บัญชารักเทพบุตรเถื่อน ซีรีส์ชุด ยาใจคนเถื่อน [จบแล้ว]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ตอนที่ 15 : ตอนที่ 7 ลูกไก่ในกำมือ [2]


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

จากนั้นสองสาวก็ต่อสู้กันอย่างไม่มีใครยอมแพ้ จนเมื่อมารีเป็นฝ่ายเสียเปรียบเธอจึงหนีออกมาจากห้องทำงานของเจ้าของห้องเสื้อด้วยความคับแค้นใจและงานนี้เธอต้องได้เป็นคนสำคัญของคุณวิลเลียมเพียงคนเดียว แล้วตอนนี้เธอก็ได้จัดการเรื่องการเดินทางเอาไว้แล้วและพร้อมเดินทางในอีกไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ส่วนเจ้าของห้องเสื้อดังก็กำลังออกเดินทางเช่นกันและเป้าหมายของทั้งสองก็คือไปพบหน้าทายามกัลลาส     ทว่าทั้งสองสาวไม่รู้เลยว่าในตอนนี้พวกตนกำลังมีศัตรูหัวใจที่เหนือกว่าอยู่อีกคน เพราะทายาทกัลลาสกำลังพึงพอใจแม่สาวน้อยที่ตอนนี้กลายเป็นลูกไก่อยู่ในกำมือเรียบร้อยแล้ว และสิงโตตัวใหญ่ก็กำลังจะขย้ำเหยื่อหลังต้องจมอยู่กับภาพของอดีตคนรักอยู่นาน และตอนนี้หนุ่มหล่อที่มีอดีตรักไม่สมหวังและไม่คิดจะรักใครได้จัดการโยนร่างบนบ่าลงบนเตียงนอนขนาดใหญ่เสียงดังตุ๊บ โดยไม่หันมองว่าคนถูกโยนแบบไม่ปรานีปราศรัยจะเป็นอย่างไรบ้าง ก่อนหันมาถอดเสื้อแล้วโยนใส่หน้าแพรนภัส ร่างบางสะดุ้งเฮือกเพราะกลิ่นหอมประหลาดจากเสื้อที่ถูกโยนมันส่งกลิ่นยั่วใจแปลกๆ ทว่าในเวลานี้เธอไม่มีเวลามานั่งดมกลิ่นเสื้อของเขาแน่ เพราะต้องรีบออกไปจากห้องนอนนี่เสียก่อน ร่างเล็กสลัดไล่ความมึนงงแล้วรีบคลานหนีอย่างว่องไว นึกเคืองเจ้าเตียงนี้ไม่น้อยที่มันใหญ่และกว้างเกินไป ทว่าเธอไม่รู้ตัวหรอกว่าต่อให้คลานเร็วแค่ไหนก็ไม่มีวันหนีพ่อสิงโตจ้องขย้ำไปได้

 “จะไปไหน” เขาเอ่ยถามเสียงเย็น เห็นรอยเลือดซึมติดเสื้อผ้าที่โยนใส่หญิงสาวแล้วหงุดหงิดใจไม่น้อย ไม่เคยมีใครทำร้ายเขาจนได้เลือดเช่นนี้เลย แล้วยายโจรตัวแสบนี่เป็นใครกัน บังอาจนักทำให้ร่างกายเขามีรอยแผล ความกรุ่นโกรธเริ่มก่อเกิดบนใบหน้าหล่อเหลาจนเคร่งขรึม แม้ใจจะชื่นชอบในสรีระของยายหัวขโมยบ้างก็เถอะ วิลเลียมสะดุดใจไม่น้อยกับความรู้สึกที่เกิดขึ้น ตาคมดุตวัดมองหญิงสาวที่ตั้งหน้าตั้งตาคลานหนี

“จะหนีไปไหนเล่า ยายหัวขโมย” เสียงทุ้มเข้มถามย้ำ แต่ทว่าคนร่างเล็กจะไม่สนใจฟังคำถามของเลยสักนิด เขาก้าวเท้าขึ้นไปบนเตียงกว้าง พร้อมกันนั้นก็กระชากข้อเท้าของหญิงสาวอย่างรวดเร็วเช่นกัน

“ว้าย!” เสียงหวานใสร้องเสียงหลงเมื่อถูกดึงให้มาอยู่กลางเตียง ใจดวงน้อยเต้นระส่ำอย่างหวาดหวั่นกับท่าทางคุกคามของเขา ตากลมเล็กเริ่มสอดส่ายมองหาตัวช่วยแล้วก็ต้องใจแป้วเพราะไร้ทางหนี ไร้คนช่วย แล้วผู้หญิงแรงน้อยนิดเช่นเธอจะหนีผู้ชายร่างใหญ่ได้อย่างไรกันเล่า แพรนภัสหันรีหันขวางแล้วตวาดใส่ เมื่อเขาย้ายมือข้างหนึ่งปลดเข็มขัดรูดออกแล้วเหวี่ยงทิ้ง

“ปล่อยฉันนะ!” เท้าเล็กที่ถูกยึดดิ้นเร่าๆ พร้อมทั้งกางเล็บข่วนบนท่อนแขนกำยำจนเลือดซิบ

“ไม่ปล่อย! มีปัญหาอะไรไหม” เสียงทุ้มห้าวโต้กลับอย่างนึกโกรธเพราะอารมณ์เสียกับรอยเลือด

“ไอ้บ้า ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง” ร่างบางต่อว่าเสียงแหลม สองมือน้อยปัดป่ายทุบตีเขาพัลวัน

“หยุดเถียงได้แล้ว แล้วดูนี่ เธอทำทั้งหลังทั้งแขนฉันได้เลือด” วิลเลียมตะคอกกลับเสียงดุ เอี้ยวตัวดูแผลบนหลังเล็กน้อยแล้วหันมาจ้องดวงหน้าหวานนิ่ง แพรนภัสเชิดหน้ามองคอตั้งแล้วต้องรีบหลบ เพราะดูจากหน้าตาของเขาแล้วนั้นคงดุดันกว่าเดิมนัก คิดหาวิธีพาตัวเองออกไปให้พ้นจากที่นี่ก่อนจะถูกฆ่าข่มขืน

“ก็...ก็ใครใช้ให้คุณแบกฉันมากันเล่า ถ้างั้นฉันขอโทษก็แล้วกัน ปล่อยฉันไปเถอะนะ ฉันอยากกลับที่พักของฉัน อีกอย่างตอนนี้มันก็ดึกมากแล้วด้วย ปล่อยฉันไปเถอะนะ”      แพรนภัสเริ่มอ้อนวอนเสียงหวาน ทว่าเธอต้องผวาเฮือกด้วยความตกใจเมื่อมือใหญ่เลื่อนมาวางทาบบนอกอวบอิ่ม ร่างบางแทบอยากกลั้นใจตายเสียให้ได้

 คนบ้า ลามกที่สุด มีที่ให้วางมือเยอะแยะไปแต่ดันมาวางบนร่างกายเธอ มิหนำซ้ำเขายังใช้ร่างกายใหญ่โตคร่อมเธอไว้อีกต่างหาก แล้วเธอจะรอดไหมคนสิ้นหนทางช่วยเหลือตัวเองพยายามปัดมือคนบ้ากามออก แต่เขาก็หน้าด้านเหลือทนเพราะไม่ว่าจะปัดออกกี่ครั้งเขาก็กลับมาวางแหมะบนตัวเธอทุกครั้งเช่นกัน แพรนภัสเริ่มแลซ้ายแลขวาหวังหาอาวุธมาหยุดการคุกคามของเขา

“ใหญ่ไม่ใช่เล่นเหมือนกันนี่” หนุ่มหล่อเอ่ยด้วยเสียงแหบห้าว ตาคมส่อแววความปรารถนาอย่างไม่คิดจะปิดบัง แพรนภัสเริ่มจะร้อนๆ หนาวๆ ขึ้นมากับตาคมที่หรี่มอง ฝ่ามือใหญ่ลูบโลมผิวเนื้อเนียนนุ่มมือแล้วเผยยิ้มพึงพอใจและคงดีมากกว่านี้แน่หากได้สัมผัสมันด้วยอุ้งปากร้อนๆ ของเขา

“ไอ้คนลามก! บ้ากาม! นี่มันของของฉันนะ อย่ามาแตะ” ร่างบางต่อว่าด้วยน้ำเสียงแข็งหน้าตาโกรธจัด พอเขาเผลอก็ยกมือปัดมือใหญ่เต็มแรงแล้วผลักไสทุบตีร่างกำยำไม่หยุด นัยน์ตาหวานจ้องเขม็งราวแม่เสือเมื่อมือใหญ่ยังวกกลับมาแตะต้องของหวงของเธอ ทั้งที่พยายามบอกตัวเองว่าต้องพูดดีๆ กับเขาเพื่อหาทางออกไปจากที่นี่

“อีกไม่นานมันจะเป็นของผม เชื่อไหม” เขาว่าพร้อมเลิกคิ้วขึ้นสูงยียวน พร้อมจัดการรวบสองมือเล็กของหญิงสาวที่ทำร้ายเขาไม่หยุด แล้วหันไปหยอกเย้าดอกบัวคู่งามอย่างถือสิทธิ์

“ฝันไปเถอะไอ้คนลามก ฉวยโอกาส หน้าด้าน ป่าเถื่อน รังแกคนไม่มีทางสู้ ไอ้คนโรคจิต” แพรนภัสตวาดลั่น ลืมไปหมดแล้วกับความคิดที่จะพูดดีๆ ด้วย หน้าเธอแดงก่ำทั้งโกรธทั้งอาย ดิ้นรนหวังหลุดพ้นจากอุ้งมือใหญ่ที่ทำการฟอนเฟ้นอกอวบของเธออย่างน่าไม่อาย คนอะไรด่าก็แล้ว ห้ามก็แล้ว ไม่รู้จักฟัง นัยน์ตาหวานจึงมองค้อนเขาตาเขียว ทำเสียงฮึดฮัดในลำคออย่างจนปัญญา

 วิลเลียมขยับมุมปากยิ้มอย่างคนเจ้าเล่ห์เพราะรู้วิธีที่จะทำให้เธอคล้อยตามและยอมยกดอกบัวคู่งามให้เขาอยู่แล้ว ไม่นานชายหนุ่มก็เริ่มลงน้ำหนักมือโอบอุ้มมันแล้วลากไล้ปลายนิ้ววนเวียนสร้างความซ่านเสียวให้กับหญิงสาว แล้วต้องเผยรอยยิ้มเต็มหน้า หลังได้ยินเสียงครางจากร่างบางเล็ดลอดออกมา ก่อนจำใจละห่างเพื่อมองสำรวจเนื้อตัวของหญิงสาว เริ่มไม่เข้าใจตนเองแล้วทำไมถึงได้อยากกลั่นแกล้งเธอนัก

“คุณ! จะทำอะไร” ร่างบางร้องถามเสียงสั่น ตกใจไม่น้อยกับท่าทีเปลี่ยนไปของคนบ้ากาม หรือว่าเขาจะปล่อยเธอ คิดแล้วรีบเด้งตัวลุกขึ้นจากที่นอนนุ่ม จ้องมองชายหนุ่มด้วยท่าทีแอบดีใจปนระแวดระวัง

“นอนลงไปให้เหมือนเดิมแพรนภัส อย่าให้ผมต้องลงมือข่มขืนคุณตอนนี้” เขาขู่ คนฟังนัยน์ตาเบิกกว้าง แล้วรีบล้มตัวลงนอนเมื่อนิ้วชี้ของคนออกคำสั่งชี้นำบังคับให้เธอทำตามโดยห้ามมีข้อแม้

“คุณ อย่าทำอะไรฉันนะ” เสียงหวานเว้าวอน ทว่าเขาทำเพียงเลิกคิ้วเข้มขึ้นสูงไม่ตอบรับคำร้องขอใดๆ

“ดูดีทั้งตัวนะนี่ ถึงจะตัวเล็กไปหน่อย แต่ผมว่า คงต้องถอดเสื้อผ้าออกให้หมดถึงจะบอกได้ว่าดีมากหรือดีน้อย” คนเจ้าเล่ห์เอ่ยเสียงนุ่มทุ้ม เป่าปากอย่างผ่อนลมหายใจดับความต้องการที่พุ่งสูงใกล้ขีดสูงสุด

“อย่าทำอะไรฉันเลยนะ ฉันขอร้อง” ร่างบางอ้อนวอนเสียงหวาน ตีหน้าเศร้าเพื่อให้เขาเห็นใจ

ผมยังไม่ทำอะไรตอนนี้หรอกทูนหัว เพราะผมอยากสำรวจตัวคุณเสียก่อน แล้วเราสองคนค่อยมาสนุกกัน ยันเช้าแน่ทูนหัวหนุ่มหล่อยิ้มกริ่มแอบตอบคำถามของหญิงสาวอยู่ในใจ แล้วขยับร่างกายเข้าไปหาคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงนุ่มด้วยใจเต้นระทึก เธอกลัวเหลือเกินว่ามันจะหยุดเต้นหากว่าเขาลงมือข่มขืนเธอจริงๆ เธอจะตายไหม แล้วถ้าไม่ตายเธอจะเป็นยังไง

“เราเริ่มดูกันเลยไหม” เขาเอ่ยชวนราวกับชวนดูสินค้า ส่วนคนฟังก็อยากกระโจนหนีแต่ก็ทำไม่ได้เมื่อถูกร่างกายใหญ่โตของเขาคร่อมทับเอาไว้

“มะ...ไม่ ฉันไม่ให้ดูนะ” เสียงหวานสั่นร้องห้าม แต่มีหรือที่ชายหนุ่มจะยอมทำตาม วิลเลียมโน้มใบหน้าเข้าไปซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น ดูดเม้มหยอกเอินรุนแรงบ้างตามแรงอารมณ์ปรารถนา พานทำเอาขนในกายสาวเกือบทุกเส้นพากันลุกชัน ลมหายใจสะดุดเฮือกยามเมื่อเขาฝากฝังรอยจูบ

“แล้วคิดว่าห้ามได้หรือเปล่าล่ะแพรนภัส” เขากระซิบถาม ริมฝีปากร้อนรุ่มเม้มเบาๆ ทั่วคางมนแล้ววกหากลีบปากนุ่ม

“ยะ...อย่า อย่าถอด ไม่นะ” แพรนภัสหลับตาปี๋ ครางห้ามเสียงสั่นๆ เมื่อเสื้อที่สวมอยู่มันเริ่มจะลากไปตามนิ้วแสนร้ายกาจของเขา อากาศเย็นภายในห้องกระทบเนินผิวช่วงเอวคอดน่าลูบไล้ทันทีเมื่อเขายังตั้งหน้าตั้งตาดึงร่นเสื้อยืดของเธอเพื่อจะจัดการกับบราสีหวานที่ห่อหุ้มดอกบัวคู่งามเอาไว้ได้ถนัด

“หยุดไม่ได้หรอกทูนหัว” เขาโต้กลับเสียงแหบพร่า ก้มลงจุมพิตเรียวปากอิ่มแล้วจัดการนวดคลึงและสำรวจความอวบอิ่มใต้ฝ่ามือใหญ่ที่พอเหมาะกับฝ่ามือเขายิ่งนัก แอบคิดไปว่าเธอต้องเกิดมาเพื่อเขาแน่ๆ ก็ดูสิ เด้งรับซะเต็มที่ ไม่เห็นจะเหมือนที่ปากบอกเลยสักนิด

อย่าหยุดหรือเปล่า ทูนหัวคนเจ้าเล่ห์เปรยต่อว่าร่างเล็กอยู่ในใจพร้อมเผยยิ้มร้ายที่สาวเจ้าไม่มีวันได้เห็น

“คุณ อย่านะ อย่าทำแบบนี้” ร่างบางร้องห้ามเสียงแผ่วพลิ้ว ลมหายใจขาดห้วงและแทบหยุดเต้นเมื่อบราสีหวานหลุดหายไปจากกายอย่างง่ายดายโดยมีเสียงของแพรนภัสร้องห้ามไม่หยุด

“แต่ผมต้องถอดมันออกนะที่รัก ว้าว! ทูนหัวดูดีเหลือเกิน” ชายหนุ่มกระซิบเสียงแหบห้าว ตาคมพร่ามัวไปชั่วขณะ เขาผละห่างเล็กน้อยเพื่อมองความเต่งตึงของดอกไม้แสนงามคู่นั้น

“สวย ดูดีแบบนี้ ผมคงปล่อยไปไม่ได้แน่” เสียงทุ้มเปรยขึ้นราวกับคนละเมอ ตาคมก็จับจ้องที่ความอวบอิ่มไม่วางตา

“คุณ จะทำอะไรฉัน ยะ...อย่าเชียวนะ ให้ฉันทำงานอื่นแทนค่าแจกันได้ไหม ขอร้องละ” เสียงหวานสั่นเว้าวอนอย่างต่อรองให้เขาหยุด หลังจากใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาแนบสนิทกับเรียวปากของเธอ แต่นั่นยังไม่หนักเท่ากับมือใหญ่ที่จัดการถอดเสื้อยืดของเธอออก แล้วยังจับมือเธอมัดไว้เหนือศีรษะด้วยเสื้อที่ถูกถอดออกไป

“ว่าอะไรนะทูนหัว” ชายหนุ่มแสร้งลากเสียงถามราวกับว่าได้ยินไม่ถนัดนัก ริมฝีปากได้รูปขยับยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ พลางผ่อนลมหายใจที่ร้อนแรงเพราะเรือนร่างสาวที่กำลังเปลือยล่อตาล่อใจอยู่ในขณะนี้

“ปละ...ปล่อยฉันก่อนเถอะ ให้ฉันทำงานอื่นแทนได้ไหม แบบนี้...เอ่อ...แบบนี้ไม่ไหวหรอก ฉะ...ฉันอาย ฉันยังไม่พร้อม สงสารฉันเถอะนะ” ร่างบางอ้อนวอนเสียงเบาหวิว ยังทำใจไม่ได้กับการมีสัมพันธ์กับคนแปลกหน้าแต่ใจกลับเต้นแรง

“ไม่พร้อม แล้วจะทำอะไรดีล่ะ” เขาถามขณะที่จมูกและปากยังซุกไซ้กับกับดอกไม้คู่งามตามด้วยมือซุกซนลูบไล้อย่างเอื่อยเฉื่อยอยู่กับผิวเนียนนุ่มแต่ก็ช่างทำให้กายสาวรุ่มร้อนยิ่งนัก

“คุณอย่าทำแบบนี้ได้ไหม” ร่างเล็กส่งเสียงประท้วงแผ่วเบา แต่หนุ่มหล่อไม่มีกะจิตกะใจจะฟังเสียงห้ามใดๆ ทั้งสิ้น เพราะยังตั้งหน้าตั้งตาควานหาความหอมจากร่างสาวอย่างหลงใหล

 “คุณปล่อยฉัน” ร่างนุ่มน่าหลงใหลครางห้าม มือเล็กดันอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา

“ผมแฟรงค์ที่รัก เรียกชื่อผม” เขากระซิบชิดซอกหูนุ่มหลังจากหญิงสาวหอบสะท้าน แพรนภัสส่ายหน้าปฏิเสธคำสั่งนั่น แต่ต้องมาสะดุ้งเพราะถูกฝ่ามือร้อนๆ กลั่นแกล้ง

“เรียกชื่อผม แพรนภัส ไม่งั้นผมจะทำให้คุณหายใจไม่ทันอีกครั้ง” เจ้าของร่างกำยำเอ่ยขู่ด้วยนัยน์ตาแพรวพราว เลื่อนฝ่ามือเคล้าคลึงดอกไม้งาม แพรนภัสสั่นสะท้านกระถดร่างหนีแต่ก็ติดร่างใหญ่ที่กักตัวเอาไว้ ชายหนุ่มจึงตอกย้ำให้หญิงสาวขานเรียกชื่อของตนด้วยการจูบเม้มฝากฝังรอยรักบนซอกคอขาวเนียน

“คุณแฟรงค์” แพรนภัสขานเรียกอย่างยอมจำนน มือเล็กผลักไสใบหน้าหล่อเหลาออกห่างอย่างอ่อนแรง ทว่าครั้งนี้เขากลับยอมอย่างง่ายดายจนนึกแปลกใจ แต่เธอไม่มีแรงพอจะเอ่ยปากถามได้แต่นอนนิ่งสูดเอาอากาศเข้าไปหล่อเลี้ยงร่างกาย

“ต้องแบบนี้สิถึงจะน่ารัก ว่าง่ายๆ ผมถึงอยากคุยภาษาปากด้วย แต่ถ้าไม่ชอบคุยภาษาปาก ผมคุยภาษากายต่อก็ได้ ว่าไงแพรนภัส ผมมีทางเลือกให้สองทาง” ชายหนุ่มเอ่ยปากชม แล้วรั้งร่างเล็กให้มานั่งบนตัก จัดเสื้อผ้าให้หญิงสาวเสร็จสรรพแต่กลับไม่ใส่บราสีหวานคืนให้เจ้าของ เมื่อคนเจ้าเล่ห์หวังเก็บไว้เป็นข้อต่อรอง

“ขอบคุณสักคำน่ะมีไหม เป็นเด็กดีหน่อย แล้วก็นั่งให้มันนิ่งๆ ไม่งั้นเจอดีแน่” เขาต่อว่าเสียงดุ เมื่อร่างบนตักเอาแต่ดิ้นหยุกหยิก

“ไม่ แล้วทำไมฉันต้องเชื่อคุณด้วย ไอ้คนบ้ากาม ลามก” แพรนภัสโต้กลับอย่างนึกฉุน ลวนลามร่างกายเธอแล้วยังมีหน้ามาขอคำขอบคุณอีกหรือไง แล้วเขามีสิทธิ์อะไรมาสั่งให้เธอเชื่อฟังเขา คางมนเชิดขึ้นเล็กน้อย สองมือพยายามปัดมือใหญ่ที่ไต่วนอยู่รอบตัวเธอออก

“สงสัยอยากคุยภาษากายใช่ไหม ถึงได้ยอกย้อนนัก” ขาดคำทั้งปากและจมูกกดลงบนแก้มนุ่มเคล้าคลึงสลับกันไปมาอย่างลงโทษคนดื้อ ฝ่ามือร้อนเคลื่อนต่ำไปยังสะโพกงามงอน หญิงสาวจึงรีบคว้าหมับแล้วปัดทิ้ง

“คุยภาษาปากก็ได้” ร่างบางโพล่งขึ้นเมื่อถูกขู่ด้วยมือร้ายกาจ

“นั่งนิ่งๆ แล้วก็อยู่เฉยๆ ” วิลเลียมสั่งเสียงเข้ม มุมปากกระตุกยิ้มอย่างพึงพอใจเมื่อร่างบางนั่งหงอเป็นลูกแมวอยู่บนตัก นิ้วเรียวยาวเชยคางมนของหญิงสาวที่ก้มงุดให้เงยขึ้นสบตา

“รู้ไหม ว่าผมไม่เคยให้ใครนั่งบนตักผมเลยสักครั้ง” เสียงทุ้มกระซิบบอก และไม่รอคำตอบให้เสียเวลาในยามที่ได้สบตาหญิงสาว เขาก็อดใจไม่ไหวเมื่อเรียวปากสีชมพูที่สั่นระริกนั้นช่างยั่วอารมณ์ดีเหลือเกิน ริมฝีปากได้รูปกดประทับไปบนเรียวปากนุ่มอย่างแม่นยำ พร้อมกันนั้นก็จัดการควานหาบราตัวสวยที่ลอยละลิ่วหายไปนำมันมาคืนแก่เจ้าของ ทว่ายังไม่ใช่ตอนนี้ และเมื่อพบของที่ต้องการแล้ว เขาก็บดเบียดริมฝีปากเข้าหาลิ้นนุ่มอย่างหนักหน่วง

“อื้อ...” แพรนภัสครางท้วงเมื่อหายใจติดขัด ชายหนุ่มจึงยอมละห่างอย่างเสียดายแล้วหยิบบราสีหวานชูให้หญิงสาวดูด้วยใบหน้ารื่นรมย์ คิ้วเข้มยักขึ้นอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า

“คนบ้า เอาของฉันคืนมานะ” เธอร้องว่าเขาด้วยใบหน้าแดงก่ำ

“ถ้าอยากได้คืนก็ต้องทำตามที่ผมสั่ง” เขาต่อรอง นัยน์ตาเจ้าเล่ห์พร้อมรอยยิ้มบาดใจฉายชัดบนหน้าหล่อเหลา

ไอ้บ้า ดีแต่รังแกผู้หญิง แพรนภัสพึมพำต่อว่าอีกฝ่ายอยู่ในใจ แล้วรีบลุกหนีจากตักกว้างแต่กลับถูกรั้งมาที่เดิม

“ว่าไง ถ้าคิดนานผมจะโยนมันทิ้ง” เขากระเซ้าเสียงทุ้มพลางเลิกคิ้วยียวน

“ก็แล้วคุณจะให้ฉันทำงานอะไรล่ะ” ร่างบางเอ่ยถามเสียงห้วน ยกมือไล่ปัดมือซุกซนที่หยุกหยิกอยู่รอบเอวคอดกิ่ว ตากลมเล็กจ้องกลับแทบถลนแต่มีหรือที่ชายหนุ่มจะกลัว

“พูดเพราะๆ ให้มันมีหางเสียงซะบ้าง เป็นคนไทยนะ แม่คุณ” ชายหนุ่มปรามเสียงดุ กดจมูกโด่งสันสูดดมกลิ่นหอมที่ซอกหูนุ่ม ก่อนตวัดลิ้นอุ่นทำหน้าที่หยอกเย้าใบหูเล็ก

“คุณแฟรงค์” แพรนภัสหดคอเกร็งกับสัมผัสวาบหวามที่ก่อเกิด

 “เรียกผมทำไม ทูนหัว” เสียงทุ้มนุ่มยียวนกลับแล้วจับบราสีหวานแกว่งไปมาต่อหน้าเธอ แพรนภัสอับอายจนอยากแทรกพื้นเตียงหนีหากทำได้ ส่วนไอ้ผู้ชายบ้าๆน่ะหรือส่งเสียงหัวเราะจนน่าหมั่นไส้

“คุณแฟรงค์ คุณจะแกล้งฉันไปถึงไหน บอกมาสิจะให้ฉันทำอะไร ฉันอยากกลับที่พักของฉันแล้วนะ” แพรนภัสพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่นแล้วพูดให้เป็นงานเป็นการกับเขาเพราะอยากไปให้พ้นๆ ที่นี่จะแย่ ไม่รู้พี่แอลล่าจะเป็นยังไงบ้าง จะตามหาเธอไหม หรือจะดุด่าว่าที่เธอทำตัวเหลวไหลหายมานานๆ แบบนี้

“แกล้งอะไรกัน ผมไม่ได้ทำอะไรเลยนะ” เขาตอบกลับหน้าตายแล้วกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น เมื่อร่างเล็กออกแรงดิ้นแต่อย่าหวังว่าจะหลุดพ้น

“ไอ้คนเจ้าเล่ห์ หน้าด้าน รังแกคนไม่มีทางสู้” เสียงหวานบ่นอุบทั้งที่ใจจริงอยากจะหาของแข็งๆ มาฟาดให้สลบเหมือดเสียมากกว่า แต่คนถูกบ่นก็ได้ยินชัดเต็มสองหู ชายหนุ่มยิ้มรื่นเริงราวกับชื่นชอบในคำกล่าวหาของเธอ แต่จะว่าไปเขาก็ชอบนั่นแหละ เพราะดีกว่าคำกล่าวหาที่ว่าคนอย่างนายวิลเลียม อัตติพงศ์ กัลลาส เป็นโจรซะอีก

“ขอบคุณที่ชมทูนหัว” คนถูกต่อว่าตอบรับด้วยเสียงนุ่มทุ้ม พร้อมทั้งขโมยหอมแก้มนุ่มไปหลายฟอด ร่างบางเบี่ยงตัวพร้อมหลบพัลวัน ทว่าหญิงสาวไม่ทันได้อ้าปากต่อว่าคนฉวยโอกาสเสียงของเขาก็ขัดขึ้นเสียก่อน

 “อืม แก้มเธอนี่หอมชะมัดเลยนะยายหัวขโมย ชักอยากหอมส่วนอื่นดูบ้างแล้วสิ ได้ไหม” ขาดคำของเขา สองมือของหญิงสาวก็ทั้งทุบทั้งผลักคนฉวยโอกาส ก่อนมองค้อนตาเขียว เม้มริมฝีปากแน่น โมโหไอ้ผู้ชายบ้าคนนี้จนแทบควันออกหู ไอ้ที่ทำๆ มาก่อนหน้านั่นน่ะเคยขอเธอบ้างไหม ว่าเธอจะอนุญาตให้เขาเข้ามาล่วงล้ำกับเนื้อตัวของเธอหรือไม่ ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้นที่ทำอะไรเขาไม่ได้

ขณะที่สองหนุ่มสาวกำลังต่อปากต่อคำกันอยู่นั้นภายในห้องโถงของแมนชั่นสตีฟและไมเคิลกำลังคุยกันหน้าเครียดหลังจากมีพวกมือดีเข้าไปก่อกวนที่โรงแรมซึ่งกำลังจะเปิดตัวในอีกสองเดือนข้างหน้า พวกมันเผาสิ่งก่อสร้างทางด้านหลังของโรงแรม สร้างความเสียหายให้กับโรงแรมแห่งใหม่ไม่น้อย สตีฟจึงได้ส่งลูกน้องมือดีของตนเข้าไปตรวจสอบก่อน

ติ๊ด...ติ๊ด...

“เฝ้ามันไว้ให้ดี ระวังอย่าให้มันชิงฆ่าตัวตายไปซะก่อน” สตีฟบอกคนในสาย หลังจากที่คนของเขาโทร.เข้ามาแจ้งว่าจับไอ้พวกลอบวางเพลิงได้สองคน พอวางสายสีหน้าของสตีฟก็เคร่งเครียดมากกว่าเดิม มีหนอนบ่อนไส้งั้นหรือ แล้วใครกันที่มันกล้าทรยศคุณแฟรงค์

“ไมเคิล คุณแฟรงค์อยู่ที่ไหน” สตีฟหันไปถามผู้ที่ทำหน้าดูแลแมนชั่นหลังจากยืนขบคิดเรื่องพวกคิดไม่ซื่อ แต่เขาก็คิดไม่ออกว่าใครกันที่คิดทรยศ

“อยู่บนห้องส่วนตัวครับ” ไมเคิลรายงาน หลังจากที่ได้เข้ามาสำรวจภายในแมนชั่น แล้วได้ยินเสียงโต้คารมของเจ้านายหนุ่มและเหยื่อสาวที่ถูกล่อลวงมาที่นี่ ก่อนที่สตีฟจะสั่งให้ไมเคิลขึ้นไปแจ้งเจ้านายหนุ่มเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น ส่วนเขาจะเดินทางล่วงหน้าไปก่อนหลังจากที่เขาย้อนกลับมา เพื่อสอบถามเรื่องการส่งตัวหญิงสาวเข้ามาให้คุณแฟรงค์เรียบร้อยดีไหม แต่ทว่าตอนนี้สตีฟคิดว่าคงไม่ต้องถามอะไรมากเพราะเรื่องโรงแรมถูกลอบวางเพลิงนั่นสำคัญมากกว่า

 โดยกำชับให้ไมเคิลเตรียมกำลังคนคอยอารักขาหากคุณแฟรงค์จะเดินทางไปดูที่เกิดเหตุ หลังจากสั่งจบสตีฟก็ผลุนผลันออกไปทันที ส่วนไมเคิลก็ได้แต่ยืนมองตามหลังคนที่เป็นทั้งเพื่อนและบอดี้การ์ดของเจ้านายหนุ่ม เพราะอยากจะทักท้วงว่าไปตามคุณแฟรงค์ตอนนี้คงไม่ดีแน่ ส่วนคนที่กำลังทำให้ไมเคิลลำบากใจก็กำลังคิดปราบลูกไก่ในมือให้อยู่หมัด

 “นี่คุณ ปล่อยฉันนะ” หญิงสาวสั่งเสียงแข็ง พร้อมทั้งสะบัดหน้าหนีจนคอแทบเคล็ด มือเล็กก็ทั้งปัดทั้งข่วนมือจอมซุกซนจนเหนื่อยใจ อยากกรีดร้องให้ดังๆ ด้วยความโมโหเพราะทำอะไรเขาไม่ถนัดนัก เมื่อตัวเธอถูกพันธนาการด้วยเรือนกายกำยำ ขณะที่สองแก้มนวลผ่องก็ถูกบดจูบจนแทบช้ำ

“ก็ตอบมาสิ ว่าได้ไหม” เจ้าของเรือนกายใหญ่โตยังคงทักท้วงคำขอหลังจากจัดการหอมแก้มนุ่มจนหนำใจ แพรนภัสเอี้ยวตัวหันมามองเสี้ยวหน้าของเขาที่โน้มลงมาทำให้ริมฝีปากของทั้งคู่สัมผัสกันอย่างไม่ตั้งใจ ร่างบางผละออกราวกับถูกของร้อนๆ แต่กลับถูกมือใหญ่กดรั้งท้ายทอยบังคับให้เธอยอมรับจุมพิตร้อนเร่าที่ประทับบดเบียดอย่างดุดันราวกับอดอยากปากแห้งมาแรมปี ทั้งที่ความจริง อีตาบ้านี่ ตั้งแต่ได้เจอหน้าเธอก็กระหน่ำจูบเธอไม่ยั้ง

 “คะ...คุณแฟรงค์ ฉันเจ็บนะ” เสียงหวานพร่าสั่นร้องห้ามเมื่อถูกชายหนุ่มใช้ฟันคมกัดเบาๆ บนซอกคอ

“แต่ผมชอบ ผิวหวานมากรู้บ้างหรือเปล่ายายหัวขโมย แถมยังหอมจนอยากกลืนกินลงท้องทั้งตัวเลยรู้ไหมทูนหัว”    วิลเลียมกระซิบแบบทีเล่นทีจริงแล้วลงปากกัดเย้าแผ่วเบาเพื่อยืนยันว่าสิ่งที่พูดไปคือความจริง

“คนโรคจิต บ้ากาม คุณเป็นงูหรือไงถึงจะกลืนฉันลงท้อง คนบ้า ปล่อยฉันซะทีสิ อึดอัดจะแย่แล้ว” ปากเล็กจิ้มลิ้มต่อว่าพลางยกมือดันใบหน้าหล่อเหลาออกห่างทว่ายิ่งผลักไสเขาก็ยิ่งซุกไซ้ราวกับแกล้ง

“ผมยอมเป็นงู ถ้ามันจะได้กลืนกินคุณลงท้องทูนหัว” ชายหนุ่มเย้ากลับด้วยสีหน้ารื่นรมย์ ริมฝีปากร้อนรุ่มก็ขบเม้มทั่วผิวเนียนนุ่ม และไม่ว่าแพรนภัสจะพยายามหลบเลี่ยงอย่างไรก็ไม่รอดพ้น

“คุณแฟรงค์พอได้แล้ว แล้วฉันกำลังด่าคุณอยู่นะ ไอ้ผู้ชายวิตถาร เลิกกัดตัวฉันได้แล้ว กรี๊ดๆๆ ไอ้บ้า ปล่อยฉันนะ ตัวฉันไม่ใช่ขนมนะ อ๊าย! ไอ้บ้ากาม!” แพรนภัสหวีดลั่นเมื่อชายหนุ่มไม่สนใจฟังเสียงห้ามของเธอแม้แต่น้อย พร้อมฟาดมือลงไปบนมือใหญ่ที่ไม่เคยจะอยู่นิ่งเลยสักครั้ง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha