บัญชารักเทพบุตรเถื่อน ซีรีส์ชุด ยาใจคนเถื่อน [จบแล้ว]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ตอนที่ 4 : ตอนที่ 2 ลางสังหรณ์


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 2

ลางสังหรณ์

 

 

 

 

กาคิมหลังจากอดทนรอเจ้านายหนุ่มไม่ไหว จึงออกตามหาแล้วพบผู้เป็นนายกำลังยืนมองหาใคร ความเป็นห่วงทำให้กาคิมชักปืนออกมาแล้วมองสำรวจ

“ไม่มีอะไรกาคิม เก็บนั่นซะ” เสียงทุ้มเข้มเอ่ยขึ้น หันซีกหน้าที่ถูกทำร้ายหลบลูกน้องที่เป็นทั้งเพื่อนทั้งบอดี้การ์ด นึกอยากสั่งให้คนออกตามหายายหัวขโมยหน้าหวาน ปากหวานที่บังอาจตบเขาเสียจริง แต่วันนี้ดูจะไม่เหมาะสมนัก เพราะดูท่าฟ้าฝนคงจะไม่เป็นใจ รอดให้ได้ตลอดแล้วกันยายโจรแสบ

“แล้วโจรล่ะครับ คุณแฟรงค์” กาคิมสำรวจร่างกายของเจ้านายหนุ่ม แล้วเอ่ยถามถึงโจรชายหญิงที่วิ่งไล่กันอยู่ ทำให้เจ้านายหนุ่มมองไปยังซอกตึกคับแคบที่ตนเองได้อัดไอ้โจรตัวอ้วนจนหมอบไม่รู้ว่าป่านนี้ฟื้นขึ้นมาหรือยัง แต่สำหรับแม่หัวขโมยสาว เธอต้องได้รับโทษจากเขาแน่ ต่อให้หนีไปไกลแสนไกลหากเขาต้องการตัว เธอไม่ทางรอดเงื้อมมือของเขาไปได้หรอก  

“คนพวกนั้นอยู่ที่ไหนครับ เดี๋ยวผมไปจัดต่อให้ครับ” กาคิมทวงคำตอบ เมื่อเจ้านายหนุ่มเอาแต่ยืนนิ่งมองหาอะไรสักอย่างที่เขาก็ไม่เข้าใจเช่นกัน

“มันหนีไปหมดแล้ว เอากระเป๋าไปคืนคุณผู้หญิงซะ ฉันรู้สึกเหมือนเธอจะเป็นนางแบบนะ เผอิญฉันเคยเห็นผ่านๆ ตามหน้านิตยสาร สวยไม่เบานะกาคิม” วิลเลียมบอกคนสนิทเพราะรู้ดีว่านั่นคือสเปกของกาคิม ก่อนยื่นกระเป๋าของหญิงสาวให้ แต่กาคิมไม่ยอมรับ

“เอาไปคืนเธอ กาคิม” เสียงทุ้มของผู้เป็นนายย้ำ เมื่อคนสนิทไม่รับของเสียทีและจะได้รีบเอาไปคืนเจ้าของซะให้มันจบๆ ไปเพราะตอนนี้เขาอยากกลับไปพักผ่อนเต็มที

“คุณผู้หญิงกลับที่พักไปแล้วครับ แต่เธอสั่งไว้ว่าให้เอาไปคืนที่โรงแรมครับ” กาคิมบอกอย่างนึกเจ็บใจ เพราะในที่สุดก็ต้องเอากระเป๋าไปคืนเธอจนได้

“งั้นก็เอาไปคืนเธอก่อน แล้วกลับที่พัก” เจ้านายหนุ่มเสนอ แต่กาคิมไม่ต้องการให้เจ้านายเอาของไปคืนตามคำสั่งของหญิงสาว เขาจึงไปส่งเจ้านายกลับบ้านพักก่อน แล้ววนเอาของไปส่งคืนหญิงสาวที่โรงแรม

เราต้องได้พบกันอีกแน่คุณผู้หญิง กาคิมไล่สายตาอ่านและจดจำข้อมูลของหญิงสาวเอาไว้เพื่อรอวันได้พบแล้วจะจัดการสั่งสอนให้เข็ดหลาบที่บังอาจออกคำสั่งกับคุณแฟรงค์ เจ้านายของเขา

        ส่วนแพรนภัสที่วิ่งหนีโจรบ้ากามแบบไม่คิดเหลียวมองก็วิ่งจนมาหยุดพักที่หน้าบ้านเช่าของตนเองแล้วนั่งลงที่โต๊ะมาหินอ่อนหน้าบ้าน ด้วยท่าทางหอบแฮ่ก สองมือน้อยโบกสะบัดพัดวีไล่ความร้อน เม็ดเหงื่อผุดผายเต็มหน้าผาก ใจยังสั่นไม่เลิกกับจูบแรกในชีวิต

“อย่าให้เจออีกนะไอ้คนบ้ากาม จะอัดให้น่วมเชียว” หญิงสาวคาดโทษไว้แล้วเปิดประตูเข้าบ้านพักมองสำรวจห้องของคนในครอบครัวตามความเคยชิน และเป็นเช่นทุกวันที่ห้องน้องชายตัวดียังเปิดไฟสว่างโร่ทั้งที่บอกว่าง่วงนอนจนต้องไล่กลับมาก่อน แล้วเดินเลี่ยงเข้าห้องส่วนตัวไป เกือบยี่สิบนาทีต่อมาก็ยืนอยู่หน้าของน้องชาย

“พร้อม ยังไม่นอนอีกหรือไง ไหนบอกว่าง่วง”         แพรนภัสเดินเข้ามาทักทายน้องชายที่ง่วนอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์

“อ้าว พี่แพรกลับมาแล้วเหรอ” พร้อมพัฒน์ละสายตาจากจอคอมพิวเตอร์ที่กำลังสมัครเป็นนายแบบหน้าใหม่ที่ทางสตูดิโอประกาศรับอีกทั้งวันพรุ่งนี้เขาก็ต้องไปรายงานตัวและแสดงความสามารถให้ทางผู้คัดเลือกได้เห็น เพราะกว่าจะตัดสินใจได้ก็วินาทีสุดท้ายที่ทางสตูดิโอจะปิดรับ หากงานนี้ฟลุคเขาได้เป็นนายแบบสมใจและคงมีเงินมาเลี้ยงแม่และพี่สาวให้สบายกันเสียที

“ก็เห็นอยู่ ยังจะถาม” พี่สาวตอบกลับด้วยเสียงยียวน แล้วเดินมาเล่นหัวน้องชายเล่น

“พี่แพร พร้อมไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะ มาเล่นหัวกันแบบนี้ได้ไง เดี๋ยวพร้อมก็หมดหล่อกันพอดี” น้องชายท้วงเสียงขุ่น

“แหมจ้า คุณน้องสุดหล่อ หวงตัวจัง ว่าแต่เราทำอะไรน่ะ” แพรนภัสเอ่ยถามหลังจากเห็นน้องชายคลิกดูรูปภาพบนหน้าจอ แล้วแต่ละภาพก็เป็นชายหนุ่มหุ่นมาดแมนทั้งนั้น ก่อนที่พี่สาวจะทำตาโต บิดหูน้องชายสุดแรง

“โอ๊ย! พี่แพร พร้อมเจ็บ” เสียงร้องของพร้อมพัฒน์ลั่นห้อง ยกมือลูบหูป้อยๆ

“แล้วเราทำอะไรล่ะ ดูแต่รูปผู้ชายหล่อๆ กล้ามโตๆ เป็นเกย์หรือไงเรา” แพรนภัสจ้องหน้าน้องชายด้วยไม่อยากจะเชื่อ แต่ถ้าหากน้องชายเป็นเช่นนั้นจริงเธอก็พอรับได้ แต่มารดานี่สิท่านจะคิดอย่างไรหากลูกชายคนเดียวคิดจะเบี่ยงเบนทางเพศ

“พอเลยพี่แพร พร้อมไม่ได้เป็นแบบที่พี่แพรคิดหรอกน่า” น้องชายตอบกลับเสียงเข้ม ยืดอกแมนๆให้ดู

“แน่ใจนะ” เสียงพี่สาวถามอย่างไม่ค่อยเชื่อใจเท่าไหร่นัก

“ผมเป็นแมนร้อยเปอร์เซ็นต์ครับพี่แพร จะดูไหมครับ เดี๋ยวผมถอดให้ดู” พร้อมพัฒน์ตอบกลับเสียงดังฟังชัด แล้วลุกขึ้นยืนเพื่ออวดร่างกายความเป็นชายให้พี่สาวได้เห็น

“ไอ้น้องบ้า!” แพรนภัสคว้าหมอนมาฟาดใส่หน้าน้องชายที่พูดติดทะลึ่งกับเธอ

“แล้วเชื่อหรือยังล่ะ ว่าผมเป็นผู้ชายเต็มร้อย ไม่ได้เป็นเก้ง กวาง เกย์ อะไรทั้งนั้น” พร้อมพัฒน์ถามย้ำด้วยสีหน้าจริงจัง

“เชื่อก็ได้ ว่าแต่เราทำอะไรล่ะ” คนเป็นพี่เบ้ปากนิดๆ กับความเชื่อมั่นของน้องชาย ก็ขี้ขลาด ไม่สู้คน ผิวพรรณก็ขาวเนียนไม่ต่างจากเธอ ถ้าใครไม่รู้จักก็ต้องคิดแบบเธอแน่ๆ

“ผมกำลังลงสมัครคัดเลือกนายแบบครับ พี่แพร” น้องชายหันมาตอบพลางยักคิ้วให้แล้วเก๊กท่าหล่อประจำตัว ด้วยการยืนเต็มความสูง สองมือวางแหมะบนเอวสอบ แล้วทำท่าหมุนซ้าย หมุนขวาให้พี่สาวได้ยลความเท่ไม่เป็นลองใคร แพรนภัสหัวเราะคิกแล้วจ้องมองน้องชาย แต่จะว่าไปน้องชายของเธอก็หล่อ เกาหลี ดีเหมือนกัน

“หล่อใช่ไหม พี่แพร” พร้อมพัฒน์ถามขึ้นเมื่อพี่สาวยกมือกอดอก แล้วใช้อีกมือลูบใต้คางอย่างคนครุ่นคิด

“จริงๆ พร้อมก็หล่อนะเนี่ย” สิ้นคำชมของพี่สาว ไหล่กว้างที่ตั้งตรงของน้องชายก็ห่อลงทันที

“แล้วสรุป ผมหล่อไหมพี่แพร” น้องชายโอดครวญทำหน้าตาละห้อยอย่างน่าสงสาร แพรนภัสหัวเราะยิ้มขำน้องชายอีกครั้งจนท้องแข็ง ส่วนพร้อมพัฒน์ก็นั่งทำหน้าเซ็งที่ถูกหัวเราะเยาะ แล้วพรุ่งนี้จะเอาแรงฮึดที่ไปไหนไปประกวดกันล่ะ ขนาดพี่สาวสุดสวยยังเหมือนกลั้นใจชมว่าหล่อไปงั้น ก่อนที่พร้อมพัฒน์จะหันมาพิจารณาพี่สาวบ้างหากพาไปสมัครเป็นนางแบบ ดีไม่ดีอาจโด่งดังเป็นพลุแตกเหมือนคุณแอลล่า นางแบบสาวสุดฮอตของ พ.ศ. นี้ก็เป็นได้

“พร้อม! มองพี่ทำไม” แพรนภัสเอ่ยถามด้วยความสงสัย ตบหน้าน้องชายเบาๆ ที่จ้องไม่เลิก

“ผมว่านะ เราสองคนไปสมัครเป็นนางแบบนายแบบพร้อมกันเลยดีไหม เผื่อผมพลาดก็ยังมีพี่แพร อีกอย่างเราจะได้มีบ้านเป็นของตัวเองสักที ไม่ต้องมานั่งห่วงว่าเจ้าของบ้านจะประกาศขายเมื่อไหร่ ผมรักและผูกพันกับบ้านหลังนี้นะ พี่แพร” น้ำเสียงที่บอกว่าอยากมีบ้านของน้องชายทำให้แพรนภัสมองด้วยความสงสาร ใช่ว่าเธอไม่อยากมีบ้านเป็นของตัวเองเมื่อไหร่กันล่ะ แต่เพราะเงินที่หาได้แต่ละวันก็ต้องเอาไว้จ่ายค่ายาของมารดา ค่าเช่าบ้าน แล้วยังค่าใช้จ่ายต่างๆ ภายในบ้านนั่นอีก จนทุกวันนี้ก็แทบไม่ชนเดือนอยู่แล้ว แต่ดีหน่อยที่เธอยังพอมีเงินเก็บเป็นทุนสำรองยามฉุกเฉินอยู่บ้าง ในเมื่อมารดาก็เจ็บป่วยออดๆ แอดๆ อยู่ทุกวัน

เธอเข้าใจความรู้สึกของพร้อมพัฒน์ดี เพราะถูกไล่ออกจากบ้านของบิดาทั้งๆ ที่พวกเธอและแม่มีสิทธิ์ในบ้านหลังนั้นเช่นกัน ซึ่งครอบครัวของเธออาจไม่เหมือนคนอื่นนัก เมื่อบิดามีภรรยาสองคนและยังอาศัยอยู่ด้วยกันแต่พอวันที่บิดาจากไป เธอ แม่ และน้องชายก็ถูกเมียพ่ออีกคนขับไล่อย่างกับหมูกับหมา น้องเธอคงโกรธมากก็ไม่ต่างจากเธอนัก แต่ในเมื่อเขาก็เป็นเมียพ่ออีกคน และแม่เธอก็บอกเพียงว่า ถ้าเขาอยากได้ก็ให้เขาไปเถอะ ทำให้เธอและน้องชายไม่อยากดื้อดึงให้มารดาต้องเหนื่อยใจและการที่ต้องออกมาหาบ้านเช่าอยู่และต้องทำงานทุกอย่างเพื่อหาเงิน ทำให้เธอและน้องชายมีโอกาสได้เรียนแค่ ม.ปลาย แต่ยังดีที่เธอตั้งใจทำงานและลงเรียนภาคค่ำอดทนจนจบปริญญาแต่ก็ยังหางานตามที่ร่ำเรียนมาไม่ได้หรือแม้จะมีก็อยู่ห่างไกลเกินไป เธอจึงไปทำงานร้านขายเสื้อผ้าในตัวเมืองได้เงินเดือนไม่มากนัก แต่ก็มีบ้างโอกาสที่ได้เป็นไกด์นำเที่ยวกับชาวต่างชาติบ้างเพราะตัวเธอเองสนในเรื่องภาษาต่างประเทศทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส จึงทำให้มีรายได้เสริม ส่วนน้องชายบอกว่ายังไม่พร้อมที่จะเรียนตอนนี้เพราะไม่อยากให้เธอลำบากหาเงินจนแทบไม่ได้หยุดพัก

“พี่แพร! พี่ว่าดีไหม” พร้อมพัฒน์เขย่าแขนพี่สาวคนสวย หลังจากแพรนภัสเงียบไปนาน

“พี่ว่าอย่าดีกว่า อย่างพี่น่ะเหรอจะไปเป็นนางแบบ ให้ไปเล่นเป็นคนใช้ยังพอได้” พี่สาวสั่นหน้าดิก เพราะไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับวงการมายา แค่ที่เธอเอาเสื้อผ้าไปให้ทางกองถ่ายเช่าและได้เห็นก็รู้แล้วว่ามันวุ่นวายแค่ไหน แถมยังทำงานไม่เป็นเวลาอีกด้วย อนาคตก็ไม่แน่นอน สู้ให้เธอทำงานที่ร้านเสื้อผ้ามีเงินเดือนและเลิกงานเธอก็ไปซื้อของแฮนด์เมดมาวางขายตามตลาดนัดดีเสียกว่าต้องไปเสี่ยงกับวงการมายาแต่หากน้องชายอยากทำเธอก็ไม่เคยห้าม

“โธ่ พี่แพร อย่าดูถูกตัวเองสิ พี่สาวผมสวยจะตาย ขนาดผมยังหล่อเลย” น้องชายยกยอตัวพลางฉีกยิ้มกว้าง

“จ้า! พ่อน้องชายของพี่น่ะหล่อ หล่อมากด้วย” แพนภัสหัวเราะให้กับคำยกยอตัวเองของน้องชาย แต่จะว่าไปน้องชายเธอก็หล่อเหมือนพ่อนั่นแหละ แต่เรื่องเจ้าชู้นี่สิที่เธอนึกห่วง กลัวว่าน้องชายจะรับมาเต็มๆ ซึ่งเธอนึกสงสารไปถึงคนที่จะมาเป็นน้องสะใภ้เสียจริง หากน้องชายเป็นเหมือนบิดา

“ตกลงว่า พี่แพรไม่สน” พร้อมพัฒน์ถามสีหน้าผิดหวังเล็กน้อย

“ไม่ดีกว่า ถ้าเกิดเราได้ทั้งคู่ก็ต้องแข่งกันดังน่ะสิ แบบนี้พี่ว่าไม่ไหวหรอก เดี๋ยวไม่มีใครคอยดูแลแม่” เสียงพี่สาวเย้ากลับ แล้วยกมือเล่นหัวของน้องชายอีกครั้งแม้จะรู้ว่าน้องไม่ชอบแต่เธอก็ชอบแกล้ง พร้อมพัฒน์หันมองตาโตที่พี่สาวไม่หยุดเล่นเสียที

“พรุ่งนี้ให้พี่ไปเป็นเพื่อนไหมพร้อม พี่ว่าง พอดีเป็นวันหยุดน่ะ อีกอย่างทางสตูดิโอที่พร้อมจะไปคงไม่สัมภาษณ์ทั้งวันหรอกมั้ง อยากไปให้กำลังใจน้องรักนะ แล้วเดี๋ยวพี่ค่อยกลับมาเตรียมของไปขายตอนเย็น”

“ค่อยมีกำลังใจหน่อย นึกว่าต้องไปคนเดียวซะแล้ว” พร้อมพัฒน์ครางอย่างโล่งอก หนุ่มน้อยจะอุ่นใจทุกครั้งที่มีพี่สาวไปอยู่ข้างๆ ก่อนที่สองพี่น้องจะกล่าวราตรีสวัสดิ์เพื่อพักผ่อนและพรุ่งนี้ก็อาจเป็นวันที่ต้องพลิกชะตาของสองพี่น้องก็เป็นได้

 

        วันต่อมาแอลล่าเดินออกจากห้องพักส่วนตัวด้วยชุดแซกผ้าพลิ้วสีชมพูอ่อนพร้อมสวมแว่นกันแดดอันโตและหมวกสานสีเดียวกับชุดมายืนอยู่ที่หน้าล็อบบี้ของโรงแรมหรูในตัวเมืองเชียงใหม่ ด้วยหวังว่าจะได้พบพลเมืองดีและเธออาจได้กระเป๋าคืน ก่อนจะส่งยิ้มละไมให้กับพนักงานรวมถึงแขกเหรื่อที่เดินผ่านไปมาและหันมามองเธอด้วยความสนใจ สักพักนางแบบสาวก็หันไปตามเสียงเรียกของประชาสัมพันธ์สาวหน้าเคาน์เตอร์

“มีอะไรคะ” นางแบบสาวเอ่ยถามพลางถอดแว่นกันแดด เอียงหน้าเล็กน้อยเมื่อเห็นของที่พนักงานสาวยื่นมาให้

“ว้าว! ขอบคุณค่ะ แล้วคนที่เอามาให้ฉันอยู่ไหนคะ” แอลล่าทำตาโตด้วยความดีใจ พลางเหลียวมองหาคนที่นำกระเป๋ามาคืนเธอ

“กลับไปแล้วค่ะ มีคนเอามาฝากไว้ให้คุณตั้งแต่เมื่อคืนแล้วนะคะ” สาวประชาสัมพันธ์ยิ้มตอบก่อนก้มศีรษะให้เล็กน้อยเมื่อแขกเข้ามาอีกคน

แอลล่ายิ้มรับแล้วเดินเลี่ยงออกมาเปิดกระเป๋าดูยังเห็นของทุกอย่างอยู่ครบ พลันให้นางแบบสาวนึกอยากพบหน้าหญิงสาวหน้าตาน่ารักคนนั้นอีกสักครั้งด้วยเพราะรู้สึกถูกชะตา ก่อนเดินเข้าไปยังห้องอาหารภายในโรงแรมเพื่อทานอาหารมื้อเช้าก่อนจะเดินทางไปสตูดิโอของคนรู้จักที่โทร.มาชวนให้เธอเข้าไปช่วยคัดเลือกนายแบบเพื่อเข้าไปเป็นดาวดวงใหม่ของวงการบันเทิง

เกือบหนึ่งชั่วโมงต่อมาหลังจากเดินทางออกจากโรงแรมที่พัก แอลล่าก็เข้าไปทักทายเจ้าของสตูดิโอ ทั้งสองโผทักทายกันตามประสาคนที่ไม่ค่อยได้พบหน้ากันมานาน เพราะมารดาของแอลล่าเป็นคนเชียงใหม่ตั้งแต่เกิดและบังเอิญได้พบรักกับหนุ่มฝรั่งเศสแล้วย้ายถิ่นฐานไปที่นั่น จนพ่อและแม่ของแอลล่าเสียชีวิตลงด้วยอุบัติเหตุ และหลังจากเรียนจบแอลล่าก็เดินทางมาเที่ยวเมืองไทย แต่บังเอิญจับพลัดจับผลูได้เข้ามาทำงานในวงการบันเทิงและเธอก็โด่งดังแบบไม่คาดคิด ก่อนจะได้มารู้จักกับพี่แจ๊สซี่เจ้าของสตูดิโอโดยบังเอิญจนสนิทสนมกันเสมือนญาติ

“จะอยู่เชียงใหม่สักกี่วันกันล่ะ น้องแอลล่า” เจ้าของสตูดิโอกายเป็นชายแต่ใจหญิงเอ่ยขึ้น หลังพูดคุยสารทุกข์สุกดิบกันไปพอสมควรและจวนจะได้เวลาเรียกให้หนุ่มๆ เข้าสอบมาสัมภาษณ์และแสดงความสามารถกัน

“คงอยู่พักผ่อนอีกสักอาทิตย์นะคะ พี่แจ๊ส” นางแบบสาวตอบ แล้วหันไปยกเครื่องดื่มน้ำสมุนไพรขึ้นมาจิบ ซึ่งเธอก็ชื่นชอบมันนักเพราะมารดาเป็นผู้ที่ริเริ่มให้เธอหันมาดื่มแล้วก็หวนให้นึกถึงมารดาผู้ล่วงลับ

“อืม....ก็ดี พี่จะได้พาเที่ยว”

“ว่างเหรอคะ คุณพี่” นางแบบสาวเย้ากลับพลันสีหน้าก็หม่นหมองจนคนออกปากบอกจะพาเที่ยวสังเกตได้ เจ้าของสตูดิโอจึงยื่นมือไปปลอบเพราะรู้ดีว่านางแบบสาวมักจะคิดถึงมารดาที่จากไปทุกครั้งที่เดินทางกลับบ้านเกิดของมารดา แอลล่าหันมายิ้มๆ ก่อนที่พี่แจ๊สซี่จะเอ่ยชวนกรรมการกิตติมศักดิ์อย่างแอลล่าไปยังห้องนัดสัมภาษณ์บรรดาหนุ่มๆ ที่กรรมการและว่าที่นายแบบต่างก็พร้อมอยู่แล้ว

 “โห! พี่แจ๊ส มีคนสมัครเยอะมากเลยนะคะ แบบนี้มีหวังกรรมการได้ตาลาย เลือกไม่ถูกแน่เลยค่ะ แต่ละคนดูดีเชียวค่ะ” นางแบบสาวหันมาถามเพราะตัวเธอไม่ได้ผ่านการประกวดเช่นนี้มาก่อน ซึ่งเธอยังคิดว่าเป็นดวงจริงๆ ที่แค่ถ่ายหนังสือเล่มแรกก็มีงานเข้ามาไม่ขาดสาย แถมกลับไปเธอยังมีคิวไปถ่ายแบบให้กับหนังสือหัวดังของเมืองไทยที่เกาะโบราโบร่าประเทศบ้านเกิดของเธออีกด้วย ซึ่งตัวเธอเองยังหาเวลาไปเที่ยวเกาะที่ว่านั่นสักครั้งก็ยังไม่ได้เลย แต่การไปทำงานคราวนี้เธอจะถือโอกาสอยู่พักผ่อนต่อ

“แหม ก็ถ้าฟลุคจะได้โด่งดังเหมือนคุณน้องแอลล่าไงล่ะจ๊ะ แล้วดูสิ แต่ละคน หล่อๆ ล่ำๆ กันทั้งนั้น” เสียงเจ้าของสตูดิโอพูดขึ้นก่อนที่แอลล่าจะยิ้มขำกับท่าทางปลาบปลื้มหนุ่มๆ ของพี่แจ๊สคนสวย


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha