บัญชารักเทพบุตรเถื่อน ซีรีส์ชุด ยาใจคนเถื่อน [จบแล้ว]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ตอนที่ 16 : ตอนที่ 8 เรื่องคอขาดบาดตาย


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 8

เรื่องคอขาดบาดตาย

 

 

 

 

เสียงหวีดร้องและเสียงหยอกเย้ากันกรายๆ ที่เล็ดลอดออกมาให้ได้ยินนั่น ทำให้ไมเคิลได้แต่ยืนเหงื่อแตกซิกอยู่หน้าห้องของเจ้านายหนุ่ม ยกมือจะเคาะประตูห้องอยู่ก็หลายรอบ แต่ทุกครั้งผู้ที่ทำหน้าดูแลแมนชั่นก็ลดมือด้วยกลัวว่าจะถูกเจ้านายหนุ่มเหวี่ยงทั้งหมัดทั้งเท้าประเคนใส่ โทษฐานเข้าไปขัดการหาความสำราญของทายาทกัลลาส ที่ใครๆ ก็รู้ดีว่าอย่าได้เสนอเข้าไปอย่างเด็ดขาด แต่ไอ้เรื่องโรงแรมถูกลอบวางเพลิงก็สำคัญ

“เอาไงดีไอ้ไมเคิล ขืนเข้าไปตอนนี้จะเจอแจ๊กพ็อตอะไรไหมวะ” คนคิดหนักทำหน้าเครียดยกมือขึ้นเคาะประตูหน้าห้องของเจ้านายหนุ่มสองสามครั้ง แล้วแทบกลั้นหายใจว่าจะได้ยินเสียงตอบโต้อะไรกลับมาหรือไม่ ขณะที่คนหูดีเพราะรอโอกาสให้มีคนมาช่วยก็เริ่มยิ้มออก โอกาสรอดของเธอมาถึงแล้ว ทว่าเนื้อตัวของเธอก็ยังคงถูกคนบ้ากามพันธนาการเอาไว้ด้วยร่างกำยำ ตามด้วยปากอุ่นร้อนของเขาก็ขบกัดเนื้อตัวของเธอราวกับว่าเธอเป็นขนมหวาน

“คุณ! มีคนเคาะประตูห้องอยู่ ไม่ได้ยินหรือไง” เสียงหวานโพล่งขึ้น เมื่อเจ้าของห้องหาได้สนใจสิ่งรบกวนอื่นใด นอกจากก้มหน้าก้มตารังแกร่างกายเธอ

“ไม่ต้องสนใจ ผมต้องการแค่คำด่า เร็ว ด่ามาผมจะกัดให้ทั้งตัว” พูดไม่ทันขาดคำดี ริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาก็จัดการสำเร็จโทษกลีบปากอิ่ม เขาบดขยี้อย่างเร่าร้อนก็เพราะได้แตะคราใดมันอดใจไม่ไหว ก่อนแปรเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลไล้เลาะควานหาความหวานล้ำทั่วเรียวปากช่างต่อว่านั้น แพรนภัสทำได้เพียงครางท้วงอยู่ในลำคอ เกร็งร่างสั่นสะท้านยามที่ริมฝีปากร้อนดูดดื่มอยู่กับกลีบปากอิ่มระเรื่อยไปยังซอกคอขาว

“อื้อ!” เจ้าของร่างนุ่มครางอื้ออึง มือเล็กก็ข่วนไม่เลือกที่ หวังเหลือเกินว่าเขาจะหยุดล่วงเกินเธอเสียที

“ทำไมร้องแค่นั้นล่ะทูนหัว ด่าอีกสิ ผมกำลังรอฟัง จะกัดให้หมดทั้งตัวเลย เร็วสิด่าเลย” เขายียวนด้วยเสียงรื่นเริงหลังเคลื่อนใบหน้าขึ้นมาเสมอกับนวลหน้าแดงซ่านของหญิงสาว ตาสองคู่สบประสานกันนิ่งพร้อมรอยยิ้มเย็นบนริมฝีปากได้รูป นิ้วเรียวยาวลากไล้ไปทั่วเอวคอดแล้วค่อยๆ สอดหายเข้าไปในตัวเสื้อของหญิงสาว แพรนภัสยกมือกอบกุมทรวงอกเอาไว้อย่างเร็วรี่เพราะมันไร้บราห่อหุ้ม

“ยะ...อย่า” ร้องว่าหน้าตาตื่นตระหนก เสียงก็สั่นพร่าอย่างระงับไม่อยู่ พร้อมทั้งปัดมือร้ายกาจออกจากตัว แต่เขาก็วกกลับมาอีกครั้ง ส่วนคนที่รอฟังอยู่หน้าห้องก็ลองเสี่ยงเคาะประตู คราวนี้ไมเคิลเพิ่มแรงเคาะและจำนวนก็มากขึ้นเพราะทำใจไว้แล้วว่าต้องโดนหมัดหรือไม่ก็บาทาของเจ้านายหนุ่มแน่ๆ แต่ขืนให้เขารายงานเจ้านายหนุ่มเรื่องโรงแรมโดนลอบวางเพลิงเป็นพรุ่งนี้เช้าก็คงจะโดนทำโทษไม่ต่างกัน คนยอมรับโทษทัณฑ์จึงตัดสินใจเคาะเรียกอีกครั้งหลังจากเคาะไปแล้วทุกอย่างยังเงียบเหมือนเดิม

“คุณแฟรงค์ คุณไม่ออกไปดูบ้างหรือไง” เสียงหวานแหวใส่พร้อมทั้งผลักไสร่างใหญ่โตของเขา

“แล้วก็เอามือออกแพรนภัส ผมชอบจับ มันนุ่มมือดี” ชายหนุ่มเอ่ยเหมือนขอร้องเมื่อหญิงสาวทำท่าหวงเจ้าดอกไม้คู่งามนั่น แต่ใจก็เริ่มจะหงุดหงิดคนที่บังอาจขัดคำสั่งของเขา แม้จะสงสัยคนที่ยืนเคาะเรียกอยู่หน้าห้องอยู่ไม่น้อย แต่เวลานี้เขาต้องการปราบยายลูกไก่ให้สิ้นฤทธิ์เสียก่อน แล้วหันจ้องร่างเล็กที่ไม่ยอมเอามือออกเสียที คนถูกบังคับด้วยสายตาก็สั่นหน้าปฏิเสธเพื่อเป็นการยืนยันว่าเธอไม่มีวันทำตามที่เขาต้องการแน่

“แพรนภัส” เสียงทุ้มเข้มขานเรียกชื่อคนใต้ร่างที่พยศเหลือเกิน หากเขาจะลงมือปล้ำนั่นก็ย่อมทำได้ ทว่าการขืนใจผู้หญิงไม่ใช่นิสัยของเขาแม้แต่น้อย แต่ขืนแม่ลูกไก่ดื้อมากๆ เห็นทีต้องใช้กันกำลังกันบ้าง

“ไม่! อย่ามายุ่งกับร่างกายของฉัน คุณมีอะไรจะพูด จะคิดค่าเสียหาย หรือจะอะไรก็ว่ามา ฉันจะกลับที่พัก ป่านนี้พี่แอลล่าไม่ตามหาฉันแย่แล้วหรือไง เร็วๆ พูดมาจะเอายังไง” คนถูกเอาเปรียบตวาดลั่นเธอไม่ขอพูดดีด้วยแล้วกับคนลามก หน้าด้านแบบเขา

“อย่าขึ้นเสียงใส่ผม” เขาดุเสียงห้าว ใบหน้าหล่อเหลาออกสีแดงเข้มเพราะชักเริ่มโมโห

“ก็ปล่อยสิ จะมารัดฉันไว้ทำไม” ร่างบางก็โต้กลับน้ำเสียงกระด้างไม่แพ้กัน พยายามลุกออกจากตักกว้างแต่เขายึดเอวเธอไว้แน่น

“ไม่!” ชายหนุ่มสวนกลับแบบสั้นง่ายแต่ได้ใจความ ทำให้แพรนภัสต้องเอี้ยวตัวหันมองอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ โมโหตัวเองที่ทำอะไรก็ไม่ได้

“คุณจะหน้าด้านกับฉันไปถึงไหนคุณแฟรงค์ เอาเปรียบฉันก็บ่อย ฉันไปทำอะไรให้คุณนักหนา งั้นคุณก็พูดมาสิจะให้ฉันทำยังไง” แพรนภัสต่อว่าด้วยเสียงสั่นเครือ เธอเหนื่อยและง่วงจนจะหมดแรงอยู่แล้ว แถมต่อให้ดิ้นให้ตายก็ไม่หลุดจากอ้อมแขนนี่เสียที

“ก็ได้ แต่ข้อหาน่ะมีเพียบ ทั้งบุกรุก ทำร้ายร่างกาย ทำลายข้าวของ แล้วยังจะปล้ำผมทำเป็นสามีอีกด้วย พอไหมกับความผิดแค่นี้” เจ้าของแมนชั่นรีบแจงข้อกล่าวหาด้วยสีหน้าจริงจังแต่แอบซ่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เอาไว้

“กรี๊ด! คนบ้า นี่คุณกล่าวหาฉันมากเกินไปแล้วนะ คุณแฟรงค์” แพรนภัสปรี๊ดแตก อารมณ์อยากจะร้องไห้หายไปทันทีเมื่อได้ฟังข้อกล่าวหา

“จริงทุกข้อ!” เสียงทุ้มโต้กลับสีหน้าเคร่งขรึมตามเดิม หากแต่แววตานั่นแพรวพราวยิ่งนัก

“ฉันจะฆ่าคุณ” ร่างบางชักหมดความอดทนจึงขู่ฟ่อกลับไป

“เอาเลย แต่ช่วยข่มขืนผมด้วยนะแล้วค่อยฆ่า รับรองผมจะไม่ขัดขืนมีแต่จะยอมแต่โดยดี” ชายหนุ่มเอ่ยบอกอย่างใจป้ำ ส่วนแพรนภัสได้แต่อ้าปากค้างคิดหาคำมาต่อว่าเขาไม่ทัน

 “จะให้ถอดเสื้อผ้ารอเลยก็ได้ จัดให้เต็มที่” เสียงทุ้มเอ่ยต่อพร้อมรอยยิ้ม เมื่อเห็นสองแก้มนุ่มแดงก่ำที่คนใจป้ำไม่รู้ว่าเธอโกรธหรืออายกันแน่ สนุกพิลึกที่ได้ต่อปากต่อคำกับยายหัวขโมยหุ่นน่าฟัดแบบนี้

“บ้า! ฉันไม่มีวันทำแบบนั่นแน่ๆ” หญิงสาวหันไปแหวใส่แล้วรีบสะบัดหน้าหนีเมื่อเจอหน้าหล่อเหลาที่ขยันเบียดเข้ามาใกล้

วิลเลียมเกยคางบนเนินไหล่เนียนกดจมูกโด่งหอมแก้มนุ่มฟอดใหญ่ ส่วนคนถูกล่วงล้ำก็ดิ้นหยุกหยิกอยู่ในอ้อมกอดของเขา หนุ่มหล่อสุขใจไม่น้อยที่มีร่างเล็กอยู่ในอ้อมกอดเช่นนี้ ความสุขแบบนี้มันหายไปพร้อมกับความรักที่ถูกทำลายด้วยมือของผู้หญิงที่เขารักและวางแผนจะแต่งงานกัน สีหน้าของหนุ่มหล่อครุ่นคิดถึงเรื่องไปเยี่ยมคุณป้าที่เมืองไทย หรือว่ายายหัวขโมยคนนี้จะคือเนื้อคู่ที่ป้าของเขาทำนายไว้เมื่อตอนเดินทางกลับเมืองไทยเมื่อปีที่แล้ว

พ่อแฟรงค์ หลานป้า จำคำป้าเอาไว้นะลูก เราน่ะไม่ต้องไปวิ่งหาคู่ครองที่ไหนหรอกนะ เพราะเมื่อถึงเวลาที่หลานอายุครบสามสิบสี่ปีเมื่อไหร่ เนื้อคู่ของหลานจะเข้ามาหาเอง

“คุณแฟรงค์ครับ ผมมีเรื่องด่วนมารายงานครับ” เสียงของไมเคิลดังแทรกเข้ามา ทำให้คนที่ตกอยู่ในห้วงความนึกคิดไม่พอใจขึ้นมา วิลเลียมหันมองประตูด้วยความหงุดหงิดและนึกอยากกระทืบคนที่ชอบมาขัดจังหวะหาความสุขของตน ส่วนไมเคิลก็ยังคงเคาะประตูและส่งเสียงเรียกอีกครั้ง แล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงห้วนๆ ของเจ้านายหนุ่ม

“ถ้าเรื่องมันไม่สำคัญนะไอ้ไมเคิล แกเตรียมตัวตายได้เลย” ผู้เป็นนายตอบโต้กลับแล้วก้มมองคนในอ้อมกอด หนุ่มหล่อเผยยิ้มพึงพอใจเมื่อหญิงสาวแอบสำรวจร่างกายของเขาอยู่ ความตั้งใจที่จะออกไปจัดการกับไมเคิลก็เป็นอันพับเข้ากุไปก่อนแล้วหันมาชำระความกับคนใต้ร่างต่อ

“ทูนหัว หุ่นผมเร้าใจดีไหม” คนใจป้ำนำเสนอต่อด้วยวาจากรุ้มกริ่ม ทาบริมฝีปากร้อนที่ซอกหูนุ่ม

“กรี๊ด! ไอ้ผู้ชายบ้า ปล่อยฉันสักที อย่าทำแบบนี้ ฉันไม่ชอบ” เสียงหวานหวีดลั่นเมื่อถูกล่วงล้ำยังจุดอ่อนไหวพร้อมเสียงหัวเราะชอบใจของชายหนุ่มดังลั่นคับห้อง

“สาวน้อย ผมอนุญาตให้คุณปู้ยี่ปู้ยำผมคนเดียวเลยน่า ทั้งที่ความจริงมีสาวๆ เกือบทั้งเกาะอยากจะปล้ำผมกันทั้งนั้น แต่ผมจะให้สิทธิ์คุณคนแรก เอาเลยจัดการเต็มที่ทูนหัว” ชายหนุ่มพูดขึ้นพร้อมริมฝีปากได้รูปแย้มยิ้มอย่างน่ามอง ก่อนคิ้วเข้มจะหยักขึ้นลงเมื่อหญิงสาวหันมาสบตา ริมฝีปากบางเบ้ออกอย่างไม่ชอบใจ

“เฮ้! สาวน้อยผมพูดจริง” เขาย้ำด้วยหน้าจริงจังทว่าแววตาวิบวับอย่างคนเจ้าเล่ห์

“หนึ่งในนั้นไม่มีฉันแน่” แพรนภัสโต้กลับอย่างถือดี ผลักใบหน้ายียวนออกเต็มแรง

“ลองดูก่อน แต่ถ้าเริ่มไม่เป็นผมยินดีสอนให้” เขาเสนอ มือข้างหนึ่งเชยคางมนให้หันมาสบตา

นิ้วเรียวยาวแตะแผ่วเบาที่กลีบปากนุ่มสะกดให้หญิงสาวนิ่งงัน แพรนภัสมองเขาด้วยความหวาดหวั่น ทว่ายิ่งได้สังเกตเขาดีๆ หญิงสาวยอมรับว่าทุกอย่างที่มีอยู่บนใบหน้าของเขามันช่างดูดีไปเสียหมด แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่มีวันยอมทำตามข้อเสนอของเขาแน่ๆ

ขืนได้คนบ้ากามไป มีหวังวันทั้งวันเธอไม่ต้องทำอะไรกันพอดี แค่คิดหญิงสาวก็ทำท่าสยอง

 ส่วนที่หน้าห้องไมเคิลตัดสินใจส่งเสียงเรียกอีกครั้ง ไม่นานประตูก็เปิดออกเพราะจำใจต้องมาสะสางกับคนที่มารบกวนแบบไม่รู้จักเวล่ำเวลา วิลเลียมเอื้อมมือไปรวบดึงคอเสื้อของบอดี้การ์ดเอาไว้ ส่วนแพรนภัสก็รีบจัดแจงเสื้อผ้าแล้ววิ่งมาที่ประตูรอจังหวะให้เขาเผลอแล้วเธอต้องหนีไปให้ได้ เจ้าของห้องตวัดสายตามองเพียงนิดแล้วดันประตูปิดก่อนลากคอ    ไมเคิลให้เดินตาม

“ไอ้ไมเคิล! แกรู้ใช่ไหมว่าเวลานี้ห้ามใครมารบกวนฉัน แล้ววันนี้มันมีอะไรนักหนา แกถึงได้มาขัดฉันนัก” เจ้านายระเบิดเสียงใส่ด้วยความหงุดหงิด

“เออ...คือ ผมมีเรื่องจะรายงานครับ” ไมเคิลหลุบตามองพื้นด้วยความกริ่งเกรง เจ้านายหนุ่มจึงกระชับคอเสื้อให้แน่นขึ้น

“มีอะไร! ก็ว่ามาเร็วๆ เดี๋ยวแกก็ได้กินลูกปืนก่อนจะได้พูด” วิลเลียมตะคอกใส่ด้วยเสียงฉุน

“คือ ที่โรงแรมแห่งใหม่ของเราถูกคนลอบวางเพลิงครับ ตอนนี้คุณสตีฟกำลังเดินทางไปตรวจสอบ” เพียงแค่รายงานจบร่างของไมเคิลก็ถูกปล่อยแล้วรีบยืนให้ห่างเจ้านายหนุ่มเพื่อความปลอดภัย ลอบผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก

“บ้าเอ้ย! มันเกิดขึ้นได้ไง แล้วไอ้พวกที่ให้อยู่เฝ้า มันมัวทำอะไรกันอยู่ แกรีบไปเตรียมรถ!” วิลเลียมสบถเสียงลั่น ทำเอาคนที่ยืนเอาหน้าแนบประตูฟังอยู่ถึงกับสะดุ้ง รีบไปหาที่หลบแต่ไม่ไกลจากประตูมากนักเพื่อหาโอกาสหนี ส่วนไมเคิลหลังจากได้รับคำสั่งที่เขาเตรียมพร้อมไว้รอตามการคาดเดาของคุณสตีฟ ทำให้เขารีบออกไปกำชับบรรดาลูกน้องที่คอยอยู่แล้ว ร่างสูงใหญ่ของเจ้าของแมนชั่นหรูยกมือเสยผมอย่างหัวเสียแล้วหมุนตัวเดินกลับไปยังประตู ทว่าเพียงแค่เปิดประตูออกกว้างร่างเล็กก็พุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว

“ว้าย! ปล่อยฉันนะ” แพรนภัสวิ่งออกมายังไม่ทันพ้นประตูดีร่างเธอก็ลอยหวือปะทะอกแกร่ง

“คิดจะหนีหรือไง ยายหัวขโมย” เสียงเข้มเอ่ยถามขณะลากคนร่างเล็กตามมาแล้วโยนลงไปบนเตียงนุ่มอีกครั้ง แพรนภัสรีบเด้งตัวขึ้นลนลานหาทางหนี เธอคาดว่าต้องออกไปจากที่นี่ได้แน่ เพราะเดี๋ยวอีตาบ้ากามต้องออกไปข้างนอก ทว่าหญิงสาวถึงกับเบิกตาโตด้วยความตกใจเมื่อเขาเดินไปหยิบเนคไทออกมานับสิบแล้วโยนใส่หน้าเธอ

“คุณ จะทำอะไรฉัน” ร่างบางร้องถามเสียงหลง กระโดดลงจากเตียง ทว่ากลับถูกมือใหญ่ตะครุบไว้ได้แล้วจัดการลากเธอมานอนแผ่อยู่กลางเตียง หญิงสาวออกแรงดิ้นแต่กลับถูกมือใหญ่หวดก้นจนร่างบางสะดุ้งเฮือก นัยน์ตาหวานลุกวาวด้วยความโมโห

“ทำอะไรเหรอ กลับมาเดี๋ยวก็รู้ แต่ตอนนี้เธอต้องอยู่ในห้องนี้ แล้วก็โดนแบบนี้” ขาดคำชายหนุ่มก็จัดการใช้เนคไทนับสิบมัดมือมัดเท้าด้วยการพลิกร่างบางไปมาแล้วตามด้วยผ้าขาวมัดปากหญิงสาวเอาไว้ไม่ให้ส่งเสียงร้อง แพรนภัสเบิกตาโตส่งเสียงครางอื้อๆ อย่างขัดใจ กระดิกตัวแทบไม่ได้

“อย่าดิ้นให้เสียแรงเปล่าเลยทูนหัว นอนพักเอาแรงไว้ แล้วผมจะกลับมาต่อเรื่องของเรา แล้วรู้ไหมผมจะกลับมาทำอะไร” เขาโน้มใบหน้ากระซิบเสียงเย็นพร้อมรอยยิ้มร้ายลึก แพรนภัสส่ายหน้าไปมาอย่างเว้าวอนทว่าเขากลับจับตัวเธอพร้อมจัดท่านอนให้ ตามด้วยผ้าห่มคลุมให้เสร็จสรรพ หญิงสาวมองตาลุกวาวครางอื้อๆ เมื่อร่างสูงลุกขึ้นไปสวมเสื้อผ้าแล้วเดินไปที่ประตู

เขาจะขังให้เธออยู่ในสภาพนี้หรือไง ไอ้ผู้ชายบ้า

“นอนซะทูนหัว เดี๋ยวผมกลับมา” เสียงทุ้มมิวายหันกลับมากำชับเมื่อได้ยินเสียงครางของหญิงสาว

“อื้อ!” ร่างบางที่เกลือกกลิ้งเป็นลูกขนุนอยู่บนเตียงกว้างพยายามเรียกร้องให้เขาหันมา แต่เธอได้ยินเพียงเสียงเปิดปิดประตูเท่านั้น คนถูกพันธนาการด้วยเนคไททั้งตัวได้แต่นอนมองเพดานตาโพลง ดิ้นจนแทบหมดแรงก็ไปไหนไม่ได้ ทางด้านวิลเลียมหลังจากเดินมาถึงหน้าแมนชั่น ก็รีบเข้าไปนั่งในรถพร้อมทั้งออกคำสั่งให้ไมเคิลอยู่เฝ้าแม่หัวขโมยไว้

หนึ่งชั่วโมงต่อมารถหรูก็เข้ามาจอดนิ่งสนิทที่โรงแรมของตระกูลที่สร้างใกล้แล้วเสร็จโดยมีสตีฟออกมาต้อนรับด้วยหน้าตาเครียดขรึมไม่แพ้เจ้านายหนุ่ม วิลเลียมเหลียวมองหาคนสนิทอีกคนก่อนสั่งให้สตีฟไม่ต้องโทร.ตามกาคิม เมื่อรู้ว่าตอนนี้กาคิมกำลังทำอะไรอยู่

“จับพวกมันได้กี่คน” วิลเลียมเอ่ยถามขึ้นหลังจากเดินตรวจสอบความเสียหายด้วยสีหน้าครุ่นคิด ที่ครั้งนี้มันหาญกล้าถึงกับส่งคนมาลอบวางเพลิงโรงแรมของเขา พร้อมกับชื่อของศัตรูหมายเลขหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัว งานนี้เขาจะเอาคืนมันไม่ให้มีที่ทำมาหากินได้อีกเลย ตาคมกราดมองในส่วนของพื้นที่เสียหายพร้อมวางแผนจัดการซ่อมแซมเพื่อให้ทันเวลาในอีกไม่ถึงสามสัปดาห์กับงานเปิดตัวโรงแรมแห่งใหม่ ก่อนที่สตีฟจะพาเจ้านายหนุ่มไปยังที่คุมขังมือวางเพลิงที่ลักลอบเข้ามา

“ลากมันออกมา” เสียงกร้าวของผู้เป็นนายเอ่ยขึ้น พร้อมกับบานประตูเหล็กเปิดออกตามมาด้วยร่างสะบักสะบอมของมือวางเพลิง พวกมันสองคนถูกเหวี่ยงให้มาคุกเข่าอยู่ตรงหน้าทายาทกัลลาส มีดสั้นเงาวับถูกชักออกมาแล้วยื่นให้กับเจ้านายหนุ่ม วิลเลียมย่อตัวลงเล็กน้อยแล้วใช้ปลายมีดแหลมคมเชยคางสากของหนึ่งในสองคนขึ้นแล้วออกแรงกดเบาๆ แต่ก็ได้เลือด

“ไหนมึงลองบอกกูมาสิว่าใครส่งมา” เสียงเย็นยะเยือกของทายาทกัลลาสเอ่ยถามพร้อมกับกดปลายมีดให้ลึกมากกว่าเดิม มันร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บ ส่วนเพื่อนอีกคนก็ลนลานตาเหลือกรีบละล่ำละลักตอบแทนเพื่อน

“คุณ...คุณนาธาน”

“งั้นเหรอ แล้วไอ้นาธานที่แกบอก มันเป็นคนของใคร” วิลเลียมเหยียดยิ้มและซักถามต่อด้วยเสียงเย็นเยือก กดมีดในมือที่เปลี่ยนจากคางสากมาที่นิ้ว ตวัดคมมีดให้บาดลึก นัยน์ตาคมดุจเหยี่ยวจับจ้องที่หน้าของมันเพื่อรอฟังว่ามันจะยอมรับสารภาพไหม ทั้งที่เขาก็รู้ว่าไอ้กระจ๊อกสองคนนี้ถูกใครส่งมา แต่เพราะอยากรู้ว่ายังศัตรูคนไหนที่กำลังกำแหงเขากับอยู่บ้างก็เท่านั้น เมื่อถึงเวลาจะได้จัดการให้มันสิ้นซากซะทีเดียว

“คุณเอ็ดเวิร์ด” เพราะกลัวตายทำให้มันสารภาพตามตรง แล้วเสี้ยวนาทีต่อมาหน้าของไอ้คนที่ถูกปลายมีดกดจนเป็นรอยแผลยาวก็ร้องลั่นราวกับสัตว์ จากนั้นไม่นานไอ้คนที่เปิดปากยอมสารภาพก็ร้องโหยหวนไม่ต่างกัน เมื่อทายาทกัลลาสจัดการตวัดปลายมีดเข้าที่ต้นแขนของมัน วิลเลียมยื่นมีดเปื้อนเลือดส่งคืนสตีฟ แล้วรับผ้ามาเช็ดคราบเลือดที่ติดบนมือออก โดยสั่งให้ลูกน้องมัดปากพวกมันที่กำลังแหกปากร้องลั่นอย่างน่ารำคาญ

“จะให้ทำยังไงกับสองคนนี่ครับ” หนึ่งในลูกน้องของสตีฟถามขึ้น นึกขยาดเจ้านายหนุ่มไม่น้อยเพราะเพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่นาน จึงหน้าซีดเผือดไปตามระเบียบพร้อมกับถ้อยคำที่ได้ยินเหล่าเพื่อนร่วมงานเล่าขานกันก็ผุดขึ้นกลางใจของบอดี้การ์ดหน้าใหม่ คุณแฟรงค์ใจดีกับทุกคนที่ดีด้วย ทว่าใครร้ายมาคุณแฟรงค์ก็พร้อมสั่งให้มันตายได้ทันทีเช่นกัน

“ไปเตรียมทุกอย่างให้พร้อม วันนี้ฉันใจดีจะพาคนของมันไปคืนด้วยตัวเอง” หลังจากสั่งให้ลูกน้องจัดการทำตามคำสั่ง สตีฟก็ถูกเรียกให้เข้าไปพบที่ห้องทำงานพร้อมคำสั่งให้เข้มงวดกับคนที่เข้าออกภายในโรงแรมและสืบหาดูว่าใครคิดทำตัวเป็นหนอนบ่อนไส้ หากรู้เขาจะเด็ดหัวมันทิ้งเอง

เกือบชั่วโมง วิลเลียมก็เดินทางมาถึงบ้านพักของนายเอ็ดเวิร์ด พร้อมกับเสียงปืนที่ดังอย่างต่อเนื่อง เมื่อการ์ดหน้าบ้านพยายามขัดขวางการมาเยือนของทายาทกัลลาส ทั้งสองฝ่ายปะทะกันอย่างไม่เกรงกลัว ไม่นานบรรดาลูกน้องของเอ็ดเวิร์ดเริ่มบาดเจ็บ บ้างก็ถูกซ้อมจนน่วม ขณะที่ลูกน้องสองคนที่ถูกจับได้พยายามอ้อนวอนเพราะไม่ต้องการเข้าไปพบเจ้านายของตนที่รู้ว่าหากทำงานพลาดนั่นก็หมายถึงชีวิต แต่คำอ้อนวอนของมันก็ไม่เป็นผล หลังจากคนของทายาทกัลลาสฝ่าพวกมันมาได้สำเร็จ แล้วผลักมือวางเพลิงให้เข้าไปหาเจ้านายของพวกมัน ขณะที่ทายาทเรเวยแยร์ยืนนิ่ง พยายามปกปิดสีหน้ากรุ่นโกรธที่คนของตนถูกจับได้แล้วมันยังกล้ามาถล่มถึงที่

“ฉันเอาคนของแกมาคืน แล้วอย่าได้คิดส่งไอ้พวกปลายแถวไปอีก” ทายาทกัลลาสเอ่ยเสียงห้วน ขณะที่ต่างฝ่ายต่างยืนสบตากันแบบไม่มีใครยอมหลบ พร้อมทั้งประเมินท่าทีของกันและกัน วิลเลียมแม้จะรู้ว่าเป็นเอ็ดเวิร์ดที่คอยส่งคนไปก่อกวนเขาอยู่นาน แต่ที่ยังไม่ทำอะไรเพราะต้องการหลักฐานและจัดการมันให้สิ้นซากไร้ที่ยืนบนเกาะแห่งนี้

“จะไม่เป็นการกล่าวหากันแรงไปหน่อยหรือไงวิลเลียม แกก็น่าจะรู้ว่าตัวแกมีศัตรูตั้งมากมาย แล้วแกยังจะคิดว่าไอ้สองคนนี้มันเป็นคนของฉัน” เอ็ดเวิร์ดโต้กลับเสียงเย็น เมื่อตอนนี้ตนตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เพราะไม่คาดคิดว่าศัตรูจะกล้าบุกเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือเช่นนี้ เขาพลาดอีกครั้งที่ไม่ได้เตรียมพร้อมไว้

“งั้นฉันฝากจัดการไอ้สองคนนี่ด้วยแล้วกัน” ทันทีที่พูดจบวิลเลียมก็หันมาสั่งให้คนของตนเดินทางกลับ ด้านเอ็ดเวิร์ดมองตามด้วยแววตาเคียดแค้น ความแค้นครั้งมันต้องได้รับการสะสางแน่ รอเพียงให้งานใหญ่ที่กำลังเร่งผลิตอาวุธล็อตใหญ่ผ่านพ้นไปเสียก่อนเถอะ ไม่นานสองคนที่ถูกจับได้ก็สิ้นใจต่อหน้าต่อพวกพ้อง

“จำเอาไว้ หากใครทำงานพลาดก็ต้องพบจุดจบแบบนี้” เสียงเหี้ยมของเอ็ดเวิร์ดเอ่ยขึ้น ก่อนสั่งให้จัดการกับศพเหล่านี้ พร้อมทั้งสั่งให้นาธานเตรียมรถเพื่อออกไปดูการผลิตอาวุธล็อตสำคัญ พร้อมเผยรอยยิ้มเย็นที่ไม่มีใครล่วงรู้ว่าโรงงานผลิตอาวุธอานุภาพร้ายแรงของเขาอยู่ที่ไหน

ขณะที่วิลเลียมหลังจากกออกจากบ้านพักของเอ็ดเวิร์ดศัตรูหมายเลขหนึ่งมาได้ก็รีบสั่งให้คนรถมุ่งตรงไปยังโรงแรมแทนการกลับไปจัดการเหยื่อสาว เมื่อได้รับรายงานความคืบหน้าเรื่องการตามติดแหล่งผลิตอาวุธของนายเอ็ดเวิร์ด ริมฝีปากได้รูปขยับยิ้ม และพร้อมกับแผนการกวาดล้างมันสิ้นซากจริงๆ เสียที

เวลาเดียวกันที่ห้องอาหารภายในโรงแรมที่พักของนางแบบสาวคนดังของเมืองไทยที่กำลังทำให้กาคิมมีอารมณ์เดือดดาลจนอยากเข้าไปกระชากหญิงสาวแล้วจัดการสั่งสอนเสียให้เข็ดหลาบ กับภาพหัวเราะต่อกระซิกกับไอ้หนุ่มฝรั่งที่มันเข้ามาตีสนิทนางแบบสาวได้หน้าตาเฉย หลังจากที่เขาหันไปรับโทรศัพท์เพียงไม่กี่นาทีเพื่อสอบถามความคืบหน้าและได้รับคำตอบที่พอใจเมื่อไมเคิลจัดการส่งผู้จัดการสาวถึงมือคุณแฟรงค์เรียบร้อยแล้ว และคราวนี้ก็ถึงทีเขาบ้าง

กาคิมเฝ้ามองเป้าหมายจนอารมณ์เขาเดือดดาลถึงขีดสุดและทนดูไม่ไหวจึงสาวเท้าไปหานางแบบสาวที่ยังคุยแบบสนิทชิดเชื้อกับไอ้หนุ่มฝรั่งนั่นด้วยหน้าตามีความสุข ทีกับเขาแล้วทำปากดีตวาดใส่เพียงอย่างเดียว ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึงแบบไม่รู้ตัวเพียงแค่ได้เห็นภาพความสนิทสนมของหญิงสาวที่ทำราวกับรู้จักกับไอ้หนุ่มนั่นมาเป็นแรมปี ขณะนั้นแอลล่าเมื่อก้มดูนาฬิกาบนข้อมือบ่งบอกเกือบสามทุ่ม เธอจึงเอ่ยปากขอตัวจากเพื่อนใหม่เพื่อกลับไปพักผ่อนเพื่อลุยงานในวันพรุ่งนี้ โดยไม่ทันสังเกตว่าด้านหลังเธอกำลังมีมนุษย์ร่างยักษ์ที่ชื่อกาคิมสะกดรอยตามไปติดๆ ที่กาคิมแทบหาที่หลบไม่ทันเมื่อจู่ๆ เป้าหมายก็เดินจากไอ้หนุ่มฝรั่งซะดื้อๆ

“ป่านนี้แพรคงนอนหลับอุตุไปแล้วมั้ง พรุ่งนี้ค่อยเจอกันแล้วกันนะแพร” นางแบบสาวบ่นพึมพำ ขณะเดินออกจากลิฟต์พร้อมกับที่กาคิมก็กดลิฟต์ออกมาเช่นกัน ชายหนุ่มทิ้งระยะห่างพอควรเมื่อเห็นเป้าหมายแสนสวยเดินเลยห้องพักของตนไป แต่เพียงเสี้ยวนาทีนางแบบสาวก็เปลี่ยนใจเดินกลับมาที่ห้องเพราะไม่อยากรบกวนเวลาพักผ่อนของแพรนภัส หลังจากเดินกลับมาที่ห้องพักของตนนางแบบสาวเปิดประตูห้องพักโดยไม่เฉลียวใจ จนเมื่อกำลังปิดประตูก็มีร่างใหญ่โตของคนแปลกหน้าแทรกกายเข้ามาอย่างรวดเร็ว เจ้าของห้องพักเบิกตาโต ตัวสั่นเทาด้วยความตกใจก่อนที่แอลล่าจะอ้าปากค้างเมื่อได้เห็นหน้าของแขกที่ไม่ได้รับเชิญ

“ออกไปนะ!” แอลล่าตวาดไล่ เธอเดินถอยหลังพรืดเมื่อเห็นท่าทีไม่น่าไว้ใจของนายยักษ์

“ไม่! สั้นๆ ง่ายๆ เหมือนผู้เป็นนายไม่มีผิด กาคิมถือวิสาสะกวาดสายตาสำรวจห้องพักของนางแบบสาว ด้านเจ้าของห้องรีบหมุนตัวเดินกลับไปหาประตูหวังเปิดออกไปร้องขอความช่วยเหลือ แต่มันช้าไปเพราะกาคิมก้าวพรวดเดียวก็ถึงประตู มือใหญ่กระชากนางแบบสาวห่างจากประตูอย่างรวดเร็ว

“ไอ้ยักษ์บ้า!” แอลล่าประนามเสียงดังลั่น แล้วจ้องหน้าอีกฝ่ายนิ่งงัน

“จ้องกันขนาดนี้ คิดจะทำอะไร” กาคิมถามเสียงเข้มแต่แววตากรุ้มกริ่ม มองอย่างสำรวจแบบทุกซอกทุกมุมบนร่างของนางแบบสาว ช่วงเอวคอดที่โผล่พ้นเสื้อจะหดหรือจะแฟชั่นสมัยใหม่ก็ช่าง แต่ในตอนนี้ เขารู้สึกไม่ชอบใจในการแต่งตัวของนางแบบสาวเหลือเกิน ยิ่งได้เห็นภาพโอบกอดแล้วยังหอมแก้มซ้ายขวากับไอ้หนุ่มฝรั่งนั่นกาคิมก็ยิ่งอารมณ์เสีย

“ปล่อย!” เจ้าของห้องตวาดใส่ ทว่านอกจากกาคิมไม่สนใจแล้วเขายังฉกริมฝีปากเข้าหาเรียวปากอิ่ม บดเบียดเคล้าคลึงหนักหน่วงแบบไม่ให้เสียเวลาเลยสักนิด

“อื้อ!” แอลล่าครางท้วงตามด้วยเสียงทุบอึกอักบนร่างแกร่งของคนฉวยโอกาส ส่วนกาคิมเมื่อพอใจกับจูบแรกจากหญิงสาวแล้วก็ยอมตัดใจละห่าง ตาคมดุหรี่มองคนที่ระทวยอยู่ในอ้อมแขนแต่ไม่นานแอลล่าก็ผลักไสนายยักษ์บ้าออก คนถูกยักษ์ลวนลามยกมือขึ้นหมายจะฟาดลงไปบนหน้าคมเข้ม แต่ก็กาคิมรู้ทันจับมือเรียวกุมไว้กดจูบหนักๆ

“ปากหวาน มือก็หอม” พ่อยักษ์รูปหล่อกล่าวชม นัยน์ตาคมพราวระยับส่งไปกระทบกับหญิงสาวที่มองแบบจะกินเลือดกินเนื้อ ริมฝีปากอิ่มสีสวยเม้มแน่นอย่างแค้นเคือง ยกมืออีกข้างหมายจะฟาดหน้าผู้บุกรุกให้ได้ แต่กาคิมกลับคว้าไว้ได้แล้วจัดการทำเช่นเดียวกัน

“ไอ้ปากหมา ไอ้จิตเสื่อม” แอลล่าแหวใส่เสียงเขียว มองมือทั้งสองที่ถูกรวบไว้แล้วนึกเจ็บใจ ยกเท้าหวังจะกระทืบก็พลาดอีกเมื่อเขารู้ทัน ขาเรียวสวยจึงถูกท่อนขาแกร่งล็อกเอาไว้จนแอลล่าแทบขยับตัวไม่ได้

“ถ้าขืนยังด่าไม่เลิก ไม่โดนแค่จูบปากจูบมือแน่ แต่จะจูบตรงนี้” เขาขู่แล้วชี้ไปยังจุดที่เขาจะจัดการกับเธอ นั่นคือทรวงอกที่สะท้อนขึ้นลงตามแรงหายใจที่โกรธจัดของเจ้าตัว

“หายใจเบาๆ หน่อยสิคุณ ผมกลัวมันจะแตกใส่หน้าผม” กาคิมยียวนแล้วยิ้มชอบใจเมื่อหญิงสาวมองเขาตาแทบถลน แต่กลับน่ามองใช่ย่อย ยิ่งเนินอกขาวอวบที่โผล่ล่อตาล่อใจนั่นก็ยิ่งเย้ายวนใจ

“ไอ้โรคจิต” หญิงสาวต่อว่าด้วยหน้าแดงก่ำ อารมณ์โกรธเดือดปุด

“ตรงไหน” กาคิมถามกลับหน้าตาย ที่แอลล่าเห็นแล้วนึกขัดหูขัดตาเสียจริง หน้าตาราวกับถูกปูนโบกไว้ไม่น่าจะกะล่อน ปากร้ายแถมยังชอบฉวยโอกาสอีกด้วยนางแบบสาวได้แต่ฮึดฮัดและเริ่มหวาดกลัวไอ้ยักษ์บ้า

“ก็ตรงหน้าไง ไอ้ยักษ์บ้า!” แอลล่าโต้กลับ สะบัดมือเท้าเพื่อหาอิสรภาพแต่ก็ไม่หลุด

“อือฮึ! ถ้าชัดเจนขนาดนั้นก็คงรู้ว่าผมเข้ามาทำอะไร ดีใจจริงๆ เข้าใจอะไรง่ายๆ แบบนี้จะได้ไม่ต้องเสียเวลามาโอ้โลม” ขาดคำก็กดจุมพิตลงบนแก้มนุ่มอย่างขอบคุณที่เดาใจเขาได้ถูกต้อง

“นี่! อย่ามาทำบ้าๆ กับฉันนะ” เจ้าของห้องแย้งกลับหน้าแดงเรื่อ ไม่นานเสียงแหลมก็ร้องให้คนช่วย แต่กลับถูกริมฝีปากหนาทาบทับลงมา เมื่อหนำใจก็ปล่อยให้ปากอิ่มสีแดงสดได้รับอิสระ แล้วเดินไล่ต้อนให้เธอไปจนมุมของห้องกว้าง

“จะทำอะไร ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้นะ ไอ้ยักษ์! ” แอลล่าออกปากไล่เสียงสั่น ยกมือเช็ดรอยจูบที่ไอ้ยักษ์บ้าทาบลงมา ถึงจะลูกครึ่งก็เถอะ แต่มารดาสั่งสอนเรื่องความเป็นหญิงไทยเอาไว้ แล้วไอ้บ้ายักษ์นี่เป็นใคร จะรู้จักหรือสนิทสนมกันหรือก็เปล่า บังอาจมาล่วงเกินเธอ

“แล้วอยากได้ยักษ์เป็นแฟนสักคนบ้างไหมล่ะ คุณนางแบบ” กาคิมยียวนกลับก่อนสาวเท้าเข้าประชิดตัวนางแบบสาว มือใหญ่ล็อกไหล่มนให้ชิดผนังห้อง แอลล่าจ้องขู่ตาแทบถลนแต่มีหรือที่กาคิมจะกลัวพร้อมส่งเสียงกระเซ้านางแบบสาวแล้วกดจมูกโด่งสันสูดดมกลิ่นสาวทั่วซอกคอระหง

“ฝันไปเถอะ เพราะฉันไม่ชอบยักษ์” แอลล่าโต้กลับเสียงเขียว เบี่ยงตัวหลบริมฝีปากที่ตามติดไม่ลดละ

“ไม่คิดสักนิดเลยหรือ ฮันนี่” กาคิมถามกลับเสียงทุ้ม ตาคมจ้องที่วงหน้าสวยนิ่งก่อนใช้ริมฝีปากดูดเม้มฝากเป็นรอยรัก แอลล่าเต้นเร่า ร่างกายปั่นป่วนเมื่อถูกเขาจู่โจมจนใจสั่น ทว่าหัวใจกลับไม่ได้รู้สึกเกลียดนายยักษ์อย่างที่ควรจะเป็น

“ไอ้ทุเรศ ปล่อยฉัน นายไม่มีสิทธิ์มาทำกับฉันแบบนี้” แอลล่าร้องห้ามเสียงสั่น เมื่อคนที่เรียกว่ายักษ์ยังคงทำรอยนั่นลงบนลำคอเธอไม่หยุด พรุ่งนี้เธอต้องไปถ่ายแบบหากมีรอยจะทำยังไง

“นี่! หยุดนะไอ้ยักษ์บ้า ไอ้ปากมอม ไอ้ฉวยโอกาส  หยุดนะ! นายอย่าทำรอยนี้ ปล่อยฉัน” แอลล่าตะโกนบอกเสียงหอบเมื่อท่อนแขนแข็งแกร่งของชายหนุ่มโอบรัดจนร่างกายเธอแนบสนิทกับเขา

“แล้วให้ทำอะไรดีล่ะ” กาคิมเอ่ยถามเสียงแตกพร่าทั้งที่ตั้งใจจะแกล้งเธอเท่านั้น แต่ไม่น่าเชื่อว่านางแบบสาวภาพลักษณ์ร้อนแรงแถมยังพกพาความมั่นใจแบบเต็มเปี่ยมจะสะท้านกับแค่จูบที่ทำราวกับไม่เคยไปได้

“ฉันไม่ทำอะไรทั้งนั้น ปล่อย ไอ้ยักษ์”

“แต่ผมอยากทำ” กาคิมโต้กลับเสียงพร่าแล้วระดมจูบไซ้บนเนื้อตัวนางแบบสาว

“อย่านะ ช่วยด้วย!” แอลล่าร้องตะโกนทันทีเมื่อรู้ว่าสิ่งที่ชายหนุ่มพูดหมายถึงสิ่งใด สองมือเรียวสวยที่ยันหน้าอกแกร่งเอาไว้ก็ยกทุบบังคับให้เขาปล่อยเธอ

“ฮันนี่ ร้องไปก็ไม่มีใครช่วยหรอกน่า เรื่องของผัวเมีย ถึงจะคนไทยหรือฝรั่งเขาก็ไม่มายุ่งเหมือนกัน” เสียงเข้มพร่าของกาคิมเปรยขึ้น พร้อมกันนั้นก็ฉกริมฝีปากหนาลงบนเรียวปากอิ่มที่เผยอค้าง แอลล่าคิดจะต่อว่าเขาก็หุบปากฉับ เม้มปากแน่นไม่ยอมให้เขาลุกล้ำ แค่จูบเมื่อครู่เธอก็จะหมดแรงอยู่แล้ว ขืนยอมให้อีกมีหวังเลยเถิดแน่ ทว่ากาคิมเมื่อเห็นนางแบบสาวต่อต้านเขาก็ยิ่งรุกหนัก


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha