บัญชารักเทพบุตรเถื่อน ซีรีส์ชุด ยาใจคนเถื่อน [จบแล้ว]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ตอนที่ 13 : ตอนที่ 6 ขิงก็ราข่าก็แรง (1) [2]


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

 “แค่จะลองจูบอีกครั้งเพื่อความแน่ใจว่าได้เรื่อง แล้วจะคิดค่าเสียหายทั้งหมดว่ามันจะคุ้มกันไหม” ชายหนุ่มกระซิบข้างใบหูนุ่ม ใช้ปลายลิ้นอุ่นแตะลากผ่านอย่างหยอกเย้า

แพรนภัสขนลุกเกรียวหดคอจนเกร็งด้วยความสยิว เลือดลมในกายแปรปรวนจนตัวสั่นสะท้าน ทว่ายังมิทันได้ปกป้องตัวเอง เขาก็ฉวยริมฝีปากลงมาจุมพิตเรียวปากอิ่มอย่างนุ่มนวลและเร่าร้อนตามแรงปรารถนาที่ก่อตัวขึ้น สองแขนเรียวเล็กเผลอโอบรอบลำคอหนาจูบตอบด้วยความเงอะงะเพราะเกิดมาก็ไม่เคยใกล้ชิดกับชายใดมาก่อน ทำให้คนที่กำลังหลงวนอยู่กับรสจูบแสนวาบหวามก็หลงเพริดไปชั่วขณะ ทั้งที่ชายหนุ่มถอนริมฝีปากออกไปแล้วเมื่อเห็นร่างแน่งน้อยกำลังเคลิ้มเขาก็แสดงความใจดีมอบจุมพิตร้อนแรงจนร่างสาวหอบสะท้านแทบขาดอากาศหายใจ

“อืม คิดว่าน่าจะคุ้ม แต่ยังต้องพัฒนาการจูบขึ้นอีกเยอะ” ชายหนุ่มดันร่างเล็กออกห่างเพียงเล็กน้อย แล้วจับจ้องไปยังเรียวหน้าหวานไม่แพ้ความนุ่มหวานของเรียวปากสีชมพูระเรื่อนั่น

วิลเลียมขยับยิ้มมุมปากด้วยมาดร้าย ขณะที่แพรนภัสยังนั่งนิ่งและอื้ออึงกับสัมผัสที่เขามอบให้ ไม่มีพละกำลังพอจะผลักไสร่างใหญ่ ทำได้เพียงวางมือไว้บนแผงอกล่ำนิ่งๆ นิ้วเรียวยาววาดปลายนิ้วไปมาแผ่วเบาบนเนินแก้มสีแดงเรื่อของหญิงสาว เลื่อนสายตามองนิ่งที่กลีบปากบางสั่นระริกและแดงช้ำ

“ชอบจูบของผมหรือไง ยายหัวขโมย เคลิ้มเชียว” เสียงทุ้มเย้าชิดเรียวปากอิ่มเมื่อหญิงสาวเอาแต่นิ่งก่อนหยอกเย้าด้วยการใช้ริมฝีปากซุกซนของตนดูดเม้มกลีบปากหวานทั้งบนและล่าง กดเคล้าเบาๆ แล้วเริ่มหนัก ก็ใช่มีแต่เธอที่เคลิ้ม เขาเองก็ติดใจเธอไม่น้อยและเขาคงไม่ปล่อยเนื้อกวางตัวน้อยแสนหวานไปง่ายๆแน่

“คุณ....คุณหยุดนะ” แพรนภัสสะดุ้งผลักร่างใหญ่ออกห่างด้วยความขวยเขิน ที่เผลอไผลไปกับรสจุมพิตของชายหนุ่ม

ขายหน้าชะมัดยายแพร หรือเขาจะเป็นพ่อมดนะ สะกดให้เธอยอมให้เขาจูบอยู่ได้ ร่างบางแอบคิดแล้วก็ก้มหน้านิ่งคิดหาทางออกไปให้พ้นจากที่นี่ แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมแข้งขาเธอถึงไม่พาเจ้าของขยับลงจากโซฟาเสียที

“จะให้หยุดทำไมล่ะ” ชายหนุ่มเลิกคิ้วยียวน ขยับปากยิ้มพร้อมเสียงหัวเราะ แล้วดึงร่างเล็กที่ถอยร่นเข้ามาจนแนบชิด คนเจ้าเล่ห์ซุกไซ้ปากจมูกสูดดมกลิ่นแป้งหอมละมุนจากหญิงสาวเข้าเต็มปอด หนุ่มหล่ออยากจะบ้า ทำไมเธอช่างหอมยั่วใจเขาเหลือเกิน แล้วไหนยังความเดียงสาที่เธอมีนั่นอีก เพียงเท่านี้อารมณ์อยากคลุกเคล้าเรือนร่างนารีก็เริ่มจะปะทุร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่น่าเชื่อ

เสี้ยวนาทีต่อมามือใหญ่จึงเริ่มลากสะเปะสะปะ ขอเพียงให้ได้สัมผัสทั่วเรือนร่างของหญิงสาวเป็นพอ ทำเอาร่างบางดิ้นรนและสั่นสะท้าน สองมือเล็กข่วน จิก บนไหล่กว้างขณะที่ริมฝีปากอุ่นร้อนทาบบนเรียวปากนุ่มนิ่ม คลึงเคล้าให้ร้อนเร่าและหนักหน่วงเรียกร้องให้เธอตอบสนองอย่างคนเอาแต่ใจ ทำเอาร่างบอบบางแทบสำลักรสจุมพิตที่กระหน่ำจูบ

“อื้อ... คนถูกล่วงล้ำครางท้วง ตื่นเต้นไม่น้อยกับสิ่งที่เจออยู่ขณะนี้บวกกับประสบการณ์ยังอ่อนด้อยเรื่องรักระหว่างชายหญิง ร่างบางจึงพยายามส่ายหน้าหนีใจเต้นรัวแรงกว่าครั้งไหนๆ ยิ่งฝ่ามือร้อนเริ่มป้วนเปี้ยนโลมไล้ตามร่างกายเธอ ดวงตากลมเล็กยิ่งเบิกโตอย่างตื่นตระหนก เมื่ออุ้งมือของชายหนุ่มทำการรุกล้ำเข้ามาใต้อาภรณ์ที่เธอสวมใส่ แพรนภัสดิ้นรนผลักไสร่างสูงใหญ่มือเล็กไล่ทุบตีไปตามมือใหญ่ซุกซนนั่น 

“อยู่เฉยๆ เถอะน่า ผมแค่อยากรู้ว่า ไอ้ที่ซุกซ่อนอยู่ข้างในมันจะคุ้มค่ากันไหมกับข้าวของที่แตกเสียหาย เธอไม่รู้หรือไงยายหัวขโมย ว่าแจกันนั่นน่ะเป็นของเก่ามันไม่มีที่ไหนในโลกอีกแล้ว” ชายหนุ่มขู่กำชับเสียงเข้มพร่า ใช้ท่อนขาแข็งแกร่งกดทับเรียวขาของหญิงสาวเอาไว้จนร่างบางหมดสิทธิ์ดิ้นหนี

“อย่านะ ปล่อยฉันไปเถอะนะ คุณ” แพรนภัสร้องห้ามและเว้าวอนเสียงแผ่ว ร่างกายเธอเริ่มอ่อนไหวไปกับความอ่อนโยน อ่อนหวานที่แสนนุ่มนวล และเรียกร้องจากคนที่ล่วงล้ำเข้ามาสำรวจร่างกายของเธอ

“ผมบอกให้อยู่เฉยๆ ไง ผมแค่จะสำรวจนิดเดียว” ชายหนุ่มขัดขึ้นอย่างคนเห็นแก่ตัว ยิ่งได้สัมผัสผิวเนื้อเรียบเนียนดุจแพรไหมยิ่งทำให้ร่างกายของเขามีแต่ความต้องการเธอ

“พอแล้ว โอ๊ย ไม่” เสียงหวานครางท้วงคนที่กำลังสร้างความทรมานแสนวาบหวามโดยให้มือใหญ่สอดเข้าไปสัมผัสแบบพัดผ่านความอวบอิ่มของดอกบัวตูม ชายหนุ่มนึกอยากฟอนเฟ้นเจ้าดอกไม้คู่งามให้หนำใจแต่จำต้องอดใจรอ

 “เจ้านี่ดูเหมือนจะเต็มไม้เต็มมือเหลือเกิน ผมชอบนะ และคิดว่าคงสนุกอยู่เธอกับได้อีกนาน” วิลเลียมบอกเสียงแหบพร่า กดริมฝีปากรุ่มร้อนลงบนเรียวปากอิ่มที่เม้มสนิทเพราะไม่เคยพานพบความรู้สึกเช่นนี้มาก่อน

แพรนภัสรู้สึกปวดร้าวทั่วทั้งร่างขณะที่ถูกเขามอบจูบร้อนแรง จนเธอยอมแพ้จูบตอบไปในที่สุด เขาต้องเป็นพ่อมด พ่อมดเท่านั้นที่ทำให้เธอเป็นเช่นนี้ เธอไม่เคยรู้สึกต้องการและอยากสัมผัสเรือนร่างของบุรุษหนุ่มคนไหนเลยจนมาเจอเขา ที่กำลังร่ายมนตร์ให้เธอหลงอยู่ในวังวนอะไรสักอย่างที่ร่างบางยังคิดไม่ออก มันร้อนๆ หนาวๆ ปนเปกันไปหมด ยิ่งมือใหญ่ที่กำลังลูบไล้เรียวขานวดคลึงเบาๆ เธอยิ่งสั่นสยิวทั้งอยากให้หยุดและไปต่อ แต่ไม่รู้ว่าที่จะไปคือที่ไหนและจะสิ้นสุดลงยังไง

“พะ...พอแล้ว อย่าทำอะไรฉัน” ความอดทนของคนที่ถูกปลุกเร้าก็ใกล้หมดเต็มทีจนต้องเอ่ยปากร้องห้ามด้วยเสียงแหบระโหย อีตาบ้านี่ร้ายกาจนัก ร้ายด้วยร่างกายทุกส่วนที่เขามี แพรนภัสเอื้อมมือไปยังพื้นผิวของร่างแกร่งกดปลายเล็บแหลมสุดกำลังที่มี

ทว่าเขากลับไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อยและยังคงสร้างความทรมานให้เธอมากยิ่งขึ้น เสื้อตัวสวยถูกดึงร่นขึ้นลงราวกับจะกลั่นแกล้งเจ้าของให้ได้ผวา ความเต่งตึงของดอกไม้คู่งามที่เผยให้เห็นภายใต้อาภรณ์มันช่างเรียกร้องให้เขาอยากแนบชิดกับร่างหอมกรุ่นยั่วใจเสียเหลือเกิน หัวใจของเขาก็เต้นระรัวเร็ว เหงื่อก็เริ่มแตกพลั่กทั้งที่ไม่เคยเป็นมาก่อนและเมื่อความอดทนทั้งหลายใกล้ขาดสะบั้น ใบหน้าหล่อเหลาก็โน้มต่ำประทับฝีปากรุ่มร้อนครอบครองความงดงามของดอกบัวผ่านเนื้อผ้านั่นอย่างห้ามใจไม่อยู่

“อย่า...อย่าทำแบบนี้ โอ๊ยไม่ไหวแล้ว มัน...มันเกินไปแล้วนะ ไม่ๆๆ ได้โปรดหยุดเถอะ” แพรนภัสร้องห้ามไม่เต็มเสียงนักเมื่อร่างกายบางส่วนถูกชายหนุ่มครอบครอง แถมยังมีมือใหญ่เฝ้าฟอนฟ้อนอยู่กับเรียวขาลามไปถึงสะโพกงามงอน จนร่างสาวดิ้นพล่านไปมาอย่างคนบาดเจ็บ

“อื้อๆๆ หยุดนะ หยุด” เสียงหวานใสครางอื้ออึง เนื้อตัวร้อนผ่าวเพราะถูกกระแสไฟรักร้อนแรงแล่นลิ่วไปตามมือและปากของเขาที่แตะที่ใดมันก็ร้อนวูบวาบจนเธอตัวสั่น

“ผมจะหยุดก็ได้ แต่เธอต้องรับปากว่าจะรับผิดชอบข้าวของที่เสียหาย ได้ยินไหมยายหัวขโมย” เขาเอ่ยขู่พร้อมกับละมือจากการทรมานหญิงสาว แพรนภัสนอนหอบหายใจหนักหน่วงราวกับว่าเพิ่งออกไปสู้รบปรบมือกับใครมา

“ว่าไง รับปากสิ เร็ว!” วิลเลียมย้ำเสียงเข้ม ตาคมจ้องมองร่องรอยเปียกชื้นบนเนินอกแล้วรั้งร่างเล็กเข้าสู่อ้อมกอด ขณะที่แพรนภัสยังนิ่งไม่รู้จะสรรหาคำใดมาพูดตอนนี้ดี เธอยังรู้สึกว่าร่างทั้งร่างร้อนวูบวาบไม่หายแล้วเขายังจะมาเร่งเร้าเอาอะไรกับเธออีก

“ถ้ายังไม่รับปาก ผมจะทำให้คุณร้องครางทั้งคืนแน่” ชายหนุ่มทวงถามด้วยเสียงแหบพร่า กดจูบหนักๆ บนหน้าผากมนระเรื่อยลงมาหาเรียวปากบวมเจ่อ

“คุณก็ปล่อยฉันก่อนสิ ฉันอึดอัด” ร่างบางเอ่ยเสียงแผ่วเบาลมหายใจยังไม่ปกติ ทว่าวิลเลียมยังไม่คลายอ้อมกอดแต่ก็ยอมให้สองมือเล็กยันแผงอกเอาไว้ แพรนภัสก้มหน้านิ่งด้วยหน้าแดงก่ำเพราะยังอับอายกับสิ่งที่เขาทำกับร่างกายเธอ  

“ว่าไง เธอจะรับผิดชอบไหม” ชายหนุ่มย้ำ มือโอบรัดร่างนุ่มเอาไว้แล้วเริ่มซุกซนด้วยการเคลื่อนไหวนิ้วไปตามผิวเนื้อเนียนนุ่ม

“อย่านะ แล้วคุณจะให้ฉันรับผิดชอบยังไงล่ะ” ร่างบางรีบถามเสียงสั่น เพราะกลัวมือร้ายกาจนั้นจะลากต่ำไปถึงไหนๆ

“รู้ไหมว่าแจกันที่คุณทำแตกเป็นของเก่าที่คุณพ่อของผมท่านสะสมเอาไว้และมันยังเป็นของล้ำค่าที่มีอยู่ในสมัยราชวงค์ของจีนที่ไม่มีที่ไหนอีกแล้ว แล้วราคาของมันก็หลายแสนยูโรด้วยซ้ำ คิดว่าจะมีปัญญาหามาจ่ายไหม แต่ขอบอกไว้ก่อนว่าผมไม่ยอมให้ของสะสมของผมเสียหายฟรีๆ แน่” ชายหนุ่มบอกเสียงทุ้มและมองดูท่าทีของหญิงสาว แค่แจกันอันเดียวเธอก็ต้องติดอยู่กับเขาทั้งชาติ แล้วก็อย่าหวังว่าจะได้ออกไปจากเกาะแห่งนี้เลยหากเขาไม่อนุญาต ส่วนแพรนภัสก็หน้าตาตื่น มองเขาตาโตนึกอยากจะเป็นลมเสียให้ดาย

“ว่าไง ถึงกับพูดไปออกเลยเหรอ” คนเจ้าเล่ห์ได้ทีเอ่ยเยาะพร้อมรอยยิ้มร้ายกาจ คนที่บังอาจตบหน้าคนอย่างนายวิลเลียมแล้วชิ่งหนีแบบเธอ มันก็ต้องอยู่สนองความต้องการของเขาทั้งปีทั้งชาตินั่นแหละเขาถึงจะพอใจ

“หละ...หลายแสนยูโรเชียวหรือ คุณกำลังล้อเล่นใช่ไหม มันต้องเป็นของปลอมแน่ๆ คุณกำลังหลอกฉัน” คนที่อยู่ๆ ก็มีหนี้สินแบบไม่ทันได้ตั้งตัวก็ละล่ำละลักถามเสียงสั่น

“ฮึ! ขอโทษนะสาวน้อย ที่นี่มีแต่ของแท้และของจริงเท่านั้น ถ้าจะให้คิดเป็นเงินไทยก็คงราวๆ ยี่สิบกว่าล้านบาท แล้วคราวนี่คิดหรือยังว่าจะทำไงกับของที่เธอทำมันเสียหาย จะให้จับส่งตำรวจ หรือจับไปยิงเป้าดี แต่ผมว่าอย่างหลังคงดีกว่านะ แต่ก่อนจับไปยิงเป้าผมจะทำอย่างอื่นกับเหยื่อก่อน”

วิลเลียมเอ่ยด้วยเสียงราบเรียบแถมยังข่มขู่แม่หัวขโมยตัวแสบที่กำลังนึกอยากกลั้นใจตายเสียไปซะตอนนี้

“เถื่อน” เสียงหวานใสต่อว่าแผ่วเบา หน้าตาซีดเผือดเพราะลำพังเงินเดือนตำแหน่งผู้จัดการส่วนตัวที่พี่แอลล่าให้คงไม่พอแน่ ไหนยังจะต้องรีบหาเงินไปซื้อบ้านนั่นอีก

“ไม่เถื่อนเลยสักนิดสาวน้อย คนทำผิดก็ต้องถูกลงโทษ แต่ต้องด้วยวิธีของผมเท่านั้นหรืออยากเข้าไปนอนในคุกดีล่ะ น่ากลัวนะถ้าต้องเข้าไปอยู่ในคุก” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่แอบยิ้มพอใจกับสีหน้าอมทุกข์ของหัวขโมยหน้าหวาน หวานเสียจนเขาติดใจ

“มะ...ไม่มีทาง ฉันไม่เข้าไปหรอก แล้วไอ้ราคาแจกันโคตรแพงนั่น คุณหลอกฉันใช่ไหม” ร่างบางเถียงสู้อย่างกล้าๆ กลัวๆ

“ทำไมต้องหลอก แล้วรู้บ้างไหมว่าของทุกชิ้นในบ้านหลังนี้เป็นของเก่าทั้งนั้น ของบางชิ้นก็ราคามหาศาลจนเธอคิดไม่ถึงเชียวล่ะสาวน้อย” วิลเลียมเอ่ยด้วยเสียงกลั้นหัวเราะ ยิ่งเห็นหน้าหวานๆ ซีดเผือดชายหนุ่มก็ยิ่งชอบใจ

“เหอะ! ไปขโมยมาล่ะสิของที่ว่านั่นน่ะ แล้วมาโก่งราคากับฉัน บอกไว้ก่อนนะ ฉันไม่มีปัญญาหาเงินมากมายขนาดนั้นมาชดใช้ค่าแจกันแสนแพงของคุณหรอก เงินซื้อข้าวกินยังไม่ค่อยจะมีเลย” เสียงหวานบอกแกมประชดประชัน โมโหและโกรธชายหนุ่มจนแทบจะพ่นไฟเผาหน้าเขาได้ เจอหน้าอีตาเทพบุตรตัวร้ายเมื่อไหร่ซวยทุกที

“กล่าวหากันแรงเหลือเกินนะ ทูนหัว” เขาโน้มใบหน้าเข้าใกล้แล้วกระซิบเสียงทุ้ม

 “อย่ามาเรียกฉันแบบนี้ ฉันไม่ชอบ ก็แล้วมันจริงไหมล่ะว่าคุณโกหกฉัน แล้วบ้านหลังใหญ่ๆ นี่ก็คงได้มาจากเงินทุจริตแน่ๆ คนที่คิดจะฆ่าคนได้แบบคุณก็คงเป็นมาเฟียพวกป่าเถื่อน ชอบรีดไถ่คนที่ด้อยกว่า แล้วก็เอาเงินมาปรนเปรอความสุขของตัวเองเหมือนที่คุณทำใช่ไหมล่ะ” คนไม่ยอมรับสั่นหน้าไม่เชื่อ พร้อมทั้งยัดเยียดตำแหน่งมหาโจรให้

“นี่มันชักจะกล่าวหากันร้ายแรงเกินไปแล้วสาวน้อย แล้วคนอย่างผมไม่เคยโกหกใครด้วย และผมก็มั่นใจในตัวเองว่าเป็นคนดีคนหนึ่ง” วิลเลียมโต้กลับด้วยเสียงหงุดหงิด คิ้วเข้มขมวดเป็นปมด้วยความฉุนกับข้อกล่าวหา เพราะคนอย่าง วิลเลียม อัตติพงศ์ กัลลาส ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องโกหกและไปรีดไถ่เงินของใคร

“ยังไงฉันก็ไม่เชื่อโจรแบบคุณหรอก” ร่างบางก็โต้กลับแบบไม่ยอมเช่นกันแล้วรีบเอียงหน้าหลบเมื่อเขาโน้มใบหน้าเข้าใกล้ ริมฝีปากบางเม้มสนิทไม่ยอมให้เขาจูบเธอง่ายๆ ทว่าเขากลับถอยห่างแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แพรนภัสลืมตาขึ้นมองแล้วรีบถอยห่างลุกตามบ้างแล้วสาวเท้าเร็วรี่ไปยังทางที่เดินเข้ามาทันทีเช่นกันเพราะรอโอกาสมานานแล้ว แต่เธอมีโอกาสก้าวไปได้เพียงสามสี่ก้าวเท่านั้นก็ลอยหวือขึ้นไปอยู่บนบ่ากว้าง

“กรี๊ด!! จะทำอะไร” สิ้นเสียงแหลม หนุ่มหล่อพาคนบนบ่าตรงไปยังบันไดวนน่าเวียนหัวสำหรับแพรนภัส พร้อมทั้งสองมือและเท้าของหญิงสาวก็กระหน่ำรัวไปทั่วร่างแกร่ง

“ปล่อยฉันนะ! จะพาฉันไปไหน ไอ้บ้า บอกให้ปล่อยไงเล่า” เสียงหวานตวาดลั่น หน้าดำหน้าแดงเมื่อเขาพาเธอเดินขึ้นบันไดสูงขึ้นเรื่อยๆ

“เดี๋ยวก็รู้” เขาพูดขึ้น มือใหญ่รวบข้อเท้าของหญิงสาวไว้ 

“ฉันเวียนหัวจะตายแล้ว ปล่อย!” ร่างเล็กโอดครวญเพราะเลือดไหลลงศีรษะจนหน้ามืด

“อยู่เฉยๆ ” หนุ่มหล่อสั่งเสียงเข้มอย่างหงุดหงิดกับร่างบางบนบ่าที่ดิ้นไม่หยุด

“ก็ปล่อยสิ จะพาไปไหน ฉันไม่ไป ปล่อยๆๆ ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น ฉันจะกลับที่พัก ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยด้วย มีใครได้ยินไหม ช่วยด้วย!! ไอ้บ้าปล่อยฉันนะ” แพรนภัสร้องโวยวาย พร้อมกันนั้นก็กางเล็บข่วนแผ่นหลังกว้างของเขาทันที วิลเลียมสะดุ้งจนเผลอปล่อยมือ แพรนภัสรีบคว้าหมับเข้าที่เอวสอบของชายหนุ่มแน่น

“ไอ้ผู้ชายบ้าจะทิ้งฉันหรือไง” เสียงแหลมอุทานลั่น หน้าตายิ่งซีดเข้าไปใหญ่ จนเผลอจิกเล็บลงบนเอวสอบของเขา

“บอกให้อยู่เฉยๆ ไม่ได้ยินหรือไง” ชายหนุ่มตะคอกใส่เสียงเข้ม เริ่มแสบกลางหลังขึ้นมาแต่รอให้ถึงห้องก่อนเถอะพ่อจะปราบให้สิ้นฤทธิ์ พยศดีนัก

“ไอ้บ้า! ปล่อยนะ” เมื่อพ้นบันไดวนน่าเวียนหัวมาได้ แพรนภัสก็ร้องลั่นแล้วกางเล็บข่วนแผ่นหลังตรงที่เดิมเอาให้ได้เลือดแล้วทั้งหยิกทั้งทุบไม่ยั้ง ก็ให้มันรู้ไปว่าเขาจะทนได้ เธอต้องหนีออกจากที่นี่ให้ได้ แล้วไอ้บ้านี่จะพาเธอไปไหน เมื่อเขายังพาเดินไม่หยุดแพรนภัสจึงอ้าปากงับกลางแผ่นหลังของเขา

“เฮ้ย! ยายหัวขโมย เธอนี่มัน เป็นหมาบ้าหรือไง” คนถูกทำร้ายสบถลั่น หน้าหล่อออกสีเข้มจัด สันกรามกระตุกสองสามทีนึกอยากจะโยนหญิงสาวทิ้งให้เสียให้

เผียะ!

เสียงมือใหญ่ที่ฟาดลงบนสะโพกงามงอนเต็มแรงจนคนถูกฟาดถึงกับน้ำตาซึม แต่สองมือเล็กๆ ยังข่วน ทุบแผ่นหลังกว้างไม่ยั้ง ทว่าแรงเพียงมดอย่างเธอก็ไม่ทำให้เขาสะดุ้งสะเทือนสักนิด ส่วนคนร่างใหญ่ที่ถูกทำร้ายก็ยังคงฟาดมือลงบนสะโพกเธออีกไม่ยั้งเช่นกัน ไม่เคยเลยที่จะต้องลงมือกับผู้หญิงที่กำลังจะขึ้นเตียงกับเขา

“โอ๊ย! ฉันเจ็บนะ ไอ้บ้า ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ ฉันจะกลับที่พักของฉัน ปล่อยสิ ฮือๆๆ” ร่างบางโอดครวญเมื่อมือใหญ่ฟาดไม่หยุดตามแรงที่เธอทำร้ายเขาจนเธอเป็นฝ่ายยอมแพ้เสียเอง ปล่อยให้น้ำตาไหลด้วยความเจ็บทั้งกายใจ นี่มันเป็นวันอะไรของเธอกันนะ หนีจากไอ้พวกโจรบ้านั่นมาก็มาเจอโจรลามก บ้ากามคนนี้อีก เมื่อหมดทางดิ้นหนีร่างบางจึงปล่อยโฮออกมาแบบไม่ยั้งจนคราบน้ำตาเปรอะเปื้อนสองแก้ม

ทว่าคนขี้แยก็ปล่อยให้น้ำตาไหลอยู่ได้ไม่นาน เมื่อเขาหยุดเดินที่หน้าห้องๆหนึ่งเพียงเท่านั้นใจดวงน้อยๆ ก็หล่นตุ๊บ มือเล็กไล่ปาดน้ำตาป้อยๆ จ้องมองให้แน่ใจว่าที่นี่คือห้องอะไรกันแน่

“ไม่นะ! ปล่อยฉัน พาฉันเข้ามาทำไม ไอ้โจรบ้ากาม ไอ้คนทุเรศ ไอ้หน้ารังแกผู้หญิง ปล่อยฉัน พี่แอลล่า ช่วยแพรด้วย ฮือๆๆ” เสียงหวานสั่นร้องเสียงหลงมือเล็กเกี่ยวเกาะกรอบประตูแน่นและเริ่มมองหาตัวช่วยเมื่อเจอก็ใช้ร่างกายยึดไว้มั่นไม่ยอมให้เขาพาเข้าห้องนอนง่ายๆ

“เธอ ชื่ออะไร” ชายหนุ่มเค้นถามเสียงเข้ม มองเหยื่อสาวใช้มือยึดกรอบประตูแน่นแล้วแอบกลั้นยิ้มไว้ในใจ ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนปฏิเสธการเข้าห้องนอนกับเขาเลยสักคน มีแต่จะวิ่งไปแก้ผ้ารอล่ะไม่ว่า แต่ทำไมผู้หญิงหัวดื้อคนนี้ถึงได้ออกอาการเช่นนี้

“แพรนภัส ฉันชื่อแพรนภัส รู้แล้วก็ปล่อยสิ” หญิงสาวโพล่งขึ้นอย่างมีความหวัง

“ปล่อยมือซะ แพรนภัส” เขาสั่งเสียงห้าวห้วน

“ฮึ!” ร่างบางครางฮึ่มในลำคอ ส่ายหน้าหวืออย่างไรเสียเธอก็ไม่มีวันเข้าไปในห้องนอนนั่นเด็ดขาด

“ปล่อย! ” วิลเลียมตวาดกร้าว เงื้อมือขึ้นสูง

“ไม่!” ร่างบางก็ร้องปฏิเสธเสียงขุ่น มือเล็กยังยึดมั่นอยู่กับประตูแม้จะเจ็บปลายเล็บก็เถอะ ชายหนุ่มจึงฟาดมือลงบนสะโพกงามงอนที่ยังบวมช้ำของเธออย่างแรง ร่างบางจำต้องปล่อยด้วยความเจ็บระบม ก่อนที่ประตูจะถูกปิดลงพร้อมกับที่หัวใจของหญิงสาวเต้นรัวแรง

“ไอ้บ้า! ปล่อยฉันไปเดี๋ยวนี้นะ พาฉันเข้ามาทำไม ปล่อย!” แพรนภัสส่งเสียงร้องลั่น หน้าตาตื่นคล้ายคนตกจริตเข้าไปทุกที

“ฝันไปเถอะสาวน้อย อย่าหวังว่าจะได้เดินออกไปง่ายๆ เลย รู้เอาไว้ซะด้วยว่าห้องนี้เข้าได้แต่ห้ามออก จนกว่าจะทำผมจะสั่งเท่านั้น เข้าใจ!

วิลเลียมพูดขึ้นพร้อมแววตาหมายมั่นว่าไม่มีทางปล่อยให้ลูกไก่ตัวน้อยหลุดออกไปแน่ พลันเขาก็หันไปเห็นหนังสือหัวดังคุ้นตาวางอยู่บนโต๊ะ ทั้งๆ ที่เขาได้ทำลายทิ้งไปหมดแล้ว

ทว่าเพราะอะไร ทำไมมันถึงมาอยู่ในห้องของเขาได้ ร่างสูงใหญ่พาคนบนบ่าเดินตรงไปยังของสิ่งนั้นแทนที่จะเป็นเตียงนอนตามความตั้งใจเดิมแล้วหัวใจก็เต้นกระตุกที่มาพร้อมกับความเจ็บปวดเมื่อภาพบนปกหนังสือเล่มนั่นคือภาพของภาพของผู้หญิงหลายใจจริงๆ ร่างสูงนิ่งงันราวถูกสาป

ส่วนแพรนภัส เมื่ออยู่ๆ เขานิ่งไปก็เผลอตกอกตกใจปนสับสนกับความเปลี่ยนแปลงของเขา เจ้าของร่างเล็กพยายามเงยหน้าที่แดงก่ำเพื่อจะมองเขาทว่าเธอก็ทำไม่ได้

อีตานี่เป็นอะไรไป ยืนนิ่งเป็นหุ่นอยู่ได้ แพรนภัสพึมพำอยู่ในใจอย่างหวาดกลัวก่อนจะพยายามมองที่ประตูหวังให้มีปาฏิหาริย์อะไรก็ได้มาช่วยเธอทีเถอะ เธอไม่อยากถูกข่มขืนหรือถูกฆ่าตายแล้วโยนศพทิ้งทะเลตอนนี้นะ แม่กับน้องเธอยังลำบากอยู่ เธอยังตายไม่ได้


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha