รสรักล่าสวาท (จบแล้ว)

โดย: อรุณรัศมี



ตอนที่ 13 : คนรักเก่า


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่13

คนรักเก่า

 

ค่ำคืนสุดพิเศษถูกจัดขึ้นสำหรับงานเลี้ยงพบปะสังสรรค์กันระหว่างนักธุรกิจหน้าเก่าและใหม่ในสายอาชีพพาหนะยานยนต์สุดหรู มีนักธุรกิจจำนวนไม่น้อยที่มาร่วมงานนี้ด้วย ชาลิตาอดรู้สึกประหม่าไม่ได้ เธอเป็นเพียงคนนอกเท่านั้น ไหนเลยจะมีสิทธิ์ได้รับเกียรติได้เข้ามาในงานแบบนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะชายหนุ่มพามา อย่าฝันเลยว่าเธอจะได้เข้าไป

“เป็นอะไรไป ตาตื่นเต้นงั้นเหรอ” ฟองซัวล์ก้มหน้าลงมองคนข้างกายด้วยความเป็นห่วง แววตาอ่อนโยนของเขาทำให้ใครอีกคนใจเต้นแรงขึ้นมา

ค่ะ ตาตื่นเต้น คุณแน่ใจนะว่าพาตามาด้วยแล้วจะไม่เป็นอะไร เสียงห้าวหวานถามอย่างไม่มั่นใจ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังควบคุมอารมณ์อ่อนไหวได้เป็นอย่างดี จริงสิ การที่เธอมางานเลี้ยงในครั้งนี้จะทำให้ชื่อเสียงเขาเสื่อมเสียหรือเปล่า

เธอค่อนข้างเป็นกังวลกับเรื่องนี้มากเพราะว่าเธอเป็นคนแปลกหน้าและอยู่คนละระดับชั้นกับพวกเขา เรื่องฐานะยิ่งไม่ต้องพูดถึง เขากับเธอช่างแตกต่างกันเหลือเกิน

 ที่สำคัญเธอยังรู้สึกเกร็งกับสายตาพวกนั้นด้วย จะว่าชื่นชมเสียทีเดียวก็ไม่ถูก เธอรู้สึกว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น หรือว่าเธอแต่งตัวไม่เหมาะสมกัน

อืม...แต่ก็ไม่น่าใช่นะเพราะชุดที่เธอสวมใส่อยู่ก็เรียบร้อยมิดชิดดี ไม่มีอะไรให้ตำหนิได้ ผู้หญิงบางคนยังใส่แหวกหน้าเว้าหลังเสียลึกเกือบเห็นอะไรต่อมิอะไรยิ่งกว่าเธอเสียอีก ยังไม่เห็นถูกใครว่าอะไร แถมชุดของเธอสียังไม่ฉูดฉาดเป็นที่เด่นสะดุดตาเกินไปอีกด้วย พูดให้ถูกชุดราตรีของเธอดูจะเรียบร้อยที่สุดในงานแล้วด้วยซ้ำ แล้วมันมีอะไรผิดพลาดที่ตรงไหนกัน เธอไม่เข้าใจเลยจริง ๆ

ทำไมถึงทำหน้านิ่วคิ้วขมวดแบบนั้น มีอะไรหรือเปล่า หืม” ฟองซัวล์ที่มองแม่สาวจอมยั่วตลอดพอเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของหญิงสาวก็อดถามขึ้นอีกครั้งไม่ได้ หากแต่อีกฝ่ายไม่ยอมตอบอะไรกลับมา เธอเงยหน้าขึ้นมองตรงไปข้างหน้าคล้ายกับต้องการให้เขามองตามสายตาเธอไป เขาถอนหายใจเล็กน้อยก่อนละสายตากลับขึ้นมามองตรงไปด้านหน้า  พลันดวงตาคมฉายแววเคร่งขรึมลงแทบจะในทันทีที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

แม่เสือตัวน้อยของเขากำลังถูกคนพวกนั้นมองด้วยสายตาเหยียดหยาม!

เขาข่มกลั้นอารมณ์คุกรุ่นของตัวเองลงอย่างเยือกเย็น ริมฝีปากหนาคลี่ยิ้มออกเล็กน้อย ก่อนจะก้มลงมองสบกับนัยน์ตาสีนิลทรงเสน่ห์ ความลุ่มหลงเร่าร้อนเก็บซ่อนอยู่ในดวงตาคมปลาบแฝงเร้นความปราดเปรื่องดุดัน เขาไม่ต้องการให้ยายแม่มดของเขาคิดมากกับเรื่องนี้

ก็สายตาของคนพวกนั้นสิคะ ทำไมพวกเขาถึงได้มองตาแปลก ๆ ตามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า คุณช่วยดูให้หน่อยสิ” เป็นครั้งแรกที่ชาลิตารู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง ถึงเธอจะเคยออกงานสำคัญมามาก ถูกสายตาของคนรอบข้างมองมาอย่างสนใจไม่น้อย เธอกลับไม่เคยรู้สึกประหม่า จะมีก็แต่ครั้งนี้ที่แตกต่างกันออกไป เมื่อคนที่พาเธอมาเป็นเขา เธอเลยรู้สึกเป็นกังวลไม่ได้ เขาจะรู้สึกรำคาญกับสายตาอยากรู้อยากเห็นของคนพวกนี้หรือเปล่านะ

ก็น่าจะเป็นแบบนั้นอยู่หรอก ถึงจะเป็นคนดังในแวดวงนักธุรกิจ แต่ด้วยนิสัยส่วนตัวแล้ว เขาเป็นคนรักสงบไม่ชอบความวุ่นวาย และที่สำคัญเขายังรักความเป็นส่วนตัวมาก การที่ต้องถูกจ้องมองอย่างไร้มารยาทแบบนี้ เขาจะไม่หงุดหงิดได้อย่างไร เธอเป็นสาเหตุที่ทำให้เขารู้สึกแย่กับงานเลี้ยงในครั้งนี้

ชาลิตาอดตำหนิตัวเองไม่ได้ เธอไม่ได้คิดไปเองหรอก สายตาของพวกเขาที่มองมาเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ สนอกสนใจราวกับเธอเป็นดาราดัง ถ้าเธอเดาไม่ผิดคนพวกนั้นคงสนใจคนข้าง ๆ เธอมากกว่า ประมาณว่าวันนี้นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงควงสาวคนไหนมา โชคดีที่เธอเคยชินต่อสายตาพวกนี้แล้วเลยไม่ได้รู้สึกอะไรมาก แต่จะบอกว่าไม่รู้สึกอะไรเลยคงเป็นไปไม่ได้

เธอรู้สึก และรู้สึกมากด้วย ผู้ชายคนนี้มีอะไรดีกัน ทั้งเผด็จการ บ้าอำนาจ เอาแต่ใจ แถมยังเย็นชาและเลือดเย็นอีกต่างหาก ไม่เห็นจะน่ารักตรงไหน ชอบกันไปได้อย่างไรก็ไม่รู้

ฟองซัวล์หรี่ตาลงต่ำมองสีหน้าเหยียดหยันกับริมฝีปากบิดเบ้ของอีกฝ่าย ท่าทางแบบนั้นคงไม่ได้กำลังแอบว่าเขาอยู่ในใจหรอกนะ คิ้วเข้มกระตุกไปเล็กน้อย หากแต่ใบหน้าหล่อเหลาคมคายกลับเรียบนิ่งดังเดิม เขากดฝ่ามือลงบนเอวคอดกิ่วอีกนิดเรียกสติแม่เสือสาวให้กลับเข้าร่าง ยายแม่มดเหลือบตามามองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะหันหน้ากลับไปทางเดิม

ใบหน้าสวยเฉี่ยวแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพง เครื่องหน้าถูกฉาบไว้ด้วยสีชมพูอ่อนหวานสามารถสะกดตาคนมองได้ชะงัด รูปทรงนาฬิกาถูกห่อหุ้มด้วยเนื้อผ้าชั้นดี ชุดราตรียาวกรอมเท้าสีครีมประดับด้วยคริสตันส่องประกายแวววาวตั้งแต่ช่วงอกถึงชายล่าง ช่วงแขนยาวถึงข้อมือ คอวีคว้านลึกเผยให้เห็นเนิ่นอกรำไร บนคอระหงมีสร้อยเพชรดีไซน์พิเศษเป็นรูปหัวใจล้อมเพชร ไม่ต้องพูดถึงมูลค่าก็เดาได้ไม่ยากว่าคงแพงไม่ใช่น้อย

วันนี้ชาลิตาไม่ต่างจากเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ รอยยิ้มพิมพ์ใจชวนให้ผู้คนหลงใหลเคลิ้มฝัน ยิ่งดวงตาคมสวยสีนิลมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว ยิ่งตราตรึงใจบรรดาชายหนุ่มในงานให้แทบลืมหายใจ เพราะแบบนี้จึงไม่แปลกที่จะมีสายตาของใครต่อใครจ้องมองเธอเป็นพิเศษ และแม้สายตาชื่นชมจะมีอยู่มากแต่ก็ยังน้อยกว่าแววตาสงสัยปนอิจฉาของบรรดาสาว ๆ ในงานคนอื่น ๆ

พร้อมไหม” เสียงทุ่มนุ่มกระซิบถามที่ข้างหู ลมร้อนที่เป่าออกมายิ่งทำให้ชาลิตาปั่นป่วน เธอเผลอกลั้นหายใจไปชั่วขณะ ก่อนจะพยายามตั้งสมาธิไม่วอกแวกไปกับสิ่งยั่วยุรอบข้าง

วันนี้เธอจะทำให้เขาขายหน้าไม่ได้ ไหน ๆ ก็ถูกเขาลากมางานด้วยกันแล้ว ถ้าเกิดเธอทำเสียเรื่องคงดูไม่ดีแน่

ตอบว่าไม่พร้อมได้ไหมค่ะ ตายังไม่ได้ทำใจเลย”เธอกัดปากตัวเองเบา ๆ ตอนนี้พยายามเลี่ยงไม่สบตาใครเป็นพิเศษเป็นการดีที่สุด

ตอนนี้เธอเริ่มมั่นใจแล้วว่าสายตาของพวกเขานอกเหนือจากสงสัยแล้วยังมีสายตาเหยียดหยันด้วย คงพอเดาออกว่าเธอไม่ใช่คนในฐานะเดียวกันกับพวกเขา เผลอ ๆ อาจจะรู้แล้วก็ได้ว่าเธออยู่ในฐานะอะไรกับชายหนุ่ม

ทำไมถึงต้องทำใจด้วย ฉันไม่ได้คิดจะพาตาไปฆ่านะ วันนี้ตั้งใจพามาเปิดตัวในงาน ตาของฉันสวยที่สุดรู้หรือเปล่า”

ข้อนั้นตารู้ดีค่ะ” เสียงหวานกระซิบกลับไปเบา ๆ ก่อนจะเหล่ตายิ้มหวานใส่ชายหนุ่มข้างกาย ถึงจะมีเรื่องให้กังวลใจอยู่ก็เถอะ แต่เธอก็ไม่อยากทำให้คนเผด็จการขายหน้าในงาน ส่วนฟองซัวล์ที่ถูกท่าทางแบบนั้นเล่นงานเข้าอย่างจังก็นิ่งอึ้งไป ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา

นั่นสินะ ถึงฉันไม่ชมตาก็รู้ตัวอยู่แล้วว่าตัวเองสวยมากแค่ไหน ไม่อย่างนั้นจะทำให้ฉันหลงได้ยังไง”

ไม่ต้องมาทำตาเจ้าชู้ใส่ตาเลย แล้วนี่ตาต้องทำยังไงบ้างคะ” ใบหน้างดงามตรึงใจเงยขึ้นถาม ขนตางอนยาวกระพือเล็กน้อยยิ่งเพิ่มเสน่ห์เย้ายวนขึ้นอีกเท่าตัว

แค่อยู่ข้าง ๆ ฉันก็พอ ไปกันเถอะ”

เรือนกายสูงใหญ่กำยำในชุดสูทภูมิฐานดูเป็นน่าเกรงขามและทรงพลัง นัยน์ตาสีฟ้าลุ่มลึกทอดมองตรงไปข้างหน้าดูสุขุมเยือกเย็นแผ่รังสีอำมหิตออกไปปรามพวกที่บังอาจจ้องมองแม่เสือสาวของเขาด้วยสายตาริษยาโดยที่เจ้าของเรื่องกลับไม่รู้อะไรเลยเพราะมัวแต่ก้มหน้าหลบสายตาของทุกคน

เสียงถอนหายใจดังขึ้นบางเบา ฟองซัวล์ต้องบังคับตัวเองไม่ให้กระชากใบหน้าสวยขึ้นมาบดขยี้จูบหนักหน่วง เรียวปากอิ่มสีแดงเรื่อขบเข้าหากันชวนให้ลิ้มลองเสียจริง อุ้งมือหนาระคายคว้าจับฝ่ามือบางให้มาคล้องลำแขนแข็งแรง ส่วนอีกข้างก็เอื้อมไปรัดรอบเอวคอดที่หนาขึ้นอีกนิดอย่างถือสิทธิ์และประกาศความเป็นเจ้าของชัดเจน

ทันทีที่ก้าวเข้าไปในงาน สายตากดดันของหลายคู่ก็หันเหมาจ้องพวกเขาหนักกว่าเดิม แต่ถ้ามองกันให้ดี ๆ จะพบว่าสายตาเหล่าจ้องมองมายังเธอมากกว่า ชาลิตารับรู้ถึงความผิดปกตินั้น เธอไม่ใช่คนโง่ที่จะดูไม่ออกว่าพวกเขากำลังคิดอะไรอยู่ ดวงหน้างดงามต้องแสงกระทบของ แชนเดอเลียห้อยระย้าด้านบนดูเฉิดฉายเปล่งประกายความสง่างามจนผู้คนตาพร่า สมองตื้อตันไปชั่วขณะ โดยไม่มีใครสังเกตเห็นรอยยิ้มในดวงตาคู่สวย ความสามารถที่ถนัดที่สุดของเธอเห็นจะมีเพียงเรื่องนี้เรื่องเดียวที่เก่งที่สุด

ทว่า...ก็ยังถูกสายตาคู่หนึ่งทันเห็นเข้าพอดี ฟองซัวล์อดแปลกใจกับท่าทีนั้นไม่ได้ ประวัติความเป็นมาของหญิงสาวยังไม่แน่ชัด เขายังไม่รู้ว่าก่อนหน้านี่เธอเป็นใครมาจากไหน ทำไมถึงได้กลายสภาพอยู่ในสถานะนี้ ถ้าเดาไม่ผิดก่อนหน้าแม่เสือช่างยั่วต้องเคยเป็นนางแบบมาก่อนแน่นอน ดูจากภาพถ่ายในห้องนอนแล้ว สิ่งที่เขาคิดคงไม่ผิด แต่เขาจำเป็นต้องรู้ประวัติของเธอมากกว่านี้ น่าแปลกที่นี่เป็นครั้งแรกที่เขานึกอยากจะสืบประวัติของผู้หญิงคนหนึ่งอย่างจริงจัง ไม่ใช่ว่ากลัวเธอจะมาหลอกลวงหรืออะไรแต่แค่สนใจอยากจะรู้ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับเธอ

อ้าว สวัสดีครับคุณเอดิซา ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ ไม่ทราบว่าสบายดีหรือเปล่า” ใครคนหนึ่งเดินตรงมายังเขาด้วยความเร็ว เสียงก้องกังวานเรียกให้สายตาของทุกคนหันมามองมองด้วยความสนใจ

ครับ” ฟองซัวล์ตอบกลับไปเพียงคำเดียวไม่คิดเสวนาต่อ กับคนที่หาญกล้ามองเมียเขาด้วยสายตาหยาบคายไร้มารยาทนั่น เขาไม่ควักเอาลูกตามันออกมาตอนนี้ก็นับว่าบุญแล้ว

ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะเริ่มรู้สึกตัวว่าถูกสายตาอำมหิตจ้องมองมา อีกฝ่ายถึงได้หัวเราะแห้ง ๆ ก่อนยกมือขึ้นป้องปากกระแอมไอเบา ๆ แล้วเมื่อสบตาเข้ากับเจ้าของใบหน้าดุดันแสนเย็นชา นัยน์ตาสีฟ้าเข้มลึกล้ำคล้ายกับทะเลเดือดแทบจะดูดกลืนร่างของเขาให้จมหายไป

ผมถามอะไรออกไปก็ไม่รู้ คุณคงจะมีความสุขมากอยู่แล้ว เอ่อ...ผมไม่กวนแล้วนะครับ เชิญพวกคุณตามสบายเถอะ ขอตัวก่อนครับ”

ฟองซัวล์ไม่คิดจะสนใจอีกฝ่าย เขาหันหน้ากลับมาสบตากับคนหน้าสวยเจ้าของร่างเพรียวระหง แววตาอ่อนหวานสบเข้ากับเขาอย่างจัง ก่อนที่เธอจะรีบก้มลงมองพื้นหลบเลี่ยงดวงตาคมกริบดุจใบมีดที่ทำราวกับรู้ทันเธอไปเสียหมด ทว่านิ้วแกร่งกลับเชยคางเธอขึ้นบังคับให้สบประสานสายตากึ่งล้อเลียนกึ่งข่มขู่จนเธอไม่กล้าก้มหน้าหลบอีก

ชาลิตาแทบอยากจะบ้าตาย นี่เขาต้องการจะทำอะไรกันแน่ ทำไมถึงได้มาทำท่าทางแบบนี้กับเธอในที่สาธารณะ ต่อหน้าคนนับร้อยในงาน เขาต้องการอะไร ไม่รู้หรือว่าคนอื่นจ้องมองกันใหญ่แล้ว!

ปล่อยตาเดี๋ยวนี้นะ คุณคิดจะทำอะไรกันแน่น่ะ” ดวงตาวาววับขุ่นเคืองจ้องมองอย่างเอาเรื่อง ริมฝีปากอิ่มแดงเรื่อขบเม้มแน่นคิดหาหนทางหลีกหนีไปจากสถานการณ์น่าอึดอัดนี่ให้เร็วที่สุด แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ให้ความร่วมมือเพราะนอกจากจะไม่ปล่อยใบหน้าของเธอแล้วเขายังโน้มหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนรดรินกัน

ถึงไม่ส่องกระจกดูก็รู้ว่าตอนนี้เธอหน้าแดงแค่ไหน แล้วอย่างนี้จะกลบเกลื่อนอาการของตัวเองได้อย่างไรเล่า เขาช่างเป็นผู้ชายที่ร้ายกาจจริง ๆ เลย

ถ้าคุณไม่ปล่อยตา ตาจะโกรธคุณจริง ๆ ด้วย” ชาลิตายื่นคำขาดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง นัยน์ตาสีนิลสะท้อนความเด็ดเดี่ยวไม่กลัวเกรงออกมา และทุกครั้งที่เห็นแบบนั้นฟองซัวล์ก็มักจะยิ้มได้เสมอ

เดี๋ยวอีกสักพักจะมีการเต้นรำ ฉันก็แค่อยากจะลองซ้อมกับตาดูสักหน่อย และก่อนอื่นเลย...ตาจะต้องไม่ก้มหน้ามองพื้น มันเป็นบุคลิกที่ไม่ดี”

ค่ะ ๆ ตาเข้าใจแล้วทีนี้ก็เลิกทำแบบนี้สักที ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาเต้นรำ คุณช่วยขยับออกไปไกล ๆ หน่อยได้ไหมคะ อายสายตาคนอื่นบ้าง คุณทำบ้าอะไรเนี่ย” ชาลิตาส่งสายตาตำหนิไปให้ชายหนุ่มพลางพูดเสียงลอดไรฟันย้ำเตือนว่าตอนนี้พวกเธอไม่ได้อยู่กันแค่สองคน เขาคิดจะทำอะไรก็ควรคิดถึงเธอบ้าง ไม่ใช่นึกอยากจะแกล้งก็แกล้งโดยไม่สนว่ากำลังอยู่ต่อหน้าใคร

ก็ได้ครับ แต่ตาต้องสัญญาว่าจะไม่ก้มหน้าหลบตาฉันอีก ไม่อย่างนั้น...กลับไปตาโดนเล่นงานแน่”

มีวันไหนที่คุณไม่เล่นงานตาด้วยหรือไง ก็เห็นเล่นงานตาทุกวัน” ชาลิตาบ่นอุบ ก่อนจะถูกร่างสูงกระซิบขู่เสียงแผ่วที่ข้างหู ประโยคนั้นทำเอาคนฟังถึงกับหน้าร้อนผ่าวหลบสายตาวูบไป

รู้แล้วค่ะ ตาจะไม่ก้มหน้าอีก ถอยออกไปสิคะ”

ยังไม่หมด ห้ามหลบตาฉันด้วย”

โอเคค่ะ ไม่หลบตา แค่นี้พอใจหรือยังคะ ถ้าพอใจแล้วก็ช่วยขยับออกไปห่าง ๆ ด้วยค่ะ เดี๋ยวนี้เลย” ดวงตาคู่สวยหรี่มองอย่างขุ่นขวาง ดวงหน้าเนียนใสปรากฏริ้วแดงที่เกิดจากความเขินและฉุนเฉียวยามที่อีกฝ่ายพยายามแสดงออกถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขา

เธอควรจะโกรธเขาดีไหม หรือว่าเหวี่ยงวีนใส่เขาดี โทษฐานที่ลากเธอมาร่วมงานเลี้ยงในวันนี้ แถมยังมาทำท่าแสดงความเป็นเจ้าของเธอต่อหน้าคนอื่นอีก ไม่จงใจพาเธอขายหน้าแล้วจะเรียกว่าอะไร เขาตั้งใจจะทำอะไรกันแน่นะ

ฉันยอมปล่อยแล้วก็ได้ ตาอย่าทำหน้าแบบนั้นสิ เดี๋ยวฉันจะอดใจไม่ไหวนะ” ฟองซัวล์หัวเราะในลำคอด้วยความพอใจ ขณะโอบเอวบางไว้ข้างตัว ใบหน้าคมคายหันเหไปทางหน้าเวที ซึ่งมีพิธีกรสาวคนหนึ่งกำลังกล่าวเปิดงานอยู่

ดวงตาคมปลาบจับจ้องมองหญิงสาวบนเวทีนิ่ง นัยน์ตาสีฟ้าเข้มยังคงเรียบนิ่งไร้อารมณ์ เขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับงานนี้เท่าไรนักแต่ที่ยอมมาก็เพราะอยากพาแม่เสือสาวมาเปิดตัวต่อหน้าสาธารณะชน หนังสือพิมพ์หลายฉบับจะต้องจาลึกภาพพวกเขาเอาไว้ในวันพรุ่งนี้แน่

เมื่อคิดมาถึงตรงนี้คนเผด็จการอย่างฟองซัวล์ก็กระตุกยิ้มพึงพอใจออกมา ดวงตาสีฟ้าลึกล้ำส่องประกายเจ้าเล่ห์แวบหนึ่งก่อนเลือนหายไป

หลังจากที่พิธีกรกล่าวเปิดงานจบ เจ้าภาพของงานเลี้ยงก็กล่าวอะไรอีกเล็กน้อย เสียงปรบมือดังขึ้นแสดงการต้อนรับและให้เกียรติผู้พูดจากใจจริง เพียงไม่นานงานเลี้ยงก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ แขกเหรื่อพากันนั่งลงประจำโต๊ะและเริ่มการสนทนากันอย่างจริงจัง เนื้อความคงไม่หนีพ้นเรื่องธุรกิจแสนน่าเบื่อเหมือนอย่างที่ผ่านมา ฟองซัวล์เองก็ค้านจะจดจำ

ชาลิตานั่งสงบนิ่งไม่ขยับเขยื้อนตัวสุ่มสี่สุ่มห้าด้วยกลัวว่าตัวเองจะเป็นคนทำเสียเรื่อง เธอไม่รู้จักและสนิทสนมกับใครในที่นี้เป็นพิเศษ จึงไม่จำเป็นต้องเดินหน้าไปพูดคุยกับใคร แล้วท่าทีของแต่ละคนก็ใช่ว่าจะเป็นมิตร เธอไม่ใช่เด็กอนุบาลสามขวบนะจะได้ดูไม่ออกว่าคนพวกนั้นกำลังคิดอะไรอยู่

หลังจากจบงานนี้ พวกเขาคงรีบควานหาประวัติเธอเป็นการด่วนแน่ อะไรจะสนใจกันขนาดนั้น แน่ล่ะ ก็เพราะเธอควงคู่มากับพ่อมนุษย์น้ำแข็งในวันนี้ไง

และแล้วช่วงเวลาสำคัญก็มาถึง ฟองซัวล์ผุดลุกขึ้นเต็มความสูงพร้อมกับจัดสูทให้เข้าที่เล็กน้อย ขณะกวาดสายตาไปโดยรอบ มีดวงตาหลายคู่จับจ้องมายังเขา ทั้งเชิญชวนและเฝ้ารออย่างคาดหวัง ก่อนจะก้มหน้าลงส่งมอหนาร้อนระอุไปตรงหน้าหญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวที่โต๊ะดับฝันบรรดาสาว ๆ ทั้งงานในเสี้ยววินาที

ชาลิตาถึงกับตกตะลึงอ้าปากค้าง เธอไม่อาจระงับอาการของตัวเองได้ เพราะไม่คิดว่าเขาจะทำจริงตามที่พูด ดวงตาคมกริบจ้องมองแม่เสือตัวน้อยอย่างหยอกเย้า แววตาปรากฏแววล้อเลียนเอาไว้เต็มเปี่ยม ฟันคมขาวสวยกัดเข้าที่ปากล่างนึกลังเลใจว่าจะยื่นมาไปหาคนตรงหน้าดีหรือไม่ แต่แล้วเธอก็ตัดสินใจวางมือเรียวลงไปอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางแขกเหรื่อนับร้อยที่กลั้นหายใจด้วยความลุ้นระทึกและอึ้งทึ่ง ไม่คาดคิดว่าเธอจะทำอะไรแบบนี้

แน่ล่ะว่าเธออยากทำ และกำลังดีใจสุด ๆ ไม่ใช่ว่าอยากเย้ยหยันหรือเยาะเย้ยใครหรอกนะ แต่เป็นเพราะในสายตาเขาเธอมีค่ามากกว่านางบำเรอ จะมีคู่นอนคนไหนบ้างที่ได้รับการดูแลเอาใจใส่เท่าเธอ ฝ่ามือคู่นี้ช่างอบอุ่นเหลือ

“คุณทำแบบนี้ ระวังเถอะ เรตติ้งจะตกเอา” เธอกระเซ้ากลับไป นัยน์ตาคู่สวยพราวระยับเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์

ฟองซัวล์หลุดหัวเราะออกมา ก่อนโน้มตัวลงไปโอบประคองร่างเพรียวระหงให้เข้ามาอยู่ในอ้อมแขน สองตาประสานกันอย่างไม่ตั้งใจ ชาลิตารู้สึกเหมือนหัวใจเต้นแรงขึ้นอีกนิด ใบหน้าแดงขึ้นอีกหน่อย หวังว่าเขาคงจะไม่สังเกตเห็นหรอกนะ

“กลัวอะไรล่ะ ฉันไม่สนใจเรื่องพรรค์นั้นอยู่แล้ว อีกอย่าง...ฉันยังจะต้องสนใจคนอื่นอีกทำไม ในเมื่อมีสาวสวยอยู่ข้าง ๆ ตรงนี้ แถมยังหน้าแดงใส่ฉันอีก ตาน่ารักมากนะ รู้หรือเปล่า” เมื่อเห็นแม่สาวจอมยั่วมีอารมณ์หยอกเย้า เขาก็โต้ตอบกลับไปบ้างเพื่อแกล้งเล่นเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ใครจะคิดว่านอกจากเจ้าตัวจะไม่เขินแล้วยังถลึงตาโตใส่เขาอีก ปากอิ่มบุ้ยไปด้านข้างคล้ายกับจะบอกให้เขาดูสถานการณ์รอบข้างบ้าง อันที่จริงก็ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่เวลาที่จะมาสวีตกันต่อหน้าคนอื่น

ยิ่งอีกฝ่ายมีสีหน้าเขินอายเท่าไรก็ยิ่งมีเสน่ห์เย้ายวน เขาไม่ต้องการให้ใครได้เห็นสีหน้าแบบนี้ทั้งนั้น

เสียงเพลงคลาสสิกดังคลอไปกับเสียงเปียโน ท่วงทำนองน่าหลงใหลชวนเคลิบเคลิ้มกล่อมให้ผู้คนในงานพากันลุกขึ้นเต้นรำด้วยใบหน้าอิ่มเอม รอยยิ้มแผ่กระจายไปจนทั่วให้ความรู้สึกเหมือนตกอยู่ในห้วงแห่งฝัน หนุ่มสาวหลายคนจับคู่เต้นรำ เคลื่อนไหวพลิกพลิ้วไปตามท่วงทำนอง จังหวะเชื่องช้าอ่อนหวาน ท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติก ดวงตาคู่สวยพร่างพราวระยิบระยับสบประสานกับดวงตาคู่คมเปี่ยมเสน่ห์ ความรู้สึกบางอย่างเอ่อล้นขึ้นในใจ กรุ่นกลิ่นหอมหวานจนยากจะบรรยาย

แต่แล้วจังหวะการเต้นรำก็มีอันต้องสะดุดลง ชาลิตาเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจที่จู่ ๆ ชายหนุ่มเจ้าเสน่ห์ก็หยุดเต้นรำกระทะหัน ดวงตาคมกริบแฝงแววประหลาดหันเหไปมองทางอื่นที่ไม่ใช่เธอ ท่าทางนิ่งค้างของเขาทำให้เธอต้องหันไปมองตามสายตาด้วยความสงสัย แล้วก็ต้องชะงักไปเพราะสายตาปะทะเข้ากับหญิงสาวคนหนึ่ง เธอคนนั้นสวยมาก สวยจนชวนตะลึง

ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง ดูท่าแล้วคงจะเป็นคนรักเก่าสินะ ก็สายตาของเขามันฟ้องว่ากำลัง...รู้สึกแบบไหนอยู่ ถึงจะแฝงแววเจ็บปวดอยู่บ้าง แต่ก็ไม่เท่ากับแววตาแบบนั้น...

แบบเดียวกับที่เธอใช้มองเขาอย่างไรล่ะ

ดูเหมือนคนร่างสูงจะเพิ่งได้สติถึงได้กลับมาเต้นรำต่อ ฝีเท้าเคลื่อนไหวไปตามจังหวะ ขณะที่ร่างเพรียวเคลื่อนไหวตามอย่างสอดคล้อง แม้ภาพนั้นจะงดงามในสายตาคนรอบข้าง แต่ใครจะรู้ว่าตั้งแต่วินาทีที่ผู้หญิงคนนั้นปรากฏตัว ทุกอย่างก็ดูเลวร้ายในสายตาเธอ เขายังยืนอยู่ตรงนี้ สายตายังอยู่ตรงนี้ แล้วใจเขาล่ะอยู่ที่ไหนกัน ทั้ง ๆ ที่เต้นรำไปอยู่กับเธอ แต่เขากลับ...

เป็นเพราะผู้หญิงคนนั้นหรือ หึ เธอน่าจะรู้ฐานะตัวเองดีนะ คิดจะหลอกตัวเองไปจนถึงเมื่อไหร่กัน อย่างไรเสียไม่ก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว โลกของเธอและเขามันแตกต่างกันเกินไปจริง ๆ นั่นแหละ

“ตาไปนั่งพักก่อนนะ ฉันขอตัวไปเข้าห้องน้ำสักครู่ แล้วจะกลับมา”

“เอาแบบนั้นก็ได้ค่ะ ตาจะนั่งรออยู่ตรงนี้” เมื่อเพลงจบลง คู่เต้นรำก็ผละออกจากกัน ก่อนโค้งตัวให้กันเล็กน้อย แล้วกลับมานั่งประจำที่ แต่ยังไม่ทันได้นั่งลง ชายหนุ่มก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำทิ้งให้เธอมองตามด้วยสายตาเจ็บปวด

ชาลิตารีบกลบความรู้สึกเหล่านั้น ตอนนี้คนรอบข้างเริ่มหันมามองเธอกันใหญ่แล้ว เสียงซุบซิบก็ดังมาเป็นระลอก อาจเริ่มตั้งแต่ที่ผู้หญิงคนนั้นปรากฏตัว  หากแต่เวลานั้นใจเธอไม่ได้อยู่ที่ตรงนั้นเลยไม่รู้สึกอะไร ผิดกับเวลานี้ เธอได้ยินมันชัดแจ๋วเลย พวกเขาคงกำลังสมน้ำหน้าเธออยู่สินะ

เขาจะรู้บ้างไหมว่าในสายตาเธอมีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้น แม้แต่หัวใจก็ยกให้เขาไปหมดแล้ว

ชาลิตารับรู้ถึงสายตาของคนรอบข้างเป็นอย่างดี ยิ่งเขาหายไปนานเท่าไร บรรยากาศก็ยิ่งย่ำแย่เท่านั้น ทุกสายตาล้วนกรีดแทงความรู้สึกเธอให้ยิ่งด่ำดิ่ง ดวงตาคู่สวยหลุบมองมือตัวเอง รอยยิ้มบางเบาฉายขึ้นตรงมุมปาก แววตาเหยียดหยามระคนสมเพชแบบนั้นจะให้เธอทนอยู่ตรงนี้ต่อได้อย่างไร

เขาหายไป...ทิ้งเธอให้จมอยู่กับความรู้สึกนี้ได้ยังไง!

ถ้าคิดจะไปหาผู้หญิงคนนั้นก็ช่วยบอกเธอให้รู้สักนิดสิ ไม่ใช่หายไปดื้อ ๆ แบบนี้

คนทุเรศ คนไร้หัวใจ!

ร่างสูงเพรียวผุดลุกขึ้นด้วยใบหน้าเรียบนิ่งแฝงแววเย็นชาจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ ดวงตาเฉียบคมสงบนิ่งดุจนางพญา หญิงสาวก้าวพาร่างของตัวเองเดินออกไปจากงานอย่างเยือกเย็น เชื่องช้า พร้อมกับหัวใจที่หนักอึ้ง ถึงภายนอกจะไม่มีน้ำตา แต่ภายในกลับไหลบ่าเอ่อท้นท่วมรดหัวใจ ความเจ็บปวดนี้ช่างทำร้ายเธอให้รู้สึกแย่จริง ๆ

ดวงหน้าสวยหวานมองดูผิวเผินเหมือนไม่รู้สึกอะไรกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หากแต่เมื่อพ้นออกมาจากตรงนั้นสีหน้าก็ย่ำแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด ชาลิตาถอนหายใจยาวเหยียด ตอนนี้เธอไม่อยากกลับบ้านเลยคิดว่าจะไปเดินเล่นที่สวนด้านหลังโรมแรมสักหน่อย ค่ำคืนนี้ยังอีกยาวนนาน แล้วมันเรื่องอะไรที่เธอจะต้องมาจมทุกข์กับคนเผด็จการนั่นด้วย

เมื่อคิดได้ดังนั้น สองเท้าก็มุ่งตรงไปยังสวนด้านหลังทันที บรรยากาศที่นี่ดีมาก ทั้งสงบและร่มเย็น มีสายลมพัดโชยมาตลอดช่วยผ่อนคลายอารมณ์ตึงเครียดได้ไม่น้อย  ท้องฟ้ามืดสนิทมีดาวดวงเล็ก ๆ ให้แสงระยิบระยับ ริมฝีปากอิ่มคลี่ยิ้มออกมา เธอไม่รู้ว่าบนนั้นจะมีพ่อและแม่ของเธออยู่หรือเปล่า แต่ถ้ามีก็คงจะเป็นดวงที่สว่างที่สุด เพราะว่าพ่อกับแม่เธอเป็นคนดีมาก ถ้าไม่เกิดเรื่องนั้นขึ้น พวกเราก็คงจะได้อยู่ด้วยกัน ชีวิตของเธอก็คงไม่ต้องถูกใครรังแกจนต้องกระเด็นออกมาอาศัยอยู่ในที่ ๆ ไกลแบบนี้กับน้องสาวแค่สองคน

ร่างเพรียวหย่อนสะโพกนั่งลงบนม้านั่งสีขาวตัวหนึ่ง ดวงตาดูผ่อนคลายลงมากไม่ตึงเครียดเหมือนก่อนหน้านี้ สำหรับชาลิตา น้องสาวคนสวยไม่เคยเป็นภาระเลยสักนิด เธอเต็มใจและยินดีที่จะดูแลต่อจากพ่อแม่ ถึงน้องสาวเธอจะขี้โรคไปบ้างแต่ก็ไม่เคยทำให้เธอลำบากใจ ไม่เคยเรียกร้องอะไร กลับกันยังคิดจะทำงานเพื่อช่วยเธออีกแรง นี่ถ้าไม่สั่งห้ามไว้คงได้วิ่งโล่ออกไปหางานทำแน่ เธอเหลือน้องสาวเพียงคนเดียวแล้วจะยอมสูญเสียไปได้อย่างไรล่ะ ส่วนเขาคนนั้น...

บางทีทุกอย่างอาจจบลงในวันนี้ก็ได้ ในเมื่อเขายังมีเยื่อใยอยู่ให้กับผู้หญิงคนนั้นอยู่ก็คงไม่ต้องการเธออีกแล้ว

ไม่ใช่ว่าเธอไม่เสียใจหรอกนะ และไม่ใช่ว่าอยากทำตัวเป็นนางเอกผู้น่าสงสารยอมหลีกทางพระเอกกับคนรักเก่าได้กลับมาคืนดีกัน แต่เธอแค่ยอมรับความจริงเท่านั้น คนไม่รักทำอย่างไรก็ไม่รัก แล้วแบบนี้ยังจะให้เธอดื้อดึงไปอีกทำไม สู้ถอยออกมาให้พวกเขาตัดสินใจเอาเองดีกว่าจะเดินต่อไปหรือเป็นเหมือนที่ผ่านมา ถึงเธออยากจะอยู่รอผล แต่ใจมันไม่พร้อม ๆ

ถ้าหากว่าพวกเขาคืนดีกัน แล้วเธอเล่าจะทำอย่างไร จะปั่นหน้านิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ร่วมยินดีไปกับพวกเขาแล้วเดินจากมางั้นเหรอ เหอะ เธอทำไม่ได้หรอก เธอไม่เข้มแข็งพอที่จะทำแบบนั้น...

ในขณะที่กำลังคิดอะไรเพลิน ๆ จู่ ๆ ชาลิตาก็ได้ยินสียงฝีเท้าแผ่วเบามุ่งตรงมาทางนี้ ไม่สิ เหมือนจะอยู่มานานแล้วแต่เธอไม่ทันสังเกตเพราะมัวแต่ใจลอยคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยต่างหาก ฝีเท้าฟังดูสับสนเหมือนกำลังขยับไปมาเบา ๆ ด้วยความสงสัยดวงหน้าเนียนจึงชะเง้อขึ้นมองผ่านพุ่มไม้ซึ่งอยู่ด้านหลัง นัยน์ตาสีนิลฉายแววตกตะลึง ก่อนจะนิ่งสงบดังเดิม ในใจรู้สึกปั่นป่วนอย่างน่าประหลาด  ทั้งสับสนและว้าวุ่น ร้อนรนจนแทบระเบิด ภาพที่ใครอีกคนกำลังบดขยี้จูบอยู่กับหญิงคนรัก มันช่าง...

เจ็บงั้นหรือ...

เธอคิดว่ามันเกินความรู้สึกนั้นไปแล้วล่ะ!

พอกันที คนอย่างเธอถึงไม่ใช่คนดีมากนักแต่ก็ไม่คิดไปแย่งของ ๆ คนอื่น ถ้าสองคนนั้นยังรักกันอยู่ เธอขอเป็นคนที่ต้องไปเองดีกว่า ถึงจะเจ็บจี๊ดที่ใจ แต่แค่นี้มันคงไม่ถึงตายหรอก

เธอก็แค่...ไม่อยากเข้าไปขัดขวางความรักของคนทั้งคู่ก็เท่านั้น เพราะถ้าขืนเธอยังยืนอยู่ตรงนี้ มีหวังเธอได้เข้าไปแย่งผู้ชายมาจากผู้หญิงคนนั้นแน่

แบบนั้นมันจะไม่ดูน่าสมเพชเกินไปหน่อยรึไง เธอไม่ใช่นางร้ายนะจะได้ทำอะไรแบบนั้น

 

วาริสานั่งกุมมือตัวเองอยู่ตรงโซฟาด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ เธอไม่รู้ว่าพี่ตาหายไปไหน ทำไมดึกดื่นป่านนี้แล้วถึงยังไม่กลับบ้าน โทรศัพท์ไปก็ไม่รับสาย โทรไปถามที่ทำงานแล้วก็ไม่อยู่ แถมวันนี้ทั้งวันก็ไม่ได้ไปทำงานด้วย หรือว่าจะเกิดเรื่องขึ้นกับพี่ตากันนะ เธอควรจะทำอย่างไรดี

ในขณะที่กำลังว้าวุ่นใจ จู่ ๆ ประตูบ้านก็เปิดพรวดพราดเข้ามา วาริสาที่ไม่ทันตั้งตัวก็สะดุ้งตกใจรีบหันกลับไปมองทางด้านหลัง ทันทีที่เห็นว่าคนตรงหน้าเป็นใคร เธอก็ถึงกับตะลึงงัน ริมฝีปากอ้าค้างอย่างตกตะลึง คำถามแรกที่ผุดขึ้นในสมองตอนนี้คือ คนตรงหน้าใช่พี่สาวเธอหรือเปล่า ทำไมถึงได้สวยงดงามอย่างนี้

และอีกคำถามหนึ่งที่ดังขึ้นในใจ เธอไม่ได้เห็นพี่ตาแต่งตัวสวย ๆ แบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว

“ขอโทษนะสาที่พี่กลับบ้านช้าเลยพลอยทำให้สาต้องเป็นห่วงไปด้วยเลย”

“ไม่เป็นไรค่ะพี่ตา พี่ตากลับมาบ้านอย่างปลอดภัยแค่นี้สาก็สบายใจแล้วค่ะ ว่าแต่พี่ตาไปไหนมาหรือคะ ทำไมถึงอยู่ในสภาพแบบนี้” หลังจากที่เรียกสติกลับเข้าร่างได้แล้ว เธอก็เอ่ยปากถามที่มาที่ไปของเรื่องนี้  การที่จู่ ๆ พี่ตาลุกขึ้นมาแต่งตัวสวยอย่างนี้ต้องมีสาเหตุแน่

ครั้นเห็นแววตาสงสัยแกมจับผิดของน้องสาว ชาลิตาก็แอบใจสั่น เธอหรือจะกล้าพูดออกไปว่าตัวเองเพิ่งไปทำอะไรมา ถึงการโกหกจะทำให้เธอรู้สึกผิดแต่มันก็ดีกว่าการพูดความจริงล่ะนะ ร่างเพรียวเยื้องย่างเข้าไปในบ้านเชื่องช้าพลางนิ่วหน้าด้วยความปวดระบม ท่าทางแบบนั้นทำให้สาวสวยหน้าหวานยอมละสายตาจ้องจับผิดไปมองเบื้องล่างก็ต้องเบิกตากว้าง เมื่อเห็นฝ่าเท้าขาวละมุนบวมแดง นิ้วเรียวของพี่ตาจิกเข้าที่ตัวชุดแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ไม่รอข้าวาริสาก็สลัดความสงสัยทั้งหมดทิ้งไปรีบลุกพรวดตรงดิ่งเข้าไปช่วยพยุงร่างพี่สาวพามานั่งที่โซฟา

“หน้าพี่ตาซีดมากเลยค่ะ พี่ตาเป็นอะไรหรือเปล่าค่ะ ไปหาหมอดีไหม สารู้สึกใจคอไม่ดียังไงก็ไม่รู้ค่ะ” เสียงหวานเอื้อนเอ่ยออกมาเป็นชุด แววตาห่วงใยฉายขึ้นอย่างจริงใจ เพียงเท่านั้นชาลิตาก็ลืมสิ้นทุกสิ่งอย่างหันกลับมาสนใจน้องสาวเพียงคนเดียวของตัวเอง

“สา...พี่มีอะไรจะบอก” คำพูดจริงจังของพี่สาวทำให้วาริสาพลอยตื่นตัวจริงจังขึ้นไปด้วย สายตาเอื้อเอ็นดูที่มองเธอยังคงเต็มได้ความรักและทะนุถนอม พี่ตาคอยดูแลปกป้องเธอมาโดยตลอด  ไม่ว่าวันนี้จะเกิดอะไรขึ้น เธอก็พร้อมที่จะอยู่เคียงข้างพี่ตาตลอดไป แววตาเด็ดเดี่ยวคล้ายกับตัดสินใจอะไรบางอย่างได้แล้วแบบนั้น เธอเคยเห็นครั้งสุดท้ายก็ตอนที่พี่ตาตัดสินใจที่จะย้ายมาอยู่ที่ฝรั่งเศส ให้ที่นี่กลายเป็นบ้านหลังใหม่ของพวกเราสองคนพี่น้อง และครั้งนี้เธอก็มีความรู้สึกว่ามันจะต้องไม่ต่างจากครั้งก่อนด้วยเช่นกัน

“บอกมาเถอะค่ะ ไม่ว่าพี่ตาจะอยู่ที่ไหน จะทำอะไร สาก็พร้อมที่จะอยู่เคียงข้างพี่ตา แต่ขออย่างเดียว พี่ตาอย่าบอกว่าจะทิ้งสานะคะ ไม่อย่างนั้นสาจะร้องไห้จริง ๆ ด้วย”

“บ้าน่ะ พี่จะกล้าทิ้งสาได้ลงคอได้ยังไง เรามีกันอยู่แค่สองคนนะ ถ้าพี่ทิ้งสาไปแล้วจะอยู่กับใครล่ะ อีกอย่างใครจะคอยอยู่ให้กำลังใจพี่ในยามที่ท้อ คอยปลอบในยามที่เสียใจและผิดหวัง ไม่ต้องห่วงไปหรอกนะ จ้างให้พี่ก็ไม่มีทางทิ้งสาแน่นอน” ชาลิตาคลี่ยิ้มกว้างพลางยกมือขึ้นลูบผมนุ่มสลวยของน้องสาวสุดที่รัก นัยน์ตาสีนิลเคลือบไว้ด้วยความรักความเอ็นดู ไม่มีทางเสียล่ะที่เธอจะยอมทิ้งน้องสาวคนนี้ไป เพราะอะไรก็ไม่มีค่าเท่ากับวาริสาอีกแล้ว

ตอนนี้เธอไม่มีอะไรให้ต้องลังเลอีกแล้ว...

“สา...พวกเราย้ายออกจากที่นี่กันเถอะ”

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha