รอยตราทาสหัวใจ

โดย: 6565BOOK



ตอนที่ 0 : บทนำ


ตอนต่อไป

“เฮ้ยดาริน แกมางานเลี้ยงรุ่นด้วยเหรอ”

“อ้าว งานเลี้ยงรุ่นทั้งทีจะพลาดได้ยังไง คิดถึงเพื่อนจะแย่อยู่แล้ว” ดารินรีบแก้ต่างให้กับตัวเอง เพราะตั้งแต่เรียนจบไปเธอก็หายไปจากการติดต่อกับผองเพื่อนไปเลย พอกลุ่มเพื่อนๆ จะนัดออกมาทีเธอก็คอยแต่บ่ายเบี่ยงตลอด เป็นเวลาหนึ่งปีเต็มที่หญิงสาวได้เริ่มต้นการทำงาน หลังจากที่พยายามร่ำเรียนมาจนจบ

“แล้วดาคิดถึงเพื่อนทุกคนเท่ากันหมดเลยไหม?” ชนาเอ่ยถามในขณะที่พิงตัวกับกำแพง ร่างสูงยืนคุยกับเพื่อนสนิทที่รู้จักกันมาตั้งแต่เรียนปี 1 ด้วยท่าทางสบายๆ เพราะเมื่อไหร่ที่เขาอยู่กับดาริน เขาสามารถแสดงความเป็นตัวของตัวเองโดยไม่ต้องกังวลอะไร

“ถามแปลกๆ นะ จะให้ฉันลำเอียงคิดถึงแกมากกว่าคนอื่นรึไง”

“ก็อยากให้เป็นแบบนั้นอยู่เหมือนกัน” ร่างสูงยักไหล่ทำเป็นไม่รู้สึกรู้สาอะไร แต่ใจจริงแล้วเขาอยากจะบอกกับเธอว่าใช่ เขาอยากให้เธอมองเขามากกว่าสายตาที่เพื่อนมองกัน และเขาก็มองเธอแบบนี้มานานแล้ว แต่เธอไม่เคยรู้เอง

แม้ว่าชนาจะเลิกกับแฟนไปหลายคน ทว่าความรู้สึกที่มีต่อดารินมันก็กลับเพิ่มทวีมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่เคยรู้เลยก็ตาม

“อย่ามองฉันแบบนี้สิ ขนลุกแล้วเนี่ย” ดารินทำท่าจะถอยห่างเมื่อคนที่ยืนพิงกำแพงอยู่เดินเข้ามาหาเธออย่างคุกคาม สายตาคู่นั้นจ้องมองเธอโดยไม่ยอมละไปสนใจอย่างอื่นเลย เล่นเอาดารินขนลุกซู่และไม่คุ้นเคย

“ถ้าเป็นคนอื่น มีคนหล่อๆ แบบฉันให้ท่าขนาดนี้

คงยอมถวายตัวให้ฉันไปแล้ว”

“เสียใจด้วย ฉันไม่ใช่ผู้หญิงพวกนั้น!” ดารินย้ำอย่างหนักแน่น

“นั่นสินะ” ใบหน้าหวานของชนาเจื่อนลง เขารู้สึกเจ็บแปลบกับคำพูดของเพื่อนรัก จริงๆ แล้วเขากะจะพูดเล่นกับเธอ แต่พอเผลอทีไรเป็นต้องจริงจังขึ้นมาทุกที

“ดาริน ฉันถามอะไรแกหน่อยสิ” ร่างสูงยอมกลับไปยืนพิงผนังกำแพงเช่นเคยเมื่อเห็นสีหน้าไม่ค่อยดีของเพื่อนรัก เธอคงจะหายใจลำบากหากต้องสนทนากับเขาในระยะประชิดแบบนี้

“ว่ามาสิ” หญิงสาวพูดพร้อมกับหยิบกระจกบานเล็กที่พกติดกระเป๋าสะพายขึ้นมาส่องดูความเรียบร้อยของตัวเอง

“ตั้งแต่ที่ฉันรู้จักแกมา ทำไมฉันยังไม่เคยเห็นแกมีแฟนเลยสักคน หรือว่าจริงๆ แล้วแกมีแฟนที่คบก่อนที่จะรู้จักฉัน”

“บ้าน่า คิดอะไรแบบนั้น ฉันไม่ใช่คนหลบๆ ซ่อนๆ นะ ถ้ามีฉันคงพามาแนะนำให้แกรู้จักเป็นคนแรกอยู่แล้ว เหมือนที่แกควงสาวๆ มาแนะนำให้ฉันรู้จักไง” ดารินตอบผ่านๆ ในขณะที่คนตรงหน้าเธอดวงตาลุกวาวอย่างมีความหวัง

“แล้วทำไมแกไม่มีแฟนสักที”

“เพราะฉันมีแกตามติดแจล่ะมั้ง ใครเขาจะกล้าเข้ามาจีบฉันล่ะ นี่ไม่รู้ตัวเลยเหรอว่าแกเป็นอุปสรรค์ต่อการมีแฟนของฉันมาก” ดารินอดที่จะมองค้อนอีกฝ่ายไม่ได้ พอนึกถึงเรื่องนี้ทีไรเธอก็รู้สึกเซ็งเพื่อนคนนี้ของเธอจริงๆ คอยเป็นไม้กันหมาตลอด ไม่ว่าเธอจะไปไหน จนคนทั้งคณะเขาเข้าใจผิดกันหมดแล้วว่าเธอกับเขาคบกัน

“จริงดิ!” ชนาหลุดขำกับเหตุผลของดาริน แต่หารู้ไม่ว่าความจริงแล้วที่ไม่มีใครกล้าเข้ามาจีบเธอเพราะเขาคอยกันท่าทุกคนไม่ให้เข้ามาใกล้ต่างหาก กลัวว่าจะมีใครทำให้เธอเสียใจ แต่เหตุผลที่แท้จริงแล้วเป็นเพราะเขาไม่อยากจะเสียเพื่อนคนนี้ให้ใครต่างหาก ยิ่งตอนนี้ไม่ได้เจอกันเหมือนอย่างก่อน มันยิ่งทำให้เขากระวนกระวายใจแทบทุกนาที

“เข้าไปในงานกันดีกว่า นี่ก็สายมากแล้ว แกยังพาฉันเสียคนเหมือนเดิมเลยนะชนา”

“ให้มันน้อยๆ หน่อย แกยังเคยชวนฉันโดดเรียนไปเที่ยวอยู่เลย จำไม่ได้เหรอคุณพยาบาล”

ทั้งสองเดินคุยเล่นกันอย่างสนิทสนม ขณะที่เดินเข้าไปในงาน ทันทีที่คนอื่นๆ มองเห็นทั้งสองก็เกิดเสียงแซววี้ดวิ่วดังไปทั้งงาน และมันก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว แม้ว่าดารินกับชนาจะอยู่ต่างคณะ ทว่าตึกเรียนกลับติดกัน แถมชนายังเกาะติดเธออย่างกับปลิงจนคนอื่นๆ คิดว่าเขาเรียนคณะพยาบาลศาสตร์เช่นเดียวกับเธอ ขนาดวันนี้ที่จัดงานเลี้ยงรุ่นของคณะพยาบาลเจ้าตัวก็ยังถูกโดนเชิญมาร่วมงานด้วยซะงั้น ทั้งๆ ที่เขาเรียนคณะเศรษฐศาสตร์

ทั้งคู่เป็นคู่จิ้นที่เพื่อนๆ ต่างก็เชียร์ให้ลงเอยกันสักที รอจนเรียนจบก็ไม่เห็นจะมีทีท่าว่าสองคนนี้จะปิ๊งปั๊งกันสักที อย่างไรก็ตามความหล่อเหลาของชนา บวกกับหน้าตาสะสวยของดารินก็ยังถือเป็นหัวข้อสนทนาที่ทุกคนจะนำมาแซวให้สนุกปากทุกครั้ง

กางเกงยีนส์สีดำสนิทตัดกับเสื้อสีขาวที่ใส่เหมือนวันสบายๆ ทำให้ลุคของชนาวันนี้มาแบบชิลล์เกินกว่าที่ควรจะใส่มางานเลี้ยง ผมกึ่งสั้นกึ่งยาวของชายหนุ่มปล่อยแบบเซอร์ๆ มาโดยไม่ใช้น้ำยาเซ็ตผม ส่วนดารินมาพร้อมชุดที่ดูเป็นทางการ เท้าจรดในรองเท้าส้นสูงหุ้มส้นสีขาว และร่างบางอยู่ในชุดเดรสสั้นปักลูกไม้ประดับช่วงอก ผมยาวสลวยถูกปล่อยให้เป็นอิสระ เพียงแค่รวบปลายผมน้อยๆ ไว้ข้างหลัง เผยให้เห็นใบหน้ารูปไข่ที่ตกแต่งด้วยเครื่องสำอางบางๆ ดวงตากลมโตถูกปกคลุมด้วยแพขนตายาวที่ไม่ต้องพึ่งขนตาปลอม เพราะดวงตาของเธอดูโดดเด่นที่สุดบนใบหน้า รับกับจมูกโด่งโค้งมนจรดกับริมฝีปากกระจับของหญิงสาว

ในวันนี้พวกเขาทั้งสองคนอาจจะดูต่างไปจากตอนที่เรียนด้วยกันสักหน่อย เพราะต่างก็มีอายุมากขึ้น ทว่าความสวยของดาริน และความหล่อเหลาออกแนวหวานๆ ของชนาก็ยังคงอยู่เช่นเดิม จนเป็นที่น่าจับจ้องที่สุดในงาน พอรู้ตัวว่ามาสายทั้งสองก็รีบตรงดิ่งไปยังกลุ่มผองเพื่อนที่เว้นที่ว่างไว้สองที่สำหรับพวกเขา 

“เพิ่งจบไปไม่นานตามตัวยากจังเลยนะดาริน”

“แหม เธอก็รู้ว่าพยาบาลมันยุ่งแค่ไหน ยังจะมาถามอีกนะวลี”

“ย่ะ แม่คนขยัน”

ดารินสนทนากับเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆ จากนั้นดวงตาคู่สวยก็กวาดมองหน้าเพื่อนแต่ละคนที่นั่งล้อมกันอยู่ โดยมีโต๊ะกลมตรงกลางคั่นไว้ อารมณ์เดียวกับกินเลี้ยงโต๊ะจีนก็ว่าได้ ดวงตาคู่สวยไล่มองเพื่อนทุกคน จนมาหยุดอยู่ที่คนที่นั่งตรงข้ามกับเธอ ร่างบางเพียวระหงที่มาในชุดสีพีชดีกรีเป็นถึงดาวคณะ ความสวยของคนตรงหน้าทำให้ดารินอดที่จะทึ่งไม่ได้ไม่ สมแล้วที่เจ้าตัวเคยเป็นถึงดาวคณะ

“สวัสดีสิริน” แม้ถ้อยคำจะดูห่างเหินสักหน่อย เพราะว่าเธอไม่ค่อยจะได้พูดคุยกับสิรินสักมากนัก แต่เพราะพวกเธออยู่คณะเดียวกัน ถ้าจะให้นั่งเงียบๆ ไม่ทักทายก็เห็นว่าจะเป็นการเสียมารยาทจนเกินไป

ชนาวางช้อนส้อมลงกับจานเซรามิกส์สีขาวจนเกิดเสียงดังกังวานเล็กๆ ฉุดให้ดารินหันมาไปมองอีกฝ่าย ชายหนุ่มหยุดกินก่อนจะนั่งทำหน้านิ่งอย่างไม่พอใจ พอดารินเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้เป็นอะไรจึงหันไปสนทนากับสิรินต่อ โดยหารู้ไม่ว่าคนที่นั่งข้างๆ กำลังงอนเธออยู่

“เธอยังสวยเหมือนเดิมเลยนะสิริน”

“ขอบคุณนะ แล้วดารินเป็นไงบ้าง สบายดีไหม?

“สบายดีสิ ได้เป็นพยาบาลสมใจอยากสักที”

“แล้ว...ชนาล่ะ ตอนนี้ทำงานอะไรอยู่เหรอ?พอถามดารินเสร็จสิรินจึงเอ่ยถามชนาที่นั่งอยู่ข้างๆ กับดาริน ทว่าคนถูกถามกลับนั่งนิ่ง แม้แต่หางตาก็ไม่ปรายมามองเธอ สถานการณ์เข้าสู่โหมดตึงเครียดเพราะทั้งโต๊ะเงียบสงัด อยู่ๆ ชนาก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกจากงานไปอย่างหน้าตาเฉย ปล่อยให้สิรินหน้าเสียจนเพื่อนคนอื่นๆ ต้องปลอบใจ

“ฉันจะไปลากตัวกลับมาขอโทษให้นะ” ดารินพูดจบก็ลุกขึ้นแล้ววิ่งตามชนาไปติดๆ หญิงสาววิ่งเร็วจนลืมว่ารองเท้าที่ตัวเองใส่อยู่ส้นมันสูงพอสมควร ขาเรียวยาวก้าวฉับๆ จนเผลอก้าวผิดจังหวะ เป็นผลให้เธอตกจากรองเท้าส้นสูง

“แกเป็นอะไรรึเปล่า” ชนารีบหันกลับมาพยุงร่างบาง โดยใช้แขนช้อนไปที่เอวคอดของดาริน

“ถ้าข้อเท้าไม่แพลงแกคงไม่หันมาสนใจ ปล่อยให้ฉันวิ่งตามอยู่แบบนี้ใช่ไหม?

“ไร้สาระน่า แกก็รู้อยู่ยังจะวิ่งตามมาทำไม”

ชนาพยุงร่างบาง เขาพาเธอออกไปนอกงาน แล้วดันให้นั่งลงตรงม้านั่งที่อยู่บริเวณสวนหย่อมที่ถูกจัดเล็กๆ ประดับภายนอกอาคาร ร่างสูงย้ายตัวเองมานั่งยองๆ อยู่ตรงหน้าหญิงสาว ข้อเท้าของดารินถูกมือหนาจับขึ้นมาดูอาการ ก่อนที่ชายหนุ่มจะถอดรองเท้าเจ้าปัญหาออกให้เธออย่างเบามือ

“ไม่ต้องหรอกชนา ฉันเป็นพยาบาลนะ เดี๋ยวฉันทำเอง”

“อย่ามาอวดวิชาเรียนแถวนี้ ก็เห็นอยู่ว่าตัวเองเจ็บ จะก้มหน้าลงมาทำเองรึไง หรือจะยกขาขึ้นไปทำ แต่ฉันขอเตือนนะว่าชุดสีขาวบางๆ ของเธอมันจะทำให้ฉันเห็นอะไรต่อมิอะไรบ้างแล้ว และฉันก็รับประกันได้เลยว่าฉันจะมอง”

“นี่ ทะลึ่งแล้วนะ!” มือเล็กฟาดลงที่ไหล่กว้างของเพื่อนรักแรงๆ

“โอ๊ย! ฉันช่วยเธออยู่นะ อย่ามาทำร้ายผู้มีพระคุณแบบนี้สิ”

“ไม่สน ฉันช่วยเหลือตัวเองได้ มานี่เดี๋ยวฉันทำเอง” ร่างบางขยับเท้าหนี ทว่าชนาก็ดึงเท้าเธอให้กลับมาอยู่ในตำแหน่งเดิม

“โอ๊ยยย เบาๆ สิ นี่จะช่วยหรือจะซ้ำให้เจ็บหนักกว่าเดิมกันแน่เนี่ย” ดารินทำหน้าไม่พอใจกับการกระทำห่ามๆ ของเพื่อนรักที่ดึงข้อเท้าของเธอแรงๆ แบบนี้

“เออๆ ขอโทษ จำไว้นะ ต่อให้เธอจะเป็นหมอ ถ้าเธอเจ็บฉันก็จะไม่ทิ้งเธอไปไหน ฉันจะคอยช่วยเธอจนกว่าจะหายดี และฉันสัญญาว่าจะอยู่ข้างๆ เธอแบบนี้ตลอดไป” คำพูดของชนาแฝงด้วยความนัยลึกซึ้ง ทว่าคนที่เขาแอบรักมาเนิ่นนานกลับไม่เคยเข้าใจความนัยนี้เลยสักครั้ง

“ฉันต้องซึ้งไหมเนี่ย พูดอะไรพิลึก” เสียงเล็กบอกแกมขำกับสีหน้าจริงจังของคนที่เงยหน้ามองเธออยู่

“อย่าบอกนะว่าเธอลืมสัญญาของเรา”

“สัญญา?ดารินทวนคำพูด ในหัวพยายามนึกถึงคำสัญญาที่ชนาเคยบอก

“สัญญาที่ว่าเราจะดูแลกันตั้งแต่ตอนที่แกกับฉันเรียนอยู่ปีหนึ่งน่ะเหรอ?

“ใช่ ฉันพูดจริงๆ นะ ฉันจะอยู่ดูแลแกไม่ไปไหน แล้วแกล่ะดาริน ถ้าฉันเป็นอะไรไปแกจะทิ้งฉันไหม?ดวงตาคู่คมจ้องมองใบหน้าสวยหวานอย่างคาดหวัง

“ทำไมพูดอะไรเป็นลางร้ายแบบนั้น” ดารินขมวดคิ้วเป็นปมขณะมองอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ

“ฉันแค่อยากรู้ ตอบฉันมาสิ”

“อือ ไม่ทิ้งหรอก ฉันเป็นพยาบาลนะจะให้ทิ้งใครง่ายๆ ได้ยังไงกัน”

ชนาถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไม่ว่ายังไงดารินก็เหมารวมเขากับคนอื่นๆ เสมอ เขาไม่เคยถูกเธอมองในฐานะที่พิเศษกว่าคนอื่นเลยสักครั้ง เมื่อเริ่มรู้ตัวว่าตัวเองกำลังน้อยใจไร้สาระ ชายหนุ่มก็รีบสะบัดหัวปัดความฟุ้งซ่านออก แล้วหันมาสนใจข้อเท้าที่ดูเหมือนจะบวมขึ้นมาเล็กน้อยของดารินแทน

“โอ๊ย! พอก่อนๆ ถ้าขืนให้แกช่วยมีหวังฉันคงเจ็บหนักกว่าเดิม ข้อเท้าแพลงใครใช้ให้นวดเนี่ย” ดารินถกขาหนีตอนที่มือหนานวดข้อเท้าที่แพลงของเธอ ซึ่งมันเป็นการปฐมพยาบาลที่ผิดมหันต์

“เดี๋ยวฉันจัดการเอง แกน่ะเข้าไปขอโทษสิรินหน่อยเถอะ”

“ไม่!” พอได้ยินชื่อผู้หญิงที่เคยหักอก อารมณ์ของชนาก็เปลี่ยนในทันที

“ที่แกตามฉันมาเพราะตามมาเพื่อให้ฉันไปขอโทษยัยนั่นเองเหรอ อุตส่าห์คิดว่าตามมาเพราะเป็นห่วงฉันซะอีก” พูดจบร่างสูงก็รีบยืนขึ้นแล้วทำท่าจะเดินจากไป

“เดี๋ยวก่อน แกจะไปไหน?

“เปล่าหรอก” ตอนแรกเขากะจะเดินหนีจริงๆ แต่พอเห็นว่าดารินอยู่ในสภาพที่ไม่ค่อยจะดีนัก ชนาจึงทิ้งความน้อยใจแล้วกลับมานั่งอยู่ข้างๆ เธอเช่นเดิม

“การที่สิรินปฏิเสธแกตอนนั้น แกจำเป็นต้องทำตัวห่างเหินขนาดนี้เลยเหรอ?

“อือ ความรู้สึกมันกลับมาเป็นเพื่อนไม่ได้แล้ว เลิกพูดถึงคนอื่นเถอะ ฉันไม่อยากนึกถึงเรื่องเก่าๆ”

ดารินมองหน้าเพื่อนรักที่ดูเศร้าๆ มือเล็กตบบ่าของอีกฝ่ายเบาๆ เป็นการปลอบใจ พอหวนนึกถึงวันที่ชนาโดนสิรินปฏิเสธตอนที่ไปขออีกฝ่ายคบก็อดเห็นใจไม่ได้ แต่เรื่องมันก็ผ่านมานานแล้ว ชนาคงฝังใจกับเรื่องนี้และยากที่จะกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้สินะ

“แล้วนี่จะทำยังไงต่อกับข้อเท้า มันเหมือนจะบวมแล้วนะดาริน” ใบหน้าหล่อเหลามองข้อเท้าที่บวมเบ่ง ในใจก็อดเป็นห่วงหญิงสาวไม่ได้

“ฉันว่าจะกลับไปประคบเย็นที่บ้านน่ะ เป็นแบบนี้อยู่ต่อก็คงไม่สนุกแล้ว”

“งั้นเดี๋ยวฉันไปส่งที่บ้าน” ชนาบอกพร้อมกับช่วยพยุงคนเจ็บขึ้น มือหนาที่สัมผัสผิวเนียนนุ่มของหญิงสาวทำเอาหัวใจของเขาเต้นอย่างไม่เป็นจังหวะ

“ดื่มมารึไง ทำไมหน้าแดงๆ” ใบหน้าสวยจ้องหน้าคนข้างๆ ด้วยความสงสัย

“เปล๊า! ไปที่รถกันเถอะ” ชนารีบบ่ายเบี่ยงเพราะกลัวจะโดนจับได้ว่าที่หน้าแดงไม่ใช่เพราะดื่ม แต่เพราะเขินเธอต่างหาก

เมื่อทั้งสองอยู่บนรถเรียบร้อยแล้ว ชนาก็พยายามบังคับรถให้ออกตัวไปอย่างช้าๆ หวังจะยืดเวลาให้ได้อยู่กับดารินให้ได้นานที่สุด ความมืดภายนอกบวกกับความเงียบงันภายในรถหรู ทำให้บรรยากาศดูวังเวงชอบกล จนชายหนุ่มต้องเป็นฝ่ายหาเรื่องชวนคุย

“ดาริน ฉันถามอะไรแกหน่อยสิ” ใบหน้าหล่อเหลาหันมามองร่างบาง ในขณะที่มือยังคงบังคับพวงมาลัยอยู่

ดารินขมวดคิ้วสงสัยกับความเคร่งเครียดที่กำลังแสดงบนใบหน้าเพื่อนรัก เหมือนว่าเขามีอะไรอยู่ในใจ

“มีอะไรเหรอ?

“ถ้าแกชอบใครสักคน แกจะบอกความรู้สึกของแกกับคนที่ชอบไหม?

“ถ้าเป็นฉัน ฉันต้องมั่นใจก่อนว่าคนที่จะบอกก็ต้องมีใจให้ฉันเหมือนกัน”

“แล้วแกจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเขาจะชอบแกหรือไม่ชอบแกวะ ถ้าแกยังเลือกที่จะเก็บมันไว้ในใจอยู่แบบนี้”

“ตอบยากเหมือนกันนะ” ดารินเงียบไป เธอพยายามคิดหาคำตอบนั้น ใช่ว่าเธอจะไม่เคยชอบใคร แต่ก็แค่ชอบแบบไม่ได้คิดอยากจะเป็นเจ้าของซะหน่อย เธอก็เลยไม่รู้ว่าจะตอบคำถามนี้กับชนายังไงดี

ความเงียบปกคลุมอีกครั้ง ดารินได้แต่มองใบหน้าเคร่งเครียดของเพื่อนรักเงียบๆ เธอไม่อยากจะถามอะไรต่อ เพราะถ้าหากเขามีเรื่องไม่สบายใจ ในวันที่เขาพร้อม เดี๋ยวชนาก็คงเป็นฝ่ายบอกเธอเอง

“ขอบคุณนะที่มาส่งนะ” ดารินเอ่ยยิ้มๆ

“อือ” น้ำเสียงดูเย็นชาของชนาทำให้ร่างบางที่กำลังจะเอื้อมมือไปสัมผัสหลังมือหนาถึงกับชะงัก เธออยากจะถามเขาเหลือเกินว่าเป็นอะไรกันแน่ แต่เพราะนิสัยของอีกฝ่ายดี ดารินจึงเลือกที่จะเงียบและไม่พูดอะไรต่อ

“ฉันไม่เป็นอะไรหรอก แกเข้าบ้านไปเถอะ” มือหนากุมมือเล็กไว้เบาๆ ก่อนจะปล่อยให้เป็นอิสระ

ดารินมองหน้าเพื่อนรักอีกครั้ง เมื่อแน่ใจว่าเขาไม่ยอมบอกอะไรกับเธอแน่ๆ จึงตัดใจจากคนปากแข็ง ร่างบางยืนโบกมือลาชนาที่ออกรถไปอย่างรวดเร็ว

รถแล่นในขณะที่คนขับไม่ได้มีสมาธิในการขับรถเลยแม้แต่น้อย ที่ชนาต้องเครียดหนักขนาดนี้เพราะดารินเป็นเพื่อนรักของเขามานาน และถ้าหากเขาเผลอบอกความรู้สึกของตัวเองออกไป มันมีโอกาสน้อยมากที่เธอจะชอบเขาตอบ และมีโอกาสน้อยมากที่เธอจะลองเปิดใจคบหากับเขา

ชนารู้ดีว่าในสายตาของดารินตลอดสี่ปีทีผ่านมาเธอมองเขาเป็นแค่เพื่อนเท่านั้น

แต่ถ้าลองมองกลับกัน หากเขาไม่ได้บอกความรู้สึกของตัวเองกับเธอ แล้วสักวันหนึ่งเธอต้องตกเป็นของคนอื่นโดยที่เขาไม่เคยได้ลองพยายามเลยสักครั้ง เมื่อถึงวันนั้นเขาอาจจะรู้สึกเจ็บปวดมากกว่าตอนนี้เป็นหลายเท่าแน่ๆ

ริมฝีปากบางยกยิ้มเมื่อสามารถตัดสินใจกับความลังเลครั้งนี้ได้ ชนาเลือกที่จะบอกความรู้สึกของตัวเองที่อัดอั้นมานาน ด้วยความใจชายหนุ่มจึงรีบหักพวงมาลัยรถกะทันหันเพื่อกลับไปทางเดิมที่จากมา

เขาจะต้องบอกเธอวันนี้ และเดี๋ยวนี้!

“ฉันชอบแกนะดาริน ฉันจะไม่มีวันยอมให้แกเป็นของคนอื่นอย่างแน่นอน!” ชนาย้ำกับตัวเองเพื่อเพิ่มความมั่นใจ คันเร่งถูกเหยียบจนมิดไมล์ด้วยความร้อนรน ด้วยความพะวงคิดถึงแต่หญิงสาวที่แอบรัก ทำให้ชายหนุ่มแอบลืมสังเกตไปเลยว่ามีรถพ่วงสวนมาในเลนตรงข้ามพอดี ความแรงของรถยนต์พุ่งเข้าไปปะทะกับรถพ่วงบรรทุกของขนาดใหญ่จนเกิดเสียงชิ้นส่วนเครื่องยนต์กระทบกันดังระงมไปชั่วขณะ

ร่างกายของชนารับแรงกระแทกเข้าเต็มๆ ผิวกายจากที่เคยขาวเนียนไร้ซึ่งรอยขีดข่วน ตอนนี้อาบไปด้วยเลือดสีแดงสดที่ไหลออกมาจากเนื้อที่ถูกเปิดออกจากเศษกระจกรถที่แตกกระจาย สติของชายหนุ่มแตกกระเจิงและเข้าสู่ห้วงนิทราในทันที

อาการเป็นตายร้ายดีไม่แพ้กัน...

สุดท้ายแล้วเขาก็ไม่มีโอกาสได้บอกความรู้สึกของตัวเองให้ดารินได้รับรู้ และท้ายที่สุดแล้วชนาก็ยังไม่อาจจะรู้เลยว่า เขาจะมีชีวิตรอดจากอุบัติเหตุครั้งนี้เพื่อไปบอกรักดารินได้หรือไม่

“ฉันชอบแก ดาริน” และนั่นก็คือประโยคสุดท้ายก่อนที่สัมปชัญญะทุกอย่างของชนาจะดับวูบไป



ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha