บัญชารักเทพบุตรเถื่อน ซีรีส์ชุด ยาใจคนเถื่อน [จบแล้ว]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ตอนที่ 11 : ตอนที่ 5 ล่อลวง [2]


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

 “เฮ้ย! มาจากไหนอีกล่ะนี่” แพรนภัสยื้อแย่งจึงถูกโจรตัวจริงหน้าตาโหดเหี้ยม แถมในมือก็ถือมีดขัดเงาวิบวับ มันสะบัดมือใหญ่หยาบกระด้างใส่ใบหน้า ร่างบางจึงเซถลาไปตามแรงตบแล้วถดถอยหนีเมื่อสองร่างถมึงทึงเดินเข้ามา มุมปากสาวนักวิ่งบวมเป่งทันตา แพรนภัสมองชายร่างใหญ่อย่างหวาดหวั่น แววตาตื่นตระหนกหันมองรอบตัวเพื่อหาคนช่วยแต่ไร้ผู้คน แล้วไอ้โจรบ้าสองคนนี้หน้าตามันน่ากลัวมากกว่าโจรคนเมื่อกี้เสียอีก

“ยะ...อย่า อย่าทำอะไรฉันเลยนะ ถ้าอยากได้ของก็เอาไปเถอะ” เสียงหวานเอ่ยขอร้องด้วยตัวสั่นเทา เพราะเธอคงสู้รบปรบมือกับโจรชั่วทีเดียวสองคนไม่ได้แน่ แล้วแต่ละคนก็ตัวใหญ่ยักษ์กันทั้งนั้น

“เอาไง แต่ฉุดไปข่มขืนด้วยท่าจะดี หน้าตาใช้ได้” หนึ่งในสองคนพูดขึ้น แววตาหื่นกระหายมองอย่างสำรวจจนแทบจะทะลุผ่านเนื้อผ้าเข้าไป มันฉุดแขนของแพรนภัสขึ้นมาใช้มือหยาบกระด้างปิดปากเธอไว้แล้วลากเธอไปที่ซอกตึกเก่าๆ ส่วนโจรปลอมที่นอนนิ่งอยู่ก็ลุกขึ้นมองความไม่ชอบมาพากลแล้ววิ่งเข้าไปช่วยเหลือทันทีพร้อมกับอีกสองคนที่ไปดักรอก็อดสงสัยไม่ได้จึงวิ่งย้อนกลับมาแล้วช่วยกันรุมสกรัมไอ้พวกโจรตัวจริงที่บังอาจมาแตะต้องว่าที่คุณผู้หญิงของคุณแฟรงค์

ส่วนแพรนภัสเห็นกระเป๋าและกล้องของเธอหลุดจากมือโจร ด้วยความหวงของจึงรีบหันไปคว้าเอาไว้หันซ้ายแลขวาไม่รู้จะเลือกไปทางไหนดี ทว่าก็มีหนึ่งในลูกน้องของกาคิมบอกให้เธอวิ่งไปทางแมนชั่นเพื่อขอความช่วยเหลือตามแผนเดิม ด้านแพรนภัสก็ไม่คิดจะคัดค้านหรือซักถามอะไร ขอเพียงไปให้พ้นจากโจรชั่วเป็นพอและคงดีกว่าโดนฉุดไปข่มขืนแน่ๆ ร่างเล็กจึงออกแรงวิ่งตามแนะนำทันที

คนร่างบางวิ่งมายืนหอบอยู่หน้าแมนชั่น พร้อมร้องขอความช่วยเหลือก่อนแหงนมองประตูรัวที่พอจะปีนป่ายเข้าไปได้ เมื่อไม่ได้รับเสียงตอบใดๆ หญิงสาวจึงตัดสินใจปีนเข้าไปโดยมีเหล่าบอดี้การ์ดนับสิบที่หลบตามมุมคอยเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ พร้อมกับคำถามมากมายว่าคุณแฟรงค์ คุณกาคิม คุณสตีฟเล่นอะไรกัน หรือสไตล์การชอบผู้หญิงของเจ้านายเปลี่ยนไปต้องเล่นอะไรแผลงๆ แบบนี้ก่อนแล้วค่อยขึ้นสวรรค์ ทั้งหมดหันไปส่งซิกหากันแล้วปล่อยให้หญิงสาวร่างบางปีนเข้ามา แต่ก็แอบลุ้นอยู่เหมือนกันเพราะกลัวหญิงสาวจะตกลงมาซะก่อนจะได้พบกับคุณแฟรงค์ที่ตอนนี้คงอยู่บนห้องส่วนตัว รอขย้ำลูกกวางตัวน้อย

“มีใครอยู่ไหมคะ” เมื่อปีนเข้ามาได้ร่างเล็กก็ส่งเสียงถามหาคนในบ้านแต่ทุกอย่างก็เงียบกริบ ราวกับไร้ผู้คน แพรนภัสเริ่มใจไม่ดีจะให้ปีนออกไปตอนนี้ก็ไม่กล้ากลัวเจอโจรฉุดไปข่มขืนแล้วฆ่าหมกทะเลตายไปเสียก่อนจะได้ทำงานให้พี่แอลล่า

“ประตูไม่ล็อกนี่ ก็ต้องมีคนอยู่สิ” แพรนภัสพึมพำแผ่วเบา แล้วก็ห่อปากทำหน้ายุ่งเล็กน้อย คิดว่าจะปีนกลับดีหรือเข้าไปขอความช่วยเหลือดี แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจผลักประตูเข้าไป กวาดตามองรอบบ้านซึ่งเต็มไปด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่คงแพงหูฉี่ มีเคาน์เตอร์บาร์ขนาดใหญ่อยู่ทางซ้ายมือ สิ่งของทุกชิ้นบ่งบอกถึงสถานะของเจ้าของบ้านเป็นอย่างดี หันไปทางขวาก็เจอห้องรับแขก ก่อนหยุดนิ่งที่บันไดวนที่กว่าจะเดินขึ้นถึงชั้นสองคงได้เวียนหัวกันแน่ๆ

บ้านของมหาเศรษฐีหรือนี่ ผู้บุกรุกบ่นงึมงำแล้วพาตัวเองมายืนอยู่กลางห้องโถง มีแสงไฟสลัวตามจุดต่างๆ ภายในบ้านเพื่อมองหาเจ้าของบ้านแต่ไร้เงา แพรนภัสก็เริ่มหวั่นๆ ขึ้นมาอีก แต่จะให้เธอเดินออกไปตอนนี้ก็กลัวโจรพวกนั้นจะยังอยู่โดยไม่รู้ว่าประตูทางเข้าที่เธอเดินเข้ามาอย่างง่ายดายนั้นถูกปิดล็อกเรียบร้อย

“สวัสดีค่ะ มีใครอยู่ไหมคะ” เสียงหวานขานเรียกเจ้าของบ้านด้วยความหวังว่าจะมีใครโผล่มาสักคน ไม่งั้นเธอคงได้โดนข้อหาบุกรุกแน่ ทว่ากาคิมได้สั่งให้แม่บ้านและคนทำความสะอาดกลับไปพักผ่อนก่อนเวลา ทำให้ภายในแมนชั่นหรูแห่งนี้มีเพียงทายาทตระกูลกัลลาสนอนแช่ตัวอยู่ในอ่างน้ำวนอย่างสบายอารมณ์เพียงคนเดียว แต่ทว่ากาคิมคิดผิดเพราะตอนนี้ได้มีสาวใช้คนหนึ่งยังอยู่ในแมนชั่น ในมือก็ถือโทรศัพท์รุ่นล่าสุดที่ได้มาจากผู้ว่าจ้างให้ตนคอยส่งข่าวความเคลื่อนไหวของคุณวิลเลียมไปให้ ที่ตัวเธอได้เงินค่าจ้างมากโขกับงานง่ายๆ แค่นี้ ก่อนจะคอยแอบมองหญิงสาวที่เข้ามาที่นี่และถ่ายภาพเอาไว้ ในใจก็ภาวนาให้ผู้หญิงคนนี้เป็นคนที่เจ้านายหนุ่มของตนเรียกใช้ทีเถอะ เพราะเธอจะได้เงินค่าจ้างมากขึ้นอีกแน่ๆ หากคุณมิแรนด้าเห็นว่าคุณวิลเลียมกำลังทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่น ส่วนแพรนภัสเมื่อเรียกแล้วไม่มีใครตอบกลับมาจึงถือวิสาสะเดินหาเจ้าของบ้านและสำรวจความใหญ่โตของบ้านหลังใหญ่ไปพลางๆ เพราะความหรูหราและข้าวของที่ประดับประดาอยู่ในบ้านล้วนแล้วแต่ดูดีมีราคาทั้งสิ้น หากให้เดาของในบ้านคงเป็นของแบรนด์เนมเกือบทั้งหมด แถมบางชิ้นยังเป็นของเก่าทำให้หญิงสาวลืมเรื่องโจรและตามหาเจ้าของบ้านไปเสียสนิท

“มีแต่ของเก่าทั้งนั้นเลย แถมหายากอีกด้วย มิน่าล่ะถึงไม่ค่อยมีใครได้เห็น ก็เพราะมันมาอยู่ในบ้านหลังนี้นี่เอง” เสียงหวานใสรำพันถึงข้าวของที่ได้เห็น มือเล็กก็ลูบไล้ไปที่เครื่องลายครามจีนโบราณล้ำค่าที่ตั้งโชว์อยู่ภายในห้องรับแขกของเจ้าของบ้าน และด้วยความอยากรู้อยากเห็นเธอก็ลองหยิบนั่นจับนี่ไปเลยเรื่อยเปื่อย โดยมีสายตาคู่คมเฝ้ามองทุกกระทำของหญิงสาวอยู่

“โห! แจกันลายครามสมัยราชวงค์จีน ก็ยังอยู่ที่นี่ด้วย ท่าทางจะรวยไม่ใช่เล่นนะเนี่ย” เพราะเป็นคนชอบอ่านประวัติของเก่าหายากทำให้แพรนภัสตาโต ไม่คาดคิดว่าตนเองจะได้เห็นของจริงที่ล้ำค่าเช่นนี้ แต่อาการที่เธอแสดงออกทำให้คนที่มองอยู่สรุปได้ง่ายๆ ว่าเธอเป็นหัวขโมย แต่คงจะเป็นขโมยที่เก่งกาจไม่เบาที่รอดพ้นสายตาบอดี้การ์ดเข้ามาได้ แต่ตัวแค่นี้เขาจัดการได้สบายอยู่แล้ว เจ้าของแมนชั่นปล่อยให้โจรสาวสำรวจข้าวของให้พอใจ สองมือประสานกันไว้บนอกมองอีกสักพักก็เดินเข้าไปใกล้แม่หัวขโมยราวราชสีห์ที่จ้องเขมือบกวางตัวน้อยๆ

เธอกล้ามาก แม่โจรกระจอกที่เข้ามาเหยียบถ้ำราชสีห์ แล้วเราจะได้เห็นดีกัน ชายหนุ่มขยับมุมปากยิ้มหลังคิดหาวิธีลงโทษหัวขโมยจอมแสบได้ ทว่ายิ่งเดินเข้าใกล้มากเท่าไหร่ก็รู้สึกคุ้นหน้า หัวใจของเขาเต้นกระตุกแบบไม่รู้สาเหตุอีกครั้ง

“ไม่น่าเชื่อว่าบ้านหลังนี้จะเก็บของเก่าไว้เพียบ ฮึ! มันน่าเอาไปให้คนอื่นได้เก็บไว้บ้าง สงสัยจะงกน่าดู เล่นเก็บไว้คนเดียวแบบนี้ อันนี้ก็สวย อันนั้นก็สวย” หญิงสาวแอบค่อนขอดเจ้าของบ้านด้วยเสียงดังพอควร ทำให้เจ้าของบ้านกัดกรามกรอดด้วยความโมโหที่ได้ยินคำว่า งก จากหญิงสาว คนอย่างวิลเลียม อัตติพงศ์ กัลลาส ไม่เคยงก มีแต่ให้ไม่อั้นต่างหากถ้าพอใจยายโจรแสบ

“เธอเป็นใคร!” เสียงแหบห้าวดังขึ้น พร้อมด้วยเสียงถ้วยชามลายครามหลุดจากมือของคนที่ถูกเอ่ยถามทันทีเช่นกัน แพรนภัสยืนตัวสั่นเป็นเจ้าเข้าไม่กล้าแม้แต่จะหันไปทางต้นเสียงเพราะเธอดันไปทำข้าวของเสียหาย

 “ฉันถามว่าเธอเป็นใคร เข้ามาทำอะไรที่นี่ ไม่ได้ยินหรือไง” เจ้าของแมนชั่นถามย้ำเสียงเข้ม มองเครื่องชามสมัยราชวงค์จีนตกอยู่ที่พื้นด้วยใบหน้าตึงเครียด เพราะเป็นคนหวงของและที่สำคัญของทุกชิ้นก็เป็นของเก่าที่สะสมมากันหลายรุ่น ส่วนแพรนภัสค่อยๆ ย่อตัวลงจะเก็บชามที่เธอทำหล่น ดีที่ไม่แตก นับว่าเป็นบุญของเธอเสียจริง แต่กลับสะดุ้งเมื่อเจอเสียงตวาดลั่น

“อย่าแตะต้องของพวกนั้น แล้วหันมาช้าๆ” เสียงดุกร้าวยังลั่นคับห้องทั้งยังออกคำสั่งกับหญิงสาว จนคนฟังลนลานทำให้มือไม้ของหญิงสาวปัดไปโดนเครื่องชามหล่นพื้นเสียงดังเพล้งอีกจนได้

 “บ้าเอ้ย! เดินออกมาให้ห่างจากของพวกนั่นซะ เร็วๆ” เสียงสบถและคำสั่งห้วนกระด้างนั่นทำให้แพรนภัสสะดุ้งเฮือก

โธ่ ลุงจ๋า อย่าดุแพรนักเลย แพรทำอะไรไม่ถูกแล้วด้วยคิดว่าเจ้าของบ้านคงแก่หงำเหงือกทำให้แพรนภัสโอดครวญอยู่ในใจ ยิ่งตะคอกใส่เธอแบบนี้เธอก็จะยิ่งลนลานแล้วมีหวังข้าวของพังหมดแน่ๆ แต่ดูเหมือนเจ้าของบ้านจะไม่ได้รับสารจากใจของหญิงสาว เมื่อเขายังคงตะคอกใส่เธอไม่หยุด

แพรนภัสเริ่มเกิดอาการหายใจไม่ทั่วท้อง หวาดกลัวเสียงเจ้าของบ้านเสียจนไม่กล้าจะหันมามอง เสียงยังดุขนาดนี้ คงไม่ต้องบอกว่าหน้าตาจะโหดเหี้ยมแค่ไหน แค่ของที่สะสมภายในบ้านก็บอกอายุได้แล้วว่าแก่งัก ลงพุงก็เท่านั้น แล้วหัวก็ต้องล้าน หรือไม่ก็ผมขาวทั้งหัวแน่ๆ แล้วเธอจะถูกยิงเป้าหรือเปล่าล่ะ สาวร่างบางคิดอย่างสับสนเหลียวซ้ายแลขวาอย่างระแวดระวังแต่ประตูที่เปิดเข้ามาง่ายๆ ก็อยู่ห่างไกลเสียเหลือเกิน เธอไม่น่าเดินเข้ามาข้างในนี้เลย

จะตายก็คราวนี้แหละไอ้แพร แม่จ๋า พร้อมน้องรัก ช่วยพี่ด้วยคนใกล้ตายได้แต่ภาวนาอยู่ในใจ บ้านก็ยังไม่ได้ซื้อให้แม่ให้น้องได้อยู่ จะมาตายซะก่อนหรือนี่

“หันมา! ” เสียงกระด้างตะคอกขึ้น ด้านแพรนภัสสูดอากาศเข้าปอดลึกๆ สองมือกำแน่น ตากลมเล็กปิดสนิทแล้วหมุนตัวหันมาอย่างเชื่องช้าเท่าที่จะถ่วงเวลาไว้ได้ทั้งที่ใจจริงอยากวิ่งหนีจากตรงนี้เสียมากกว่า แต่มันคงเป็นไปไม่ได้ หญิงสาวจึงได้แต่ภาวนาขออย่าให้มีปืนชี้แน่วมาที่เธอเลย เธอยังไม่อยากตายตอนนี้

“เธอ!

ทันทีที่เห็นหน้าของหญิงสาว วิลเลียมก็เป็นฝ่ายอุทานลั่นตะลึงเพริดไปชั่วขณะ ไฟในร่างกายแล่นแปลบปลาบอย่างนึกแปลกใจ เพียงแค่ได้เห็นหน้าและรูปร่างของยายขโมยตัวแสบเท่านั้น โอ สวรรค์ส่งเธอมาให้เขาแล้ว ทั้งที่ยังไม่ทันได้ออกตามหาเลย ก็ดี! ต่อจากนี้เขาจะเป็นผู้บัญชาชีวิตของเธอเอง เธอต้องเป็นของเขา

แพรนภัสค่อยๆ เปิดตาเปลือกขึ้นมองเมื่อได้ยินเสียงเจ้าของบ้านพูดออกมาแค่คำเดียวสั้นๆ เธอทำอะไรผิดอีกแล้วหรือ ก็สั่งให้หันมาก็หันมาแล้วนี่ ร่างบางแอบโอดครวญก่อนที่ตากลมเล็กจะเบิกกว้างเมื่อได้เห็นคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าห่างจากเธอแค่สามสี่ก้าวเท่านั้น ทว่ากลับเป็นเธอเสียเองที่รีบกระเด้งตัวถอยราวกับชายหนุ่มรูปหล่อที่ยืนนิ่งเป็นรูปปั้นสลักเป็นวัตถุร้อนแรงและอันตรายห้ามเข้าใกล้แม้แต่เสี้ยววินาทีก็ห้ามเข้าไปเฉียด

“อะ...ไอ้ ไอ้โจรลามก” ร่างบางชี้หน้าอ้าปากค้างเมื่อเจอโจทก์เก่า แถมยังเป็นคนที่พรากจูบแรกในชีวิตสาวของเธอไปด้วย  ก็ดี! งานนี้เธอต้องเอาจูบแรกในชีวิตคืนให้ได้ ทว่าจะเอาคืนยังไง แพรนภัสสะบัดศีรษะไล่ความนึกคิดและเริ่มคิดหาทางหนีไปจากที่นี่คงดีกว่า

“เธอมีสิทธิ์อะไรมาต่อว่าฉัน ยายหัวขโมย” หนุ่มหล่อโต้กลับเสียงเข้ม ใบหน้าเคร่งขรึมเมื่อถูกหญิงสาวร่างเล็กปรักปรำอีกครั้ง เธอไม่มีตาหรือไง แล้วเอาอะไรคิดว่าเขาเป็นโจรลามก คนไม่พอใจกับถ้อยคำกล่าวหาของหญิงสาวก็เริ่มเดือดดาล อยากจับยายหัวขโมยมาฟาดให้สะโพกบวมจะได้หายปากดี แม้จะดีใจที่ได้เห็นหน้าคนที่ชอบก่อกวนหัวใจนับแต่วันที่ได้ลิ้มลองกลีบปากนุ่มหวานก็เถอะ

“ฉันไม่ใช่ขโมย” เธอเถียงเสียงสูง

“ฮึ” ชายหนุ่มสบถในลำคอไม่เชื่อ ก็เห็นทนโท่ว่าจะเข้ามาขโมยของในบ้านเขาแล้วยังจะปากแข็ง แบบนี้มันต้องสั่งสอนเสียบ้าง แล้วค่อยจับส่งตำรวจซะให้เข็ด

“ฉันจะกลับแล้ว หลีกไป” แพรนภัสโพล่งขึ้นเพราะไม่มีความจำเป็นที่เธอต้องมาขอความช่วยเหลือจากพวกโจร แต่ต่างกันที่ผู้ชายคนนี้คงเป็นโจรผู้ดีมีระดับหน่อยก็เท่านั้น เธอหนีไปตายดาบหน้าเอาดีกว่า ทว่าก็ฉุกคิดว่าก่อนไปต้องหาทางเอาคืนเสียหน่อยแล้ว แต่พอคิดถึงผลที่จะตามมาทำให้แพรนภัสยอมตัดใจยังไม่ชำระแค้นเรื่องจูบแรกไปก่อน ขืนให้อยู่ในบ้านไอ้โจรลามก มีหวังเธอได้เสียจูบอีกแน่

“จะไปไหน” เขาถามขึ้น หลังจากคนร่างเล็กทำตัวลีบเดินเลี่ยงไปมุมห้อง เป้าหมายคงตรงไปที่ประตูทางออกที่เธอไม่รู้ว่าเหล่าบอดี้การ์ดจัดการปิดเรียบร้อยแล้วเวลาเปิดนะหรือคือเช้าวันพรุ่งนี้

“ฉันจะไปแล้ว พอดีฉันหนีโจรมา มันกระชากกระเป๋าของฉัน ฉันเลยวิ่งมาขอความช่วยเหลือจากคนบ้านนี้ แต่ตอนนี้ฉันเปลี่ยนใจแล้วตั้งแต่เห็นหน้าคุณ” แพรนภัสบอกเสียงสั่นเมื่อชายหนุ่มเดินไปดักหน้าเธอไว้

“หนีโจรงั้นเหรอ คิดว่าผมควรเชื่อดีไหมล่ะ” ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงติดจะเย้ยหยัน ริมฝีปากได้รูปของเขาขยับยิ้มตรงมุมปาก แต่มันกลับทำให้แพรนภัสตาพร่า หัวใจเต้นตึกตักก่อนรีบสลัดความรู้สึกแปลกที่ก่อตัวขึ้น หลังจากเธอเงยหน้าขึ้นไปมองเขา แล้วทำไมผู้ชายคนนี้ชอบปรักปรำให้เธอเป็นขโมยซะเหลือเกิน เธอรึอุตส่าห์วิ่งหนีไอ้พวกโจรบ้ากามแทบตาย แต่ดันทะเล่อทะล่าเข้ามาขอความช่วยเหลือจากคนเป็นโจรเหมือนกัน

อะไรจะซวยขนาดนี้ ยายแพรคิดแล้วก็ทำหน้าตายุ่งเหยิง ไม่อยากจะยืนอยู่ตรงนี้เลยสักวินาทีแต่จะหนีไปก็ทำไม่ได้

“ว่าไง ควรเชื่อดีไหม ในเมื่อผมเห็นคุณเดินจับโน่นจับนี่ในบ้านผม แล้วถ้าผมไม่ลงมาคุณมิต้องกวาดไปทั้งบ้านเลยหรือไง แล้วไหนล่ะ ผู้ร่วมขบวนการ” ชายหนุ่มถามกลับด้วยน้ำเสียงยียวน นึกสนุกที่ได้ต่อปากต่อคำกับยายหัวขโมยหน้าหวาน ริมฝีปากอิ่มนั่นก็น่าชวนให้แทรกปลายลิ้นเข้าไปนัวเนีย แค่คิดร่างกายก็ร้อนเป็นไฟขึ้นมาจนต้องปรามตัวเอง แล้วเธอก็อย่าหวังเลยว่าจะออกไปจากแมนชั่นของเขาได้ หากเขาไม่อนุญาต!

“ฉันบอกว่าฉันไม่ใช่ขโมย ฟังไม่รู้เรื่องหรือไงคุณ หลีกไปฉันจะกลับ” หญิงสาวตอบกลับเสียงดัง ตั้งท่าพร้อมเดินหนีแต่รอให้เขาเผลอก่อนเถอะ เธอจะรีบวิ่งไปที่ประตูทันที

“ผมไม่เชื่อ แล้วคุณก็ต้องรับผิดชอบข้าวของที่มันเสียหายในบ้านผมด้วย” เขาขู่ เพราะราคาเครื่องชามลายครามที่บิดาสั่งสมไว้ก็มูลค่านับล้าน ถึงแม้บางชิ้นมันไม่แตกก็เถอะ แต่อย่างน้อยก็ต้องมีรอยขีดข่วนบ้าง

“นั่นมันเรื่องของคุณ ฉันไม่รับผิดชอบอะไรทั้งนั้น ก็เห็นอยู่ว่ามันแตกไปแค่ใบเดียวเองนะ แล้วมันก็คงไม่เสียหายมากมายนักหรอก หลีกไปเลย! ฉันจะกลับที่พัก” ร่างบางบอกเสียงฉุน พร้อมทั้งออกปากไล่เขา แต่พอเธอเดินไปซ้ายเขาก็เดินมาดักเธอไว้ ทำให้ทั้งสองเดินดักหน้าดักหลังกันไปมาจอเธอเริ่มจะเวียนหัว

“นี่คุณ หลีกไปสิ ไม่งั้นฉันจะไปแจ้งตำรวจนะ” เสียงแหลมเล็กเริ่มขู่ คาดว่าเขาต้องกลัวบ้างละ ก็เป็นโจรนี่ ส่วนเธอไม่ใช่ แล้วไม่รู้ป่านนี้พี่แอลล่าจะเป็นห่วงหรือเปล่า ความนึกคิดของเธอสะดุดกึกเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของเขา

“ถึงกับต้องแจ้งตำรวจเลยหรือยายหัวขโมย แล้วไม่กลัวผมแจ้งกลับบ้างหรือไง” เสียงทุ้มยียวนกลับ สองมือยกขึ้นกอดอกมองหน้าหวานๆ ของหญิงสาวนิ่ง คิดไปถึงว่าหากได้ลิ้มลองเรียวปากช่างต่อว่านั่นอีกสักครั้งคงดีและอีกไม่เกินหนึ่งนาทีเขาต้องได้ชิมปากนุ่มนิ่มของเธอ

“จะแจ้งจับฉันข้อหาอะไร” แพรนภัสเงยหน้าขึ้นเถียงเขา

“หนึ่งบุกรุก สองขโมยทรัพย์สิน สามทำร้ายร่างกาย สี่กระทำชำเราเจ้าของบ้าน ห้า.....”

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ! ผู้ชายบ้า ฉันไม่ได้ทำแบบที่คุณกล่าวหาเสียหน่อย เหอะ! อย่างคุณฉันไม่กระทำชำเราให้เสียมือเสียปากหรอก หล่อเสียเปล่าแต่เป็นโจร โจรนิสัยเลว ชอบแย่งของชาวบ้าน หน้าด้าน” แพรนภัสตะโกนห้ามก่อนที่ชายหนุ่มจะแจ้งข้อหาอีกข้อ เพราะเพียงเท่านี้ร่างเล็กก็แทบจะเต้นเร่าๆ อยู่แล้ว เขามันโรคจิตชัดๆ แล้วในบ้านนี้ไม่มีใครเลยหรือไง หญิงสาวแลซ้ายแลขวาหาอาวุธเพื่อเปิดทางให้เธอวิ่งออกไปจากที่นี่ เสียทียิ่งอยู่ก็ยิ่งจะประสาทเสีย

          “ดูถูกกันเหลือเกิน” เขาบอกเสียงทุ้มห้าวแล้วเดินเข้าใกล้ร่างบาง แพรนภัสถอยหลังพรืดจนแข้งขาไปสะดุดข้าวของราคาแพงหล่นพื้น แต่คราวนี้มันแตกกระจายต่อหน้าต่อหน้า ริมฝีปากบางอ้าค้าง ตาเบิกกว้างก่อนหงายหลังลงไปนอนแผ่หลาอยู่บนโซฟาเรียบหรูเพราะตกใจจนลนลานถอยสะดุดขาตัวเองล้มลง

          “บ้าฉิบ! เธอรู้ไหมว่าแจกันอันนี้ราคาเท่าไหร่” เจ้าของบ้านสบถลั่นก่อนเอ่ยถามเสียงกร้าว นัยน์ตาคู่คมจ้องอย่างเอาเรื่องเพราะแจกันรุ่นนี้เป็นของที่บิดาหวงมาก ซึ่งแม่บ้านที่จ้างมาทำความสะอาดจะรู้ดีกันทุกคน แต่นี่มันกลับแตกเพราะผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ สันกรามของเขานูนเป็นสันยิ่งทำให้คนที่นอนตกใจมองตาแป๋ว กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แต่ที่แน่ๆ เธอจะมีปัญญาชดใช้หรือเปล่าล่ะนี่ แต่เขาจะโทษเธอฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ ในเมื่อรู้ว่ามันเป็นของหายากและแพงทำไมเอามาตั้งโชว์แบบนี้ล่ะ และเธอก็ไม่ได้ตั้งใจทำให้มันแตกด้วย

“ฉะ...ฉัน ฉันขอโทษ” คนร่างเล็กตะกายตัวให้ลุกขึ้นแต่รู้สึกมือไม้และแข้งขาจะอ่อนแรงเมื่อสบตาคมกริบของเขา เข้าใจแล้วว่าเสียวสันหลังเป็นยังไง เมื่อได้มาประสบพบเจอกับตัวเอง แล้วเธอจะถูกฆ่าหมกอยู่ในบ้านนี่หรือเปล่านะ เหมือนที่เคยอ่านข่าวไง ฆ่าแล้วก็จับไปยัดใส่ถังเอาปูนมาโบกไว้แล้วฝัง โอ๊ย! น่ากลัว

“ขอโทษเหรอ!” วิลเลียมตะคอกใส่เสียงเหี้ยม ของรักของหวงของบิดาเสียหายแบบนี้แล้วเขาจะทำอย่างไรกันเล่า จะไปบอกบิดาว่าไง ให้ตายเถอะ! เขาต้องหาวิธีลงโทษยายหัวขโมยนี้ซะแล้ว

ชายหนุ่มคาดโทษพร้อมทั้งสาวเท้าเข้าไปใกล้คนที่กำลังยันกายลุกขึ้นแต่ก็ต้องนอนนิ่งลงไปเช่นเดิมเมื่อเขาโน้มตัวลงแล้วใช้สองแขนแข็งแกร่งเท้าคร่อมเธอไว้ ลมหายใจเป่ารดกันและกันจนคนใต้ร่างสั่นสะท้านอย่างไม่รู้สาเหตุ แต่ยังไม่ทันได้คิดอะไรต่อจากนั้นริมฝีปากได้รูปที่เธอเห็นครั้งแรกก็นึกอยากจูบและลูบไล้เล่นประทับลงมาอย่างดุดัน ร้อนเร่า รุนแรงขึ้นตามลำดับ

“อื้อ!” ร่างบางครางท้วง เม้มริมฝีปากแน่น ไม่ยอมให้อีกฝ่ายรุกล้ำได้ง่ายๆ สองมือน้อยทั้งผลักทั้งดันคนที่คร่อมตัวเธอไว้ แต่ไฉนเลยที่คนร่างใหญ่จะขยับเขยื้อน ชายหนุ่มเลื่อนตัวขึ้นกดทับร่างเล็กไว้ทั้งตัวแล้วส่งมือซุกซนคืบคลานเข้าหาสะโพกงามงอน บังคับให้หญิงสาวยอมเปิดปากให้แก่เขา จากนั้นก็เข้าไปดูดดื่มความหวานจากช่องปากเล็กจิ้มลิ้ม ยิ่งเธอหนีเขาก็ยิ่งรุกไล้ สองมือเล็กที่ผลักไสก็ปรับเปลี่ยนเป็นวางนิ่งๆ ให้เขาปล้นจูบจากเธออย่างง่าย กระทั่งรู้สึกร้าวระบมทั่วกลีบปาก

“เธอต้องรับผิดชอบข้าวของที่เสียหาย เข้าใจหรือเปล่ายายหัวขโมย แล้วก็เลิกกล่าวหาว่าผมเป็นโจรเสียที” เขากระซิบชิดเรียวปากบางที่บวมเจ่อจากการถูกบดขยี้ด้วยจุมพิตร้อนเร่า ขณะที่แพรนภัสได้แต่นอนตัวแข็งทื่อกับสัมผัสวาบหวามที่ได้รับเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา ใจดวงน้อยเต้นระส่ำไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับเขาที่จ้องมองแบบไม่กะพริบตา แถมตอนนี้เธอรู้สึกว่าสมองมันเบลอไปหมด

นี่เธอถูกไอ้โจรบ้ากามขโมยจูบอีกแล้วหรือ ให้ตายเถอะยายแพร

“ว่าไง” เสียงทุ้มถามย้ำพร้อมทาบปากร้อนบดเคล้ากลีบปากอิ่มแล้วตัดใจละห่าง ตาสองคู่สบประสานกันนิ่งงัน

“อะ...ไอ้โจรบ้า” ร่างบางส่งเสียงต่อว่าแผ่วเบา สองแก้มร้อนผ่าวอย่างน่ารักน่าใคร่ เขาจึงใช้ริมฝีปากได้รูปขบเม้มทั่วกลีบปากนุ่มอีกครั้ง แต่ทว่าครั้งนี้กลับนุ่มนวลและลึกล้ำชวนให้คนร่างเล็กเริ่มเคลิ้มฝัน ชายหนุ่มยิ้มอย่างพึงพอใจเมื่อได้รับการตอบสนองจากหญิงสาว


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha