แดนรักมาเฟียเถื่อน ซีรีส์ชุด ยาใจคนเถื่อน [จบแล้ว]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ตอนที่ 7 : ตอนที่ 4 คนบ้าอำนาจ เอาแต่ใจ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 4 คนบ้าอำนาจ เอาแต่ใจ


 คุณยังตอบคำถามผมไม่หมด แล้วก็จำเอาไว้ด้วยว่าผมไม่ชอบคนขัดคำสั่ง ช่วยตอบมาให้หมด แล้วมีชื่อที่เรียกง่ายกว่านี้ไหม แล้วปัญญาวีร์แปลว่าอะไรหลังจากระงับอารมณ์กรุ่นๆ ในใจได้บ้างแล้วเอเรสก็เริ่มตั้งคำถามใหม่

พ่อแม่ของฉันเสียไปนานแล้ว ฉันมีน้องชายอีกคน เราอยู่ด้วยกันที่คอนโดฯ ของเพื่อน ส่วนเรื่องมาทำงานที่นี่ ก็เพราะฉันไปสมัครงานตามบริษัทก็ไม่มีใครรับ ฉันต้องการหาเงินส่งน้องเรียน และฉันก็ไม่มีเสี่ยที่ไหนเลี้ยงอย่างที่คุณกล่าวหา ส่วนปัญญาวีร์ แปลว่าผู้มีปัญญาค่ะ ก้มหน้าตอบด้วยเสียงสั่นเครือ ภาพบิดามารดาถูกปืนจ่อศีรษะตามหลอกหลอนให้เธอแค้นใจ แต่เธอรู้ดีว่าเธอคนเดียวไม่มีวันไปต่อกรกับนายพอลได้ และเพราะนายพอลคนนี้ ที่ทำให้เธอต้องดิ้นรนหางานทำตัวเกลียว นั่นก็เพราะเงินที่เธอควรได้รับจากการทำงานลับๆ ภายใต้ชื่อ เอสเอสเค นายพอลก็ยึดไปหมด

ดวงตาคู่สวยแดงก่ำเพราะความเจ็บปวดที่สุมอยู่ในอก เธอทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากภาวนาให้นายพอลถูกเอาผิดตามกฎหมาย แต่คงเป็นไปได้ยาก ในเมื่อหน่วยงานลับได้แทรกซึมเข้าไปอยู่ในกรมตำรวจเกือบทั้งหมดของในอเมริกา แม้กระทั่งในเอเชีย ซึ่งมันจะทำให้การจับกุมนายพอลเป็นเรื่องยากที่สุด แต่หากนายพอลถูกจับจริง เธอก็ต้องมีจุดจบไม่ต่างจากนายพอล เพราะเธอเธอคือหนึ่งในคนของหน่วย เอสเอสเค ที่ได้เดินออกจากขุมนรกแห่งนั้นพร้อมน้องชายหลายปีแล้ว

เอสเอสเค เป็นหน่วยงานลับของนายพอล การ์ดเนอร์ เจ้าพ่อแห่งลาสเวกัส ที่ถูกตั้งขึ้นเพื่อให้ชายหญิงที่ผ่านการฝึกฝนเข้ามาเป็นนักฆ่าและสายลับคอยแอบแฝงเข้าไปยังสถานที่ต่างๆ ตามคำบัญชาของนายพอล ส่วนเธอ ถูกฝึกให้มาเป็นนักฆ่า แต่เธอรู้ดีว่าจิตใจของเธอไม่ได้อยากเป็น แต่ภาพที่บิดามารดาถูกจ่อยิงต่อหน้าต่อตาจากการทำงานที่ผิดพลาด ทำให้เธออดทนฝึกฝนจนได้เข้ามาอยู่ใน เอสเอสเค เพื่อหวังจะได้ล้างแค้นให้บิดามารดา แต่โอกาสกลับไม่มีให้เธอ เพราะการจะเข้าถึงตัวนายพอลนั่นยากเกินไป อีกทั้งการทำงานของเธอแต่ละครั้งจะได้รับคำสั่งจากคนสนิทของนายพอล

ผมเสียใจเรื่องพ่อแม่ของคุณเอเรสพูดด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด ส่งผลให้หญิงสาวรีบดึงตัวเองออกมาจากสิ่งที่เธอกำลังครุ่นคิด

ขอบคุณค่ะปัญญาวีร์กล่าวด้วยเสียงอ้อมแอ้ม อดแปลกใจไม่ได้ที่คนอย่างเขาจะพูดราวกับเห็นอกเห็นใจคนอื่น ทั้งที่ไม่น่าจะมีความรู้สึกแบบนั้นหลงเหลือ

ไม่เป็นไรที่รัก ว่าแต่ที่รักยังตอบคำถามผมไม่หมดพูดจบก็ลอบมองหญิงสาว แล้วหยิบเครื่องดื่มจรดปากดื่มอย่างใจเย็น

ป่านค่ะหญิงสาวเอ่ยตอบอย่างเลี่ยงไม่ได้

เอเรสกระตุกยิ้มนิดๆ แล้วพูดขึ้น ป่าน ไปร้องเพลงให้ผมฟังหน่อยพูดจบเขาก็ยิ้มอีกครั้ง แต่ในใจกำลังคิดอยากรู้ประวัติความเป็นมาของเธอมากๆ ว่าเธอเป็นใครกันแน่ เขาสังเกตในแววตาของเธอมีร่องรอยความเจ็บปวดแฝงอยู่ และเขาต้องรู้ให้ได้

ปัญญาวีร์ก็เงยหน้ามองคนพูดเพียงแวบเดียว เพราะเธอเองก็ลืมไปเสียสนิทว่านักร้องคั่นเวลาอย่างเธอจะต้องขึ้นไปร้องเพลงตามคำสั่งของเจ๊ ที่ถูกผู้ชายคนนี้สั่งมาอีกที ก่อนที่เจ้าตัวจะพยักหน้าแล้วลุกขึ้นยืนเตรียมไปเปลี่ยนชุดขึ้นร้องเพลงตามความต้องการของลูกค้าหนุ่ม ทว่าต้นแขนของเธอกลับถูกรั้งไว้และด้วยสัญชาตญาณระวังตัว ปัญญาวีร์จึงหมุนตัวกลับแล้วบิดมือที่ฉุดตนไว้ ตั้งท่าเตรียมตวัดปลายเท้าเข้าใส่ปลายคางฝ่ายตรงข้าม

เฮ้! นี่คุณจะฆ่าผมหรือไงเอเรสส่งเสียงห้ามเสียงหลง ดีที่เขาก็ระวังตัวอยู่เช่นกันไม่งั้นเท้าเล็กๆ นั้นคงซัดเข้าปลายคางเขาจนเห็นเดือนเห็นดาวเป็นแน่

“ฉันขอโทษค่ะ” หลังรู้ตัวเผลอเธอจึงรีบเอ่ยขอโทษ

คุณนี่ ร้ายกาจใช่เล่นนะที่รักเอเรสหันมากุมมือแล้วบีบเบาๆ

ฉันขอตัวก่อนนะคะ” พูดจบเธอก็เดินไปเปิดประตูและตรงดิ่งไปยังห้องแต่งตัว ทิ้งความสงสัยมากมายเอาไว้ให้มาเฟียหนุ่มครุ่นคิดด้วยหน้านิ่วคิ้วขมวด

******

ปัญญาวีร์เข้ามาเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยก็ยืนคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องวีไอพี ที่เธอเองก็ไม่อยากเชื่อว่าเธอจะปล่อยให้ผู้ชายบ้าๆ เข้าถึงเนื้อถึงตัว

คนเฮงซวย จบคืนนี้ไปแล้ว อย่าได้มาเจอกันอีกเลย พึมพำจบแล้วก็ตามมาด้วยเสียงถอนหายใจ ก่อนที่เธอจะนึกขึ้นได้ว่าคนเฮงซวยได้สั่งให้ลูกน้องไปจัดการเจ๊

แล้วเขาสั่งให้ลูกน้องทำไปอะไรเจ๊ปัญญาวีร์ครุ่นคิดเป็นห่วงความปลอดภัยเจ้าของผับ เธอจึงไปยังห้องทำงานเจ้าของผับ แต่เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็ตกใจเมื่อเจ๊ไม่ได้อยู่คนเดียว แต่มีหนุ่มหน้าละอ่อนคอยปรนนิบัติอยู่

ป่าน! พรวดพราดเข้ามาทำไมเอ่ยถามพร้อมตวัดสายตาเขียวปัดเข้าใส่คนเข้ามาขัดจังหวะ

“ขอโทษค่ะเจ๊” ปัญญาวีร์ยิ้มเจื่อนๆ พร้อมกล่าวขอโทษ แล้วรีบพาตัวเองออกไปจากห้องทำงานของเจ๊ ออกมาได้แล้วก็ยืนพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ อยู่หน้าห้อง สักพักจึงเดินไปทางด้านหลังเวทีเพื่อเตรียมตัวขึ้นร้องเพลง

ไม่ถึงสิบนาทีเสียงดนตรีเพลงสุดฮอตของนักร้องสาวสัญชาติอเมริกันก็ดังขึ้น หลังจากแสงไฟบนเวทีดับพึ่บ ก่อนจะปล่อยแสงเลเซอร์หลากสีออกมาให้เข้ากับจังหวะเสียงเพลง เหล่าแดนเซอร์เกือบสิบเคลื่อนตัวออกมาวาดลีลาเข้ากับจังหวะเสียงเพลง ถัดมาเป็นเอฟเฟคไฟจะพุ่งขึ้นจากด้านหน้าเวทีเรียกเสียงโห่ร้องดังระงม จากนั้นปัญญาวีร์ก้าวออกมาในชุดกางเกงขาสั้นโชว์เรียวขาขาวผ่องพร้อมเสื้อเอวลอยอวดช่วงเอวคอดสีดำเข้าชุด เรียกเสียงจากเหล่านักท่องราตรีได้ดังกระหึ่ม

นักร้องสุดเซ็กซี่ในชุดหนังสีดำรัดรูปให้เห็นทุกสัดส่วนโปรยยิ้มแสนเย้ายวน ยักย้ายส่ายสะบัดสะโพกตามจังหวะเสียงเพลงพร้อมขับขานเนื้อเพลง ทำเอามาเฟียหนุ่มถึงกับผุดลุกจากที่นั่งไปยืนจ้องกลางเวที หัวใจเต้นรัวแรง กระตุกยิ้มมีเสน่ห์และเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ ความต้องการในร่างกายฉีดพล่าน เมื่อหญิงสาวสลัดคราบได้ยั่วยวนถูกใจเขาเหลือเกิน

เอวเป็นเอว สะโพกเป็นสะโพก หน้าอกก็ใหญ่ได้ใจ คิดและวาดภาพตามยามที่เขาจับแม่นักร้องสาวเปลื้องผ้าจนตัวล่อนจ้อน ยิ่งคิดกายยิ่งร้อนรุ่ม เอเรสจึงหันไปสั่งให้ลูกน้องไปเชิญแม่นักร้องสาวสุดเซ็กซี่มาพบที่ห้องอีกครั้ง หลังจากเธอร้องเพลงจบและงานนี้เขาต้องจัดการเผด็จศึกแม่นักร้องสาวให้ได้!

            ทางด้านปัญญาวีร์ หลังจากเพลงจบลงพร้อมกับเสียงปรบมือดังกึกก้องจากบรรดานักท่องราตรี เธอก็รีบลงจากเวทีไปยังห้องแต่งตัว แต่มีชายหนุ่มรูปร่างบึกบึนมาขวางทางเอาไว้ ปัญญาวีร์เงยหน้าขึ้นมองด้วยความสงสัย

เจ้านายผมต้องการพบคุณหนุ่มร่างบึกบึนพูดขึ้น

ใครล่ะ เจ้านายของคุณปัญญาวีร์แสร้งถามสีหน้าเรียบเฉย คิดว่าเธอจะออกไปจากที่นี่ได้อย่างไรและไม่รู้ว่าคนปากว่ามือถึงคนนั้นจะสั่งให้ลูกน้องเฝ้าหน้าผับไว้ด้วยหรือไม่

ก็คนที่คุณเพิ่งจะขึ้นไปบริการก่อนหน้าไงครับ ผมขอเตือนให้คุณไปกับผมดีๆ ดีกว่านะครับถ้าไม่อยากให้เร่งทำมาหากินของคุณพังไปต่อหน้าต่อตา คนขู่ยิ้มเย็น

ปัญญาวีร์เบ้ปาก ถอนใจอย่างเบื่อหน่าย เกลียดนักพวกชอบข่มขู่ คิดว่าตัวเองใหญ่คับฟ้ามาจากไหนกัน แต่อย่าหวังว่าคนอย่างเธอจะกลัวคำขู่ แม้จะนึกห่วงพนักงานในผับก็ตามที หากว่าเขาสั่งให้ลูกน้องถล่มที่นี่จนย่อยยับจริง แต่เธอก็ไม่อยากเอาตัวเข้าไปเกี่ยวข้องกับคนพวกนี้ ที่เจอหน้ากันไม่กี่นาทีผู้ชายบ้าๆ นั้นก็บุกถึงเนื้อถึงตัว แล้วเธอก็ถึงกับระทวยหมดเรี่ยวหมดแรงจะต่อสู้อีกด้วย คิดแล้วก็ทั้งเจ็บใจทั้งแค้น

ว่าไงครับ เจ้านายผม กำลังรอคุณอยู่

ตอนนี้ได้เวลาเลิกงานของฉันแล้ว ฉันขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน แล้วฉันจะไปพบเจ้านายของคุณ ส่วนคุณก็กลับไปหาเจ้านายของคุณเถอะปัญญาวีร์บอกเสียงแข็งแล้วเบี่ยงตัวเดินหนีไป

ได้ครับ แต่ผมหวังว่าคุณคงไม่ตุกติกนะครับ และคงรู้ว่าผลจะเป็นอย่างไร หากคุณไม่ไป” ชายหนุ่มร่างบึกบึนขู่อีกครั้งด้วยแววตาเอาจริง เพราะรู้ใจนายดีว่าหากต้องการแล้วไม่ได้ ต้องพังกันไปข้างหนึ่ง

******

ไอ้คนบ้าอำนาจ! อยากจะทำอะไรก็ทำไปเถอะปัญญาวีร์เอ่ยถึงคนที่ส่งลูกน้องมาบอกให้ขึ้นไปพบด้วยความโมโห ก่อนคว้ากระเป๋าและถุงเสื้อผ้ามาถือไว้ จากนั้นก็ค่อยๆ แง้มประตูออกไปมองหาคนที่อาจมาดักรอ เมื่อไม่มีใครจึงเดินหลบเลี่ยงไปทางห้องครัวตรงไปยังประตูหลังร้าน งานนี้เธอคงต้องโดดกำแพงกลับคอนโด แต่นั้นไม่ใช่ปัญหาสำหรับเธอสักนิด แต่ใจก็นึกห่วงเพื่อนร่วมงานมากเช่นกันที่เธอไม่ทำตามคำสั่งของผู้ชายบ้าๆ คนนั้น

ปัญญาวีร์เดินย้อนกลับมาแล้วเรียกพนักงานหนุ่ม เมื่ออีกฝ่ายมาถึงเธอก็ฝากข้อความให้ไปบอกคนในห้องวีไอพีและยัดเงินใส่มือพนักงานหนุ่มเป็นค่าจ้าง จากนั้นเธอออกมายืนอยู่หลังร้านที่มีกำแพงสูงตระหง่านอยู่ตรงหน้า

ปัญญาวีร์จัดการโยนถุงเสื้อผ้าลงไป แล้วปีนขึ้นไปบนกำแพงทิ้งตัวลงอีกฝั่งอย่างรวดเร็ว ก่อนวิ่งไปเรียกแท็กซี่กลับที่พัก ใจก็ภาวนาขออย่าให้ต้องเจอะเจอผู้ชายบ้าๆ นั่นอีก โดยไม่รู้เลยว่าพ่อหนุ่มน้อยคนส่งข่าวนั้น ตอนนี้หน้าซีดปากสั่นไปหมดเมื่อเข้ามาเจอเสียงตวาด

พูดมา!” เอเรสตวาดถามเสียงกร้าว หลังจากนั่งรออยู่นานแม่นักร้องก็ยังไม่มาสักที แล้วจู่ๆ ก็มีไอ้หน้าอ่อนโผล่มา

ไอ้หน้าอ่อน แกจะพูดไหม หรือต้องให้ฉันเลาะฟันแกออกมาก่อน ถึงจะขยับปากพูดได้มาเฟียหนุ่มเอ่ยถาม พลางตบโต๊ะดังปังเป็นการเตือนให้หนุ่มน้อยพูดก่อนที่ฟันจะร่วงหมดปาก

พะ...พี่ป่าน ฝากผมมาเรียนท่านว่าพี่ป่านปวดท้องกะทันหัน เลยขอตัวกลับไปก่อนครับพ่อหนุ่มน้อยบอกด้วยเสียงตะกุกตะกักเสียจนน่ารำคาญ

ทางด้านมาเฟียหนุ่ม พอได้ฟังสิ่งที่หนุ่มน้อยบอก สันกรามก็ขึ้นเป็นเส้นป่วยกะทันหัน ทั้งที่เพิ่งจะเต้นสะบัดอยู่บนเวที  คิดว่าคำโหกตื้นๆ แบบนี้เขาจะเชื่องั้นเหรอ แล้วเราจะได้เห็นดีกัน ปัญญาวีร์!’

นายรู้ไหมว่าที่พักของปัญญาวีร์อยู่ที่ไหนมาเฟียหนุ่มยังคงใช้น้ำเสียงเหี้ยมถามคนตรงหน้าที่มีอาการหวาดกลัว

“ไม่ทราบครับท่าน คือผมเพิ่งเข้ามาทำงานได้สามวันครับ เลยไม่ทราบที่อยู่ของพี่ป่านหนุ่มน้อยบอกเสียงสั่นๆ

ออกไป! ไม่ได้คำตอบเอเรสจึงไล่อีกฝ่ายออกไป ก่อนจะสั่งให้ลูกน้องไปเอาตัวเจ้าของผับมาสอบถาม พร้อมกับคาดโทษแม่นักร้องสาวที่กล้าขัดคำสั่งของเขา

ทางด้านคนถูกคาดโทษก็สั่งให้แท็กซี่จอดหน้าร้านมินิมาร์ทชื่อดังเพื่อเข้าไปหาซื้อพวกขนมนมเนย รวมถึงของใช้ส่วนตัว จากนั้นก็เดินทอดน่องกลับคอนโดฯ ที่อยู่ห่างจากร้านมินิมาร์ทไม่มากนัก แต่เดินมาได้สักระยะ เสียงรถจักรยานยนตร์ก็ดั่งกระหึ่ม เธอเลยต้องรีบกระโดดหาที่หลบแล้วเพ็งมองกลุ่มพวกเด็กแว้น

“ป้อง!” ปัญญาวีร์ร้องเรียกเสียงดัง เมื่อน้องชายบุญธรรมขับรถผ่านหน้าเธอไป ตามด้วยกลุ่มเพื่อนนักซิ่ง

ทำไมยังไปยุ่งกับเพื่อนกลุ่มนี้อีกนะป้อง’  ปัญญาวีร์พึมพำอย่างเหนื่อยใจ ไม่เข้าใจว่าทำไมน้องชายถึงได้ชอบไปอยู่กับคนพวกนั้นที่ดีแต่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น

ขณะที่คนเป็นพี่กำลังหนักใจกับพฤติกรรมของน้องชาย ด้านน้องชายที่ชอบทำตัวเกเรก็หันมองพี่สาวครู่หนึ่ง แม้เขาจะรู้ว่าพี่สาวหนักใจ แต่จะให้เขาทำอย่างไรได้ในเมื่อเขาทำตัวเป็นคนดีแล้วโดนรังแก เลยต้องทำตัวเกเร คบหาพวกนักเลงจะได้ไม่โดนรังแก ทั้งที่เขาก็อยากจะบอกให้ใครๆ รู้ว่าเขาก็ถูกฝึกหนักเพื่อเข้าไปทำงานใน เอสเอสเค แต่ยังไม่ได้เข้าไปทำงานพี่ป่านพาเขาออกมาจาก เอสเอสเค หลังจากพี่ป่านได้เดินทางไปเอากริชไฟ กริชที่มีประวัติเล่าขานกันมาช้านานว่าหากผู้ใดได้ครอบครองจะยิ่งสร้างความยิ่งใหญ่และชี้เป็นชี้ตายบุคคลอื่นได้ ซึ่งกริชไฟที่ว่านั้นก็อยู่ที่รัฐชาร์จาห์ หนึ่งในประเทศอาหรับที่อยู่ซุกซ่อนอยู่ในหุบเขาและนี่เองที่เป็นเหตุผลที่ทำให้เขาและพี่ป่านได้ออกจาก เอสเอสเค มาใช้ชีวิตในเมืองไทย

ป้องขอโทษนะพี่ป่าน  ปกป้องพึมพำแล้วรีบเร่งเครื่องตามกลุ่มเพื่อน

ปัญญาวีร์มองจนบรรดารถซิ่งห่างไปไกลจึงได้เดินกลับที่พัก โดยไม่ได้รู้เลยว่าเจ้าของผับกำลังถูกมาเฟียหนุ่มคุกคาม

นั่งลง!” เสียงห้วนจนเกือบตวาด ทำเอาเจ้าของผับสะดุ้งโหย่ง ก่อนจะขยับกายไปนั่งตามคำเชิญ

ท่าน...ท่านมีอะไรให้เจ๊รับใช้หรือคะเจ้าของผับเอ่ยถามเสียงประหม่า หน้าผากย่นตามกาลเวลาเริ่มมีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นจนต้องควานหาผ้าขึ้นมาซับ จากนั้นก็ก้มหน้ารับคำสั่งโดยไม่มีคำโต้แย้ง หลังจากถูกข่มขู่ว่าจะสั่งปิดผับ

ก่อนที่มาเฟียหนุ่มจะออกจากห้องไป เจ้าของผับเลยถูกทิ้งให้อยู่ในห้องวีไอพีเพียงลำพังนานนับชั่วโมง คิดทบทวนถึงเรื่องที่ลูกค้าหนุ่มสั่งให้ไปจัดการ เจ้าของผับถึงกับยกมือกุมขมับ สีหน้ายุ่งเหยิงด้วยคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไร ปัญญาวีร์ถึงจะยอมไปทำงานให้กับลูกค้าหนุ่ม ทางด้านคนออกคำสั่งแกมขู่บังคับจนเจ้าของผับนั่งเครียดกำลังจับจ้องแผ่นกระดาษในมือ

นางสาวปัญญาวีร์ กานต์พินิจ

เกิดวันที่ 5 มกราคม พ.ศ 2530 

อายุ 26 ปี สัญชาติไทย

บิดามารดาเสียชีวิต

ส่วนประวัติการทำงานของเธอว่างเปล่า ทั้งที่เธอเรียนจบปริญญาตรี และจากคำบอกเล่าเจ้าของผับบอกว่าหญิงสาวเดินทางกลับมาอยู่เมืองไทยได้หลายปีแล้ว หลังจากพ่อแม่เสียชีวิตที่อเมริกาด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์

คิ้วเข้มที่พาดเหนือเปลือกตาของมาเฟียหนุ่มขมวดเป็นปมกับประวัติของหญิงสาว นาทีถัดมาเขาก็ขย้ำแผ่นกระดาษนั้นจนยับคามือหลังอ่านจนจำได้ขึ้นใจ

“มีอะไรครับคุณทาม” แมค ที่นั่งข้างคนขับเอ่ยถามเสียงเรียบ หลังมองผ่านกระจกแล้วเห็นสีหน้าของเจ้านายหนุ่มดูจะสงสัยในกระดาษแผ่นนั้นไม่น้อย

“ฉันแค่สงสัยประวัติของปัญญาวีร์”

“เรื่องนั้นเดี๋ยวผมจัดการให้ครับ” แมคตอบผู้เป็นเจ้านายเสียงเรียบตามเดิม ใจก็อดสงสัยไม่ได้ว่านักร้องสาวสวยคนนั้นมีประวัติอะไรที่น่าสนใจงั้นหรือ คุณทามถึงได้อยากรู้นัก

“รอให้ฉันได้ตัวเธอมาก่อน แล้วค่อยจัดการค้นหาประวัติของเธอให้มากกว่านี้” เจ้านายหนุ่มตอบกลับเสียงเข้ม

“ได้ครับ” แมครับคำแล้วหันไปมองเสี้ยวหน้าเพื่อน ไหวไหล่น้อยๆ ด้วยยังไม่เข้าใจอารมณ์เจ้านายหนุ่มที่พักหลังๆ ดูจะอารมณ์แปรปรวนบ่อย

แล้วคุณทามจะไปที่คอนโดฯ คุณปัญญาวีร์เลยหรือเปล่าครับดอม เอ่ยถามขึ้นบ้าง

ไม่!” สั้นๆ ได้ใจความ

ดอมจึงพยักหน้ารับและพาเจ้านายหนุ่มกลับไปพักยังโรงแรม เมื่อคุณทามไม่กลับไปพักที่บ้าน คาดว่าคงกลัวมารดาซักฟอก ที่อยู่ๆ ก็หายไปจากงานเลี้ยงต้อนรับว่าที่ลูกเขย ที่กว่าทางคุณหญิงศศิประภาจะยอมเชื่อ คนเป็นแม่ก็หน้าเสียไปหลายครั้งจากคำประชดประชัดของคุณหญิงศศิประภา


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha