บัญชารักเทพบุตรเถื่อน ซีรีส์ชุด ยาใจคนเถื่อน [จบแล้ว]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ตอนที่ 18 : ตอนที่ 10 เพลิงสวาทที่ไม่อาจห้ามใจ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 10

เพลิงสวาทที่ไม่อาจห้ามใจ

 

 

 

 

ร่างบางถูกจับให้มานั่งนิ่งบนเตียงนุ่มโดยที่มือและเท้าถูกเขาจับมัดด้วยเนคไทจนกระดิกไม่ได้เพราะหลังจากที่เขาไขกุญแจมือ เธอก็วิ่งหนีทันทีแต่ไปไม่พ้น และตอนนี้ร่างกายของเธอกำลังถูกเขาลวนลามด้วยมือและปากที่สร้างความร้อนรุ่นไปทั่วร่างกายของเธอ

“คุณแฟรงค์ คุณต้องการอะไรจากฉันกันแน่” คำถามสั่นๆ ปนพาซื่อของเธอทำให้เขาส่งเสียงหัวเราะในลำคอ แล้วกดริมฝีปากร้อนทาบลงบนเรียวปากนุ่มหวานอารมณ์อยากรักเริ่มก่อเกิดและอยากสานต่อให้จบ ทว่าภาพที่เขาถูกผู้หญิงอื่นปล้ำจูบเมื่อครู่ยังติดตาทำให้แพรนภัสเบี่ยงหน้าหลบแต่กลับถูกมือใหญ่สอดรั้งท้ายทอยบังคับจูบจนพอใจ

“ยะ..อย่า คุณแฟรงค์ คุณต้องการอะไรถึงมาจับฉันมัดไว้แบบนี้” ร่างบางเอ่ยถามเสียงสั่น เมื่อเขาละปากร้อนๆ ออกแต่สายตาคมที่จ้องมองราวกับจะปลดเปลื้องเสื้อผ้าอยู่นั่นมันยิ่งทำให้ใจเธอเต้นแรง

“ผมต้องการคุณ เอาล่ะเลิกพูดซะที เรามาต่อเรื่องของเราเถอะ” เสียงทุ้มพร่าเอ่ยบอก มือไม้ของเขาก็เริ่มไม่อยู่นิ่ง ค่อยๆ แก้มัดให้หญิงสาวอย่างเชื่องช้า เขาไม่ยอมให้ใครมาขัดขวางเขาได้อีกแล้ว

“ระ...เรื่องอะไรกันคุณ ฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย” สาวไทยร่างบางเริ่มหน้าซีดใจสั่น คิดหามารยามาหลอกล่อเขา ทว่าจะมีหนทางไหนบ้างล่ะ มารยาหญิงมีร้อยเล่มเกวียนก็จริงแต่เธอจะงัดเอาบทไหนมาใช้ก่อนดี เมื่อคิดไม่ออกตากลมแป๋วก็มองเขาอย่างตื่นๆ สั่นหน้าปฏิเสธลูกเดียวเพราะคิดได้แค่นี้

“อย่าห้ามผม ผมต้องการคุณเดี๋ยวนี้ เราเสียเวลามามากแล้วนะทูนหัว ยังไงคุณก็ต้องเป็นของผม ไม่มีวันหนีพ้นหรอก” เสียงแหบต่ำแจงข้อสงสัยให้แม่สาวน้อยที่มองตาแป๋วฟัง พร้อมจัดการทำให้หญิงสาวเปลือยเปล่าจนสมใจ แพรนภัสแม้จะขัดขืนสักแค่ไหนสุดท้ายเธอก็หนีไม่พ้น คนมีพละกำลังมากกว่าก็บีบบังคับร่างบางให้ยินยอมคล้อยตามด้วยรสจุมพิตซาบซ่านที่คนใต้ร่างได้แต่ส่งเสียงครางอย่างลืมตัว

เพียงเสี้ยวนาทีต่อจากนั้นทั้งมือและริมฝีปากร้อนรุ่มก็เริ่มทำงานประสานกันอย่างอ่อนโยนและร้อนเร่าขึ้นตามความปรารถนาของเขา กลีบปากร้อนผ่าวจูบเม้มทั่วผิวเนื้อเนียนนุ่มและหอมกรุ่นของหญิงสาวในอาการกระหายหิวทั้งที่พยายามห้ามใจแล้วว่าต้องค่อยเป็นค่อยไป แต่เขาก็อดใจเย็นไม่ได้จริงๆ แพรนภัสเริ่มดิ้นรนผลักไสร่างกำยำเมื่อความร้อนจากเรือนกายหนาหนักที่แนบชิดมันทำให้เธอหวาดกลัวและความอยากรู้ก็มีมากเช่นกัน

“ไม่มีอะไรน่ากลัว แพรนภัส เชื่อใจผมเถอะที่รัก ผมจะทำให้คุณมีความสุข” วิลเลียมกระซิบปลอบโยนด้วยเสียงนุ่มทุ้มจนคนร่างเล็กคล้อยตามและปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามท่วงทำนองเพลงรักที่เขากำลังขับกล่อมเธอ ซึ่งยาวนานเหลือเกินกว่าที่เขาจะปล่อยให้เธอเป็นอิสระ ร่างบางได้ยินเสียงเขาคำรามลั่นก่อนที่เธอจะซุกซบอยู่บนอกกว้าง ตากลมเล็กหลับพริ้มเพราะอ่อนแรงจนเข้าสู่ห้วงนินทรารมย์

ขณะที่มิแรนด้าหลังจากถูกลากออกมาจากห้องของอดีตแฟนหนุ่ม หญิงสาวก็กรีดร้องอาละวาดอยู่ภายในห้องโถงของแมนชั่นหรู ก่อนที่เธอจะจู่โจมเข้าหาไมเคิลที่พยายามดันสาวร้อนแรงออกห่าง เขาไม่คิดจะแตะต้องผู้หญิงของเจ้านายแน่ ถึงแม้คุณแฟรงค์จะอนุญาตแล้วก็เถอะ เธอร้อนแรงน่ากลัวเกินไป ไมเคิลคิดแล้วเรียกให้เพื่อนร่วมงานช่วยกันพาสาวร้อนรักไปขึ้นรถและพากลับไปยังโรงแรมที่พักของเธอที่กว่าจะสำเร็จก็ทำเอาหนุ่มๆ เหนื่อยและได้แผลจากรอยเล็บไปตามๆ กัน

“ต๊าย! คุณมิแรนด้า ทำไมกลับมาสภาพนี้ล่ะคะ ไปหาคุณวิลเลียมมาไม่ใช่เหรอ” เสียงทักทายจากมารีซึ่งตอนนี้เธอมีเอเจนซี่ใหม่มาทาบทามเรียบร้อย จึงไม่คิดจะสนใจเจ้าของห้องเสื้อคนนี้อีกต่อไป คราวนี้ก็ถึงเวลาใครดีใครได้ก็แล้วกัน

“มาเสนอหน้าทำอะไรที่นี่” มิแรนด้าหันไปตวาดใส่ เมื่อเห็นหน้าคนที่ตนได้ปลุกปั้นมากลับมือพร้อมฝ่ามือของเจ้าของห้องเสื้อดังก็สะบัดใส่หน้าของมารีที่ทำท่าคอตั้งหน้าเชิดใส่

“คิดว่าคุณมีมือคนเดี๋ยวหรือไง” ขาดคำมารีก็เข้าจู่โจม ทั้งสองแลกตบกันจนเสียงดังสนั่น ดีที่ตรงบริเวณนี้เป็นหน้าห้องพักของสองสาวที่มารีจงใจมาเปิดห้องพักใกล้กับเจ้าของห้องเสื้อ จนเมื่อมีแขกคนอื่นๆ เริ่มเปิดประตูออกมาดู ทำให้สองสาวหยุดการลงไม้ลงมือกันแล้วสะบัดหน้าใส่แยกย้ายกันไป

มิแรนด้านั่งมองนามบัตรของมหาเศรษฐีหนุ่มคนหนึ่งที่เธอบังเอิญได้มาและหลังจากติดต่อพูดคุยกันอย่างถูกคอ เจ้าของห้องเสื้อดังก็นัดเจอกับมหาเศรษฐีหนุ่มพร้อมวางแผนทวงผู้ชายที่เป็นของเธอให้กลับมาสยบอยู่ตรงหน้า ทว่าศัตรูตัวร้ายคนแรกที่ต้องกำจัดให้พ้นทางก็คือมารี นางแบบที่โด่งดังด้วยมือของเธอที่ยังหน้าด้านหน้าทนรอให้ท่าอดีตคนรักของเธออยู่ได้ ส่วนอีกห้องหนึ่งมารีก็นั่งมองเงาตัวเองผ่านกระจกด้วยความเกลียดชังเจ้าของห้องเสื้อเช่นกัน

 

แพรนภัสขยับตัวเล็กน้อยเมื่อรู้สึกปวดเมื่อยตามเนื้อตัวอีกทั้งร่างกายก็ยังมีอ้อมแขนอุ่นกอดรัดอยู่ หญิงสาวนอนคิดทบทวนว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกลับตนบ้าง

เธอเสียตัวให้ไอ้บ้ากามแล้วเหรอนี่ จากที่งัวเงียไม่นานก็ลุกพรวดพร้อมเสียงโอดครวญ มือเล็กปัดป่ายผู้ชายร่างใหญ่ที่กกกอดเธอออกแล้วรีบรวบผ้าห่มผืนหนามาหุ้มร่างกายเอาไว้

“กรี๊ด! คนบ้า ลามก น่าเกลียดที่สุด” เสียงหวีดร้องของแพรนภัสดังลั่นห้องเมื่อสายตาเผลอไปกระทบกับร่างกำยำที่นอนเปลือยอยู่บนเตียงนุ่ม ในขณะที่เธอลุกขึ้นเดินมาอยู่มุมห้อง มือเล็กเอื้อมไปแหวกม่านมองบรรยากาศของเกาะที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุด ทว่ามันคงดูสวยสดใสมากกว่านี้หากเธอไม่ได้ตื่นมาพร้อมกับคนบ้ากาม

“จะเสียงดังทำไม ทูนหัว” เขาฮึมฮัมถามทั้งหลับตานอนเปลือยอวดเรือนร่างอยู่

“คนทุเรศ! แพรนภัสร้องว่าเสียงดังลั่น สายตาก็มองหาเสื้อผ้าที่ถูกเหวี่ยงทิ้งกระจัดกระจายรอบเตียง ไม่เว้นแม้แต่เสื้อผ้าของผู้ชายที่นอนขยับกายราวกับเกียจคร้านอยู่บนเตียง สภาพแบบนี้บ่งบอกให้รู้ว่าเมื่อคืนเขาคงรีบร้อนมาก พวกเสื้อผ้าถึงได้ถูกเหวี่ยงไม่รู้ทิศเช่นนี้ แล้วสองแก้มนวลก็แดงเถือกเข้าไปใหญ่อยากให้เรื่องที่เกิดขึ้นกลับกลายเป็นความฝันไปเสีย คิดได้ดังนั้นร่างเล็กจึงหยิกที่แขนตนแล้วร้องลั่น

“ไม่ได้ฝันหรือนี่” หญิงสาวพ้อเสียงเบาหวิว หยดน้ำตาเม็ดเล็กคล้ายจะรินไหลก่อนเงยหน้ามองเพดานสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างเต็มที่และพึมพำปลอบใจตัวเองไปด้วย

ไม่เป็นไรยายแพร มันเสียไปแล้วเรียกคืนไม่ได้ ตอนนี้คือไปจากที่นี่ซอย่ามามัวทำตัวเป็นนางเอกร้องขอให้รับผิดชอบ ชาตินี้อย่าได้เจอกันอีกเลยไอ้ผู้ชายบ้ากาม โรคจิต

“เป็นอะไร” ชายหนุ่มส่งเสียงครางถามติดรำคาญ ไม่ได้อนาทรเลยสักนิดกับร่างกายปราศจากเสื้อผ้าที่โชว์อะร้าอร่ามต่อหน้าต่อตาหญิงสาว

ทว่าเขากลับรู้สึกสบายอย่างบอกไม่ถูกอีกด้วยตั้งแต่หลับตานอนพร้อมคนในอ้อมกอดไป แต่สาวสวยที่ยืนปิดหน้าปิดตาด้วยการกางนิ้วห่างๆ ก็หน้าแดงก่ำคอยแอบมองอีกฝ่ายอย่างระแวดระวัง สิ่งที่คิดตอนนี้คือหาเสื้อผ้ามาใส่แล้วต้องรีบออกไปจากที่นี่ ไม่งั้นไอ้บ้ากามต้องจับเธอกินอีกแน่ๆ

“ยายหัวขโมย เป็นอะไรไปอีก ร้องซะลั่น” เขาถามเสียงงัวเงียหลังจากถามไปแล้วไม่ได้คำตอบจากเธอ

“ฉันไม่ใช่ขโมยนะ เลิกยัดเยียดให้ฉันซะที” แม้จะหวาดหวั่นและเขินอายกับเรื่องที่เกิดขึ้นเพียงใดแต่หญิงสาวก็โต้กลับด้วยแข็ง นาทีนี้เธอไม่ขอพูดดีกับคนฉวยโอกาสอีกแล้ว

“เจอลีลารักผมไปถึงกับลืมเลยหรือทูนหัว ทั้งที่ผมก็ใช้แค่ท่าพื้นฐานเท่านั้นเองนี่ ไม่น่าถึงขั้นลืมเรื่องที่ตัวเองทำไว้เลย หรือต้องให้ทวนความจำ ถึงจะจำขึ้นมาได้บ้างว่าทำอะไรไปบ้าง” เสียงทุ้มเย้ากลับด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มเมื่อเห็นสองแก้มของหญิงสาวแดงเรื่อ ปากอิ่มน่าจูบก็เม้มสนิท ส่วนแพรนภัสก็อยากหาอะไรแข็งๆ มาปาใส่หัวของเขาเสียจริงที่พูดเรื่องอย่างว่าได้แบบไม่อายปาก

“อย่าฝันว่าจะได้แตะต้องฉันอีก คุณพอใจแล้วใช่ไหมที่รังแกฉันได้ ฉันจะได้กลับที่พัก” แพรนภัสโต้กลับเสียงขุ่น แล้วหันหน้าเข้าหาผนังห้องเพราะเขาไม่มีทีท่าจะหาอะไรมาปกปิดร่างกายเลยสักนิด

“ไม่ให้กลับ” ชายหนุ่มบอกเสียงเข้มแล้วลุกขึ้นเดินทั้งที่ไม่สวมเสื้อผ้าเข้าไปเฉียดคนร่างเล็กที่แอบแหล่มองอย่างระวัง ริมฝีปากร้อนผ่าวจึงฉกวูบลงบนแก้มนุ่มแล้วละห่าง เมื่อหญิงสาวตั้งท่าจะยกมือฟาดลงบนใบหน้าของเขา

“หยุดเลยนะแพรนภัส แล้วเอามือลงซะดีๆ แค่ทำข้าวของผมเสียหาย ทูนหัวก็ไม่มีเงินมาใช้หนี้ผมแล้ว ถ้าขืนยังคิดจะทำร้ายเจ้าของบ้านอีก ผมจะคิดค่าเสียหายเพิ่ม” เขาขู่ แล้วเดินผิวปากไม่สนอาการอ้าปากค้างตาโตของหญิงสาวแล้วคว้าเอาผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่เดินเข้าห้องน้ำไป

“งก! งกที่สุด! แพรนภัสตะโกนต่อว่าตามหลังเสียงดัง ในเมื่อเธอไม่ได้ตั้งใจทำให้มันแตกเสียหน่อย

“ไม่ได้งก” เสียงทุ้มโต้กลับแล้วยักคิ้วให้อย่างล้อเลียน เขานึกแปลกใจตัวเองเช่นกันที่สนุกทุกครั้งยามที่ได้ต่อปากต่อคำกับหญิงสาวร่างเล็กคนนี้ แพรนภัสมองตามแผ่นหลังกว้างจนเมื่อเขาหายเข้าไปได้สักพักเธอก็หันมามองตัวเอง ตามเนื้อตัวของเธอมีจุดแดงๆ เกือบทั้งตัว

“คนบ้า! ถ้าหน้าอย่างคุณไม่งก คนทั้งประเทศก็ไม่มีใครงกแล้วมั้ง แจกันบ้าอะไรราคาเป็นสิบล้าน ไม่เห็นจะว่ามันจะทำด้วยทองเสียหน่อย แพงจนประสาทจะกินอยู่แล้ว บอกไว้เลยฉันไม่มีปัญญาหามาจ่ายคืนคุณหรอก” บ่นจบก็เดินลากผ้าห่มไปเก็บเสื้อผ้าที่หล่นตามพื้น หญิงสาวใช้มือเขี่ยๆ เสื้อผ้าของเขาที่ทับถมของเธออยู่พอเห็นชุดชั้นในชายตกรวมอยู่ด้วยก็กรี๊ดลั่น หน้าแดงก่ำไม่กล้าแม้แต่จะหยิบมันออกไป

“ไอ้ผู้ชายลามก! โรคจิต! ทำไมต้องเหวี่ยงมาอยู่กับของฉันด้วย ไอ้คนวิปริต” เสียงหวานใสกรีดร้องลั่นพร้อมตามด้วยเสียงบ่นงึมงำ สองแก้มนวลร้อนผ่าว

“ยายหัวขโมยเป็นอะไรอีกล่ะ เมื่อคืนร้องยังไม่พออีกใช่ไหม” ชายหนุ่มโผล่หน้าออกมาถามหลังจากอาบน้ำฟอกตัวจนหอมกรุ่นไปได้ไม่กี่นาที นึกอยากลากคนตัวเล็กเข้าไปอาบน้ำด้วยเหลือเกิน แต่ก็กลัวว่าจะเลยเถิด ทว่าเมื่อโผล่ออกมาเห็นหญิงสาวยืนหลังโชว์เนียนๆ อยู่แบบนั้น เลือดลมในกายเขาก็วิ่งพล่านราวโดนไฟฟ้าแรงสูงกระหน่ำซ็อต

แพรนภัส เธอนี่มัน ฮึ่ม! น่าฟัดสุดๆ เขาคาดโทษหญิงสาวหุ่นน่าฟัดไว้แล้วรีบเร่งเข้าไปจัดการตัวเองให้เสร็จสรรพ

วิลเลียมเดินออกมาจากห้องน้ำในสภาพผ้าเช็ดตัวพันกาย หยดน้ำเกาะพราวทั่วร่าง แต่เขากลับรู้สึกว่าร่างกายมันร้อนรุ่มเมื่อเดินเข้าใกล้หญิงสาวมากขึ้นเรื่อยๆ ร่างสูงใหญ่เดินมายืนซ้อนหลังโดยที่หญิงสาวไม่ทันได้รู้ตัว เขาผ่อนลมหายใจสะดุดเป็นห้วงๆ ไม่นานมือใหญ่สอดรวบเอวคอดไว้ พร้อมทั้งทาบริมฝีปากร้อนผ่าวทั่วเนินไหล่เนียนนุ่มไล้ขึ้นไปหาซอกคอหอมกรุ่น เขารับกับตัวเองแล้วว่าเริ่มหลงใหลหญิงสาวทั้งที่ไม่เคยเกิดความรู้สึกเช่นนี้กับใครมาก่อน เขาต้องการเธอ

“แพรนภัส” วิลเลียมครางเสียงแหบพร่า ลิ้นอุ่นเริ่มทำหน้าที่สร้างความวาบหวามแก่คนร่างเล็ก แพรนภัสยืนตัวเกร็งตกใจกับการเข้าถึงเนื้อตัวแบบรวดเร็วของเขา ยิ่งมือใหญ่ลูบวนลากไล้แล้วสอดหายเข้าไปใต้ผ้าห่มสัมผัสเนื้อแท้ของเธอทั่วกายสาวก็ยิ่งปั่นป่วนร้อนวูบวาบราวยืนอยู่กลางกองเพลิง ทั้งที่ขณะนี้เรือนร่างของเธอหาได้ถูกอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงไม่ แต่ถูกโอบรัดด้วยชายหนุ่มรูปหล่อที่ยากจะหาใครเปรียบได้นั่นต่างหาก มิหนำซ้ำเขายังทำให้เธอควบคุมร่างกายตัวเองไม่ได้เลย ในช่วงที่ต้องอิงแอบแนบชิดกับเขา

“อย่า ปล่อยฉัน คุณแฟรงค์” แต่คำห้ามปรามของหญิงสาวก็พลันหายไปจนหมดสิ้น เมื่อริมฝีปากร้อนประทับลงบนเรียวปากหวาน พร้อมกันนั้นมือใหญ่ก็จัดการกระตุกผ้าห่มลงไปกองแทบเท้าของร่างบาง

“นี่!” แพรนภัสส่งเสียงได้เท่านั้นจริงๆ เมื่อถูกกระหน่ำจูบแบบไม่ลืมหูลืมตาจากริมฝีปากนุ่มก็วนไปทั่วสองแก้มเลยไปถึงซอกคอขาวที่หญิงสาวไม่รู้ว่าเขาจะชื่นชอบอะไรนักหนากับผิวเนื้อบนร่างกายเธอที่แดงช้ำไปหมดแล้ว

“คุณ...คุณแฟรงค์ ไม่นะ ปล่อยฉัน” น้ำเสียงห้ามนั่นแผ่วพลิ้ว จนคนฟังขยับมุมปากเผยยิ้มชอบใจเมื่อร่างสาวระทดระทวยอยู่ในวงแขนของเขา ทั้งที่หญิงสาวประกาศกร้าวอยู่เมื่อครู่ว่าไม่มีทางยอม

“อย่าห้ามผมเลย ผมต้องการคุณ” หนุ่มหล่อกระหายใคร่รักกระซิบขอเสียงต่ำลึก เคลื่อนใบหน้าขึ้นมาสบตากับนัยน์ตาฉ่ำหวาน ร่างบางส่ายหน้าปฏิเสธอย่างเว้าวอน เรี่ยวแรงก็มีไม่มากพอจะผลักไสเขา

“นะทูนหัว” เขาเอ่ยย้ำพร้อมกดริมฝีปากได้รูปแนบเคล้ากับกลีบปากหวาน ฝ่ามือร้อนก็ลูบไล้ตามผิวเนื้อเนียนนุ่มมืออย่างเว้าวอนว่าเขาต้องการเธอ

“คุณแฟรงค์ ฉะ...ฉันอยากอาบน้ำมากกว่า” ร่างบางพร่ำบอกหวังให้เขาหยุดสิ่งที่กระทำอยู่ด้วยกายสะท้านสั่นอย่างอ่อนแรงจนต้องอาศัยอิงร่างแกร่งไว้ไม่ให้ล้มพับไปกองแทบพื้น

“แต่ผมอยากรักคุณ ทูนหัว” หนุ่มหล่อค้านเสียงพร่าประทับริมฝีปาก จูบเม้มทั่วซอกคอหอมกรุ่นพร้อมทิ้งรอยรักฝากไว้ ริมฝีปากได้รูปเผยยิ้มเล็กน้อยเมื่อร่างกายของหญิงสาวสะดุ้งและเอียงอายได้อย่างน่ารักน่าชัง

“ยังกลัวผมอยู่อีกหรือ ทูนหัว” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยถามพร้อมสัมผัสแผ่วเบาเพื่อปลอบโยนร่างสาวที่สั่นเทิ้มด้วยจุมพิตอ่อนโยนข้างซอกหูนุ่ม ซึ่งเขารู้ดีหากหญิงสาวถูกจู่โจมที่ตรงนี้เมื่อไหร่เธอจะยินยอมพร้อมใจเดินทางไปกับเขา คนเจ้าเล่ห์จงใจอ้อยอิ่งส่วนตาคมก็แพรวพราวเป็นพิเศษเมื่อได้รับเสียงครวญครางจากหญิงสาว

“อื้อ! คุณแฟรงค์ อย่าค่ะ ฉันจั๊กจี้” ร่างบางร้องห้ามเสียงแผ่วพลิ้ว หดคอเกร็งสะท้าน

“ไม่น่าจะใช่นะ” เขาเย้ากลับเพราะเข้าใจดีว่าหญิงสาวไม่ได้รู้สึกเช่นนั้น คนเจ้าเล่ห์ได้ทีเลยแกล้งใหญ่

“ชะ..ใช่ค่ะ ฉัน อ๊ะ! ” พูดไม่ทันจบซอกหูนุ่มของเธอก็ถูกริมฝีปากร้อนขบเม้มยิ่งทำให้เธอสยิว

“บอกแล้วว่าไม่ได้จั๊กจี้” คนร่างใหญ่กระซิบชิดมุมปากเผยรอยยิ้มบางเบาทว่าก็ยังกลั่นแกล้งหญิงสาวไม่หยุด ทำให้แพรนภัสได้แต่ดิ้นพล่านราวกับถูกไฟลน สองมือเล็กผลักไสไล่ทุบทั่วแผ่นหลังกว้างแต่เขากลับไม่สะดุ้งสะเทือนเลยสักนิด

“คุณแฟรงค์ คุณแฟรงค์ อย่า! พอแล้ว พอแล้ว อย่าแกล้งกันอีกเลย” เสียงหวานใสร้องห้าม ร่างทั้งร่างสะท้านไหวจนยืนหยัดร่างแทบไม่ได้ จึงเอื้อมมือเกาะเกี่ยวบ่าแกร่งไว้แน่น นึกโมโหที่ถูกเขารู้จุดอ่อน แต่สักวันเถอะเธอจะหาทางเอาคืนเขาบ้างทั้งๆ ที่รู้ว่าเธอไม่มีวันสู้ผู้ชายคนนี้ได้เลย

“งั้นก็ให้ผมรักคุณนะ ทูนหัว” เขาออดอ้อน มองลึกลงไปในนัยน์ตาฉ่ำปรือของหญิงสาว โน้มตัวลงไปแนบจุมพิตบนเปลือกตาคู่สวย เคลื่อนหาหน้าผากมนแล้วหันกลับมาสบตากับหญิงสาวอีกครั้งอย่างเว้าวอน

“มะ..ไม่ค่ะ คุณ เอ่อ คุณรักฉันไปแล้ว” คนร่างเล็กเมินสายตาหลบด้วยใจวาบหวิว พยายามเบี่ยงตัวออกจากอ้อมกอดของเขา แต่กลับถูกอ้อมแขนใหญ่ช้อนอุ้มแล้วตรงไปยังเตียงนุ่ม

“คุณแฟรงค์ ไม่นะ คุณไม่ฟังกันบ้างเลย พะ...พอแล้ว คุณรักฉันไปครั้งหนึ่งแล้วนะ” ร่างบางประท้วงหน้าซีดสลับแดงเมื่อแผ่นหลังแตะพื้นที่นอนนุ่มและก็ถูกชายหนุ่มปลุกเร้าทั้งมือทั้งปากอย่างแสนร้าย เธอกำลังต้านทานแรงปรารถนาของไม่ไหว เขาไม่ใช่เทพบุตรที่หล่อเหลา แต่เป็นพ่อมดที่แสนเจ้าเล่ห์และมีเวทมนตร์อย่างเหลือร้าย แล้วพ่อมดเจ้าเล่ห์กำลังทำให้เธอลุ่มหลงกับสัมผัสวาบหวามนี่ แพรนภัสส่ายสะบัดศีรษะไปมาเพื่อขับไล่ความร้อนรุ่มที่จู่โจมเข้าหาร่างกาย

“ยอมให้ผมรักคุณดีๆ ดีกว่านะแพรนภัส เพราะผมไม่อยากใช้กำลังกับคุณ รู้บ้างไหมว่าคุณหอมไปทั้งตัว ผิวเนียนนุ่มนี่ก็น่ากัด น่าฟัดมากที่สุด ครั้งเดียวจะไปพออะไรล่ะทูนหัว” พ่อมดเจ้าเล่ห์อย่างคุณวิลเลียมไม่พูดเปล่าแต่ลงมือแสดงเพื่อตอกย้ำว่าร่างกายหญิงสาวน่าฟัดน่ากินมากแค่ไหน ทว่าคนที่ได้รับคำชมนี่เสียอีกที่อยากหนีตายไปเสียตอนนี้ เพราะความร้อนที่แนบชิดมันทำให้เธอทั้งหวาดผวาทั้งอยากรู้ว่ามันจะทำอะไรเธออีก ความเจ็บปวดปนความซ่านเสียวมันยังตราตรึงให้จดจำอยู่มิคลาย

“คุณแฟรงค์ พอได้แล้ว อย่ารังแกฉันอีกเลย” เสียงห้ามปรามดูจะไม่หนักแน่นนัก เมื่อมันไม่อาจหยุดยั้งคนร่างใหญ่ได้เลยเมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวยังคงแตะแต้มทั่วร่างเนียนนุ่มและหอมกรุ่นไม่เหมือนใคร

“ไม่พอหรอกที่รัก บอกแล้วไงทูนหัวว่าครั้งเดียวไม่เคยพอสำหรับผม” วิลเลียมกระซิบชิดกลีบปากหวานแล้วมอบจุมพิตอ่อนละมุนให้กับร่างสาว

“คุณมันบ้า ลามกที่สุด” เสียงหวานต่อว่า สองมือเล็กยกขึ้นผลักไสและทุบไปมาบนไหล่กว้าง

“ก็เพราะคุณไง แพรนภัส ที่ทำให้ผมนึกอยากแต่จะทำแบบนี้กับคุณทั้งวันทั้งคืน แล้วถ้าคุณไม่ยืนโชว์หลังให้ผมเห็น ผมคงไม่กระโจนใส่แบบนี้หรอก ทูนหัวนั่นแหละที่ผิด ผิดที่ยืนยั่วผม” เสียงทุ้มค้านอย่างไม่ยอมรับข้อกล่าวหา แต่เพิ่งจะรู้ว่าเป็นคนมีความต้องการทางเพศสูงก็ตอนที่ได้เห็นหน้าแม่หัวขโมยร่างเล็กคนนี้แหละ

“คุณกล่าวหาฉัน” หญิงสาวเถียงหน้าแดงตัวแดงเถือก แล้วต้องสั่นสะดุ้งเมื่อร่างกำยำเบียดเข้ามาแนบสนิท

“ก็บอกแล้วไงว่าผมต้องการรักคุณ” ชายหนุ่มยิ้มกริ่มก่อนเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มบาดใจ ไม่นานนักทุกอย่างก็เกิดขึ้นเพราะความเอาแต่ใจของชายหนุ่มที่แพรนภัสไม่สามารถจะทัดทานเขาได้เลย

เมื่อพายุรักที่โหมกระหน่ำสงบลงชายหนุ่มก็พลิกร่างลงนอนคว้าเอาร่างบอบบางของหญิงสาวขึ้นมาก่ายเกยอยู่บนอกแกร่งแต่แพรนภัสขืนตัวไว้ “อย่าดื้อ แพร” เสียงของวิลเลียมครางฮึ่มอย่างขัดใจที่หญิงสาวไม่ยอมตามใจเขา ทั้งที่เขาไม่เคยเลยสักครั้งที่จะยอมให้ผู้หญิงคนไหนมานอนอิงซบในช่วงที่เขาหาความสำราญเสร็จสิ้นเช่นนี้

“คุณก็ปล่อยฉันสิ ฉันเหนื่อยนะ” เสียงหวานต่อว่าอ้อมแอ้ม ปวดเมื่อยร่างกายใช่ย่อย ผิดจากชายหนุ่มนักรักอย่างวิลเลียมนักที่ยิ้มกริ่มรู้สึกชุ่มฉ่ำหัวใจและร่างกายก็สดชื่นที่ได้ออกกำลังในช่วงเวลานี้

“ทูนหัวต้องฝึกไว้ เพราะผมไม่เคยอิ่มกับบทรักแค่ครั้งสองครั้งเท่านั้น” เสียงทุ้มเข้มเปรยขึ้น มือใหญ่ช้อนปลายคางมนที่ก้มมุดหนีเข้าหาอกกำยำเพราะอับอายให้เงยขึ้นสบตา

“ตกลงนะทูนหัว” จบคำพูดได้ไม่นานคนร่างบางยังไม่ทันจะตอบรับหรือบอกปฏิเสธพายุรักก็โหมกระพือขึ้นอีกรอบ แพรนภัสร้องห้ามเสียงหลงทว่าคนที่อยากรักอยากฟัดก็หาได้สนใจไม่ ไม่นานเพลงรักก็กระหน่ำเข้าหาร่างเล็กที่นอนระรดระทวยอย่างไม่รู้จะต่อต้านคนบ้าพลังได้อย่างไร จวบจนร่างกายเธอเข้าสู่ห้วงนิทรารมย์ไปนั่นแหละ เขาถึงได้หยุดตักตวงความสุขจากเรือนร่างของเธอ

“แค่นี้ก็หมดแรงแล้วหรือทูนหัว” คนพลังเยอะเปรยเบาๆ เมื่อเจ้าของร่างเนียนนุ่มชิ่งนอนหลับไปเสียก่อน นิ้วเรียวยาววาดไล้แผ่วเบาบนสองแก้มนุ่มก่อนประทับจุมพิตอ่อนโยนบนหน้าผากมน

“ตื่นนอนมาเมื่อไหร่ เดี๋ยวต้องจัดการปราบอีกสักนิด เตรียมตัวไว้นะทูนหัว” เขาคาดคิดก่อนพยายามหลับตานอนพักเอาแรงตามร่างแน่งน้อยที่หลับอุตุไม่สนใจจะฟังคำคาดโทษสักนิด มือใหญ่กอดกระชับร่างบางให้แนบแน่นมากขึ้น แอบสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ ของผมยาวสลวยเข้าเต็มปอด พยายามข่มอารมณ์ที่พลุ่งพล่านจนแทบยั้งไม่ไหวจึงผละห่างลุกขึ้นไปชำระล้างร่างกายแทนการนอนคลุกเคล้าอยู่กับหญิงสาว ไม่นานก็ลงไปสั่งงานกับคนสนิท รวมทั้งแม่บ้านให้จัดเตรียมอาหารไว้เพราะวันนี้เขาขอลางานสักวันเถอะ แล้วกลับขึ้นมานอนกอดคนร่างเล็กข่มตาหลับตามคนในอ้อมกอดไปในที่สุด

 

ภายในห้องพักโรงแรมของแอลล่า หญิงสาวก็กำลังยืนทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่ หลังจากที่เธอตื่นขึ้นมาและรีบจัดการทำธุระส่วนตัวเพื่อออกไปทำงานเพราะไม่อยากเจอหน้านายยักษ์บ้า รวมถึงโปรแกรมอยู่เที่ยวต่อก็เป็นอันต้องล้มเลิกก็เพราะคนที่บุกเข้ามาปล้นความสาวของเธอแบบหน้าตาเฉยและตอนนี้ก็กำลังยืนทำหน้ายักษ์ใส่เธอราวกับเป็นพ่อก็ไม่ปาน

“จะไปไหน” เสียงเข้มที่เอ่ยขึ้น ทำให้แอลล่าชะงักเล็กน้อย

“ถามแล้วไม่ตอบ แสดงว่าอยากโดนแบบเมื่อคืนอีก ใช่ไหม” กาคิมขู่พลางหรี่ตามองนางแบบสาวเล็กน้อย แล้วก้มมองนาฬิกาและมันเลยเวลาทำงานมากแล้วแต่เมียสาวยังออกอาการพยศให้เห็น

“ไปทำงาน” แอลล่ากระชากเสียงตอบ

“งานอะไร” กาคิมย้อนถามเสียงเข้ม แม้จะรู้ว่าหญิงสาวจะไปทำงานอะไร

“ไปถ่ายแบบไง นี่นายยักษ์ขอถามหน่อย นายจะมายุ่งวุ่นวายกับฉันทำไม สิ่งที่อยากได้ ก็ได้ไปแล้วนี่ แต่รับรองนะ คนอย่างฉันไม่ร้องไห้เรียกร้องให้นายรับผิดชอบแน่ ออกไปจากห้องฉันได้แล้ว” แอลล่าเดินเข้ามาประจันหน้าต่อว่าด้วยเสียงขุ่นพร้อมทั้งออกปากไล่ แม้ในส่วนลึกก็แอบดีใจไม่น้อยที่ได้พบกับผู้ชายร่างใหญ่ยักษ์ปากร้ายคนนี้อีกหลังจากรู้ความจริงว่าทีแท้อีตายักษ์บ้านี่เองที่เอากระเป๋ามาคืนเธอ

“ยุ่งกับเมียผิดตรงไหน” กาคิมอ้างแล้วหันไปติดกระดุมเสื้อหลังคว้าเอาเสื้อตัวเดิมขึ้นมาสวม

“ฉันไม่ใช่เมียนาย” แอลล่าโต้กลับเสียงห้วน หน้าสวยแดงระเรื่ออย่างไม่รู้ตัวแต่คนที่เฝ้ามองอยู่ก็ยิ้มด้วยความชอบใจ

“แน่ใจ แล้วเมื่อคืนเราทำอะไรกันล่ะ หรือว่าจะยอมเสียความบริสุทธิ์ให้ผมฟรีๆ” กาคิมย้อนถามเสียงเย็น เขาไม่มีวันปล่อยให้เธอไปถ่ายแบบชุดว่ายน้ำอวดตาใครต่อใครอีกแล้ว งานนี้ต้องเป็นงานสุดท้าย

“ฮึ! ให้ทานคนที่หิวโซไงล่ะ” หลังจากพูดจบ กาคิมกระชากหญิงสาวเข้ามาปะทะอกกว้างแล้วบดจูบอย่างดุดันลงโทษที่บังอาจว่าเขาเช่นนั้น แม้จะหิวก็เถอะ แต่เขาก็หิวกระหายเนื้อตัวของเธอคนเดียวเท่านั้น

“ฮื้อ! นายยักษ์” แอลล่าผลักร่างใหญ่ออกห่างหลังจากเขาถอนจูบออกไป มือเรียวยกขึ้นเช็ดริมฝีปากราวกับรังเกียจ กาคิมมองดูด้วยความโกรธ

“รังเกียจจูบผมหรือไง แอลล่า!” กาคิมตะคอกถามเสียงเข้ม กระชากร่างเพรียวสวยเข้ามาชิดอีกครั้งแล้วกระแทกจุมพิตลงบนเรียวปากอิ่ม แอลล่ายกสองมือรัวไปบนไหล่กว้าง แล้วค่อยๆ เปลี่ยนเป็นโอบรอบลำคอหนาไว้แทนเมื่อรสจูบแปรเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลอ่อนหวาน

“ว่าไง คุณรังเกียจจูบผมหรือเปล่า” กาคิมถามเสียงกระเส่าชิดปากอิ่ม มือหนาเชยคางเรียวมนขึ้นสบตา แอลล่าสะบัดหน้าหนี นึกโกรธตัวเองที่ยอมให้เขาล่วงเกิน แล้วเธอยังโอนอ่อนตามนายยักษ์ไปอย่างง่ายดาย

“แอลล่า” กาคิมครางพ้อ ปากหนาประทับลงบนริมฝีปากบางอิ่มเอิบอีกครั้งอย่างอ่อนโยน แต่แฝงความเว้าวอนอยู่ในที

“ปละ..เปล่า ว่าแต่นายจะจูบจนฉันขาดใจตายเลยหรือไง แล้วถ้าปากฉันบวมขึ้นมาฉันก็ทำงานไม่ได้น่ะสิ แถมตัวฉันยังเป็นรอยเพราะปากของนายเต็มไปหมด” แอลล่าต่อว่าด้วยเสียงฉุนๆ หลังจากที่เธอสำรวจร่างกายตัวเองแล้วมีร่องรอยฝากไว้เกือบทั่วตัว

“เรื่องแค่นี้เอง ไม่เห็นต้องคิดมากเลย” กาคิมบอก โน้มตัวแอบจุมพิตแก้มนุ่มไปฟอดใหญ่

“ไอ้บ้า! นายนี่มัน เหอะ! ฉันไม่รู้จะด่านายว่าอะไรดีมันถึงจะซึมเข้าไปสู่เส้นเลือดความหน้าด้านหน้าทนของนาย ปล่อยฉันได้แล้ว” เมื่อได้เห็นหน้าตายียวนของชายร่างยักษ์ที่โอบกอดเธออยู่ จนเธออดหมั่นไส้ไม่ได้

“ไม่ปล่อย เราต้องตกลงกันก่อน วันนี้คุณจะไปถ่ายแบบชุดว่ายน้ำใช่ไหม” กาคิมถามเสียงเรียบ ทิ้งสายตาคมดุไว้ที่หน้าเนียนเพื่อบังคับให้คนในอ้อมกอดตอบคำถามของเขา แอลล่าดิ้นฮึดฮัดอย่างขัดใจ

“ว่าไง ฮันนี่” กาคิมถามย้ำแอบกดจมูกโด่งหอมแก้มนุ่มอีกครั้ง

“ก็รู้แล้วยังจะถาม ประสาทหรือเปล่า นายยักษ์” เธอโต้กลับแบบยียวน ผลักใบหน้าคมเข้มออกห่าง

“ก็ดีตอบแบบนี้ ผมคิดว่าคงต้องลงโทษคุณแบบเมื่อคืนอีกสักรอบสองรอบก่อนดีไหม จะได้หายปากดีซะที” กาคิมขู่ แล้วลากมืออ้อมไปรูดซิปชุดเกาะอกแสนสั้นของนางแบบสาว

“อย่านะ ฉันจะไปทำงานแล้ว แล้วอีกเดี๋ยวยายแพรก็มาตามฉันแล้วด้วย ปล่อยนะนายยักษ์” แอลล่ารีบละล่ำละลักตอบมือเรียวดันแผงอกกว้าง

“คุณแพรนภัสไม่มาทำงานให้คุณอีกแล้วฮันนี่” กาคิมตอบยิ้มๆ แอลล่ามองกลับตาโตด้วยความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับแพรนภัสหรือไม่

“นายหมายความว่าไง พวกนายทำอะไรผู้จัดการส่วนตัวของฉัน”

“ผมไม่ได้ทำ แต่เจ้านายผมทำ” กาคิมบอกสีหน้าเรียบนิ่ง

“เจ้านาย! แอลล่าสาวอุทานเสียงหลง จ้องหน้านายยักษ์อย่างเอาเรื่อง นี่คนพวกนี้ทำกันเป็นกระบวนการเลยหรือไง สงสัยจะบ้ากันทั้งก๊ก

“ใช่ ตอนนี้คุณแพรนภัสอยู่กับเจ้านายผม บังเอิญว่าเจ้านายผมเกิดถูกใจผู้จัดการของคุณไงล่ะ ฮันนี่ แล้วเจ้านายผมก็เลยเอาตัวไปก็แค่นั้นเอง ไม่มีอะไรมาก” เสียงทุ้มต่ำของบอดี้การ์ดรูปหล่อเอ่ยบอกด้วยท่าทางไม่ทุกข์ร้อนใดๆ ทั้งสิ้น

“ป่าเถื่อนที่สุด! พวกคุณเป็นใครกัน นึกอยากจะทำอะไร อยากจะฉุดใครก็ทำ ไม่ได้เกรงกลัวกฎหมายบ้างเลยหรือไง” แอลล่าตวาดใส่ หน้าสวยแดงก่ำ ยิ่งนึกห่วงความปลอดภัยของแพรนภัสมากขึ้น

 “ป่าเถื่อนอะไรกัน ก็แค่เจ้านายผมชอบคุณแพรนภัส แล้วก็เชิญตัวไปแค่นั้น เหมือนที่ผมชอบคุณไงฮันนี่ ผมก็เลยจัดการทำให้คุณเป็นของผม ด้วยวิธีของผม ง่ายจะตาย” กาคิมตอบกลับพร้อมไหวไหล่ จากหน้านิ่งก็ยิ้มหน้าระรื่นจนคนที่ได้ฟังถึงกับโกรธจัด

“อ๋อ! งั้นเหรอ งั้นถ้านายแล้วก็เจ้านายผู้สูงส่งของนายเกิดไปชอบผู้หญิงอีกเป็นสิบเป็นร้อยคน พวกนายมิต้องไปดักฉุด ดักปล้ำกันทุกคนเลยหรือไง ไอ้พวกผู้ชายเห็นแก่ตัว” แอลล่าบอกด้วยเสียงประชดประชัดแล้วยกมือเรียวผลักร่างใหญ่ยักษ์ที่กำลังเผลอออกห่างด้วยความโมโห

“อืม ก็ต้องงั้นสิ ก็ชอบซะอย่างจะให้ไปจีบน่ะหรือ ผมคิดว่ามันเสียเวลาเปล่าๆ สู้ใช้วิธีผมดีกว่า ง่าย รวดเร็ว ทันใจดีด้วยโดยเฉพาะร่างกายอวบอิ่มของคุณ” บอดี้การ์ดหนุ่มตอบกลับแบบหน้าตาย ไหล่กว้างยกขึ้นอย่างไม่แยแส

“ไอ้ทุเรศ! คอยดูนะ ฉันจะไปแจ้งตำรวจข้อหาข่มขืน กักขังหน่วงเหนี่ยว” นางแบบสาวขู่ฟ่อ

“กล้าแจ้งตำรวจมาจับผัวตัวเองเลยหรือ เมียรัก” กาคิมถามย้อนกลับหมุนตัวเดินไปนั่งบนโซฟาเรียบหรูโดยไม่ลืมคว้านางแบบสาวลงไปนั่งด้วย

“ไอ้ยักษ์! ปล่อยฉัน!” แอลล่าตวาดแว้ด

“ก็หรือไม่จริง เมื่อคืนผมไม่ได้ข่มขืนคุณเลยสักนิด เราสองคนต่างก็สมยอมด้วยกันทั้งคู่ หรือลืมไปแล้ว”  กาคิมกระซิบบอกแล้วใช้จมูกโด่งซุกไซ้ซอกคอระหง

“หยุดเดี๋ยวนะ นายไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับร่างกายของฉันอีก แล้วรีบออกไปจากห้องฉันได้แล้ว เชิญนายไปฉุดใครต่อใครได้เลย แล้วอย่ามายุ่งกับฉันอีก” พูดจบก็สะบัดหน้าใส่ ไม่รู้เช่นกันว่าโกรธที่เขาจะไปฉุดผู้หญิงคนอื่นหรือโกรธที่ตัวเองสมยอมอย่างที่นายยักษ์กล่าวหากันแน่

“หึงเหรอ” กาคิมเอ่ยถามพร้อมยิ้มเจ้าชู้ คิวเข้มเลิกขึ้นสูง

“ไม่ใช่! นางแบบสาวเถียงกลับหน้าร้อนผ่าว

“จริงเหรอ มีคนพูดไว้ว่าผู้หญิงมักจะตอบอะไรที่ตรงข้ามกับหัวใจเสมอ” กาคิมลากเสียงถามสีหน้าเรียบเฉยแต่แววตาตาคมกริบกำลังจ้องจับผิดผู้ร้ายปากแข็ง

“อย่ามาทำเป็นรู้ดี ออกไปจากห้องฉันได้แล้ว” แอลล่าโต้กลับเสียงเขียว รู้สึกหัวใจจะเต้นไม่เป็นปกติเมื่อใบหน้าหล่อเข้มของนายยักษ์โน้มเข้ามาใกล้

“ชอบไล่กันเหลือเกิน สงสัยผมต้องจับคุณไปขังไว้บนเกาะร้างสักเดือนสองเดือนจะได้อบรมบ่มนิสัยเสียใหม่ อย่างแรกเลยที่ต้องอบรมคือการพูดจาดีๆ กับผัวตัวเอง สองวิธีปรนนิบัติผัวเวลาอยู่บนเตียง แต่ว่าข้อสองนี่ ผมถือว่าคุณเกือบสอบผ่านแล้วละ ฮันนี่” กาคิมพูดขึ้นลอยๆ ทว่าแอลล่ารีบหันมองด้วยความตกใจ

“หือ อยากไปอยู่เกาะร้างหรือไงฮันนี่ จ้องผมตาเป็นมันเชียว” กาคิมกระเซ้ากลับพร้อมรอยยิ้มเจ้าชู้ได้ใจ

“เชอะ! ไอ้คนหลงตัวเอง แล้วอย่าได้คิดทำอะไรบ้าๆ กับฉันนะ” แอลล่ากระถดร่างหนี สายตาจ้องมองนายยักษ์อย่างระแวดระแวง

“ไม่บ้าเลย ก็เมียนิสัยไม่ดีชอบเถียง ปากก็ร้ายกาจ มันก็ต้องส่งไปอบรมกันซะบ้าง แล้วรู้ไหมฮันนี่ที่เกาะนั่นน่ะมีแต่พวกผู้ร้ายเดนตายแล้วก็หิวโซกันทั้งนั้น” กาคิมขู่เมื่อนางแบบสาวยังไม่มีท่าทางอ่อนข้อให้

“นายยักษ์! ฉันไม่ใช่เมียนาย” คนไม่อยากมีสามีตะโกนใส่หน้าแต่สองแก้มของเจ้ากลับรู้สึกวูบวาบ

“ผมบอกว่าใช่ก็ใช่สิ แอลล่า! เอาละคุณฟังผมอย่างเดียว เราเสียเวลามามากแล้ว ผมจะให้คุณไปถ่ายแบบชุดว่ายน้ำก็ได้ แต่ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย แล้วก็อย่าคิดขัดคำสั่งห้ามของผม ไม่งั้นเราสองคนได้เห็นดีกันแน่ ผมมีเงินเลี้ยงคุณก็แล้วกัน” เสียงเข้มของนายยักษ์ข่มขู่ด้วยหน้าตาเอาจริง

“มันจะมากไปแล้วนะ อย่าเอาเงินมาขู่ฉัน เพราะฉันมีปัญญาหาเงินเองได้” แอลล่าเถียงกลับหน้าดำหน้าแดง ไอ้ยักษ์บ้า คิดว่าเธอเป็นพวกหิวเงินหรือไง

“แล้วจะเอายังไง อยากไปทำงานหรืออยากไปอยู่เกาะ เลือกเอาว่าจะถ่ายครั้งนี้หรือจะไม่ต้องถ่ายกันเลยสักครั้ง ผมจะได้จับคุณไปอยู่เกาะซะ ไม่ต้องออกมาพบเจอใครเลย เลือก!” กาคิมตะคอกใส่เสียงเข้มอย่างนึกฉุนเพราะเสียเวลามามาก ไม่ชอบใจเลยที่ต้องมานั่งถกเถียงกันอยู่แบบนี้ ตอนนี้เขาควรกลับไปทำงานได้แล้ว หลังโทรสอบถามกับสตีฟแล้วพบว่าโรงแรมที่กำลังจะเปิดตัวเกิดปัญหา แล้วมีเรื่องแหล่งกบดานของไอ้พวกหมาลอบกันนั่นอีก เขาต้องรีบไปช่วยคุณแฟรงค์จัดการพวกมันให้สิ้นซาก

“ไอ้ยักษ์บ้า!” เมื่อถูกขู่เอาๆ แอลล่าเข่นเขี้ยวใส่ หน้าสวยเฉียวบ่งบอกว่าไม่สบอารมณ์อย่างชัดเจน แต่กลับทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้

“ยังไม่เลือกอีก อยากไปอยู่เกาะหรือไง” เสียงทุ้มต่ำกล่าวย้ำ ตาคมดุหรี่มองอย่างบีบบังคับ

“ก็ได้ๆๆ” นางแบบสาวตอบอย่างจำยอมแต่แอบมองค้อนตาเขียว

“ก็แค่เนี้ย ทำเป็นเรื่องมากอยู่ได้ แล้วผมจะให้ลูกน้องตามประกบห้ามคิดหนีเป็นอันขาด ไม่งั้นคุณได้ไปนอนอาบแดดบนเกาะแน่” กาคิมขู่หน้าตาจริงจังทำให้นางแบบสาวชักเริ่มหวั่น ก่อนนายยักษ์ของเธอจะเดินออกไปจากห้อง แอลล่ารีบถลาจะไปปิดประตูห้องพักตามหลังเพราะกลัวนายยักษ์จะย้อนกลับมา ทว่ากลับมีชายร่างใหญ่ไม่แพ้นายยักษ์แทรกตัวเข้ามา แอลล่าถอยหลังพรืดด้วยความตกใจ

“อะ...ออกไปนะ” นางแบบสาวออกปากไล่เสียงตะกุกตะกัก นึกโกรธนายยักษ์ที่เดินลิ่วๆ จากไปไม่แนะนำให้เธอได้รู้จักคนพวกนี้บ้างเลย แล้วถ้าหากไม่ใช่คนที่นายยักษ์ส่งมาเฝ้าเธอจะทำยังไง

“ออกไปนะ ฉันจะร้องให้คนช่วยจริงๆนะ” แอลล่าขู่ฟ่อๆ

“เชิญคุณผู้หญิงออกไปทำงานดีกว่าครับ โปรดไว้ใจผมเถอะครับ” ชายร่างใหญ่ในชุดสูทสีดำมาดขรึมพูดขึ้น แล้วผายมือเชื้อเชิญให้นางแบบสาวออกไปทำงาน แอลล่าแม้อยากจะหวีดร้องเพราะขัดใจแต่กลับไม่กล้าเสี่ยงเพราะกลัวนายยักษ์จับไปอยู่เกาะตามคำขู่ ได้แต่เดินไปคว้ากระเป๋าแล้วเดินนำลูกน้องนายยักษ์ไป


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha