิม...

ตาจะเชื่อฉันมากกว่าคนอื่นใช่ไหม

ประโยคที่ถามออกมาอีกครั้งยังคงเป็นประโยคเดียวกันกับก่อนหน้านี้ สีหน้าและแววตาของเขาทำให้หนักใจ เธอสับสนไปหมด แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเธอถึงยอมพยักหน้าลงตอบตกลงกลับไป

ค่ะ ตาจะเชื่อคุณ

ดีมาก หลังจากนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตา ตาต้องบอกฉันทุกเรื่อง อย่าปกปิด อย่าโกหกและอย่าทรยศฉัน ฉันเกลียดที่สุดก็คือคนทรยศ มีอะไรก็มาเล่าให้ฉันฟังตรง ๆ เพราะสำหรับตา ฉันคือคนที่ไว้ใจได้ที่สุดและพร้อมจะช่วยเหลือตาทุกอย่าง จำเอาไว้...”

ชาลิตาตอบไม่ได้ว่าควรรู้สึกอย่างไร แต่ทุกคำพูดของเขามันสะกดให้เธอต้องหยุดฟัง ราวกับกระแสความอบอุ่นไหลเวียนอยู่รอบตัวเธอ เธอรู้สึกเหมือนได้รับการป้องปก ทั้งที่ความรู้สึกนั้นจางหายไปนับตั้งแต่ที่พ่อกับแม่เสียชีวิต เธอเชื่อว่าเขาจะป้องปกและคุ้มครองเธอ มันอาจฟังดูตลกแต่เธอสัมผัสถึงมันได้จริงๆ เขาจะต้องทำตามที่พูดไว้อย่างแน่นอน

ค่ะ ตาเชื่อว่าคุณจะทำอย่างที่พูดได้ ตาจะไม่มีเรื่องปกปิดคุณ ถ้าไม่สบายใจก็จะเล่าให้คุณฟัง จะไม่โกหกและที่สำคัญ...ตาจะไม่ทรยศคุณ

คำมั่นสัญญาของเธอ ทำให้ฟองซัวล์รู้สึกดีอย่างน่าประหลาด เขาเชื่อว่าเธอจะทำได้อย่างที่พูดเช่นเดียวกันกับเขาที่ให้คำมั่นสัญญากับเธอ

 

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha


แต่ละตอนนี่ยาวใช่เล่นเลยนะคะ555
โดย Anonymous | 1 year, 8 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha