รอยตราทาสหัวใจ

โดย: 6565BOOK



ตอนที่ 1 : คำพูดที่ไม่ได้เอ่ยออกไป


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

          “นี่ มีใครสนใจจะรับงานเป็นพยาบาลพิเศษไหม?

          “เป็นพยาบาลพิเศษให้ผู้ป่วยที่เป็นเจ้าชายนิทราห้องนั้นเหรอคะ”

          “ใช่ ญาติของเขากำลังหาพยาบาลพิเศษอยู่ เธอสนใจไหมล่ะ”

          “ไม่ว่างน่ะค่ะ น่าเสียดายจัง”

          “เสียดายอะไรของเธอ”

          “ก็เสียดายหน้าตาของคนป่วยน่ะสิคะ ยังหนุ่มๆ อยู่เลย แถมยังหล่อขนาดนั้นต้องมาเป็นเจ้าชายนิทราซะแล้ว”

          “คุยอะไรกันคะนางพยาบาล” ดารินเห็นเพื่อนร่วมงานสองคนกำลังสนทนากันอยู่เธอจึงเข้าไปทักทาย เพราะเป็นน้องใหม่ที่เพิ่งมาทำงานได้ไม่นานเลยต้องทำความคุ้นเคยกับเพื่อนร่วมงานเข้าไว้

          “ทางบ้านคนป่วยเขากำลังหาพยาบาลพิเศษน่ะ สนใจไหมน้องดาริน”

          “ดาเพิ่งมาทำงานใหม่เองค่ะ เลยอยากเก็บประสบการณ์ให้มากกว่านี้ก่อน กลัวจะไปทำอะไรผิดเข้าน่ะค่ะ” ร่างบางปฏิเสธด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเป็นการรักษาน้ำใจคนถาม โดยนำปัญหาของตัวเองเพื่อมาปฏิเสธ

          คุยกันอีกไม่กี่คำดารินก็ขอตัวมาทำหน้าที่ของตัวเองต่อเพราะหมดเวลาพักแล้ว แถมวันนี้เธอต้องเข้าเวรจนถึงดึกเลยต้องอยู่ที่โรงพยาบาลตลอดทั้งคืน

เมื่อตะวันลาลับขอบฟ้า แทนที่ด้วยแสงจันทร์ที่มีเพียงเสี้ยวเล็กๆ ไม่เต็มดวง แขนเล็กยกขึ้นมากอดอกเมื่อลมหนาวต้องผิวกายจนขนลุกซู่ ดวงตาที่สู้กับแสงไฟมาตลอดทั้งวันปิดลงอย่างเหนื่อยล้า เมื่อสมองปลอดโปร่งในหัวของดารินก็หวนนึกถึงคืนพระจันทร์เต็มดวงที่เธอเคยได้อยู่กับชนาเพื่อนรัก

          “ชนา” อยู่ๆ คนที่กำลังตกอยู่ในห้วงภังค์ก็หลุดปากเรียกชื่อคนที่เธอหวนนึกถึง หัวใจดวงน้อยพลันสั่นไหวและรู้สึกร้อนใจขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เธอนึกสงสัยที่ตัวเองรู้สึกแปลกๆ เช่นนี้มันเป็นลางบอกเหตุอะไรรึเปล่า เพราะหลังจากที่เธอเจอชนาที่งานเลี้ยงรุ่นเมื่อสองอาทิตย์ก่อน จนถึงวันนี้เธอก็ยังติดต่อเขาไม่ได้เลย

          ดารินหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรหาเพื่อนรักอีกครั้ง หลังจากที่พยายามโทรหาอีกฝ่ายมาหลายครั้งแต่กลับโทรไม่ติด ทว่าครั้งนี้โทรศัพท์มือถือของชนากลับถูกเปิดเครื่องไว้ไม่เหมือนเดิม มือเล็กที่กำลังสั่นถือสายรอเพื่อนรักอย่างร้อนใจ มีคำถามมากมายที่เธออยากจะถามเขาเหลือเกิน

          “สวัสดีครับ”

          “คุณไม่ใช่ชนาเหรอคะ” เมื่อเสียงปลายสายไม่ใช่เสียงที่เธอคุ้นเคย ดารินจึงเอ่ยถามไปตรงๆ

          “ผมเป็นพี่ชายของเขา” หรัณย์ตอบกลับปลายสาย ในขณะที่ตายังคงจดจ้องอยู่ที่ร่างของน้องชาย ที่ตอนนี้กำลังนอนแน่นิ่งเป็นเจ้าชายนิทราหลังจากประสบอุบัติเหตุ และตัวเขาเองก็คงต้องตกอยู่ในสภาพตายทั้งเป็นแบบนี้ตลอดไป

          “ฉันขอสายชนาหน่อยได้ไหมคะ”

          “เขาตื่นมาคุยกับคุณไม่ได้หรอกครับ แต่ถ้าคุณอยากคุยกับเขา คุณคงต้องมาหาเขาที่โรงพยาบาลแล้วล่ะ” หรัณย์เอ่ยเศร้าๆ ขณะที่มองร่างที่นอนหลับใหล

          “โรงพยาบาล? ชนาเป็นอะไรคะ!” ดารินเอ่ยถามเสียงดัง หวังว่าคงไม่เกิดอะไรร้ายแรงกับเพื่อนรักของเธอหรอกนะ

          “คุณมาดูเองเถอะครับ” หรัณย์บอกพลางถอนหายใจ เขาไม่อยากจะบอกใครว่าตอนนี้น้องชายได้กลายเป็นเจ้าชายนิทราไปเสียแล้ว และต่อให้เขาพูดคุยด้วยแค่ไหนชนาก็คงหลับใหลไม่ยอมตื่นมาอยู่ดี

          เมื่อปลายสายแจ้งที่อยู่โรงพยาบาลและห้องอย่างละเอียด ดารินก็รีบวิ่งไปยังที่ที่เพื่อนรักของเธอพักอยู่ทันที และความจริงที่แสนบังเอิญคือชนาพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเดียวกับที่เธอทำงานอยู่ เธออยู่ใกล้กับเขาแค่นี้ทำไมถึงไม่เคยรู้อะไรเลย

ร่างบอบบางวิ่งจนลืมไปว่าตัวเธอเองกำลังสวมชุดยูนิฟอร์มสีขาวของนางพยาบาลอยู่ ในวินาทีนี้หญิงสาวร้อนใจจนควบคุมสติของตัวเองไม่อยู่

          เมื่อถึงประตูห้องที่ติดหมายเลขเดียวกับที่หรัณย์บอกเธอไว้ ร่างบางรีบผลักประตูเข้าไปอย่างถือวิสาสะ วินาทีนั้นเองหรัณย์ที่กำลังยืนมองสภาพน่าเวทนาของน้องชายก็หันขวับมายังเสียงฝีเท้าของคนที่วิ่งพรวดเข้ามา

          ดารินหยุดวิ่งพลางหอบหายใจ ดวงตาคู่สวยจ้องมองชายหนุ่มเจ้าของความสูงราวๆ 183 เซนติเมตรอย่างพิจารณา ใบหน้าของเขาช่างคล้ายคลึงกับเพื่อนรักของเธอเหลือเกิน ก่อนที่ดวงตาคู่สวยจะละสายตากลับไปมองร่างของใครอีกคนที่นอนอยู่บนเตียง

          “ชนา!” ร่างบางรีบวิ่งเข้าไปหาเพื่อนรักทันที

“ชนาแกเป็นอะไร ชนา!” ดารินเรียกชื่อเพื่อนรักพร้อมกับเขย่าร่างชายหนุ่ม ที่ต่อจะให้เขย่ายังไงเขาก็ไม่มีวันฟื้นตื่นขึ้นมาตอบโต้เธอได้อีก

          ภาพของชนาเมื่อสองสัปดาห์ก่อนกับภาพคนที่ปรากฏตรงหน้าเธอตอนนี้มันช่างแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยบาดแผลมากมาย แถมใบหน้ายังซูบซีดลงจนน่าใจหาย

          “คุณพยาบาลครับ น้องผมตื่นมาคุยกับคุณไม่ได้หรอก” ถึงยังไม่แน่ใจว่าหญิงสาวตรงหน้ามีความสัมพันธ์กับน้องชายอย่างไร แต่เท่าที่ดูเธอคงจะสนิทสนมกับชนาพอสมควร

          “ชนาเป็นอะไรคะ” มือเล็กหยุดเขย่าร่างคนป่วยตามที่หรัณย์บอก

          “เขากลายเป็นเจ้าชายนิทราไปแล้ว” พูดจบหรัณย์ก็เดินออกจากห้องไปทันที โดยไม่รอฟังประโยคถัดไปของอีกฝ่าย เขากลัวจะเผลอร้องไห้ต่อหน้าคนอื่น มันยากเหลือเกินที่เขาจะทำตัวเข้มแข็งได้ เมื่อนึกถึงสภาพของชนาในตอนนี้

มันช่างทรมานหัวใจพี่ชายอย่างเขาเหลือเกิน

 

          ในคืนนี้ดารินไม่มีสมาธิในการทำงานเลยสักนิด ว่างเมื่อไหร่หญิงสาวเป็นต้องเดินเข้าๆ ออกๆ ห้องพิเศษของชนาตลอดเวลาจนไม่ได้พักผ่อน ดารินเอ่ยถามร่างที่หลับใหลของเพื่อนรักทั้งที่รู้ดีอยู่แก่ใจว่าเขาไม่ได้ยินประโยคใดๆ จากเธอ

          หรัณย์กลับเข้ามาในเวลาตีสองหลังจากที่ออกไปนั่งเล่นรับลมข้างนอก ตั้งแต่ชนาป่วยเขาก็ลางานเพื่อมาดูแลอาการน้องชาย เพราะพ่อแม่ของพวกเขาติดงานอยู่ที่ต่างจังหวัด เหลือเพียงตัวเขาแค่คนเดียวที่พอจะดูแลน้องได้ในตอนนี้

          “อ้าว ยังอยู่อีกเหรอครับ”

          “ค่ะ พอดีว่างๆ ฉันเลยแวะเข้ามาดูค่ะ” ดารินเอามือที่เกยคางของตัวเองออก ก่อนจะขยับนั่งในท่าที่เรียบร้อยเมื่ออยู่ต่อหน้าคนที่เธอไม่สนิท หญิงสาวเพิ่งเดินเข้ามาหาชนาก่อนหน้าหรัณย์ไม่ถึงสิบนาที พอเห็นว่าไม่มีใครอยู่เธอจึงถือโอกาสนั่งเหม่อมองเพื่อนรักอยู่ข้างๆ เตียง

          “คุณทำงานที่นี่เหรอครับ” หรัณย์ชวนหญิงสาวคุยขณะที่เขาเดินไปนั่งบนโซฟาตัวยาว

ดารินจึงละความสนใจจากคนป่วยแล้วหันหน้ามาคุยกับเขาแทน “ค่ะ ฉันเป็นพยาบาลอยู่ที่นี่ แต่กลับเพิ่งมารู้ว่าเพื่อนตัวเองนอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล”

เสียงหวานเจือความเศร้าขณะเอ่ยตอบ ร่างบางหันกลับไปมองใบหน้าหล่อเหลาของเพื่อนรักที่มีรอยแผลปรากฏพร้อมกับถอนหายใจ “เขาคงเจ็บน่าดูเลยนะคะ”

          “นั่นสินะ” หรัณย์ตอบเสียงเศร้า จากที่คิดว่าไปผ่อนคลายด้วยการรับลมข้างนอกจะช่วยเยียวยาวความเศร้าให้กับเขาได้บ้าง แต่เปล่าเลย เมื่อย่างกรายเข้ามาในห้องความหดหูในใจก็ยังคงเป็นเช่นเดิม

“เมื่อครู่ที่คุณบอกว่าคุณทำงานอยู่ที่นี่ คุณพอจะรู้จักใครที่พอจะมาเป็นพยาบาลพิเศษได้ไหมครับ เพราะอีกไม่กี่วันชนาก็จะต้องออกไปพักฟื้นที่บ้านได้แล้ว ผมยินดีจ่ายมากเท่าไหร่ก็ได้ ขอแค่ดูแลน้องผมเป็นอย่างดีก็พอ”

          “ไม่ต้องไปหาที่ไหนหรอกค่ะ ฉันจะดูแลชนาเอง” มือเล็กเอื้อมไปจับมือเพื่อนรักที่ยังอุ่นและหวังว่าวันหนึ่งเขาอาจจะตื่นขึ้นมาพูดกับเธออีกครั้งด้วยความหวัง

หรัณย์เลิกคิ้วสงสัยกับคำว่า ‘ดูแล’

ดารินจึงรีบอธิบายต่อทันที “ฉันหมายถึงฉันจะเป็นพยาบาลพิเศษให้ชนาเองค่ะ”

          “ขอบคุณมากนะครับ คุณไม่ต้องห่วงว่าจะลำบาก ที่บ้านผมกว้างขวางพอที่คุณจะอาศัยอยู่โดยไม่ต้องอึดอัด ถ้าคุณขาดเหลืออะไรบอกผมได้ทุกอย่างเลยนะครับ”

          “ค่ะ ฉันแค่อยากจะดูแลชนา ไม่ว่าจะยังไงฉันก็ไม่เกี่ยงหรอกค่ะ” เมื่อนึกถึงคำมั่นสัญญาที่เธอเคยให้ไว้กับชนา ต่อให้วันนี้ครอบครัวของเขาไม่จ้างเธอเลยสักบาท เธอก็สัญญาว่าจะไม่ทิ้งเพื่อนคนนี้อย่างแน่นอน

          “ผมชื่อหรัณย์เป็นพี่ชายของชนา ส่วนคุณ... หรัณย์เป็นฝ่ายเริ่มแนะนำตัวก่อน เพราะต่อไปเขาจะต้องอยู่ร่วมชายคาเดียวกับเธอไปอีกนาน

          “ฉันชื่อดารินค่ะ”

          “ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ” ร่างสูงเดินตรงเข้ามาหาพลางยื่นมือมาตรงหน้าดารินในท่าทักทายแบบฝรั่ง เพื่อทำความรู้จักกันเอาไว้

          “ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน” มือเล็กยื่นมาแตะมือหนาเบาๆ ก่อนที่ร่างบางจะรีบชักมือกลับอย่างรวดเร็ว เธอไม่ได้รังเกียจเขาแต่อย่างใด แต่น้อยครั้งนักที่หญิงสาวจะได้สัมผัสมือผู้ชาย ถ้าจะให้นับเห็นทีก็จะมีแค่ชนาคนเดียว จึงเป็นเรื่องยากถ้าหากดารินต้องใกล้ชิดกับเพศตรงข้ามจนเกินไป

          “ยังไงผมขอเบอร์ติดต่อคุณไว้หน่อยได้ไหมครับ จะได้นัดแนะวันเวลาได้สะดวก” หรัณย์ยื่นโทรศัพท์ให้ดาริน ทว่าหญิงสาวกลับดูประหม่าเล็กน้อยราวกับไม่อยากจะให้ แต่สุดท้ายเธอก็รับโทรศัพท์ของเขาไปเพราะรู้ว่ามันเป็นแค่เรื่องงาน หากมีเรื่องอื่นมาเกี่ยวข้องเธอคงไม่ให้เบอร์โทรกับใครง่ายๆ แน่

มือเล็กกดเบอร์ของตัวเองเสร็จสรรพแล้วจึงยานส่งโทรศัพท์คืนให้เขา “ยังไงก็รบกวนบอกเวลาล่วงหน้าสักสองวันนะคะ ฉันจะได้เคลียร์ธุระที่นี่ให้เสร็จก่อน”

          “โอเคครับ คุณพยาบาลผมขอถามตรงๆ ได้ไหม ชนามีโอกาสจะฟื้นขึ้นมาบ้างไหมครับ”

ร่างสูงยันขอบเตียงคนไข้ ใบหน้าหล่อเหลาหันมามองพยาบาลสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ ในระยะประชิด ส่วนดารินเองก็เผลอสำรวจใบหน้าของคนตรงหน้าเธออย่างไม่รู้ตัว หรัณย์หน้าตาคล้ายชนาราวกับฝาแฝด จะมีก็แต่ความคมสันที่เขามีมากกว่าจึงทำให้แยกออกว่าคนไหนพี่ คนไหนน้อง

“ทำไมคุณถึงไม่ตอบผมล่ะครับ” หรัณย์ถามอีกครั้งด้วยแววตาที่ดูเศร้าสร้อย

“เอ่อ...” ร่างบางสะดุ้งเฮือกเมื่อเสียงทุ้มฉุดให้เธอตื่นจากภวังค์ ดารินมองชายหนุ่มตรงหน้าเธอด้วยความประหม่า ก่อนจะนั่งลงเก้าอี้เพื่อลดระดับความใกล้ชิดระหว่างเธอและเขา

“ฉันบอกไม่ได้หรอกค่ะว่าชนาจะฟื้นไหม แต่อย่าเพิ่งหมดหวังเลยค่ะ ชนาเป็นคนเก่งฉันเชื่อว่าเขาไม่ยอมนอนอยู่นิ่งๆ อยู่แบบนี้แน่ๆ ค่ะ”

“ขอบคุณนะครับ” หรัณย์เข้าใจดีว่าโอกาสที่น้องชายจะฟื้นมันมีแค่เศษเสี้ยวของเต็มร้อย แต่พอได้ยินดารินบอกอย่างนั้นเขาก็พอจะมีกำลังใจขึ้นมาบ้าง

“ฉันขอร้องนะคะ อย่าเพิ่งหมดหวังแล้วปล่อยเขาไป” ดารินรู้ดีว่าถ้าหากญาติคนไข้หมดหวังว่าคนป่วยจะฟื้น การยินยอมให้แพทย์ปลดปล่อยให้ผู้ป่วยได้หลับสบายจึงเป็นหนทางสุดท้ายที่ทำให้คนป่วยหายจากความเจ็บปวด แต่หญิงสาวกลับเชื่อว่าอย่างไรชนาก็ต้องฟื้น

เหมือนเจ้าของมือที่เธอจับอยู่กำลังจะบอกให้รอเขาก่อนนะ ดารินสัมผัสมันได้ว่าชนารับรู้ทุกอย่าง เพียงแค่เขาไม่มีแรงพอที่จะตื่นขึ้นมาก็เท่านั้น

“ผมยอมรับว่าผมเคยมีความคิดแบบนั้น ผมทนเห็นน้องนอนนิ่งๆ แบบนี้ไม่ได้จริงๆ” หัวใจที่อ่อนแอของพี่ชายแทบจะพังทลายซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนไม่เหลือความเข้มแข็งที่จะสู้ต่อ เขาทั้งคู่เป็นพี่น้องที่โตมาด้วยกัน หรัณย์คอยดูแลชนามาตั้งแต่เขายังเด็ก พี่ชายไม่เคยปล่อยให้น้องชายต้องเจ็บปวด แต่พอวันนี้พี่ชายอย่างเขากลับไม่สามารถทำอะไรได้เลย

“ฉันรู้ว่ามันยากที่จะทำใจ แต่คุณต้องเข้มแข็งนะคะ” ด้วยความเป็นพยาบาลดารินจึงคุ้นชินกับอาการหมดหวังของญาติคนไข้ บางคนก็ร้องไห้เสียสติเมื่อต้องสูญเสียคนที่รัก

“ฉันไม่กล้ายืนยันว่าชนาจะกลับมาแน่ๆ แต่ถ้าทุกคนพยายามสู้เพื่อรอเขา ชนาต้องพยายามกลับมาอยู่แล้วค่ะ”

“ครับ ผมจะรอให้น้องกลับมา” ราวกับกำลังใจถูกเติมให้อย่างเต็มเปี่ยม หรัณย์พอจะมีแรงยิ้มได้อีกครั้ง เพียงแค่ประโยคเมื่อครู่กับแววตามุ่งมั่นของพยาบาลสาวตรงหน้า เขาก็รู้สึกดีขึ้นอย่างประหลาดใจ นึกขอบคุณที่เธอโทรเข้ามาในตอนที่เขานึกอยากจะชาร์จแบตโทรศัพท์ของน้องชายที่หมดไปนานแล้ว

หรือจริงๆ แล้วทุกสิ่งอย่างถูกลิขิตไว้เช่นนี้ตั้งแต่แรก มันถึงได้เหมาะเจาะกันพอดี มีบางสิ่งที่นำพาให้ดารินได้มาพบกับชนา เพราะคนสุดท้ายที่เขานึกถึงก่อนประสบอุบัติเหตุก็คือเธอ และสิ่งสุดท้ายที่เขาอยากจะบอกมันก็ยังคงติดอยู่ในใจ  ชนาคงกำลังตะโกนร้องอยู่ในตอนนี้ เพียงแต่ดารินไม่อาจจะได้ยินคำพูดนั้นก็เท่านั้นเอง ดวงจิตที่หลุดลอยได้แต่พร่ำบอกอยู่อย่างนั้น

รอฉันก่อนนะดาริน...


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha